[FIC GOT7] LABEL HOST {END }

ตอนที่ 14 : LABEL HOST ☆ CHAPTER 13 ☆ {END}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    4 เม.ย. 58



LABEL HOST


CHAPTER 13



#ฟิคลบฮ

 

 

                ร่างสูงโปร่งเปิดประตูเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยในอย่างเงียบเชียบที่สุด เขาเดินตรงไปยังเตียงนอน ส่งยิ้มบางพลางดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้กับผู้เป็นแม่อย่างระมัดระวัง


 

                “แม่ครับ...ขอโทษนะครับที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้มาหา...” แจบอมพึมพำเบาๆขณะกุมมือผู้เป็นแม่ซึ่งนอนหลับใหลอยู่บนเตียง สายตาของเขาสะดุดเข้ากับดอกกุหลาบสีชมพูในแจกันที่ดูสดใหม่เหมือนเพิ่งถูกนำมาเปลี่ยน ใบหน้าหล่อดันกรอบแว่นขึ้นให้พอดีกับระดับสายตาก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสดอกกุหลาบบนแจกัน



 

                “ของใคร?” เขาเปรยกับตัวเองแล้วจึงก้มมองจานผลไม้ที่ปอกเสร็จพร้อมทานคาดฟิล์มถนอมอาหารวางอยู่บนโต๊ะเพราะนอกจากเขาและเลขาส่วนตัวก็ไม่น่าจะมีใครแล้วที่รู้เรื่องอาการป่วยของแม่เขา ถ้าจะบอกว่าเป็นพยาบาลหรือหมอก็ไม่น่าเป็นไปได้เพราะว่าของที่นำมาเยี่ยมแต่ละอย่างดูหรูเกินไปและเหมือนถูกเลือกสรรมาอย่างดี


 

                “ของฉันเอง”



 

                น้ำเสียงนุ่มเรียบดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง แจบอมดูจะตกใจนิดหน่อยและถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่หันหน้ากลับไปแต่เขาก็จำได้ดีว่าเสียงนี้เป็นเสียงของใคร


 

                ปาร์คจินยอง...  





          “นายจะบอกฉันเมื่อไร และบอกได้ไหม...ว่าเกิดอะไรขึ้น?” จินยองปรายตามองคุณนายอิมที่ขยับพลิกตัว เมื่อแน่ใจว่าท่านยังหลับสนิทเขาจึงหันกลับมาหาแจบอมที่พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดแม้ว่าจินยองจะดูออกก็ตาม



                “...”


 

            “ไปคุยกันข้างนอก ฉันอยากให้ท่านได้พักผ่อน” จินยองพูดเรียบๆก่อนจะเดินนำออกไปรอนอกห้อง แจบอมพรูลมหายใจยาวออกมาอย่างคนหมดหนทางจะหลีกเลี่ยง เขามองตามหลังจินยองที่เดินออกไปก่อนแล้วค่อยเดินตามไป นี่สินะที่เขาเรียกกันว่า ความลับไม่มีในโลก







 








 

                “จินยอง...คือ...” แจบอมและจินยองเดินมานั่งในโซนร้านกาแฟของโรงพยาบาลโดยเลือกมุมหลบมาทางด้านหลังสวนหย่อมนิดหน่อยเพราะเป็นเขตปลอดคน จินยองไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มถามตามนิสัยของเขาที่มักชอบเป็นผู้ฟังที่ดีไม่ถามขัดขึ้นมาก่อนจะเล่าจบ แต่นั่นกลับยิ่งทำให้คู่สนทนาอย่างแจบอมไม่กล้าแม้แต่จะปริปาก



 

                “ฉันอยากรู้เรื่องทั้งหมดจากปากนายอิมแจบอม”

 

                “...”

 

                “ฉันพร้อมที่จะรู้ความจริงทุกอย่าง ฉันพร้อมที่จะเชื่อนายทุกคำพูด”


 

                “...”


 

                “แค่...แค่นายเป็นคนบอกกับฉัน ไม่ใช่ให้ฉันรู้เอาเองหรือว่ารู้จากปากคนอื่น ฉันแค่อยากรู้เหตุผลจริงๆที่นายทิ้งฉันในตอนนั้นฉันรู้ว่ามันต้องมีอะไรมากกว่าล้มละลายและมันต้องเกี่ยวข้องอะไรกับฉันสักอย่างแน่ๆ เพราะฉันไม่เชื่อว่านายจะทิ้งฉันไปเพราะเหตุผลแค่นั้น” จินยองโพล่งคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจออกมาจนหมด คำสันนิษฐานของจินยองถูกต้องทุกอย่าง...



 

แจบอมลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปกอดปลอบคนรักที่เริ่มสะอื้น จินยองของเขาภายนอกนั้นดูเข้มแข็งกว่าใคร แข็งแกร่งเหมือนกับเพชรที่ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็พร้อมที่จะรับทุกสถานการณ์ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงแต่เรื่องความแข็งแรงทนทานของมันจนลืมไปว่าทุกอย่างย่อมมีขีดจำกัด เพชรนั้นไม่เหมือนแก้วที่ว่าหากมีสิ่งใดสามารถทำลายมันได้...


 

มันจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และไม่สามารถหลอมรวมกลับมาเป็นเพชรได้อีก



 

เพราะฉะนั้น...มันถึงมีค่า   





                “ฉันจะบอกนายทุกอย่าง”

 

                “ฮึก...”


 

                “จะบอกทุกเรื่องที่นายอยากรู้” แจบอมลูบหลังคนรักในอ้อมแขนที่ซุกหน้าลงบนไหล่แกร่งเพื่อปิดบังความอ่อนแอ ที่น้อยคนนักจะได้เห็น และอิมแจบอมคือหนึ่งในนั้น










 

                รถหรูขับออกมานอกตัวเมืองโดยขับตามเส้นทางไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อน แจบอมเหลือบมองจินยองที่นั่งอยู่ข้างๆเป็นระยะๆ คนหน้าหวานขมวดคิ้วมุ่นแถมยังนั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่างคล้ายกับว่ากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ฝ่ามือหนาละมือข้างหนึ่งออกจากพวงมาลัยเพื่อเอื้อมไปกุมมือคนตัวเล็กกว่าและออกแรงบีบเบาๆให้เขารู้สึกผ่อนคลายความตึงเครียดลง



 

                รถยนต์หรูเคลื่อนมาจอดตรงหน้าบ้านเดี่ยวสองชั้นรั้วรอบขอบชิดติดชายทะเลแถบเมืองมกโพ ใบหน้าของจินยองเริ่มเต็มไปด้วยคำถามอีกครั้งแต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถามอะไรสักคำแจบอมก็เดินมาจับมือเขา ออกแรงดึงเบาๆให้จินยองเดินตามเขาเข้าไปในบ้าน



 

                น่าแปลกที่ภายนอกของบ้านนั้นดูเงียบเชียบราวกับไม่มีคน มองจากด้านนอกเหมือนเป็นแค่บ้านพักตากอากาศธรรมดาแต่ทันทีที่ผลักประตูเข้ามาผู้ชายสองคนในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองสีดำก็รีบกุลีกุจอเดินเข้ามาโค้งศีรษะทักทายแจบอม



 

                “วิกเตอร์อยู่รึเปล่า?”


