ฤทธิ์เพลิงรัก

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8 ราตรีนี้มีหวิว 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 มี.ค. 62

“หยุดก่อน” นภิสาเอ่ยเสียงเข้ม

         ในขณะที่ผู้ถูกทักหันหน้ามองคล้ายไม่แน่ใจนัก ธรรมะออกจะแปลกใจเล็กน้อยที่อยู่ดีดี ก็มีเด็กตัวนิดเดียวเข้ามาหาเรื่อง แถมยังวางท่าข่มเขาอีก

         “ฉันเรียกคุณนั่นแหละ” คนตัวเล็กเอ่ย เอามือล้วงกระเป๋ากางเกง วางท่านักเลงโต

         ธรรมะมอง แล้วหรี่ตามีปัญหา ยายตัวกะเปี้ยกบังอาจใช้วาจาข่มเขา ไม่มีใครกล้าทำอย่างนี้เลยสักคน แล้วแม่คนนี้โผล่มาจากไหนเนี่ย

         “เธอเรียกฉันเหรอ มีอะไรหรือเปล่า” การเจรจาพาทีอย่างคนมีการศึกษาย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุด

         “มีสิ ไม่งั้นจะเรียกทำไม”

         ธรรมะเลิกคิ้ว มองหน้าเอาเรื่อง

         “ว่ามาสิ ถ้าเธอทำฉันเสียเวลาละก็น่าดู”

         นภิสา เบ้ปาก ขณะมองไปที่ผู้หญิงของเขา มีคู่ควงออกนอกหน้ายังจะกล้ามาตามตื๊อเพื่อนของเธออีก มันน่าจริงๆ เลย เจ้าชู้ไก่แจ้ที่สุด

         “คุณเลิกตามตอแยเพื่อนของฉันได้แล้ว ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

         ธรรมะมองยายตัวเล็กที่วางท่าก๋ากั่นหาเรื่องเขา โดยไม่ดูสภาพตัวเองเลย แค่เขาผลักทีเดียวคงจะล้มไปนอนกองกับพื้น ยังจะมาข่มขู่เขาอีก อย่างนี้ต้องสั่งสอนเสียหน่อย แต่เดี๋ยวนะ!

         “ทำไมเธอถึงพูดว่าฉันไปตอแยเพื่อนเธอ”

         “ก็ใช่ไง เพื่อนฉันเขาบอกว่าคุณไปตามตอแยเขา เพื่อนฉันเพิ่งชี้เป้าให้ดู รับรองว่าฉันเอาเรื่องไม่ผิดคนแน่นอน” นภิสาเข้าข้างตัวเองว่าเธอนั้นเป็นฝ่ายถูกต้อง

         “เพื่อนเธอชื่ออะไร พอดีฉันก็ตามผู้หญิงไปเรื่อย สำหรับคนที่น่า...ฟัดนะ แต่สำหรับคนไม่น่า...ฟัด คงไม่ตามให้เมื่อยขา” เขาเอ่ยคล้ายรำคาญเสียมากกว่า

         “ลีลิน ภารดา เธอเป็นเพื่อนของฉัน ถ้าคุณยังมีความเป็นมนุษย์อยู่บ้างละก็ อย่าตามรังควานเพื่อนฉันอีกเด็ดขาด”

         “เฮ้ย! นี่มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอ ฉันไม่ได้รังควานเพื่อนเธอ” ธรรมะเอ่ยอย่างหงุดหงิด แต่พอฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เขาก็นิ่งเงียบ แต่กลายเป็นว่าเขายอมจำนนต่อข้อกล่าวหาของยายเปี้ยกไปอย่างหน้าตาเฉย

         “หึ คิดได้แล้วละสิว่าตัวเองทำไม่ถูก ฉันขอเตือนด้วยความหวังดีหน่อยก็แล้วกัน ชีวิตฉันพบเจอผู้ชายอย่างคุณมาก็มาก ไอ้ที่คิดจะหลีหญิงแบบบ้านๆ น่ะ มันไม่สำเร็จหรอก ปล่อยดอกฟ้าให้เทวดาเดินดินเขาไปเถอะ อย่างคุณ ฉันว่ากลับไปกินของที่ชอบๆ น่าจะเหมาะสมกว่า ไปฟัดกันให้พอใจเลย แล้วอย่ามายุ่งกับเพื่อนของฉันอีก” นภิสาเชิดหน้าวางท่ารังเกียจเขาอย่างออกนอกหน้า

         “นี่ยายเปี้ยก ปากคอให้มันน้อยๆ หน่อย นี่ถ้าฉันว่างละก็”

         “แล้วไง คิดจะมีเรื่องกับฉันไปลับฝีปากมาใหม่เถอะ ฉันว่าฉันพูดเครียร์แล้วนะ อย่าให้ต้องเจอกันอีกครั้งที่สอง ไม่อย่างนั้น จบไม่สวยแน่” นภิสาทำท่าเอามือปาดคอ แล้วเดินหนีไปด้วยท่าทางหยิ่งยโส

