คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Hanteuk]:One night

โดย pet_play

มันอาจหยาบไปนิดใครอยากอ่านเเบบไม่มีคำหยาบฝากข้อความไว้ได้ค่ะเดี๋ยวลงให้^^เป็นเรื่องสั้นๆของเพื่อน(ซึ่งอาจมีภาค2ถ้าคนชอบอาน่ะ)เห็นสนุกดีเลยเอามาให้อ่านค่ะ

ยอดวิวรวม

767

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


767

ความคิดเห็น


11

คนติดตาม


4
เรทติ้ง : 65 % จำนวนโหวต : 2
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 เม.ย. 53 / 14:20 น.
นิยาย [Hanteuk]:One night [Hanteuk]:One night | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

มีเพียงเส้นบางๆที่กั้นระหว่างเราสองคน แต่ยังไงสิ่งที่คนคนนี้รออยู่คือการที่อีกคนหันมาเหลียวเห็นคนใกล้ตัวที่เป็นห่วงเป็นใยกัน มันไม่ใช่ความรู้สึกรักหรือชอบหรอก มันคือ

ความห่วงใย

ถ้าอยากให้มีภาคต่อเมนต์บอกได้ค่ะ
โพล84950

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 เม.ย. 53 / 14:20


Title ::-
Character :: hangang*leeteuk
Author ::  
Date :: 30/03/2010

          ฟิคชั่ววูบภาษาแปร่งๆ - -

มีเพียงเส้นบางๆที่กั้นระหว่างเราสองคน แต่ยังไงสิ่งที่คนคนนี้รออยู่คือการที่อีกคนหันมาเหลียวเห็นคนใกล้ตัวที่เป็นห่วงเป็นใยกัน มันไม่ใช่ความรู้สึกรักหรือชอบหรอก มันคือ

ความห่วงใย

            “ฮันเกิงกลับมาแล้วหรอวะ อี๋ มรึงไปแดรกเหล้าที่ไหนมาวะเนี่ย?”ทันทีที่ฮั้นเกิงเดินเข้ามาพ้นขอบประตูห้องเขาก็ล้มตัวลงนอนบนที่นอนของเขาทันทีโดยไม่สนใจอะไร จนอีทึกที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ทนไม่ไหวกับความซกมกของฮันเกิงเขาจึงไปหยิบชุดนอนในตู้ออกมาก่อนวางมันไว้แล้วไปปลุกฮันเกิงไปอาบน้ำ

            “ฮันเกิงไปอาบน้ำไป”อีทึกตะโกนใส่หูฮันเกิง แต่เจ้าของชื่อนั้นเรียกอย่างไรก็ไม่ตื่น อีทึกจึง

            “ย๊าก!!”อีทึกกระโดดทับฮันเกิงแล้วหยิบหมอนขึ้นมาปิดไปที่ใบหน้าของฮันเกิงเพื่อแกล้ง

            “...” ก็แน่หละอีทึกหรือจะชนะแรงของฮันเกิง ฮันเกิงโอบเอวอีทึกก่อนที่จะพลิกร่างบางในนอนนิ่งอย่างหวาดๆอยู่ใต้ร่างของเขา

            “มรึงอยากให้กรูมีอารมณ์รึไง?”ฮันเกิงถามเชิงยียวนออกไป ก่อนที่จะเลื่อนหน้าเข้าไปไกล้คนหน้าสวยยิ่งขึ้น

            “ไอ้ห่า!!”อีทึกตวาดเสียงดัง มือเล็กพยายามดันตัวของฮันเกิงให้ออกห่างจากเขา

            ...ฟุบ...

            ฮันเกิงที่อยู่ในสภาพอ่อนล้าเต็มทีล้มตัวลงทับอีทึก

            “หนักโว้ย!”อีทึกดิ้นก่อนตะโกนโหวกเหวก

            “มรึง”ฮันเกิงเอ่ยออกมาเบาๆ “กรูว่ากรูจะเลิกกับฮีชอล”

            ประโยคถัดมาทำให้อีทึกอึ้งเล็กน้อย ร่างบางเองก็รับรู้ถึงอาการเสียใจเป็นอย่างมากของเพื่อนรัก แต่ก็ไม่อยากจะถามเหตุผลเพื่อซ้ำเติม เดี๋ยวเรื่องมันจะยุ่งไปกันใหญ่ ได้แต่ปล่อยให้ฮันเกิงนอนกอดเขาอยู่อย่างนี้

 

            ..................................................

            “หิวปล่าววะ?”หลังจากที่ฮันเกิงเดินออกมาจากห้องน้ำอีกทึกก็ถามขึ้น “แดรกแต่เหล้ามันจะไปอิ่มอะไรวะ?”มือขาวขยับแว่นเพื่อให้มองนาฬิกาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 4ทุ่ม

            “ไม่กินมาม่านะโว้ย!”ฮันเกิงที่เหมือนจะรู้ทักพูดดักคอไว้ก่อน

            ผมดำมันถูกโฉลมด้วยน้ำมันนวดผมยี่ห้อแพงก่อนที่จะเดินไปหยิบไดรเป่าผมที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง

            “เฮ้ยมรึงเป่าผมให้กรูหน่อยดิ”ฮันเกิงที่กำลังรื้อๆของอยู่ในตู้เย็นหันไปบอกอีทึกที่กำลังนั่งดูละครหลังข่าวเรื่องโปรดอยู่

            “กรูดูทีวีอยู่”อีทึกปฎิเสธในขณะที่ตายังคงจ้องทีทีวีอยู่ “ตู้เย็นไม่มีอะไรหรอก กรูกินไปหมดแล้ว”

