(ผม)จีบหมอ [Yaoi] END

ตอนที่ 22 : 21 : จีบหมอครั้งที่ยี่สิบ 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 425 ครั้ง
    10 ธ.ค. 59


จีบหมอครั้งที่ยี่สิบ

 

            จาก…คนส่งแครอท

            วันนี้ผมคงไปหอสมุดกับพี่ไม่ได้แล้ว งานที่คณะยังอีกเยอะเลยครับ

            เดี๋ยวจะไปซื้อสีทำคัทเอ้าท์ เลิกเย็นแน่ๆ (อีโมชั่นร้องไห้)

            ยังไงถ้าเสร็จเดี๋ยวผมโทรหานะ

 

            ข้อความที่ส่งมาถูกอ่านอย่างรวดเร็วจากคนที่วางมือถือไว้ข้างๆตัวบนโต๊ะของโรงอาหารคณะแพทย์ระหว่างรอเรียนวิชาถัดไป

            ใครวะ” คินที่นั่งอยู่ตรงข้ามชะเง้อคอมองข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอเพื่อนสนิท

            “เลิกยุ่งเรื่องเพื่อนสักวันมึงไม่ตาย” ปกป้องดึงคอเสื้อคินกลับพร้อมถอนหายใจกับความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่มีวันลดน้อยลง

            “เอ้า หรือมึงไม่อยากรู้

            “ถ้ามันไม่บอกก็เป็นเรื่องของมัน” ปกป้องตอบอย่างคนไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น “กินข้าวไป จะเข้าเรียนแล้ว

            “เออ ดุจังวะ” คินบ่นอุบอิบ “นี่ถ้ามึงเป็นผู้หญิงกูไม่เอามึงเป็นแม่ของลูกแน่ๆ บ่นเยอะกว่าแม่กูอีก

            “ถามว่ากูจะเอามึงไหม” ปกป้องสวนกลับ

            “พอๆ” ฐานทัพยกมือห้ามก่อนจะหันไปมองคิน “ข้อความจากบุ๋น

            “หืม?” คินทำตาโตทันทีที่ได้ยินชื่อนี้ “แลกเบอร์กันแล้วหรอวะ

            “สักพักแล้ว

            “โอ้โห…ไอ้หมอมึงมันร้าย

            “ร้ายยังไง” ฐานทัพถามกลับอย่างไม่เข้าใจ

            “อธิบายไปมึงก็ไม่เข้าใจอยู่ดี” คินถอนหายใจอย่างคนขี้เกียจอธิบายยาว “แล้วนี่ไปถึงไหนแล้ว ขอคบยัง

            “อืม” ฐานทัพพยักหน้า “คบแล้ว

            “ฮะ?!! คบแล้วด้วย?” คินกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่เชื่อหู ถึงเขาจะพอดูออกแต่ก็ไม่คิดว่าฐานทัพจะตอบกลับมาด้วยท่าทางธรรมดาไม่แสดงอารมณ์อะไร

            ไอ้หมอมันเข้าใจคำว่าคบจริงๆใช่ไหม…

            “อืม ตกใจอะไร

            “เปล่า กูแค่ไม่คิดว่ามึงจะคบกันแล้ว

            “ก็ตอนนั้นมึงบอกให้ขอ

            “แล้วมึงขอหรอ?

            “เปล่า เขาขอ” ฐานทัพตอบกลับตามความจริง เขาไม่มีอะไรต้องปิดบังเพื่อนสนิทและเขาก็ไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะผิดแปลกตรงไหน

            “เอ่อ แล้วมึงโอเคหรอวะที่คบกับ กูหมายถึงแบบ ผู้ชาย” คินพูดคำสุดท้ายออกมาเสียงเบา เขาไม่รู้ว่าฐานทัพเข้าใจคำว่าคบในรูปแบบไหน

            ฐานทัพไม่เคยมีแฟนมาก่อนและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนรักกันจะต้องปฏิบัติต่อกันยังไง ยิ่งแฟนคนแรกเป็นผู้ชายเขายิ่งตะขิดตะขวงในใจ

            กลัวว่าความรู้สึกของฐานทัพมันคือความรักแบบพี่ชายกับน้องชาย ถ้าเป็นแบบนั้นคงจะไม่ดีกับทั้งสองฝ่าย

            “ทำไมจะไม่โอเค” ฐานทัพยังคงงงกับสิ่งที่คินถามออกมา เขาไม่เข้าใจว่าคินต้องการจะสื่อถึงอะไรกันแน่

            “ถ้ามันไม่โอเคมันจะคบทำไม” ปกป้องที่นั่งฟังอยู่นานแทรกขึ้น ถึงเขาจะไม่ค่อยรู้เรื่องระหว่างฐานทัพกับบุ๋นเท่าไหร่ แต่จากที่ผ่านมาเขาก็รับรู้ได้ถึงความจริงใจของบุ๋น

            “มึงก็รู้มันไม่เคยมีแฟน” กลายเป็นคินที่เครียดแทน “กูกลัวว่ามันจะยังไม่เข้าใจดีพอแล้วมันจะแย่กันทั้งสองฝ่ายนะ

            เขาไม่ได้ต้องการให้เพื่อนลังเลแต่ที่พูดเพราะห่วงความรู้สึกของทั้งคู่ เขารู้ว่าบุ๋นรู้สึกกับเพื่อนเขายังไง แต่กับฐานทัพเขาไม่รู้ว่าจะรู้สึกแบบเดียวกับอีกคนไหม

            แล้วถ้าไม่มันจะเป็นยังไงต่อไป

            เข้าใจแล้ว” ฐานทัพที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น “เพราะกูเป็นผู้ชายแล้วบุ๋นก็เป็นผู้ชาย เรื่องนี้ใช่ไหมที่มึงห่วง

            “เออดิคินตอบ “กูไม่ได้เหยียดเพศนะ แต่แค่แปลกใจเพราะกูไม่เคยเห็นมึงสนใจผู้ชายมาก่อน”

            “ผู้หญิงมันก็ไม่สน” ปกป้องพูดเสริม “มึงชอบน้องมันจริงๆใช่ไหม

            “อืม” ฐานทัพรับคำ “จริง

            ถึงจะไม่เคยมีใคร ถึงจะไม่เข้าใจความรักแต่เขารับรู้ได้ว่าสิ่งที่เขารู้สึกกับบุ๋นมันพิเศษมากกว่าคนอื่นๆ

            “เออ งั้นกูก็ดีใจด้วย” คินยิ้มออกมาบางๆ เขาไม่มีสิทธิจะไปห้ามความรู้สึกของเพื่อน กลับกันเขาไม่คิดจะห้ามด้วยซ้ำเพราะบุ๋นไม่มีส่วนไหนที่ทำให้เขาไม่ชอบ

            ถ้าไอ้หมอมั่นใจ…เขาก็ดีใจด้วย

            เหมือนกัน” ปกป้องเอื้อมมาตีไหล่เพื่อนสนิทแรงๆ “แล้วไม่ตอบข้อความกลับหรอ

            “เกือบลืม” เหมือนพึ่งนึกขึ้นได้ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดพิมพ์ก่อนจะกดลบและพิมพ์ลงไปอีกครั้งและลบอีกจนต้องหันมือถือที่ถืออยู่ให้เพื่อนอีกสองคนอ่าน “ตอบไปว่าไงดี

            คินกับปกป้องอ่านข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอพร้อมรอยยิ้มของคินที่เผยออกมาหลังอ่านข้อความจบ ทำไมเขารู้สึกถึงความใส่ใจเล็กๆน้อยๆของเด็กคนนี้

