Bloody Rose Online กุหลาบโลหิตพิชิตราชันออนไลน์ (YAOI)

ตอนที่ 45 : ตอนที่ 41 : สภาจอมเวทย์และสภานักปราชญ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,805
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    6 ก.พ. 60

                “รอดกลับมาซะด้วยแฮะ พักผ่อนเสียก่อนสิ” ราชามังกรเอ่ยขึ้นมาอย่างแปลกใจหลังจากที่ได้เห็นพวกเรากลับมาอีกครั้ง “ว่าแต่ไปเจออดีตราชามังกรท่านไหนมาล่ะ”

                “รู้สึกว่าจะชื่อนิโคลัสนะครับ” ไบรท์ตอบไปอย่างไม่คิดอะไรมากผิดกับราชาและราชินีที่ถึงกับลุกขึ้นยืนมองพวกเราอย่างกับเห็นพี่

                “ท่านพี่...นามราชานิโคลัสมีอยู่พระองค์เดียวใช่ไหมเพคะ” หญิงสาวข้างกายองค์ราชาเอ่ยเสียงสั่นเช่นเดียวกับองค์ราชาที่ยืนนิ่งเงียบอยู่สักพักก่อนจะสบตาเราทั้งสองอีกครั้งด้วยสายตาที่จริงจังผิดกับตอนแรก

                “เจ้าได้สู้กับท่านนิโคลัส...และเจ้าก็ชนะ”ราชาแห่งมวลหมู่มังกรเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจซึ่งพวกเราก็พยักหน้าตอบกลับไปแม้จะสงสัยอยู่ก็ตามว่าเกิดอะไรขึ้น

                “ขอข้าดูลูกแก้วมังกรได้ไหม” ไบรท์หยิบลูกแก้วมังกรสีม่วงใสออกมาจากกระเป๋าก่อนยื่นส่งให้ผู้ร้องขอ องค์ราชาหนุ่มรับลูกแก้วไปตรวจสอบชั่วครู่ก่อนจะส่งคืนให้ไบรท์

                “เจ้ารู้ไหม...นับตั้งแต่โลกถือกำเนิด มีมนุษย์เพียงแค่ 63 คนเท่านั้นที่ได้รับเกียรติเป็นส่วนหนึ่งกับเผ่าพันธุ์ของเรา” หลังจากคืนลูกแก้วไปให้ องค์ราชาก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน แม้จะตกใจในตัวเลขที่มีเพียงน้อยนิดแต่ผมกับไบรท์ก็พยักหน้าเพื่อรับฟังข่าวสารต่อไป

                “แบบทดสอบแรกเอาชนะมังกรในระดับเดียวกัน ต่อมาเอาชนะวิญญาณอดีตราชามังกรที่ถูกสุ่มให้พวกเจ้าได้เจอ และเมื่อเจ้าชนะวิญญาณราชามังกรตนนั้น เจ้าก็จะได้รับลูกแก้วซึ่งบรรจุจิตวิญญาณมังกรที่ยังเหลืออยู่ของราชามังกรตนนั้นเพื่อใช้เปลี่ยนร่างเจ้าให้เป็นมังกร และ...เจ้าจะได้มังกรสายไหนขึ้นอยู่กับวิญญาณมังกรที่เจ้าได้สู้ด้วย” ราชามังกรร่ายยาวไบรท์รับฟังอย่างตั้งใจเพียงแต่ผมมีลางสังหรณ์เบาๆ ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปมันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ

                “ราชามังกรที่เจ้าชนะไป นามนิโคลัส โอโรนิมบัส อดีตราชามังกรรุ่นที่ 114 เป็นมังกรรัตติกาลต้นตระกูลสายมังกรทมิฬที่เจ้าได้สู้ไป ราชามังกรเพียงตนเดียวที่สามารถขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิและครอบครองโลกในยุคสมัยนั้น และ...เจ้าจะได้รับร่างราชามังกรนิโคลัสในการเปลี่ยนเผ่า” ราชากีเลียสเอ่ยจบไม่ทันที่พวกเราจะหายตกใจ พวกเราก็ถูกพามายังส่วนลานพิธีกรรมที่ใช้ในการเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปถัดจากท้องพระโรง

