(ผม)จีบหมอ [Yaoi] END

ตอนที่ 20 : 19 : จีบหมอครั้งที่สิบแปด 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,634
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 489 ครั้ง
    28 พ.ย. 59

จีบหมอครั้งที่สิบแปด

 

         ดินสอและอุปกรณ์ที่วางอยู่บนโต๊ะถูกกวาดลงใส่กล่องเหล็กอย่างเร่งรีบ หางตามองเวลาที่ใกล้จะถึงเวลานัดหมาย เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเร่งให้เขาต้องรีบเก็บของให้เร็วกว่าเดิม

            เออกำลังไป” น้ำเสียงเหนื่อยๆของคนที่นั่งทำงานมากว่าห้าชั่วโมงเอ่ยขึ้น

            ( เร็วเลยมึง คนเริ่มเยอะแล้ว )

            “อืม รู้แล้ว” เขาเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบกระบอกใส่งานขึ้นมาสะพายไว้พร้อมกับหนีบกระดานวาดรูปไว้ข้างตัว

            งานที่คิดว่าจะเสร็จเร็วดันเสร็จช้ากว่าที่คิดไว้เลยทำให้นั่งทำงานจนลืมเวลา ขาทั้งสองข้างก้าวยาวๆเพื่อเดินลัดไปที่สนามบาสที่กำลังจะมีแข่งบาสในอีกไม่กี่นาทีที่จะถึง เวลาที่เริ่มบีบเข้ามาทำให้เขาเลือกที่จะวิ่งแทนการเดินเร็ว

            วันนี้เป็นวันสำคัญของไอ้สี่…

            ร่างสูงที่วิ่งพร้อมกับของพะรุงพะรังทำให้ชนเข้ากับร่างของใครคนหนึ่งที่เดินสวนกับเขาเข้าอย่างจัง แรงชนทำให้กระดานวาดรูปตกลงพื้น เขารีบเก็บกระดานขึ้นมาเพราะกลัวว่างานที่วาดค้างไว้จะเปื้อน ยังไม่ได้เอาเก็บในกระบอกใส่งานเพราะกลัวไปไม่ทัน

            ขอโทษครับ” เขาเอ่ยอย่างคนรู้สึกผิด ปกติไม่เคยต้องรีบร้อนอะไรขนาดนี้ยกเว้นเวลาส่งงานอาจารย์

            “คราวหลังก็ดูทาง จะรีบไปไหน” น้ำเสียงตำหนิเอ่ยออกมาจากคนที่โดนชน

            “ครับ

            “มึงจะไปดุเขาทำไมวะไอ้ป้อง” น้ำเสียงจากเพื่อนอีกคนที่เดินมาด้วยกันเอ่ยอย่างคนไม่คิดมาก “เขาคงจะมีเรื่องรีบ

            “อืม ไปเถอะ

            เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของเสียงให้ตัวเองอารมณ์เสียไปมากกว่าเดิม เวลาที่บีบคั้นทำให้เขาเลือกที่จะวิ่งต่อไปโดยไม่ได้หันไปมองหน้าคนที่เขาชนไปเมื่อครู่

            สนามบาสดูคึกคักมากกว่าปกติเพราะมีการแข่งครั้งสำคัญของมหาลัยที่เป็นคู่แข่งกันมายาวนาน เขาหยุดฝีเท้าลงที่กลุ่มเพื่อนที่มานั่งรอกันอยู่ก่อนแล้ว ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง เกือบจะมาไม่ทัน

            “ไอ้สาม กูนึกว่ามึงนอนจมกองงานตายไปแล้ว” สองอดที่จะแขวะเพื่อนสนิทไม่ได้

            “เออ ความจริงกูจะมาเร็วกว่านี้ แต่มีปัญหานิดหน่อย

            “อะไรวะ” สองถามอย่างนึกสนใจ

            “ช่างแม่ง คิดแล้วโมโห” พอนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ก็อดที่จะโมโหไม่ได้ เขาไม่ได้ตั้งใจชน ขอโทษไปแล้วก็น่าจะจบไม่ใช่มาพูดตำหนิให้รู้สึกผิดไปมากกว่าเดิม

            ไม่รู้สึกผิดหรอก…หึ

            เออๆ รอดูไอ้สี่ดีกว่า” สองพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปยังเพื่อนที่กำลังวอร์มร่างกายอยู่ในสนาม

            “มันมองหาใครวะ” หนึ่งที่นั่งเงียบตั้งแต่สามมาถึงเอ่ยขึ้น เขาเห็นทางท่าของสี่ดูชะเง้อมองนอกสนามอยู่ตลอดเวลา

            “มองหาพวกเรารึเปล่าวะ” สองเอ่ยอย่างคนไม่รู้ เขาก็พึ่งมาสังเกตว่าไอ้สี่ดูไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่คล้ายกับว่ารอใครสักคนอยู่

            “มันอาจจะอยากได้กำลังใจจากเรา” หนึ่งคาดการณ์

            “แล้วมันเห็นพวกมึงรึยัง

            “เห็นแล้ว นั่นไงกำลังเดินมา” สองพูดพร้อมกับโบกมือเรียกสี่ที่เดินตรงมาทางเพื่อนที่ยืนดูอยู่ติดขอบสนาม

            บุ๋นยิ้มมาแต่ไกลเมื่อเห็นเพื่อนสนิททั้งสามมารอตั้งแต่ก่อนที่เขาจะแข่ง อย่างน้อยก็ทำให้เขาเบาใจไปได้เปราะหนึ่งว่าวันนี้ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี แม้ว่าลึกๆแล้วเขาจะแอบหวั่นแต่ให้ถอยตอนนี้คงไม่ทัน

            “มาเอากำลังใจจากพวกกูอะเด้” สองเอ่ยแซวพร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ที่แวะกลับไปเอาที่หอมาเตรียมไว้เพราะรู้ว่าเพื่อนสนิทเป็นคนเหงื่อออกเยอะ

            “เออ สวดมนต์ช่วยกูด้วย” บุ๋นเอ่ยติดตลก เขารับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อก่อนจะหันกลับไปมองที่สนาม

            อีกไม่กี่นาทีก็จะเริ่มแข่งแล้ว

            คงไม่มาจริงๆ…

            “มองหาใครอยู่วะ” สามอดที่จะสงสัยไม่ได้ ทั้งๆที่เพื่อนก็นั่งอยู่ตรงนี้แต่ดูเหมือนไอ้สี่จะกำลังหาใครสักคนที่ไม่ใช่พวกเขา

            “กำลังใจ” บุ๋นตอบออกมาก่อนจะถอนหายใจ “กำลังใจไม่มาเลยว่ะ”

            “เอ้า พวกกูนี่ไงกำลังใจ” สองเอ่ยออกมาเสียงดัง “นี่กูโดดเรียนคาบนึงเพื่อมึงเลยนะไอ้สี่

