[FIC GOT7] LABEL HOST {END }

ตอนที่ 4 : LABEL HOST ☆ CHAPTER 3 ☆

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,380
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    24 ก.ย. 57


LABEL HOST

CHAPTER 3

#ฟิคลบฮ




 

                สถานที่นัดของหุ้นส่วนรายนี้ถูกโทรมาเลื่อนเป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งไม่ใช่ที่เลเบิ้ลโฮสต์คลับ จินยองดูจะไม่ค่อยพอใจกับการขอเลื่อนนัดโดยไม่แจ้งล่วงหน้านี้สักเท่าไร แต่เพราะผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นหากหุ้นส่วนรายนี้ยอมตกลงเซ็นสัญญากับเลเบิ้ลโฮสต์คลับมันมากมายชนิดที่จินยองไม่สามารถประเมินค่าออกมาเป็นตัวเลขได้ เขาจึงตกลงมาตามนัดที่โรงแรมชื่อดังย่านคังนัม มันอาจไม่น่าแปลกใจสำหรับจินยองเท่าไรนักหากห้องที่นัดมามันไม่ใช่ห้องนอนสุดหรูแบบนี้ แทนที่จะเป็นห้องจัดเลี้ยงหรือห้องประชุมธรรมดามากกว่า






 

                “ท่านประธานเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศเมื่อคืน เลยอยากจะพักผ่อนเป็นการส่วนตัว คุณจินยองคงไม่ขัดข้องเรื่องสถานที่นัดใช่ไหมครับ?” เลขาหนุ่มรูปร่างผอมสูงใส่แว่นกรอบหนาจนดวงตาลึกโหลแถมยังมีรอยคล้ำที่ใต้ดวงตาชัดเจนคงเป็นผลมาจากการอดหลับอดนอนเพราะตรากตรำทำงานหนัก นี่ถ้าไม่ติดว่าบุคลิกดูเฉิ่มๆเชยๆจินยองอาจจะทาบทามเขาไปเป็นโฮสต์ที่คลับแล้วก็ได้







 

                “ไม่มีปัญหาครับ” จินยองมีความเป็นมืออาชีพมากกว่าที่ใครคิด สัญญาที่ทางบริษัทอิมบาลานซ์เอนเตอร์ไพรซ์เสนอกับเขามานั้นมันน่าสนใจ ทั้งเรื่องผลประโยชน์ที่เลเบิ้ลโฮสต์เป็นต่อกว่าและเสรีภาพในการตัดสินใจทางด้านบริหารจะยังขึ้นอยู่กับจินยองแต่เพียงผู้เดียว นับเป็นข้อเสนอที่ไม่เลวเลยทีเดียวที่จินยองจะยอมเสียเวลาเพื่อมานั่งรอแบบนี้







                “เอ่อ...คือเด็กเพิ่งโทรมาบอกว่าท่านประธานเพิ่งออกจากห้องซาวน์น่า...”





 

                ก็ดี...จะได้รีบเซ็นสัญญาให้จบและเขาจะได้กลับสักที





 

                “...แล้วก็ต่อด้วยนวดสปา คงอีกสักชั่วโมงนึง เอ่อ...คุณจินยอง...”




 

                นี่ท่านประธานอะไรนั่นคงไม่ได้คิดจะกวนประสาทคนอย่างปาร์คจินยองหรอกใช่ไหม?





 

                “ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้” ร่างสูงเพรียวสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อระงับอารมณ์ เลขาตัวสูงผอมตะกุกตะกักพูดคล้ายกับกลัวว่าจินยองจะระเบิดอารมณ์ใส่ตัวเองเข้าเสียก่อน ก็กิตติศัพท์ของจินยองใช่ว่าจะธรรมดาซะที่ไหนกันล่ะ








 

                “คือ...ท่านประธานบอกว่าให้เชิญคุณจินยองไปนวดสปาด้วยกัน...ครับ” เลขาตัวผอมคนเดิมพูดต่อคำพูดนั่นทำให้จินยองขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจในการกระทำของท่านประธานบริษัทคนนี้เลย













 

               

                กลิ่นน้ำมันอโรมาหอมระเหยคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นกำยาน ไม่ได้ฉุนจนรู้สึกแสบจมูกแต่ก็พอทำให้หัวสมองโล่งจนไม่อยากคิดอะไร ใบหน้าหวานค่อนไปทางสวยมากกว่าหล่อตามแบบชายหนุ่มทั่วไปชำเลืองมองไปยังฉากกั้นบางๆสีขาวโปร่งแสงที่แสดงให้เห็นเลือนรางว่ามีคนกำลังนอนคว่ำหน้าคอยให้พนักงานนวดหลังให้เพื่อผ่อนคลายทุกสิ่งอย่างอย่างสบายใจจนจินยองแอบหมั่นไส้นิดๆ แต่จะว่าไปจินยองเองก็ห่างหายจากการทำสปามานานเพราะมัวแต่วุ่นเรื่องหาเรดเลเบิ้ล การนวดผ่อนคลายอาจจะทำให้ความเครียดที่สะสมมานานทุเลาลงก็ได้









 

                “ถอดชุดคลุมแล้วนอนคว่ำลงได้เลยครับ” พนักงานนวดบอกกับเขาอย่างสุภาพพลางก้มหน้ามองพื้นเพื่อให้ลูกค้าไม่รู้สึกเขินอาย มือเรียวถอดชุดคลุมสีขาวออกพาดวางไว้บนชั้น ผิวขาวนิ่มเผยออกสัมผัสอากาศอบอุ่นภายในห้องสปาเหลือเพียงแค่ชั้นในตัวจิ๋วสีขาว ขาเรียวยาวก้าวขึ้นไปนอนคว่ำหน้าลงให้แผ่นอกสัมผัสกับฟูกและคางเกยบนหมอนนิ่ม ผ้าขนหนูสีขาวถูกคลุมขึ้นไปจากปลายเท้าจนถึงเอวบางโดยพนักงานนวดสปาก่อนที่จะเริ่มต้นขั้นแรกด้วยการทำความสะอาดผิวเนียนอย่างชำนาญ เปลือกตาบางคลายความเหนื่อยล้าโดยการปิดมันลงและปล่อยให้กลิ่นหอมของน้ำมันระเหยช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาตลอด นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้มีเวลาดูแลตัวเองแบบนี้...








