คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา

ตอนที่ 9 : คลาสวิญญาณ


     อัพเดท 13 พ.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: เวทมนต์, จอมเวท, แฟนตาซี
ผู้แต่ง : จักรพรรดิอักษรา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จักรพรรดิอักษรา
My.iD: https://my.dek-d.com/parpat
< Review/Vote > Rating : 86% [ 10 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 31,143
553 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 401 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 9 : คลาสวิญญาณ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2662 , โพส : 8 , Rating : 88% / 12 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


คลาสวิญญาณ

อารี่ยมทูตสาวไร้หัวเดินนำไคเข้าสู่ประตูบานหนา ด้านในไม่ได้แตกต่างอะไรกับปราสาททั่วๆไปนัก เพียงแต่ มีแสงสีขาวนวลๆส่องสว่างไปทุกมุมของปราสาท อีกทั้งตัวปราสาทดูสวยงามสมกับด้านนอก ไครู้สึกดีใจนิดๆที่ไม่ได้โดนหลอกตาอีกแบบห้างสรรพสินค้านั่น

นักเรียนหน้าตาอ่อนวัยหลายคนกำลังเดินสวนไปมา บ้างก็กำลังจับกลุ่มอ่านหนังสืออยู่ตามขั้นบันไดหรือหน้าซุ้มร้านอาหารเล็กๆที่ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่งของปราสาท ไคลองสังเกตชุดของพวกนักศึกษา มันไม่ได้ตายตัวอะไรมานัก มีหลายๆคนแต่งตัวตามสบายๆแบบวัยรุ่นๆแบบไคและอารี่แต่หลายคนก็แต่งตัวแบบเสื้อคลุมยาวมีสัญลักษณ์ต่างๆที่ต้นแขน

โอรี่เดินนำอารี่และไคไป เธอเดินขึ้นบันไดไปโดยมีนักศึกษาทักทายอารี่ก็เช่นกัน และส่งยิ้มนิดอย่างมีมารยาทมาให้ไค โอรี่เดินผ่านชั้นเรียนที่ถูกจัดเป็นห้องๆคล้ายการจัดแบบสมัยใหม่ในโลกของไค แต่หลายๆอย่างกลับดูหรูหราและลงตัว ไคไม่แปลกใจที่มหาลัยนี้จะมีเงินจ่ายเงินเดือนเขาถึงเดือนละล้านปอนด์

อารี่หยุดลงที่ห้องๆธรรมดาๆประตูทำจากไม้เก่าแก่ดูขลัง มันหลบซ่อนอยู่ในซอกของช่องทางเดินราวกับหลบสายตาของคนทั่วไป ซึ่งอาจจะเป็นแบบนั้นจริงๆก็ได้หญิงสาวทำราวกับมันไม่ได้เป็นเรื่องอับอายอะไรเธอเปิดเข้าไปแล้วไคก็เห็นห้องเรียนด้านใน

ห้องเรียนหรือห้องพิธีกรรมบูชาปีศาจกันแน่ นั่นคือสิ่งแวบเข้ามาในสมองไคแต่มาคิดอีกครั้งคนสอนยังเป็นยมทูตเลยนี่นะ แสงแบล็คไลท์ส่องสว่างไปทั่วห้องที่นั่งแบบโครอสเซี่ยมและสิ่งประกอบอื่นๆที่ดูท่าว่าจะเป็นของจริงมากกว่าของประดับตกแต่ง

ไคไม่ได้เป็นคนกลัวภูตผีวิญาณอะไรเพราะพบเจอมาแต่เด็กเพียงแค่ถ้าเป็นไปได้ เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวเท่านั้นเอง โอรี่สะกิดให้ไคไปนั่งตรงมุมหนึ่งของห้องซึ่งเป็นแถวหลังสุดของห้องเลยทีเดียว สิ่งหนึ่งที่บ่งบอกความเป็นแนวหน้าของลิ้ตเติ้ลฯที่ไคสังเกต นั่นคือนักศึกษาไม่ได้หวาดกลัวครูกลับตั้งใจเรียนและกระตือรือร้นทีเดียว

“ห้องนี้นะมีไว้สำหรับเรียนเป็นผู้ปราบวิญญาณ”โอรี่อธิบายด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจให้ไคฟัง

“แบบเดียวกับพวกนักล่าวิญญาณหรือเปล่า”ไคถามเพราะนึกได้ว่าคานันให้มาถามพวกโอรี่อารี่เอง ได้ผลอารี่เหมือนจะรู้ดี เพราะอารี่ทำหน้าไม่พอใจทันที

“ไม่ใช่ย่ะ เราคือฝ่ายที่ดีเราไม่ใช้วิญญาณไม่มีในด้านนั้น เราปลดปล่อยวิญญาณที่มีความแค้นสูงออกจากมิติของโลกและให้เดินไปในเส้นทางที่ควร ส่วนเจ้าพวกนักล่าวิญญาณนั่นคือผู้ใช้วิญญาณเลวร้ายกว่าฆ่าคนอีกนะ เพราะการฉีกตัดแบ่งวิญญาณนั้นจะทำให้วิญาณพิกลพิการเจ็บปวดทรมานสูงสุดเกินกว่าที่นายจะรู้เลยนะ ให้เปรียบกับโลกของนายนี่ก็คือชั้นเรียนของพวกตำรวจ พวกนักล่าเป็นโจรเป็นผู้ร้ายเข้าใจนะ”อารี่อธิบายยืดยาว แล้วเงียบลงโดยชี้ให้ไคสังเกตนักเรียนต่างๆ

“บางคนเป็นวิญญาณที่โดนทำร้ายมาก่อน พวกนี้จะเป็นแนวสืบสวนไม่ได้มีพลังมากหลายๆคนก็เป็นลูกหลานของผู้ที่ถูกทำร้ายและตั้งใจที่จะตามหาชิ้นส่วนของวิญญาณของบรรพบุรุษ อ้อ นายคงไม่เข้าใจต้องอธิบายก่อนว่าพวกนักล่าวิญญาณน่ะมักจะตัดแบ่งวิญญาณเอาไปทำอะไรหลายๆอย่าง มันเป็นพลังที่ไร้สิ้นสุดชนิดหนึ่ง

ยิ่งเป็นวิญญาณที่เคียดแค้นก็ยิ่งรุนแรงยิ่ง พวกนี้จะฉีกวิญญาณด้วยมนตราชั่วร้ายแขนงหนึ่งซึ่งจะไม่มีการเอ่ยถึงในบทเรียนของเรา”

“อะไรละหลายๆอย่างที่เธอว่า”ไคซัก อารี่นิ่งคิดแล้วตอบ

“กระสุนวิญญาณ กระจกวิเศษ ไม้เท้าที่ทรงพลังที่เลวร้ายที่สุดคือ ผูกวิญญาณเป็นมนตรามันจะทรงอำนาจสูงสุดในการทำลายล้าง บางอย่างที่เพิ่มพูนไม่สิ้นอย่างแหวนที่ผลิตทองได้ไม่รู้สิ้น ใบไม้ที่เพิ่มพูนพลังชีวิตจนเป็นอมตะ ตัวยาที่ทำให้กองทหารมีพลังสูงสุดส่วนใหญ่พวกนักล่าพวกนี้มักใฝ่ฝันในสิ่งที่เป็นไปไม่ไปได้ จุดหมายสูงสุดของพวกนี้คือ อยู่เหนือความตาย”