            “อืม ไอ้สองมาลากตัวกูที่คณะ” หนึ่งบอกบ้าง “ยังคุยงานไม่เสร็จเลย แต่รีบมาเพราะกลัวมึงรอพวกกู

            “ส่วนกูก็โดนไอ้สองโทรตาม เลยไปมีปัญหากับแม่ง” สามโมโหอีกครั้งเมื่อพูดถึงเรื่องนั้น

            “พูดอย่างกับพวกมึงน้อยใจ” บุ๋นหัวเราะ “กูดีใจที่พวกมึงมา นี่กูยิ้มได้เพราะได้กำลังใจจากพวกมึงนะ

            “เออๆ สู้นะมึง ชนะเดี๋ยวพวกกูพาไปเลี้ยง” สองสรุปเองเสร็จสรรพโดยไม่ถามความเห็นเพื่อนอีกสองคน

            เสียงนกหวีดดังขึ้นเรียกให้นักบาสของแต่ละมหาลัยไปรวมตัวกันเพื่อรอลงสนามในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า บุ๋นสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะส่งยิ้มให้เพื่อนทั้งสามคน

            อย่างน้อย…กำลังใจเขาก็มาครึ่งหนึ่ง

            ส่วนอีกครึ่งค่อยไปทวงหลังแข่งเสร็จ

 

            นาฬิกาบอกเวลาหกโมงตรง ฐานทัพเร่งฝีเท้าวิ่งเข้ามาที่คณะเพื่อฝากงานไว้กับเพื่อนทั้งสองคนที่จะต้องส่งต้นคาบ แม้ว่าจะบอกบุ๋นไปแล้วว่าไม่ได้ไป แต่เขาก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้

            ไปแค่แป๊บเดียวคงไม่เป็นไร

            อ่าวมึงจะรีบไปไหนวะ” คินเอ่ยถามเมื่อฐานทัวางงานไว้บนโต๊ะที่เขานั่ง

            “สนามบาส” เขาตอบส่งๆอย่างคนไม่มีเวลาจะคุยเยอะ

            “ไปทำไมวะ” คินยังคงถามต่อ วันนี้เห็นแต่คนทำท่าทางรีบร้อนก็อดสงสัยไม่ได้ ตอนไปกินข้าวกับปกป้องก็เห็นว่าที่สนามบาสมีคนอยู่เต็ม

            วันนี้มีแข่งอะไรหรือไง

            “ไปหา…” ฐานทัพเงียบไปอย่างคนพึ่งนึกได้ว่าเขาเสียเวลาไปเพราะมัวแต่ตอบคำถามของคิน “ไปละ” ฐานทัพตัดบท

            “เห้ยเดี๋ยว” คินยังไม่หยุดสงสัย

            “อะไร

            “มึงคบกันแล้วหรอวะ

            คำถามที่ถามออกมาทำเอาฐานทัพนิ่งไปพักใหญ่ แม้จะไม่เอ่ยชื่อแต่เขาก็รู้อัตโนมัติว่าคินกำลังถามถึงใคร คบกันงั้นหรอ…

            “ยัง

            “เอ้า”

            “เขายังไม่ขอ

            “แล้วทำไมมึงไม่ขอวะ” คินถามอย่างไม่เข้าใจ จริงๆเขาไม่แปลกใจกับการที่ฐานทัพตอบออกมาแบบนี้เพราะเขาเองก็ดูออกมาสักพัก

            “ขอก่อนได้หรอ” ฐานทัพถามกลับอย่างคนไม่เคยมีประสบการณ์

            “โว้ยยย นี่มึงสอบติดมาได้ไงวะเนี่ย ฉลาดแค่เรื่องเรียนจริงๆสินะ” คินบ่นออกมา เขาเอามือขยี้หัวตัวเองเพื่อระบายอารมณ์ที่มีต่อเพื่อนสนิท

            ฐานทัพมันฉลาดแค่เรื่องเรียนจริงๆ

            “เออ” เขายอมรับอย่างว่าง่าย “ไปละ รีบ

            ไม่รอให้อีกฝ่ายได้โต้ตอบกลับมาขาทั้งสองข้างก็วิ่งไปที่จักรยานเพราะกลัวไปไม่ทัน ถึงแม้ว่าจะใกล้เข้าเรียนวิชาสุดท้ายของวันแต่ก็อดห่วงไม่ได้

            ไม่ไปไม่ได้จริงๆ

            ฐานทัพจอดลงหน้าตึกตรงข้ามสนามบาสที่มีผู้คนมุงอยู่จนแทบไม่เห็นด้านในสนาม เขารีบข้ามฝั่งมายังสนามบาสก่อนจะแทรกฝูงชนเข้าไปยังด้านในของขอบสนาม ปกติแล้วเขาไม่ชอบอยู่ในที่ๆมีคนเยอะๆแต่เพราะเป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกทำให้เขาพาตัวเองเข้ามาถึงขอบสนามด้านในที่มีผู้คนแออัด

            บุ๋นถอนหายใจเป็นรอบที่หกของวันหลังจากที่เขาไม่ได้เจอหมอฐานทัพมาหลายวัน ความจริงเขาก็เตรียมใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าหมอคงไม่มาเพราะติดเรียน แต่มันก็อดหวังไม่ได้ ยิ่งเห็นคู่ต่อสู้ที่ดูจะมั่นใจในฝีมือของตัวเองภาพเก่าๆก็ย้อนกลับมาหลอกหลอนเขา

            ไม่เป็นไร…เดี๋ยวทุกอย่างก็จะผ่านไป

            บุ๋น” น้ำเสียงเหนื่อยหอบดังขึ้นจากข้างหลัง บุ๋นรีบหันไปตามเสียงที่ได้ยินพร้อมกับรอยยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าคนที่เรียกเป็นคนเดียวกับที่เขารอ

            “เห้ย ไปไหนวะ จะแข่งแล้ว” เพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆถามออกมาเมื่อเห็นบุ๋นลุกพรวดทำท่าจะเดินไปที่อื่น

            “ไปเอากำลังใจ” บุ๋นหันมายิ้มอารมณ์ดี “เดี๋ยวรีบมา ไปแป๊บเดียว

            ไม่รอฟังคำตอบจากเพื่อนขาทั้งสองข้างก็รีบก้าวตรงไปยังร่างสูงที่ยืนรออยู่ บุ๋นยิ้มกว้างขึ้นไปอีกเมื่อเห็นรอยยิ้มของหมอฐานทัพที่ยิ้มกลับมาให้กับเขา ใบหน้าของหมอมีเหงื่อผุดออกมาเล็กน้อยบ่งบอกให้รู้ว่าเขารีบมาจริงๆ

