สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อพบเห็นคนที่กำลังจะชะตาขาดเพราะ ไม่มีเงาหัว

สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อพบเห็นคนที่กำลังจะชะตาขาดเพราะ ไม่มีเงาหัว
เกริ่นเรื่อง: ธรรมทาน
30 ส.ค. 56 , View: 8825 , Post : 4





เคยไหมค่ะ?

เห็นคนที่ยังมีชีวิต 'หัวขาด' หรือ 'ไม่มีเงาหัว'



แล้วถ้าคุณเห็นจะทำอย่างไร?





ผู้เขียนบล็อกเห็นว่าในอินเตอร์เน็ตมีการตั้งกระทู้เช่นนี้มากมาย


หากแต่กระทู้เหล่านั้นเสนอเป็นเรื่องเล่าของผู้ที่บังเอิญไปพบเห็นบุคคลที่ไม่มีเงาหัว


ซึ่งมักจบลงด้วยการเสียชีวิต เสียเป็นส่วนใหญ่


แต่ ยังไม่เคยเห็นกระทู้ใดเสนอวิธีช่วยเหลือบุคคลนั้น


ผู้เขียนบล็อกจึงเกิดแรงบันดาลใจและได้หยิบยืมวิธีช่วยเหลือ ที่เคยได้รับฟังมาจาก



"นิทาน  อิงประวัติ  หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม" มาเขียนบอกกล่าวท่านผู้อ่าน ดังนี้







เมื่อพบเห็นผู้ที่ไม่มีเงาหัว ให้เราตั้งจิตมั่นแล้วท่องคาถาต่อหัว 


"สัมปฏิจฺฉามิ"

(อ่านว่า สัม-ปะ-ติด-ฉา-มิ)

ท่องซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าหัวจะต่อกัน

(ผู้เขียนบล็อกเข้าใจว่า มันคือการเร่งบุญเร่งกุศลให้มาช่วยรักษาตัว ชั่วคราว หัวจึงต่อคืน)



แต่หากว่าตามคาถานี้ซ้ำหลายๆครั้งแล้ว หัวของเขายังไม่ต่อคืน
แสดงว่าใกล้จะหมดบุญแล้วจริงๆ
(รอดยาก)


ไม่ว่าเมื่อเราท่องคาถานี้แล้ว หัวของเขาจะต่อคืนให้หรือไม่ก็ตาม

เรายังต้อง



แนะนำคนที่ไม่มีเงาหัวนั้นให้รีบไปปฏิบัติกรรมฐานที่วัดด้วย!


เพื่อผ่อนเคราะห์จากหนักเป็นเบาจะได้ไม่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต




( ปฎิบัติอย่างน้อย 7 วัน หรือระยะเวลาตามแต่พระท่านบอก
ระหว่างนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ห้ามออกจากวัดที่ปฏิบัติกรรมฐานนั้นโดยเด็ดขาด
จิตใจต้องตั้งมั่น แน่วแน่ ไม่วอกแวก)




 

ทั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ นอกจากบุญกรรมเก่าแล้วย่อมขึ้นอยู่กับพลังใจแห่งตน



หากพยายามแล้วแต่มันไม่สัมฤทธิผล ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกรรมดังพุทธพจน์ที่ว่า ..กมฺมุนา วตฺตตี โลโก - สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม 