            “แล้วมึงอยากเจอเขาไหมล่ะ

            “เกี่ยวอะไรกับข้อความ” ฐานทัพถามกลับ

            “เอาใหม่” คินถอนหายใจยาวๆ “กูหมายถึงถ้ามึงอยากเจอมึงก็ไปหาเขาที่คณะหลังจากไปหอสมุดเสร็จ

            “อ่อ” เขาพยักหน้าเข้าใจ “คราวหลังก็บอกตรงๆ กูขี้เกียจคิด” ฐานทัพบ่นกลับก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไป

            คินหันไปมองปกป้องก่อนจะส่ายหน้าไปมากับความซื่อบื้อของเพื่อนตัวเอง นี่ถ้าไม่ติดว่าฐานทัพสอบได้คะแนนเยอะกว่าเขาทุกวิชาเขาคงด่าไปแล้วว่าไอ้โง่

            ติดตรงที่ เขาโง่กว่า

 

            จาก…คิดถึง

            ไปหอสมุดเสร็จเดี๋ยวไปหา ถ้ายังอยู่

 

            บุ๋นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข้อความแทบจะทันที สงสัยหมอยุ่งอยู่เลยตอบข้อความเขาช้ากว่าทุกๆครั้ง บุ๋นพิมพ์ตอบไปอีกครั้งก่อนจะหันไปหาเดชที่ยืนรออยู่ข้างๆ

            ครับมึง กูไปเดี๋ยวนี้แหละ” น้ำเสียงร่าเริงเอ่ยกับเพื่อนสนิท

            ทั้งคู่จะปั่นจักรยานออกไปเพื่อไปซื้อสีมาทำคัทเอ้าท์ในวันเปิดบ้านอีกหนึ่งอาทิตย์ที่จะถึง จะเรียกว่างานด่วนก็คงใช่เพราะเขาพึ่งรู้ว่าที่มหาลัยจะมีงานเปิดบ้านเมื่อตอนเช้าที่เรียกปีหนึ่งทุกคนมาประชุมและตอนบ่ายใครที่เรียนเสร็จก็ต้องมาช่วยจัดเตรียมงาน

            คณะเกษตรดูครึกครื้นกว่าทุกวันเพราะมีปีหนึ่งแยกกันทำงานตามจุดต่างๆของคณะ บางคนที่เก่งเรื่องศิลปะก็ประจำอยู่ที่คัทเอ้าท์แผ่นใหญ่กลางลานคณะ บางคนก็อาสาเป็นฝ่ายสวัสดิการคอยเสริมน้ำซื้อขนมมาให้เพื่อนๆจากเงินกองกลางของปีหนึ่ง ทุกคนแยกย้ายกันทำตามความถนัด เป็นภาพที่พี่ๆปีอื่นๆรู้สึกชื่นใจเหมือนทุกๆปี

            งานเปิดบ้านจะเป็นงานแรกที่ปีหนึ่งได้ลงมือทำอย่างเต็มรูปแบบเพราะรูปแบบที่ทำต่อๆกันมาเป็นแบบแผน ปีหนึ่งจะมีหน้าที่เตรียมงานวันเปิดบ้าน ส่วนพี่ปีอื่นๆจะมีหน้าที่คอยแนะแนวน้องในแต่ละสาขาของคณะเกษตรซึ่งในส่วนนี้ปีหนึ่งจะมีหน้าที่น้อยที่สุดเพราะยังไม่ได้เรียนพื้นฐานไม่ได้เจาะลึกเหมือนปีสูงๆ

            สีมาแล้วววว~” บุ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริง ถังสีที่ซื้อมาถูกวางลงข้างๆเพื่อนที่กำลังนั่งร่างดินสอลงบนแผ่นคัทเอ้าท์ ถึงไหนแล้ว

            “ยังร่างไม่เสร็จเลย” เธอตอบกลับมาก่อนจะเริ่มร่างภาพต่อ

            “เดี๋ยวเราช่วยยก” บุ๋นเดินไปช่วยยกคัทเอ้าท์อีกอันแทนผู้หญิงที่กำลังช่วยกันคนละไม้คนละมือเพราะขนาดคัทเอ้าท์ที่ใหญ่และค่อนข้างหนัก

            “ขอบคุณนะ” เธอยิ้มให้ก่อนจะขยับพื้นที่ให้อีกคนได้ช่วยถืออีกแรงเพื่อผ่อนแรงคนอื่นๆ

            จากที่แต่ก่อนทุกคนในคณะคิดว่าเดือนกับดาวเป็นสิ่งที่จับต้องได้ยากเพราะมีความโดดเด่นกว่าคนอื่น แต่บุ๋นได้ทำให้ทุกคนรู้ว่าเขาไม่ได้ต่างจากทุกๆคน บุ๋นแทบจะไม่ได้ใส่ใจในตำแหน่งที่ตัวเองได้รับเลยด้วยซ้ำ ทำให้เขาได้รับคะแนนจากบุคคลรอบข้างไปเต็มๆเรื่องความใจดีและมีน้ำใจ

            แถมอีกอย่าง…ความหล่อ

            น้ำฟ้า จะยกไปไหนเดี๋ยวเรายกไปให้” บุ๋นเข้าไปอาสาเมื่อเห็นร่างเล็กแบกกองชีทอยู่บนแขนทั้งสองข้าง

            “เอาขึ้นไปที่ห้องพักอาจารย์จ้ะ แต่ว่าเดี๋ยวเราเอาขึ้นไปเองก็ได้

            “เห้ยไม่เป็นไร น้ำฟ้าไปช่วยคนอื่นเถอะ เดี๋ยวเรายกให้” บุ๋นไม่รอฟังคำตอบมือทั้งสองก็ฉวยเอากองชีทมาไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง

            “ขอบคุณนะ ห้องอาจารย์ยุภานะ

            “ครับผมบุ๋นตอบรับเสียงใส

            ร่างสูงเดินไปพร้อมกับกองชีทโดยไม่รู้เลยว่ามีรอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นจากการกระทำที่เขาทำไปอย่างเป็นปกติ ถึงบุ๋นจะเคยบอกทางอ้อมให้เธอหยุดคิดแต่ดูเหมือนความรู้สึกที่เกือบจะเป็นปกติมันกลับมารบกวนจิตใจอีกครั้ง

            บางทีเธอก็ควรจะบอกความรู้สึกให้เขาได้รับรู้

 

            ความเย็นจากแก้วน้ำกระทบที่ข้างแก้มทำให้คนที่แอบอู้นอนหลับสะดุ้งตื่นขึ้นมา บุ๋นมองไปยังผู้กระทำที่ยืนหัวเราะคิกคักชอบใจดูมีความสุขกับการได้แกล้งเขา

            “ไอ้เดช!” น้ำเสียงดุเอ่ยออกมาหากแต่ไม่ได้มีอารมณ์ตามน้ำเสียง

            อะไรมึง เห็นเพลียๆกูเลยไปซื้อน้ำมาให้” เดชบอกจุดประสงค์ก่อนจะยื่นแก้วน้ำสีใสมาให้ “เขาบอกว่าจะกินสไปร์ทต้องใส่ถุง แต่กูใส่แก้วมาให้

            “เออ ขอบใจ” บุ๋นหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะรับแก้วน้ำไว้ในมือ