            “เกือบไม่ทัน” ฐานทัพเป็นคนเริ่มพูดเมื่อเห็นคนตรงหน้ายิ้มไม่หุบ

            บุ๋นไม่ได้ตอบอะไรเขาเพียงค่อยๆเอื้อมมือไปจับมือของหมอฐานทัพขึ้นมาวางไว้บนหน้าผากช้าๆ ดวงตาทั้งสองข้างค่อยๆปิดลงคล้ายกับกำลังรับพลังงานจากคนตรงหน้าท่ามกลางผู้คนมากมายในสนาม เสียงหัวใจเต้นเร็วขึ้นบอกถึงความรู้สึกที่ยังคงไม่เปลี่ยนไป รอยยิ้มของคนยิ้มเก่งปรากฏขึ้นอีกครั้ง

            “ไม่ต้องพูดอะไรแล้วครับ” เขาบอกคนที่ยืนนิ่งๆไม่ได้ขัดขืน “ไว้ผมแข่งเสร็จจะมารับพลังอีกนะครับ

            “อืม” ฐานทัพตอบออกมาเสียงเบา อาจเพราะเขาไม่คิดว่าบุ๋นจะทำแบบนี้ในที่ๆมีสายตาหลายร้อยคู่กำลังจับตามองอยู่

            “ผมไปก่อนนะ ขอบคุณที่มานะครับ

            “บุ๋นฐานทัพเรียกก่อนที่บุ๋นจะเดินกลับไปยังจุดที่ทีมเขาอยู่

            ครับ?

            “ให้” ขวดสเปรย์ที่นั่งหาข้อมูลมาหลายวันถูกยื่นไปให้อีกคนที่ยืนรออยู่ ฐานทัพไม่ชอบเล่นกีฬาเลยไม่ค่อยรู้เรื่องยาแก้ปวด

            ตอนแรกเขาจะซื้อแบบครีมให้แต่คิดว่าคงเสียเวลาที่จะมานั่งทาเลยหาข้อมูลยาที่เป็นสเปรย์แทน ถึงเขาจะไม่เคยใช้มาก่อนแต่คิดว่าน่าจะทดแทนกันได้

            “ขอบคุณครับ” บุ๋นรับมาด้วยความเต็มใจ รอยยิ้มของเขายังคงประดับอยู่บนใบหน้าไม่หายไปไหน หมอฐานทัพก็ยังเป็นหมอฐานทัพ

            ห่วงเขาตลอด

            “สู้ๆ” ฐานทัพทิ้งท้ายไว้ก่อนที่บุ๋นจะเดินออกไป

            “สู้อยู่แล้วครับ ชาจพลังแล้ว” บุ๋นยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะรีบวิ่งไปยังสนามเมื่อกรรมการเป่านกหวีดเป็นการเรียกผู้เล่นลงสู่สนาม

            ฐานทัพมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่เดียวก่อนจะรีบฝ่าฝูงชนออกไปเพื่อไปเรียนในวิชาสุดท้ายของวัน การได้เจอกันเพียงไม่กี่นาทีแค่นั้นก็ทำให้เขาทั้งคู่สบายใจ

            อย่างน้อยบุ๋นก็รู้ว่าหมอไม่ลืมและฐานทัพก็รู้ว่าบุ๋นรอเขา

            สู้ๆนะบุ๋น

            เสียงนกหวีดดังขึ้นเป็นสัญญาณในการเริ่มควอเตอร์แรก บุ๋นกระโดดรับบาสมาไว้ในมืออย่างชำนาญ มือเลี้ยงลูกไปเรื่อยๆก่อนจะโยนไปยังผู้ที่ยืนอยู่ใต้แป้นบาสรอรับลูกจากเขา ลูกบาสลอยสูงตกไปยังเพื่อนอีกคนตามที่เขาเล็งไว้ก่อนที่แต้มแรกจะเป็นแต้มของทีมเขา

            “เยี่ยม” สองที่ดูเพื่อนสนิทตาไม่กระพริบยิ้มออกมาเมื่อได้แต้ม

            “แล้วเมื่อกี้ใครวะ” สามที่สงสัยมาสักพักเอ่ยถาม “ไม่คุ้นหน้า

            “ไม่รู้ กูก็อยู่กับมึงไหมครับเพื่อน” สองตอบกลับมา สายตายังคงจับจ้องไปที่สนาม

            ตอนนี้ฝั่งของบุ๋นนำอยู่สองแต้มซึ่งอีกทีมดูตีคะแนนมาสูสีจนคาดการณ์กันไม่ได้ว่าทีมไหนจะชนะ ตัวบุ๋นเองเขายังคงความกังวลไว้อยู่มาก

            ยิ่งสบตาคู่ต่อสู้…ภาพวันเก่าๆก็ยิ่งหลอกหลอน

            สามแต้ม!!!” เสียงของกองเชียร์เฮเสียงดังเมื่อเดือนคณะเกษตรชู้ตบาสเข้าห่วงในบริเวณสามแต้ม

            รอยยิ้มจากคนอารมณ์ดีเผยออกมาพร้อมกับหันไปตบมือเพื่อนที่อยู่ข้างตัว แม้จะกังวลแต่เขาไม่ยอมให้เรื่องนั้นมาทำให้เขาพ่ายแพ้

            ต้องชนะเท่านั้น

           

            เสียงของอาจารย์บรรยายในห้องใหญ่เหมือนทุกๆวันแต่วันนี้สมาธิของฐานทัพกลับหายไปหมด เขาพยายามนั่งจดเลกเชอร์ตามที่อาจารย์สอนแต่ดูเหมือนเนื้อหาที่เรียนจะไม่เข้าหัวเขาเลยแม้แต่น้อย

            กังวลอะไรอยู่วะ” คินที่นั่งอยู่ข้างๆสังเกตความผิดปกติของเพื่อนที่ดูไม่ค่อยมีสมาธิ ปกติทุกครั้งที่เรียนฐานทัพจะตั้งใจจดและฟังอาจารย์ไม่วอกแวก แต่วันนี้ท่าทางดูแปลกไป

            “เป็นห่วงบุ๋น” ฐานทัพเอ่ยชื่อออกมาอย่างลืมตัว

            “เอ้า ไปหามาแล้วนิ” คินที่ไม่ได้ตั้งใจเรียนอะไรมากหันมาถามพร้อมวางดินสอที่จดอยู่ทำเอาคนที่นั่งข้างๆกระทุ้งศอกเพื่อบอกให้หยุดคุย

            “อืม” ฐานทัพรับคำสั้นๆ “ช่างเถอะ

            “ห่วงละไมไม่ไปดูเขาวะ

            “สอบ” ฐานทัพตอบออกมาสั้นๆ อาทิตย์หน้ามีสอบเลยจำเป็นต้องเข้าเรียนเพื่อที่จะได้เอาเนื้อหาไปอ่านเตรียมสอบ

            ฐานทัพไม่เคยลอกเลกเชอร์ใครและในบรรดาเพื่อนทั้งสองคน คินจดแบบที่ตัวเองอ่านเข้าใจแค่คนเดียว ส่วนปกป้องตัวหนังสือแต่ละตัวต้องนั่งแกะไม่ต่ำกว่าสิบนาที เขาเลยไม่คิดจะขอยืมจากใคร