 

                สบาย...



 

                นั่นเป็นความรู้สึกที่จินยองสัมผัสได้ถึงความผ่อนคลาย น้ำหนักจากแรงกดที่นิ้วมือไล้ไปตามผิวเนียนนุ่มอย่างเบามือเพื่อไม่ให้เผลอลงน้ำหนักมากเกินไปจนอาจจะทำให้ผิวขาวๆนั่นเป็นรอยช้ำ จินยองปรือตาขึ้นมองเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเผลอหลับนานเกินไปแล้ว ใบหน้าหวานหันไปมองคนที่นอนนวดอยู่เตียงข้างกันแต่ก็ต้องเบิกตาโพลงเพราะเขาคนนั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงแค่เตียงนอนว่างเปล่ากับรอยยับของผ้าจากการใช้งาน ร่างบางรีบลุกพรวดขึ้นมาพลางหันไปหาพนักงานคนเดิมที่นวดให้เขา






                “ผู้ชายคนนั้นไปไหนแล้ว?”


 

                “กลับไปรอคุณที่ห้องแล้วครับ” จินยองจิ๊ปากอย่างขัดใจ นี่จงใจเล่นสงครามประสาทกับเขาอยู่รึไงนะ ร่างสูงเพรียวลุกจากเตียงแล้วคว้าเสื้อคลุมมาสวมก่อนจะเดินออกไปจากห้องนวดสปาเพื่อตรงกลับไปยังห้องเดิม ถ้าคราวนี้ไม่เจออีกนะ เขาจะกลับจริงๆด้วย ไม่ต้องซงต้องเซ็นมันละสัญญาน่ะ



 

 

แกรก...

 

                จินยองเปิดประตูห้องเดิมที่ไม่ได้ล็อกเหมือนกับกำลังรอการมาของเขา ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวยืนหันหลังให้กับประตู ในมือของเขามีเครื่องแก้วที่ทำจากคริสตัลชวารอฟสกี้ภายในบรรจุของเหลวใสสีอำพันแต่แค่ดูจากความเข้มของสีจินยองก็มั่นใจว่าของเหลวในแก้วนั้นคือโกลด์เลเบิ้ลแน่นอนอย่างไม่มีผิดเพี้ยน



 

                “ผมว่าเรามาคุยเรื่องสัญญากันดีกว่า นี่ก็เลยเวลานัดมามากแล้ว” สำหรับคนที่มีเวลาเป็นเงินเป็นทองอย่างจินยองการพูดตรงประเด็นเพื่อประหยัดเวลาในการสื่อสารจึงเป็นสิ่งที่เขาควรทำมากที่สุด นาฬิกาบอกเวลาเกือบสี่โมงเย็นซึ่งใกล้เวลาเลิกเรียนของยูคยอมยิ่งทำให้เขาอยากจะจบเรื่องนี้เร็วๆเพราะไม่อยากให้น้องชายต้องรอนาน



 

                “อ๊ะ...จะทำอะไรน่ะ” ข้อมือเล็กถูกรวบเข้าหากันโดยที่จินยองไม่ทันระวังตัว ข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยเชือกจากบุคคลที่สามที่โผล่มาทางด้านหลัง ผ้าปิดตาสีดำถูกสวมทับลงมาจนจินยองมองไม่เห็นแม้แต่แสงสว่าง มือเล็กพยายามแกะเชือกแต่ก็ไม่เป็นผล ร่างสูงโปร่งหันกลับมาพลางพยักหน้าลงนิดหนึ่งเป็นเชิงบอกให้คนของตัวเองออกไปได้แล้ว เสียงปิดประตูก่อนจะตามมาด้วยเสียงล็อคทำให้จินยองรู้สึกหวาดวิตก นี่เขาประมาทเกินไปหรือเนี่ย...



 

                “รสชาติของโกลด์เลเบิ้ลจะถูกดึงออกมาให้อร่อยที่สุดด้วยอะไร?”น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่จินยองรู้สึกได้ว่ามันใกล้มากดังขึ้นท่ามกลางความเงียบแถมน้ำเสียงนั้นยังให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เพียงแต่นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหน



 

                “ด้วยอะไร?” เสียงนั้นถามซ้ำอีกครั้งเพราะจินยองไม่ยอมตอบ ใบหน้าหวานมุ่นคิ้วก่อนจะตอบออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก


 

                “ช็อกโกแลต”


 

                รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นอย่างพอใจในคำตอบ นิ้วเรียวยาวส่งช็อกโกแลตสีน้ำตาลเข้มชิ้นเล็กพอดีคำเข้าไปในปากคนตัวบางก่อนจะทาบทับริมฝีปากลงไปอย่างใจเย็น จินยองพยายามจะเบี่ยงหน้าหนีแต่กลับถูกฝ่ามือหนาประคองแก้มนุ่มทั้งสองข้างไว้ไม่ให้หลีกหนีจากสัมผัสที่เขาตั้งใจมอบให้ กลีบปากนุ่มบดคลึงริมฝีปากหวานให้เผยอออกเล็กน้อยก่อนที่เรียวลิ้นร้อนจะสอดแทรกเข้ามากวาดต้อนรสชาติหอมหวานของช็อกโกแลต รสชาติอ่อนๆของโกลด์เลเบิ้ลที่ผสมผสานกับช็อกโกแลตอย่างลงตัวในเรียวปากของจินยองเป็นรสชาติที่เขาชอบมันมากที่สุด ชอบมากกว่าการดื่มในเครื่องแก้วราคาแพงเสียอีก



 

                “...อิมแจบอม”


 

                “ครับ...ที่รัก” 
 

 

25%

 

               
                  มือหนาลูบไล้ไปตามใบหน้าเนียนอย่างเบามือ จินยองไม่มีท่าทีตื่นกลัวหรือแสดงสีหน้าท่าทางใดๆออกมาให้คนตัวสูงกว่าจับสังเกตได้เลยสักนิด นิ้วยาวบรรจงถอดผ้าปิดตาออกให้อย่างระมัดระวัง นัยน์ตาคู่สวยเปิดเปลือกตาขึ้นมองจ้องหน้าเขาช้าๆ แววตาดุดันดูมีอำนาจราวกับสามารถมองทะลุความคิดของคนได้แต่นั่นใช้ไม่ได้กับคนคนนี้...อิมแจบอม




