คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา

ตอนที่ 7 : เดตกับดุลลาฮาน


     อัพเดท 13 พ.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: เวทมนต์, จอมเวท, แฟนตาซี
ผู้แต่ง : จักรพรรดิอักษรา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จักรพรรดิอักษรา
My.iD: https://my.dek-d.com/parpat
< Review/Vote > Rating : 86% [ 10 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 31,143
553 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 401 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 7 : เดตกับดุลลาฮาน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2811 , โพส : 7 , Rating : 91% / 11 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เดตกับดุลลาฮาน

 

            พาหนะของสาวไร้หัวนำเที่ยวคือรถม้าอย่างที่ไคคาดเดา รถม้าเธอเป็นสีดำสนิทเช่นเดียวกับของไคแต่ทว่ามีกลิ่นไอบางอย่างที่ไครู้สึกไม่ค่อยสบายใจเมื่อได้สัมผัส ม้าที่เทียมนั้นมีเพียงตัวเดียวมีลักษณะของม้าปีศาจครบถ้วน

            รถม้าแบบเปิดประทุนของพวกขุนนางก็ทยานออกเมื่อไคและอารี่เจ้าของรถนั่งลง ม้าสีดำควบไปบนอากาศราวกับเป็นทุ่งหญ้า โดยทิ้งบ้านพักที่มีปริศนาไว้ด้านหลัง

            “อารี่ เธอรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับบ้านหลังนั้นบ้างไหม”ไคเอ่ยถามสาวด้านข้างที่กำลังนั่งแบบไม่สนใจไค เธอเอียงตัวมาหาไค

            “ไม่รู้ แล้วอย่ามาเรียกชื่อฉันห้วนๆนะ เรียกคุณอารี่เท่านั้นจำไว้ด้วยนะยะ”ไคสังเกตตอนเธอตอบนั้น ไอสีดำรอบๆตัวเธอ

            “ครับๆ เธอตกลงชื่ออารี่ใช่ไหม”

            “ก็ใช่นะสิยะ นายความจำสั้นหรือไง แล้วก็ลืมเรียกฉันว่าคุณอารี่อีก”ยมทูตสาวแขวะเข้าให้ แต่ไคกลับลอบสังเกตกลุ่มไอรอบๆตัวเธอพบว่ามันนิ่งสนิท แค่นี้เขาก็อนุมานได้แล้ว

            “เธอโกหกฉันนี่ บอกความจริงมานะ”

          “ฉันชื่ออารี่จริงๆ ความจริงที่ไหนอีกละตานี่”รถม้าเอียงวูบ ก่อนที่เธอจะนั่งพิงเบาะอย่างแรงรถม้าก็กลับมาทรงตัวได้เหมือนเดิม

            “ไม่ใช่เรื่องนั้น เรื่องบ้านนั่นเธอรู้แต่เธอโกหก ฉันเห็นนะกลุ่มควันดำรอบๆตัวเธอจริงสิเธอเป็นยมทูตนี่ ไปจัดการพวกวิญญาณที่บ้านฉันหน่อยสิ”ไคพูดอย่างนึกได้ แต่สาวเจ้ากลับทำท่าเหมือนถอนใจก่อนยอมพูดความจริง

            “ฉันลืมไปเลย ว่านายมีดวงตานั่นถึงได้จับผิดฉันบ้านหลังนั้นมีพลังบางอย่างสถิตอยู่ฉันไม่รู้หรอกว่าคืออะไร แต่ไม่ใช่พลังงานประเภทวิญญาณหรอกยมทูตที่แก่กล้ากว่าฉันเคยไปที่นั่นมาแล้ว แต่มันก็ไม่มีอะไร”

          “มันจะไม่มีอะไรได้ยังไง มันต้องมีสิแล้วทำไมถึงได้เอาบ้านแบบนี้มาให้ฉันอยู่กันหะ ไม่เวิร์คอย่างแรงเลยนะเฟ้ย”ไคโวยวาย

            “มันเป็นบ้านของผู้ดูแลห้องสมุดนี่ นายประจำตำแหน่งนี้ไม่ใช่หรือไง ชิ บางอย่างในโลกนี้ก็มีอะไรที่เข้าใจยากเกินกว่าที่มนุษย์ชีวิตสั้นๆแบบนายจะเข้าใจนะ อีกอย่างฉันไม่ได้มีหน้าที่มาอธิบายเรื่องแปลกๆในบ้านนายนะ ฉันแค่พานายไปดูรอบๆเมืองและสถานที่ต่างๆแล้วก็ซื้อของอะไรจุกจิกนิดหน่อย”

          “งั้นก็เดตนะสิ....”ไคเอ่ยปากแซวเธอเล่นๆ แต่กลับส่งผลมากกว่าที่คิด ไอดำที่ลอยอยู่รอบๆตัวกลายเป็นหมอกหนาทึบจนมองแทบไม่เห็นตัวสาวเจ้า

            “อย่า...อย่ามาพูดบ้าๆแบบนี้นะ”อารี่ตะโกนใส่หน้าไคจนไคต้องเอานิ้วปิดหูอย่างรวดเร็ว แล้วเธอยังทำท่าพูดต่ออย่างรวดเร็ว เหมือนแก้ตัว

            “ฉันแค่พานายไปดูรอบๆเมืองเท่านั้น เดตน่ะต้องไปกับคนรักนะนายไม่ได้เป็นคนรักฉันสักหน่อย มาพูดแบบนี้ได้ไงฉันเป็นผู้หญิงนะ แล้วนี่ก็เป็นหน้าที่ด้วยฉันไม่ได้เต็ม....”

          “โอ๊ย พอๆรู้แล้วๆ ผู้หญิงอะไรแซวเล่นก็ไม่ได้แบบนี้ยังไม่มีแฟนแน่นอน”ไคบ่นประโยคหลังเบาๆ

            “ว่าไงนะ เจ้าบ้าอย่างฉันน่ะมีผู้ชายมาหลงมากมายแต่ฉันเองแหละที่เลือกจะไม่ใส่ใจ ทำสายตาแบบนั้นหมายความว่าไงย๊ะ”อารี่ยัวะสุดขีด เมื่อเห็นไคทำตาแบบเออออห่อหมกตามน้ำเธอแต่ไม่เชื่อสักนิด

            “เปล่านี่ เธอคิดว่าอะไรเหรอ”ไคยียวนกลับไป อารี่ยมทูตสาวได้แต่ส่งเสียงไม่พอใจแล้วก็ไม่หันหน้ามาสนใจไคอีก ดูเหมือนเธอจะตัดสินใจจะไม่คุยกับไคแล้วไคได้แต่ยิ้มๆเธอไม่ได้แตกต่างอะไรไปกับมนุษย์ทั่วๆไปเลยก็แค่รูปลักษณ์เท่านั้น นอกจากนี้แล้วเธอก็เป็นเหมือนผู้หญิงทั่วๆไปออกจะวัยรุ่นเสียด้วย

            “เธอทำงานแบบไหนเหรอ อย่าบอกนะว่ายมทูตที่นี่เขาทำหน้าที่ขับรถอย่างเดียวน่ะ”

          “ว่าไงนะยะ นายจะบอกว่ายมทูตทำหน้าที่ขับรถนั่นมันอาชีพเสริมทำเพื่อสืบหาข่าวคราวของพวกวิญญาณ...แล้วทำไมฉันต้องอธิบายให้นายฟังด้วยละเก่งนักนะ แน่จริงก็ใช้ตาวิเศษนั่นหาข้อมูลเองแล้วกัน ชิ”หญิงสาวกล่าวพร้อมกอดอก ไคสัมผัสได้ถึงสายตาเชิดๆพอจะเดาได้ว่าเธอคงทำหน้าแบบไหนอยู่

            “พูดเองนะ ได้สินิ่งๆนะ”ไคกล่าวพร้อมๆกับถอดถุงมือ แต่ก่อนนิ้วมือขาวสะอาดของไคจะแตะตัวยมทูตสาวเธอกลับขยับตัวหลบไปเสียอย่างนั้น

            “พูดเล่นยะ ขืนปล่อยให้นายทำแบบนั้นได้ล้วงข้อมูลไปเยอะแยะพอดี ทำไมฉันต้องมาเจอคนที่รับมือยากอย่างนายด้วยนะ มิน่าเจ้ารีเจนถึงได้โดนหักเงินเดือนระนาวแบบนั้นเอาเถอะถือว่าสงสารลูกแมวลูกสุนัขตาดำๆ