            “นี่ก็ใกล้เสร็จแล้ว มึงจะกลับก่อนก็ได้นะ

            “ไม่ว่ะ กลับไปก็ไม่มีอะไรทำ อีกอย่างมึงอยู่กูก็อยู่ ไม่ได้รีบไปไหน” บุ๋นตอบพร้อมกับลุกขึ้นตามเดชเพื่อไปดูคัทเอ้าที่มีเพื่อนสี่ห้าคนกำลังระบายสีอยู่

            “ตื่นแล้วหรอบุ๋น” น้ำฟ้าเอ่ยทักเป็นคนแรกเมื่อเห็นใบหน้าสะลึมสะลือของบุ๋นเดินตรงมายังจุดที่ระบายสี

            “อ่าว รู้ด้วยหรอ” บุ๋นหัวเราะก่อนจะย่อตัวนั่งลงข้างๆ “ให้เราช่วยไหม

            “ได้จ้ะ เดี๋ยวเราไปเปลี่ยนน้ำก่อนนะ น้ำสีดำหมดแล้ว

            “เดี๋ยวเราไปเปลี่ยนให้ อยู่นี่แหละ” บุ๋นออกตัวแทนเหมือนทุกครั้งที่เขาชอบทำ ร่างสูงเหยียดลุกขึ้นพร้อมยกแก้วน้ำที่ใช้ล้างพู่กันทาสีออกไปยังก๊อกน้ำ

            “เทลงต้นไม้นะ เดี๋ยวแม่บ้านด่า” เดชบอกตามหลัง

            “เออครับคุณเดช

           

            อยู่ไหน ถึงแล้ว    

 

            ฐานทัพส่งข้อความหาบุ๋นเมื่อจอดจักรยานลงหน้าคณะเกษตร ตอนนี้ที่คณะมีผู้คนเยอะแยะเต็มไปหมดเหมือนกำลังเตรียมงานอะไรสักอย่าง เขาหยิบหนังสือที่ยืมมาจากหอสมุดไว้ก่อนจะเดินเข้าไปยังคณะเพื่อหาที่นั่งรอ

            สายตาของเขาหยุดลงตรงร่างของบุ๋นที่ลุกขึ้นเดินไปยังอีกจุด ฐานทัพเปลี่ยนทิศเดินไปตามบุ๋นก่อนจะหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นว่าใครอีกคนที่เขาคุ้นหน้าลุกเดินตามบุ๋นไป

            คงไม่มีอะไร…

            ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ขาทั้งสองข้างก็พาเขาก้าวเดินตามไปจนถึงจุดที่บุ๋นหยุดยืนอยู่ น้ำสีดำถูกเทลงที่ต้นไม้ข้างๆตัวก่อนที่จะหันไปล้างแก้วน้ำโดยไม่ได้สนใจเลยว่ามีใครอีกคนเดินตามมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ

            บุ๋น” น้ำเสียงเล็กเอ่ยเรียกทำให้คนที่กำลังล้างแก้วอยู่หันไปตอบ

            “อ่าวน้ำฟ้า ตามมาทำไม เดี๋ยวเรายกไปให้ไง

            “ตรงนั้นคนเยอะแล้วเลยอยากออกมาเดินยืดเส้นยืดสาย เรานั่งระบายสีนานจนปวดแขนไปหมดแล้ว

            “อ่อ เข้าใจแล้ว” บุ๋นก็ยังคงเป็นบุ๋นที่อัธยาศัยดีกับทุกคน

            ฐานทัพมองการกระทำของทั้งคู่เงียบๆ จะเรียกว่าเขาแอบดูก็คงได้ แต่ในจุดที่เขายืนก็ไม่ได้เรียกว่าการแอบดูสักเท่าไหร่ ถ้าบุ๋นหันมาบุ๋นก็จะเห็นเขา

            “บุ๋น คือเรามีอะไรอยากจะบอก” น้ำฟ้าเปิดประเด็นอีกครั้ง คำพูดเหมือนกับครั้งก่อนแต่ครั้งนี้เธอต้องการจะพูดมันออกไป

            อย่างน้อยก็ให้อีกฝ่ายได้รับรู้

            “ครับ” บุ๋นรับคำสั้นๆไม่ปฏิเสธ เขาก็พอจะเดาออกว่าน้ำฟ้าจะพูดอะไร ในเมื่อเธอกลับมาพูดเรื่องนี้อีกเป็นครั้งที่สอง เขาก็จะรับฟัง

            และจะทำให้ทุกอย่างชัดเจน

            “เราชอบบุ๋นนะ” คำพูดที่เปล่งออกมาได้อย่างยากลำบากเอ่ยออกมาต่อหน้าคนที่ยืนรอฟัง น้ำฟ้าก้มหน้าลงต่ำรอคำตอบจากอีกฝ่าย

            ไม่ว่าจะเป็นยังไงเธอก็จะรับให้ได้

            “ความจริงเรารู้อยู่แล้ว” บุ๋นระบายยิ้มบางๆ “แต่เราคงรับความรู้สึกที่น้ำฟ้ามีให้เราไว้ไม่ได้

            “…” เหมือนหัวใจแตกเป็นเสี่ยงๆ แม้จะพอเดาคำตอบออกแต่เธอก็หวังมาตลอดว่าสักวันคำตอบในใจของบุ๋นจะเปลี่ยนไป

            เรามีคนที่เรารักอยู่แล้ว” เมื่อคิดถึงคนๆนั้นรอยยิ้มของเขาก็เผยออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ถ้าเป็นแต่ก่อนเราคงเป็นฝ่ายขอจีบน้ำฟ้าด้วยซ้ำ

            ฐานทัพที่ยืนฟังอยู่ขมวดคิ้วขึ้นมาทันทีที่ได้ยินประโยคที่บุ๋นเอ่ยออกมา ถ้าเป็นแต่ก่อนอย่างนั้นหรอ…ทำไมล่ะ

            แต่ตอนนี้เราทำไม่ได้ เรามีคนที่เราคิดจะจริงจังด้วย

            “อืมเราเข้าใจแล้ว” ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียงสะอื้น มีเพียงความรู้สึกที่กำลังแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

            “ขอโทษนะครับ

            “อืม คนๆนั้นน่าอิจฉาเนอะ” น้ำฟ้าเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจื่อน

            “เราว่าเราอิจฉาตัวเองมากกว่า” บุ๋นยิ้มบางๆ

            “…”

            “ที่ได้เจอเขา

            บริเวณรอบข้างที่เงียบสนิททำให้ฐานทัพได้ยินสิ่งที่บุ๋นพูดออกมาอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ รอยยิ้มบางๆเผยออกมา ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังบุ๋นก็ยังเป็นบุ๋น

            ถึงแม้คำพูดก่อนหน้าจะดึงอารมณ์ของเขาไปบ้างก็ตาม

            อืม” น้ำฟ้าพยักหน้าอีกครั้ง “งั้นเดี๋ยวเราไปช่วยเพื่อนต่อนะ

            “ครับ” บุ๋นยิ้มนิดๆก่อนจะหันกลับไปล้างแก้วน้ำต่ออย่างกับเรื่องเมื่อกี้ไม่เคยเกิดขึ้น ความจริงเขารู้มาสักพักแล้วแต่เขาก็เว้นระยะมาตลอด

            ป็อก!