“เหนือความตาย”ไคมองหน้าอารี่อย่างพิศวง เธอยิ้มอย่างสวยงามและเศร้าหมองออกมา

“ทำให้ตัวเองอมตะมีชีวิตยืนยาวดั่งเทพอยู่ไปจนโลกนี้ล่มสลาย หรือ พยามฟื้นคืนชีพใครบางคนด้วยการใช้วิญญาณที่ไม่รู้เรื่องราวใดๆมาเป็นเครื่องสังเวย เราเรียกพวกนั้นว่าพวกมีจุดประสงค์ เหนือความตาย”อารี่อธิบายไคก็พยักหน้าเข้าใจ พอจะรับรู้ถึงความโหดเหี้ยมของพวกนักล่าวิญญาณแล้ว

“อา ทุกคนมีใครพูดและฟังภาษาอังกฤษรู้เรื่องบ้าง วันนี้อาจารย์คิดว่าจะเชิญวิทยากรพิเศษมาให้ความรู้เกี่ยวกับโลกที่พวกนักล่าชอบไปหนีไปอยู่ ไหนใครสนใจบ้าง”โอรี่ประกาศเสียงใส แต่ไคกลับงง หันไปมองอารี่ที่เธอกำลังหัวเราะเบาๆ

“นายโดนเล่นแล้ว ออกไปเล่าเรื่องผีให้พวกนี้ฟังหน่อยไป”อารี่พูดพร้อมๆกับรุนหลังไค แต่ไคกลับฝืนตัวไว้ไม่ยอมง่ายๆ

“จะบ้าหรือไง ฉันยังไม่เตรียมตัวเลยนะ”ไคกระซิบ

“อา คุณไคคะลงมาให้ความรู้เด็กๆหน่อยค่ะ มีคนฟังภาษาอังกฤษรู้เรื่องหลายคนเหมือนกัน”โอรี่ยิ้มและถอนตัวออกจากแท่นพูด

“เฮ้ย ไหนบอกหายากไงพวกเป็นภาษาอังกฤษน่ะ ไหงมาอยู่ตั้งเยอะแยะฟ่ะ”ไคอุทาน

“เจ้าบ้า มันเป็นวิชาเสริมของพวกนี้เพราะหลังจากเรียนจบมันต้องไปผจญภัยที่โลกของนายไง ภาษาโลกของนายจึงต้องมีไว้บ้างออกไปได้แล้ว เอาเรื่องที่มันน่ากลัวๆหน่อยนะ”อารี่ออกแรงผลักไคออกจากที่นั่งได้สำเร็จ ชายหนุ่มไม่มีทางเลือกก็ได้แต่เช็คความพร้อมของตนเองก่อนออกไป

นักเรียนทั้งชั้นต่างมองไคเป็นที่เดียว ความแปลกใจปรากฏอยู่บนใบหน้าทุกหน้าที่ไคหันไปมองแม้บางคนจะเป็นวิญญาณก็ตามที ไม่รู้เพราะมีโอรี่กับอารี่อยู่ด้วยหรือเปล่าไคจึงไม่โดนโห่ไล่หรือเอ่ยแซวอะไรเลย

ไคเดินออกไปที่แท่นผู้สอนอย่างเก้ๆกังๆมองดูนักเรียนในคลาสวิญญาณแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองอย่างเห็นได้ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่นเด็กหญิงวิญญาณน่าตาน่ารักที่นั่งอยู่หน้าสุดแต่กลับมีคราบเลือดไหลสีดำและมีดสีเงินที่ปักอยู่บนหน้าอก บอกสาเหตุการตายได้เป็นอย่างดีไม่น่าเชื่อมีคนที่ฆ่าเด็กหน้าตาน่ารักแบบนี้ได้ลงคอ

ไคเริ่มดึงเอาเรื่องปรากฏการณ์วิญญาณเข้ามาในหัว ก่อนจะจบเขาเคยตระเวนเล่านิทานให้พวกเด็กๆตามชนบทหรือแถบถิ่นที่เคยเกิดสงครามมาก่อน การเล่าเรื่องผีต่อหน้าคนมากๆไม่ใช่ปัญหาแต่ปัญหาคือเขาไม่ข้อมูลต่างหาก

“เอ่อ สวัสดีครับผมชื่อไค เซนเคนนะครับวันนี้ก็มาดูชั้นเรียนที่นี่แล้วก็ได้รับเชิญให้มาเล่าเรื่องปรากฏการณ์ทางวิญญาณ เรื่องที่ผมจะเล่าก็อาจจะเป็นเรื่องที่ทุกท่านทราบอยู่แล้วก็ได้นะครับ เรื่องบ้านวิน เชสเตอร์ครับ ไม่ทราบว่ามีใครเคยได้ยินไหมครับ”ไคเอ่ยถามทั้งคลาสเรียนซึ่งมีคนยกมือเพียงคนเดียว เป็นผู้ชายหน้าตาดีดูๆไปไม่แตกต่างอะไรกับมนุษย์ทั่วๆไป

“เชิญครับ”

“บ้านวินเชสเตอร์คือ บ้านวงกตเป็นจุดที่สำนักงานวิญญาณในตอนนี้ให้เขตสีแดงเป็นบ้านผีสิงที่ลึกลับและมีข้อมูลน้อยครับ”

“เอ่อ ฮะๆ มาฟังเรื่องที่ผมพอจะรู้กันเลยนะครับ บ้านวินเชสเตอร์อยู่ในแถบแคลิฟอร์เนีย ถูกสร้างในศตวรรษที่สิบเก้า ตระกูลวินเชสเตอร์นั้นได้ทำปืนวินเชสเตอร์ออกขายซึ่งเป็นปืนที่มีอานุภาพมากยิงได้ถึงสิบสามนัดในขณะที่ไรเฟิลทั่วไปในตอนนั้นยิงได้เพียงนัดเดียวเท่านั้น ถึงกับได้สมยานามว่าเป็นปืนพิชิตตะวันตก แต่แล้วเรื่องก็เกิดครับ ครอบครัวของตระกูลนี้มีพ่อแม่และลูกสองคนวันหนึ่งนายโอลิเวอร์ก็ตายอย่างกระทันหันโดยไม่มีสาเหตุ

นายวิลเลียมบุตรชายเข้าดูแลธุรกิจต่อ ซึ่งในช่วงเวลานั้นเองที่บุตรสาวคนเล็กก็ตายลงอีกคนหนึ่งโดยที่ไม่ทราบสาเหตุเช่นกัน และในที่สุดวิลเลียมก็ตายลงไปอีกคนหนึ่งด้วยโรคปอดจนเหลือเพียงซาราห์ ภรรยาของนายโอลิเวอร์ ซาราห์ในเวลานั้นได้รับคำแนะนำจากหมอดูที่ไม่ทราบชื่อหมอดูได้บอกถึงสาเหตุทั้งหมด

นั่นคือเป็นการกระทำของวิญญาณที่แค้นต่อตระกูลวินเชสเตอร์เพราะว่าเป็นตระกูลสร้างปืนไรเฟิล วิญญาณนั้นยังบอกให้ซาร่าห์ต่อเติมบ้านขึ้น สร้างบ้านต่อไปเรื่อยๆอีกทางหนึ่งก็มีความเชื่อว่าซาราห์สร้างบ้านเพื่อหลอกผีบ้านั้น....”