 

                “อยู่ครับ เดี๋ยวผมจะขึ้นไปเรียนผู้กองว่าคุณแจบอมมานะครับ” ผู้ชายหนึ่งในสองคนนั้นพูดแจบอมก็ทำเพียงแค่พยักหน้ารับ



 

                “อ้อ เดี๋ยว... บอกวิกเตอร์ให้พาเขาลงมาด้วย” ผู้ชายคนนั้นก้มศีรษะให้แจบอมก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นสอง อิมแจบอมหันกลับมามองจินยองที่ทำหน้าเหมือนมีคำถาม



 

                “นายมีอะไรต้องทำก็ไปทำเถอะ ฉันต้องการคุยธุระส่วนตัว” ร่างสูงหันไปบอกคนที่แต่งตัวเหมือนบอดี้การ์ดแต่จากสรรพนามที่ใช้เรียกคนที่ชื่อวิกเตอร์แล้วมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ชายเหล่านี้จะเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ


 

                บ้านพักตำรวจ...ต้องคุ้มกันแน่นหนาขนาดนี้เลยเหรอ?




 

                “พ่อของฉันตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนรักสมัยมัธยมของเขาคนนึง...” แจบอมเปรยขึ้นหลังจากนายตำรวจนอกเครื่องแบบคนนั้นเดินออกไปแล้ว ภาพชายสองคนกอดคอกันพร้อมรอยปากกาขีดฆ่าแวบขึ้นมาในหัวของจินยอง หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นทั้งอยากรู้และไม่อยากรู้ มือบางเผลอกำแน่นเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว


 

                “เพื่อนคนนั้นของพ่อมีหนี้สินติดล้นพ้นตัว ร่ำรวยแค่เพียงเปลือกนอกเพราะเอาเงินไปลงกับการพนันจนหมด พอหมดหนทางจึงขายหุ้นให้กับพ่อของฉันเพื่อไปใช้หนี้”



 

                “...”


 

                “ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันจึงไว้ใจและอยากช่วยเหลือ...แต่สุดท้ายความไว้ใจก็กลับมาทำร้ายตัวเอง” แจบอมเริ่มคุมเสียงตัวเองไม่อยู่ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อเรียกสติกลับมาก่อนจะเล่าต่อ



 

                “เมื่อคนที่เรียกว่าเพื่อนใช้กลโกงสกปรกด้วยวิธีที่แยบยลโดยการใช้ทนายเข้ายื่นฟ้องว่าพ่อของฉันเอาเงินส่วนกลางของบริษัทไปใช้จ่ายส่วนตัวทั้งที่เขานั่นแหละที่เป็นคนเอาไป และหุ้นที่ผู้ชายคนนั้นขายให้พ่อฉันก็เป็นเพียงแค่ใบกระดาษง่อยๆเป็นสัญญาโมฆะที่ไม่มีลายเซ็นรองรับ อึก...” แจบอมเงยหน้าขึ้นเพื่อห้ามไม่ให้น้ำตาไหลออกมาแม้ว่าเสียงของเขาจะเริ่มไม่ไหวแล้วก็ตาม


 

                “บริษัทที่ควรจะเป็นชื่อของพ่อฉันโดยการถือหุ้น 80% กลับกลายเป็นของผู้ชายคนนั้นไปอย่างหน้าไม่อาย” แววตาโกรธเคืองฉายชัดอยู่บนใบหน้าของอิมแจบอม นัยน์ตาของเขาแดงก่ำเพราะพยายามอย่างหนักในการห้ามไม่ให้น้ำตาไหลออกมาเมื่อนึกถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวของเขาต้องเจอ



 

                “ครอบครัวของเราพยายามหาเงิน ขายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขายได้เพื่อมาสู้คดีไม่ให้พ่อติดคุกทั้งที่มัน...มันไม่ใช่ความผิดของพ่อฉันเลยสักนิด” หยดน้ำตาที่ฝืนทนกลั้นไว้มานานหลั่งไหลออกมาจากดวงตาภายใต้กรอบแว่นสีดำ ทางด้านจินยองเองก็ตกใจไม่น้อยกับเรื่องราวที่เขาได้ฟัง มือบางจับพนักพิงเก้าอี้ไว้เพื่อหาหลักยึดไม่ให้ทรุดลงไป ยิ่งเห็นแจบอมที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นน้อยๆเพราะกำลังร้องไห้ เขาก็อยากจะเอื้อมมือไปแตะ...อยากจะเข้าไปกอดปลอบ แต่ในตอนนี้แม้แต่จะมองหน้าแจบอมตรงๆ..เขายังไม่กล้าเลย



 

“จนมาถึงเงินก้อนสุดท้าย...เงินที่ได้มาจากการขายบ้าน...”


 

“...”


 

“พ่อของฉัน...”

 

“...”


 

“ฆ่าตัวตายเพื่อให้แม่เก็บเงินก้อนนี้เอาไว้ใช้ เพื่อที่ฉันและแม่จะได้ไม่ลำบาก”

 

“...”


 

“ท่านยิงตัวตายในห้องทำงาน พอตอนเช้าแม่ฉันเปิดประตูเข้ามาเจอศพของพ่อ ท่านก็ช็อกและก็กลายเป็นอย่างที่นายเห็น ครอบครัวของฉันสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างเพราะผู้ชายคนนั้นเพียงคนเดียว ฉันเข้าไปค้นเอกสารต่างๆในห้องทำงานของพ่อ เอกสารสำคัญที่ทำให้ฉันแทบกลายเป็นบ้า เอกสารซองสีน้ำตาลที่ส่งมาเยาะเย้ยด้วยชื่อของประธานบริษัทคนใหม่แต่เพียงผู้เดียว...” แจบอมเปิดพลิกหน้าแฟ้มไปเรื่อยๆก่อนจะหยิบซองกระดาษสีน้ำตาลออกมาส่งไปให้จินยอง มือเรียวรับมาอย่างกล้าๆกลัวๆแต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเปิดมันออก



“...”


