ฤทธิ์เพลิงรัก

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 แขกวีไอพี (จี้รัก) 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 มี.ค. 62

ลีลินเดินกลับห้องทำงานด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ป่านแก้วที่รอคอยเจ้านายอย่างใจจดใจจ่อถึงกับเดินตามเข้ามาถามถึงในห้องด้วยความเป็นห่วง

         “เป็นยังไงบ้างคะคุณลิน”

         “เขาขอในสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ คุณป่านแก้ว ขณะที่คุณธารณ์เขายังพักอยู่ที่นี่ รบกวนดำเนินการขอสินเชื่อธนาคารแห่งใหม่ให้หน่อย” ลีลินหาทางหนีทีไล่

         “มันหนักหนาขนาดนั้นเลยเหรอคะคุณลิน”

         “ตอนนี้ยังไม่หนัก แต่เราคาดเดาอารมณ์ของเขาไม่ได้ หาทางอื่นไว้หน่อยก็ดี ถึงจะได้วงเงินไม่เท่ากับที่ทางนี้ให้ แต่อย่างน้อย” หญิงสาวเอ่ยแค่นั้น เพราะอย่างน้อยเธอก็ยังมีน้องเขยอยู่ โมกข์ไม่ปล่อยให้เธอลำบากแน่ แต่ตอนนี้เธอต้องช่วยตัวเองก่อน ที่ผ่านมาโมกข์กับน้องสาวของเธอสู้กันมามากพอแล้ว เธอไม่ควรเพิ่มภาระให้กับพวกเขาอีก

         “คุณลินจะไปดูงานที่เราปรับปรุงโรงแรมต่อไหมคะ”

         “ไม่ล่ะ” หากไม่ต้องปรับปรุงโรงแรม และขยายพื้นที่บางส่วน เธอก็ไม่ต้องรบกวนเงินของธารณ์เลยแม้แต่บาทเดียว แต่ตอนนี้ดำเนินการไปแล้วบางส่วน ยังไงก็ต้องทำต่อให้เสร็จ ถ้าโชคดีได้เงินจากธนาคารใหม่ เธอจะไม่แยแสธารณ์เลยแม้แต่นิด

         “ถ้าเรามีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นก็คงดี” ป่านแก้วพึมพำ

         “คงยากค่ะ ตอนนี้นักท่องเที่ยวต้องการธรรมชาติมากกว่าความหรูหรา ลูกค้าของเราไหลออกต่างจังหวัดหมด ที่เราทำได้ดีที่สุดตอนนี้ก็คือ สร้างธรรมชาติขึ้นมา เพื่อขายบริการให้คนทำงานที่ไม่มีเวลาออกไปเที่ยวต่างจังหวัดเท่านั้น”

         ป่านแก้วคิดหนัก สภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ ธนาคารปล่อยสินเชื่อยากจะตายไป กว่าจะได้ของทีทีแบงก์มาหืดก็แทบขึ้นคอ

 

“คุณลินคะ มีโทรศัพท์ค่ะ” ป่านแก้วสะกิดแขนของเจ้านายที่นั่งใจลอยไปไกล เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยินเสียที

         “อ้อจ้ะ” หญิงสาวรับไปคุย แล้วขมวดคิ้วทันที

         “มีอะไรหรือเปล่าคะ” ป่านแก้วถาม เพราะเห็นสีหน้าเจ้านายไม่ค่อยดีนัก

         “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ คุณป่านมีงานอะไรอีกไหม ลินรู้สึกปวดหัว ว่าจะไปนอนพักสักหน่อย”

         “ไม่มีแล้ว เชิญคุณลินไปพักเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ เดี๋ยวป่านจะดูแลให้เองค่ะ”

         “ขอบคุณมาก” ลีลินเอ่ย แล้วคว้ากระเป๋ากลับขึ้นห้องพักของตัวเอง

         ลีลินไม่ได้ปวดหัว แต่การบอกป่านแก้วว่าธารณ์ต้องการพบเธอนั้นเป็นเรื่องที่เธอไม่ค่อยอยากเล่าเท่าไหร่ ลีลินมีห้องพักอยู่ที่ชั้นวีไอพี บางวันหากเคลียร์งานไม่เสร็จเธอก็จะพักอยู่ที่โรงแรม ดังนั้น การปลีกตัวออกมาจึงเป็นเรื่องปกติ

 

“เข้ามาก่อนสิ” ธารณ์เอ่ยน้ำเสียงเรียบ เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงความดีใจจนออกนอกหน้า ที่ได้พบลีลิน

