ping-dow
ดู Blog ทั้งหมด

ไม่เคยทำใช่จะทำไม่ได้

เขียนโดย ping-dow

 
เรื่องแบบนี้เคยถามตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมเหรอ ทำไมถึงทำไม่ได้ แล้วทำไมคนอื่นทำได้ ทำไมเมื่อก่อนทำได้
 
พอถามตัวเองบ่อยๆ ก็เลยต้องลองลงมือทำ เพราะสมัยเด็กๆ มักไม่ชอบที่จะเรียนวิชาการฝีมือสักเท่าไหร่ ทอดไข่ฟูยังไหม้เกรียม ไข่ดาวก็ไม่สวยเพราะไข่แดงแตกถามว่ากินได้ไหม มันก็กินได้นะ แต่ไม่สวยแบบที่แม่หรือเจ้ทอด
 
วันหนึ่งฉันเห็นกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน ที่วางขายอยู่ดาษดื่นในตลาด เห็นแล้วก็ว่ามันแพงจังเนอะ เอามาทำเองจะดูดีกว่ากันเยอะ
 
แล้วก็ลองลงมือทำไม่มีการวางแผนอะไรอยู่ๆ ก็ตัดผ้า แล้วก็เย็บทดลองด้วยผ้าดิบ เพราะคิดว่าราคาถูกถึงไม่สวยเราก็ทิ้งได้ มันไม่น่าเสียดาย แต่จะเชื่อไหม สมัยนี้ผ้าดิบแพงกว่าผ้าลายดอกซะอีก ถ้าเทียบกับขนาดและความกว้างของหน้าผ้า ผ้าดิบเมตรละ 35 บาท (แถวบ้าน) ความกว้างหน้าผ้าก็ 36 นิ้ว แต่ผ้าลายดอก เมตรละ 50 ความกว้า 60 นิ้ว ถ้าซื้อเยอะๆ ลดราคาอีกต่างหาก มันแปลกดีเนอะ  


 




แรกๆ ฉันไม่มีจักร เพราะไม่ได้ขนมาจากบ้านแม่ ลองเย็บมือ ดู ว่างจัดก็งี้แหละนะ แล้วก็ได้กระเป๋าผ้าใบเท่าบ้านเท่าเมืองมาหนึ่งใบเพราะความที่ไม่ได้วางแผนในการทำ ตัดผ้าทั้งเมตรมาทำกระเป๋าใบเดียว น่าขายหน้าเนอะ แล้วตอนนี้ถุงผ่าดิบก็ใช้ใส่ ผ้าที่ขนซื้อมาเต็มไปหมด เพราะบ้าซื้อ เป็นพักๆ


 
จากนั้นพอได้จักรมา ก็ลองลงมือทำ กระเป๋าผ้าใช้เอง มั่นคงแข็งแรงดีนักแล ซื้อผ่าซับนิ่มๆ มากับเค้าด้วย มีบางคนบอกว่าซื้อเค้าง่ายกว่ารึเปล่าอ้วน เออนะ ก็อาจจะจริง แต่นะอะไรทำเองมันก้ภูมิใจไปอีกแบบนะ เพราะเรารู้ว่าเป็นฝีมือของเรา ไม่ได้ซื้อเค้ามา 




 
ต่อมาก็หัดทำปกสมุดบันทึก หัดทำปกหนังสือทำมือ สุดท้ายเมื่อลองทำโน่นทำนี่ไปเรื่อยๆ แล้วก็หมดแรงฮึดที่จะทำต่อ อุปกรณ์เหลือบานตะเกียง ผ้าเหลือเป็นสิบๆ ผืน เพราะขนซื้อมามากมาย ทั้งที่สำเพ็ง ทั้งร้านขายแถวๆ บ้าน แต่ลายมันก็สวยนะ หลังๆ เอามาทำปลอกพี่ตุ๊กตา ปลอกหมอน เพราะกล้วจะเสียของ เอิ๊กๆๆ



 
เมื่อวานลองค่ะ ลองเดินจากที่บ้านไปป้ายรถเมล์ ตอนเที่ยงๆ นี่แหละ กะว่าจะไปทำธุระที่เมเจอร์รังสิต แล้วก็เดินสำเร็จ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนคืดว่าเดินไม่ไหว พอลองเดิน เอ้ยมันไหวแฮะ  จริงๆ ฉันก็เดินบ่อยๆ ตอนที่ไปเดินป่าถ่ายรูป แต่ตอนนั้นมันเดินไปหยุดไป ไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่ เห็นอะไรข้างทางก็แวะถ่ายรูปเรื่อยๆ ไม่ต้องคิดมา เมื่อเดินไปถึงจุดหมาย ก็พัก
 
จุดประกายมาจากการไปเดินขึ้นพระบาทพลวง ทางโหดมาก สำหรับฉัน ทั้งขึ้นๆ ลงๆ เหนื่อยไม่เท่าไหร่เจ็บเข่านี้สิแสนร้ายกาจ ทุกคนเดินนำฉันไปหมด เหลืออ้วนรั้งท้าย เค้าพักกันจะหายเหนื่อย ส่วนฉันยังนั่งนวดเข่าอยู่กับที่ แต่ก็ดีที่รอดชีวิตมาได้ ไม่อยากนึกถึงภูกระดึง ถ้าไปคงตายก่อนใครๆ แน่นอน
 
ระยะทางที่ใช้เดินจากบ้านไปก็ราวๆ 1.2 กิโลเมตร ไม่ไกลมากนัก (ประหยัดค่ารถมอไซด์ไปได้อีก 10 บาท) พอไปถึงป้ายรถเมล์เห็นรถเพื่อประชาชนก็กระโดดขึ้น (ประหยัดไปอีก 8 บาท) แต่ที่ไหนได้ด้วยความที่ไม่ค่อยได้ขึ้นรถเมล์(ไม่ได้อวดว่ารวยเน้อ) เพราะนั่งแต่รถตู้ ปรากฏว่ารถเมล์พาไปลงในตลาดรังสิตซะงั้น เดินสิคะ เดินจากตลาดรังสิตกลับมาเมเจอร์ แดดก็ร้อนนะ แต่ทำไมเดินได้ก็ไม่รู้สิ
 
ทำธุระเสร็จก็หารถกลับบ้าน อะมีรถฟรีอีกแล้ว สายไหนๆ จากเมเจอร์ต้องผ่านเซียร์อยู่แล้ว ขึ้นโลด (ประหยัดไปอีกหนึ่ง)
 
พอลงรถ หิวเลยสิคะ จะเข้าเซียร์ก็นะ อาหารไม่อร่อยก็เลยเดินไปที่ร้านขายข้าวมันไก่กับข้าวหมูแดง เดินไปถึงหิวโซแต่ก็กินได้แค่จานเดียว เพราะจุก กินเสร็จรอรถมอเตอร์ไซด์ คำนวณดูแล้วระหว่างเดินกลับไปที่วินกับเดินมาคอนโดมันก็คงเท่าๆ กัน
 
เดินย้อนไปย้อนมา แถมเสียค่ารถอีก สุดท้ายเดินกลับดีกว่า หุหุ ประหยัดไปอีก 1
 
คิดว่าไม่เคยเดิน ตอนนี้ก็เดินได้ คิดว่าไม่เคยทำ ตอนนี้ก็ทำได้
 
ไม่มีอะไรที่คนเราทำไม่ได้ ถ้าเราคิดจะทำ
 
หรือว่าไม่จริง

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น