 

                “นึกว่าตายไปแล้ว” คำทักทายจากริมฝีปากบางทำให้แจบอมหัวเราะออกมาน้อยๆ จินยองยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนนับตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าหล่อออกหวานชวนหลงใหล สายตาที่มีอำนาจให้คนเกรงขาม น่าแปลกที่สายตานั่นกลับรับกันได้ดีกับแพขนตาหนายาว ไหนจะยังริมฝีปากบางเย้ายวนสีชมพูเกือบแดงชวนให้คนมองอยากจะลองลิ้มชิมรสชาติความหอมหวานซ้ำไปมาอย่างคนไม่รู้จักเบื่อ และเหมือนจินยองจะรู้ตัวว่ากำลังถูกจ้องมองด้วยสายตาแบบไหนเขาจึงเสมองไปทางอื่น






 

                “เขินเหรอ?” นิ้วเรียวยาวเชยคางคนตัวบางขึ้นมาสบตา ใบหน้าหล่อคมคายเลื่อนมาใกล้จนปลายจมูกแตะกันเพียงแผ่วเบาก่อนที่จินยองจะเบี่ยงหน้าหนีไปอีกทาง




                “ขยะแขยง” คำตอบจากริมฝีปากบางเรียกรอยยิ้มที่มุมปากของแจบอมได้เป็นอย่างดี มือหนาคว้าเอวคนตัวบางเข้ามาแนบชิดก่อนจะจรดปลายจมูกลากไล้ไปตามแก้มนิ่มที่เห่อร้อนขึ้นมาทุกครั้งที่โดนสัมผัส



 

                “ปล่อยมือฉันก่อน...นะ” จินยองออกคำสั่งอย่างหัวเสีย เขารู้ว่าสถานการณ์แบบนี้เขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างจังและคงไม่มีสิทธิ์ต่อรองใดๆด้วยซ้ำจึงต่อเติมท้ายประโยคให้ดูซอฟท์ลงมานิดหนึ่ง ใบหน้าหล่อผละออกจากดวงหน้าหวานที่กำลังอ้อนวอนเขาก่อนท่อนแขนแกร่งจะโอบกอดร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมแขนพลางเอื้อมไปปลดเชือกที่ข้อมือเล็กให้เป็นอิสระแต่พันธนาการร่างนั้นไว้ด้วยอ้อมแขนของเขาแทน



 

                “จินยอง...” ร่างบางในอ้อมแขนไม่ได้ขัดขืนอะไร ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งสอง ใบหน้าหล่อซุกหน้าตัวเองลงกับไหล่บางแต่ไม่ได้ล่วงเกินมากไปกว่าแค่ขอยืมที่พักพิง เสียงชีพจรที่เต้นอย่างเป็นปกติมาตลอดบัดนี้กลับเต้นเร็วและแรงจนสัมผัสได้ถึงกันและกัน ลมหายใจอุ่นที่รินรดอยู่ตรงซอกคอทำให้จินยองต้องเป็นฝ่ายผละออกจากอ้อมกอดนั่นเพื่อไม่ให้เขาสูญเสียความเป็นตัวเองไปมากกว่านี้




                “เซ็นซะ” ร่างสูงเพรียวตรงไปหยิบเอกสารที่วางไว้บนโต๊ะพร้อมกับปากกาทองคำของเขามายื่นให้กับคนตัวโตกว่า แจบอมพรูลมหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะยิ้มพรายและเดินไปนั่งบนโซฟาพลางรินโกลด์เลเบิ้ลขึ้นจิบอย่างสบายใจ



 

                “อย่าลีลาอิมแจบอม” ร่างบางเดินตามมานั่งพร้อมกับเลื่อนเอกสารไปให้เขาเซ็น ใบหน้าหล่อยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนตัวบางก่อนจะประกบริมฝีปากลงไปบนเรียวปากสวยที่เย้ายวนอยู่ตรงหน้า จินยองเผยอปากออกนิดหน่อยอย่างรู้งาน เครื่องดื่มรสหวานเฝื่อนถูกถ่ายเทจากริมฝีปากหนาไปยังเรียวปากบาง จินยองเก็บเกี่ยวทุกหยาดหยดของโกลด์เลเบิ้ลให้ไหลไปตามลำคอได้อย่างชำนาญสมกับเป็นผู้ถือครองตำแหน่งโกลด์เลเบิ้ลโฮสต์ มือเรียวดันแผ่นอกคนตัวโตกว่าให้นอนราบไปกับโซฟาในขณะที่ริมฝีปากก็ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง มือหนาสอดแทรกเรียวนิ้วยาวผ่านชุดคลุมอาบน้ำเข้าไปสัมผัสกับเอวบาง




 

จินยอง...นุ่มไปทั้งตัวเลยจริงๆ  



 

“เซ็นสิ...” ริมฝีปากบางผละออกมาพลางกล่าวย้ำชิดริมฝีปาก มือเรียวเอื้อมหยิบปากกามายัดใส่มือคนตัวโตที่กำลังกอบโกยเอาอากาศเข้าสู่ปอด



 

เขากำลังเล่นกับของแรงจริงๆด้วย...





 

“ทำให้ฉันยอมเซ็นให้ได้...ด้วยปากของนายสิ” เรียวปากบางยกยิ้มอย่างถูกใจ ไม่เคยมีใครกล้าท้าทายอำนาจของเขานอกจากคนคนนี้...แค่เขาคนเดียว 

 



 








 

“สิ่งที่จะหลอมเหลวทองคำได้คือความร้อนที่เหนือกว่าจุดเดือด แล้ว...นายมีรึเปล่าล่ะอิมแจบอม?” ริมฝีปากบางนั้นกล่าวเป็นประโยคสุดท้ายก่อนจะเดินถือเอกสารสำคัญเข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกมาอีกครั้ง ใบหน้าหล่อนั่งมองดวงหน้าหวานที่ส่งยิ้มให้เขาแค่เพียงมุมปากก่อนมือเรียวจะเปิดประตูออกไปพร้อมกับเอกสารในมือ แจบอมหัวเราะเบาๆในลำคอพลางจัดชุดคลุมให้เข้าที่




 