            นิ้วชี้ที่มาจากไหนไม่รู้ดีดหน้าผากเขาไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ บุ๋นเตรียมจะหันไปด่าแต่พอเห็นเจ้าตัวที่ยืนอยู่ก็ถึงกับพูดไม่ออก

            หมอมาตั้งแต่เมื่อไหร่

            พี่มาทำไมไม่โทรบอกผม” รอยยิ้มดีใจเผยออกมาเมื่อเห็นหมอฐานทัพมาหาเขาถึงที่

            “ส่งข้อความไปแล้วแต่ไม่เห็นตอบเลยเดินเข้ามาหา” ฐานทัพอธิบายก่อนจะสบตาคนตรงหน้านิ่งๆ

            “พี่เป็นอะไรรึเปล่าครับ ทำหน้าเครียดเชียว” บุ๋นค่อยๆหุบยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของหมอฐานทัพดูเครียดผิดปกติ

            “เป็น” ฐานทัพยอมรับตรงๆ “เป็นมาก

            “เป็นอะไรหรอครับ” บุ๋นเริ่มเข้าโหมดจริงจัง พอเห็นท่าทีนิ่งๆของหมอก็ทำเอาเขาเครียดไปด้วย

            “ถ้าจะปฏิเสธก็อย่าพูดให้ความหวัง

            “ครับ?บุ๋นขมวดคิ้ว “เรื่องอะไรหรอครับ”

            “ถ้าเป็นแต่ก่อนคงเป็นฝ่ายขอจีบ ฐานทัพถอนหายใจออกมาแรงๆ เขาไม่เข้าใจอารมณ์ของตัวเองในตอนนี้ แค่รู้สึกว่าตัวเองกำลังหงุดหงิดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “หมายความว่าไง

            “พี่…” บุ๋นเงียบพร้อมกลืนน้ำลายอึกใหญ่

            หมอได้ยิน

            “ตอบ” ฐานทัพไม่เคยบังคับให้ใครตอบในสิ่งที่ไม่อยากตอบ แต่ครั้งนี้เขาจำเป็นต้องรู้ให้ได้ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เข้าใจไปตลอด

            “พี่โกรธผมหรอ” บุ๋นหน้าเสีย หมอฐานทัพไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนและเขาก็รู้สึกกลัวกับอาการที่หมอแสดงออกมา

            “เปล่า” ฐานทัพปฏิเสธ “แค่อยากรู้

            “…”

            “อยากเข้าใจว่าหมายความว่ายังไง

            “ผมหมายความตามที่พูดจริงๆแหละครับ” บุ๋นยอมรับไปตรงๆ “แต่นั่นมันความคิดก่อนที่ผมจะเจอพี่

            “…”

            “พอเจอพี่ผมก็ไม่เคยคิดแบบนั้นอีก” บุ๋นค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆหมอฐานทัพ ครั้งนี้หมอนิ่งมากจนเขาทำอะไรไม่ถูก

            กลัวไปหมด…

            แต่เขาอยากให้หมอเชื่อว่าที่เขาพูดมาคือความจริงทั้งหมด

            ทำไมถึงไม่คิด

            “เพราะผม…” คำที่อยากจะพูดต่อมันจุกอยู่ที่อก เขาไม่รู้ว่าถึงเวลาที่เขาควรจะบอกหมอฐานทัพรึยัง เขากลัวว่ามันจะเร็วเกินไปที่จะบอกคำๆนี้

            แม้ว่าเขาจะรู้สึกรัก มานานแล้วก็ตาม

            ไม่ต้องพูดแล้ว” ฐานทัพเป็นคนตัดบท “ช่างเถอะ

            “ไม่ช่าง พี่ยังไม่เข้าใจ

            “ใช่ ไม่เข้าใจ” ฐานทัพไม่อยากเป็นคนไม่มีเหตุผล เขาแค่ไม่อยากจะถามให้สถานการณ์แย่ไปกว่านี้ “จะเสร็จงานรึยัง จะชวนไปกินข้าว

            “อีกสักพักก็น่าจะเสร็จแล้วครับ” บุ๋นตอบเสียงอ่อน เขาอยากจะพูดแต่ในเมื่อหมอไม่อยากฟังก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องพูดต่อ

            มือหนักวางลงบนหัวของอีกคน ฐานทัพถอนหายใจออกมาก่อนจะลูบผมคนตรงหน้าช้าๆ เห็นสีหน้าของบุ๋นที่ดูเครียดไม่มีรอยยิ้มเขาก็อดรู้สึกผิดไม่ได้

            ไม่ได้ต้องการให้เครียด…เขาแค่อยากจะถามเพื่อที่จะได้เข้าใจ

            เครียดหรอ” ฐานทัพพยายามปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ เขารู้สึกไม่ดีเท่าไหร่นักกับอารมณ์ที่ตัวเองแสดงออกไป

            “ครับ” บุ๋นยอมรับ “ผมไม่อยากให้พี่เข้าใจผิด

            “อืม รู้แล้ว

            “ผมไม่อยากให้พี่คิดมาก” บุ๋นยกมือขึ้นไปวางทับกับมือของหมอที่ลูบผมเขาอยู่ “ผมห่วงพี่มาก

            “อืม

            ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกจากปากของทั้งสองคนอีก ฐานทัพลูบหัวคนตรงหน้าราวกับว่าเป็นบุ๋นเด็กๆโดยที่อีกคนก็ไม่มีท่าทีปฏิเสธสัมผัสที่อบอุ่น ถึงจะไม่เข้าใจแต่ฐานทัพจะพยายามเข้าใจ

            เหมือนที่บุ๋นพยายามเข้าใจในตัวเขา

            “อย่าพูดแบบนี้กับใครอีก” ฐานทัพเป็นฝ่ายเอ่ยเพื่อทำลายความเงียบรอบข้าง

            “ไม่พูดแล้วครับ

            “อืม

            “พี่หึงหรอครับ” บุ๋นตัดสินใจถามออกไปเมื่อเห็นว่าหมอฐานทัพเริ่มกลับมาเป็นปกติไม่มีท่าทีเหมือนตอนแรก

            “หึง?” ฐานทัพเลิกคิ้ว “ยังไง

            “ก็แบบที่พี่แสดงออกมา

            “อืม”  ฐานทัพพยักหน้า

            “…”

            “ถ้าเมื่อกี้เรียกหึงก็คงหึง

           

            จักรยานสองคันจอดลงหน้าหอพักนักศึกษาแพทย์ในเวลาเกือบสองทุ่มหลังจากที่ไปกินข้าวกันเสร็จ จากที่คิดว่าหมอฐานทัพยังเคืองเรื่องเมื่อตอนเย็นอยู่แต่ดูเหมือนเขาจะคิดไปเองฝ่ายเดียวเมื่อหมอฐานทัพทำเหมือนเรื่องเมื่อตอนเย็นไม่เคยเกิดขึ้น ทำให้เขาเบาใจไปได้อีกเปราะ

            แฟนไม่ใช่คนคิดมาก…

            กลับได้แล้ว” ฐานทัพที่พึ่งล็อกกุญแจเสร็จบอกอีกคนที่ยังยิ้มอยู่บนรถจักรยาน

            “ยังไม่อยากกลับเลย ผมหมดแรงแล้ว” บุ๋นแกล้งทำเป็นไม่มีแรงทั้งๆที่พลังงานเขาเหลือเฟือ

            “งั้นขึ้นก่อนนะ

            “ใจร้าย

            “พึ่งรู้หรอ” ฐานทัพหัวเราะออกมาเมื่อเห็นสีหน้าตกใจเมื่อได้ยินเขาสวนกลับ เขารู้สึกว่ายิ่งอยู่กับบุ๋นนานๆเขายิ่งอยากแกล้ง