                ในส่วนนี้อนุญาตให้เฉพาะมังกรระดับสูงและผู้ที่ได้รับการยอมรับให้เปลี่ยนเผ่ามังกรเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้ ผมจึงถูกเชิญออกมา แถมยังบอกอีกว่าให้ไปที่ไหนก่อนก็ได้เพราะขั้นตอนการเปลี่ยนเผ่าใช้เวลาค่อนข้างนาน และยังต้องใช้เวลาในการปรับตัวอีกสักระยะอีกด้วย

                นี่มันไล่กันชัดๆ  

            และขณะที่ผมเดินออกมาพ้นอาณาเขตหุบเขามังกร พลันปรากฏวงเวทมิติขึ้นใต้เท้ายังไม่ทันที่ผมจะสลายเวททิ้งร่างก็โดนดูดเข้ามิติมาปรากฏตัวอีกที่หนึ่งทันที

                มีใครใช้เวทย์มิติได้ไวกว่าลุงแฮริสอีกหรือเนี่ย

            ผมปรากฏตัวบนเก้าอี้หรูตัวหนึ่งในห้องประชุมรูปวงกลมขนาดใหญ่รายล้อมไปด้วยชายหญิงหลายสิบคนในชุดจอมเวท ทุกสายตาจ้องมองมาที่ผมจนทำให้ผมอดรู้สึกประหม่าไม่ได้ แต่ในขณะที่กำลังนั่งตัวเกร็งสายตาก็กวาดไปเจอคนคุ้นตาอยู่คนหนึ่ง ซึ่งอีกฝ่ายก็ส่งยิ้มที่ดูเต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึกตอบกลับมา

                นั่น...อาจารย์อลิเซีย

            กิ๊ง...

                เสียงใสดังกังวานไปทั่วห้องอย่างไม่มีที่มา จากนั้นชายมีอายุที่นั่งหัวโต๊ะจึงได้กล่าวแนะนำตัว

                “ข้า...เมอร์ลิน ที่ 13 หัวหน้าสภาจอมเวท ยินดีต้อนรับ สมาชิกสภาจอมเวทกิตติมศักดิ์ คนที่ 23 เบนจามิน สู่สภาจอมเวทของเรา ขออภัยหากเวทเคลื่อนย้ายทำให้ท่านตกใจ”

                “สมาชิกสภาจอมเวทกิตติมศักดิ์...คืออะไรครับ” ผมที่ตอนนี้ยังเรียงลำดับเรื่องราวความเป็นมาไม่ถูกเอ่ยถามออกมา อาจารย์อลิเซียที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยิ้มก่อนจะเอ่ยตอบคำถามผม

                “ตำแหน่งสมาชิกสภาจอมเวทย์กิตติมศักดิ์ จะมอบให้ก็ต่อเมื่อใครก็ตามที่สามารถใช้เวทขั้นสูงได้ ไม่ว่าจะเป็นเวท ลาวา ไม้ หมอก สายฟ้า หรือ กาลเวลา ซึ่งเจ้าก็เพิ่งจะได้แสดงให้พวกเราเห็นว่าเจ้าเป็นหนึ่งในนั้น และพวกเราทั้งหมดในห้องนี้ ก็เป็นสมาชิกสภาจอมเวทกิตติมศักดิ์กันทุกคน อาจจะไม่อยู่กันพร้อมหน้านัก เพราะบางคนก็เป็นเหมือนกับเจ้าต้องกลับสู่โลกภายนอก แต่นี่ก็เกือบทั้งหมดแล้วล่ะ”

                ผมตั้งสติรับรู้ข้อมูลตรงหน้า...

                ใช่สิ...เราเพิ่งใช้เวทธาตุไม้ไปตอนจัดการกับเจ้าคราเคน แต่ให้ตายเถอะสภาจอมเวทหูตาไวเป็นบ้า

         “แล้วพวกท่านเรียกตัวผมมาเพื่อ...”

