ping-dow
ดู Blog ทั้งหมด

หมดไฟ

เขียนโดย ping-dow

หลายๆ ครั้งที่รู้สึกหมดไฟ เหมือนชารฺตแบตเท่าไหร่ก็ไม่เต็มสักที

ใครจะบอกว่าออกไปเที่ยวสิ จะได้มีแรงกลับมาสู้ต่อ

ใครจะบอกว่าหมดไฟก็นอนสิ ตื่นมาก็หาย

หรือใครจะบอกว่ากินสิแก กินเยอะๆ กินของที่ชอบเดี๋ยวไฟก็มาเอง 

ความเป็นจริงมันไม่ได้ง่ายแบบนั้นเลยค่ะเมื่อหมดไฟ ทางเดียวที่จะทำได้คืออดทน 

ความผิดหวังของคนเราเกิดขึ้นได้หลายๆ ครั้งในชีวิต ผิดหวังเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงผิดหวังครั้งใหญ่จนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน

แต่พอผิดหวังมากๆ เข้าก็จะเริ่มมีภูมิคุ้มกันตัวเองจากความผิดหวังทั้งหมด

ถามว่าเคยคิดทำอะไรบ้าๆ กับใครเค้าบ้างหรือเปล่า

ตอบได้เลยว่าเคยค่ะ แต่ไม่ได้ทำ เพราะคิดทบทวนแล้วจะเอาชีวิตเรามาจมปลักอยู่กับคนแบบนั้นไปทำไม สู้ตั้งหน้าตั้งตาปรับตัวเองใหม่ หาอะไรดีๆ เข้ามาในชีวิตดีกว่า ก็เราไม่ใช่กระบือนี่คะ จะได้ชอบนอนในปลักอยู่ได้ทุกวัน

เมื่อเราทำใจได้อะไรใหม่ๆ ดีๆ ก็ตามเข้ามา เราว่ามันเป็นเรื่องจริงนะ 

เหมือนที่เค้าว่าทุกสิ่งอยู่ที่ใจ กระบี่อยู่ที่ใจ 

จำได้ว่าตอนนั้นสอบเอ็นเล็กไม่ติด แล้วพี่คนนึงเอาหนังสือเล่มนี้มาให้ บอกว่าอ่านซะ มันเป็นหนังสือแปลมาจากภาษาจีน 

ที่เศร้าเพราะว่าเพื่อนเกือบยกห้องสอบติด แต่เราสิสอบไม่ได้ พ่อกับแม่ไม่ได้ว่าอะไรหรอกค่ะ เฉยๆ ด้วยซ้ำไป เราสิเศร้าเหงา 

และเพื่อนสนิทกันก็สละสิทธิ์ หันมาอ่านหนังสือสอบด้วยกัน สวรรค์เลยค่ะตอนนั้นอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำ และแล้วเราก็สอบได้ 

แม้จะไม่ใช่คณะที่หวังเอาไว้ แต่ก็สอบติด 

จากนั้นก็เรียนรามไปด้วยพร้อมๆ กัน ทุกอย่างเด็กรามทำได้ยกเว้นเอ็นติด มันไม่จริงเลยคำๆ นี้ เพราะเราเป็นหนึ่งในคนเอ็นติดแต่เรียนรามไปพร้อมๆ กัน

แต่ใช้เวลานานหน่อยแค่นั้นเอง 8 ปีค่ะ กับการเรียนราม จบโทแล้วรามยังไม่จบเลย ขายหน้าไหมล่ะนั่น จากนิติกลายเป็นรัฐศาสตร์ ดีนะโอนหน่วยได้ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ คงเบื่อมากกว่านี้

แล้วก็เมื่อครั้งอกหักครั้งแรก ถ้าไม่มีเพื่อนดีๆ อย่างไอ้ด็อก น้องนุ่มนิ่ม มีหวังตายเหมือนกัน อกหักเป็นเรื่องปกติ การคบกันมาเป็นสิบปีไม่ได้มีความหมายอะไรกับการจากลาเลยสักนิด เปลี่ยนแฟนหลายครั้งแต่เพื่อนไม่เคยเปลี่ยน

จนถึงตอนนี้ไอ้ด็อกก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเหมือนเดิม 

ครั้งแรกที่มี สนพ ติดต่อมาว่าจะเอาเรื่องไปพิมพ์ ดีใจค่ะ ดีใจมาๆ จนป่าวประกาศไปทั่วว่า ได้พิมพ์แล้ว 

แต่อะไรก็ไม่แน่นอน เมื่อทาง สนพ มาบอกขอเลิก 

ใจงี้แป้วไปเลย ทำให้ไม่อยากเขียนอะไรออกมาอีกนาน หันกลับไปทำงานโดยไม่แตะต้องการเขียนอยู่นานพอสมควร 

แต่แล้วเพราะความคันมือ ก็เลยกลับมาเขียนอีกครั้ง

คุณบอกว่าไม่มีใครอ่านคุณก็อ่านไม่ใช่หรือ ไม่ได้พิมพ์ ก็ไม่เป็นไรหรอก เราก็ทำมือขายเองเลยสิ เราไม่ได้หวังกำไรอะไรอยู่แล้วจริงไหม 

จากนั้นก็เลยเป็นการจุดประกายทำหนังสือทำมือออกมาฝากขายกับคุณมน ในงานหนังสือเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา 

ตั้งใจทำทุกอย่าง หาซื้อพริมน์เตอร์ตัวใหม่ เพื่อให้ตัวหนังสือออกมาคมๆ คนอ่านจะได้ไม่ปวดตาและเบื่อเมื่ออ่าน 

ตั้งใจเย็บเล็มผูกมันให้แน่นหากเกิดเหตุสุดวิสัยแล้วมันหลุดออกจากัน 

เคยมีหนังสือทำมือของเพื่อนค่ะ เค้าบอกว่าเป็นสมุดจดมาจากเมืองจีน เค้าเย็บเล่มโดยที่ไม่ต้องมีอะไรอย่างอื่นนอกจตากเจาะรูและเส้นด้ายเหนียวๆ 

ก็เลยทำตามเค้า

หลังจากนั้นก็ลองทำออกมา แล้วก็เอาไปฝากขายอย่างที่บอก ตอนไปถึงมีน้องคนหนึ่งเธอว่า ทำแบบนี้ก็เอามาขายได้เหมือนกันเนอะ

ใจฝ่อเลย เธอคงไม่รู้หรอกค่ะว่าหนังสือเล่มนั้นเป็นของเราเอง พี่พับช่วยซื้อไปหนึ่งเล่ม ยังรู้สึกขอบคุณเธอมาจนทุกวันนี้ เธอบอกว่าจะได้มีกำลังใจในการทำต่อไปเรื่อยๆ

แล้วเราเองก็มีกำลังใจค่ะ เริ่มเขียนอะไรบ้าๆ บอๆ ออกมาจากสมองของเราเหมือนเดิม ถึงไม่มีคนอ่านมากมายแต่เราก็อยากเขียน

ถึงไม่มีสนพ มาเอาไปพิมพ์ เราก็จะเขียนต่อไป เพราะคนที่อ่านสำคัญที่สุดของเราก็คือคุณ

สู้ต่อไปนะอ้วน เป็นกำลังใจให้เสมอ คุณบอกแบบนั้นบ่อยๆ และเราก็สู้ต่อไป ไม่ยอมถอยเหมือนกัน

ถึงเราหมดไฟ แต่คุณคอยเติมเชื้อ ก็ไม่มีวันหมดหรอกเนอะจริงไหมจ๊ะ

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น