พวกยมทูตอย่างพวกฉันนะมีหน้าที่คอยเก็บวิญญาณ และคอยรักษากฎระหว่างวิญญาณและพ่อมดแม่มดหรือผู้ใช้เวทอะไรก็แล้วแต่ที่นายจะเข้าใจ เพราะว่ามีเวทหลายๆบทที่เกี่ยวข้องกับการอัญเชิญวิญาณพวกเรา ไม่สิพวกที่อยู่เหนือฉันไปอีกเขาหาทางออกโดยให้พวกฉันลงมารักษากฎพวกนี้แหละ”

“เวทที่ว่านั่นอย่าง เวทมนต์ที่ว่าด้วยการคืนชีพนะเหรอ”ไคลองหยั่งเชิง แต่ดุลลาฮานสาวนิ่งไปพักหนึ่งไอดำรอบๆตัวเธอกระจัดกระจายแบบที่เดาได้ว่าเธอคงกำลังสับสนอยู่หรือกำลังตัดสินใจอยู่

“ก็ใช่ นายอย่าถามอะไรที่มันสุ่มเสี่ยงต่อการตกงานของฉันได้ไหม”เธอตอบมาแบบอ้อมแอ้มแล้วโวยวายใส่ไคเบาๆ

“หือ ยมทูตตกงานได้ด้วยเหรอ”

“ไม่ใช่หรอก การเป็นยมทูตน่ะเป็นเหมือนคำสาปมากกว่าถ้าทำอะไรผิดพลาดไป ระยะเวลาของมันก็ยิ่งยืดยาวออกไปจนดูราวกับเป็นนิรันด์เลยนะ การอยู่แบบที่ความตายไม่มีวันมาถึงนะมันทรมานมากเลยนะ”วินาทีหนึ่งไคสัมผัสได้ถึงแววตาเศร้าสร้อย โหยหาและเจ็บปวดแต่มันก็หายไปแทบจะในทันที

“บ้าจริง ฉันพูดอะไรออกไปเนี้ย เพราะนายนั่นแหละเจ้าบ้าทำให้ฉันพูดเรื่องแปลกๆ”เธอพูดแล้วส่งสัญญาณมาให้รู้ว่าห้ามถาม

เธอจอดรถตรงลานจอดรถขนาดใหญ่ในเวลาต่อมา ด้านหน้าเป็นอาคารทรงสูงดูไปก็มีส่วนคลับคล้ายห้างสรรพสินค้าในแถวบ้านอยู่ไม่น้อย เพียงแต่การจราจรขาเข้าออกกลางอากาศนั่นทำเอาสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปเลยทีเดียว

“นี่คือแหล่งขายของหรือที่นายเรียกว่าห้างสรรพสินค้า”นั่นไง ไคคิดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรลงจากที่นั่งบนรถม้าพร้อมๆกับสาวเจ้า

“ถ้านายเปลี่ยนรถเป็นกุญแจไม่ได้นายก็ต้องเอาไปฝากด้านบนนู้นละ อย่างเช่นพวกม้าวิเศษหรือม้าใส่อุปกรณ์เวทย์มนต์”สาวไร้หัวอธิบาย ดวงตาข้างที่เป็นเนตรทิพย์ของไคยังมองเห็นอะไรมากกว่านั้น ไอบางๆเป็นชั้นๆคล้ายโดมคล้ายหมอก ซ้อนทับกันอยู่โดยมีตัวอาคารเป็นศูนย์กลาง ไม่แค่นั้นแม้แต่ตัวอาคารเองก็ยังมีอักขระแปลกๆวิ่งวนไปมาราวกับเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชีวิต

“นี่นาย นาย”

“โอ๊ะ อือ ว่าไงๆ”ไคสะดุ้งพร้อมๆกับรู้สึกปวดๆที่ดวงตาเล็กน้อย นั่นเป็นเพราะว่าไคไม่เคยใช้ดวงตานี่ทำอะไรเลยนอกจากมองเมื่อมาครั้งนี้ เมื่อครู่ไคได้ใช้เพ่งซึ่งเป็นการทวีความสามารถเพิ่มขึ้นไปอีก และอารี่ก็สังเกตเห็นเช่นกันเธอรู้ดีว่าการใช้เวทมนต์หรือสิ่งวิเศษโดยที่ยังไม่พร้อมนั้นอันตรายแค่ไหน

“เดี๋ยวฉันซื้ออะไรให้นายอย่างหนึ่งแล้วกันนะ”เธอกล่าวสั้นๆ ไครู้สึกงงเมื่อกี้เธอยังพูดจาปั้นปึ่งกับไคอยู่เลยแต่ทำไมถึงได้มาพูดดีแบบนี้ แต่จะไปปฏิเสธของขวัญจากหญิงสาวมันก็ดูไม่งามเท่าไร่

ด้านในห้างสรรพสินค้าเวทมนต์นั้น ใหญ่โตกว่าที่เห็นมากมายนักแบบเดียวกันกับร้านของซินซอง มันดูเหมือนสนามบอลระดับชาติหลายๆชั้นซ้อนกันมากกว่าแถมยังมีทิวทัศน์สวยงามดูคล้ายนครลอยฟ้าในตำนานแม้ว่าจะให้ความรู้สึกเหมือนหลุดมาในเมืองของเทพนิยายแต่ว่า เจ้าสิ่งประดิษฐ์ยุคไฮเทคยังคงมีให้เห็นอยู่ทุกๆระยะ เช่นจอทีวีพลาสม่าแบบแอลซีดีรุ่นบางเฉียบเป็นต้น

“นี่มันโลกเวทมนต์ไม่ใช่หรือไงกัน”ไคพึมพำเป็นครั้งที่เท่าไร่ไม่ทราบแต่สาวไร้หัวไม่ได้ ยืนรอฟังไคเท่าไร่เธอเพียงลากตัวไคเดินไปที่ลิฟท์แก้วซึ่งมีผู้คนในชุดสากลบางคนก็แบบสไตล์วัยรุ่น ยืนเบียดเสียดกันไม่ได้แตกต่างกับลิฟท์ของห้างสรรพสินค้าทั่วไปซักเท่าไร่

หญิงสาวข้างๆไคเป็นเด็กสาววัยรุ่นหน้าตาน่ารักพูดจ้อกับเพื่อนของเธอด้านข้าง ด้วยภาษาที่ไคไม่เข้าใจ แต่แล้วดวงตาเจ้ากรรมก็เกิดปัญหาไคเจ็บแปลบเล็กน้อยที่ตาทิพย์ด้านขวา จากนั้นภาพที่ไคเห็นก็เปลี่ยนไป ไคกำลังมองสาวน้อยน่ารักกับเพื่อนยืนเปลือยอยู่

ปิ๊ง....

เสียงลิฟท์ดังขึ้น มือแข็งแรงฉุดลากชายหนุ่มอีกครั้งแต่ก่อนที่ไคจะหันไปมองเธอกลับมีมือขาวสะอาดปิดเข้าที่ตาขวาของไค

“ทำอะไรนะ เจ็บนะ ปล่อยเลยอารี่”ไคบอกอารี่ที่ตอนนี้กำลังยืนเอามือขวาปิดดวงตาเขาอย่างแรงจนไม่น่าเรียกว่าปิดเฉยๆเรียกว่าตบที่ตาเขายังได้เลย

“นายทำบ้าอะไร นั่นมันเนตรนั่น นายเห็นอะไรฉันพอรู้อะไรแย่ๆเกี่ยวกับดวงตาของผู้วิเศษมาบ้างแต่ไม่คิดว่าเป็นจริง”เธอพูดเบาๆรวดเดียวจนไคงง

“ก็ไม่มีอะไร มั้ง”

“อย่ามาแถ ก็เห็นๆอยู่ว่าเมื่อกี้ตานายมันส่องแสงสีเขียวแถมมองไปหาแม่สาวน่ารักนั่นอีก นายแอบใช้เวทส่องทะลุใช่ไหม...”