“พอแล้ว”เสียงจากอารี่เธอเดินลงมาและกระชากตัวไคออกจากแท่นและเดินออกจากห้องไปในทันที ไคเห็นสีหน้าตกใจระคนเสียดายของพวกนักเรียนคลาสวิญญาณ โอรี่ก็เข้าแทนประตูปิดลงไคก็ไม่เห็นบรรยากาศทะมึนที่น่ากลัวอีก

“อะไรของเธอเนี้ย”ไคสะบัดมืออกจาการจับกุมของยมทูตสาวน้อยน่ารัก แต่แรงเยอะ

“นึกยังไงถึงให้ข้อมูลเด็กพวกนั้นไปเยอะแยะแบบนี้เล่า เจ้าเด็กพวกนั้นมันแรงจะตายถ้าเกิดนึกอยากไปที่ๆมีวิญญาณอันตรายสถิตอยู่อย่างบ้านวินเชสเตอร์ขึ้นมาจะทำยังไงเล่า”อารี่พูดด้วยท่าทีที่โกรธเคือง

“บ้านนั่นไม่เห็นจะมีอะไรเลยนี่ ลงข่าวครึกโครมแถมยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วยนะจะบอกให้”ไคพูดโต้อย่างมีเหตุผล แต่อารี่กลับอธิบายอย่างใจเย็นท่าทางเหมือนอธิบายให้เด็กที่ไม่รู้เรื่องฟัง

“นายเคยไปเที่ยวที่นั่นหรือไงไม่ทราบถึงได้รู้ละเอียดแท้ ชิ ความจริงแล้วสำนักงานของเราบิดเบือนมันต่างหากสถานที่จริงๆของบ้านวินเชสเตอร์เป็นเจ็ดชั้น ไม่ใช่สี่ชั้นและยังมีห้องใต้ดินหกชั้น รวมกันเป็นสิบสามชั้นซาราห์ให้ความสำคัญกับเลยสิบสามมาก ที่นั่นนะเป็นสถานที่สิงของวิญญาณอาฆาตที่ทรงพลังขนาดว่าสำนักงานเองก็ยังจัดการไม่ได้ ทำได้แค่ตรวจตราอยู่รอบๆไม่ให้วิญญาณเล็ดลอดไปไหน”อารี่อธิบายรวดเดียวให้ไคฟัง ซึ่งไคเองก็ตกตะลึงกับข้อมูลใหม่นี้เหมือนกัน

“ช่างเรื่องนั้นเถอะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันพาเดินรอบๆแล้วเดี๋ยวไปดูที่อื่นๆต่อ”อารี่กล่าวอย่างไม่เอาความมากนัก ไคเองก็ตอบรับแต่โดยดี

อารี่พาดูในส่วนต่างๆ เช่นห้องสมุดชั่วคราวที่เป็นการจารึกมนตราฉบับใหม่หลังเกิดเรื่องขึ้น มีการป้องกันทางเวทมนต์อย่างหนาแน่นจนไม่อาจจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตเวทมนต์ได้อีกแน่นอน ที่นั่นมีผู้คนเดินเข้าเดินออกอยู่ตลอดเวลา

อารี่อธิบายว่านี่เป็นการจัดขึ้นอย่างลวกๆภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษากลางเวทมนต์ที่จารึกก็เป็นเวทมนต์พื้นฐานเสียส่วนใหญ่ พวกเวทมนต์ระดับกลางขึ้นไปมีไว้ให้พวกอาจารย์อ่าน ด้านในมีการจับกลุ่มกันอ่านแม้ว่าจะใช้เวทมนต์ขยายห้องสมุดจนกว้างพอๆกับสนามฟุตบอล แต่ก็ยังมีผู้คนอยู่ทุกๆที่

เมื่อจบการเที่ยวชมห้องสมุดเธอแนะนำห้องเรียน หลายๆห้องหรือห้องกิจกรรมชมรมซึ่งดูแล้วน่าสนุกทีเดียว มีสิ่งต่างๆให้เห็นตาลายราวกับว่าไคเป็นอลิสที่หลงทางมาที่ดินแดนมหัศจรรย์ พอมาคิดๆอีกทีก็นับว่าคล้ายมาก สงสัยยัยอารี่ต้องเป็นแมวเชอร์เชสแหงๆ

“นี่ก็ สวนเดินเล่นของมหาวิทยาลัยเรา”เธอกล่าวออกมาเมื่อพ้นจากตัวอาคาร ด้านนอกเป็นสวนขนาดใหญ่อาจจะพอๆกับอุทยานแห่งชาติได้เลย มีคู่รักเดินกันไปมาบรรยากาศดูสดชื่นรื่นหูรื่นตา มีนักศึกษาแต่งกายด้วยชุดสีดำเสื้อคลุมยาว บางคนก็แต่งกายเหมือนนักศึกษาของโลก

“ใหญ่สุดยอด”ไคอุทานออกมา เมื่อเห็นสภาพเบื้องหน้า มันสวยมากๆท้องฟ้าเป็นสีฟ้ามองไปไกลๆเห็นทะเลหมอก บรรยากาศเย็นสบายมีสีเขียวของต้นไม้สีสันสดใสของดอกไม้นานาพันธุ์ แทบไม่แตกต่างอะไรกับสวนแห่งสวรรค์เลย ทุกอย่างงดงามลงตัว

“สวยใช่ไหมละ สวนที่นี่ในโลกเวทมนต์เป็นหนึ่งในห้าสวนที่สวยที่สุดในโลกเลยนะ”อารี่เสริมให้ เธอยิ้มอย่างสดใส พร้อมๆกับเดินนำไคไป

“อีกสี่ที่จะสวยขนาดไหนเนี้ย”ไคอดถามไม่ได้ ที่เห็นตรงหน้านี่มันอย่างกับสวนสวรรค์เลยนะ

“ก็สวยขนาดว่ากินกันไม่ลงทั้งห้าที่นั่นแหละ จนผู้จัดทำต้องยกให้อยู่ในหนึ่งในห้า ไม่มีใครเหนือใคร นี่พักตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปซื้ออะไรมาให้กินนายต้องชอบแน่เลย”อารี่พูดพลางวิ่งไปยังจุดๆหนึ่งที่มีคนกำลังต่อแถวยาวเหยียด ทิ้งให้ไคนั่งอยู่บนที่นั่งหิน