            “อะ!”ฮันเกิงโยนไดร์เป่าผมลงบนโซฟา “เป่าไปดูทีวีไปไง”ฮันเกิงนั่งลงระหว่างขอของอีทึกก่อนที่จะเอาหลังพิงโซฟาอย่างสบายใจ ไอร้อนๆจากไดร์เป่าผมทำให้กินหอมอ่อนๆของโคโลนคลุ้งไปทั่วห้อง

            “ฮึบ!หนาวเนาะ”พอผมเริ่มแห้งฮันเกิงก็ลุกขึ้นไปนั่งบนโซฟาบ้างเพราะพื้นห้องทำให้ขาเขาเย็นจนขาแทบแข็ง เขาขึ้นมาบนโซฟาก่อนเริ่มดึงผ้าห่มมาจากอีทึก อีทึกดึงผ้าห่มคืนในขณะที่สายตาก็ยังคงจ้องทีทีวีอยู่

            ฮันเกิงแย่งผ้าห่มคืนมา

            อีทึกแย่งผ้าห่มกลับ

ฮันเกิงแย่งผ้าห่มคืนมา

-_-++ อีทึกเดินไปหยิบผ้าห่มผืนใหม่ จบมั้ย?

 

“เฮ้ยหิวไปซื้อข้าวกินกัน”ฮันเกิงลุกขึ้นจากโซฟา

 

“ไม่ไปอะรอดูบอล พนันกับพี่ไว้”อีทึกยังจงจดๆจ้องๆละครหลังข่าวอยู่เช่นเคย

 

“ไป หิว”ฮันเกิงหันมองหน้าอีกทึก

 

“มรึงเลี้ยง”อีทึกที่กำลังนอนกอดหมอนสบายเด้งตัวขึ้นก่อนบอกข้อแลกเปลี่ยนในการไปเที่ยว

 

“เออ”ฮันเกิงดึงมืออีทึกขึ้นจากเตียง

 

“เฮ้ย!เดี๋ยวกรูไปเปลี่ยนชุดก่อน”อีทึกลุกจากโซฟาก่อนเดินตรงไปหาเสื้อกันหนาวสีชมพูอ่อนมีฮูดมาใส่ แล้วก็ที่ปิดหูน่ารักน่ารักอันหนึ่ง ถุงมือสีขาว ก่อนที่จะเดินไปหรี่ฮีทเตอร์เพราะเขาเองก็เป็นคนขี้เหนียวใช่น้อย

 

“เออคืนนี้กรูไปนอนห้องมรึงนะเปลื่องน้ำมันเตาผิงวะ ว่าจะย้ายสำมะโนครัวไปเลยฮ่าๆๆ”อีทึกเดินไปหยิบกุญแจมอเตอร์ไซด์ ก่อนจะโยนให้ฮันเกิง

 

“มรึงทางเดียวกันไปด้วยกันดิวะ”ฮันเกิงโยกุญแจกลับไปที่อีทึก คนที่ยังไม่ทันตั่งตัวโดนกุญแจรถเข้าเต็มๆขมับ “แล้วมรึงแต่งตัวอะไรวะเนี่ยอย่างกับตุ๊ด”ฮันเกิงสังเกตชุดที่อีทึกใส่สีก็หวานหุ่นก็บางอย่ากับผู้หญิงแหนะเพื่อนกรู

 

“เออวะ ช่างมัน บ่นมากจริง อะเสื้อ”อีทึกโยนเสื้อกันหนาวสีดำให้ฮันเกิง และเดินนำฮันเกิงออกไป

 

.................................

 

“เฮ้ยนั่งห่างๆกรูหน่อยดิ”อึทึกว่าก่อนจะพยายามขยับตัวไปข้างหน้ารถเวสป้าคันเล็กกะทัดรัดของเขา

 

“อะไรนักหนาวะ”ฮันเกิงโวยวายก่อนขยับตัวเล็กน้อย

 

“. /// .”

 

“เขินอะไรวะ”ฮันเกิงทำหน้างงเมื่อเห็นอีทึกหน้าแดงแปลกๆ

 

“มรึงขยับทำไมเล่า เหี้ย!พอกรูลุกมรึงก็ลุกตามกรู พอกรูนั่งมรึงก็ขยับมาข้างหน้า!!

 

“อะไรของมรึงวะ!!

 

“มังกรน้อยมรึงมันจิ้มตูดกรู! -//-;”อีทึกพูดเบาๆ

 

“เหี้ยย!ทะลึ่ง! มรึงลงมาเลยเดี๋ยวกรูขับเอง”ฮันเกิงว่าก่อนที่จะลงมาจากรถคันเล็กอย่างรวดเร็ว  “ว่าแต่มรึงเขินทำไมวะ ผู้ชายด้วยกัน = =

“ไม่รู้วะ”อีทึกลงมาจากรถบ้าง ก่อนที่จะยืนเกาหัวงงๆ แล้วหัวเราะกับอาการเขินแปลกๆของตน

 

“เอ้าหมวกกันน็อก”ฮันเกิงโยนหมวกกันน็อกใส่อีทึกอีกแล้วครับ = =;

 

“ถนอมกรุนิดได้มะ อย่างน้อยหน้ากรูนี้ก็หลายล้านนะโว้ย!!

 

เออกรูเขินทำไมวะ?

“กรูไม่เคยให้หญิงที่ไหนซ้อนมอไซด์เลยนะมรึง!~

“เออ กรูก็ไม่ใช่ผู้หญิงมรึงจะพูดเพื่อ?