“อะไรคือเวทส่องทะลุ”ไคถามอย่างไร้เดียงสาจนชวนเชื่อ

“ก็ได้ เมื่อกี้นายเห็นเธอเปลือยใช่ไหม”ไคอึ้ง นี่เขาโดนอ่านใจอยู่หรือเปล่านะ แต่ก่อนจะตอบออกไปความเงียบก็กลายเป็นคำตอบสำหรับอารี่ไปแล้ว

“รีบๆมาเลย”เธอพูดพร้อมๆกับค่อยๆเขยิบไปด้านข้างราวกับไคจะมองเธอด้วยเวทนั่น โดยที่ที่เธอยังไม่ปล่อยมือจากตาของไค

“อะไรของเธอน่ะ คนเขามองกันเต็มเลยนะ”ไคเริ่มหน้าแดง เพราะคนเหล่านั้นกระซิบแล้วก็หัวเราะ

“ช่างเถอะน่าตามฉันมา”อารี่ไม่สนใจ

          เพียงครู่เดียวไคก็มายืนอยู่หน้าร้านสัก ที่บอกว่าเป็นร้านสักนั้นเพราะว่าภาพขั้นตอนของการจารึกหนังมนุษย์ปรากฏให้เห็นชัดๆอยู่หน้าร้าน รูปอักษรดูเท่เก๋ตามสัดส่วนต่างๆทำเอาไคยืนอึ้ง

            “นี่ร้านอะไรนะ”

          “อ๋อ เอ๊ะนายมาจากดินแดนต้นกำเนิดการสักนี่ไม่รู้จักเหรอการลงอาคมโบราณเพื่อเพิ่มพลังให้กับผู้ใช้หรือ ผนึกอะไรก็ได้ที่ฉันพานายมาก็เพื่อที่จะให้นายสักสะกดดวงตานายไง”เธอพูดฉอดๆจนไคงงก่อนจะนึกได้ แต่เธอก็ไปคุยกับชายร่างยักษ์หน้าตาเถื่อนๆซะแล้ว

            “เฮ้ย เดี๋ยวอารี่ฉันไม่ได้บอกเลยนะว่าจะสัก เกิดมายังไม่เคยจะคิด ไม่มีอยู่ในหัวแล้วอีกอย่างจะมาสะกดดวงตาฉันได้ไง”

          “หุบปากเถอะน่า ลุงแกบอกว่าสะกดไม่ได้หรอกตาวิเศษน่ะ เชอะ แต่ทำได้สูงสุดคือจำกัดขอบเขต”

          “หมายความว่าไง”ไคถามแต่อารี่หันไปคุยกับลุงร่างยักษ์อีกครั้ง โดยครั้งนี้เธอลากไคเข้าไปในร้านด้วย

            ร้านสักไม่ได้มีสภาพเหมือนร้านสักทั่วๆไปที่ไคเห็น ไม่ได้สกปรกรกรุงรังตรงกันข้ามเสียอีกสะอาดเรียบร้อย มีจานสีเข็มสักอัตโนมัติกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยฟุ้งดูไม่แตกต่างกับคลินิกหมอดีๆ มีมุมเล็กๆมีหนังสือสันหนาเย็บปกอย่างดีสีทึมๆวางเรียงกันอยู่ โดยมีหลายๆคนนั่งอ่านนั่งเลือกอยู่

            “เอาละไค ฉันเข้าใจแล้วลุงแกคนนี้แกชื่อ ริช นะเขาบอกว่าตามที่เคยศึกษาการสะกดเนตรทิพย์นั้นทำไม่ได้อย่างถาวร หากจะสะกดแบบให้นายเป็นคนธรรมดาอย่างมากก็อยู่ได้แค่หนึ่งเดือน แต่ยังมีทางเลือกคือลุงแกจะสะกดแบบปิด-เปิดให้”อารี่อธิบาย ไคขอคำอธิบายเพิ่มอารี่ก็หันไปถามลุงริชช่างสักอีกรอบ และหันมาบอกไค

            “เหมือนใส่แว่นโดย ลุงแกจะสักตัวเปิดเป็นกุญแจไว้ที่นิ้วใดนิ้วหนึ่งของนาย แล้วพอนายต้องการใช้ก็แค่แตะลงบนรอยสักมันก็จะทำการเปิดให้นายเป็นสภาพปกติพอนายแตะอีกนิ้วหนึ่งมันก็จะทำการปิดให้นาย ทำให้นายมองสิ่งต่างๆเหมือนคนธรรมดา แต่แบบนี้นานได้แค่หกเดือนเท่านั้นนะแพงสุดๆเลยด้วยไม่น่าหลวมตัวไปเลยนะฉัน”อารี่บ่นๆกับตัวเองในประโยคท้าย ไคก็ไมได้พูดอะไรจมอยู่ในห้วงความคิด

            ที่ไคต่อต้านการสะกดเนตรทิพย์นั้นไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากลองเป็นคนธรรมดา เขาอยากสิอยากแบบมากๆเลยด้วยแต่สิ่งแปลกๆที่บ้านของเขานั่นทำเอาเขากังวลใจ และถ้าไม่มีดวงตาวิเศษบางทีเขาอาจจะได้ทำอะไรธรรมดาได้เห็นอะไรหลายๆอย่างที่มนุษย์ทั่วๆไปเขาเห็นแถมยังมีระยะเวลาที่หมดด้วย ไม่มีข้อตกลงไหนจะดีไปกว่านี้แล้ว

            “ก็ได้ แต่แน่ใจนะว่ามันจะหายไป”ไคถามย้ำให้แน่ใจ

            “อือ สักแบบไม่ถาวรพอหมดระยะเวลาที่ผลึกเวทมนต์ที่ผสมอยู่มันจะจางหายไปเอง ลุงริชเองก็บอกนะว่าต่อให้นายสักแบบถาวรมันก็จะจางหายไปอยู่ดี แต่ไม่ต้องมาถามนะว่าเพราะอะไรลุงแกกับฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”อารี่พูดให้ไคสบายใจ ไคถอนใจยาวๆรอบหนึ่ง

            “ตกลง เอาแบบนั้น”ลุงริชยิ้มแสยะจนไคหนาวไปเหมือนกัน

            ไคถูกพาตัวมาที่นอนยาวๆมีแสงไฟนีออนสีส้มสว่างจ้า ลุงริชเริ่มจากใส่ถุงมือเอาและแตะเบาๆที่เปลือกตาไคก่อนที่ไคจะรู้สึกว่าหนังตานั้นหนักวูบเหนือการควบคุม ดวงตาด้านขวามืดสนิทไปเหลือเพียงด้านซ้ายเท่านั้นที่ยังอยู่ดี

            ไคไม่ได้รู้สึกเจ็บเพียงรู้สึกเหมือนมีคนเอาอะไรทาบๆที่หนังตา ไคไม่กล้าที่จะมองว่าลุงริชแกทำอะไรมันไคสัมผัสได้ว่าลุงแกทำเป็นแถวๆทั้งหมดสามแถว และยังเขียนอะไรหนักๆลงไปบนหนังตาอีกเยอะแยะ นานพอตัวจนไคเผลอหลับไปเพราะความเย็นของแอร์เบอร์ห้า

            “ตื่นได้แล้ว”เสียงอารี่ปลุกไค ไคลืมตาตื่นโดยที่ไม่ได้รู้สึกเจ็บหรือปวดจากการสักแม้แต่นิดเดียว แต่ไคกำลังตะลึงอ้าปากค้างเมื่อคนที่กำลังเขย่าตัวไคนั้นกลับเป็นใครที่ไม่ใช่แม่สาวไร้หัว

            สตรีที่อยู่เบื้องหน้าไคมีผมสีน้ำตาลออกทองนิดๆดวงตาคมกริบเหมือนพวกดารานางแบบก็เป็นสีน้ำตาลสว่าง ใบหน้าคมสวยแบบฝรั่งเศสดูราวกับว่าเธอคือผู้สืบทอดเชื้อสายมาจากขุนนางชั้นสูง ผิวขาวสะอาดจนแทบนึกว่าหิมะ

            “อารี่เหรอ”ไคถามแบบงงๆ

            “ก็ใช่นะสิยะ นายเป็นอะไรของนายวันนี้นายไม่ไว้ใจฉันตั้งแต่เช้าแล้วนะ เอ๊ะ อ๋อ นายเห็นร่างมนุษย์ของฉันแล้วละสิ สวยจนอึ้งละสิ คิกๆว่าแล้วต้องเป็นแบบนี้”เธอกำลังหัวเราะได้ที่กับอาการของไค ไคเองก็รู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย

            ไคหันไปมองใบหน้าที่กระจก สิ่งที่สะท้อนออกมาคือชายหนุ่มหน้าตาคุ้นเคยผมดำตาสีดำทั้งสองข้างไม่ใช่ดำข้างน้ำตาลออกแดงข้างอีกต่อไป เพียงแต่ด้านขวานั้นมีอักขระโบราณวาดผ่านเป็นเส้นตรงมีทั้งหมดสามแถวออยู่บนหนังตา ส่วนตรงต่อมน้ำตาและหางตานั้นมีอักษรอีกต่างหาก โดยรวมนับว่าดูเท่แปลกตาไปเหมือนพวกบ้าคลั่งซาตานพิลึก

            ไคมองที่นิ้วชี้และนิ้วกลาง มีอักษรอีกนิ้วละแถวแต่ละแถวมีทั้งหมดห้าตัวอักษรแต่แตกต่างกัน ไคตกลงกับลุงริชเอาไว้ว่านิ้วชี้คือเปิดนิ้วกลางคือปิด ตอนนี้ไคอยู่ในสถานะปิด