อีกกุศโลบายหนึ่งที่แนะนำให้คนที่กำลังจะถึงฆาตไปเข้ากรรมฐาน


ก็เพื่อให้เขาสิ้นใจอยู่ในศีลในธรรม



อย่างน้อย หากตายขณะที่จิตตั้งอยู่ในศีลในธรรม มีความเป็นกุศล


ดวงวิญญาณนั้นย่อมไปสู่สุคติภูมิ


เช่นกัน หากตายขณะจิตมีนิวรณ์ มีกิเลส


ดวงวิญญาณนั้นย่อมตกไปสู่อบายภูมิ





 
หากใครทราบแล้ว จะจำ นำไปเผยแพร่ และนำไปช่วยเหลือ ผู้อื่น

ผู้เขียนบล็อกก็ขออนุโมทนาบุญด้วย >/l\<




 
ปล. ทุกศาสนาต่างสอนให้เป็นคนดี วิธีนี้ไม่สงวนว่าต้องเป็นคนนับถือพุทธ เท่านั้น

ปปล. เมื่อไม่เชื่อ ก็จงอย่าลบหลู่ โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง หากคนเรารู้จักรับฟังหรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างใช้วิจารณญาณ 
ด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง สังคมก็จะสงบสุข น่าอยู่ยิ่งขึ้นนะจ๊ะ^^





ที่มา: นิทาน  อิงประวัติ  หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ( วัดอัมพวัน สิงห์บุรี )

Link 
ธรรมนิยายชุดสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม http://palipage.com/watam/piyapan3/


*****************************************************


การสอนวิปัสสนากรรมฐานโดยหลวงพ่อจรัญ ตอนที่ 1 (การเตรียมตัววิปัสสนากรรมฐาน)


ขออนุโมทนาบุญให้กับthammaidea เจ้าของวิดีโอ ด้วยนะคะ
 

แฟนคลับ [1]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1 บอกว่า :
    เคยไปวัดหลวงพ่อหนึ่งครั้งจ้ะ
    ตอนนั้นไปกับพี่นัท
    รู้สึกว่าจะไปปฎิบัติธรรมที่นั่น 3 วันได้

    ขอบอกว่า


    คนเยอะมากกกก
    ต้องตื่นประมาณตีสี่ได้

    มารีบอาบน้ำและไปสวดมนต์ทำวัตรเช้าจ้ะ
    แล้วหลังจากนั้นทางวัดก็จะพา
    นั่งสมาธิ...เดินจงกลม...อยู่แบบนี้ทั้งวัน

    .....ตอนแรกที่ไปไม่คิดว่าจะมีคนเยอะมากขนาดนี้ แทบไม่มีที่ให้หลับนอนเลยก็ว่าได้...
    นอนเบียดกันน่าดู !
    เป็นช่วงเทศกาลวันหยุดยาวน่ะจ้ะ
    เลยคิดว่า

    ถ้าจะไปปฎิบัติธรรมที่วัดนี้อีกครั้งจะไม่ขอไปในช่วงเทศกาลเด็ดขาด !!
    เพราะคนเยอะทำให้ไม่มีสมาธิจริงๆ

    ...ก็สุขใจและอิ่มบุญดีนะ ....
    ผ่านมาหลายปีแล้วยังไม่มีโอกาสได้ไปอีกเลยจ้ะ ส้มโอ


    ....เรื่องเห็นคนหัวขาดไม่เคยเห็นนะ !!....

    แต่ถ้าเห็นจริงๆคงตกใจทำอะไรไม่ถูกแน่ๆ และยิ่งเป็นคนใกล้ชิดก็คงต้องคงสติให้มาก
    เคยได้ยินมาว่า

     ...ถ้าเราเห็นคนหัวขาดให้เดินเข้าไปใกล้ๆเขาแล้วพูดว่า
    ....ต่อหัวให้แล้วนะ ขอให้อย่าได้เกิดอะไรที่ร้ายแรงเลย ! .... แบบนี้

    ไม่รู้จริงๆว่าจะต้องท่องคาถาด้วย
    พี่นุชว่า

    ถ้าเราลืมก็ให้ทำง่ายๆแบบพี่นุชบอกมานี่แหละ
    เพราะแม้จะสั้น ถ้าเราตกใจจริงๆมันก็คิดไม่ออกแน่ๆ
    แค่เราก้มลงหยิบหัวให้เค้าก็น่าจะเป็นการช่วยในเบื้องต้นเนอะ
    หลังจากนั้นก็ค่อยไปปฎิบัติธรรมอย่างที่ส้มโอ
    บอกมา