“มีสิ...ความร้อนน่ะฉันต้องมีเหนือกว่านายอยู่แล้วจินยอง”   


 

57%


 

มือเล็กเอื้อมหยิบอาหารกึ่งสำเร็จรูปหลากชนิดแบบโหลแพ็คใหญ่ลงในรถเข็นของห้างสรรพสินค้าขนาดกลาง เนื้อสัตว์แช่แข็งต่างๆถูกหยิบยกขึ้นมาเช็ควันหมดอายุก่อนจะวางลงบนรถเข็น สองเท้าเล็กก้าวเดินไปเรื่อยๆพลางมองนู่นมองนี่ไปเรื่อยเปื่อยอย่างคนมีเวลาว่าง เด็กหนุ่มหน้าตี๋ในชุดนักศึกษาหยิบขนมมากมายลงรถเข็นจนมันเริ่มจะเพิ่มพูนจนเกือบล้นออกมา





 

“อ๊ะ ขอบคุณครับ” กล่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไหลลงมาเกือบจะโดนศีรษะของคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งเลือกปลากระป๋องโดยลืมระวังตัว มือหนาเอื้อมมาคว้ากล่องบะหมี่ไว้ได้ทันทำให้คนตัวเล็กหันไปกล่าวขอบคุณเบาๆทั้งที่ยังไม่ได้เงยหน้ามองเขาเลย





 

“พี่แจ็คสัน” เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ ยองแจจึงเงยหน้ามองผู้ชายร่างสันทัดที่พยายามยัดกล่องบะหมี่ลงไปในช่องว่างของรถเข็นไม่ให้ไหลออกมาอีก




 

“นี่กิจกรรมยามว่างหลังเลิกเรียนของนายเหรอ?” แจ็คสันหัวเราะเบาๆหลังจากยัดกล่องบะหมี่ลงรถเข็นได้สำเร็จ ยองแจมุ่นคิ้วเข้าหากันเพราะเหมือนเสียงหัวเราะนั่นกำลังเยาะเย้ยเขาอยู่ยังไงไม่รู้ ใบหน้าน่ารักจึงทำเป็นเมินแจ็คสันแล้วหันไปให้ความสนใจกับปลากระป๋องตรงหน้าแทน





“ซื้อไปขายรึไงเยอะขนาดนี้?” แจ็คสันลงนั่งยองๆข้างคนตัวเล็ก มือซนหยิบนู่นหยิบนี่ดูจนเกือบจะทำตกหลายต่อหลายครั้งทำเอายองแจใจหายใจคว่ำไปหลายรอบ




 

“ถือดีๆสิ เดี๋ยวก็ตกแตก” มือเล็กแย่งขวดซอสมะเขือเทศมาจากมือแจ็คสันแล้วเดินหอบไปใส่บนรถเข็นก่อนจะหันกลับมาเลือกปลากระป๋องต่อ





 

“แค่ปลากระป๋องต้องใช้ความคิดขนาดนั้นเลยเหรอ?” แจ็คสันมองจ้องปลากระป๋องหลากหลายยี่ห้อที่โชว์หราวางอยู่บนชั้นอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมยองแจต้องให้ความสำคัญกับมันมากขนาดนั้น




 

“ผมแค่คิดถึงอะไรบางอย่าง พี่ไม่รู้อะไรก็เงียบเหอะ” ยองแจหันมาแวดใส่แจ็คสันแล้วหยิบปลากระป๋องมายัดใส่รถเข็นอีกสองแพ็คก่อนจะเดินเข็นรถเข็นไปที่แคชเชียร์โดยมีแจ็คสันเดินตามอยู่ด้านหลัง




 

“ทั้งหมดแปดพันสามร้อย...”



 

“นี่ครับ” บัตรเครดิตถูกยื่นให้กับพนักงานตั้งแต่ยังไม่ทันจะพูดราคาจบ ยองแจหันไปขมวดคิ้วใส่แจ็คสันอย่างไม่พอใจแล้วหยิบบัตรเครดิตจากพนักงานส่งคืนให้แจ็คสัน




 

“อวดรวย เป็นป๋ารึไง?” แจ็คสันดึงบัตรออกจากมือยองแจแล้วส่งให้พนักงานอีกรอบ มือหนาคว้าข้อมือคนตัวเล็กไว้แล้วหันไปพยักหน้ากับพนักงานเป็นเชิงว่าให้ใช้บัตรเครดิตของเขาได้เลย




 

“ก็แค่จะซื้อของให้แฟน ผิดเหรอ?” แจ็คสันจรดลายเซ็นลงบนใบเสร็จที่พนักงานยื่นให้ก่อนจะดึงข้อมือคนตัวเล็กให้ออกมายืนรอรับของอีกฝั่งเพื่อให้ลูกค้าคนอื่นได้ชำระเงิน




 

“ผมไม่ใช่แฟนพี่” ยองแจดึงข้อมือกลับแล้วหันไปให้ความสนใจกับสินค้าที่ถูกแพ็คใส่ถุงแทนการสนทนากับแจ็คสัน ใบหน้าน่ารักพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกตินัยน์ตาเรียวรีชำเลืองมองรถเข็นสแตนเลสที่สะท้อนให้เห็นว่ามีคนกำลังมองมาที่พวกเขาอยู่ซึ่งยองแจรู้ดีว่านั่นเป็นคนของพี่จินยองที่ส่งมาเพื่อดูแลความปลอดภัยให้เขาแต่มันกลับอันตรายในความสัมพันธ์ของเขากับแจ็คสัน...ที่ไม่รู้ว่าจะปิดจินยองไปอีกได้นานเท่าไร




 

“เดี๋ยวฉันจัดการเอง” แจ็คสันเหมือนจะรู้ว่ามีคนแอบองมาที่พวกเขาอยู่ตลอดเวลา นัยน์ตาคมหันไปมองจ้องผู้ชายคนนั้นแล้วพยักเพยิดให้กลับไป ผู้ชายคนนั้นทำท่าลังเลนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเดินหนีไป ยองแจเลิกคิ้วมองแจ็คสันอย่างประหลาดใจเพราะเขาไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลยกลับไล่บอดี้การ์ดของพี่จินยองไปได้ คนตัวโตหันกลับมายักไหล่ให้คนตัวเล็กก่อนจะรั้งศีรษะกลมมนให้ซบลงบนไหล่ของเขา