            นิ้วชี้ยาวแตะเบาๆที่รอยสักมันเปล่งแสงไล้ไปรอบๆจนเกิดเป็นวงซ้อนกันถึงสามวง แต่ละวงก็เหมือนมีโซ่สีขาวมุกเชื่อมกับตัวอักษรทั้งหมดดวงตากลับมามีสีน้ำตาลแดงอีกครั้ง ไคหันไปมองอารี่ที่ตอนนี้เขากลับมาเห็นเธอเป็นสาวไร้หัวคนเดิมและมือบางที่พุ่งเข้ามาตบหน้า

            เพี้ยะ

          “เสียมารยาทมามองร่างจริงของคนอื่นได้อย่างไง ปิดเดี๋ยวนี้นะ”อารี่บอกไคไม่พูดเปล่าจับนิ้วกลางไคขึ้นมาจิ้มที่รอยสักแบบไม่ใส่ใจด้วย

            “แบบนี้คนอื่นเขาก็รู้หมดนะสิว่าฉันใช้เนตรวิเศษ”ไคพูดขรึมๆ เขาไม่นึกว่ามันจะมีเอฟเฟคอะไรจะขนาดนี้ แบบนี้มันเท่ากับบอกคนอื่นโต้งๆว่าเฮ้ย ฉันจะมองนายแล้วนะ

            “ดีแล้วไง เพื่อความปลอดภัยของเพศหญิงทั้งหมดทั้งมวล แต่ไม่ต้องกังวลว่ามันจะเสียสิทธิ์ของนายนะเพราะการกักพลังเนตรนานๆมันจะทำให้นายเข้ากันได้ดีกับเนตรวิเศษ เพราะพลังนั้นไม่ได้ถูกใช้ออกมันก็เลยจะย้อนกลับเข้าไปในตัวนาย”

          “เฮ้ย แบบนี้นะดีแล้ว มันไม่เหมือนพวกลูกโป่งเหรอแบบไม่เป่าออกก็จะระเบิดตูมอะ”

          “หัวไวดีนะ แต่ไม่หรอกแบบนั้นจะเกิดก็ต่อเมื่อปฏิกิริยาย้อนกลับของเวทมนต์เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรงแต่นี่มันจะค่อยๆเกิดจนนายแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง แต่นายจะรู้สึกได้เอ๊ะ ฉันไม่ได้พานายมาที่นี่เพื่อมาสักนี่นะ ไปกันได้แล้ว”

          ไคเดินออกมานอกร้านโดยทิ้งอารี่ให้จัดการกับธุระเงินของเธออย่างน้อย ก็เอาคืนเธอสักนิดเถอะนะไคคิดระหว่างรอก็สังเกตอะไรไปเรื่อยๆ ไคพบว่าเมื่อมองด้วยตาเปล่าที่นี่ดูสวยมากๆแต่ในขณะเดียวกันเขารู้สึกเหมือนมองได้น้อยลงเมื่อมองไปไกลๆอย่างที่เคยทำภาพก็เริ่มเบลอ

          “เป็นไงสบายดีไหมนิ ไหนดูสิ ว้าวๆก็เท่ไม่หยอกนี่นาถ้าพวกวัยรุ่นมาเห็นนี่ฉันว่ามันต้องเป็นสไตล์ใหม่แหงๆ”เธอเอ่ยพร้อมๆกับเสยผมยาวๆของไคดูรอยสัก

            สำหรับทั้งสองคนมันก็เป็นแค่การเปิดดูรอยสักเท่านั้น แต่สำหรับคนรอบข้างมันคือการอ้อนของอารี่ไคอาจจะไม่รู้แต่ว่าที่โลกแห่งนี้อารี่นั้นดังมากในฐานะผู้ที่มาจากเผ่าพันธุ์พิเศษแม้จะอยู่ฝ่ายแห่งความตาย แต่ไม่ว่าใครๆก็ให้ความเคารพเธอดุจเทพธิดาองค์หญิง นั่นไม่แปลกเพราะว่าคนบนโลกนี้เคารพตัวแทนของเธอคือความตายนั่นเอง

            ดังนั้นแม้เธอจะโด่งดังจนมีแฟนคลับขึ้นมาแต่แฟนคลับของเธอนั้นจะต้องไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาแน่นอน เพราะมนุษย์นั้นหวาดหวั่นต่อตัวตนเธอใครละจะไปคบกับยมทูตที่พร้อมจะเอาชีวิตได้ทุกเวลา และหนึ่งในแฟนคลับของอารี่นั้นก็ดันมาเห็นเธอกับไคในจังหวะนี้พอดี

            “แถวนี้เป็น พวกร้านค้าบันเทิงห้างแห่งนี้แบ่งออกเป็นห้าชั้นนะ ชั้นแรกก็พวกเสื้อผ้า ชั้นที่สองอุปกรณ์เครื่องใช้ ชั้นที่สามเป็นร้านทั่วๆไป ส่วนชั้นที่สี่เป็นชั้นอาหารและชั้นที่ห้าเป็นชั้นที่เกี่ยวกับความรู้”

          “หือ แบ่งเป็นโซนๆเลยเหรอ”ไคบ่นๆ

            “ไม่หรอกนั่นก็แค่ป้ายบอกเฉยๆ พวกที่ตั้งตามนี้ส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้าของห้างเองซึ่งมีความน่าเชื่อถือสูง ส่วนร้านที่ตั้งประปรายนความเชื่อถือค่อนข้างต่ำเพราะอย่างที่นายเห็นที่นี่มันกว้างมาก การดูและให้ทั่วถึงในชั้นๆหนึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เพราะพวกพ่อมดแม่มดทั้งหลายชอบใช้เล่ห์กลอยู่เรื่อย”

          “ลำบากแย่”แบบนี้เกิดมาตั้งร้านโดยชิ่งเงินค่าที่ไปก็ทำได้ง่ายๆนะสิ

            “หิวหรือยัง กินอะไรหน่อยไหมนายอาจจะไม่รู้นะแต่นี่นะจะเที่ยงแล้ว”

            “ยมทูตไม่ได้กินวิญญาณเหรอ”ไคถามแบบซื่อๆ จนเอาคนเดินข้างๆหันมาค้อนตาแทบคว่ำดูสวยน่ารักจนใจหาย ผิดกับตัวจริงถ้าค้อนแบบนี้มีหวังไคสั่นแหงๆ

            “ฉันดำรงอยู่อย่างมนุษย์ย่ะมนุษย์กินอะไรฉันก็กินได้ แล้วถ้านายสงสัยนะฉันเข้าห้องน้ำอาบน้ำได้เหมือนมนุษย์ทุกประการ ชิ”

          “แหม ขอโทษๆพอดีผมติดฝังหัวเรื่องเก่าๆน่ะ”ไคแก้ตัวอารี่กลับไม่ยอมง่ายๆ

            “ไม่ใช่เก่าธรรมดานะ เก่าสุดๆเก่าแบบเก่าโบราณไปเลยน่ะนาย โลกใบนี้มันก้าวไปไหนต่อไหนแล้วฉันใช่ว่าจะเอามีดตัดคอดื่มเลือดมนุษย์สักหน่อย อย่างน้อยถ้านายอยากให้ฉันทำฉันจะทำกับนายคนแรกเลยดีไหมหา แบบนี้นายคงพอใจสินะยมทูตแบบที่นายต้องการเอาเลยไหม ตอนนี้เลยก็ได้นะ”

          “ใจเย็นๆ เอาเป็นว่าแทนคำขอโทษผมเลี้ยงเองมื้อนี้”ไคเอ่ย เท่านั้นยมทูตสาวที่รุกไล่เมื่อครู่ก็หายวับไปกับตา เอามือคล้องแขนอย่างสนิทสนม

            “โอเค งั้นเราไปกันเลยฉันหิวมากๆแล้วละ” ที่แท้ก็แค่โมโหหิวนี่เอง ไคส่ายหน้ากับนิสัยเด็กๆของยมทูตไม่ได้ แต่เขาก็ผิดเองการเป็นยมทูตอยู่ท่ามกลางหมู่มนุษย์มันคงเป็นปมด้อยของเธอแต่เขากลับพูดถึงมันซ้ำๆเขาเข้าใจเวลามีคนพูดถึงปมด้อยที่เราไม่อยากได้ยินเป็นอย่างไร

            ไคกับอารี่กำลังเดินไปที่ลิฟท์เพื่อเข้าไปที่ชั้นอาหารซึ่งเธอบอกว่านั่นเป็นสถานที่ตั้งของร้านอาหารที่เธอชอบอยู่ แต่กลับมีเงาของชายร่างสูงผมสีดำตาสีทอง ใส่ชุดสูทยาวเสื้อกั๊กแบบพวกขุนนางชั้นสูงในอังกฤษยุคกลางมาขวางทางของไคและอารี่