            “โห้ยเครียดไรวะ เอาของกูไปอ่านก็ได้” คินพูดอย่างคนมั่นใจ

            “ไม่เป็นไร” ฐานทัพตอบกลับทันที ไม่ใช่เพราะเกรงใจ

            แต่เพราะเอาไปก็ไม่เข้าใจ

            “ต้นคาบเห็นว่าจะปล่อยเร็ว” ปกป้องที่นั่งข้างคินหันมาบอกฐานทัพ “เลิกแล้วมึงก็รีบไป

            ฐานทัพพยักหน้าก่อนจะหันกลับไปสนใจเนื้อหาข้างหน้าอีกครั้ง วันนี้เขารู้สึกกระวนกระวายแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ใช่แค่บุ๋นคนเดียวที่ลุ้น

            เขาเองก็ลุ้นไม่ต่างกัน

 

            เสียงนกหวีดพักครึ่งแรกดังขึ้น บุ๋นเดินมายังจุดที่นั่งพักของทีมตัวเอง แก้วน้ำเย็นถูกยื่นจากตัวสำรองที่นั่งดูการเล่นตลอดช่วงแรก

            “ไหวอยู่ปะวะ” เพื่อนในทีมถามหลังจากที่เห็นบุ๋นดูเหนื่อยหอบ

            “เออไหว” เขาสูดลมหายใจลึกๆ “ไหวอยู่” บุ๋นพูดพร้อมกับมองขวดสเปรย์ที่เปรียบเสมือนกำลังใจของเขา

            “ทีมนู้นแม่งดูจะสนใจมึงเป็นพิเศษนะ

            “เออ ชิน” บุ๋นหัวเราะ ไม่ต้องเอ่ยชื่อเขาก็รู้ว่าเพื่อนหมายถึงใคร

            “เอาวะ ครึ่งหลังทำให้เต็มที่

            “เออสู้

            เสียงนกหวีดเรียกนักบาสกลับเข้าสนามเพื่อเข้าสู่ช่วงหลัง บุ๋นสบตาพี่ต้าอยู่พักหนึ่ง แม้ว่าลึกๆเขาจะรู้สึกหวั่นๆแต่ในวันนี้พี่ต้าไม่ได้เข้ามาระรานเขาจนทนไม่ได้

            หวังว่าจะมีน้ำใจนักกีฬา

            “เก่งนิ” น้ำเสียงคล้ายชื่นชมเอ่ยออกมาระหว่างเดินสวนกัน “อย่ามั่นใจมาก” คำพูดที่จงใจพูดให้เขาได้ยินแค่คนเดียวทำให้เลือดในร่างกายเริ่มพลุ่งพล่าน

            “ครับ” บุ๋นตอบกลับมาเสียงหนักแน่น

            ครึ่งหลังเริ่มขึ้น ฝั่งพี่ต้าได้บาสไปก่อนจะชู้ตสามแต้มทำให้คะแนนของอีกฝั่งนำอยู่ห้าแต้ม บุ๋นเร่งฝีเท้าเพื่อที่จะไล่ตามลูกบาสโดยที่มีอีกฝั่งขัดทางเขาไว้ไม่ให้ได้ลูก

            โถ่เว้ย!!!

            ลูกบาสส่งมายังบุ๋น ร่างของเขาก็กระโดดเองโดยอัตโนมัติ มือทั้งสองข้างจับลูกบาสไว้อย่างมั่นคงก่อนจะชู้ตลงห่วงแต่กลับโดยอีกฝ่ายปัดลูกได้สำเร็จ

            พี่ต้า

            “บุ๋น!” เสียงเพื่อนดังขึ้นเรียกสติให้เขาหันกลับไปครอบครองลูกอีกครั้ง

            ลูกบาสชู้ตลงห่วงไปอย่างสวยงาม บุ๋นหันไปแท็กมือกับเพื่อนในทีมก่อนจะหันไปมองพี่ต้าที่ดูจะสนใจเขาในครึ่งหลังเป็นพิเศษ

            มันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่ปะวะ” สามเอ่ยเมื่อเห็นบรรยากาศในสนามที่ดำเนินต่อไปแต่ในใจเขากลับเป็นห่วงเพื่อนสนิท

            คนอย่างพี่ต้าไม่เคยยอมแพ้ใคร

            “ไม่หรอก” หนึ่งที่นั่งดูอยู่เงียบๆตอบ 

            การเล่นดำเนินไปจนถึงควอเตอร์สุดท้าย คะแนนของฝั่งเขาเป็นรองอยู่ 62 ต่อ 76 ทำให้ค่อนข้างเครียดกว่าเดิมจากที่ตอนแรกเป็นฝ่ายนำ แม้ว่าจะห่างอยู่ไม่มากแต่ก็ไม่ง่ายกว่าที่จะได้แต้ม

            

            ฐานทัพเก็บของออกจากห้องอย่างรวดเร็วหลังจากอาจารย์ปล่อยก่อนเกือบครึ่งชั่วโมง นาฬิกาบอกเวลาหนึ่งทุ่มสิบนาที เท้าทั้งสองข้างรีบวิ่งไปยังจักรยานเพื่อปั่นไปให้ถึงสนามโดยเร็วที่สุด

            เป็นครั้งแรกที่เขารู้ตัวเองว่า…เขาไม่ใช่ฐานทัพคนเดิม

            ขอให้ชนะนะโว้ยยยย” คินตะโกนตามหลัง ไม่เคยเห็นฐานทัพในมุมนี้มาก่อนพอได้เห็นเขาก็อดยิ้มตามไม่ได้

            สนามบาสเงียบผิดปกติแม้จะมีผู้คนแน่นกว่าตอนแรกที่เขามา ฐานทัพรีบจอดจักรยานลงก่อนจะเดินแทรกตัวเข้าไป ดีที่ครั้งนี้ยังมีที่ๆเขาพอจะแทรกเข้ามาง่าย ทันทีที่เข้ามาถึงด้านในเขาก็รับรู้ได้ว่าทำไมทั้งสนามถึงเงียบ

            บุ๋นที่ยืนถือลูกบาสอยู่ตรงจุดหลังเส้นลูกโทษมีสีหน้ากังวลไม่น้อย ฐานทัพมองคนตรงหน้าก่อนจะเบนสายตาไปยังคะแนนที่เท่ากันราวกับโกหก

            86 ต่อ 86

            ลูกบาสที่อยู่ในมือถูกจับแน่นขึ้นอีกจากความกังวล จะชนะหรือแพ้ก็ขึ้นอยู่กับลูกที่เขากำลังจะชู้ตลงห่วง อีกไม่ถึงนาทีก็หมดเวลาแต่เขาดันโดนอีกฝั่งทำฟาล์วเลยทำให้ต้องมาเป็นผู้ชู้ตลูกโทษ

            บุ๋นสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะจ้องมองแป้นที่อยู่ตรงหน้า ถ้าเป็นการชู้ตปกติเขาคงไม่กังวลเท่ากับวันนี้ ถ้าชนะก็เหมือนแก้ปมต่างๆในอดีต 

            สายตาของบุ๋นหยุดลงยังร่างที่ยืนเด่นอยู่ข้างสนาม สายตาประสานสายตา รอยยิ้มบางๆของฐานทัพเผยออกมา ดวงตาที่จ้องมองมายังเขาเปรียบเสมือนกำลังใจที่ส่งมาถึงเขาโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดๆออกมา

            พี่ดูผมนะ

            ตึง!!!