                “รับรู้บทบาทและหน้าที่ของเจ้าเมื่อเป็นเหมือนกับพวกเรา” ยังไม่ทันผมจะถามจบสมาชิกหญิงอีกคนก็เอ่ยตอบ นิ้วเรียวบางกรีดโต๊ะเล่นปรากฏของเหลวสีแดงข้นลากไปตามนิ้วของเธอพร้อมควันสีขาวที่เกิดจากการเผาไหม้ลอยขึ้นมา

                แม่นี่ต้องเป็นผู้ใช้ลาวาแน่ๆ

                “เวทขั้นสูงเป็นเวทพิเศษที่น้อยคนนักจะใช้ได้ บางคนสามารถใช้ได้ตั้งแต่เกิด บางคนแม้นจะศึกษาหาวิธีการทั้งชีวิต ก็ไม่สามารถใช้ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งนี้การใช้เวทเหล่านี้ก็มีความเสี่ยงนำมาซึ่งอันตรายต่อผู้ร่ายได้ หากท่านเคยใช้เวทมนต์เกินตัวจนทำให้สลบหรือใช้พลังเวทไม่ได้ไปหลายวัน นั่นนับว่าเป็นเรื่องธรรมดามาก เมื่อเทียบกับอันตรายที่อาจเกิดจากเวทมนต์ขั้นสูง ในส่วนนี้ข้าจะให้อลิเซียผู้ซึ่งเป็นจอมเวทพฤกษาเหมือนท่านดูแลแล้วกัน”

                “ท่านใช้เวทมนตร์บทนั้นให้เราดูอีกครั้งได้ไหม” มีเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นท่ามกลางห้องประชุม ทักสายตาหันไปหาชายหนุ่มผู้เอ่ยขอ ก่อนจะมีเสียงอื่นๆ ตามมา ชายชราหัวหน้าสภาฯ ส่งสายตาราวกับจะถามว่าได้หรือไม่ส่งผมยิ้มตอบพยักหน้าไป

                มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นา

            เมอร์ลินที่ 13 รับคำก่อนจะร่ายวงเวทสีน้ำตาลกลางห้องประชุมเพียงเสี้ยววินาทีก็ปรากฏโกเลมศิลาสูงกว่าสามเมตรท่าทางแข็งแกร่งยืนอยู่แทนที่วงเวทดังกล่าว

                เมื่อเมอร์ลินให้สัญญาณคราวนี้ผมก็ร่ายเวทบทเดิมแบบจัดเต็มทันที ครั้งก่อนมีเวลาไม่มากเลยไม่ได้ใส่ลูกเล่นอะไรมากมายนัก

                วงเวทสีเขียวถูกเติมเต็มด้วยอักษรเอล์ฟโบราณหมุนวนเวียนตัวกันอย่างสลับซับซ้อนจนทำให้คนที่มองเห็นต่างพากันอึ้ง เมื่ออักษรเอล์ฟตัวสุดท้ายถูกวางลงในตำแหน่งของมัน วงแหวนเวทก็หยุดลง สายลมพัดโชยกลิ่นหอมของดอกมานานาพันธุ์จากนั้นก็ตามมาด้วยหมู่มวลมหาพฤกษาชาติถาโถมเข้าใส่โกเลมหินผู้น่าสงสารที่ยืนอยู่กลางห้องอย่างไร้ทางสู้

                เหล่าบุปผาเรียงตัวเกาะบดบังทำให้ไม่สามารถทราบได้ว่าโกเลมตัวน้อยตอนนี้เป็นเช่นไรแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไปเหล่าดอกไม้ ก็ได้ร่วงโรยลงสู่พื้นดิน ภาพที่เห็นประจักษ์แก่สายตาทุกคนคือโกเลมหินที่เคยดูแข็งแกร่งกลับซูบผอมแห้งกรังก่อนจะแตกกลายเป็นกรวดทราย

                ทั้งห้องเงียบสนิททุกคนต่างทราบกันดีว่าโกเลมหินที่เมอร์ลินร่ายนั้นแม้จะเป็นเวทขั้นต้นแต่ด้วยพลังเวทมหาศาลก็ไม่น่าที่จะมีเวทบทไหนที่สามารถทำลายได้ด้วยเวทเพียงบทเดียว จะมีเพียงแต่สายตาของอลิเซียที่ยิ้มชื่นชมศิษย์ของตนอยู่ลับๆ