            “จะขึ้นไปจริงๆหรอครับ ไม่สงสารเด็กปีหนึ่งที่ปั่นมาส่งพี่หรอ

            “ไม่” เขาตอบกลับมาทันที

            “ใจร้ายอีกแล้ว

            “ล้อเล่นฐานทัพนั่งลงตรงเหล็กที่เอาไว้คล้องกับจักรยานก่อนจะมองคนตรงหน้า นั่งแล้ว

            “เย้” บุ๋นตอบเหมือนเด็กๆก่อนจะยิ้มออกมา เอาจริงๆเขาก็ไม่มีเรื่องอะไรจะชวนหมอคุยแต่แค่ยังไม่อยากกลับ

            อยากจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้นานกว่านี้

            “พี่ยังสงสัยเรื่องอะไรอีกไหมครับ” บุ๋นตัดสินใจถามออกไป เขาไม่อยากให้หมอรู้สึกค้างคา ถ้าสงสัยเขาก็พร้อมจะตอบทุกคำถาม

            “อืม” ฐานทัพรับคำสั้นๆ

            สงสัยงั้นหรอ

            “ทำไมคนนั้นถึงมาบอกชอบ

            “คนที่พี่หึงหรอครับ” บุ๋นยิ้มเจ้าเล่ห์

            “บุ๋นฐานทัพเรียกเสียงดุ

            ฮ่าๆ” เขาหัวเราะออกมา “ความจริงน้ำฟ้าจะบอกผมแล้วรอบนึงแต่ตอนนั้นผมพูดดักไว้เธอก็เลยไม่ได้บอก แต่ทำไมวันนี้จู่ๆมาบอกผมก็ไม่เข้าใจ

            “แล้วชอบไหม

            “คนสวยใครๆก็ต้องชอบ” บุ๋นตอบตามความจริง “แต่ผมมีคนที่ชอบอยู่ก่อนแล้วเลยไม่ได้สนใจ

            “อืม

            “อยากรู้ไหมครับคนที่ผมชอบคือใคร” บุ๋นยิ้มกว้าง “ถึงพี่ไม่อยากรู้ผมก็จะบอก

            “…”

            “ผมชอบพี่” บุ๋นพูดออกมาด้วยหัวใจที่พองโต “ชอบมาตลอด ไม่เปลี่ยนใจ” 

            แววตาที่จริงจังเหมือนต้องการจะสื่อออกมาจากความรู้สึกทั้งหมดที่เขามี ฐานทัพรับรู้ได้ถึงความจริงจังในน้ำเสียงและสายตา

            “ชอบเหมือนกัน” ฐานทัพตอบกลับไปทำเอาคนที่พึ่งสารภาพไปก่อนทำตัวไม่ถูก บุ๋นไม่คิดว่าหมอจะตอบกลับเขาด้วยคำๆนี้

            “ชอบมากไหมครับ?

            “อืม

            คำตอบสั้นๆเป็นตัวยืนยันทุกอย่าง บุ๋นระบายยิ้มออกมา ไม่สามารถอธิบายได้เป็นคำพูดว่ามีความสุขมากแค่ไหน บอกได้แค่เขามีความสุขมากๆ

            สุขที่ได้อยู่กับหมอตรงนี้

            “คบกับผมพี่ไม่ต้องหึงเลย

            “…”

            “เพราะผมไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจจากพี่

            “…”

            “มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่หนึ่งปีที่แล้วแล้วครับ

            ตั้งแต่วันที่รู้ตัวว่า…รักแรกพบมีอยู่จริง

            เชื่อแล้ว” ฐานทัพตอบกลับ เขามองไปทางอื่นเพื่อไม่ให้อีกคนรู้ว่าตอนนี้ข้างในเขารู้สึกอย่างไร นับวันความรู้สึกยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

            ความรักมันดีแบบนี้นี่เอง

            “ผมดีใจนะที่พี่ไม่โกรธผม

            “ไม่รู้จะโกรธไปทำไม” ฐานทัพตอบตามที่เขาคิด “โกรธไปก็รู้สึกไม่ดีเปล่าๆ

            “ครับ ดีจังเลยเนอะ” บุ๋นยิ้มกว้าง

            ไม่เคยรู้สึกผิดที่เลือกจีบคนๆนี้ ไม่เคยรู้สึกว่าการตัดสินใจของเขาผิดเพราะหมอฐานทัพเข้าใจทุกอย่าง ถ้าไม่เข้าใจหมอก็เลือกที่จะถามไม่กลับไปคิดต่อคนเดียว

            เขารู้สึกโชคดีมากๆ

            “กลับ ดึกแล้ว” ฐานทัพดูเวลาในโทรศัพท์ที่เกือบจะสองทุ่มครึ่ง ความจริงก็ไม่ดึกมากแต่ว่าเขาไม่อยากให้บุ๋นอยู่คุยจนกลับดึก

            “ครับ พี่จะอ่านหนังสือต่อใช่ไหม” บุ๋นถามอย่างคนรู้ทัน

            “ใช่ จะมีสอบย่อย

            “แล้วพรุ่งนี้พี่เลิกเรียนกี่โมงหรอครับ

            “ห้าโมง

            “งั้นเดี๋ยวผมซื้อของไปฝาก

            “แครอทหรอ” ฐานทัพถามอย่างมีความหวัง

            หลังจากที่ไปบ้านสวนกลับมาเขาก็กินแครอทหมดภายในห้าวันหลังจากนั้น ตัวเขาเองก็ยังงงว่าทำไมแครอทถุงใหญ่ถึงหมดเร็วขนาดนี้ทั้งๆที่แม่ของบุ๋นก็ให้มาตั้งเยอะ

            สงสัยคงละเมอเผลอหยิบกิน

            “อย่ารู้ทันสิครับ” บุ๋นยิ้มออกมาเมื่อเห็นแววตาประกายของหมอเมื่อพูดถึงแครอท “ที่ไม่ได้ซื้อให้เพราะคิดว่าพี่ยังกินไม่หมด

            “หมดแล้ว” ฐานทัพตอบกลับอย่างรวดเร็ว “เอาเบบี้แครอท

            “ไม่เอาเบบี้บุ๋นหรอครับ

            “ไม่” ฐานทัพตอบพร้อมหัวเราะ “เอาแครอทดีกว่า

            “ทำไมปฏิเสธเร็วขนาดนั้น บางทีเบบี้บุ๋นอาจจะอร่อยกว่าก็ได้นะ” บุ๋นยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาเชื่อเชิขนาดนี้แล้วหมอไม่รู้สึกตะหงิดในใจบ้างเลยหรอ

            “เพ้อเจ้อ” เขาตอบกลับ “กลับได้แล้ว

            “ครับ กลับแล้ววว” บุ๋นลากเสียงอย่างร่าเริง พอเห็นหมอกลับมาเป็นปกติเขาเองก็เบาใจ กลับไปคืนนี้เขาคงนอนหลับฝันดีเหมือนทุกๆวัน

            “ฝันดี

            “ฝันดีครับ” เขาเตรียมจะปั่นจักรยานออกไปแต่ก็ไม่วายเหลียวหลังกลับมามองฐานทัพที่ยืนรอส่งเขาอยู่

            “เจอกัน” เมื่อเห็นอีกฝ่ายหยุดจักรยานหันมามองฐานทัพเลยโบกมือลา “บาย

            “ไม่ลองเบบี้บุ๋นจริงๆหรอครับ” บุ๋นยังไม่ละเลิกความพยายาม

            “ไม่ลอง” คำขาดที่ตอบกลับมาเป็นที่รู้กัน

            “ครับ เข้าใจแล้ววววว~” บุ๋นลากเสียง ฝันดีครับร่างสูงที่คร่อมจักรยานอยู่โบกมือลาสองสามทีก่อนจะปั่นออกไป