    ก็เ็ห็นด้วยว่า
    ถ้าการไปปฎิบัติธรรมแล้วรอดยากก็คงจะเป็นเรื่องแล้วแต่บุญกรรมแล้วล่ะ
    อย่างน้อยถ้าเค้าไม่รอดจริงๆก็ได้ทำดีที่สุดแล้ว
    และการตายขณะอยู่ในศีลในธรรมน่าจะนำดวงวิญญาณไปสู่ภพภูมิที่ดีๆ

    ....เมื่อก่อนไม่เข้าใจว่า ทำไม ถึงต้องนั่งสมาธิ ?....
    แม่พีนุชเป็นคนชอบธรรมะมาก เล่าให้ฟังว่า

    ...คนเราถ้าจิตแน่วแน่แล้วหลังความตายจะไปในที่ดีๆสงบๆ
    ถ้าคนเราไม่มีสมาธิ จิตวอกแวกก่อนตายก็จะไปตรงที่จิตอยากจะไปนั่นแหละ !.....


    พี่นุชก็ห่างหายการนั่งสมาธิมานนานแล้วแล้วแฮะ 
    แบบว่า.....ไม่พูดดีกว่า เป็นอันรู้กัน หึหึหึ



    ขอขอบคุณบล็อกดีๆจ้า
    อ่านแล้วแม้จะรู้สึกกลัวๆกับการเห็นคนไม่มีศีรษะ
    แต่ก็รู้สึกอิ่มบุญนะ
    ถ้าเราได้ช่วยคนที่เจอเคราะห์หนัก !!!


    ขออนุโมทนาสาธุ ด้วยคนค่ะ



     


    30 ส.ค. 56 / 19:29

    2 Perz บอกว่า :
    ฮ่าาาๆๆๆ ได้แต่ถามตัวเองว่า ทำไมเธอถึงเขียนบล็อกเรื่องนี้เนี่ยส้มโอ

    ...มันน่ากลัวจังเลย TT

    แต่ก็นั่นแหล่ะค่ะ อยากบอกเล่าเอาไว้ เผื่อใครกำลังดวงตกแล้วมีโอกาสมาได้อ่านบล็อกนี้

    ครั้งหนึ่งส้มโอก็เคยไม่มีเงาหัวค่ะพี่นุช แบบว่าเห็นตัวเองไม่มีเงาหัวอ่ะ
    (แต่ตอนนั้นส้มโอยังไม่เคยรู้เรื่องคาถาต่อหัวนะ เรื่องคาถาต่อหัวเพิ่งจะรู้เมื่อต้นปี 2556นี้เองค่ะ)

    ขนาดนึกถึงยังกลัวอยู่เลย ช่วงนั้นก็เจ็บตัวบ่อยเหลือเกิน มีแต่เรื่องไม่ดี

    แต่จู่ๆทุกอย่างก็ดีขึ้นหลังจากส้มโอไปวัดโพธิ์ แถวๆบางคล้า ที่ฉะเชิงเทรา

    ตอนนั้นไปงานศพพ่อเพื่อน ซึ่งจัดอยู่ศาลาตรงข้ามวัด
    (ขอนอกเรื่อง...พ่อเพื่อนถูกฆาตกรรม ออกข่าวในหนังสือพิมพ์ด้วยค่ะ)

    ช่วงพักเที่ยงก็เลยเข้าไปเดินเล่นในวัดค่ะ แวะไปเลี้ยงปลาด้วย

    ในนั้นบรรยากาศวังเวงมาก

    ส้มโอก็ไม่รู้ว่ามีใครช่วยต่อหัวให้หรือเปล่า เพราะก็เดินผ่านภิกษุหลายรูป

    ประกอบกับเดินผ่านกี่ศาล ส้มโอยกมือไหว้หมด

    แบบว่าอยู่ดีๆก็ขนลุกจนต้องยกมือขึ้นไหว้อ่ะค่ะ แหะๆ

    (ในใจก็ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เขาช่วยด้วยล่ะคะ)