อยู่ดีๆราวกับโลกหยุดหมุน กาลเวลาหยุดเดินโลกนิ่งลงอย่างช้าๆดั่งมีใครบางคนรั้งเวลาเอาไว้ยกเว้นไคที่ไม่มีผลกระทบอะไรเพียงกำลังงุนงงต่อสิ่งที่เกิดขึ้น กลุ่มเด็กสาวที่กำลังพูดคุยกันก็คล้ายกับถูกปุ่มสต็อปให้หยุดอยู่กับที่

และเบื้องหน้าของไค เซนเคนผู้กำลังตกตะลึงกับการหยุดห้วงเวลาเอาดื้อๆแบบนี้ ปรากฏหญิงสาวเส้นผมสีแดงราวกับเป็นใบเมเปิ้ลฤดูใบไม้ร่วง ใบหน้ายิ้มแย้มสดใสแววตาเหนื่อยอ่อนอย่างเห็นได้ชัด แต่งตัวด้วยชุดเดรสสีน้ำตาลเปลือกไม้รับกันดีกับดวงตาและเส้นผมสีแดง

“สวัสดีมนุษย์ เวลาไม่คอยท่าจงบอกยมทูตนางนั้นให้เร่งระยะเวลาแห่งการเผชิญโชคของเจ้า ให้กระชั้นขึ้นมาอีก สิ่งเลวร้ายที่ยิ่งกว่าความตายกำลังลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพวกข้าไม่อาจจะต้านทานนางได้อีกแล้ว เจ้าคือความหวังยิ่งเร็วเท่าไร่ยิ่งดี สิ่งนี้จะเป็นเครื่องยืนยันว่าเจ้ามิได้กล่าวความเท็จอันใด”นางพูดรวดเดียวไม่มีพัก พร้อมๆที่ไครู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเพิ่มขึ้นมาในมือ

“เร็วเข้าเถิด จงระวังคนทรยศต่อเจ้าการเดินทางครั้งนี้ จะว่าง่ายก็ง่ายนักจะว่ายากก็ยากนักทุกๆอย่างอยู่ที่ตัวเจ้า ข้าอวยพรให้เจ้าโชคดี”เธอพูดจบ ทุกๆอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมทิ้งให้ไคนั่งงุนงง สงสัยว่ามันจะอะไรกับชีวิตเขานะ หรือว่าชาวเวทย์มนต์เขาเจอเรื่องแปลกพิสดารแบบนี้กันทุกวัน

ไคคลายมือออกพบว่าสิ่งที่เพิ่มเข้ามาในมือคือ อัญมณีสีน้ำตาลแดงภายในอัญมณีนั้นมีแสงแปลกๆเปล่งประกายออกมา ไคยกมาดูใกล้ๆตากลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอและความอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิกลิ่นของต้นไม้ใบหญ้า

“ดูอะไรนะ นี่ของนาย”เธอยื่นอาหารคล้ายโรตีแต่มีไข่และสีสันแปลกๆ ไครับมันมาอย่างง่ายๆพร้อมๆกับที่อารี่นั่งลงข้างๆในมือของเธอยังมีถุงกระดาษใส่อาหารชนิดนี้อยู่อีกสามถึงสี่อัน

“นี่อะไรเนี้ย อย่างกับโรตี”ไคเอ่ยถามเมื่อกินไปครึ่งอันเพราะรสชาติหวานมันหอมกลิ่นไข่ชวนให้นึกถึง สมัยเด็กๆที่ไปต่อแถวซื้อโรตีจากอาบังแถวบ้าน

“อ้าว ก็โรตีนะสิถามมาได้”อารี่ตอบง่ายๆ จนไคแทบตกเก้าอี้ตกลงโลกนี้มันยังไงเนี้ยรับวัฒนธรรมบนโลกของเขาเสียชักจะหมดความมั่นใจแล้วนะ

“เอาน่า อร่อยใช่ปะละเดี๋ยวพาที่ตลาดนัดจอมเวทรับรองได้กินของต้นตำรับของที่นี่แน่ ไม่ต้องทำหน้าอย่างงั้นหรอกว่าแต่นี่อะไรเก็บได้เหรอ”ยมทูตสาวเอากระดาษห่อโรตียัดไว้ในถุงกระดาษก่อนหยิบเอาอัญมณีในมือของไคมาดู

พริบตานั้นไคได้เห็นยมทูตหน้าซีดเป็นครั้งแรกของชีวิต อารี่จับแล้วรีบวางใส่มือของไคทันทีที่รู้สึกตัวราวกับมันร้อนจนลวกมือเธออย่างนั้นแหละ

“นายได้มันมาได้ยังไงน้ำตาแห่งธิดาเทพสปริง (Spring) ใครให้นายมาสิ่งนี้มัน...”อารี่ไม่ได้พูดต่อ แต่หรี่ตาลงเหลือบมองไปที่แมวสีขาวที่กำลังเลียขาหน้าของตนเองอย่างเกียจคร้าน

“หลบ”อารี่ผลักไคไปเบื้องหลังพร้อมๆกับที่เจ้าแมวขาวกลายร่างเป็น เสือขาวขนาดรถสิบล้อได้ ใบหน้าชวนง่วงของเจ้าแมวกลับกลายเป็นสีหน้าดุดันของเสือโคร่ง

กรรรรร

วินาทีถัดมาลำแสงมากกว่าสิบหกสายพุ่งเข้าใส่เจ้าแมวยักษ์นั่น แต่มันกลับกลายมาเป็นแมวตัวเล็กดังเดิมอีกครั้งกระโดดลอดลำแสงเหล่านั้นได้ราวกับเดินเล่น อารี่ที่เฉยมาตลอดเสกเคียวขนาดใหญ่ออกมาเธอวาดมันลงไปอย่างง่ายๆ

ทว่าเคียวตัวจริงทำเพียงแค่ชี้หน้าแมวนั่นเท่านั้น แต่เงาของเคียวนั้นกลับแตกตัวออกเป็นนับร้อยๆสายพุ่งเข้าหาเจ้าแมวอย่างอำมหิต แมวขาวอ้าปากเปล่งแสงสีขาวสะอาดออกมากระโจนเข้าใส่อารี่พร้อมๆกับที่ขาหน้ากลายเป็นกรงเล็บเสือโคร่งยักษ์อีกครั้งง้างหมายตกอารี่ให้กระเด็น

ลำแสงสีเขียวสะอาดและลำแสงสีดำพุ่งปะทะเข้าที่หัวและขาหน้าของเจ้าแมว มันกลับกลายร่างเป็นเจ้าแห่งป่าอีกครั้ง รอบๆตัวปรากฏเสือขนาดเล็กกว่าสีขาวสะอาดถึงสิบสองหรือสิบสามตัว