            ฐานทัพหยุดยืนรอจนกว่าจักรยานของบุ๋นจะปั่นออกไปพร้อมรอยยิ้มบางๆที่ปรากฏขึ้นมุมปาก บุ๋นจะรู้ตัวไหมว่าตัวเองมีเสน่ห์ขนาดไหน ฐานทัพไม่เคยละสายตาจากรอยยิ้มนั้นได้เลย

            อะไรที่ทำให้บุ๋นชอบในตัวเขา

            เขาที่ไม่ได้โดดเด่นเหมือนคนอื่นๆ

 

            จาก…คนส่งแครอท

            ถึงหอแล้วนะครับ

 

            จาก…คิดถึง

            อืม

 

            บุ๋นวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมก่อนจะเตรียมตัวไปอาบน้ำ เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นอีกครั้งทำให้เขาหันกลับไปมองข้อความที่พึ่งถูกส่งมา

 

            จาก…คิดถึง

            เบบี้บุ๋น ตลกดี

 

            หืม?บุ๋นหลุดพูดออกมาก่อนจะเลิกคิ้ว เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้งก่อนจะพิมพ์ข้อความกลับไปหาปลายทาง

 

            จาก…คนส่งแครอท

            ตลกยังไงครับ น่ารักจะตาย

 

            จาก…คิดถึง

            อืม น่ารัก

 

            ฉึก!!!

            เหมือนโดนมีดกระหน่ำแทงอีกครั้ง ถึงหมอฐานทัพจะชอบตอบกลับมาตรงๆแบบไม่อ้อมค้อมแต่เขาสารภาพได้เลยว่าไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาชินกับการตอบกลับของหมอฐานทัพ

            แต่ก่อนก็คิดว่าตัวเองจู่โจมแรงแต่ตอนนี้ไม่น่าจะใช่แล้วสิ

            ยิ้มไรมึง มีความสุขมากไหมวะ” คนที่พึ่งกลับมาถึงห้องพูดขึ้นอย่างนึกหมั่นไส้

            สามวางอุปกรณ์ที่ถือมาลงบนเตียงของตัวเองก่อนจะเดินมานั่งข้างๆเพื่อนสนิทที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ชวนให้เขานึกหมั่นไส้ได้ทุกวัน ลำพังเจองานที่คณะก็เครียดมากพอแล้ว กลับมายังต้องเจอเพื่อนสติไม่สมประกอบอีก

            จะมีอะไรปกติบ้างในชีวิตเขา

            “ถ้าตอบว่ามากมึงจะทำไมวะ” บุ๋นถามกลับ

            “กูก็จะโยนงานให้แม่งทำ” เพราะงานที่ถูกสั่งมาอย่างกับว่าทำหนึ่งชั่วโมงเสร็จ ทำให้เขาค่อนข้างที่จะเครียด

            “ทำไมต้องโมโหขนาดนั้น” บุ๋นหัวเราะ “งานไร ให้กูช่วยไหม

            “ไม่อะ เดี๋ยวงานกูพัง” สามส่ายหน้ารัว “แค่มานั่งคุยกับมึงแก้เหนื่อยเฉยๆ” เขาบิดขี้เกียจ

            “เอ้า อะไรของมึงวะ

            “วันนี้กูทำงานยันเช้าแหละ เตรียมผ้าปิดตาใส่นอนด้วย โมเดลงานยังไม่เสร็จว่ะ” เขาพูดพร้อมกับมองไปยังโมเดลที่ทำไปได้แค่ครึ่งเดียว

            “เออสมควรไม่เสร็จ กูเห็นมึงนั่งเล็งเป็นชั่วโมงกว่าจะทำแต่ละจุด” บุ๋นบ่น

            “เอ้า งานละเอียดสิวะ” เขาตอบก่อนจะหันไปมองรอบข้าง “เอ้า ไอ้สองยังไม่กลับมาหรอวะ

            “ยัง เห็นว่าวันนี้กลับดึกไม่ก็ไปนอนหอเพื่อน

            “อ่อ เออๆสามหันไปยกงานของตัวเองไปไว้บนโต๊ะประจำ กูมีเรื่องจะถาม สงสัยมาตั้งแต่วันแข่งแล้ว

            “เรื่องอะไรวะ

            “คนที่พวกกูเจอ ใครวะ” ความจริงก็สงสัยมาสักพักแล้วแต่ไม่มีโอกาสเหมาะที่จะถาม เขาไม่อยากถามต่อหน้าคนอื่นๆเพราะไม่รู้ว่าไอ้สี่อยากจะเล่าให้เขาฟังรึเปล่า

            “บอกไปมึงจะรับได้หรอวะบุ๋นถามออกไปตรงๆ เขาไม่รู้ว่าเพื่อนจะมีความคิดเห็นยังไงกับเรื่องแบบนี้

            แฟนมึงหรือไงสามประชดกลับไป ทำซะอย่างกับว่าเขาจะรับไม่ได้ยังไงยังงั้น

            ถ้ากูตอบว่าใช่ล่ะ

            “…” คนถามเงียบไป มือที่กำลังจะยกเก้าอี้เพื่อเตรียมทำงานค้างอยู่กับที่ เขาค่อยๆหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่บนเตียง

            เมื่อกี้มันพูดเล่นรึเปล่า

            เรื่องจริง” บุ๋นยืนยันอีกครั้ง ไม่ว่ายังไงจะช้าหรือเร็วพวกมันก็ต้องรู้อยู่ดี

            “ละแล้วไหนมึงบอกว่าสนใจหมอ จะจีบหมอ” สามถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ

            “คนนี้แหละหมอบุ๋นตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่มีท่าทีตลกกับสิ่งที่พูดออกมา ที่เขาพูดเป็นความจริงทุกอย่าง

            หรอวะ” สามพูดเสียงอ่อน “ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ

            “มอหก

            “แต่ตอนนั้นมึงคบอยู่กับแพร

            “อืม

            “กูไม่เข้าใจว่ะ

            “เออรู้” บุ๋นถอนหายใจ “มึงรับไม่ได้สินะ มึงคงผิดหวัง

            “ผิดหวังเหี้ยไรวะ” สามถามกลับ คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมกูต้องผิดหวังเพราะรู้ว่าเพื่อนชอบผู้ชาย

            “…”

            “ที่กูไม่เข้าใจคือทำไมมึงไม่เคยบอกเรื่องพวกนี้ ไม่สิ มึงบอกว่ามึงชอบหมอ แต่มึงไม่ได้บอกว่าเขาเป็น…” สามถอนหายใจหนักๆ กูแค่คิดว่าเราไม่มีอะไรต้องปิดบังกัน

            “ที่ปิดเพราะกลัวพวกมึงรับไม่ได้

            “ทำไมกูจะรับไม่ได้” เขาถามกลับ “จะเป็นยังไงมึงก็เพื่อนกู

            “…”

            “แค่ผิดหวังที่มึงบอกเพราะกูถาม” สามทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ สายตามองตรงมายังเพื่อนสนิทของตัวเอง