“เออวะลืมไปกรูนึกว่ามรึงเป็นผู้หญิงนะเนี่ย”ฮันเกิงหัวเราะเสียงดัง “เฮ้ยมรึงอย่าต่อยกรูนะ กรูยิ่งขับรถไม่แข็งอยู่”ฮันเกิงว่าดักคอ

 

“เออกรูนึกว่ามรึงจะแข็งตลอดเวลาเหมือนเมื่อกี้ซะอีก”

 

- -;กรูยิ่งเมาๆอยู่ไอ้ห่าเดี๋ยวก็จับปล้ำซะหรอกมรึง”

 

“เออออออ”อีทึกลากเสียงยาวเป็นเชิงท้าทาย

 

 

รถคันเล็กๆขับมาเรื่อยๆตามถนนทางหลวงจนถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่แห่งหนึ่งที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมาย ถึงจะไม่ได้เป็นเทศกาลสำคัญอะไรที่นี่ก็ยังคงสว่างไสวทั้งคืน มันเป็นธรรมดาที่นักศึกษามหาวิทยาลัยจะมาเดินเที่ยวห้างในตอนสามสี่ทุ่มอย่างนี้ เพราะกว่าที่มหาลัยจะเลิกนั้นก็ปาเข้าไปสองทุ่ม ที่นึ่จึงไม่เคยเงียบเหงา บางวันก็มีการจัดกิจกรรมบริเวณหน้าห้างให้ชิงของขวัญ น้ำพุสีสันยังคงเปิดอย่างต่อเนื่องไปจนถึงเวลาเที่ยงคืน หลอดไฟนับล้านดวงถูกประดับที่ต้นไม้ทำให้ทางเดินพื้นปูนธรรมดาดูมีสีสันต์ขึ้น คู่รักมากมายเลื่อกที่จะไปนั่งจิบกาแฟกันในวันที่อากาศหนาวเช่นนี้ รถคันเล็กเคลื่อนเข้ามาจอดที่จอดประจำของห้างแห่งนี้ ร่างสองร่างกำลังเดินขึ้นไปในห้าง คนที่ตัวเล็กกว่าดูจะสนใจกิจกรรมบริเวณลานของห้างไม่ใช่น้อย แต่พอเดินไปถึงร่างบางก็ถึงขั้นผงะเมื่อเห็นป้าย

 

แค่คิดกรูก็ฝันร้ายแล้ววะ

 

...จูบมาราทอน...

 

ก็ไม่ได้คิดอะไรมากนะถ้าคุณมากับแฟนของคุณ คุณคงจะเดินตรงรี่เข้าไปในซุ่มนั้นเป็นอย่างแน่

สำหรับผู้ชายมันเป็นการฉวยโอกาส

สำหรับผู้หญิงมันคือการยินยอมให้ผู้ชายฉวยโอกาส?! - -;

 

“มรึงดูเงินรางวัลดิ”

 

ผมตาโตเป็นไข่ห่านเมื่อฮันเกิงชี้ให้ดูรางวัล

            100000 วอน

“มรึงมันต้องชายหญิงนะโว้ย อีกอย่างถ้ากรูกับมรึงก็ฟ้าผ่าตาย”อีทึกทำหน้าหน่ายๆก่อนตบไหล่ฮันเกิงเพื่อไล่เขาไปให้พ้นจากลานกิจกรรมที่แสนจะแทงใจดำคนไม่มีแฟนเช่นนี้

“กรูก็เป็นผู้ชายใช่มะ”ฮันเกิงชี้ไปที่ตัวเอง “ส่วนมรึงอะ ผู้หญิงหน้าอกแบนไง แล้วอีกอย่างก็ยัง...”ฮันเกิงมองไปที่หน้าอกก่อนสายตาจะเลื่อนลงมาที...

“เฮ้ยพอเลยมรึงไปซื้อของโว้ย!”อีทึกตัดตัวฮันเกิงให้ออกจากซุ้มนี้ทันที

 

 “สวัสดีคะ”ทันทีที่เดินเข้าห้างพนักงานสาวสวยก็ส่งยิ้มมาที่เราสองคนทันที

อีทึกเองก็ทำหน้าที่รูมเมททีดีครับเดินไปหยิบตระกร้า ปล่อยให้ฮันเกิงถื่อไปเขาเองก็หยิบใส่ ของนั้นก็จำเป็น ของอันนี้ก็ต้องใช้

 

“อะมรึงถือ”

 

“ไอ้เพื่อนดี!”ฮันเกิงหยิบตระกร้าจากอีทึก ก่อนที่ฮันเกิงจะหยิบนั่นหยิบนี่ตามใจตัวเอง

 

“เอาไปขายหรอมรึง”ผมสังเกตของที่ฮันเกิงหยิบใส่ตระกร้าเป็นวรรคเป็นเวร

 

“ของมรึงทั้งนั้นแหละ”

 

 

ผมสังเกตของที่ฮันเกิงหยิบใส่มา เฮ้ยของที่กรูชอบทั้งนั้นเลยนี่หว่า!เออขอบใจวะ แต่มรึงมีตังค์หรอวะ

 

 

ทั้งสองคนเดินซื้อนั่นซื้อนี่ ฮันเกิงเองเป็นคนที่ไม่เลือกมากไม่ว่าอีทึกจะซื้ออะไรมาเขาก็ใช้ด้วยได้ทั้งนั้น ส่วนอีทึกแป็นคนพิธีพิถันเป็นอย่างมาก จึงเป็นนิสัยหนึ่งที่ฮันเกิงเอือมรูมเมทคนนั้นมาก

 

“เฮ้ยมรึงอันไหนดีกว่ากัน”อีทึกเลือยหยิบจานสองใบใบขึ้น “เอาอันไหนดีวะ แล้วอันไหนจะทนกว่ากันวะเนี่ย?

 

“มรึงก็ลองเคาะหัวตัวเองดูดีวะ”ฮันเกิงกอดอกมองอีทึกทำใบหน้ากวนๆ

 

“เออได้”อีทึกว่าก่อนเลือกหยิบจานมา

 

โป๊ก!