 

“มันคือชื่อของนาย...ปาร์ค จินยอง”   





 

 

 

PARK GROUP CORPORATION

 

เนื่องจาก นายปาร์ค จินยอง เป็นผู้ถือหุ้นของปาร์คกรุ๊ปคอร์เปอเรชั่น โดยถือหุ้นมากกว่าครึ่งหนึ่ง

ซึ่งคือ 80 % จากผู้ถือหุ้นทั้งหมด นั่นส่งผลให้นายปาร์ค จินยอง กลายเป็นผู้ถือหุ้นสูงสุดและมีอำนาจ

ในการตัดสินใจใดๆก็ตามที่เกี่ยวกับบริษัทปาร์คกรุ๊ปคอร์เปอร์เรชั่นอย่างถูกต้องตามกฎหมายและชอบธรรม

จึงขอประกาศให้นายปาร์ค จินยอง เป็นประธานบริหารบริษัทปาร์คกรุ๊ปคอเปอเรชั่นแต่เพียงผู้เดียวนับแต่บัดนี้

 






 

 

จินยองน้ำตาไหลออกมาทันทีที่อ่านเนื้อความในใบประกาศจบ สองขาของเขาเหมือนคนไม่มีเรี่ยวแรง บริษัทปาร์คกรุ๊ปที่เขาไม่ค่อยได้สนใจเท่าที่ควรแท้จริงแล้วมันมาจากการ...โกงคนอื่น แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ทำให้จินยองเจ็บปวดมากที่สุดก็คือพ่อของเขาเป็นคนทำ พ่อที่ดีกับเขาและรักเขามากที่สุด พ่อที่จินยองนับถือทั้งรักและเคารพมาโดยตลอด




“แจบอม...ฉัน...คือฉันไม่รู้...ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดขอโทษนายยังไง” ใบหน้าหวานที่ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ความรู้สึกของจินยองตอนนี้มันตีกันหลากหลายไปหมด สิ่งที่พ่อของเขาทำกับประธานอิมและครอบครัวมันร้ายแรงจนจินยองรู้สึกว่าความเจ็บปวดจากการที่แจบอมทิ้งเขาไปในวันนั้นมันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดและปัญหาที่แจบอมต้องเจอ




“ฉัน...ฉันไม่รู้จะขอโทษนาย...” มือหนารั้งแขนคนตัวเล็กกว่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าเข้ามากอด ฝ่ามือหนาลูบศีรษะคนในอ้อมแขนแผ่วเบา เป็นเรื่องยากมากสำหรับแจบอมกับการหลงรักลูกชายของคนที่ทำลายครอบครัวของเขา แต่กลับเป็นเรื่องที่ยากกว่าหากต้องห้ามตัวเองไม่ให้รัก




“ฉันรักนาย...มันไม่ใช่เรื่องโกหก”



“ฉันรักนาย...ไม่ใช่เพราะต้องการแก้แค้นเหมือนในละครน้ำเน่า”



“ฉันรักนาย...เพราะฉันรักนายแค่นั้นเอง”




แจบอมผละจินยองออกจากอ้อมกอดก่อนนิ้วยาวจะไล้เช็ดคราบน้ำตาของคนตรงหน้าให้อย่างอ่อนโยน รอยยิ้มบางที่เรียวปากของแจบอมทำให้จินยองรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง เขาทั้งอยากขอบคุณและขอโทษคนตัวสูงตรงหน้านี้สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา




“จินยอง...” เสียงแหบแห้งสั่นๆของชายวัยกลางคนที่เพียงแค่ได้ยินเสียงแต่จินยองก็จำได้...จำได้ดี...          







 

“...คุณพ่อ” 

 















 

“จินยอง...” ใบหน้าหวานเบือนหน้าหนีไปทางอื่นโดยไม่ยอมแม้แต่จะหันมาสบตากับผู้เป็นพ่อซึ่งกำลังนั่งอยู่ตรงหน้า พ่อที่เขาต้องการจะเจอมาโดยตลอด พ่อที่เขาพยายามติดต่อไปหาแต่กลับติดต่อไม่ได้ ทั้งที่จริงแล้วอยู่ใกล้เขาแค่เอื้อมนี่เอง ไหนจะเรื่องที่เพิ่งได้ฟังมาอีก มันทำให้เขาปรับสีหน้าไม่ถูกว่าควรจะทำหน้าแบบไหนดี เขาควรจะดีใจที่ได้เจอพ่อหรือว่าเสียใจกันแน่




แจบอมที่นั่งอยู่ข้างกันเอื้อมไปกุมมือบางของคนตัวเล็กกว่า ส่งแรงบีบเบาๆเชิงให้กำลังใจมือเล็กที่กำแน่นเข้าหากัน แรงบีบเบาๆนั้นกำลังบอกให้จินยองเข้มแข็งและยอมรับทุกอย่างให้ได้แม้ว่าสิ่งที่เจอในวันนี้มันจะหนักกว่าทุกวัน แต่เขาก็ต้องผ่านมันไปให้ได้





“อดีตประธานปาร์คยักยอกเงินของบริษัทที่ร่วมลงหุ้นกับเพื่อนของตัวเองก่อนเปลี่ยนชื่อประธานบริษัทให้เป็นของลูกชายเพียงคนเดียวแล้วจึงนำเงินที่ได้จากการทุจริตไปเล่นการพนันที่ต่างประเทศ ติดหนี้นอกระบบมากมาย ถูกมาเฟียและพวกผู้มีอิทธิพลของต่างชาติหมายหัว กลายเป็นผู้ร้ายข้ามชาติ”




นายตำรวจนอกเครื่องแบบหน้าตาออกลูกครึ่งชื่อวิกเตอร์เป็นคนเริ่มเล่าเหตุการณ์โดยสรุป จินยองหันหน้ากลับมามองพ่อของตัวเองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย




“พ่อขอโทษจินยอง...พ่อขอโทษที่ทำให้ลูกผิดหวัง” นัยน์ตาของอดีตประธานปาร์คเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแววตาของเขาแสดงความเสียใจฉายชัดออกมาตามที่พูดจริงๆ จินยองพยายามหายใจเข้าลึกๆหลายครั้งเพื่อเรียกให้ตัวเองใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้





“ไม่มีวันไหนเลยที่พ่อจะไม่รู้สึกผิด ทั้งกับเพื่อน...ครอบครัวของเพื่อน และก็ลูกชายของพ่อ”





“...ฮึก”




“พ่อไม่เคยคิดอยากให้ลูกต้องมาเดือดร้อนกับคนอย่างพ่อ...พ่อเป็นพ่อที่แย่”





“แล้วพ่อทำแบบนั้นทำไม พ่อทำแบบนั้นไปทำไม!?” จินยองเหลืออดจนเผลอตวาดออกมาด้วยความเสียใจ อดีตประธานปาร์คได้แต่ก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น แจบอมดึงจินยองเข้ามากอดพยายามให้คนตัวเล็กใจเย็นแต่จินยองกลับผลักแจบอมออกแล้วระบายทุกความเสียใจของเขาที่มันมากเกินกว่าจะรับไหว  





“ผม...ฮึก ในสายตาของผม พ่อเป็นพ่อที่ดีที่สุด พ่อเป็นพ่อที่รักผมและผมรักมากที่สุด ผมคิดมาตลอดว่าแม่เป็นผู้หญิงไม่ดี แม่นอกใจพ่อแล้วก็มีผู้ชายคนอื่นจนมียูคยอมออกมา ฮึก”




“...”