 

“คงรู้มั้งว่าอยู่กับฉันแล้วนายจะปลอดภัย”




 

“เขาคงไม่รู้ว่าพี่นั่นแหละอันตรายที่สุด”



 

 จมูกโด่งฝังลงกับกลุ่มผมนิ่มก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อยองแจศอกใส่เข้าที่ท้องของเขา วิธีแก้เขินของยองแจก็คือการทำร้ายร่างกายเขานี่แหละ









 

 


 

รถบีเอ็มสปอร์ตสีขาวถูกขับมาจอดอยู่หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าย่านชานเมืองก่อนเข้าเขตเมืองมกโพ แจ็คสันดูจะประหลาดใจนิดหน่อยกับสถานที่ที่ยองแจอยากจะมา มือเล็กปลดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วเปิดประตูลงไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รอให้แจ็คสันดับเครื่องก่อนสักนิด เด็กเล็กวัยไม่เกินสิบขวบห้าหกคนโผล่หน้าออกมาจากประตู พอพวกเขาเห็นยองแจก็พากันวิ่งเข้ามารุมล้อมและส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวจนแจ็คสันแอบแคะหูอย่างรำคาญในเสียงเล็กแหลมนั่น เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่ายองแจที่รักสงบจะชอบมาสถานที่แบบนี้ ไม่สิ จริงๆเขานึกแปลกใจตั้งแต่ยองแจเข้าห้างสรรพสินค้าระดับกลางแล้ว




 

“วันนี้พี่ซื้อของมาฝากเยอะแยะเลย ช่วยพี่ถือหน่อยได้ไหม?”



 

“ได้ฮะ พี่ยองแจใจดีแถมหล่ออีกต่างหาก”



 

“พี่ยองแจน่ารัก หนูชอบพี่ยองแจมากเลยค่ะ”



 

แจ็คสันเดินลงจากรถพลางมองไปที่เด็กเล็กเด็กน้อยเนื้อตัวมอมแมมซึ่งสวมเสื้อผ้าแบบเดียวกัน คาดว่าคงซื้อมาแบบยกโหลเพื่อความประหยัดแต่นั่นก็ยังไม่น่าสนใจเท่ากับรอยยิ้มบนหน้าของเด็กหนุ่มที่ปกติชอบทำหน้าเมินเฉยราวกับเบื่อโลกตลอดเวลานั้นกลับเป็นสิ่งดึงดูดสายตาชวนให้คนมองอย่างเขาเผลอยิ้มตาม




 

“โห แฟนพี่ยองแจเหรอฮะ เท่จังเลย” เด็กผู้ชายตัวเล็กจิ๋วแต่ท่าทางคงจะแสบซนอยู่ไม่น้อยมองมาทางแจ็คสันด้วยแววตาเป็นประกายระยับ แจ็คสันถอดแว่นกันแดดออกแล้วเดินมาลูบผมเด็กน้อยคนนั้นด้วยความเอ็นดู ยองแจเม้มปากเข้าหากันเพราะไม่รู้ว่าแจ็คสันจะคิดอย่างไรกับเด็กๆเหล่านี้




 

“พี่ชื่อแจ็คสันนะครับ แต่ไม่ได้เป็นแฟนพี่ยองแจหรอก”


 

“อ้าว”


 

เสียงโห่ร้องอย่างเสียดายของเด็กๆดังรอบทิศ ยองแจเผลอกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเพราะคำปฏิเสธของแจ็คสัน ใบหน้าหล่อคมคายยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะปากตัวเองเป็นเชิงให้เด็กๆเงียบก่อน



 

“พี่จีบพี่ยองแจอยู่ แต่พี่ยองแจเขาไม่ยอมเป็นแฟนกับพี่สักทีน่ะสิ” คราวนี้กลับเป็นยองแจเองที่ถูกเด็กๆมองด้วยแววตาเหมือนอยากรู้เหตุผล แก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อ นัยน์ตาเรียวมองค้อนแจ็คสันอย่างคาดโทษที่ใช้เด็กๆมาเป็นเครื่องมือ



 

“พี่ว่าเราเข้าไปกินขนมกันดีกว่า ช่วยกันถือเข้าไปคนละถุงนะครับ” ยองแจยื่นถุงขนมมากมายให้เด็กๆเพื่อเปลี่ยนประเด็นสนทนา แจ็คสันอมยิ้มที่ได้เห็นยองแจในอีกมุมที่เขาไม่เคยเห็น





“ยิ้มอยู่ได้ ช่วยถือดิ่ หนัก” ยองแจยื่นถุงใส่ของให้แจ็คสันแก้เขินเพราะตอนนี้เด็กๆเดินกลับเข้าไปในตึกหมดแล้ว แจ็คสันรับของจากยองแจมาถืออย่างเต็มใจแล้วเดินตามหลังยองแจเข้าไปในตึก







 

 

“คือ...ขอบคุณ...” เมื่อนาฬิกาบอกเวลาหกโมงเย็นแจ็คสันกับยองแจก็บอกลาคุณครูและเด็กๆที่สถานสงเคราะห์ เมื่อคาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จคนตัวเล็กก็อ้ำๆอึ้งๆพูดขอบคุณแจ็คสันเบาๆแล้วหันหน้ามองไปนอกหน้าต่าง




 

“เปลี่ยนจากขอบคุณเป็นจูบได้ป่ะ?” ยองแจหันขวับกลับมาทำหน้ามุ่ยใส่เขาทันที แจ็คสันหัวเราะพลางเอานิ้วจิ้มแก้มคนตัวเล็กข้างตัวก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกจากสถานสงเคราะห์



 

“ไม่เคยเห็นนายดูมีความสุขแบบนี้มาก่อน มาบ่อยเหรอ?” แจ็คสันเอื้อมมือมาลูบผมยองแจโดยที่สายตาก็ยังไม่ละออกจากถนน คนน่ารักผงกศีรษะแทนคำตอบ




“ผมสงสารพวกเขา...” แจ็คสันหันกลับมามองยองแจครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไป น้ำเสียงที่ดูเศร้าของยองแจก็ทำให้เขารู้สึกหดหู่ไปด้วย



 