 

มือบางหยิบจานมาเคาะหัวร่างสูง

 

“เจ็บนะมรึง มาเคาะหัวกรูทำไมวะ”ฮันเกิงลูบหัวตัวเองป้อยๆก่อนจะหันไปมองหน้าอีทึกทันควัน คนทำผิดไม่ได้ร้อนใจอะไร

 

“มรึงบอกให้เคาะหัวนี่”อีทึกว่าอย่างลอยหน้าลอยตาก่อนเลื่อกจานต่อไป

 

“กรูบอกให้มรึงเคาะหัวตัวเองไม่ใช่หัวกรู”อีทึกไม่สนใจก่อนเดินไปหยิบจานดูเรื่อยๆ

 

“เฮ้ยมรึงหยิบให้ดิ กรูอยากได้”อีทึกว่าก่อนชี้ไปที่จานบนชั้นที่อยู่สูงเกินกว่าที่จะหยิบได้

 

“หยิบให้มรึงเอามาเคาะหัวกรูอีกรึไงฮะ?”ฮันเกิงว่าก่อนจะเดินจากไป

 

 

พอผมหันไปอีกทีจานใบนั้นก็มาอยู่ที่ตระกร้าของพวกเราแล้ว

 

 

“เฮ้ยมรึงไปซื้อกระดาษกันไป”อีทึกจูงมือฮันเกิงเดินออกมาจากบูทขายจาน

 

“เอาอันไหนดีวะ?”อีทึกหยิบกระดาษทิชชู่ขึ้นมาสองยี่ห้อ

 

“เอาอันนี้!”ฮันเกิงยิ้ม

 

“งั้นเอาอีกอัน”อีทึกยิ้ม

 

“ถามกรูเพื่อ?

 

“สิ่งที่ดีสำหรับมรึง ไม่ดีสำหรับกรูไง”

 

- -

 

.......................

 

“อันไหนดีกว่ากัน”อีทึกหันมาถามรูมเมทที่ยื่นหลังผิงผนังหลับตาพริ้มอยู่ มือหนาถูกใช้เป็นที่ทดลองสินค้า อีทึกจับมือของฮันเกิงก่อนที่จะวนแป้งรองพื้นสองสามรอบ และดมไปที่มือของฮันเกิง หลังจากที่พินิจพิจารณาดูแล้วว่าแป้งยี่ห้อนี้ไม่ดีเขาก็เปลี่ยนอันใหม่

 

“...อื่ม”ฮันเกิงไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ ทำเสียงรั้นเบาๆเพื่อปัดความรำคาญ

พ่อคนหลับลึก รึเมาไม่สร่างวะ?

 

“มรึงกรูขอลองมาสคราร่านะโว้ย”อีทึกเริ่มสนุกใหญ่ ก่อนที่จะใช้สินค้าทดลอง(เช่นเคย) มือขาวบรรจงปัดมาสคราร่าอย่างเบามือ

 

“อื่ม~..”

 

“กรูเปล่าแกล้งมรึงนะโว้ย!”มือบางจับกล้องวีดีโอขึ้นมาถ่าย

 

“ลิปสติกนะมรึง”อีทึกที่ยังเล่นไม่เสร็จดี หยิบลิปสติกสีหวานขึ้นมา “เห็นทีต้องแต่งแบบหนาๆวะ จะได้สวยๆ” มือบางกรีดลิปสติกลงบนที่ริมฝีบางบน และอีกสีที่ริมฝีปากล่าง ด้านบนสีชมพู ด้านล่างสีส้ม เจริญวะ - - 

 

อะกรูฝากที่ปิดหูสีขาวขนปุยๆกรูด้วยแล้วกันเพื่อมรึงหนาว

 

อ่า~ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้?.ใครเอาป้ายมีปีกกลิ่นมังคุดแบบสลิมมาวางไว้ตรงนี้ววะ อ่า~อย่างนี้ต้องถ่ายรูปไว้

จะไปตั่งชื่อรูปว่า

 

“ฮันเกิงมีปีกกลิ่นมังคุดแบบสลิม”

 

ว่าแต่ใครมันจะไปดมผ้าอนามั้ยวะ กลิ่นมังคุดแบบสลิมซะอีก

 

ปล่อยมันไว้ตรงนี้ก่อนนะ อ่าไปซื้อของให้เสร็จก่อนแล้วกัน

ผมหยิบนั่นหยิบนี่ที่จำเป็นใส่ตระกร้า

 

เปิดฝาดม อื่ม...กลิ่นกุหลาบ...หรือ...ลาเวนเดอร์ดีหละ?

 

ตกลงแล้วผมก็หยิบแชมพูกับสบู่แบบธรรมด๊าธรรมาดาใส่ตระกร้าเพราะงบที่มีใช้สอยน้อยนั่นเอง

 

แล้วก็หยิบของจิปปาถะใส่ตระกร้ามากมา


พอกลับมาที่ๆทิ้งฮันเกิงไว้นั่งคนเดี๋ยวอยู่ “เฮ้ยคนมุงเพียบเลยวะ เหี้ย!สมถุยละ”

 

 

 

สภาพฮันเกิงที่กำลังหลับอยู่ตีหน้างงมึนๆเล็กน้อยสงสัยคงไม่เข้าใจว่าเขามามุงมรึงกันใช่มะ? เพราะมรึงสวยไง

เลิศนะมรึง~

 

“เฮ้ยกรูว่าเราไปล้างหน้าล้างตากันดีมั้ยวะ?”ผมเดินไปโอบไหล่ฮันเกิงก่อนตกไหล่เขาเบาๆ

 

“แม่ครับพี่คนนี้เขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายครับ?”เด็กผู้ชายตัวเล็กๆที่เดินจูงมือมากับแม่เอ่ยขึ้นก่อนชี้ไปที่ฮันเกิง

 

“ผู้ชายลูก”ผู้เป็นแม่ก้มมองดูหน้าฮันเกิงเล็กน้อยก่อนตอบคำถามคุณแม่เจ้าปัญหา

ส่วนไอ้เกิงหรอครับ งงเป็นไก่ตาแตกเลย

 

..............................................................