            ถ้าไม่ถามก็คงไม่บอกอย่านั้นใช่ไหม

            “กูตั้งใจจะบอก แต่หาเวลาไม่ได้

            “เออช่างแม่ง” เขาพูดปัด “เลิกแก้ตัว ไม่อยากฟังแล้ว

            “นี่โกรธกูหรอ

            “เออ” เขาตอบกลับมาอย่างไม่ต้องคิด “โกรธมาก

            “เห้ย ไม่เอาดิวะไอ้สาม” บุ๋นเดินเข้าไปตบบ่าเพื่อนอย่างที่เคยทำ เขาไม่คิดว่าสามจะมีปฏิกิริยาแบบนี้ “กูขอโทษ

            “กูไม่ให้อภัย” สามตอบกลับเสียงแข็ง “จนกว่ามึงจะช่วยกูติดกาวทำโมเดล

            “ฮะ? อะไรนะ” บุ๋นถามกลับอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

            “ช่วยกูทำงาน หูหนวกหรือไงวะ” สามตอบกลับ เขาเสมองไปทางอื่นพร้อมถอนหายใจ “จะให้กูโกรธมึงลงได้ยังไงวะไอ้สี่

            “…”

            “แค่เรื่องแค่นี้ กูโกรธมึงไม่ลงหรอก” รอยยิ้มบางๆเผยออกมาทำให้คนที่พึ่งบอกความจริงโล่งไปใจเปราะใหญ่

            ถึงแม้ว่าเขาจะเคืองที่พึ่งรู้เรื่องต่างๆแต่เขาก็เข้าใจว่าเรื่องแบบนี้มันต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะถึงจะบอกกันได้และเป็นไปได้ไอ้สี่ก็คงไม่อยากปิดบังใคร

            แต่เพราะมันกลัว…ว่าคนรอบข้างจะไม่เข้าใจ

            มันคิดผิดเพราะเพื่อนทุกคนพร้อมจะเข้าใจในตัวมัน

            หายโกรธงี้มาให้กูจุ๊บแก้มหน่อยมา

            “แก้มก้นไหมล่ะเดี๋ยวเปิดให้” สามสวนกลับทำท่าจะถอดกางเกงออก

            “ไม่เอาโว้ย มึงยังไม่ได้อาบน้ำ

            “ถ้าอาบจะจุ๊บใช่ปะ

            “ไม่โว้ยยยยยยยยยบุ๋นโวยวายเสียงดัง

            เสียงหัวเราะของทั้งสองดังกึกก้องอยู่ในห้องเล็กๆของหอพักนักศึกษาชายซึ่งอาจจะไปรบกวนห้องข้างๆได้แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นเรื่องปกติของหอพัก

            บุ๋นคิดมาตลอดว่าเขาโชคดีที่ได้เจอพ่อแม่ที่เข้าใจ ได้เจอเพื่อนที่พร้อมจะรับฟังในทุกๆเรื่อง ได้เจอรุ่นพี่ที่คอยช่วยเหลือ ได้เจอคนรักที่เข้าใจและพร้อมจะเดินไปกับเขา บุ๋นรู้สึกว่าทุกอย่างที่ผ่านมามันเพียงพอแล้วสำหรับชีวิตของคนๆหนึ่ง ถึงเขาจะเรียนไม่เก่ง สอบเข้าคณะตามที่หวังไว้ไม่ได้ แต่ในความผิดหวังมันกลับทำให้เขาเห็นทางเดินที่แท้จริง

            แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

 

            คณะแพทย์เหมือนเดิมทุกครั้งที่เขามา บุ๋นจอดจักรยานไว้ก่อนจะไปนั่งรอยังโต๊ะที่ว่างอยู่พร้อมกับถุงเบบี้แครอทในมือ วันนี้เขามาทันเวลาพอดีเป๊ะเพราะอยู่ช่วยงานที่คณะก่อนที่จะออกมา           

           

            จาก…คนส่งแครอท

            ถึงแล้วนะครับ

 

            จาก…คิดถึง

            พึ่งเลิก เดี๋ยวลงไป

 

            บุ๋นอ่านข้อความที่ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วก่อนจะเก็บมือถือไว้ที่เดิม วันนี้เขาซื้อแครอทมาได้ถุงเดียวเพราะถูกเหมาไปเกือบหมดตั้งแต่ช่วงเที่ยงวัน ดีที่เขาไปบอกพนักงานให้เก็บไว้เผื่อเขาหนึ่งถุงไม่อย่างนั้นหมอคงอดกินแน่ๆ

            มือเย็นๆที่อ้อมมาจากด้านหลังปิดตาทั้งสองข้างของเขาไว้ บุ๋นวางถุงแครอทลงช้าๆก่อนจะค่อยๆยกมือขึ้นสัมผัสมือของอีกคน

            ไม่ใช่มือของหมอ…

            “พี่คิน สวัสดีครับบุ๋นลองสุ่มชื่อคนที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดออกมาก่อนที่มือทั้งสองข้างจะปล่อยออก

            อะไรวะ รู้ได้ไง” คนถูกจับได้เอ่ยออกมาอย่างเซ็งๆก่อนจะเดินอ้อมมาข้างหน้าพร้อมกับหมอฐานทัพที่หัวเราะเบาๆที่แผนของคินใช้ไม่ได้ผล

            “ผมเก่ง

            “เออจ้า จะบอกว่าจำได้ว่างั้นเถอะว่ามือไอ้หมอไม่ใช่แบบนี้

            “ครับบุ๋นรับคำ

            กูขอเบะปากสี่สิบห้าองศาได้ไหมวะ” คินพูดอย่างคนขี้อิจฉา “แวะมาทักทายเฉยๆ เดี๋ยวไปละ

            “อ่าวพี่ไปไหนครับ

            “ไปหาแฟนกูดิ เห็นงี้ก็มีแฟนนะเว้ย” ได้ทีก็ยืดข่มคนตรงหน้า ไม่อยากจะอวดว่าวันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีเขากับแฟน

            เขินจังเลย…

            “แล้วนี่ซื้ออะไรมา

            “แครอทครับ” บุ๋นหยิบถุงแครอทไปให้คินดูใกล้ๆ

            “ให้ไอ้หมอสินะ” เห็นแล้วก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ “มึงเลี้ยงมันดีเกินไปละ ดูดิกูก็ว่าทำไมช่วงนี้แก้มมันแดงๆ

            “อ่าวไม่ดีหรอครับ

            “กูแยกไม่ออกนี่สิว่ามันแดงเพราะเขิน ร้อนหรือว่าเพราะกินแครอท

            “ผมว่าน่าจะอย่างแรกนะครับ

            “เออเรื่องของพวกมึงเลยยยยยย” พอเห็นความมั่นใจของเด็กปีหนึ่งก็รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล “กูไปละ

            “อ้าวแล้วพี่ปกป้องละครับ” บุ๋นพึ่งสังเกตว่ามีแค่หมอฐานทัพกับพี่คิน

            “มันมีนัดเลี้ยงสายเลยแยกไปตั้งแต่เลิกเรียนแล้ว

            “อ่อ ครับ”

            “กูไปก่อนนะ เดี๋ยวไปสาย” คินยักคิ้วกวนก่อนจะโบกมือลาแล้วปลีกตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

            “อ่าว…” ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อร่างของคินก็เดินออกไปไกลจนบุ๋นไม่ทันได้บอกลา สงสัยพี่คินจะรีบจริงๆนะครับ

            “อืม ใช่” ฐานทัพพยักหน้าก่อนจะนั่งลงข้างๆ “แก้มแดงหรอเขาไม่เห็นรู้สึกว่าแก้มแดงเหมือนที่คินพูด

            ไม่คิดว่ากินแครอทเยอะแล้วแก้มจะแดง

            ไม่นิครับ พี่คินคงแซวเล่น

            “อืม ไม่สนหรอกฐานทัพตอบ แดงไม่แดงก็จะกิน

            “เบบี้แครอทหรอครับ?