            ลูกบาสชู้ตลงห่วงอย่างสวยงามพร้อมกับเสียงเชียร์จากข้างสนาม บุ๋นถอนหายใจออกมาก่อนจะรับลูกบาสอีกครั้งเพื่อชู้ตครั้งที่สอง

            สวบ!!!

            ลูกบาสชู้ตลงอย่างกับจับวาง เกมส์ดำเนินต่อไปอีกไม่นานเสียงนกหวีดจบเกมส์ก็ดังขึ้นเรียกเสียงเฮจากคนทั้งสนามได้อย่างล้นหลาม

            “เชี่ยยยยยย!!!!!!” สองที่นั่งเกร็งจนเป็นตะคริวอุทานออกมาเสียงดังก่อนจะหันไปกอดคอเพื่อนอีกสองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ “มันทำได้ ไอ้สี่มันทำได้แล้ว!!”

            “เออ เห็นแล้ว” แม้จะไม่ได้ตื่นเต้นเท่ากับสองแต่หนึ่งเองก็รู้สึกดีใจไม่ต่างกัน

            “เพราะพวกเรามาเชียร์มันแน่ๆเลย” สองเอ่ยออกมาอย่างคนหลงตัวเอง เขาไม่เคยรู้สึกดีเท่าวันนี้มาก่อน วันที่เพื่อนของตัวเองก้าวผ่านความกลัวทุกอย่าง

            ไอ้สี่ มึงทำได้

            บุ๋นยิ้มกว้างหลังจากที่กรรมการตัดสินเกมส์จบลง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกต่างๆมากมายมันอัดแน่นจนเขาระบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก บุ๋นหันไปยิ้มให้เพื่อนทั้งสามที่ดูดีใจมากกว่าตัวเขาก่อนจะหันไปยังกำลังใจหนึ่งเดียวที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมพร้อมรอยยิ้มที่ส่งมาถึงเขา

            ผมทำได้แล้ว

            ขอบคุณนะครับ” เขาเอ่ยเมื่อมือแตะกับพี่ต้าที่ดูผิดหวังไม่น้อย

            แม้เขาจะเคยแค้นแต่เมื่อเห็นพี่ต้าตอนนี้เขาก็อดสงสารไม่ได้ คงหวังไว้มากไม่ต่างกับทีมของเขา

            “เออ” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์เอ่ยออกมา “ยอมรับแล้วว่ามึงเก่ง” คำพูดที่บุ๋นไม่คิดว่าจะออกมาจากปากของศัตรูได้ถูกเอ่ยออกมาอย่างง่ายดาย

            “พี่ก็เก่ง

            “อืม” พี่ต้าหัวเราะในลำคอก่อนจะวางมือลงบนบ่าเขาหนักๆ “ไว้รอบหน้ามาเล่นกันอีก

            “ครับ” บุ๋นยิ้มรับ

            เขาไม่รู้ว่าตอนนี้พี่ต้าจะคิดทำอะไรเขาอีกไหม แต่ลึกๆเขารู้สึกว่าทุกอย่างมันได้จบลงแล้ว แม้ว่าจะดูง่ายดายไปหน่อยแต่เขารับรู้ได้ถึงน้ำใจนักกีฬาของฝ่ายตรงข้าม

            ร่างสูงเดินกลับมาเก็บของพร้อมพูดกับเพื่อนในทีมที่นัดกันไปกินเลี้ยงแต่เขาต้องขอปลีกตัวออกมาเพราะนัดกับเพื่อนทั้งสามไว้แล้ว ถึงจะอยากไปแต่ถ้าเขาไปไอ้สามคนต้องน้อยใจเขามากแน่ๆ

            “ไง ยิ้มจนแก้มจะฉีกแล้วนะมึง” สองเอ่ยเมื่อเห็นร่างของสี่เดินมาแต่ไกล

            “เออ แน่นอน คืนนี้ไปกินที่ไหนกูพร้อม” 

            “งั้นไปกันเลยปะ” 

            “เดี๋ยว กูขอเวลาแป๊บ” บุ๋นยกมือห้ามเพื่อนที่กำลังจะลุกขึ้น “หรือพวกมึงจะไปรอที่ร้านก่อน”

            “แน่นอนว่าต้องอย่างหลัง” สามตัดสินใจแทนทุกคน เขาลุกขึ้นก่อนจะดึงเพื่อนอีกสองคนลุกขึ้นตามโดยไม่ถามอะไรต่อ

            “เดี๋ยวโทรหา

            “เออ รีบตามมา” สามโบกมือก่อนจะลากคอสองที่ดูจะไม่เข้าใจสถานการณ์ออกจากสนาม

            บุ๋นมองร่างของเพื่อนที่เดินจากไปก่อนจะหันไปมองยังจุดเดิมที่หมอฐานทัพยืน หมอยังอยู่ที่เดิมไม่หายไปไหน รอยยิ้มของบุ๋นเผยขึ้นมาอีกครั้ง ขายาวก้าวตรงไปยังร่างที่ยืนรออยู่อย่างรวดเร็ว

            “ดีใจด้วย” ฐานทัพเอ่ยออกมาทันทีที่ร่างของบุ๋นหยุดยืนอยู่ตรงหน้า

            ร่างของเขาถูกดึงเข้าไปยังอ้อมแขนของอีกคนอย่างรวดเร็ว ฐานทัพนิ่งเงียบกับสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งเดียวที่เขารู้สึกคือหัวใจของคนตรงหน้าที่เต้นแรงจนเขาตกใจ ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากปากของอีกฝ่าย มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ

            “บุ๋น” ฐานทัพไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาพยายามเรียกคนที่กอดเขาแน่น

            “ขอบคุณนะครับ

            “…”

            รอบข้างเงียบสนิทมีเพียงเขาสองคนที่ยังคงอยู่ในสนาม บุ๋นกอดคนตรงหน้าแน่นด้วยความรู้สึกที่ตีวุ่นไม่หยุด เขาบังคับตัวเองไม่ได้อีกต่อไป

            “ตัวผมมีแต่เหงื่อ เหม็นด้วย

            “…”