 

“เฮ้ย!งอนหรอวะ”ผมเดินง้อฮันเกิงไปทั่วห้างเลยไอ้นี่ก็เดินหิ้วของฉับๆไม่สนใจใคร

 

“....”

 

ก็พอมันเห็นสภาพที่ผมแกล้งมัน พอมันส่องกระจกเท่านั้นแหละ TT ผมเองไม่ได้ตั่งใจนะฮะ พอถามอะไรมันก็ตอบอื้อเองนี่หน่า   ผมยอมรับฮะว่าผมเองก็สนุกมือมากไปนิด (ได้ข่าวว่าไม่นิดนะ;ไรเตอร์) มันทรมานใจนะครับเวลาเพื่อนไม่คุยด้วยเนี่ย ฮันเกิงด่าผมที~

 

“เออกรูยอมทำทุกอย่างเลยถ้ามรึงหายโกรธ”

 

“แน่หรอ?”ฮันเกิงกดเสียงต่ำ

 

“อื่มมม ขอโท๊ษ”

 

“โอเค”ฮันเกิงหันหน้ากลับมายิ้มกับผมทำเอาผมเองก็งงงเหมือนกัน

 

“นี่มรึงแกล้งโกรธหรอวะ?!

 

“ตอนแรกก็โกรธจริงๆอะแหละ แต่ข้อเสนอมันดี”ฮันเกิงยิ้ม “อื่มๆเอาอะไรดีหละ อ้อ~

 

“....”

 

บิวตี้เพอร์เฟ็ก

 

“อะไรวะ?”ผมถูกกดลงให้นั่งกับเก้าอี้ร้านเสริมสวย

 

“แต่งหน้าทำผมให้สวยๆไปทานอาหารกันนะครับที่รัก ไม่สิทำอาหารให้ผมทานหน่อยสิ”ฮันเกิงหันมายิ้มใส่ผม “เอาให้สวยๆนะครับพี่ คืนนี้เป็นคืนแรกของเรา”

 

“เฮ้ย!อะไรวะ”ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้แต่ก็กลับถูกมือหนากดไหล่ลงให้นั่งที่เดิม “อย่ามายุ่งกับกรู๊~

 

 

ใบหน้าหวานถูกเติมแต่งด้วยเครื่องสำอางอย่างดี ริมฝีปากสีชืดบัดนี้เป็นสีชมพูระเรื่อ เจ้าของร้านเอ่ยชมผิวหน้าของอีทึกอย่างไม่ขาดปาก เขาเองก็ไม่อยากจะเถียงหรอกมันเป็นเรื่องดีๆก็คงต้องเอาเข้าตัวไว้ก่อน ขนตาถูกปัดมาสคราร่าทำให้ขนตาดูยาวขึ้นเป็นเท่าตัว อายไลน์เนอร์สีน้ำเงินถูกเกลี่ยไล่จากหัวตามายังหางตาจนมันกลายเป็นสีฟ้าอ่อนๆ แก้มขาวที่ทาด้วยรองพื้นเนื้อเนียนถูกแต่งแต้มด้วยสีส้มอมชมพู ผมที่เป็นผมสอยสีน้ำตาลประกายอยู่แล้วถูกซอยไล่เพิ่มขึ้นจนเป็นผมที่ไสลด์ลงมายาวจนประต้นคอ ส่วนอีกข้างก็ทันหูไว้พอให้เห็นหน้าสวยๆได้อย่างชัดๆ ฮันเกิงที่เห็นอีทึกก็อึ้งเล็กน้อยก่อนที่จะยื่นของบางอย่างให้อีกทึก

 

“อะ?”ฮันเกิงยื่นสร้อยเส้นหนึ่ง เป็นรูปกุญแจเล็กๆให้อีทึก “คอมันว่างไปหน่อยหนะ”

อีทึกรับมาอย่างไม่ได้คิดอะไร

 

“ขอบใจ แต่ทำไมต้องจับกรูแต่งหน้าวะ?

 

“แก้แค้นไงฮ่าๆๆๆ”

 

ฮันเกิงจับมืออีทึกก่อนเดินไปนอกร้าน เดินไปตามลานเรื่อยๆจนเกื่อบมาถึงที่จอดรถ

 

“พี่ครับ พี่สาวคนสวย พี่ชาย”เด็กหนุ่มคนหนึ่งตะโกนเรียกฮันเกิงและอีทึก

 

“ครับ?”ฮันเกิงกับอีทึกเดินไปหาเด็กหนุ่มคนนั้น

 

“สนใจมั้ยฮะ”เด็กหนุ่มยืนใบประกาศอะไรซักอย่างมาให้เขา

________จูบมารธอน___________

 

“อย่าดีกว่าครับนน้อง”อีทึกปฎิเสธออกไป

 

“พี่ผู้ชายหละครับ?

 

“ผมสนครับ”

 

“เฮ้ย!มรึงเมาค้างเปล่าวะเนี่ย?

 

....................................................

 

บริเวณลานกิจกรรมที่มีคนเบียดเสียดกันแน่น คู่รักหนุ่มสาวกำลังยืนเพื่อรอคอยสัญญาณจากผู้จัดกิจกรรมเพื่อเริ่มกิจกรรมในการจูบมารทอน ร่างบางที่ดูเหมือนจะไม่เต็มใจนักกำลังมองหน้าฮันเกิงแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก มือหนาช้อนอยู่ที่ต้นคอขาว

 

“มรึงเอาหมวกปิดไว้โอเค?”ฮันเกิงบอกก่อนที่จะจับฮูดของอีทึกมาสวมที่หัวของเขา ร่างบางพยักหน้ารับฟัง

 

แต่ยังไงมันก็เขินอยู่ดีแหละวะ!