“พรุ่งนี้...เราไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆมาให้เด็กๆกันไหม?” คำเอ่ยชวนของแจ็คสันทำเอาคนตัวเล็กยิ้มกว้างออกมาอีกครั้ง แจ็คสันหันไปยิ้มให้ยองแจและลูบแก้มเนียนนั้นแผ่วเบา








 

รถบีเอ็มสปอร์ตคันหรูของยองแจที่มีแจ็คสันเป็นคนขับจอดเข้าที่ลานจอดรถประจำสำหรับโฮสต์ มือหนากำลังจะปลดเข็มขัดนิรภัยแต่มือเล็กของยองแจกลับเป็นฝ่ายเอื้อมมาปลดให้แทน แจ็คสันเงยหน้ามองยองแจก่อนที่จะได้ถามอะไรริมฝีปากนุ่มนิ่มก็ทาบทับลงที่ข้างแก้มของเขาก่อนจะผละออกกลับไปนั่งที่เดิม ใบหน้าหล่ออ้าปากค้างนิดๆอย่างตกใจในการกระทำน่ารักของยองแจ




 

“พรุ่งนี้ผมเลิกเรียนสามโมง...ไปรับด้วยนะ ขี้เกียจขับเอง” ยองแจพูดแค่นั้นก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป ทิ้งให้แจ็คสันนั่งตาค้างจับแก้มตัวเองเพราะสติมันหายไปหมดแล้ว




 

               

                ยองแจเดินอมยิ้มเข้ามาในโฮสต์คลับจนคนทั้งร้านตั้งแต่บาร์เทนเดอร์ยันพนักงานทำความสะอาดหันมามองอย่างประหลาดใจ เป็นรอยยิ้มที่เห็นในรอบร้อยปีเลยก็ว่าได้สำหรับกรีนเลเบิ้ลโฮสต์ผู้ไม่ชอบสุงสิงกับใคร




 

                “สงสัยวันนี้พายุจะเข้า...ฉันเห็นคุณยองแจยิ้ม”



 

                “ฉันคิดว่าตัวเองตาฝาด”


 

                และอีกมากมายหลายเสียงที่ต่างพากันจับกลุ่มซุบซิบ แจ็คสันเดินเข้ามาในโฮสต์คลับถัดจากยองแจไม่นาน ใบหน้าหล่อคมเข้มนั้นก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ต่างกันยิ่งทำให้ขาเม้าท์ประจำคลับพากันเม้าท์อย่างสนุกปากกว่าเดิม



 

                “คุณแจ็คสันขับรถบีเอ็มตั้งแต่เมื่อไร...”


 

                “นั่นมันรถคุณยองแจไม่ใช่เหรอ ก็คุณแจ็คสันขับเซนโว”


 

                “ยังไงกันเนี่ย”


 

                แจ็คสันยิ้มกริ่มกับกระแสตอบรับของคนในร้าน เขาจงใจควงกุญแจรถเล่นให้ขาเม้าท์ทั้งหลายเอาไปพูดต่อเพื่อที่คนอื่นๆจะได้รับรู้ว่า...ชเวยองแจเป็นของแจ็คสันหวังนะครับ








 


 

 

 

                “คุณมาร์คกลับไปเถอะครับ ผมกลับเองได้” ใบหน้าน่ารักนั่นเอ่ยปากไล่เป็นรอบที่เท่าไรของวันแล้วก็ไม่รู้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะรู้ตัวเลยสักนิดว่ากำลังโดนไล่ หรือไม่ก็รู้แต่ด้านไปแล้ว



 

                “ได้ไง ฉันมารอนายตั้งนาน กลับด้วยกันนะ” ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก...ถ้าวันนี้ไม่ได้แบมแบมกลับด้วย มาร์คต้วนจะนอนค้างมันตรงนี้แหละเออ


 

                “ถ้าผมกลับด้วยคุณมาร์คสัญญาได้ไหมว่าจะไม่ประมูลผม?” คนตัวเล็กต่อรองเพราะราคาที่มาร์คประมูลเขามันไม่ใช่น้อยๆเลย



 

                “ไม่ได้หรอก นายอยากเทคแคร์ลูกค้าอาเสี่ยแก่ๆ อ้วนพุงพลุ้ยมากกว่าหล่อๆอย่างฉันเหรอ?” ความกล้าให้ห้ามาร์คมั่นหน้าให้สิบ...    




 

                “คุณมาร์คอยาก...เอ่อ...กับผมขนาดนั้นเลยเหรอฮะ?” แบมแบมรู้สึกตะขิดตะขวงใจไม่น้อยที่ต้องพูดอะไรแบบนี้ จริงอยู่ที่เขาและมาร์คต่างก็เป็นผู้ชายทั้งคู่ การพูดเรื่องบนเตียงอาจจะไม่น่าเขินเท่าไรแต่เพราะเขายังไม่เคยเลยไม่รู้ว่ามันสมควรรึเปล่าที่จะพูดแบบนี้



 

                “อยาก? อ้อ...เซ็กส์อ่ะเหรอ อยากสิ”


 

                ไอ้คนหน้าด้าน...



 

                แบมแบมกำสายกระเป๋าเป้แน่น ใบหน้าหวานแดงระเรื่อไปจนถึงใบหู ไม่รู้ว่าโกรธหรือเขินที่คนแบบมาร์คสามารถพูดออกมาได้อย่างไม่รู้สึกอะไรราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติเหมือนถามว่าหิวข้าวไหมอะไรประมาณนั้น



 

                “แต่ฉันไม่นิยมฝืนความรู้สึกใครหรอกนะ ถึงฉันจะหื่น แต่ฉันก็มีคุณธรรม”


 

                พูดเหมือนจะดูดี...



 

                “แล้ว...แล้วถ้าผมยอมคุณล่ะฮะ” แบมแบมเม้มปากแน่นหลังจากพูดจบ ใบหน้าหล่อตาโตกับสิ่งที่ได้ยินก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นไล่สายตามองแบมแบมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า




 

                “นายเมาอากาศเหรอแบมแบม รู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา” คำพูดที่ดูเหมือนจะตำหนิมากกว่าพึงพอใจทำให้คนตัวเล็กรู้สึกหน้าเสียนิดหน่อย เขาแค่อยากจะทำให้จุดประสงค์ของมาร์คสำเร็จจะได้เลิกยุ่งวุ่นวายกับเขาสักที...