         “ทำไมฉันต้องเข้าไปข้างในด้วย” ลีลินมีท่าทีระแวดระวัง

         “หรือเราจะยืนคุยกันตรงนี้ล่ะ ก็ได้นะ” เขากอดอกไม่เดือดร้อนเลยสักนิด แต่ออกจะขำด้วยซ้ำ เพราะลีลินระวังตัวแจ แม้แต่กระดุมเสื้อยังกลัดจนปิดมิดคอ ยากจะเห็นซอกคอขาวนุ่มน่ากัด

         ลีลินค้อนคนตัวสูง แล้วเบี่ยงตัวผ่านเขาเข้าไปในห้อง เธอยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง

         “ผมอยากกินข้าวกะเพราหมูชิ้น ไข่ดาวเกือบสุก”

         “โทร.สั่งข้างล่างสิคะ”

         “ผมอยากกินฝีมือคุณ”

         “ฉันทำกับข้าวไม่เป็น”

         “แต่ที่ผมได้ยินมามันไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะ” ธารณ์เอ่ยรู้ทัน

         ลีลินเม้มริมฝีปาก เขาจะรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวเธอดีเกินไปแล้ว ตอนที่บิดาเธอสร้างโรงแรมนี้ขึ้นมา ท่านนึกถึงครอบครัวเป็นอย่างแรก ดังนั้นจึงเกิดไอเดียห้องวีไอพีมีห้องครัวขึ้นมา เพื่อเป็นการเผื่อทางเลือกให้ลูกค้าที่ต้องการทำกับข้าวกินเอง และเรื่องนี้กลายเป็นความโชคร้ายของเธอตอนนี้

         “ถ้าจะกินก็ต้องรอสักครู่ เราต้องสั่งหมูจากข้างล่าง เราต้องสั่งข้าวเปล่าขึ้นมาด้วย” ลีลินบอกเขา และทำการสั่งวัตถุดิบอย่างรีบร้อน

         “ขณะที่รอผมอยากได้กาแฟสักถ้วย”

         เรื่องนี้คงหนีไม่พ้นลีลินอีกเช่นกัน หญิงสาวเข้าครัวเพื่อชงกาแฟ ในขณะที่ธารณ์กลับมานั่งทำงานผ่านมือถือ เขาไม่อยากให้ลีลินอึดอัด แต่ก็ห้ามความต้องการของตัวเองไม่ได้ นี่คือข้อเสียอย่างหนึ่งที่เขาไม่คิดจะปรับปรุง

         “วันนี้คุณไม่ออกไปไหนหรือคะ”

         “ผมทำงานที่นี่ได้ ขอบคุณ” เขาเอ่ยเมื่อหญิงสาววางกาแฟลงบนโต๊ะ

         “เรื่องนี้มันไม่ค่อยดีเลย คุณแน่ใจเหรอว่าจะอยู่แบบนี้จริงๆ”

         “ผมแน่ใจตั้งแต่วันที่ปล่อยวงเงินให้ภารดา แกรนด์ทาวเวอร์แล้ว คุณอาจจะมองว่ามันน่าหงุดหงิด แต่สำหรับผมมันคือความสุขเล็กๆ น้อยๆ”

         “ฉันไม่ชอบสถานการณ์อย่างนี้”

         “แต่ผมชอบนะ เพราะมันหมายความว่าผมจะได้เห็นหน้าคุณทุกวัน”

         “คุณจะบอกว่า คุณกำลังจีบฉันใช่ไหม”

         “ก็น่าจะใช่นะ”

         ลีลินเกลียดคำว่าน่าจะใช่ของเขาที่สุด ธารณ์เอ่ยด้วยความมั่นใจ และยิ่งเขาทำอย่างนี้มันก็ยิ่งบั่นทอนความมั่นใจของเธอลง เธอเกลียดความรู้สึกนี้ ซึ่งธารณ์ก็น่าจะรู้ดี เพราะเธอแสดงออกทางสายตาอย่างโจ่งแจ้ง

         “ผมอาจจะดูไม่ค่อยสุภาพอ่อนโยนเหมือนศิลานัก แต่ผมคิดว่าผมคบได้”

         “ฉันไม่ชอบให้ใครข่มขู่” เธอเอ่ยจริงจัง แต่บทสนทนาถูกเสียงเคาะประตูขัดขึ้นเสียก่อน ลีลินไม่ได้เป็นคนเดินไปเปิดประตู เพราะเธอไม่ต้องการให้พนักงานรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังบริการแขกคนพิเศษอยู่ ดังนั้นธารณ์จึงเป็นคนไปเปิดประตูเอง

รวบกวนฝากผลงานไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะจ๊ะ กดแอดแฟนด้วยก็ได้นะจ๊ะ (นักเขียนจะได้ชื่นจาย) จะได้ไม่พลาดข่าวสาร ไรท์ยังโลเทคอยู่ทำให้กดจิ้มเองยังไม่เป็น ไว้ไปฝึกก่อนนะจะได้กดง่ายๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น