“แต่ตอนนี้ผม...ผม...ฮึก สิ่งที่พ่อทำมันเลวร้ายยิ่งกว่าสิ่งที่แม่ทำซะอีก แม้แต่คนที่ผมเชื่อว่าท่านรักผมมากที่สุดกลับทำเรื่องเลวร้ายและไม่น่าให้อภัยที่สุด ผม...”






“จินยอง”




“ผมเกลี...”




“มากับฉัน” แจบอมรวบตัวปาร์คจินยองทั้งกึ่งลากกึ่งจูงคนดื้อดึงที่เอาแต่ร้องไห้โยเยออกมาสูดอากาศข้างนอกเผื่อว่าจินยองจะมีสติและใจเย็นมากกว่านี้






“แจบอม ปล่อย ฉันยังคุยกับพ่อไม่จบเลยนะ...แจบอม! จินยองออกคำสั่งพลางงัดแงะแกะมือของแจบอมที่จับไว้แน่นมากอย่างไม่มีทีท่าจะหลุดง่ายๆ




“นายไม่มีสติจินยอง”




“ฉันมีครบทุกอย่าง”





“ไม่มี ตอนนี้นายขาดสติและกำลังจะต่อว่าบุพการี ซึ่งจินยองคนที่ฉันรักเขาไม่มีวันทำกับพ่อตัวเองแบบนั้น” จินยองชะงักมือที่กำลังงัดแงะก่อนจะปล่อยโฮออกมาเต็มที่โดยไม่อายใคร ร่างบางทรุดลงไปนั่งกับพื้นหญ้าและปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา แจบอมปล่อยข้อมือของคนตัวเล็กให้เป็นอิสระแล้วจึงลงนั่งบนพื้นข้างๆ นิ้วยาวยื่นไปไล้เกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นสายอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลงง่ายๆ เขารู้...และเข้าใจว่าคนตรงหน้าของเขากำลังเจ็บปวดมากขนาดไหน






“พ่อของนาย...ท่านรักนายมากนะ” แจบอมดึงคนตัวเล็กที่เอาแต่ร้องไห้เข้ามากอดอีกครั้ง ลูบผมนิ่มเบาๆแล้วปลอบโยนคนในอ้อมแขนที่เอาแต่สะอื้นไห้  อยากใช้อ้อมแขนนี้ให้คนตัวเล็กไม่รู้สึกโดดเดี่ยว อยากใช้อ้อมแขนนี้ให้คนตัวเล็กแบ่งเบาความรู้สึกเจ็บปวดมาที่เขา





“ที่ท่านโอนให้บริษัทเป็นชื่อของนายไม่ใช่เพราะต้องการหลบหลีกอะไรตำรวจหรอกนะ แต่เป็นเพราะว่าถ้าประธานบริษัทเป็นชื่อของนาย ท่านจะกลับมายุ่งกับบริษัทและเงินงบประมาณของบริษัทไม่ได้อีกแล้ว ท่านอยากยกบริษัทนี้ให้นายจริงๆและคงคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์กับนายที่กำลังเรียนในอนาคต”





“...”





“ประธานปาร์ค เป็นพ่อที่ดีมากคนหนึ่ง เขาสามารถยกทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเขามีให้ลูกชายของเขาได้ ถ้ามันเป็นความสุขและความสบายของลูกชายเขา”





“...”




 

“เขายอมวิ่งหนีมาเฟียหัวซุกหัวซุนดีกว่ายอมให้ลูกชายของเขาต้องมารับรู้เรื่องราวไม่ดีของเขาเพื่อไม่ให้นายมีรอยด่างพร้อย ไม่ให้หัวใจของนายต้องเจ็บปวด เขาไม่อยากให้ลูกชายของเขาต้องมาเดือดร้อนด้วย ไม่สนใจเลยว่าชีวิตวันนี้พรุ่งนี้จะเป็นหรือจะตายขอแค่รู้ว่าลูกชายของเขายังอยู่ดีมีสุข”





“...”





“นั่นคือความเป็นพ่อที่ฉันนับถือในตัวของพ่อนาย...จินยอง” แจบอมผละจินยองออกจากอ้อมอกก่อนจะส่งยิ้มบางให้คนตัวเล็กที่หยุดร้องไห้แล้วแม้ว่าจะยังมีเสียงสะอึกสะอื้นอยู่บ้าง





“ฉันเป็นคนอื่น ฉันยังให้อภัยพ่อของนายได้”




“...”




“แล้วนายที่เป็นลูก จะให้อภัยท่านไม่ได้เลยเหรอ?” แจบอมไล้มือไปตามแก้มนิ่ม เช็ดคราบน้ำตาให้คนรักตัวเล็กที่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมาอีกรอบ





“แจบอม...”



“...”



“...ขอบคุณ ขอบคุณมากจริงๆ” ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มบางก่อนจะโน้มหน้าไปประทับลงบนหน้าผากเนียนของปาร์คจินยอง แขนเรียวโอบกอดคนตัวโตกว่าไว้แน่น เขารับรู้แล้ว...รับรู้แล้วว่าอิมแจบอมรักเขามากขนาดไหน












 

อดีตประธานปาร์คผู้เป็นพ่อของปาร์คจินยองเอาแต่นั่งก้มหน้าน้ำตาซึมอยู่ที่โต๊ะตัวเดิมโดยไม่พูดไม่จากับใครและไม่ขยับตัวหรือลุกไปไหนแม้แต่ห้องน้ำ เขาไม่รู้สึกโกรธเลยสักนิดถ้าหากจินยองจะโกรธจะเกลียดเขา มันเป็นเรื่องที่คนอย่างเขาสมควรจะต้องเจอแล้ว







จินยองและแจบอมเดินกลับเข้ามาในบ้านพักอีกครั้ง คุณพ่อของจินยองเงยหน้าขึ้นมาเมื่อเห็นว่าลูกชายของตนเดินกลับเข้ามานั่งที่ตามเดิม แววตาของคนเป็นพ่อดูดีใจที่ได้มองหน้าลูกชายใกล้ๆอีกครั้ง จินยองมองคุณพ่อของเขาน้ำตาคลอ