“กล้าบุกเข้ามาในมหาวิทยาลัยเชียวหรือเนี้ย”เสียงนุ่มๆของชายคนหนึ่งกล่าว เขามีใบหน้าธรรมดาๆแต่เหมือนง่วงๆก่อนเสกธนูขึ้นมาที่มือขวา พร้อมๆกับง้างไปที่ร่างของผู้บุกรุกจ้าวป่าเบิกตากว้างเมื่อเห็นชายคนนี้ มันหันไปด้านหลังกลับพบว่ามีอารี่ขวางทางอยู่แต่แรก

เมื่อมันมองมาทางไค กลับมีสตรีใส่สื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์กำลังนั่งตะไบเล็บอยู่ที่ม้าหินราวกับนั่งขวางทางระหว่างไคและเสือร้าย ท่าทางไม่ยี่หระของเธอทำให้ไคอดทึ่งไม่ได้

“แบบนี้มันหยามหน้าเรานะ ว่าไหมเซอุส”เธอถามเหมือนชวนคุยกับ ชายที่กำลังเล็งธนูใส่เสือยักษ์

“รีบๆจบมันไปเหอะ ผมมีสอนนะ”ชายอีกคนที่ในมือสองข้างถือหนังสืออยู่เต็มไปหมด เสือร้ายเริ่มงุนงงต่อสิ่งที่เกิดขึ้น อย่าว่าแต่มันเลยไคเองก็ยังงุนงงและตกใจเหมือนกัน นี่มันโรงเรียนปีศาจหรือไงถึงได้มีแต่คนเหนือมนุษย์แบบนี้อยู่เต็มไปหมด

ฉึก

ลูกธนูยาวขนาดห้าเมตรได้ปักทะลุสมองของเจ้าเสือร้าย มันกลายร่างเป็นแมวน้อยตัวเล็กก่อนจะระเบิดตัวเองทิ้งอย่างไร้เสียง มีเพียงแสงสว่างเจิดจ้าเท่านั้นและหลุมลึกเท่าบ่อน้ำบนจุดที่มันเคยนอนตายอยู่

“พวกสายสืบกระดาษนี่ฉันละเบื่อ อ้า นี่นายฉันชื่อเบลล่านะจำไว้ด้วยนะว่าติดหนี้ฉันหนหนึ่ง อย่าลืมพาไปเลี้ยงข้าวด้วยละ”เบลล่าหันมาพูดกับไคพร้อมกับขยิบตาให้อย่างน่ารัก

“น้อยๆหน่อย เธอเป็นแฟนกับเจ้าเมลาสไม่ใช่หรือไง เดี๋ยวพิษหึงโหดของมันก็กำเริบพอดี”ชายถือธนูที่น่าจะชื่อเซอุสพูดขัด

            หลังจากนั้นทุกคนก็กลับไปพูดคุยด้วยภาษาอีกภาษาหนึ่งอย่างรวดเร็ว คนทั้งหมดมองมาที่ไคแวบหนึ่งก่อนแยกย้ายกัน อารี่เดินมาดึงมือไคที่ตอนนี้กลายเป็นจุดสนใจของเด็กๆทั้งหมดที่อยู่บริเวณนั้น

            อารี่หยิบแส้ออกมาและฟาดในอากาศเบาๆก่อนจะปรากฏรถม้าคันหรูคันเดิม เธอฉุดไคขึ้นมานั่งโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำเดียว

            “จมูกไวจริงนะพวกนั้น ขอดูอัญมณีเมื่อกี้หน่อยสิ”เสียงใสๆดังขึ้นในที่สุดเมื่อพ้นอาณาเขตของมหาวิทยาลัย ไคแบมือซ้ายออกนิ้วมือขวาแตะที่รอยสักเมื่อมองดูว่า อารี่คนนี้ไม่ได้ปลอมตัวมา

            ยมทูตที่อยู่ข้างๆยังคงเป็นยมทูตสาวไร้หัวเช่นเคยดูเหมือนไอดำของเธอจะปกคลุมรถทั้งคันเอาไว้ ทำให้ภาพที่ไคเห็นมืดสนิทแต่ทว่ารอบตัวของเธอกลับมีแสงคล้ายแบล็คไลท์ส่องสว่างออกมาดูน่าสะพรึงกลัวสมเป็นยมทูตจริงๆ

          “โอ้ย ตายแล้ว ของธิดาเทพแห่งฤดูกาลจริงๆด้วย เธอฝากอะไรมาบอกนายไหม เธอคงไม่ได้มาแนะนำตัวกับนายแน่ๆ”อารี่จอดรถและยิงคำถามทันที ไคจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น

            อารี่ยิ่งฟังสีหน้าก็ยิ่งซีดลงๆ แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรแต่เห็นได้ชัดว่ากำลังมีเรื่องใหญ่ร้ายแรงกำลังเกิดขึ้น อารี่ตัดสินใจ ไม่ยอมบอกเหตุผลความนัยอะไรกับไคและพักเรื่องนี้ไว้ชั่วคราวเพราะงานนี้เธอต้องพาไคไปตลาดตามกำหนดการให้ได้แล้วค่อยไปแจ้งเรื่องนี้กับสภาเวทย์มนต์

           

          ตลาดที่ว่านั้นทางเข้าคือซอกซอยเล็กๆที่ทางเข้าหรูหราก็จริงแต่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งก่อสร้างอื่นๆ พูดให้ชัดๆคือมันมีแค่ประตูบานเดียวด้านหลังเป็นทางตันหากมองดีๆแล้วจะเห็นแต่ประตูกลับเหมือนประตูของเจ้าแมวหุ่นยนต์จากศตวรรษที่ยี่สิบสอง เข้าไปแล้วก็หายไปแถมยังต้องต่อคิวกันนานอีกด้วย

            แถวที่ว่ายาวมากทั้งๆที่แค่เอาบัตรยื่นเข้าไปในช่องเสียบบัตรและรอบัตรคืนจากนั้นก็เข้าไป บัตรที่ว่านั่นก็คือบัตรประชาชนหรือบัตรประจำตัวนั่นเอง สำหรับไคไคมีบัตรแทนตัวอยู่แล้วอารี่บอกว่ามันพิเศษกว่าบัตรประชาชนทั่วๆไปซะอีก

            แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะตั้งแต่ต่อแถวมานี่ ไคยังไม่เห็นใครที่พอจะเข้ามาอยู่ในระดับธรรมดาๆเดินดินซักคน ไม่ว่าจะเป็นนักรบผมดำหน้าดุที่ต่อหลังไคหลังมีขวานยักษ์สีเงิน คนที่ต่อนักรบก็เป็นอะไรสักอย่างที่น่าจะเป็นมนุษย์ต่างดาวมากกว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้นะ หรือจะเป็นคนที่อยู่หน้าอารี่เธอดูเหมือนเด็กสาวธรรมดาๆมากๆถ้าเธอไม่หายใจเป็นไฟอยู่ตลอดเวลาละนะ