            เขาคนนั้นพูดจาประหลาดๆใส่ไคแบบดูท่าทางเหมือนจะหึงอย่างสุดๆ จนไคหันไปมองอารี่ที่กำลังทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ไม่สนใจอยู่

            “นี่แฟนเธอเหรอ”ไคถามเธอ ทำให้อารี่ชักสีหน้าเดือด

            “ไม่ใช่ หมอนี่นะ เจ้าแวมไพร์ห่วยแตกนี่นะเหรอ”ไคงงเล็กน้อยเอ๊ะเมื่อกี้เธอว่าแวมไพร์ เจ้าผีดูดเลือดที่แสนจะโด่งดังนั่นนะเหรอ

            “อ๋อ ต้องพูดอังกฤษเหรอนายถึงจะเข้าใจ เอาละไม่ว่านายเป็นใครปล่อยมืออารี่แล้วรีบไปไกลๆเลยไป คุณอารี่ไม่เหมาะกับนาย”นายขี้หึงใส่ใหญ่พร้อมๆกับก้าวเข้ามาแวบหนึ่งไคเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดเขี้ยวยาวแสยะ มันไม่ใช่ใบหน้าของสิ่งมีชีวิตแต่เป็นใบหน้าของผีดิบในหนังแต่น่ากลัวกว่าเป็นร้อยเท่า

            “ไคอย่าไปมองหมอนี่ในร่างจริงนะไม่งั้นนายต้องอ้วกแตกกินอาหารไม่ลงแน่ๆ เอาละปล่อยเจ้าบ้านี่ไว้นี่แหละฉันจัดการเอง”เธอพูดจบก็พูดจาภาษถิ่นของอย่างเธอรวดเร็วจนไคแทบจับไม่ทันว่าพูดว่าอะไรบ้าง แต่น้ำเสียงที่ใช้เหมือนเธอใส่อารมณ์เต็มที่แถมยังเอาตัวมาชิดกับเขาอีก

            ยิ่งเธอพูดสีหน้าของผีดิบหนุ่มก็หมองลงๆจนไคคิดว่าเจ้านี่คงช้ำรักน่าดู แต่ทว่าเมื่อไคถูกลากให้เดินไปต่อเจ้าหนุ่มช้ำรักกลับเดินตามมาต้อยๆไม่ยอมห่าง จนอารี่หันไปพูดอีกคราวนี้แวมไพร์หนุ่มพูดอะไรบางอย่างโต้มาเธอทำท่าคิดเล็กน้อยแล้วก็หันมาหาไค

            “หมอนี่บอกว่าอยากไปกินอาหารกับเราด้วย โดยที่ค่าอาหารทั้งหมดเขาจะเป็นคนออกนายว่าไงละ”อารี่พูดพร้อมๆกับยิ้มสวยสดให้ไคราวกับคนรัก ทำเขาไคเริ่มมั่นใจในสถานะของเขาแล้วไม้กันหมาชัดๆแบบนี้

            “แต่หมอนี่กินอาหารได้เหรอมันน่าเกลียดไปหน่อยนะที่จะให้ คนที่เลี้ยงมาดูพวกเรากินอาหารน่ะ”ไคให้เหตุผลที่เต็มไปด้วยมารยาท อีกอย่างเขาไม่อยากเป็นเครื่องมือของอารี่สักเท่าไร่ด้วย

            “โอ้ ไม่เป็นปัญหาเลยครับคุณไค ทางร้านแถวนี้เขาบริการเผ่าพันธุ์พิเศษเกือบทั้งหมดแหละครับ ผมแน่ใจว่าร้านที่คุณอารี่ไปต้องมีเลือดรสอร่อยๆรอผมอยู่แน่นอนเลยครับ”

          “แต่จะดีเหรอครับ คือผมรู้สึกเป็นภาระของคุณจัง”ไคเอ่ยอย่างเกรงใจจริงๆ

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ สบายๆครับ”ผีดิบหนุ่มยืนยันมั่นใจเช่นนั้น ไคก็ไม่ว่าอะไรพยักหน้าตกลงอันที่จริงเขาก็สังหรณ์ในนิดๆว่า อารี่จะหาเรื่องสั่งอาหารแพงๆให้กับไคแต่มีคนมารับเคราะห์ถึงมันจะไม่ดีแต่เจ้าตัวเขาเต็มใจเองนี่นะทำไงได้

           

            ด้วยการเดินบวกกับการบรรยายอย่างขอไปทีของอารี่ ทั้งหมดก็มาถึงร้านอาหารสุดหรูชื่อนั้นไคอ่านไม่ออกหรอกแต่ผีดิบหนุ่มที่ไครู้ชื่อว่าชื่อลุย เซดาร์บอกว่าร้านนี้ชื่อ ครูซการอาหาร

            ครูซการอาหารนั้นเป็นร้านระดับห้าดาว ในสายตาไคคนละเรื่องกับร้านที่เจ้าลูเซียสพาเข้าแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังเท้า ตัวร้านจัดเป็นห้องๆแต่ละห้องมีโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าปูด้วยผ้าสีขาวสะอาด มีชุดทานอาหารครบเครื่อง ตามสไตล์แบบชนชั้นสูงของอังกฤษ

            พนักงานที่บริการนั้นไคอยากจะบอกเจ้าของร้านไอเดียบรรเจิดมาก เมดกระโปรงยาวแค่เข่าผ้ากันเปื้อนลายลูกไม้บวกกับพนักงานแต่ละคนมีแต่หน้าตาดีๆทั้งนั้น นั่นยังไม่เท่ากับหูแมวและหางแมวที่ติดอยู่ เป็นอาหารตาที่ไคไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มาเห็น

            “นี่ อย่ามัวแต่มองจะกินอะไรฉันได้สั่งให้เมนูพวกนี้มีภาพ นายลองเลือกๆดูแล้วกัน”เธอยื่นให้ไคด้วยเธอนั่งข้างๆไคส่วนลุยนั้นนั่งตรงข้ามระหว่างไคและอารี่

            ไคเปิดอาหารข้ามไปยังเมนูอาหารเนื้อโดยไม่ได้สังเกตอาการหน้ากระตุกของลุย อารี่หัวเราะเบาๆเธอเองก็เปิดเมนูเนื้อเช่นกัน ไคกวาดตาดูพบเมนูเนื้อติดซี่โครงแกะราดน้ำเกรวี่แบบเข้มข้นนี่เรียกความหิวได้เป็นอย่างดี

            “อารี่ ฉันเอาเนื้อซี่โครงแกะราดน้ำเกรวี่ บอกเขาด้วยนะเอาน้ำเกรวี่เฉพาะมาอีกถ้วยหนึ่ง และก็น้ำซุปเนื้อแกะมาอีกหนึ่ง ส่วนน้ำฉันเอา...”

          “ไม่ต้อง เอาไวน์แล้วกันฉันเองก็จะกินไวน์ แต่รสนิยมดีจริงนะ อืมนายว่าฉันเอาอะไรดีละ”เธอถามไคชายหนุ่มเปิดผ่านๆไปก็แนะนำสตูเนื้อสันแบบมีพริกไทยให้แล้วบอกให้กินกับข้าวสวยด้วย อารี่ตกลงและสั่งของตัวเองอีกชุดหนึ่ง ไคแอบกะราคาไว้คงอยู่ที่ราวๆเจ็ดพันกว่านะมื้อนี้

            พนักงานที่รับคำสั่งนั้นมีสีหน้าตื่นเต้นตกใจ กับรายการอาหารที่อารี่สั่งแต่เธอรีบจดอย่างดีใจจนหางแมวสีขาวเข้าชุดนั้นส่ายดิกๆ จนไคแอบสงสัยว่ามันเป็นของจริงหรือของปลอมกันแน่

            “นี่ หางกับหูพวกนั้นนะเป็นอุปกรณ์เวทมนต์น่ารักใช่ไหมละ เห็นมองไม่วางตาเลยฉันสั่งออร์เดิฟมากินด้วยเดี๋ยวก็คงมาแล้วละเป็นพวกขนมปังนะ”

          “อื้อ แล้วคุณลุยเป็นอะไรหรือเปล่าครับ สั่งอาหารไปหรือยังครับดูหน้าตาซีดๆนะครับ”ไคเอ่ยถามอาการของเจ้าของรายจ่ายที่ตอนนี้หน้าตาซีดขาวเหมือนจะเป็นลม แต่ไคคิดว่าท่าทางของลุยนั้นน่าจะเป็นพวกเศรษฐีมีเงิน ไม่น่าจะลำบากใจกับเมนูพวกนี้เลยนี่นา

            “อ๋อไม่เป็นอะไรหรอกครับ คุณไคดูรู้จักอาหารพวกนี้ดีจังนะครับสั่งได้เชี่ยวชาญมากเลย แถมยังรู้อีกนะครับว่าต้องกินกับพวกไวน์แดง”