“ผม...ผมขอโทษครับพ่อ” ฝ่ามือผอมแห้งทำท่าเหมือนจะเอื้อมไปกุมมือลูกชายแต่ก็ชะงักลงเมื่อรู้สึกตัวว่าอาจจะทำให้ลูกชายต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้ จินยองจึงเป็นฝ่ายเลื่อนมือของเขาไปกุมมือผู้เป็นพ่อแทน ประธานปาร์คดูจะตกใจไม่น้อยแต่ก็แอบน้ำตาคลอเมื่อลูกชายยกมือของเขาขึ้นมากุมไว้ทั้งสองมือ







“พ่อ...พ่อรักลูกนะจินยอง นี่เป็นความจริงที่พ่อจะไม่มีวันโกหกลูก” จินยองยิ้มให้กับคำพูดของผู้เป็นพ่อ มือเล็กค่อยๆเลื่อนออกจากมือของผู้เป็นพ่อนั่นทำให้คนเป็นพ่อหน้าซีด แม้แต่แจบอมเองก็ยังไม่เข้าใจในการกระทำของจินยอง ฝ่ามือหนาเอื้อมไปคว้าแขนของคนตัวเล็กที่ลุกขึ้นจากเก้าอี้







“จินยอง...เราคุยกันเข้าใจแล้วไม่ใช่เหรอ?” จินยองส่งยิ้มให้แจบอมก่อนมือเล็กจะแกะมือของเขาออกบ้าง เด็กหนุ่มเดินอ้อมโต๊ะไปนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าผู้เป็นพ่อ ใบหน้าหวานส่งยิ้มทั้งน้ำตา  






“ผมก็รักพ่อครับ” ใบหน้าหวานพูดพร้อมกับสอดแขนเข้าไปโอบกอดอดีตประธานปาร์คที่เริ่มน้ำตาซึมขึ้นมาอีกรอบ สองแขนของชายอายุมากที่ดูไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงกลับเลือกที่จะยกขึ้นมาโอบกอดลูกชายของเขาเอาไว้ด้วยความรักทั้งหมดที่คนเป็นพ่อคนหนึ่งจะมอบให้แก่ลูกได้ทั้งชีวิต






แจบอมคลี่ยิ้มบางให้กับภาพตรงหน้าของสองพ่อลูก ความรักของคนเป็นพ่อนั้นมีค่าและยิ่งใหญ่แม้ว่าเขาจะไม่ได้สัมผัสกับความรู้สึกแบบนั้นอีกแล้วแต่เขาก็อยากให้คนที่เขารักมีโอกาสได้สัมผัสกับความรู้สึกนี้ ได้ใช้เวลาซึมซับความสุขตรงนี้ให้ได้มากที่สุด แค่จินยองมีความสุข เลือกที่จะโตขึ้น เลือกที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า แค่นั้นเขาก็มีความสุขแล้ว




 





 

 

 

“ในเรื่องของการสู้คดีความให้รอดพ้นจากความผิดคงเป็นไปไม่ได้แม้ว่าจะใช้ทนายเก่งสักแค่ไหนก็ตาม แต่อดีตประธานปาร์คคุณพ่อของคุณเขาก็เลือกที่จะใช้ชีวิตในเรือนจำหลังจากได้เจอหน้าคุณเพื่อชดใช้ความผิดเหล่านั้น...” วิกเตอร์ นายตำรวจเพื่อนสนิทของอิมแจบอมพูดกับจินยองขณะเดินมาส่งทั้งคู่ที่รถ






“แล้ว...ในนั้นจะลำบากรึเปล่า?” จินยองถามอย่างเป็นห่วงขณะนึกไปถึงสุขภาพและความสุขสบายของพ่อตัวเองเพราะท่านก็อายุมากพอสมควรแล้ว




“ขึ้นชื่อว่าคุกไม่มีที่ไหนสบายหรอก”



“...”




“แต่วางใจเถอะว่าคุณพ่อของคุณอยู่ได้ ผมจะคอยดูให้อีกแรงว่าท่านขาดเหลืออะไรรึเปล่า คุณสามารถไปเยี่ยมท่านทุกวันก็ได้นะถ้าคุณต้องการ หรือถ้าอยากเจอเป็นกรณีพิเศษผมจะลองขอผู้การให้ แต่แค่บางโอกาสเท่านั้นนะ” จินยองสีหน้าดูดีขึ้นหลังจากได้ฟังประโยคถัดมาของวิกเตอร์




“ขอบคุณมากครับ” จินยองกล่าวคำขอบคุณผู้กองหนุ่มลูกครึ่งซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแจบอมจากใจจริง



“ขอบใจมากวิกเตอร์ที่เป็นธุระจัดการให้หลายๆอย่าง” แจบอมตบไหล่เพื่อนสนิทด้วยความรู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ  




“เฮ้ย ไม่เป็นไร มันเป็นหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างฉันอยู่แล้ว” วิกเตอร์ตบไหล่แจบอมคืนด้วยน้ำหนักที่แรงกว่า ใบหน้าหล่อคมหัวเราะเบาๆที่น้ำหนักมือของเพื่อนสนิทคนนี้ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ก่อนที่เขาจะเดินไปขึ้นรถฝั่งคนขับพร้อมกับจินยองที่เดินไปนั่งอีกฝั่งเพื่อเตรียมกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองและใช้ชีวิตในแต่ละวันให้คุ้มค่าที่สุด










 

 

 

 


 

“ยกเลิกกฎห้ามมีความรัก!!?” แบมแบม มาร์คและแจ็คสันตะโกนออกมาพร้อมกันหลังจากได้ฟังสิ่งที่ยองแจเล่าเมื่อวางสายโทรศัพท์จากจินยอง ใบหน้าจิ้มลิ้มพยักหน้า ชเวยองแจเองก็แสดงสีหน้าความงงงวยออกมาไม่ต่างกันกับคนอื่นๆนักหรอก





“พี่จินยองโทรมาบอกให้ผมทำเอกสารใบรับสมัครเลเบิ้ลโฮสต์คนใหม่ที่จะมาทำหน้าที่แทนพวกเรา เพราะกฎใหม่ของพี่จินยองคือมีความรักได้แต่ห้ามมีแฟน ถ้ามีแฟนจะต้องออกจากการเป็นบอสเลเบิ้ลโฮสต์ แต่ว่า...ยังเป็นโฮสต์ในสังกัดของคลับอยู่ได้ตามเดิม” ยองแจเล่าตามสิ่งที่เขาได้รับคำสั่งมาจากผู้เป็นพี่ชาย  






“เหมือนโดนลดขั้นน่ะเหรอ?” แจ็คสันเลิกคิ้วพลางกระดกแบล็กเลเบิ้ลในมือเข้าปากจนหมดแก้วในคราวเดียวแล้วใช้หลังมือเช็ดปาก