 

“ขออนุญาตินะครับ”กรรมการการแข่งขันเดินมาดึงฮูดของอีทึกลง ทำให้ฮันเกิงขยับหน้าของอีทึกเข้ามาไกล้ยิ่งขึ้นอีก

 

“เฮ้ย!”อีทึกอุทานเบาๆทันทีที่ปากของเขากับฮันเกิงแตะกันจริงๆ

 

“ไม่ตายหรอกมรึง”

 

“เหี้ย~

 

แล้วเวลาก็ผ่านไปเนินนานบางทีมันอาจจะไม่ได้เรียกว่าการจูบหรอกเป็นเพียงการเอาปากมาชนกันมากกว่า ความรู้สึกดีๆที่เรียกว่าการจูบมันก็คือความสุขที่แบ่งบันให้กันผ่านการสำผัสปาก

 

เมื่อต่างคนต่างไม่รู้สึกอะไร ก็เลิกเถอะวะ ว่าแต่ฮันเกิงมรึงทำอย่างนี้เพื่ออะไรวะ?

 

ในหัวของอีทึกมีแต่คำถามมากมาย

 

คนที่จูบเราอยู่จะรู้สึกอย่างไรนะ

 

ใจเต้น!

 

หรือว่าเฉยๆ!

 

            เวลาผ่านไปรั่วชั่วโมง ในคณะที่คู่อื่นแสดงการจูบกันอย่างร้อนแรงแต่ผมกับฮันเกิงกลับเหมือนยืนจ้องหน้ากันเฉยๆ

 

.....

นาฬิกาเดินเลยมาถึงเวลาเที่ยงคืนต้อนนี้ก็เหลือคู่รักแค่สองคู่เท่านั้น หิมะเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ มือหนาโอบร่างบางไว้แนบแน่น ฮันเกิงรู้ดีว่าอีทึกเป็นคนที่ป่วยง่ายมาก แต่เมื่อมาถึงจุดนี้เขาเองก็ยอมแพ้ไม่ได้เช่นกัน ปากบางเริ่มสั่นเท่าในขณะที่ร่างเล็กเริ่มสั่นเป็นเจ้าเข้า

“หนาววะ”เสียงที่ลอดจากปากเล็กออกมาเหมือนจะหมดเรี่ยวแรง

“เลิกมั้ย?”ฮันเกิงเอ๋ยถามเมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มไม่ไหวเต็มที

“หึ”อีทึกส่ายหน้าก่อนหลับตาลงช้าๆ “หนาววะ”

            ไม่ทันที่อีทึกจะตั่งตัวฮันเกิงก็โน้มคออีทึกในองศาที่เหมาะ ปากหนาเริ่มบดขยี้ปากบางยิ่งขึ้น อีทึกที่ตอนนี้แทบจะตื่นเต็มตาทุบหลังฮันเกิงเป็นการประท้วงเบาๆ

            “เฮ้ยทำอะไรวะเสียงเบาที่ฟังแล้วแทบจับใจความไม่ได้ดังเล็ดลอดมาจากริมฝีบางบาง

            “ทำให้มรึงอุ่นขึ้นไง”

“อื่ม~”ร่างบางส่งเสียงครางทันทีที่ลิ้นร้อนลุกล้ำเข้าไปในโพรงปากอุ่นควานหาความหวานอย่างกระหาย

ฮันเกิงผละออกริมฝีปากออก แต่ความรู้สึกใต้จิตสำนึกกลับต้องการที่จะจูบอีกครั้ง

ปากหนาประกบลงที่กลีบปากบางอีกครั้ง แต่คราวนี้หลับดูอ่อนโยนกว่าเดิม อีทึกขยับหัวไปมาเพื่อตอบรับฮันเกิงอย่างเต็มที่ ลิ้นหนาไล่ต้อนลิ้นเล็กไปมา อีทึกเองที่ถึงขั้นว่าเขินสุดขีดจนไม่กล้าลืมตาขึ้น มือเล็กลูบไล้หลังหน้าไปมาเพื่อระบายอารมณ์

 

กรูเป็นอะไรไปวะ?!

 

“พอได้แล้วครับ! เห็นทีคงยาวฮ่าๆๆ”กรรมการการแข่งขันแยกผู้เข้าแข่งขันออกจากกัน

 

“มันให้ความรู้สึกแปลกๆวะ”

“เออกรูก็เป็น”

 

กรรมการการแข่งขั้นตัดสินใจแบ่งเงินรางวัลเป็นสองก้อนเท่าๆกันมันก็เป็นจำนวนที่มากพอสมควรเลยทีเดียว

 

ฮันเกิงตกลงจะเลี้ยงข้าวผมแต่ผมคิดว่าไม่เอาดีกว่ามันจะเป็นการสิ้นเปลืองเสียเปล่าผมจึงตัดสิใจกลับบ้านไปทำอะไรกินดีกว่า และอีกนัยนึงก็คืออยากไปดูบอลนั่นแหละครับ พนันกับชินดงมันไว้ ถ้าเสียผมก็หมดตูดอะดิ ต้องไปนั่งลุ้น - -

 

 

“กินไร”อีทึกถาม มือขาวรื้อของที่ซื้อมาใส่ตู้เย็นอย่างว่องไว

 

“อะไรก็กินทั้งนั้นแหละ”ฮันเกิงที่หลังจากเข้าบ้านมาก็ไม่สนใจใครเดินรี่ไปจองที่หน้าทีวีเป็นอย่างแรก

 