          “อ๋อ ครับเมนูพวกนี้ก็ไม่แตกต่างกับที่ผมเคยกินที่โลกของผมเท่าไร่หรอกครับ”ไครู้สึกแปลกนิดๆที่ใช้คำว่าโลกของผม สีหน้าของลุยดูจะซีดลงไปอีกแต่ก็พยักหน้าเข้าใจ

            “แวมไพร์ก็เป็นแบบนี้แหละ เวลาอยากกินเลือดนายอยากกินเลือดแบบไหนเหรอฉันสั่งให้ไหม”อารี่พูดเพียงประโยคเดียว ลุยก็มีสีหน้าดูดีขึ้นมาทันที

            “ครับๆ เหมือนฝันเลยนะครับที่คุณอารี่สั่งเลือดให้ผมแบบนี้ ฝันไปหรือเปล่านะ”

          “เลือดมนุษย์เหรอ”ไคถามแต่ลุยรีบปฏิเสธ

            “ไม่ใช่ๆครับอย่าพูดอะไรแบบนั้นสิครับ การที่แวมไพร์อย่างพวกเราดื่มเลือดมนุษย์นั้นถือเป็นความผิดร้ายแรงที่เดียวครับ ที่ผมกินคือเลือดสัตว์ครับซึ่งจะมีการปรุงแต่งด้วยวัสดุเวทมนต์ทำให้พวกเราทนทานต่อแสงแดดและใกล้ความเป็นมนุษย์มากขึ้น แต่พวกที่ดื่มและล่ามนุษย์ก็ยังมีอยู่พวกนี้ต่างก็เป็นอาญากรที่พวกเราหมายหัวทั้งนั้น”ลุยพูดเคร่งๆ

            “ที่โลกนี้มีเยอะไหมครับ แล้วมีตัวยารักษาหรือยังครับผมได้ยินว่าแวมไพร์เป็นโรคนี่นาถ้าที่นี่เป็นโลกเวทมนต์ก็น่าจะมีวิธีแก้อยู่นะครับ”ลุยยิ้มเครียดๆกับคำถามของไค

            “เยอะครับสิบคนในประชากรของโลกนี้จะมีคนที่เป็นแวมไพร์หนึ่งคนนั่นคือค่าเฉลี่ย มันก็ไม่เชิงเป็นโรคหรอกนะครับ มันเป็นคำสาปที่ผสมโดยเลือดซะมากกว่าพวกถูกกีดกันจากสังคมจริงๆค่อนข้างเยอะ แม้ว่าเดี๋ยวนี้จะยอมรับกันมากขึ้นแต่พวกที่หัวเก่าๆก็มีอยู่ วิธีแก้ที่คุณพูดถึงหมายถึงการทำให้แวมไพร์กลับเป็นมนุษย์ละก็ ไมเคยมีวันใดที่พวกเราไม่ฝันหาหรอกครับ”ลุยยิ้มให้ไค ซึ่งเป็นยิ้มที่สิ้นหวัง

            “แล้วหมาป่าละครับ”ไคถามถึงเผ่าศัตรูคู่แค้น

            “หมาป่าที่นายพูดถึงหมายถึงไลแค่นที่แปรงร่างเป็นหมาป่าหรือในตำนานคนที่เป็นศัตรูกับพวกเรามีแค่นักล่าในโลกเวทมนต์เท่านั้น พวกนั้นในสมัยหนึ่งเคยใช้เวทมนต์แปลงร่างไล่ล่าพวกเราอยู่เหมือนกันนะแต่ไลแค่นจริงๆไม่มีหรอก ไม่มีแล้ว”คำพูดของแวมไพร์ดูน่าสงสัยแต่ไคก็ไม่มีโอกาสซักถามเพราะเนื้อแกะชั้นเลิศมาถึงแล้ว

            พนักงานเสริฟ์เองก็เปลี่ยนคน กลายเป็นคนที่สวยมากคนหนึ่งแต่ก็ยังมีหูแมวกับหางแมวอยู่ดีเธอรินไวน์จากขวดเก่าๆที่มีฝุ่นจารึกแน่นไม่ยอมทิ้งให้กับไคแก้วหนึ่งและอารี่ก็เช่นกัน เป็นเรื่องที่น่าแปลกแม้จะวางอาหารมากเท่าไร่แต่โต๊ะกลับพอเพียงสำหรับทุกเมนูที่อารี่สั่ง ไคพบว่านอกจากที่ส่วนที่เขาสั่งแล้วอารี่ยังสั่งมาอีกเยอะมาก

            เช่น สเต็กเนื้อสันสีสดหรือ น้ำซุปเนื้อปลาสีขาว ไวน์ขาวอีกขวดส่วนเจ้าของงานที่ล้มทับกลับยิ้มแห้งๆและยกแก้วไม้ที่มีของเหลวสีดำเข้มอยู่ด้านในจิบและเช็ดปากด้วยความไวมากจนไคมองแทบไม่เห็น

          “ทานเลยครับ เอาเลยตามสบายเดี๋ยวผมขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะครับ”ลุยพูดแต่ก่อนไปอารี่กลับเล่นมุขชวนเครียดขึ้นมาซะอีก

            “ไค ถ้าเกิดลุยชักดาบขึ้นมามื้อนี้นายจ่ายนะ คิกๆ”หญิงสาวพูดปนจริงปนเล่นแต่ไคก็พยักหน้าเงียบๆและถอดเสื้อโค้ทเริ่มลงมือทานอาหาร

            อาหารบนโลกเวทมนต์อร่อยมากนั่นคือสิ่งที่ไคบอกได้ชัดเจน เนื้อแกะย่างสุกปานกลางไม่ดิบเกินไปไม่มีกลิ่นคาวมีแต่กลิ่นสมุนไพรหอม น้ำเกรวี่ที่ราดนั้นอร่อยเหาะอย่าบอกใครไคและอารี่ผลัดกันชิมอย่างสนุกสนาน ลุยไม่โผล่หน้ามาเลยจนทั้งสองทานเสร็จแล้วไคกำลังจะหยิบบัตรเคดิตขึ้นมาจ่ายเงิน

            “ทานกันเสร็จแล้วหรือครับ ไวจังผมนึกว่าจะนานกว่านี้อีก”ลุยเดินเข้ามาด้วยท่าทางยิ้มแย้มก่อนเทไวน์แดงที่เหลือเพียงค่อนขวดลงแก้วและยกดื่มรวดเดียวหมด แม้จะยิ้มแต่ไคอดรู้สึกไม่ได้ว่าชายหนุ่มผู้นี้กำลังประชดประชัน

            “ครับ เดี๋ยวมื้อนี้ผมออกเองแล้วกันนะครับ”ไคเอ่ย

            “ไม่ๆครับ ผมออกเองครับ ฮ่าๆเรื่องเงินไม่เป็นปัญหากับผมสักนิดหนึ่งครับ”ไคกำลังจะบอกตามสบายอารี่ก็ขัดมาก่อน

            “ช่างเขาเถอะไค เขาอยากเลี้ยงก็ปล่อยเขาไปเถอะคะเรายังมีอีกหลายที่ที่ต้องไปนะคะ ถ้ายังไงฝากค่าอาหารด้วยนะคะคุณลุย”อารี่พูดจบก็ลากไคออกมาจนไคแทบจะคว้าเสื้อโค้ทแทบไม่ทัน

            “แบบนี้จะดีหรือครับ”ไคเอ่ยถามอารี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ตอนนี้เธอเอามือกอดอกธรรมดาๆไม่ได้เอาตัวมาแนบชิดไคเหมือนเมื่อครู่

            “ดีแล้วละ แค่นั้นหมอนั่นไม่เป็นไรหรอกน่าอยากอวดดีนัก ปล่อยให้จนทั้งเดือนซะบ้างก็ไม่เลวเหมือนกัน ไม่ต้องห่วงหมอนั่นหรอกไคฉันหลอกทานอาหารแบบนี้ประจำแหละ”เธอพูดแบบไม่ยี่หระ

            “พูดได้ไม่อายเลยนะแม่คุณ”

          “ไม่ต้องวิจารณ์ก็ได้นะ ชิ นายไม่รู้อะไรหมอนั่นนะตัวน่ารำคาญเลยวันนี้สลดพรุ่งนี้ก็มาใหม่ โต้กลับไปเท่าไร่ๆก็ยิ่งมา เบื่อจริงๆพวกตื้อนายเองก็อย่าไปตื้อใครเข้าละไม่งั้นโดนเกลียดขี้หน้าแย่”

          “ก็นะ มันก็เป็นเรื่องของเธอฉันก็ไม่มีสิทธิ์ไปพูดหรอกนะ เปลี่ยนเรื่องดีกว่าฉันอยากจะซื้อพวกไข่ซะหน่อยนะ ไม่รู้ว่าซื้อได้ที่ไหนเหรอ”