            และในที่สุดไคก็ได้เข้ามาในเขตตลาดมันดูไม่แตกต่างอะไรกับตลาดนัดแถวบ้านสักเท่าไร่ มีคนมาขายของเร่ของกินเปิดร้านอาหารกลิ่นไม่ค่อยพึงประสงค์และผู้คนแออัด ถ้าย้ำว่าถ้าไม่นับว่าคนเหล่านี้มีสภาพเหมือนตัวละครในเกมส์ออนไลน์แนวอาร์พีจีที่ไหนสักเรื่อง

            “ไงอึ้งละสิ ตลาดโบโครอสซ่า มีทางเชื่อมมิติอยู่ถึงสิบหกเมือง ทางเข้าออกสามสิบสองทางนายจะใช้เวทย์มนต์ที่สูงกว่าระดับกลางที่นี่ไม่ได้แน่นอนว่าใช้เวทย์มนต์โจมตีไม่ได้ด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะคนใช้ได้ก็มีไม่เยอะอยู่แล้ว มาเดินดูสิ”อารี่จับมือไคลากเข้าไปฝูงชน

            “ที่นี่ก่อตั้งมานานหลายร้อยปีแล้ว ตั้งแต่ตลาดรุ่งโรจน์เจอมังกรดำซีบักก้าถล่มแน่ะถ้านายอยากกินของต้นตำรับชาวเวทต้องที่นี่มาของเด็ดๆเพียบ ขนมลูกเล่นเวทมนต์ก็มีเยอะอะไรๆนายก็หาได้จากที่นี่ทั้งนั้นแหละถ้านายมีความสามารถพอ ขนาดคทาจอมเวทนายยังหาได้เลย”อารี่บรรยาย ไครู้สึกสนใจในคำว่าคทาจอมเวทอย่างมาก ไม่รู้ว่ามันจะเหมือนในหนังพ่อมดแม่มดที่ดังๆหรือเปล่า

            “มันเป็นอย่างไงละ คทาที่ว่าน่ะ”ไคถาม

            “ก็...อืม เอางี้ไปดูเลย”อารี่ประกาศก็หักเหเส้นทาง ไคอยากจะท้วงยมทูตสาวเหลือเกินว่าเขาเจ็บข้อมือจะแย่แล้ว แต่สาวเจ้าไม่เปิดโอกาส

            หลังจากลดเลี้ยวเคี้ยวคดมาได้สักสิบนาที อารี่ก็พามาถึงร้านเก่าๆท่าทางสุดขลังแห่งหนึ่งไคที่กำลังหอบอยู่ก็รู้สึกถึงความเก่าแก่และกลิ่นไอเวทมนต์ ขณะกำลังนึกดีใจที่ได้เจออารยะธรรมจอมเวทจริงๆซะที อารี่ก็เปิดประตูเข้าไป

            “โอ้ แย่จริง”เหมือนกับร้านของคิทชินไม่มีผิด หรูหราไฮโซนั่นคือคำนิยามแสงสว่างสีนวลกระจายไปทั่วร้าน มีแท่งไม้ยาวหลายแท่งลอยู่ตามจุดต่างๆพร้อมบอกคุณสมบัติน่าเสียดายที่ไคอ่านอักษรเหล่านั้นไม่ออก ส่วนราคาเป็นเลขอารบิก ซึ่งแท่งไม้เพียวๆอันเดียวยังราคาเกือบล้านเจ็ดแสนทำเอาไคเห็นแล้วอยากเดินออกจากร้าน เกิดไปทำพังอันหนึ่งนี่มีหวังต้องไปตัดไตตัดตับไปขายมาชดใช้แหงๆ

          “นี่แหละคทาจอมเวทย์ แพงไปนิดแต่คุณภาพแจ๋วนะบอกให้ของพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นของมือสอง คุณภาพไม่ค่อยได้เรื่องหรอก ต้องตรงนี้”เธอลากไคมาอีกจุดหนึ่ง

            คทาเวทย์แบบหรูหราคล้ายกับของในเกม มีลูกแก้วเวทประดับดูสวยงาม ยิ่งดูไคก็ยิ่งอยากรู้ว่าถ้าเขามองมันด้วยตาทิพย์มันจะเป็นยังไง

            “นี่อารี่ ฉันใช้ตาทิพย์ได้ไหม”

          “อื้อๆเอาเลยๆแล้วบอกด้วยนะว่าอันไหนเป็นยังไง”อารี่ดูสนับสนุนแปลกๆ ไคไม่สงสัยมากรีบแตะเรียกดวงตาทิพย์ออกมาทันที

            ภาพที่เห็นคือแสงสว่างเรืองๆแตกต่างกัน ไคมองไปเรื่อยๆพบว่าบางอันก็สวยแต่รูปแต่แสงที่ออกมานั้นช่างเบาบางเหลือเกินผิดกับไม้คทามือสองที่บางอันเก่าๆโทรมๆแต่งแสงที่เปล่งออกมารุนแรงมากๆ

            “ไหนอันไหนเจ๋ง”อารี่กระซิบถาม ไคเดินไปที่ไม้คฑาแท่งสีขาวที่มีแก้วเวทมนต์เล็กๆขุ่นๆดูเหมือนว่า คทาอันนี้จะเก่าและโทรมมากๆ แต่แสงที่ออกมานั้นไคแทบจะรู้สึกได้ถึงความร้อนเลย

            “อันนี้แหละฉันว่าแรงสุดแล้ว”ไคก้มมองดูราคา ก็ต้องแปลกใจเพราะราคามันแค่แปดแสนกว่าๆซึ่งถือว่าถูกมากถ้าเทียบกับอันอื่นๆ อารี่มองหน้าไคเหมือนไม่อยากเชื่อ

            “อำฉันหรือเปล่านี่ อันนี้นะแรงสุด”

          “วุ้ย ไม่เชื่อก็ไม่ได้ว่าไปเหอะไปดูอย่างอื่นกัน”ไคลากตัวอารี่ออกมาจากร้านแต่อารี่กลับยื้อตัวและลากไคเข้าไปในร้านใหม่

            “เอาละ รอสักครู่ฉันไปจองคทาก่อน”เธอพูดเสร็จก็ไม่รอให้ไคถามอีก ไคมองไล่หลังของยมทูตสาวที่เข้าไปพูดคุยกับผู้จัดการร้าน ไคจึงถือโอกาสสำรวจร้านรอบๆซึ่งกำลังเรียกลูกค้าอย่างดุเดือดด้วยภาษาที่ไคไม่เข้าใจ ร้านตรงหน้าไคขายอะไรสักอย่างที่เป็นเหมือนไพ่

            ไคเดินเข้าไปดูอย่างสนใจบางทีมันอาจจะเป็นต้นกำเนิดของพวกยิปซีก็ได้นะ ไพ่ที่ปรากฏน่าจะไม่ได้มีไว้ขาย เพราะไม่มีราคาติดไว้หลังไพ่เป็นสีดำสนิท

            “นี่จะดูดวงเหรอ”

            “เฮ้ย ตกใจหมดเลยอารี่”ไคเอามือกุมอกหายใจสั่นๆเพราะคนข้างๆโผล่มาแบบไม่ให้สุ่มให้เสียง ทำหน้าตาหัวเราะๆ