“อื้อ น่าจะประมาณนั้น” ยองแจพยักหน้ารับพลางหยิบไอแพดขึ้นมาโน้ตรายการต่างๆที่จินยองสั่งไว้กันลืม





“เป็นลูกน้องคนที่เคยจิกหัวใช้ก็เสียเกียรติชายชาติทหารน่ะสิ ไม่เอาด้วยหรอก” แจ็คสันโวยต่อทันทีเมื่อนึกไปถึงว่าตัวเองจะต้องกลายมาเป็นโฮสต์ระดับคนทั่วไปที่ต้องรับแขกมากมายต่อวันจากที่เคยรับแขกแค่วันละคน ความรู้สึกวุ่นวายในหัวก็วกกลับมาในทันที





“แล้วใครบอกว่าหน้าที่ของเราคือโฮสต์ทั่วไปล่ะ...” ยองแจจิ้มๆหน้าจอไอแพดอีกสามสี่ครั้งก่อนจะวางมันลงและเงยหน้าขึ้นมาคุยกับผู้ร่วมวงสนทนาอีกสามคน มาร์ค แบมแบม และแจ็คสันต่างพากันจ้องเขม็งที่ยองแจเพื่อรอให้เขาพูดประโยคถัดไป




“ผู้คัดเลือกเลเบิ้ลโฮสต์ที่เหมาะสมกับเหล้าแต่ละชนิด...นั่นคือหน้าที่ใหม่ของพวกเรา”






 

 

 

เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งหยิบเสื้อผ้าประมาณหนึ่งออกมาวางกองเรียงรายบนเตียงแล้วจัดมันลงไปในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ใบหน้าหล่อสมวัยแบบเด็กวัยรุ่นทั่วไปเดินวนแล้ววนอีกเพื่อนึกว่าตัวเองลืมอะไรรึเปล่า





“นี่พาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน และก็บัตรเครดิต” ร่างเพรียวเดินเข้ามาในคอนโดส่วนตัวของน้องชายที่เขาเพิ่งซื้อให้เป็นของขวัญสอบติดมหาวิทยาลัยในเกาหลี ใบหน้าหวานเม้มปากเข้าหากันคล้ายกับมีเรื่องอยากจะพูด แต่ก็ไม่ยอมพูด





“ขอบคุณครับพี่จินยอง” คิมยูคยอมหันมากอดพี่ชายของตัวเองแล้วส่งยิ้มหวาน ใบหน้าหล่อน่ารักดูสดชื่นสดใสมากขึ้นกว่าแต่ก่อนจนจินยองอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาตามเขาบ้าง




“ดูสิ พี่เพิ่งซื้อคอนโดให้ ก็จะหนีไปเที่ยวซะงั้น เฮ้อ...สงสัยต้องปล่อยให้หนูแห่กันมาอยู่” จินยองแกล้งแซวน้องชายยิ้มๆ ยูคยอมรีบเอนศีรษะออดอ้อนพี่ชายแล้วเกาะแขนของเขาเหมือนตัวเองเป็นเด็กๆ





“โธ่ พี่จินยองครับ ผมแค่ไปหาแม่ช่วงซัมเมอร์ที่อเมริกา เดี๋ยวเปิดเทอมผมก็กลับมาเกาะพี่จินยองกินเหมือนเดิม” น้องชายคนเล็กของสามพี่น้องแห่งเลเบิ้ลโฮสต์พูดด้วยน้ำเสียงติดตลกจนโดนจินยองเขกศีรษะเบาๆไปหนึ่งที





“โตแล้วต้องรู้จักทำมาหากิน ถ้าไม่กลับมาช่วยงานที่ร้านจะไล่ให้ไปล้างจานร้านข้าวแกง”




“หูยยยย ใจร้ายกับน้องกับนุ่ง เดี๋ยวแช่งให้แฟนไม่รัก ให้พี่แจบอมมีสาวคนใหม่ ขาวๆอวบๆและที่สำคัญ...”




“อะไร?”



ยูคยอมไล่สายตาจากใบหน้าหวานๆของพี่ชายที่หวานสูสีแข่งกับผู้หญิงลงมาหยุดที่หน้าอกแล้วตะโกนออกมาเสียงดังฟังชัดเต็มโสตประสาทของจินยอง



“อึ๋ม!



ก่อนจะตามมาด้วยเสียงโอดร้องครวญครางของคิมยูคยอมที่ส่งเสียงดังไปทั่วทั้งคอนโดหรู




 












 

 

“เอ่อ...” เด็กหนุ่มในชุดนักศึกษานั่งตัวเกร็งแน่นิ่งไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหน สำเนาใบสมัครในมือถูกกำแน่นเพราะความตื่นเต้นที่เขากำลังนั่งอยู่ต่อหน้าผู้คัดเลือกตำแหน่งเรดเลเบิ้ลโฮสต์ของเลเบิ้ลโฮสต์คลับ




“เหตุผลอะไรที่คุณคิดว่าคุณเหมาะสมกับตำแหน่งเรดเลเบิ้ลโฮสต์เหรอครับคุณ...เตนล์ ชิตพล” แบมแบมอ่านชื่อในใบสมัครด้วยสีหน้านิ่งเรียบแม้ว่าในใจของเขาจะรู้สึกถูกชะตากับคนคนนี้อยู่ไม่น้อย




“เอ่อ...ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เห็นค่าจ้างเยอะดี ผมอยู่ต่างบ้านต่างเมืองด้วยก็เลยอยากหางานพิเศษทำเพราะค่าใช้จ่ายที่เกาหลีนี่...โคตรแพง แพงแบบโคตรๆ” ท้ายประโยคเขาพึมพำออกมาเป็นภาษาไทยบ้านเกิดแทนที่จะเป็นภาษาเกาหลี แบมแบมอมยิ้มนิดๆเพราะเขาฟังออกทุกคำทั้งภาษาเกาหลีและภาษาไทย ยิ่งได้คุยเขาก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตา




“ผมหมายถึงค่าใช้จ่ายสูงน่ะครับ สูงมากๆ” ผู้มาสมัครพูดกับแบมแบมเป็นภาษาเกาหลีอีกครั้งด้วยภาษาที่สุภาพและเป็นทางการ ใบหน้าหวานอมยิ้มจนแก้มกลมๆยกขึ้นไปดันตาให้หยีจนแทบเป็นสระอิ






“กรอกใบสมัคร อ่านเอกสารให้เรียบร้อยแล้วเซ็นที่ช่องนี้เลยครับ ผมตกลงรับคุณเข้ามาเป็นเลเบิ้ลโฮสต์” ใบหน้าหล่อหวานที่ดูออกจะน่ารักมากกว่า ตัวผอมๆหน่อยตามสไตล์เด็กไทยทำหน้าทึ่งๆ อึ้งๆเหมือนกับว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นเป็นความฝัน