“บอลมายังวะ”อีทึกโผล่หน้าออกมาจากประตูห้องครัวเพื่อถามเหตุการณ์

 

“เออพักครึ่งอยู่”

 

 

บาเซโลน่า-แมนยู

 

0-1 แล้วโว้ย สู้ๆแมนยูลูกพ่อ

 

อีทึกที่ทำแกงกิมจิอยู่ในครัวหันมาถามฮันเกิงเป็นระยะ ก่อนที่ชิเกะร้อนๆกับข้าวห่อไข่จะมาเสริฟ ร่างบางกระโดดขึ้นนั่งบนโซฟาข้างๆฮันเกิง ก่อนที่ปลายช้อนจะตักชิเกะร้อนๆมาซด

 

“มรึง!ไปอบป๊อปคอร์นมากินดิ”อีทึกสั่งก่อนจ้องการแข่งขันบอลไม่วางตา ฮันเกิงต้องทำหน้าที่ยกชามทั้งหมดไปเก็บและล้างให้เรียบร้อย

กลิ่นป๊อปคอร์นหอมๆลอยคลุ้งมจากในครัวทำให้อีทึกอดใจไม่ไหวที่จะเดินไปจัดการมัน

 

หอมกลิ่นชีสชะมัด~ -..-

 

เขาสองคนเดินกลับมานั่งที่หน้าทีวีอีกครั้ง เสียงเฮดังลั่นเมื่อแมนยูยังคงทำประตูต่อเนื่อง เสียงก็ดังเป็นธรรมาดาประสาผุ้ชายโสดฮ่าๆๆ

 

“แมร่งเด็ดดีจริงแมนยูลูกพ่อ”

 

แล้วการแข่งขันพุดบอลก็จบลงด้วยสอกร์แมนยูชนะ 3-1 สุดยอดเลยวะ

 

ร่างบางเอนกายลงบนโซฟา ก่อนที่คนที่โดนเบียดจะเอ่ยท้วงขึ้นมาเบาๆ

 

“เฮ้ย!เบียดกรู ตีสองแล้วเหรอวะ”ฮันเกิงที่นั่งอยู่ก็ยากที่จะนอนบ้างเลยลุกขึ้นไปปิดไฟห้องนั่งเล่น “นอนนี่กันเลยมะ”

 

“อื่มๆ มรึงๆไปเร่งฮีตเตอร์ดิ”อีทึกสั่งก่อนที่ฮันเกิงจะเลี้ยวไปเร่งฮีตเตอร์ท่ามกลางความมืด “อย่าซู่มซ่ามไปชนอะไรอีกหละมรึง”

 

“ไม่ต้องพูดเลยนะมรึง มรึงพูดทีไรกรูก็ซวยทุกที = =

“ไปนอนตัวโน้นดิวะ”อีทึกว่าเพราะฮันเกิงเดินมานอนร่วมโซฟากับเขา

“หนาววะ”ฮันเกิงมุดตัวลงภายใต้ผ้าห่ม “อุ่นเนอะ”

“เออ-//-

“มรึงกรูทำไงดีเรื่องฮีชอล?”ฮันเกิงเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลงจนเหมือนจะหมดแรง

“กรูว่ามรึงรักเขาวะ”อีทึกตอบไปตามตรง

“แต่กรูกลับรู้สึกดีเวลาที่อยู่ใกล้มรึงอะ”

คำพูดของฮันเกิงทำให้คนที่นอนอยุ่ข้างๆเขินจนพูดอะไรแทบไม่ออก

“มันไม่ใช่ความรักโว้ยมันเรียกว่าห่วงใย”มือขาวเสียบหูฟังเพื่อตัดจากโลกภายนอก

“ร้องไห้หรอวะ?”ฮันเกิงรู้สึกแปลกๆเพราะร่างกายของอึทึกเริ่มสั่น

“เปล่าร้อง”

“อ๋อ ถ้ากรูไม่รักฮีชอลนะโว้ยกรูว่ากรูคงชอบมรรึงวะ”ตาคมกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง “ทำไมกรูถึงไม่มองเห็นมรึงตั่งแต่แรกวะ?

“ไม่รู้ดิ มันใกล้เกินไปหละมั้ง? อีกอย่างกรูก็ไม่เจ็บเพราะกรูไม่ได้รู้สกอะไรกับมรึงจริงมะ”

“อื่มๆ”..... “ฟังเพลงอะไรอยู่วะ”

มือบางยัดหูฟังใส่หูของฮันเกิง

 

 

Before we go to sleep tonight
We'll say our prayers
I'll hold you tight
and kiss away the fears you hold inside you

So many years have passed us by
I cherish the moments by your side
A love like ours will only grow much stronger
I wanna to tell you

That forever more I'll be the one to love you, to love you
When you need me I'll be there to make you smile
And forever more I'll be the one you come to oh honey
I'll be the one to love you when the morning comes

Through all the tears we left behind
The joy we shared, your hand in my mine
I can't resist hooo touching you not even while you're sleeping
And when you wake I promise you
We'll celebrate our dreams come true
A love like ours will only grown much stronger

I wanna to tell you
That forever more I'll be the one to love you, to love you
When you need me I'll be there to make you smile
And forever more I'll be the one you come to oh baby
I'll be the one to love you when the morning comes

Let me tell you
There will never be another cold and lonely winter night
'Cause we're family
And baby our love will last forever

So I'll say to you
That forever more, I'll be the one to love you darling
When you need me I'll be there to make you smile
And forever more I'll be the one you come to oh I will baby
And that forever more
I'll be the one to love you when the morning comes

I'll be the one to love you........forever more

Good night .....

“เพราะดีวะบลูทูดให้ที”

“อื่มๆ”

แล้วคนสองคนก็หลับไปพร้อมกัน อยากรูความหมายของเพลงหรอครับ

Forever =ตลอดไป More=มาก

ผมจะรักคุณมากๆตลอดไป....