            “โอ๋ๆ เจอเจ้าแมวกระดาษนั่นเข้าไปกำแพงเหล็กในจิตใจนายถึงกับสั่นคลอนเชียวเหรอ น่าสงสารจริงๆนะ นี่จะดูเปล่าละฉันจะจ่ายให้”เธอหันไปพูดกับแม่ค้าที่ไคเข้าใจแต่แท้จริงแล้วกลับเป็นหมอดู

            คุณป้าอ้วนผิวคล้ำยิ้มใจดีก่อนสับไพ่ อย่างรวดเร็วตัดออกเป็นสิบสองกองแล้วรวมกันอย่างซับซ้อน จากนั้นก็มีเสียงท่องบ่นคาถาอย่างเคร่งเครียด เธอยกกองไพ่ที่เรียงดีขึ้นสูงเหนือหัวซึ่งไพ่ก็ลอยขึ้นไปเกือบเมตรก่อนจะแตกกระจายออกกลางอากาศ

            เมื่อไม่มีไพ่อยู่ในมือ แม่หมอก็เอามือทั้งสองทาบที่อกโดยไขว่กันเป็นรูปกากบาท เสียงมนต์ยังคงดังอยู่ต่อเนื่องเป็นครั้งแรกจริงๆที่ไคเห็นชัดๆว่านี่คือเวทย์มนต์แท้ๆ ไพ่หมุนวนราวกับพายุในกลางอากาศแต่มันก็ค่อยๆกลับมาเรียงตัวเป็นกองไพ่เหมือนเดิมก่อนจะแบออกกลายเป็นพัดไพ่แบบที่มักจะให้คนที่ทำนายเลือก

            แม่หมอพูดอะไรออกมาซึ่งอารี่ก็แปลให้ไคฟัง “จงเลือกไม่ว่าเลือกใบไหนทุกๆใบจะเหมือนๆกัน”อารี่ก็อธิบายอีกว่าเป็นความเชื่อทางเวทของพวกยิปซีว่า เมื่อโชคชะตาถูกกำหนดไม่ว่าจะเดินไปทางไหนเส้นทางที่เดินก็จะถูกโชคชะตากำหนดอยู่ดี คำกล่าวที่ว่าจึงหมายถึงเลือกใบไหนก็มีค่าเท่ากันนั่นเอง

            เธอบอกให้หยิบมาหกใบ สามใบหมายถึงอดีต สามใบหมายถึงปัจจุบัน สามใบหมายถึงอนาคต ไคพยักหน้าอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง หยิบขึ้นมาตามที่บอกซึ่งเธอก็บอกว่าให้หงายบนโต๊ะทันทีไคสังเกตว่าไพ่ที่เหลือขยับตัวแทนที่ใบที่ถูกหยิบไปและรวมกลับไปเป็นกองไพ่ข้างๆ

            ยมทูต เงินทองร่วงจากฟ้า ดาบเปื้อนเลือด มังกรสยายปีก บ่อน้ำและต้นอิกดราซิล เทพธิดาที่เสด็จลงจากสวรรค์ ทั้งหกใบเรียงกันอยู่กลางอากาศเหนือพื้นโต๊ะสองนิ้วแม่หมอที่เป็นผู้ทำนายกลับเป็นคนที่เหงื่อตกกว่าใคร เธอถึงกับหยิบผ้าเช็ดหน้าลายจุดออกมาซับเหงื่อเม็ดโป้งที่ไหลออกมาไม่หยุด เธอกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ก่อนให้คำอธิบาย ซึ่งอารี่ก็เป็นคนแปลเช่นเคย

            “เธอออกตัวว่าเธอไม่เก่งด้านตีความหมายแบบนี้ เพราะมันเป็นรูปแบบที่เธอไม่เคยเห็นมานานแล้วตั้งแต่อาจารย์ของเธอทำนายให้กับอัศวินคนหนึ่ง

นายจะมีความตายเป็นเพื่อนหมายถึงความตายติดตามไปทุกที่ หมายถึงอันตรายถึงตายแต่ฉันว่ามันหมายถึงฉันมากกว่านะ”อารี่เสริมอย่างติดตลก ซึ่งไคก็ยิ้มเพราะเธอเป็นยมทูตจริงๆนี่นะ

“ได้รับทรัพย์สมบัติมหาศาลอย่างคาดไม่ถึงแต่นายจะได้รับความเจ็บปวดทรมานแลกกับมัน เท่าที่ฉันรู้ทางสภาเวทย์เขาให้เงินนายมาแค่สามถึงสี่ล้านเองนี่นา”

“ความรู้มีค่ากว่าสมบัตินับแสน อาจจะหมายถึงการที่ฉันได้รับหน้าที่ไปดูแลห้องสมุดก็ได้นะ”

“โหย คมจริงๆ”อารี่แซวก่อนบอกคำทำนายต่อไป “นายจะได้เข้าร่วมการต่อสู้ที่ถึงตาย เธอบอกว่ากรณีที่รวมกับยมทูต มันจะหมายถึงการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิตเสมอๆ”

“นายจะได้รับความยิ่งใหญ่รุ่งโรจน์ไร้ผู้เทียบเทียมดั่งมังกร แต่กรณีของนายที่รวมกับดาบเปื้อนเลือด ยมทูตมันหมายถึงนายต้องผ่านการสังหารอย่างมากเพื่อให้ได้ความยิ่งใหญ่ในอนาคต”

“นายจะได้พบพานกับความรู้ที่นายฝันหา แต่ฉันว่ามันหมายถึงภารกิจของนายมากกว่านะตามหาบ่อน้ำแห่งความรู้น่ะ”

“นั่นสิ น่าจะอย่างนั้นแหละ”ไคยิ้มๆ

“และนายจะได้พบกับเทพสวรรค์นางจะมาช่วยเจ้าในการเดินทาง นายก็ได้เจอเทพธิดาแห่งสปริงนี่นาเธอให้นายรีบเร่งเดินทาง นั่นทุกอย่างตรงพอดีใครละจะเดินทางโดยไม่มีการต่อสู้ที่ถึงตาย บ้าหรือเปล่าจ่ายเงินแล้วไปเถอะ”อารี่ส่ายหัว ก่อนจ่ายเงินแม่หมอพยามพูดอะไรสักอย่างแต่ไคไม่ได้ยิน

“เธอบอกให้นายล้มเลิกทุกสิ่งที่นายจะไปซะ เพราะนายจะไม่มีชีวิตรอดกลับมา”อารี่อธิบายให้ก่อนที่ไคจะพูดอะไร กลับมีมือเหล็กจับไหล่ของไคเอาไว้ เป็นคนในชุดฮู้ดสีดำทมึน