“ตบหน้าผมหน่อย ผมอยากรู้ว่าผมฝันรึเปล่า”




“ผมตบคุณไม่ได้หรอกครับคุณชิตพล ยินดีต้อนรับเข้าสู่บ้านของเรา เลเบิ้ลโฮสต์คลับ...นะครับผม” ท้ายประโยคแบมแบมพูดเป็นภาษาไทยด้วยสำเนียงชัดเจนฟังชัดเต็มสองหูของผู้มาสมัคร เข็มกลัดอัญมณีสีแดงที่เคยเป็นของประจำตัวเขาถูกกลัดลงบนปกเสื้อนักศึกษาของคุณชิตพล หรือเตนล์ เรดเลเบิ้ลโฮสต์คนใหม่ของที่นี่ 









 

หากความกลัวเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณไม่กล้าที่จะรัก คุณก็จะไม่มีทางรู้จักความรัก

บทสรุปตอนท้ายอาจจะไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด แต่อย่างน้อยที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตคุณก็ได้เรียนรู้...ที่จะรัก











 





END

















 


TBC : มาแก้คำผิดค่ะ... OTL แต่งจบตั้งแต่วันที่ 30 มีนา 58 นะ 
เสียดายวันที่มาก ไม่อยากแก้เลย แต่มันติดเป็นนิสัย TT 

ปลาบปลื้ม จบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งทุกคู่ค่ะ
ขณะนี้
LABEL HOST เปิดจองรวมเล่มแล้วนะคะ
ในราคา 280 บาทรวมส่ง
ถูกมากค่ะอย่าลืมเก็บสะสมนะ ห้ามพลาดจริงๆปกที่ส่งมาประกวดสวยมากมิอยากจิโบกกกก
และเพราะอาจจะไม่มีรีปริ้นท์ 



ส่วนเรื่องปิดฟิคนั้น...คงไม่ปิดค่ะ จะเอาไว้ลง OS ต่อในชื่อธีม You are the music in me น่าจะสัก... 5 - 10 เพลง 
ทำใจไม่ได้ เคยดองมาตลอดชาติอยู่ดีๆมาแต่งจบ ฮรืออออ
ไปรีเควสเพลง รีเควสคู่กันในนั้นได้เลยนะคะ คู่่รีเควสได้แค่ 3 เด้อ
มาร์คแบม บีเนียร์ แจ็คแจ
เพราะนอกเหนือจากนี้พราวแต่งไม่ได้จริงๆค่ะ เวิ่นเยอะละป่ะ ขอ ปล.อีกหน่อย อย่าลืมซื้อฟิค ไปตอบคำถามแจกฟรีก็ยังดี อยากแจก 555555555555 

 

SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

769 ความคิดเห็น

  1. #746 wan62063 (@wan62063) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 10:56
    ดีใจอ่ะที่ทุกคู่จบแบบแฮปปี้
    #746
    0
  2. #735 WaterSweetNW (@namzazii) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 20:19
    ฮื่อออ เราพึ่งตามมาอ่านแค่ชอบมากๆๆๆๆๆๆเลย เสียดายที่เราพึ่งติ่งได้ไม่นานเลยไม่ได้อ่านเรื่องนี้ก่อน // ร้อง //
    #735
    0
  3. #732 Dream_my333 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 10:21
    สัส แฝงความคิดดีๆไว้เยอะมาก แจบอมแกทำให้เรารักพ่อ กับ แม่ขึ้นเยอะทำให้รุว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่รักลูก

    และข้อคิดตอนท้าย บาดใจมาก คือมันใช่มากค่ะ นับถือ
    #732
    0
  4. #720 Green-Plant (@Green-Plant) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 11:42
    อ่า......จบแล้วเหรอเนี่ย ใจหายเหมือนกันแฮะ

    เรื่องราวกระชับ สนุก มีมุมมองดี

    ทำได้ดีมากเลยล่ะ จบสวยด้วยนะ ชอบมากเลย
    #720
    0
  5. #679 Joobbie (@pangolin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 21:44
    แจบอมคือพ่อพระเทพบุตรตัวจริงเสียงจริง เป็นคนดีมากกกกกกก จินยองเข้าใจแล้วใช่มั้ย เห็นแล้วใช่มั้ยว่ารักแท้มีจริง 
    มาร์คแบมก็กลับมาแฮปปี้้เอนดิ้ง จบแล้ว อ่านวันเดียวจบเลบ ถึงจะมาอ่านทีหลังฟินทีหลัง ความสนุกและสิ่งที่ได้จากฟิคเรื่องนี้ยังรอให้นักอ่านหน้าใหม่เข้ามาหาอ่านนะ ชอบหลายๆประโยตในฟิคเรื่องนี้ อยากตอนที่แจ๊คแจถูกทำให้เข้าใจกันผิด แแต่ก็ผ่านมันไปได้ปละรักกันมากกว่าเดิม พอได้ก้าวข้ามปัญหาไปด้วยกันก็จะเจอแต่ความสุขอ่ะนะ ขอบคุณไรท์เตอร์มากสำหรับฟิคเรื่องนี้ จะทยอยอ่านเรื่องอื่นๆต่อไปนะคะ เพราะชอบสำนวนการเขียนการวางโครงเรื่องและการบรรยาย อ่านง่ายเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน สรุปสั้นๆคือชอบค่ะ ^^ 
    #679
    0
  6. #654 bewwwwwp (@maniaz) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 01:28
    ฟิคจบแล้วหรออออ ไม่นะน้องพราววววสว มีตอนพิเศษในเล่มใช่ป่ะคะ เดี๋ยวเจอกันนะงั้น >____< ยองกับปมจบแบบน้ำตาพรากมากกก มันสุขแบบเศร้าๆ บีบหัวใจป้ามาก มีเตนล์โผล่มาดัวยอะ ขอคู่ให้ด้วยมั้ย ตอนพิเศษก็ได้นะคะ 555555555 แอบใจหายหง่อ อ่านมานาน ฟิคจบแล้ว ฮืออออ เดี๋ยวไปตามคุณอาแจ็คสันกับครูซต่อน้าาา เป็นกำลังใจให้ค่ะ แจ็คแจ มาร์คแบม บีเนียร์จงเจริญ >____<
    #654
    0
  7. #653 pimpimpim1a (@pimpimpim1a) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:44
    พี่มาร์คเลิกล่าแต้มเรดแน่ละเนอะ 5555
    #653
    0
  8. #639 PiggyZL (@imjelly) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 19:04
    ต่อด้วยแทยงเตนล์เลยดีมั้ย-///-
    #639
    0
  9. #636 BF'EYE (@pathanan12345678) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 22:18
    อืมๆ เสียใจอ่ะ ไม่ได้ซื้อเรื่องนี้ เราเอาเรื่องอื่นแทน TTOTT ขอโตดด น้าาา
    #636
    0
  10. #629 BF'EYE (@pathanan12345678) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 09:57
    ทำเหมือนจะมีภาคต่อเลยเนอะ 55555555 ต่อของเตนล์เลอ
    #629
    0
  11. #625 ChocoMania (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 23:28
    จบมีความสุขทุกคู่เลย ดีจัง