            “แต่ขออยู่แบบนี้สักพักนะครับ

            ฐานทัพพยักหน้าช้าๆในอ้อมแขนของคนตรงหน้า เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาเพียงแค่รับรู้ถึงความรู้สึกที่ถูกส่งมา แม้จะดูแปลกๆที่ผู้ชายสองคนกอดกันแต่เขากลับไม่ขัดขืน

            ชาจพลังเต็มแล้ว” บุ๋นค่อยๆผละออก ถึงจะไม่อยากปล่อยแต่ขืนอยู่นานกว่านี้คงไม่ได้ ตัวเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ

            “หรอ” ฐานทัพหัวเราะออกมา “เป็นยังไงบ้าง

            “ชนะครับ

            “รู้แล้ว” เขาไม่ได้หมายถึงผลคะแนน “เจ็บตรงไหนรึเปล่า

            “เจ็บข้อเท้านิดหน่อยครับ สงสัยลงน้ำหนักมากไป

            “ใช้สเปรย์ที่ให้

            “ครับ ใช้ไปรอบนึงแล้ว คงต้องใช้อีกรอบ” บุ๋นหยิบขวดสเปรย์ที่ฐานทัพให้ขึ้นมาเขย่า

            “ไปนั่ง เดี๋ยวทำให้” เขาไม่รอให้บุ๋นตอบ มือทั้งสองข้างผลักร่างตรงหน้าไปยังที่นั่งข้างสนามก่อนจะกดให้บุ๋นนั่งลงตามคำสั่ง

            “ผมฉีดเองได้ ไม่เป็นไรหรอกครับ” ด้วยความที่เล่นกีฬามาเขาเลยไม่อยากให้หมอฐานทัพเป็นคนทำให้

            กลิ่นเท้าไม่ใช่เรื่องตลก

            “ไม่เป็นไร” ฐานทัพดึงขวดสเปรย์ไปถือไว้ “เจ็บตรงไหน บอกหมอ” คำพูดทีเล่นทีจริงที่ไม่เคยออกมาจากปากของหมอฐานทัพทำเอาคนที่ได้ฟังถึงกับตาโต

            เจ็บตรงไหนบอกหมอ…

            คำธรรมดาแต่โคตรเขินเลยว่ะ!

            “อะเอ่อ ตรงนี้ครับ” บุ๋นตะกุกตะกักขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำเรียกแทนตัวเองของหมอฐานทัพครั้งแรก

            หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

            ไม่ไหวแล้วโว้ยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!

            “ดีขึ้นไหม” ฐานทัพถามหลังจากฉีดสเปรย์ลงบริเวณที่บุ๋นชี้

            “ผมว่าน่าจะรอสักพักมันถึงจะออกฤทธิ์

            “อ่อ ใช่” ฐานทัพพยักหน้าอย่างลืมตัว “ถ้ายังไม่หายก็กลับไปทายา

            “ครับ” บุ๋นยิ้ม “วันนี้พี่เลิกเร็วหรอครับ

            “อืม” ฐานทัพตอบ เขาไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดว่าที่เร็วขนาดนี้เพราะเขารีบมา บางทีบุ๋นก็ไม่จำเป็นต้องรู้ละเอียดขนาดนั้น

            “ดีใจที่พี่มานะครับ

            “อืม” ฐานทัพก็ยังเป็นฐานทัพ แม้จะพูดมากขึ้นกว่าเดิมแต่ทุกครั้งที่บุ๋นขอบคุณเขาก็คิดคำอื่นไม่ออกนอกจากตอบรับสั้นๆ

            “ผมนึกว่าพี่จะไม่มาซะแล้ว” บุ๋นบอกความจริงออกมา เขาเตรียมใจไว้ส่วนหนึ่งว่าหมอฐานทัพคงมาไม่ได้จริงๆแต่ผิดคาด

            หมอมา…แม้จะเป็นช่วงสุดท้ายของเกมส์

            ตอนแรกก็คิดว่างั้น

            “แล้วทำไมถึงมาละครับ?” บุ๋นหันไปถามเพราะความอยากรู้

            “ห่วง” ฐานทัพพูดออกมาโดยไม่หยุดคิด

            “ห่วงผมหรอครับ” บุ๋นชี้นิ้วเข้าตัว ตาประกายแวววาวรอฟังคำตอบจากปากหมอฐานทัพ

            “อืม” คำตอบรับสั้นๆทำเอาคนที่นั่งอยู่ข้างๆไปไม่เป็น บุ๋นยิ้มกว้างออกมาก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นเพื่อไม่ให้หมอเห็นอาการที่เขาแสดงออกมา

            หมอห่วง…หมอห่วง!!!!!!!

            “ยิ้มอะไร” เหมือนการหันไปอีกทางจะไม่ได้ช่วยให้หมอมองไม่เห็น ฐานทัพถามอย่างไม่เข้าใจ “แค่ห่วงก็ยิ้มแล้วหรอ

            “ครับ” บุ๋นรับคำ “พี่เคยพูดคำนี้กับใครบ้าง

            “พ่อ ปกป้อง คิน” ฐานทัพนับนิ้วก่อนจะชูนิ้วทั้งสามไปที่บุ๋น “สามคนมั้ง

            “ผมก็เป็นคนที่สี่ใช่ไหมครับ?

            “อืม

            “นั่นคือสาเหตุที่ผมยิ้มครับ” บุ๋นตอบด้วยรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้า “ทั้งสามที่พี่พูดมาเป็นคนสำคัญของพี่

            “ใช่

            “แล้วตอนนี้ผมก็กลายเป็นคนสำคัญของพี่

            “มั่ว” คำสั้นๆที่เอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มทำให้บุ๋นรู้ว่าหมอไม่ได้หมายความตามที่พูดออกมาแต่หมายความตามที่เขาพูด

            หลงไม่รู้จะหลงยังไงแล้วหมอ…

            “ผมไม่สนหรอก ผมคิดว่าผมสำคัญไปแล้ว” บุ๋นเอ่ยอย่างคนเอาแต่ใจ ขอบคุณที่พี่มาเป็นกำลังใจให้นะครับ

            “อืม

            “กำลังใจดีจริงๆ” เขาพึมพำออกมาคล้ายกับพูดกับตัวเองหากแต่หมอฐานทัพได้ยิน

            ฐานทัพไม่ได้ถามในสิ่งที่บุ๋นพูดไปแต่คำถามที่คินถามเขาไว้กลับมาวนเวียนอยู่ในหัวอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าต้องขอยังไงและไม่รู้ว่าขอแล้วต้องทำยังไงต่อไป

            “ผมเคยคิดก่อนที่จะเข้าที่นี่ว่าถ้าได้แข่งบาสอีกครั้งแล้วคนที่ชอบมาเชียร์คงจะรู้สึกดีมากๆ” จู่ๆบุ๋นก็เปิดประเด็นใหม่หลังจากที่เห็นฐานทัพเงียบไป