    แต่พอกลับออกมาจากวัดนั้น ชีวิตก็ดีขึ้นค่ะ

    แบบว่าที่เคยโดนทักเรื่องไม่มีราศีก็เปลี่ยนเป็นทักว่าดูแจ่มใสขึ้น

    ก็ไม่รู้ว่ามันอะไรยังไง ใครที่วัดนั้นช่วยเราไว้หรือเปล่า (รู้สึก งง บทจะดี อยู่ๆก็ดีซะงั้น 555)

    จริงๆแล้วเมื่อก่อน ส้มโอไม่ค่อยเชื่อเรื่องออกแนวไสยศาสตร์แบบนี้หรอก 

    แล้วพ่อก็ชอบบอกว่าผีมันไม่มีจริงหรอก..อย่าไปกลัว!
    (แต่พ่อดันเป็นคนที่ถูกผีหลอกบ่อยที่สุดนี่สิ 555555555555555555555+)

    พอเจออะไรทำนองนี้บ่อยๆเข้า ก็ไม่รู้จะพูดยังไงดีนะคะ 

    แบบว่าบางทีวิทยาศาสตร์มันก็พิสูจน์ไม่ได้ แต่ที่แน่ๆไม่ขอลบหลู่อย่างแน่นอน...



    วัดหลวงพ่อจรัญนี่ ส้มโอมีโอกาสได้ไป วันที่ 17 ก.พ. 56 นี้เอง
    (...เอ๊ะ ไม่ใช่นี้เองสิ จะครบ1ปีแล้ว 555+)

    คนเยอะจริงๆเนอะ ขนาดที่ว่าคนล้นออกมานอกศาลา

    แต่ไม่ได้ไปปฏิบัติธรรมค่ะ ไปเป็นเพื่อนแม่เฉยๆ

    แม่อยากเห็นหลวงพ่อกับวัดสักครั้งหนึ่งในชีวิต

    เพราะเกิดศรัทธาจากการฟังธรรมนิทาน ก็เลยนัดแนะกันไปกับเหล่าป้าๆที่เป็นเพื่อนแม่

    เป็นทัวร์สาวน้อยวัยสะรุ่นค่ะ อิอิ//แอบแซวพวกแม่ๆป้าๆ อิอิ




    เรื่องก้มหยิบหัวนี้ส้มโอก็เคยได้ยินมานะคะ

    ใครที่ก้มลงไปหยิบให้ได้นี่คงเป็นคนใจแข็งมากๆแน่เลย TT



    ส้มโอว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้เราช่วยคนๆหนึ่งได้นั้น

    คือความรู้สึกที่อยากช่วยเขาอย่างแรงกล้าของเรา

    ไม่ว่าจะวิธีไหน แต่ถ้าใจเราอยากช่วยเขาจริงๆ ความรู้สึกนั้นจะต้องถูกส่งไปถึงผู้รับได้อย่างแน่นอน


    สุดท้ายนี้ขอบคุณพี่สาวที่มาเจิมบล็อกเป็นคนแรก อิอิ

    ตั้งแต่เขียนไว้ก็ทิ้งร้างไปเลยทีเดียวเพิ่งกลับมาดู

    ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะคะพี่สาว ม๊วฟฟฟฟฟฟฟฟ >3<

    1 ม.ค. 57 / 02:39

    3 พระรัชชพงษ์ รตนโชโต บอกว่า :
    ไปวัดขอให้พระเจริญพระพุทธมนต์ ขจัดทุกข์โสกโรคภัยอันตรายใดๆ สัพพเคราะห์ตัวนอกตัวกลางตัวในให้มลายหายสิ้นไป ดังพระสงฆ์จะได้เจริญพระพุทธมนต์พระคาถาโพธิบาท
    20 มี.ค. 58 / 13:21

    4 อ้อม บอกว่า :
    ขอบคุณมากนะคะ ไม่ได้เห็นโดยตรงแต่ฝันเห็นญาติไม่มีเงาหัวในฝันตกใจมาก
    21 ต.ค. 60 / 09:09

    1


      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    1
    Comments
    3
    Fanclub
    1


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ


         อัพเดท 5 พ.ย. 62