“เจ้าได้รับการเดินทางที่อันตรายดุจเดินไปหามังกร ได้ต่อสู้กับคมดาบที่มาเพื่อเอาชีวิต เจ้าอยู่กับตายอยู่ทุกลมหายใจ สิ้นสุดปลายทางจะมีสิ่งที่เจ้าต้องการรู้แต่เจ้าก็ต้องแลกมันด้วยความตาย ความรุ่งโรจน์ของเจ้าจะยิ่งใหญ่ดุจมังกรที่ร่วงจากท้องฟ้า จงระวังยมทูตเป็นทั้งเพื่อนของเจ้าและนายแห่งความตายของเจ้า”คนๆนั้นพูดจบก็เดินหายไปในฝูงชน

“ไค ไค เป็นอะไร”

“เปล่าๆ เมื่อกี้เห็นหรือเปล่าคนเมื่อกี้ พูดจาแปลกๆเหมือนไม่ใช่ภาษาอังกฤษแต่ฉันดันเข้าใจได้ซะอย่างนั้น”ไครีบพูดแต่อารี่กลับขมวดคิ้ว

“ฉันยืนอยู่ตรงนี้ตั้งนานไม่เห็นมีใครจะเดินมาคุยกับนายเลย อย่าเครียดเรื่องคำทำนายไร้สาระไปหน่อยเลยน่า ของกิ๊กก๊อกทำอะไรไม่ได้ถามอะไรลึกๆไม่ได้ทุกอย่างเป็นปริศนา จริงอยู่ที่มันตรงเสมอๆถ้าคนทำเก่งนะแต่ฉันว่านายอย่าไปเชื่อดีกว่า”

“นั่นสิ”ไครับคำก่อนเดินตามไปดูอื่นๆ

 

“อาจารย์เจ้าค่ะ ศิษย์ห้ามเขาไว้ไม่ได้จริงๆ”แม่หมอคนที่ไคเข้ามาทำนายด้วยกล่าวขอโทษต่อหญิงชราที่บัดนี้กำลังนั่งอยู่เบื้องหน้ากองไพ่ที่ไคทำนายไปเมื่อครู่

“เจ้าน่าให้เขาจับทั้งสิบสองใบ น่าเสียดายที่พลังของเจ้าไม่พอไม่งั้นเราอาจจะได้อะไรจากการดูชะตากรรมของชายผู้นี้ จากที่ดูแสดงว่าการเดินทางไปยังบ่อน้ำแห่งความรู้เพื่อเอาภาษาที่สาบสูญกลับมาเป็นเรื่องจริงไม่ใช่แค่ข่าวลือ และเขาคือคนในคำทำนายครั้งเก่าที่อาจารย์ของอาจารย์ข้าเคยทำนายถึง ไม่เช่นนั้นไพ่ใบนี้คงไม่ปรากฏออกมาให้เห็นนับตั้งแต่อัศวินมาไลฮา”หญิงชรากล่าวยาวเหยียดมองดูไพ่ใบที่ปรากฏมาให้เห็นเป็นครั้งที่สองของชีวิตนาง

นางฟ้าที่กำลังยิ้มอย่างมีไมตรีจิต ราวกับกำลังเฝ้ามองและอวยพรบางองค์ก็ถืออาวุธมากมายพร้อมที่จะไปไหนสักแห่ง ซึ่งน่าจะไปช่วยใครสักคนการที่ไพ่ใบนี้ปรากฏมันหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่แม้แต่เหล่าเทพยังต้องจับตาดูและช่วยเหลือ

            “แต่จากที่ดูเขาคงล้มเหลวมากกว่าสำเร็จ ยมทูตนั่นไม่ได้หมายถึงดุลลาฮานแน่”ศิษย์ตัวน้อยของหญิงชราเอ่ย นางเป็นศิษย์คนล่าสุดของหญิงชรา

            “ถูกต้อง แต่ก็สรุปไม่ได้หรอกนะว่าเขาจะล้มเหลวการตายไม่ใช่บทสรุปเสมอไป บางครั้งก็แค่จุดเริ่มต้น อย่างแวมไพร์หรือหมาป่า ข้าภาวนาให้เขาทำสำเร็จทีเถอะนะเราจะได้อะไรๆหลายๆอย่างกลับคืนมาสักที”หญิงชราเอ่ยพร้อมๆกับกุมมือภาวนาจริงๆศิษย์ทั้งสองคนก็ทำตาม โดยที่จิตใจของตนเองต่างคิดไปต่างๆนาๆ
------------------------------------------------------------
แก้ไขคำผิดครั้งที่ 1 ณ วันที่ 13/11/2554 


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 9 : คลาสวิญญาณ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2662 , โพส : 8 , Rating : 88% / 12 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 8 : ความคิดเห็นที่ 175
เอ่อ แล้วสรุปมันจะสำเร็จหรือล้มเหลวล่ะค่ะเนี่ย (อ่านต่อไป)
PS.  ชีวิตคนเรามันก็มีหลายอย่าง มีทั้งชอบและไม่ชอบและดีไม่ดี บางอย่างก็รับไม่ได้... ก็แหม เราไม่ใช่ผู้เฒ่าที่ปลงแล้วนี่นา ถึงจะได้ปล่อยวางได้น่ะ ;)
Name : Dreamever < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dreamever [ IP : 58.9.114.50 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2554 / 13:54
# 7 : ความคิดเห็นที่ 174

สนุกๆๆ

Name : pleza009 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pleza009 [ IP : 110.168.169.127 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ตุลาคม 2554 / 16:16
# 6 : ความคิดเห็นที่ 173
สนุกมากค่ะ
PS.  สนุกมากค่ะ
Name : [Op]Ko_Ke < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [Op]Ko_Ke [ IP : 223.205.116.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ตุลาคม 2554 / 14:38
# 5 : ความคิดเห็นที่ 172

ยังคงรอต่อไป T T

Name : nicedays < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nicedays [ IP : 124.120.114.174 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 พฤษภาคม 2554 / 22:50
# 4 : ความคิดเห็นที่ 171
มาต่อไวๆๆๆเเน้อ
PS.  เมื่อแสงสีทองจางหายไป....ก็ถึงยามความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์เข้ามาเยือน
Name : np47 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ np47 [ IP : 110.164.210.181 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤษภาคม 2554 / 20:49
# 3 : ความคิดเห็นที่ 170
สนุกค่า อัพต่อเร็วๆนะ
Name : shadow_strom < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ shadow_strom [ IP : 124.122.217.197 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2554 / 14:51
# 2 : ความคิดเห็นที่ 169
โอ๊ว...ยังคงความสนุก น่าติดตามตอนต่อไปอย่างยิ่ง
( มาอัพไวๆ อย่าให้ค้างนาน มันอึดอัด )
Name : แฝงไว้ซื่ง..... < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แฝงไว้ซื่ง..... [ IP : 118.174.59.178 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2554 / 13:03
# 1 : ความคิดเห็นที่ 168
การรอคอยอันยาวนานของรีดเดอร์ก็ได้เวลาอ่านสักที
Name : แฝงไว้ซื่ง..... < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แฝงไว้ซื่ง..... [ IP : 125.27.238.235 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2554 / 12:12
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android