            “แล้วเป็นยังไง

            “เขาก็มาเชียร์จริงๆครับ” รอยยิ้มที่ดูมีความสุขสะกดสายตาของคนข้างๆไม่ให้หันไปมองสิ่งอื่น

            ชอบ…รอยยิ้มนี้

            ใคร” ฐานทัพตัดสินใจถามออกไป ไม่รู้ทำไมในใจลึกๆเขาหวังให้บุ๋นตอบออกมาเป็นอย่างที่เขาคิด ถามไปก็รู้สึกกลัวคำตอบ

            กลัวว่าจะไม่เป็นอย่างที่คิด

            “เจ้าของรอยยิ้มของผม” เขายังยืนยันคำเดิม แม้ว่าจะรู้ว่าหมอฐานทัพคงไม่เข้าใจแต่กลับแปลกที่ครั้งนี้หมอไม่ได้มีท่าทางที่ดูงงเหมือนครั้งก่อน

            “ใคร

            “หมอ” บุ๋นเอ่ยออกมาสั้นๆ “เขาเป็นหมอที่พี่รู้จักดีเลย

            “หรอ” ฐานทัพเงียบไป คำว่ารู้จักดีนั่นหมายถึงเป็นคนใกล้ตัวของเขา ซึ่งก็หมายความว่าคนๆนั้น

            ไม่ใช่เขา…

            “เขาเป็นคนเงียบๆครับ ถามคำตอบคำ ดูไม่ค่อยอยากจะพูดกับผมสักเท่าไหร่ แต่เขาเรียนเก่งมากเลยนะ ติวหนังสือให้ผมด้วย

            “อืม” ฐานทัพได้แต่รับคำกลับไปสั้นๆ

            นอกจากเขาที่เคยติวหนังสือให้บุ๋นแล้วยังมีคนอื่นอีกงั้นหรอ

            “เขาเหมือนจะไม่สนใจแต่เขาเก็บทุกรายละเอียด เหมือนจะเข้าถึงยากแต่ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างที่ผมคิด

            “…”

            “เขาเป็นคนที่ทำให้ผมอยากจะยิ้มให้ทุกครั้งแม้ว่าผมจะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม

            “…”

            “เขาทำให้ผมรักรักแรกพบ” รอยยิ้มที่มีความสุขของบุ๋นส่งไปถึงอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ดวงตาที่พร้อมจะบอกความรู้สึกทุกอย่างถ่ายทอดออกมาจากแววตาและคำพูด

            หวังว่าหมอจะรู้

            “ไม่ไปไหนกับเพื่อนหรอ เห็นเมื่อกี้ได้ยินเพื่อนพูด” ฐานทัพเปลี่ยนประเด็นเพราะเขาไม่อยากจะฟังต่อ ทั้งๆที่แต่ก่อนเขาไม่เคยรู้สึกอะไรกับเรื่องพวกนี้แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาไม่อยากฟัง

            “ไปครับ” บุ๋นตอบ “แต่ผมอยากอยู่กับพี่มากกว่า

            “…”

            “พี่เป็นอะไรรึเปล่าครับ ทำไมเงียบไป?” บุ๋นรู้สึกถึงความผิดปกติหลังจากที่เขาเริ่มพูดถึงเรื่องหมอหรือว่าหมอฐานทัพจะรู้แล้วว่าเป็นเขา

            ถ้ารู้แล้ว…ที่เงียบไม่ตอบหมายความว่ายังไง

            หรือเขาคิดไปเองฝ่ายเดียว

            “เปล่า” ฐานทัพตอบกลับมา เขาไม่เข้าใจอารมณ์ของตัวเองตอนนี้ว่ากำลังรู้สึกอะไรอยู่ รู้แค่ว่าจู่ๆก็รู้สึกเศร้าขึ้นมา

            “แต่ว่า…”

            “บุ๋น” ฐานทัพเรียกชื่อคนข้างๆเสียงนิ่ง

            “ครับ?

            “เปล่า” เขาถอนหายใจออกมาเสียงดัง ความกล้าที่เตรียมมาเหลือศูนย์ทันทีเมื่อเขาได้ยินบุ๋นเล่าถึงคนที่ชอบ

            ไม่ถามคงจะดีกว่า

            ฐานทัพเป็นคนพูดน้อย ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจใครแต่ความจริงแล้วเขาก็ใส่ใจ ดูเป็นคนเงียบแต่ที่เงียบเพราะไม่รู้จะชวนอีกฝ่ายคุยอะไร เขาเรียนเก่งแต่ในบรรดาเพื่อนๆรอบตัวทุกคนก็เก่งไม่ต่างจากเขา

            แล้วใคร…คือคนที่บุ๋นหมายถึง

            พี่อยากจะถามอะไรผมรึเปล่า?

            “อืม” เขาพยักหน้า

            “ถามได้นะครับ” เมื่อเห็นคิ้วสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนบุ๋นก็อดห่วงไม่ได้ หมอเครียดเรื่องอะไร

            หรือว่าจะเป็นเรื่องที่เขาพึ่งพูดไป

            “ใครติวหนังสือให้บ้าง

            “หืม?” คำถามธรรมดาที่ได้ยินทำเอาเขาเงียบไปพักหนึ่ง บุ๋นคิดว่าหมอจะถามอะไรที่มันยากกว่านี้แต่พอถามออกมาแบบนี้เขาก็ตั้งตัวไม่ทัน

            “ก็มีพี่แล้วก็เพื่อนที่คณะ

            “ใครอีก” ฐานทัพถาม “ในคณะแพทย์

            “ถ้าคณะแพทย์ก็มีพี่คนเดียวนะครับ

            “คนเดียวได้ไงก็เมื่อกี้บอกว่า…” ฐานทัพชะงักไปเมื่อกำลังจะพูดประโยคถัดไป สมองค่อยๆประมวลผลช้าๆก่อนที่คำพูดทุกอย่างจะถูกจัดวางใหม่จนเขา

            เข้าใจ

            คนเดียวงั้นหรอ” ฐานถามย้ำถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

            “ครับ” บุ๋นยังคงไม่รู้เรื่องแต่อีกคนเริ่มรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมาบนใบหน้า

            “หมายความว่ายังไง

            “เรื่องอะไรหรอครับ?