            “อืม” เขาพยักหน้า

            “แต่ถ้ากินเบบี้บุ๋นคงจะแดงตามที่พี่คินบอกนะครับ

            “เนียนนะ” ฐานทัพหัวเราะออกมา

            ว้าแย่จัง พี่รู้ทันซะแล้ว

            “บางทีอาจจะรู้ทันมานานแล้ว

            


 


----------------------------------------
วันนี้อาจจะมาต่อสั้นไปหน่อยอย่าพึ่งตกใจกันน้า
เค้าพึ่งฟื้นจากการปั่นงานส่งไฟนอลอย่างหนักกก T^T
ปมต่างๆเริ่มคลี่คลายออกมา ในเรื่องของน้ำฟ้าก็คงจะชัดเจนในทุกๆฝ่าย
บางทีคนเราก็ต้องการความชัดเจนไม่ว่าผลตอบรับจะออกมาเป็นยังไง
และบางครั้งคำพูดของคินก็ไม่ได้แย่เสมอไป เพราะคำว่า 'ห่วง' คำเดียว :)
ขอบคุณนักอ่านทุกท่าน ทุกคนยังน่ารักและเราได้รับความรักจากทุกคน
ถึงเราจะต้องอ่านหนังสือแต่เราจะไม่ทิ้งเรื่องนี้ เราจะเจอกันวันเว้นวันเสมอ <3
ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ ขอบคุณทุกคนที่รักเหมือนที่เรารัก
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ทุกกำลังใจ เราดีใจทุกครั้งที่นักอ่านสัมผัสถึงความรู้สึกจริงๆที่เราแต่ง
เรายิ้มทุกครั้งที่ได้อ่านคอมเม้นท์ยาวๆ นักอ่านบางคนกลัวว่ายาวไปเราขี้เกียจอ่าน
แต่เปล่าเลย เราชอบและยิ้มตลอดที่นักอ่านบอกความรู้สึกกับเรา
ขอบคุณมากนะคะ  ^_______________^

แวะมาแจ้งข่าวเพิ่มเติม : หนังสือจะเปิดจองช่วงต้นเดือนมกราคมนะคะ อดใจรอกันอีกนิด

ฝากติดตามข่าวสารกันได้ทางแฟนเพจ Perlina. แวะมาทักทายพูดคุยสอบถามกันได้
แฮชแท็ก #ผมจีบหมอ เข้าไปตามอ่านแท็กได้เลย เราอ่านและรีทวิตตลอด
พูดคุยกับเราทางทวิตเตอร์ได้ที่ @perlinjun  ^________________^
รักทุกคนด้วยความรัก

แจ้งข่าวเรื่องถัดไปในเร็ววัน : เรื่องต่อไปเป็นเรื่องของหมอปกป้องนะคะ ฝากแฮชแท็กวอร์มรอกันไว้ก่อน 
#ปกป้องรัก #หมอดุ เจิมรอฤกษ์กันไว้ได้เลยยยย~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 425 ครั้ง

5,812 ความคิดเห็น

  1. #5759 loveseriesY (@loveseriesY) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 15:05
    เบบี๋บุ๋นนนนนน
    #5759
    0
  2. #5715 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 15:29

    อะไรยังไงรู้ทันนานแล้วคือละคะหมอ

    #5715
    0
  3. #5600 despasito (@pupay468) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:58
    รู้ทันมานานแล้ว เอ๊ะ?? ยังไงน้าาาา
    #5600
    0
  4. #5559 parada3346 (@parada3346) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 13:36
    ดีย์งาม ปรื้มปริ่มมมม แม่ขาาาาเขารักกันดี กริ๊ดดดด
    #5559
    0
  5. #5469 Shipnielong (@Shipnielong) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 22:45
    แหมพี่หมออออ//รู้สึกว่าสองกับพี่ปกป้งจะมีนัดเลี้ยงสายกันบ่อยจังเลยนะคะ อยู่สายเดียวกันอ๊ะป่าว?
    #5469
    0
  6. #5332 nookxz2 (@nookxz) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:41
    พี่หมอน่ารักน่าชังจังเลยยย
    #5332
    0
  7. #5317 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:34
    เดี๋ยวนะ อีพี่หมอมันร้ายยยยยยยย
    #5317
    0
  8. #5289 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:46
    น่าร้ากกกจางเลย
    #5289
    0
  9. #5287 Piszerel (@manaki-ne) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:27
    แปลว่ารู้มาแต่แรก แต่ทำเป็นซื่อหรอคะหมออ~
    #5287
    0
  10. #5262 Nannan2711 (@Nannan2711) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:00
    น่ารักจัง เบบี้บุ๋น5555555
    #5262
    0
  11. #5194 mebehindyou_ (@mebehindyou_) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 20:56
    อะแหม เบบี้บุ๋น เกลียด5555555555555
    #5194
    0
  12. #5138 lufian (@ployykp) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 15:24
    งื้ดดดดดดด น่ารัก
    #5138
    0
  13. #5110 -worthwhile- (@-worthwhile-) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 23:55
    ชอบตอนพี่หมอฐานทัพหึงมาก ฮือออออ TwT
    #5110
    0
  14. #5054 Maylyunho (@Maylyunho) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 19:27
    อยากมีความมั่นใจ ได้แบบบุ๋นบุ๋น น่ารักและจริงใจมาก
    #5054
    0
  15. #5046 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 12:50
    หยอดขนาดนี้ขายหนมครกเถอะ
    #5046
    0
  16. #4987 ____sunp____ (@arthip-n) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 23:39
    เพื้อนบุ๋น เพื่อนหมอคือดีมาก อยากมีคนแบบนี้อยู่รอบตัวซัก2-3 คน
    #4987
    0
  17. #4969 itzmeboombim (@itzmeboombim) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 20:50
    มีความหยอด แต่พี่หมอรู้ทัน ถึงจะซึนไปบ้างแต่ก็เข้าใจง่ายเนอะ
    #4969
    0
  18. #4904 Happy HP Time (@sweetty-pat) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 13:01
    กินเบบี้บุ๋นก็ได้นะ เราชอบ
    #4904
    0
  19. #4866 kpoint (@kpoint) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 19:15
    งุ้ยยยยยยย หมอรู้ทันตลอดเลยเหรอ
    #4866
    0
  20. #4850 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:15
    เบบี้บุ๋นคืออะไร หุหุ
    #4850
    0
  21. #4812 โลกสีม่วง77 (@chacha777) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:35
    เขินชิบหายวายวอดเลย
    #4812
    0
  22. #4799 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:15
    แงงงงง จะน่ารักไปไหนนนน ฮือออ ยอมใจเลย หมอนี่เริ่มจะไม่ใสแล้วนะ อยู่กับบุ๋นมากไป 555555 #รออ่านหมอปกป้องงง ><
    #4799
    0
  23. #4733 Oneooe (@Oneooe) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 07:25
    เขินนนนมากกจ้า
    #4733
    0
  24. #4453 yimyimcute112 (@yimyimcute112) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 15:38
    น่ารักอ่ะชอบ
    #4453
    0
  25. #4194 Namtan_sgsw (@Namtan_sw) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 19:06
    มีความจำมือแฟนได้อ่าาา 5555 หมั่นไส้
    #4194
    0