ฤทธิ์เพลิงรัก

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7 ราตรีนี้มีหวิว 75%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 มี.ค. 62

ความตระหนกที่ลีลินได้รับเมื่อคืนทำให้หญิงสาวเลี่ยงที่จะไม่ไปทำงาน หญิงสาวโทร.นัดเพื่อนที่น่าจะมีเวลาว่างมากพอออกมาคลายเครียดกัน น่าเสียดายที่ช่วงนี้ศิลาไม่ว่าง ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ต้องรบกวนเวลาทำงานของนภิสา

         “ลินจ๋า” ผู้ทักลากเสียงน่ารัก

         ลีลินหันมองตามเสียง แล้วยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

         “หนูภิ”

         นภิสานั่งลงพร้อมอาการเหนื่อยหอบเนื่องจากการเดินเร็ว เพื่อมาให้ถึงเวลานัดหมาย

         “ทำไมคราวนี้จบที่ภิล่ะ แสดงว่ามีเรื่องด่วนมากใช่ไหม” นภิสาเอ่ยทีเล่นทีจริง เพราะเธอทำงานจนไม่ค่อยมีเวลาให้เพื่อน และลีลินค่อนข้างเข้าใจ เธอจึงไม่ค่อยรบกวนนภิสานัก นอกจากโทร.ไปหาเวลาคิดถึง “ขอน้ำอัญชันหนึ่งแก้วนะ” หญิงสาวสั่งลีลินขณะวางกระเป๋าลง

         “เพื่อนคนอื่นหนีลินไปมีแฟนหมดเลย เหลือแต่หนูภินี่แหละที่ยังขายไม่ออก”

         “นั่นสิ เพื่อนเราแต่ละคน ไม่รู้จะรีบขายตัวกันไปทำไม” คนตัวเล็กเอ่ยอย่างมีอารมณ์ขัน

         “ดูพูดเข้า ถ้าเพื่อนคนอื่นมาได้ยิน สงสัยโดนรุม”

         “กลัวที่ไหนล่ะ ขอให้มากันครบ จะฉลองครั้งใหญ่เลยเชียว ขอบคุณค่ะ” เอ่ยแล้วหันไปขอบคุณพนักงานที่ยกน้ำอัญชัญมาเสิร์ฟ

         “หลายวันก่อนเจอที่งาน ไม่มีเวลาคุยกันเลย” ลีลินเลื่อนมาการองกับสตอร์เบอร์รีทีรามิสุมาตรงหน้าคนตัวเล็ก

         “ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า มัวแต่ทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ไม่มีเวลาส่องชีวิตคนรวยเลย”

         “หนูภิก็พูดไป รวยอะไรที่ไหน เป็นเจ้าของโรงแรมใช่ว่าจะสบาย หนี้ก้อนโตทั้งนั้น”

         “ไม่เป็นไรหรอกน่า หนี้สินก็ทรัพย์สินของน้องลินนั่นแหละ ไม่เหมือนภิ จนยังไงก็อย่างนั้น คิดไปคิดมา เราก็ช่างมาเป็นเพื่อนกันได้เนอะ คนละสังคมเลย” นภิสารู้จักกับลีลินตั้งแต่ตอนเด็ก เพราะตอนที่ลีลินไปเรียนทำอาหารนั้น นภิสาก็ไปรับจ้างล้างจานที่นั่นพอดี ก็เลยได้รู้จักกัน

         “เงินไม่ใช่ตัวแบ่งแยกเรื่องเพื่อนพ้อง” ลีลินหยิบมาการองเข้าปากขณะพูด

         “แต่เป็นตัวแบ่งแยกเรื่องความสัมพันธ์ เหมือนเราสองคนไง ต่างคนต่างทำงาน ดูสิ กว่าจะมาเจอกันได้” นภิสาหายใจยืดยาวคล้ายตัดพ้อกับเส้นทางชีวิตของตัวเองที่ต้องปากกัดตีนถีบกว่าใครเพื่อน

         “หนูภิก็พูดเข้า ก็ตอนนั้นชวนมาทำงานกับน้องลิน หนูภิก็ไม่มา”

         “ไม่เอาหรอก น้องลินก็รู้ว่าภิจริงจังแค่ไหน ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องเรียน เคยลงให้ใครที่ไหน ขืนไปทำงานกับน้องลินมีหวังตีกันตายพอดี”

         “ลูกน้องแบบหนูภินี่แหละที่น้องลินต้องการ น้องลินไม่ชอบพวกสอพลอ นายว่าไงก็ว่าตาม ไม่มีไอเดียอะไรใหม่ๆ”

         “อย่าเลย ตอนนี้งานก็กำลังไปได้สวย แม้เงินเดือนจะน้อยไปหน่อย แต่ก็ถือว่าเลี้ยงพ่อแม่ได้ไม่อดอยาก ไว้ไม่มีกินวันไหนจะไปขอกินฟรีที่โรงแรมสักมื้อก็แล้วกันจ้ะ” นภิสาเอ่ยกลั้วยิ้ม

         “อยากกินอะไรอีกไหม น้องลินจะได้สั่งเพิ่ม” ลีลินมองดูจานขนมหวานที่ถูกนภิสาจัดการจนเกลี้ยง แทบไม่เหลือร่องรอยว่าเป็นอาหารชนิดไหน