          “ซื้อไปทำอะไร ไข่ พูดอย่างกับนายทำอาหารเป็นงั้นแหละ”

          “ดูถูกกันเกินไปแล้วละ ฉันทำได้ตั้งหลายเมนูนะ”ไคแย้ง อารี่เลิกคิ้ว

            “เดี๋ยวนะ นายใช้เวทมนต์ได้เหรอ”

            “ก็ไม่ได้นะสิ เธอก็รู้แล้วนี่”

          “อ้าว อีตาบ้า นายหลอกฉันนี่ว่าทำอาหารเป็น”เธอแหวอย่างแรง เอามือเท้าเอวแม้เธอจะทำแบบนั้นแต่ความสวยน่ารักก็ไม่ได้ลดทอนลงแต่มันไม่มีผลกับไค

            “ก็เป็นนะสิ แล้วเวทมนต์กับอาหารมันไปเกี่ยวข้องอะไรไม่ทราบ”ไคถามอย่างงงๆ

            “อ้อ ที่แท้นายหมายถึงการทำอาหารแบบดั้งเดิม ปัดโธ่เอ๋ยดีๆเลยๆงั้นฉันไปกินที่บ้านนายดีกว่าเย็นนี้”

          “เฮ้ย เดี๋ยวสิเธอยังไม่อธิบายเลยนะว่าอาหารกับเวทมนต์มันเกี่ยวข้องกันยังไง”อารี่ก้าวเดินออกไปจนไคต้องเดินตามไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

            “โลกนี้นะ ทำอะไรด้วยมือไม่เป็นมาตั้งนานแล้วไคสมัยก่อนพวกเราใช้เวทมนต์ฟุ้งเฟ้อจนเกินไปจนทำอะไรด้วยตัวเองจริงๆไม่เป็นแล้วขนาดจะหยิบแก้วใบหนึ่งยังใช้คาถาเรียกของเลย ทำอาหารสำหรับพวกเราแล้วก็คือการเอาวัตถุดิบมาให้ครบ แล้วร่ายเวทเท่านี้มันก็จะทำไปด้วยตัวของมันเองรสชาติอร่อยหรือไม่อร่อยขึ้นอยู่กับเวทมนต์ที่ใช้

ไม่แปลกใจหรือทำไมเนื้อสัตว์ที่นี่ถึงแพงหนักหนาในขณะที่ เนื้อที่โลกของนายแสนจะถูกทำไมพวกเราไม่นำเข้ามาละ คำตอบก็คือเวทมนต์ทั่วๆไปของเราใช้กับสัตว์บนโลกของนายไม่ได้เพราะว่าสัตว์บนโลกของนายไม่มีเวทมนต์ไม่มีตัวแปรที่ทำอาหารในแบบของเรา ดังนั้นทางรัฐจึงไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องสั่งเนื้อสัตว์เข้ามามากมายนัก ราคามันถึงได้พุ่งกระฉูดแบบนี้ไงละ”

“แล้วทำไมไม่ไปเรียนเอาละ”

“คำถามดี นายคิดจริงๆเหรอว่าเราจะออกจากโลกที่แสนสุขสบายนี้มีเวทมนต์อากาศสดชื่น เพื่อไปเผชิญกับมลพิษทางอากาศ อันตรายที่ไม่รู้จักนอกจากนั้นภาษาคือสิ่งสำคัญที่สุดไม่มีกี่คนหรอกนะที่ยอมไปเผชิญอันตราบแบบนั้นเพื่อเรียนรู้มา ส่วนน้อยก็เรียนเอาจากรายการอาหารของโลกนายนั่นแหละ”

“เรียนจากรายการอาหาร ตลกน่า”

“ไม่ตลกหรอก นี่ไงร้านไข่เอาแบบไหนละไข่ไก่ยักษ์ ไข่เป็ดยักษ์ หรือ ไข่นกอินทรีทองคำ”เธอชี้ไล่ไปยังอะไรบางอย่างที่ไคนึกว่าเป็นเก้าอี้ทรงรีสำหรับนั่ง

ไข่ทั้งสามอย่างที่ว่านั่นแต่ละฟองสูงเท่าเข่ากว้างหนึ่งโอบ นึกไม่ออกเลยว่าตัวอะไรที่ฟักไข่พรรค์นี้ได้ที่แน่ๆเขาไม่ไปเสวนากับมันแน่นอน

 

เอาเข้าจริงๆแล้วไคก็ต้องซื้อไข่อินทรีทองคำที่อารี่ร้องงอแงจะเอาให้ได้มาหกฟอง จะบอกว่างอแงก็เกินไปนิดแค่สาวเจ้าทำเสียง เชอะ หันไปไม่มองตอนไคปฏิเสธแถมมีประกายน้ำตาอีกต่างหาก และก็เนื้อสำหรับทานกันสองคนสี่ขีด

สีขีดแต่ราคาหกหมื่นรวมไข่อีกหกฟองเป็นเจ็ดหมื่นดีที่อารี่ช่วยออกค่าเนื้อนี่ด้วย แลกกับว่าเธอจะมากินอาหารที่บ้านไคจนกว่าอาหารจะหมดโดยห้ามกินไข่และเนื้อในระหว่างที่เธอไม่อยู่ด้วยเด็ดขาด

สิ่งของทั้งหมดที่น่าจะลำบากก็คงเป็นไข่นกอินทรีทองคำนี่แหละลักษณะโดยทั่วไปไม่นับขนาดก็มีรูปลักษณ์คล้ายกับไข่นกกระทาอยู่มาก มีจุดสีทองเป็นหย่อมๆอยู่ทั่วไปหมดอารี่แนะให้ซื้อตะกร้าใส่ของซึ่งจะลดขนาดของทุกอย่างที่ติดป้ายราคาให้มีขนาดแค่ฝ่ามือ มีราคาแค่สองร้อยกว่าๆ คนละเรื่องกับอาหารเลยนะ

อารี่จะพาไคไปมุมอาหารผักพาไปดูเฉยๆเพราะไคบอกว่ามีอยู่ที่บ้านพักแล้ว ที่นั่นคือสงครามดีๆนี่เองแม้ค้าสาวสวยในรูปลักษณ์ต่างๆหรือแม่ค้าแก่ๆท่าทางน่าสงสาร ที่มีมีลักษณะเหมือนตลาดสดไม่มีผิดติดแค่ว่ามันมาอยู่ในชั้นลอยฟ้า ผักมีทุกรูปทุกแบบเกินกว่าไคจะนึกถึงแม่ค้าแต่ละคนก็ส่งเสียงเชียร์เต็มที่ ราคาถูกจนอารี่ตัดใจไม่ซื้อไม่ได้ยังมี ทำเอาไคแอบคิดว่าสัญชาติญาณของลดราคาของผู้หญิงนี่คงเป็นของคู่กัน

“โอย เหนื่อยจังเย็นแล้วด้วยไปกินข้าวเย็นกันเถอะ”อารี่บ่นอย่างเหนื่อยอ่อน เธอวางตระกร้าไว้คั่นระหว่างเธอกับไคซึ่งไคก็ไม่ได้บ่นอะไรมาก

“เธอพาฉันมาทัวร์ที่เดียวเหรอ”ไคเอ่ยถามยมทูตสาวสะดุ้งนิดๆ

“เปล่าหรอก ความจริงฉันต้องพานายไปที่มหาลัยด้วยแต่มันเกิดเรื่องยุ่งๆขึ้นมาซะก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้แล้วกัน พานายไปที่มหาลัย โรงเรียน แล้วก็พวกสถานที่สำคัญๆนะน่ะหวังว่าคงไม่เกิดเรื่องแบบวันนี้แล้วกัน”เธอเอ่ยเสร็จก็เลี้ยวเข้าสู่เส้นทางของลิตเติ้ลฯ

“เธอยังต้องสอนฉันขับรถด้วยนะ”ไคเตือน

“รู้แล้วน่า บ่นจุกจิกจริงเชียวแอบเป็นเกย์หรือเปล่าหะนาย ทำอาหารเป็นด้วยนี่”

“เฮ้ยไม่ช่ คนทำอาหารก็ต้องเป็นผู้ชายอยู่แล้วเธอนี่พูดอะไรเพี้ยนๆ”

“พูดผิดแล้ว โลกของเราคนที่เริ่มต้นการทำอาหารเวทมนต์เป็นผู้หญิง”

“ฉันมันคนละโลกกับเธอเฟ้ย”

“เหรอ...” ไคกับอารี่มองหน้ากันแล้วก็หัวเราะกัน

 