 

                “อย่าพูดแบบนี้กับใครที่ไม่ใช่ฉัน เพราะคนพวกนั้นมันหื่นไม่เลือกเวลาหรอกนะ” มาร์คเปิดประตูรถออดี้พลางจับแบมแบมยัดลงไปในรถแล้วปิดประตูให้ก่อนจะเดินไปนั่งด้านคนขับ




 

                แบมแบมนั่งมองนิ้วมือตัวเองอยู่ในรถเพราะไม่กล้าหันไปสบตาหรือว่าพูดอะไรกับคนข้างๆเลยสักนิด มาร์คเอาแต่นิ่งเงียบเหมือนโกรธเขามาตั้งแต่เขาพูดแบบนั้นแล้ว คือ...เขาผิดเหรอ?



 

                “ผมขอโทษฮะ” แบมแบมรวบรวมสมาธิแล้วกล่าวขอโทษออกไป อย่างน้อยก็น่าจะคลายบรรยากาศอึดอัดที่เป็นอยู่ตอนนี้ได้บ้างล่ะน่า ใบหน้าหล่อหันมาชำเลืองตามองคนตัวเล็กก่อนจะเหยียบเบรกกะทันหันแล้วจอดรถที่ข้างทาง



 

                “ฉันไม่ได้โกรธ...” มาร์คเลื่อนหน้าไปใกล้คนตัวเล็กที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แบมแบมร้องอ้าวขึ้นมาเบาๆก่อนจะเงียบต่อเมื่อมาร์คเอาแต่มองมาที่ปากของเขา


 

                “ฉันหวง”


 

                “...”


 

                “อย่าถามเหตุผลนะ...เพราะฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”




 

                มาร์คเลื่อนหน้ากลับไปมองถนนแล้วขับต่อไปโดยไม่หันกลับมามองแบมแบมอีกเลย ไม่รู้ว่าแบมแบมคิดไปเองหรือว่าตาฝาด...ทำไมเขาถึงเห็นว่าหูของมาร์คเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มขนาดนั้นได้นะ 






 

100%

•·.·´¯`·.·• •·.·´¯`·.·•´`·.•·.·´¯`·.·• •·.·´¯`·.·•´`·.•·.·´¯`·.·• •·.·´¯`·.·•´`·.•·.·´¯`·.·• •·.·´¯`·.·•´`·.















 





TBC 
Makemeproud : 
ฉากสวรรค์ชั้นเจ็ดหาได้ที่แฮชแท็ก
#ฟิคลบฮ และเพจ Plarakimchi 
น้อยอีกไหม มีใครว่าน้อยอีกไหม งื้มมม ห้าพันคำต่อตอนมิใช่เรื่องตลก 
พล็อตไม่ได้เปลี่ยนหรอกเน้อเอาจริงๆแล้วอ่ะ พล็อตมันก็ยังคงอยู่ของมันแหละ 
เพราะช็อตพวกนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเค้าโครงเรื่องซึ่งมันปรับประยุกต์ได้ตลอดเวลา 
เรียกง่ายๆว่าแค่ส่วนดำเนินเรื่องไม่ใช่หัวใจหลักของมัน ก็ขอบคุณนะคะที่มาอ่านฟิคธรรมดาๆของพราว
รู้สึกดีที่มีคนชอบ พราวก็ชอบที่มีคนอ่านค่ะ แต่งเองอ่านเองมันเหงาเกินไป อยากหาคนช่วยติ งุงิ  


--- ฝากเกร็ดความรู้นิดนึงถึงเรื่องก็อปฟิคเมื่อคืนฝันถึงว่ามีคนถาม ---
สำหรับงานเขียนไม่ต้องจดทะเบียนลิขสิทธิ์ก็เกิดขึ้นนับตั้งแต่มีการเผยแพร่หรือเขียนออกมา
จริงอยู่ที่ว่าแฟนฟิคนั้นคืองานใต้ดินอย่างหนึ่งแล้วจะมีลิขสิทธิ์ได้ยังไง
ตอบตรงนี้เลยนะคะว่ากฎหมายจะแยกออกมาเป็นสองส่วน คือ
1.ส่วนที่เป็นชื่อศิลปิน ที่เราอ้างอิงถึง
2.ส่วนที่เป็นเนื้อเรื่อง 
แน่นอนว่าผู้กระทำความผิดฐานก็อปฟิคนี่จะโดนทั้งสองกระทง แต่ตัวผู้แต่งเองจะโดนฟ้องร้องได้ก็ต่อเมื่อ
ตัวศิลปินหรือทางต้นสังกัดยื่นดำเนินคดีซึ่งปรับไม่น่าเกินสองแสนบาทนะถ้าจำไม่ผิด แล้วส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยทำกันด้วยเพราะมันเป็นการทำลายฐานข้อมูลแฟนคลับ 
แต่คนที่ก็อปทั้งเนื้อหานี่จะโดนข้อหาทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งมันไม่ดีเลยเนอะ เอาเป็นว่าอย่าไปก็อปของใครเลย
แต่งเองดีที่สุด เป็นการพัฒนาตัวเอง ภูมิใจกว่าด้วย โอเคค่ะ เจอกันตอนหน้า สวัสดี 
 



SQWEEZ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

769 ความคิดเห็น

  1. #765 BongkotFgfy (@BongkotFgfy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 14:07
    อ๊ากกกกเขิลล
    #765
    0
  2. #760 ZilaHoOz (@fanda_gree) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 00:48
    คือมาแบบอารมณ์สูงด้วยคู่ปมนยอง ต่อมาก็น่ารักด้วยแจ๊คแจ สุดท้ายมาจบที่มาร์คแบมแบบละมุน ฮือออ ดีมากเลยคะ
    #760
    0
  3. #741 deffjb (@deffjb) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 22:52
    มัคมีความน่ารัก งืออออ
    #741
    0
  4. #711 Green-Plant (@Green-Plant) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 09:43
    นี่ไม่เข้าใจทำไมแจ รักจั๋นไม่ได้ เพราะทำงานโฮสต์หรอ

