นั่นสินะ
เขียนโดย
ping-dow
สำหรับฉันไปหาสถานที่เปลี่ยนความจำเจ แล้วก็ใช้จินตนาการในหัวสมองที่ไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่เบ่งออกมาให้ได้เรื่องได้ราว
บางครั้งเห็นอะไรก็จดไว้ในสมุด ที่ตัวเองพกติดตัวเป็นประจำ หากไม่มีก็อาศัยกระดาษทิสชูที่วางอยู่ตามศุนย์อาหาร หรือไม่ก็กระดาษที่เค้าเอามาทำถุงขนม
เก็บพวกเหล่านี้ไว้เยอะค่ะ จะทิ้งก็นะ มันคือความคิดของเราที่เขียนเอาไว
บางทีเราก็ประทับใจอะไรบางอย่างแล้วเราก็กลัวลืม ว่ามะ ว่าเราอะจำอะไรได้ไม่นานหรอก
เคยเดินจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งแล้วก็ลืมว่าเมื่อตะกี้จะเดินไปทำอะไร
แปลกไหม แล้วก็ต้องเดินย้อนกลับ ไปนั่งที่เดิม ถึงนึกออกว่าจะไปทำอะไร เหมือนกรอเทปกลับให้สมองตัวเอง
แล้วตอนนี้ก็เหมือนกัน เขียนค้างไว้ 3 เรื่อง ไม่มีวี่แววว่าจะจบ ยิ่งเรื่องแนววิทย์ยิ่งแล้วใหญ่ ค้างเติ่งมาหลายเดือน ปกติถ้ามีไฟ เขียนวันเดีนวได้หลายตอน แต่ตอนนี้หมดไฟ เขียนไงก็ไม่ออก ไปหาแนววิทย์อ่านก็ไม่เข้าเป้า
ไปดูหนังก็ไม่เข้าทีเพราะเรื่องที่เขียนกับเรื่องที่ดูวิทย์เหมือนกันแต่คนละแนว เลยพับโปรแกรมเก็บเข้ากรุ ดองเค็มต่อไป
ส่วนอีกเรื่อง แนวตลกๆ เขียนไงอ่านเองก็ยังไม่ตลก ทั้งๆ ที่ตอนคิดมุขมันนั่งขำจนเราว่าถ้าเขียนออกมาต้องตลกแน่ๆ แต่เปล่าเลย ไม่ตลกเลยสักนิด
ตอนนี้คิดเขียนอีกเรื่อง ญรญ เหมือนเดิม ไปแถวๆ นครปฐม เห็นทับแก้วทับขวัญ สวยๆ แล้วอยากเขียนบ้าง ยังนึกเรื่องไม่ออกว่าจะมาเป็นแนนไหน
ใจอยากให้ออกมาแนวโบราณๆ แต่ก็นะ เขียนเรื่องแบบนีทีไร ฝันร้ายทุกที
ไม่ฝันเปล่า ดั๊น ฝันเป็นจริง โอ๊ย ชีวิต ใส่พระหลายสถาบันคุ้มกายเลยเชียวแหละ
ก็เลยตัดใจ ไม่เขียน เพราะต้องใช้เวลาเงียบๆ ตอนกลางคืนนั่งเขียนเรื่องก็เขียนกลางวันไม่ได้นี่นา เสียงรบกวนมีสูงมาก
เป็นประเภทไม่มีใครอ่านก็จะตะแบงเขียน
มีไรปะ ก็ชอบนี่นา
เนอะอ้วนเนอะ
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
20 พ.ค. 52
128
0
ความคิดเห็น