 

ฮันเกิงตื่นเช้าขึ้นมาด้วยเสียงนาฬิกาปลุกที่แสนจะน่ารำคาญ

หน้าปัดนาฬิกามีกระดาษโน๊ตเล็กๆเขียนว่าตื่นได้แล้วโว้ย!สร่างเมายังมรึงฮันเกิงส่ายหน้าเบาๆกับข้อความกวนประสาทที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยจากเพื่อนหน้าสวยของเขา

กระดาษโน้ตสีเขียวถูกแปะไว้ที่ตู้เย็นในห้องครัว ข้อความที่อีทึกฝากทิ้งไว้

ข้าวอยู่ในตู้เย็นเวฟเอาซะ อย่าลืมแดกนมด้วย

ฮันเกิงหยิบอาหารเข้าไมโครเวฟก่อนที่จะหยิบนมมาเปิดฝากระดกซะจนหมดขวด

ล้างจานด้วย-*-!กรูเหนื่อยจะล้างให้มรึงแล้วฮันเกิงขำเล็กๆกำโพสอิทที่แปะไว้ที่โต๊ะอาหาร

“ขอโทษแล้วกันนะมรึงเดี๋ยวกรูไปเรียนสายเย็นๆจะกลับมาล้างให้”ฮันเกิงพูดตอบกับโพสอิทแผ่นนั้นก่อนที่จะมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองและเดินไปใส่รองเท้าผ้าใบบริเวณทางเข้าบ้านและสตาร์ทรถเพื่อออกไปมหาวิทยาลัย

 

“เฮ้ยช้าจังเลยมรึง”

“เออบ่นจริงไปเข้าเรียน”

-----------------------------------------------END------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 







 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ pet_play จากทั้งหมด 6 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 กันยายน 2554 / 22:14
     น่ารักจังเลยอะ
    #11
    0
  2. #10 teukki_lovelove
    วันที่ 25 เมษายน 2553 / 21:26
    ไรเตอร์เองจ๊ะ จะตำหนิเรา เราก็จะเอากลับไปแก้ไขนะคะ



    อยากให้คนอ่านเยอะๆจังฮ่าๆๆ รักฮันทึกชอบฮันทึก



    ขอบคุณทุกเม้นนะคะ รักทุกคนอะ กอดๆๆๆๆๆ



    ขอบใจเพื่อนปลานะคะ แล้วก็แอดเข้ามาคุยกับเราได้นะ^ ^



    kyuteuk@hotmail.com



    เราคาดว่าน่าจะได้ลงฟิคยาวเร็วๆนี้แหละ ถ้าเพื่อนปลาจะแก้และลงให้นะฮ่าๆๆ



    สุดท้ายก็ขอขอบคุณคร้าบ~
    #10
    0
  3. #9 kiki_teuk.han
    วันที่ 25 เมษายน 2553 / 21:19
    ไรเตอ์เองก็จะสู้ๆนะคะT T

    อ่า~ตอนทีสามเราว่าจะncอะเห็นด้วยกันปะเอ่ย?

    ไรเตอร์เองก็ต้องขอบคุณปลามากๆเลยนะคะ เพลิฟๆนะแก~



    #9
    0
  4. #8 pung.mim
    วันที่ 17 เมษายน 2553 / 20:59
    เรื่องนี้น่ารักมากๆ



    อยากให้มีภาคต่อแบบเกิงทึกเป็นแฟนกันจัง



    ^^



    #8
    0
  5. วันที่ 16 เมษายน 2553 / 01:01

    จะมีภาคต่อไหมน๊า

    รักแท้แพ้ใกล้ชิดเน้อ

    ใกล้ชิดกันไปมา อาจรักกันก็ได้

    #7
    0
  6. #6 nobody know
    วันที่ 15 เมษายน 2553 / 23:35
    ชอบอ่ะ

    ฮันทึกดูสนิทสนมกานมากมาย

    บรรยายได้หนุกดีอ่ะ รู้สึกว่าสนิทกานจริงๆ

    อยากให้มีภาคต่อน้า

    อยากให้จบแบบเกิงขอทึกเป็นแฟน ^^

    แต่งต่อน้าจระ ขอร้อง

    รออ่านต่อจร้า

    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์น้า
    #6
    0
  7. วันที่ 15 เมษายน 2553 / 17:12
    กรี้ดดดดดดดดดดด >_<
    ชอบมากค่ะ สนุกอ่าาาา ~~

    อยากให้ภาคต่อเป็นแฟนกันจัง *0*
    5555 5
    สู้ๆค่ะไรเตอร์  ~
    #5
    0
  8. วันที่ 15 เมษายน 2553 / 15:53
    ชอบค่ะๆ

    น่ารักมากๆเลยอ่ะ

    > <"
    #4
    0
  9. วันที่ 15 เมษายน 2553 / 00:30

    เรื่องนี้โดนใจมาก

    ชอบๆ

    ขอภาคต่อนะ

    #3
    0
  10. วันที่ 13 เมษายน 2553 / 22:45
    ชอบเนื้อเรื่องจัง

    ฮันทึก...น่ารัก

    มาอัพต่อเร็วๆๆนะจ้า
    #2
    0
  11. #1 jupiter.
    วันที่ 13 เมษายน 2553 / 02:22

    เห็นคู่ป๊ปจิ้มปั๊ป ชอบมากค่ะไรท์เตอร์
    อยากรู้ว่ามันจะมีภาคต่อมั้ยอ่า  TT__TT
    จบแบบนี้มันคลุมเครือเกินไปปปปปปปป
    เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์มาแต่งฮันทึกอีกนะคะ 
    ฮันทึกน่ารัก ฮ่าๆ ><

    #1
    0