            “คนที่ชอบ” เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “คนที่ชอบติวหนังสือให้

            “ครับ

            “ถ้าเป็นหมอ” ฐานทัพพยายามประมวลผลเพื่อไม่ให้สิ่งที่กำลังจะพูดออกไปเป็นความเข้าใจผิดหรือการคิดไปเอง

            “…”

            “ก็คือ…” เขาชี้นิ้วเข้ามาที่ตัวเองอย่างคนพึ่งเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่าง มือของเขาเย็นเฉียบขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ รู้สึกร้อนๆหนาวๆคล้ายจะเป็นไข้

            ครับ” บุ๋นพยักหน้า เขาระบายยิ้มออกมาบางๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้หัวใจของเขากำลังเต้นแรงมากแค่ไหน แต่กลับรู้สึกแปลกใจมากกว่าเมื่อเห็นคนตรงหน้ามีอาการที่ผิดปกติ

            หมอหน้าแดง…

            “…”

            “คนที่ผมพูดถึงคือพี่

 

            





--------------------------------------
อะไหนใครมีหมอน ฉีกหมอนเลยจ้า 5555555555555555555555555
ถึงเวลาที่เขาควรจะรับรู้ความรู้สึกกันแล้วเนอะ :)
แอบเกลียดความคิดไปเองของทั้งคู่ 555555555555
ไหนขอเสียงคนจิกหมอนขาดหน่อยเร็ววววว(?)
หลังจากที่ผ่านมาเกือบยี่สิบตอน หมอกับบุ๋นก็ได้ใกล้ชิดกันแล้วววว
คนเขียนเป็นปลื้มมมมมม T^T
เขากอดกันแล้วค่ะ!!!!  เป็นตอนที่แต่งนานมากเพราะเราไม่เก่งเรื่องบาสเลยต้องไปศึกษามา
หากผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยนะคะ T___________T
หวังว่าทุกคนจะยิ้มตามและมีความสุขไปกับเรา
แต่งนานมากจริงๆตอนนี้ ยอมรับเลยยยยยยย~
ไหนๆขอกำลังใจหน่อยยยยยยยยยยย <3

ปล. อาจจะอัพไวถ้าคนอ่านเยอะ(?) ​XD
ชอบไม่ชอบยังไงคอมเม้นท์บอกกันด้วยน้าาาาาาาาา

ติดตามกันได้ทาง Fan page : Perlina.
เข้าไปส่องแท็กทวิตเตอร์ได้ทาง #ผมจีบหมอ ติดแท็กกันเยอะๆน้าาาาา
เข้าไปทักทายกันได้ทางทวิตเตอร์ @perlinjun หรือทางแฟนเพจได้เลยจ้าาา
ไปแล้วน้า ชู้บบบบบบบบ~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 489 ครั้ง

5,814 ความคิดเห็น

  1. #5809 LOMAbin (@LOMAbin) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 23:01
    เขินว้อยยยยยยย
    #5809
    0
  2. #5789 MyUniverseOSH (@MyUniverseOSH) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 18:03

    กี๊สสสสส~ หมอนขาดไปสามใบ
    #5789
    0
  3. #5772 Popeye_pk (@Popeye_pk) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 16:25
    งื้ออออ เขินแทนวุ้ยยย อยากมีคนมาทำแบบนี้ให้บ้างจังงงงง ><~
    #5772
    0
  4. #5767 mmamaexx (@mmamaexx) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 21:39
    โถ๋เอ้ยหมอออ ไม่คิดว่าจะไม่รู้อะไรเลยขนาดนี้
    #5767
    0
  5. #5758 loveseriesY (@loveseriesY) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 12:29
    อ๊ายยยยยยยยยยย เขิลลลง่ะ
    #5758
    0
  6. #5746 tarun_ (@tarun_) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 01:29
    หมอคนอึนนน
    #5746
    0
  7. #5713 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 14:45

    หมอเก่งแต่เรื่องเรียนอย่างคินว่าจริง ๆอ่ะ

    #5713
    0
  8. #5663 Buzzzzzzzzzz (@Buzzzzzzzzzz) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 23:46
    เอร้ยยยยย สารภาพแล้วเว้ยยยยยย
    #5663
    0
  9. #5646 jaeyiing (@jaeyiing) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 23:02
    โอ้ยยย แทบจะกลืนโทรศัพท์ลงท้อง เขินนนนนน
    #5646
    0
  10. #5627 may09751212 (@may09751212) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 23:30

    อ้ายยยนเขิลไปหมดแล้ว
    #5627
    0
  11. #5620 พู่กันรสซ็อกโก (@may22536) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 16:36
    หมอออออออออออ //ฉีกหมอนแดก
    #5620
    0
  12. #5607 SkmilkSk (@SkmilkSk) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 20:01
    อีพี่หมอโว๊ยยยยย อ่านมา20ตอนคือพึ่งรู้?
    #5607
    0
  13. #5606 SkmilkSk (@SkmilkSk) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 20:00
    อีพี่หมอโว๊ยยยยย
    #5606
    0
  14. #5597 sonsawanya22 (@chotigaonoaree) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:31
    หมออออออออเพิ่งเข้าใจ55555
    #5597
    0
  15. #5593 despasito (@pupay468) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:49
    โอ๊ยอีพี่ ถ้าน้องไม่เร่งเร้าให้ถามคงงอนน้องแน่เลยยยย โอ้ยยย มึนแท้555555
    #5593
    0
  16. #5573 Noo_lin (@kulwadee99) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 07:29
    หมอๆๆๆ ประมวลผลช้าจริงๆเลย
    #5573
    0
  17. #5558 Pechpay (@Pechpay) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 13:15
    ตายแล้วววๆๆๆๆๆๆ
    #5558
    0
  18. วันที่ 28 กันยายน 2561 / 21:59
    เขินนนนนนนนนนนน >/////< หมอก็น่ารัก น่ารักมากๆ ฮรือออออออออ
    #5521
    0
  19. #5515 MaiNatkamon (@MaiNatkamon) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 23:00
    หมอเขินนนนนน ฮืออออเราก็เขินจ้า55555
    #5515
    0
  20. #5505 aompipp (@paggadam) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 18:51
    โอ้ยกลับมาอ่านรอบที่3แล้วเขินมากแงงงง
    #5505
    0
  21. #5492 loloza bbk (@lolozabbk) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 00:53
    หมอขาดไปหมดแล้วค่ะเนี่ยย หมอเข้าใจนานจังคะ เจ้าบุ๋นหลงไม่รู้จะหลงยังไงแล้วว กรี๊ดดด
    #5492
    0
  22. #5485 Pony C (@amzeenkakkak) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 19:24
    หมอออออออ ประมวลผลช้าไปมั้งงง
    #5485
    0
  23. #5484 noonookjang (@noonookjang) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 14:01
    โอ๊ยยยย กว่าหมอจะเข้าใจ คนอ่านนี่ลุ้นจนตัวเกร็ง อ่านไปยิ้มไปทุกตอน คนใกล้ ๆ นี่บอกว่ารีดบ้าหรือเปล่า? 5555
    #5484
    0
  24. #5481 kimleehyun (@kimleehyun) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 07:31
    เข้าใจซะทีนะหมอนะ เห้อ~~~ลุ้นจะเหนือแทนบุ๋น ^ ^
    #5481
    0
  25. #5467 Shipnielong (@Shipnielong) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 22:29
    หมอก็เข้าใจผิดมาตั้งนานน่อออ
    #5467
    0