         “กินของแพง จ่ายสามสิบเปอร์เซ็นต์ได้ไหม”

         “ให้กินฟรีจ้ะ”

         “ไม่เอาหรอก ถึงมีน้อย แต่ก็ไม่ควรเบียดเบียนเพื่อน ภิมีจ่ายนิดหน่อย ช่วยกัน”

         “หนูภินะ นิสัยไม่เคยเปลี่ยนเลย”

         “ก็น้องลินน่ารัก ที่บ้านเขาจิกหัวเรียกนังภิกันทุกคน มาหาน้องลินทีไรนึกว่าตัวเองเป็นหลานสาวคุณหญิงทุกที หนูภิอย่างนั้นอย่างนี้ รู้สึกตัวเองมีค่า”

         “หนูภิมีค่านะ สำหรับคนตาถึงเท่านั้น” ลีลินยิ้มหวาน ใบ้ว่าเธอก็คือคนตาถึงคนนั้นนั่นเอง

         “ยิ้มตาหวานเชียว แต่ทำไมถึงได้รู้สึกว่าความรู้สึกมันไม่หวานนะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า เล่ามาเดี๋ยวนี้เลย อย่าให้ตกหล่นสักเรื่อง ไม่งั้นงอนยาว”

         “แหม...ก็มีนิดหน่อย”

         “ไม่น่าจะนิด” นภิสาฟังจากเสียงถอนหายใจของเพื่อนรัก

         “หนูภิว่า ถ้าเราโดนผู้ชายคุกคามเราควรทำยังไงดี”

         “หา มีคนกล้าทำอย่างนั้นด้วยเหรอ ใครมันช่างกล้า น้องเขยของลินออกจะเข้มซะขนาดนั้น” นภิสาหมายถึงโมกข์ น้องเขยสุดหล่อของลีลิน

         “ก็มีนะสิ ลินเกลียดเขาด้วยสิ แต่ไม่รู้จะทำยังไง”

         “แจ้งตำรวจเลย”

         “ไม่ได้” ลีลินคิดหนัก

         “ถ้าแจ้งตำรวจไม่ได้ ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว หรือว่าจะศาลเตี้ยดี เอาให้ไม่กล้าเข้าใกล้อีกเลย” คนตัวเล็กใจใหญ่แนะนำ

         “ไม่ดีมั้ง” ลีลินเอ่ย แล้วสะดุ้งสุดตัว เพราะคนที่เธอกำลังนินทาอยู่นั้น ตอนนี้เขาเดินเข้ามาในร้านอาหารแล้ว “มาได้ไงเนี่ย” หญิงสาวซ่อนหน้าพึมพำ มองไม่ค่อยถนัดนัก แต่ก็พอคุ้นๆ ว่าเป็นธารณ์นั่นเอง

         “ใครมาน้องลิน” นภิสามองหา

         ลีลินส่ายหน้า

         “ไม่สะดวกตอบเหรอ เอ๊ะ หรือว่าเขาอยู่ใกล้ๆ อยู่ในร้านนี้เรอะ!” นภิสาเอ่ยคล้ายแผดเสียง เพราะคิดว่าตัวเองเดาได้ถูกต้องแน่นอน “ไหน คนไหน ชี้ให้ภิดูหน่อย จะได้จัดการถูกตัว”

         ลีลินส่ายหน้า แต่ก็เอามือชี้ เหล่ตาให้นภิสาดู

         “เฮ้ยหล่อนะ แต่ไม่น่าเป็นคนไม่ดีอย่างนี้เลย” นภิสามองคนตัวสูงด้วยสายตาไม่เป็นมิตรนัก เขากำลังเทกแคร์ผู้หญิงคนหนึ่งด้วยกิริยาชวนให้ลุ่มหลง ริมฝีปากได้รูปยิ้มคล้ายเชิญชวนหญิงสาวข้างๆ ให้คล้อยตาม เวลาที่ชี้ชวนให้สั่งอาหาร ถือว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดูแลผู้หญิงค่อนข้างดี เสียแต่ไม่ยอมโกนหนวด หน้าตาจึงดูรกไปหน่อย

         “เลวร้ายมาก” ลีลินสุมไฟขณะก้มหน้าอำพรางตัว

         “ทำอย่างนี้กับน้องลินผู้น่ารักได้ไง ไม่ต้องห่วงเรื่องลุยขอให้บอก น้องลินกินๆ เข้าไป กินอิ่มแล้วรีบกลับ เดี๋ยวภิจัดการต่อเอง”

         “จะไหวเหรอหนูภิ”

         “ขนาดพวกนักเลงในซอยยังไม่มีใครกล้าแหย็ม ท่าทางเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อแบบนี้ น่าจะเล่นไม่ยาก เชื่อใจเจ้ภิสุดซอยได้เลย” คนที่ออกตัวว่าเป็นเจ้ภิสุดซอยนั้น เป็นเพราะบ้านเช่าที่เธออาศัยอยู่ อยู่หลังสุดท้ายของซอย กว่าจะเดินผ่านเข้าบ้านได้ ต้องฝ่าดงวัยรุ่น พวกขี้ยาอีกมากมาย กว่าจะใช้ชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้ไม่มีวันไหนง่ายเลยสักวัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น