         ธรรมะกัดฟันกรอด นี่ถ้าเขาไม่ห่วงภาพลักษณ์ที่มีต่อคู่ควงของเขาแล้วละก็ รับรองว่ายายตัวเล็กนั่นไม่รอดเงื้อมมือเขาแน่ เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะเจ้าน้องชายตัวดีคนเดียวเลย

 

“ไอ้ธารณ์! ไอ้น้องเวร! แกไปสร้างเรื่องอะไรไว้หา”

         ธารณ์เอามือล้วงหู หลังจากที่ยกมือถือออกห่างใบหูแล้ว ธรรมะไปกินรังแตนที่ไหนมา พอรับสายปุ๊บ ก็ด่าไม่ยั้งสักคำ

         “ถ้าขืนพี่ยังด่าผมอีก ผมจะวางสายแล้วนะ”

         “ห้ามวางสายนะเว้ย เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะแกคนเดียว ฉันขอเดานะว่า ตอนนี้แกกำลังเดินหน้าจีบลีลินอยู่ใช่ไหม”

         “ก็ใช่ แล้วพี่จะใส่อารมณ์ทำไมเนี่ย ผมกำลังหาน้องสะใภ้ดีๆ ให้อยู่นะ”

         “ต้องใส่อารมณ์สิวะ”

         “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ธารณ์เริ่มเอะใจบางอย่าง

         “วันนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาหาเรื่องฉัน”

         “ใคร”

         “เธอบอกว่าเธอเป็นเพื่อนของลีลิน เธอหาว่าฉันไปตามตอแยลีลิน แถมยังขู่ฉันอีกว่า ถ้าไม่เลิกตอแยลีลินนะ เธอจะเล่นงานฉันให้หนักเลย แกไม่น่าหน้าตาคล้ายฉันเลย คนอื่นเข้าใจผิดหมด”

         หึ หึ

         “เข้าใจผิดก็ช่างเขาสิ พี่แคร์ผู้หญิงตั้งแต่เมื่อไหร่” ธารณ์เอ่ยปนหัวเราะ

         “ไม่ได้แคร์เว่ย แต่ฉันไม่ชอบถูกใส่ร้าย ใครทำใครก็รับผิดชอบไปสิวะ”

         แต่ธารณ์ไม่ได้คิดอย่างนั้น เขารู้จักนิสัยของพี่ชายตัวเองดี ธรรมะไม่เคยแคร์หรอกแม้ใครจะว่าเขานิสัยไม่ดี เขามักทำตัวตามสบาย และไม่ค่อยสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น แต่ตอนนี้ เขากลับสนใจคำพูดของผู้หญิงคนหนึ่ง

         “โอเค ผมจะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง”

         “รับผิดชอบยังไงวะ”

         “รับผิดชอบโดยการหาน้องสะใภ้มาให้พี่ไวๆ ไง”

         “แกเอาจริงเหรอวะ”

         “จริงสิ รอรับขวัญน้องสะใภ้ได้เลย จะรวบรัดให้เร็วที่สุด”

         “หึ ขอให้โชคดีแล้วกัน ตอนนี้แกอยู่ไหนเนี่ย”

         “อยู่ที่ออฟฟิศ พี่มีอะไรหรือเปล่า”

         “เปล่า เห็นแม่บอกว่าแกไม่ได้กลับไปนอนที่บ้าน ก็เลยถามดูเฉย” แม้ธรรมะจะเป็นพี่ที่ไม่ได้เรื่องนัก แต่เขาก็เป็นห่วงน้องชายเสมอ

         “ไม่ต้องห่วง ทำอย่างกับว่าผมไม่เคยไปนอนค้างอ้างแรมที่ไหนอย่างนั้นแหละ”

         “แกเคยไปนอนค้างที่อื่น แล้วก็เอาปัญหากลับมาด้วย ฉันละเป็นห่วงเรื่องนี้เรื่องเดียวนี่แหละ ที่นี่...”

         ธารณ์ตัดสายทิ้งอย่างรวดเร็ว เพราะขี้เกียจฟังพี่ชายบ่น ธรรมะถูกขนานนามว่าเป็นเพลย์บอยตัวร้ายก็จริง แต่เขาเป็นน้องชาย เขาย่อมรู้ดี ว่าธรรมะมีสัญชาตญาณในการเป็นพ่อบ้านแค่ไหน เขาขี้บ่น ในแบบที่มารดาเขาชอบพูดล้อทีเล่นทีจริงประจำ ว่ามีธรรมะก็เหมือนมีลูกสาว เพราะขี้บ่นเหมือนผู้หญิง

ฝากกดแฟน เมนท์ ให้กำลังใจนักเขียนหน่อยน้าจ๊ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น