“โห บ้านนายดีสุดยอดไม่ต้องใช้เวทมนต์สักนิดก็อยู่ได้ พวกมนุษย์อย่างเขาอยู่แบบนี้เหรอเนี้ย”ยมทูตสาวพูดใบหน้าสวยของเธอเต็มไปด้วยความสนใจต่อสิ่งต่างๆ

“ก็นะ ห้องน้ำอยู่ขวามือนะเดี๋ยวฉันจะทำอาหารดูทีวีรอไปก่อนก็ได้”ไคพูดพร้อมๆกับถอดเสื้อและถุงเท้าไว้ที่ชั้นวางและตะกร้าเล็กๆเหลือเพียงกางเกงและเสื้อแขนยาว ซึ่งบัดนี้พับร่นลงมาเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงสีขาวสะอาด

“เดี๋ยวสิ ฉันช่วยนะ”อารี่เสนอตัวแต่ไคมองด้วยท่าทีแปลกใจระคนสงสัย

“มองแบบนั้นหมายความว่าไง เอาน่านะๆให้ฉันช่วยนายนะล้างผักหั่นของอะไรก็ได้”เธออ้อนวอน ไคส่ายหน้า

“ตามมาแล้วทำตัวดีๆละ”

“ค่าคุณครู”เธอล้อเลียนไค

ไคเริ่มจากหุงข้าว ซึ่งมีอารี่ผู้สนใจมองตามและจดบันทึกอยู่ไม่ห่างและซักถามราวกับเธอเป็นนักศึกษาจริงๆไคก็ไม่ใส่ใจอะไรเข้าใจว่าเธอก็คงอยากกินอะไรที่มันประหยัดเงิน ก็บอกไปตามที่ตนเองเข้าใจที่เศร้าสำหรับอารี่คือไคใช้หม้อหุงรุ่นใหม่ล่าสุด

“โห ใช้หม้อหุงแบบนี้แล้วฉันจะทำตามนายได้ไหมแค่เอาข้าวล้างน้ำแล้วใส่ลงไปในหม้อหม้อมันก็ทำงานให้ง่ายๆนี่นา แต่นายรู้ไหมเจ้าหม้อนี่น่ะแพงสุดๆเลย”เธอบอกก่อนจะไปช่วยไคหั่นผัก

ไข่ที่ได้มานั้นมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะตอกใส่จานได้อารี่บอกว่าต้องกะเทาะเปลือกออกแล้วทำในฟองเลยดูเธอจะภูมิใจกับเมนูนี้มากทีเดียว

หลังจากพยามด้วยกันมาพอสมควรอารี่กับไคก็ได้กับข้าวทั้งหมดสี่อย่าง ผักชุบไข่ทอด ผัดผักรวมมิตรแต่รอบนี้มีไข่นกอินทรีทองทำ ไข่เจียวขนาดเท่ากันเพราะไคใช่ห่วงทอดมีรสชาติแตกต่างกันไปหลายอัน และหน่อไม้ฝรั่งผัดน้ำมันหอยบวกกับข้าวร้อนๆ

“นายน่าจะหุงให้มากกว่านี้นะ นี่มันไม่พอกินหรอกน่า”เธอบ่นอุบและลงมือกิน

“วันหลังก็บอกแล้วกันนะ”

“ว่าแต่นายไม่มีอะไรกินเลยหรอนอกจากน้ำเปล่าเนี้ย”เธอบ่นๆเพราะเธอค้นทั้งตู้เย็นของไคแล้วพวกแค่น้ำแร่เท่านั้น ซึ่งสร้างความผิดหวังให้เธอมากเธอเลยคิดว่าไคแอบเอาไปซ่อนเพราะไม่อยากเสียของ

“ไม่มี อยากได้พรุ่งนี้หลังจากแนะนำสถานที่ก็ค่อยไปซื้อก็ได้นี่นา”

“เชอะ ทำไมฉันต้องไปกับนายด้วย ฉันไม่ใช่แฟนนายสักหน่อย แต่ว่าห้องครัวนี่นาติดแอร์หน่อยนะร้อนมากเลยอะ”อารี่พูดพลางขยับชุดเดรสของเธอ

“ห้องครัวนะไม่ใช่ห้องนั่งเล่น พูดไปเรื่อย”

“งั้นฉันขออาบน้ำหลังกินเสร็จนะ” ไคหยุดการกินแล้วมองหน้าสาวน้อยตรงหน้า

“ทำไม อาบไม่ได้หรือไงกลัวเปลืองค่าน้ำเรอะ”

“เปล่าๆ อยากอาบก็อาบสิ”ไคไม่ปฏิเสธอะไร

“ไม่เอาดีกว่า เกิดนายใช้ตาวิเศษทำเรื่องทุเรศๆขึ้นมาฉันแย่เลย ไปอาบน้ำที่บ้านดีกว่า”

“อือ งั้นก็ได้”

“ชิ”อารี่ส่งเสียงแบบไม่สบอารมณ์ แต่ไคกลับตามไม่ทันว่ายมทูตสาวนางนี้รู้สึกอะไรดูเธอจะอ่อนไหวมากกว่าหญิงสาวมนุษย์ทั่วๆไปซะอีก

 

เมื่อทานอาหารเรียบร้อยอารี่ย้ำอยู่สองรอบว่าห้ามแตะต้องอาหารที่ซื้อมาด้วยกันหากหิวให้กินผักทั้งหลายแหล่ไปก่อน แล้วเธอก็ลากลับบ้านไปอย่างเงียบๆ ไคเองก็เหนื่อยมากับวันนี้มากแล้วก็เลยขึ้นไปยังห้องอาบน้ำและเลือกปรับองศาความร้อนให้พอเหมาะ

 “อาบน้ำร้อนตอนที่เหนื่อยๆมันดีแบบนี้นี่เองนะ”ไคบ่นๆและเช็ดตัวขณะที่เช็ดตัวนั้นไอฝ้าบนกระจกก็เริ่มเคลื่อนไหว

“ฉันรู้ นายมีตาวิเศษ ใช้มันมองฉันที ได้โปรด!!”


---------------------------------------------------
แก้ไขคำผิด ครั้งที่ 1 ณ วันที่ 13/11/2554



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 7 : เดตกับดุลลาฮาน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2811 , โพส : 7 , Rating : 91% / 11 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 7 : ความคิดเห็นที่ 404
โอ้ ดูน่าสยองมากครับ ใครขวัญอ่อนโดนเรียกแบบนี้ตกใจตายเลย
PS.  เราชอบ yaoi ความสำเร็จอยู่ที่ความพยายาม
Name : Joker Mask < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Joker Mask [ IP : 110.49.227.211 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 กรกฎาคม 2555 / 18:55
# 6 : ความคิดเห็นที่ 160
โหย ตาย ๆ ไคจะเจออะไรละนี่ 
PS.  ┢┦aΡpy ToO-GeTher
Name : Aburame_Shino < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aburame_Shino [ IP : 171.4.118.127 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 พฤศจิกายน 2554 / 17:06
# 5 : ความคิดเห็นที่ 159
ตัวอะไรโผล่มาตอนท้ายล่ะคะเนี่ย~
PS.  ชีวิตคนเรามันก็มีหลายอย่าง มีทั้งชอบและไม่ชอบและดีไม่ดี บางอย่างก็รับไม่ได้... ก็แหม เราไม่ใช่ผู้เฒ่าที่ปลงแล้วนี่นา ถึงจะได้ปล่อยวางได้น่ะ ;)
Name : Dreamever < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dreamever [ IP : 58.11.28.19 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2554 / 03:44
# 4 : ความคิดเห็นที่ 158
อารี่น่ารักดีนี่นา
PS.  เจ้าของกลุ่ม นิยายน่าอ่านใน Dek-d ที่โลกลืม ปี 2554 เจ้าของกลุ่ม My useful knowledges
Name : jsoc < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jsoc [ IP : 180.183.119.222 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 ตุลาคม 2554 / 18:43
# 3 : ความคิดเห็นที่ 157
สนุกมากค่ะ
PS.  สนุกมากค่ะ
Name : [Op]Ko_Ke < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [Op]Ko_Ke [ IP : 223.205.116.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ตุลาคม 2554 / 14:18
# 2 : ความคิดเห็นที่ 156
โฮโฮ้ จบค้างแบบนี้ได้ไงเนี่ย รีบๆ มาต่อเร็วๆ นะไรท์เตอร์
Name : dara [ IP : 203.147.0.10 ]

วันที่: 5 เมษายน 2554 / 18:15
# 1 : ความคิดเห็นที่ 155
มีหยอดประโยคท้ายให้ค้างซะงั้น
Name : แฝงไว้ซื่ง..... < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แฝงไว้ซื่ง..... [ IP : 180.180.21.34 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 เมษายน 2554 / 10:13
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android