    #625
    0
  12. #619 Twins_LuvSuJu (@crazy-korea) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มีนาคม 2558 / 20:57
    ใจหายจัง ฮืออ จบแล้วอ่า ทุกอย่างจบลงด้วยดี ดีใจที่ทุกคนได้เจอกับคนที่รักเขาจริง ๆ ^^
    #619
    0
  13. #616 Kaew Gurlie (@kaew3663) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มีนาคม 2558 / 16:54
    ในที่สุดก็จบแฮปปี้ทุกคู่ จินยองก็มาช่วยแจบอมดูแลคุณแม่แทนเนอะถือเป็นการช่วยไถ่บาปของคุณพ่อไปในตัว แจบอมพระเอกมากจริงๆ ตอนแรกมองว่าเป็นคนเจ้าเล่ห์แต่จริงๆ คือพระเอกมากอีก 2 คู่คือชีวิตดีโลกสีชมพูสวยหวาน น้องมี่ก็มีความสุขดีอ่านตอนจบแล้วอิ่มมากค่ะ ไม่ค่อยถนัดกับฟิคที่จบไม่สวยเท่าไหร่
    #616
    0
  14. #611 Twins_LuvSuJu (@crazy-korea) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 12:50
    อ่า คู่อื่น ๆ เค้ามีความสุขกันไปหมดแล้ว ทำไมคู่แจบอมจินยอง ยังหน่วง ๆ อยู่เลยน่าสงสารมาก ๆ เลย ต่อไปก็มีความสุขให้มาก ๆ นะ ปล.อ่า ไม่ทราบว่ายูคจะมีคนรักเหมือนคนอื่นเขาบ้างมั้ยคะ คือสงสารน้อง 5555
    #611
    0
  15. #608 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 16:20
    โอ้ แจบอมเป็นคนดีจังเลยยย
    #608
    0
  16. #607 ChocoMania (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 11:05
    ยอมใจ เจบีจริงๆ โดนขนาดนี้ยังให้อภัยได้

    สิ่งที่ยากที่สุดคือ การให้อภัย นี่ล่ะ
    #607
    0
  17. #606 cakELFishMT (@cakelfish13) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 08:39
    เจบีเป็นคนดีมาก เจบีมีขายมั้ยอยากได้คนนี้ จินยองใจเย็นๆเนอะ
    #606
    0
  18. #605 cReaMiiLY (@creamiily) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 07:12
    จะต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่งขนาดไหนกันนะถึงจะสามารถให้อภัยคนที่ทำร้ายครอบครัวตัวเองได้แบบแจบอม เราไม่ได้มองว่าแจบอมเป็นพระเอกละครน้ำเน่าเลยนะ เราว่าผู้ชายคนนี้ใช้ชีวิตอยู่บนหลักเหตุผลมาโดยตลอด และกาแสดงออกของแจบอมคือการแสดงออกของคนที่รู้เท่าทันใจตนเอง ยิ่งบีบยิ่งกำ ตัวเราเองละที่เจ็บ แจบอมเลือกที่จะคลายมือที่เคยกำไว้แน่น แล้วปล่อยให้วัฏจักรแห่งกรรมเป็นผู้กำหนด โยนความรู้สึกเจ็บปวดทั้งหมดให้ประธานปาร์คเป็นผู้แบกรับ ยุติความเกลียดชังด้วยคำว่าอภัย คนแบบนี้นี่แกร่งจริงๆนะ รักตัวละครนี้มากๆเลย รักตอนที่แจบอมเตือนสติจินยอง เรารู้สึกได้เลยถึงความรักที่โคตรยิ่งใหญ่ของแจบอม รักที่ไม่ใช่แค่รัก แต่เป็นความรักที่จะชักนำคนที่รักไปในทางที่ดี จินยองจะไม่มีวันมัวหมองทั้งกายและใจจากการรักคนๆนี้ ถ้าคำว่า "เกลียด" หลุดออกจากปาก จินยองก็กลายเป็นคนบาปทันที ความกดดันจากความรู้สึกผิดหวังในตัวพ่อ ค.รู้สึกผิดต่อแจบอมและแม่ มันทำให้จินยองเลือกที่จะแสดงออกแบบนี้ ดีใจที่แจบอมทำให้จินยองยั้งความคิดด้านร้ายนั้นได้ จากนี้ก็คงมีแต่สิ่งดีดีเข้ามาแล้วใช้มั้ย สองจอ :)))) // รอติดตามนะคะ
    #605
    0
  19. #604 BF'EYE (@pathanan12345678) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 01:14
    โอ๊ยยยยย บีนี่ก็ดีจิง เค้าทำงั้นกับครอบครัวก็ให้อภัยเค้า พ่อเนียร์ก็ดีนะ แล้วจะไปติดการพนันไม ไม่ติดจะดีมาก ใช่มั้ย
    #604
    0
  20. #602 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 22:01
    โอ้โหหหเจบีเป็นคนดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก มากกว่านี้ก็เทวดาแล้วหละจริงๆนะ คือพ่อจินจองทำให้ครอบครัวเจบีสุญเสียขนาดนี้ แต่เจบีรักจินยองด้วยความจริงใจอะ คือดีมากดีที่สุด อ่านแล้วอึ้งเลย อึ้งในความดี

    แล้วคุณพ่อจินยองมาคือ ..........
    #602
    0
  21. #587 Mint.coz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 16:10
    อ้าวพ่อจินยองมา แล้วจินยองกับแจบอมจะได้รักกันต่อไหม
    #587
    0
  22. #583 BF'EYE (@pathanan12345678) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 04:32
    เหยยยยยย สงสารเลยอ่ะ ปาร์คจินยอง นี่ก็คือ เนียร์ อ่อ หรือ ประธานปาร์ค จากที่อ่านๆมาเนียร์นั่นแหบ่ะเนอะ
    #583
    0
  23. #581 ` (vanillashake) -? (@fernnie1) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 20:21
    โฮฮฮฮ พี่บี๋น่าสงสารมากอ่ะ T^T
    #581
    0
  24. #580 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 13:16
    รออ่านเหตุผลของแจบอมนะคะ
    #580
    0
  25. #579 Bean_6 (@inspiration-vp) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 09:58
    อู้ววววววว อยากอ่านต่อแล้วค่าาาาาาาาา TT
    #579
    0