    แต่มาร์คนี่ตกหลุมรักไปแล้วล่ะ

    จินยองเตรียมหาเรดใหม่ได้เลย

    คู่บีเนียร์นี่ยังไง ความหลังฝังลึกขนาดไหนเนี่ย
    #711
    0
  5. #701 jazzotorii (@fastja) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 03:16
    โอ้ยยยยแจ็คแจโคตรเขินนนน ดีกับใจมากกก มาร์คแบมก็น่ารัก เขินด้วย ฮือๆๆๆๆ ทำไมเราเพิ่งมาเจอเรื่องนี้อะ T^Y
    #701
    0
  6. #661 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 เมษายน 2558 / 02:16
    คุณมาร์คเขินเหรอหูแดงเลย นึกว่าหูจะดำเป็นอย่างเดียวซะอีก
    #661
    0
  7. #643 pimpimpim1a (@pimpimpim1a) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 20:37
    ง่าา พี่มาร์คน่ารักอ่าา
    #643
    0
  8. #638 Nutto90 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 11:46
    มาร์คนี่ทำเราผิดคาดหลายเรื่องแล้วแหะ กลายเป็นสุภาพบุรุษซะงั้นอ่ะ5555

    นุ้งแบมเค้าไม่อยากให้พมประมูลหรอม นี่เชียร์ให้มาร์คประมูลให้ได้อีกรอบนะเนี่ย

    เชื่อว่าคราวนี้เค้าคงไม่พลาดทำคะแนนแน่นแน่5555 ขอชมไรท์นะคะคือปกติเราจะอ่านแต่ฟิคที่เน้นมบ

    แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกๆที่เราอ่านแล้วสนุกกับคู่อื่นไปด้วยไม่น่าเบื่อดี คึคึ
    #638
    0
  9. #592 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 18:01
    ชอบทุกคู่เลย น่ารักทุกคู่ >.<
    #592
    0
  10. #584 Monkung Taross (@monwiwo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 20:29
    พราวแต่งเก่งนะเดินเรื่องไปเรื่อยๆทุกตัวละครพร้อมกันไม่ทิ้งให้คิดถึงชอบมาร์คน่ารักนะตื้อเท่านั้นที่จะครองใจแบมๆนะจ้ะ ncก็ละมุนชัดเจนทุกตอนเลยอ่ะจ้ะ
    #584
    0
  11. #556 Mint.coz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 11:38
    โห้ ก๊อปกันกระทั่งฟิค

    งี้คนแต่งก็เหนื่อยฟรีสิ

    แต่ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ไรต์นะคะ
    #556
    0
  12. #555 Mint.coz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 11:38
    โห้ ก๊อปกันกระทั่งฟิค

    งี้คนแต่งก็เหนื่อยฟรีสิ

    แต่ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ไรต์นะคะ
    #555
    0
  13. #523 deao (@ppound) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 11:21
    ไปที่ห้องผมแล้วกัน เห้อมม
    #523
    0
  14. #522 deao (@ppound) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 11:21
    ไปที่ห้องผมแล้วกัน เห้อมม
    #522
    0
  15. วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 20:28
    อ่านหยุดไม่ได้เลยมุ้งมิ้งทุกคู่><
    #498
    0
  16. #480 Babbitt... (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 21:54
    อ๊ายยยยย พี่ต้วนเขินหรอ เล่นเองเขินเองเนอะคนเรา -.,-
    #480
    0
  17. #444 cincin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 10:52
    แหนะๆ แจ็คแจเริ่มเกินหน้าเกินตาละ ><

    สรุปพี่มาร์คอยากได้แบมในฐานะโฮสต์หรือฐานะอื่น จีบเต็มที่อะ
    #444
    0
  18. #420 cakELFishMT (@cakelfish13) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 18:28
    มาพร้อมกันสามคู่เลย ฟินมากกกก
    #420
    0
  19. #409 Bean_6 (@inspiration-vp) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 / 23:49
    บีเนียร์นี่ทำกรี๊ด ชอบแจ๊คจุงกะเบย พี่มาร์คคคคคคคค น่ารักจริงๆเลยให้ตาย!
    #409
    0
  20. #390 Ammysoso (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 16:06
    แจ็คแจละมุนมาก เฮียแจ็คตามดูแลน้องแตงตลอดเลยง่ะ พี่บีกับเนียร์มีอดีตด้วยกันงี้ สู้วววนะพี่บี มาร์คก็เต๊าะแบมต่อปายยย
    #390
    0
  21. #348 ❥มังเหวีย (@hwanq-j) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2557 / 11:23
    บีเนียร์มาแรง 5555555555555555 แจ็คแจน่ารักกกกก -//////- อั๊ยยยยยย .. มาร์คนี่ยังมีความดีอยู่นะเนี่ย -,.- แบมใสมากครับ ..
    #348
    0
  22. #328 mAjjcs (@milkpy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 00:46
    ดูแลดีมากพี่บี เอาใจช่วยอยู่นะ
    #328
    0
  23. #292 SU..JU (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 21:44
    บี่บี้มาแรงแซงทางโค้งมากเฮีย คิดว่ารุ่นใหญ่แล้วทำตัวคูลๆได้ใช่ป่ะ!

    โอ้ยยยยย บี่บี้โหดมาก ไม่เอานะ T T น้องเนียร์ของเขา.. นังบี้ห้ามยุ่งกับจูจูนะโว้ยย



    ชอบแจ๊คสันมากอ่ะ ชอบมาก น้องแตงเชื่อแม่นะ พ่อหนุ่มหวังนี่แหละ คือดีงามมากๆ มากที่สุด! รักหวัง หลงหวัง รักแตง หลงแตง



    มาร์คนิสัยอย่างโอเคอ่ะ น่าร้ากกกกกกกกก
    #292
    0
  24. #282 peacefulmind (@youmymiracle) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 21:22
    สามคู่สามอารมณ์
    บีเนียร์นี่ยังไง
    มาร์คแบมก็ยังน่ารักต่อไป
    #282
    0
  25. #242 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2557 / 16:09
    บีเนียร์เคยกุ๊กกิ๊กกั๊กกันมาก่อนปะ แต่แบบแหมสุดๆเลยนะสองคนนี้
    แจ็คแจ น่ารักมากก แหมแจ็คสันไม่ค่อยเลยนะ อยากเป็นป๋าหรือไง หืม
    มาร์คแบม โอ้ยยย น่ารัก คนพี่หวงคนน้อง ;///////;
    #242
    0