                หลังจากนั้นก็เป็นการพูดคุยซักถามสิ่งต่างๆ ดูท่าว่าผมอาจจะต้องกลับไปเกาะเริ่มต้นด้วยเพื่อสอนการใช้เวทมนต์เบื้องต้นแก่ผู้เล่นใหม่ หรืออาจจะสอนที่ทวีปยูโรเปียเพราะที่ทวีปนี้ก็มีสถาบันฝึกเวทมนต์เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นหลักสูตรต่อยอดจากเกาะเริ่มต้นอีกด้วย นอกจากนี้ในฐานะสมาชิกระดับสูงของสภาจอมเวท ยังต้องเข้าร่วมประชุมครั้งสำคัญๆ เมื่อได้รับหนังสือเชิญด้วย แต่ก็แลกด้วยการมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าคนอื่นนิดหน่อยอย่างการได้อ่านหนังสือต่างๆ ในโซนลับของจอมเวทชั้นสูง การมีสิทธิ์ออกเสียงตัดสินใจการเคลื่อนไหวของเหล่าจอมเวท เงินประจำตำแหน่ง และอื่นๆ มากมาย

                ดูท่าชีวิตนี้จะหนีไม่พ้นความเป็นครูจริงๆ สินะ

                “แฮริสฝากบอกมาว่าหลานอย่าลืมไปเลื่อนระดับขั้นอาชีพนักปราชญ์เสียล่ะ หลานควรจะเลื่อนได้ตั้งนานแล้ว” อจารย์อลิเซียเอ่นทิ้งท้ายก็จะจากไปอีกคน

                แล้วทีนี้จะไปไหนต่อดีล่ะเนี่ยเป้าหมายเยอะเสียเหลือเกิน

 

               เมื่อผมเดินออกมาจากห้องประชุมจึงทำให้รู้ว่า ไอ้สภาจอมเวทโลกนี่มันอยู่ในปราสาทหินอ่อนสีขาวขนาดยักษ์ มีจอมเวทจากทั่วทุกมุมโลกเดินกันขวักไขว่

                ภายในมีหอสมุดเวทมนตร์ที่รวบรวมเคล็ดลับเทคนิคและเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับเวทมนต์ให้คนทั้งโลกได้เข้ามาศึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ห้องเรียนศาสตร์เวทมนต์ต่างๆ ซึ่งเก็บค่าใช้จ่ายเป็นคอร์สๆ ไปแต่ก็ไม่แพงมากนัก แผนกภารกิจที่รวบรวมภารกิจจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อแจกจ่ายให้เหล่าจอมเวทฝีมือดีได้ไปทำเพื่อแลกกับม้วนคัมภีร์เวทมนต์ต่างๆ

                “ท่านพี่ระวัง!

    ขณะที่ผมกำลังเดินดูแผนกต่างๆ ด้วยความสนใจ โดยไม่ทันตั้งตัวก็มีเด็กชายสวมชุดคลุมหลวมโพลกคนหนึ่งวิ่งเข้ามาชนผมเต็มแรง ผมที่ไม่เป็นอะไรมากนักแม้จะจุกอยู่นิดๆ แต่ก็เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับฝั่งเด็กชายที่ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น

     ผมหันไปทางเสียงที่เตือนผมเมื่อครู่จึงพบกับเอเลน่าที่หายไปเสียตั้งนานจึงได้เอ่ยทักทายพูดคุยกับองค์หญิงน้อยจนลืมเด็กชายที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนมองมาที่ผมด้วยสายตาโมโห

    “เจ้าบังอาจมาชนข้า เจ้าต้องรับผิดชอบ” เด็กชายผมเหลืองตัวสูงแค่เสมออกผมหน้าตาน่ารักผิดกับคำพูดที่เอ่ยออกมาอย่างแข็งกร้าว ผมยิ้มก่อนจะก้มตัวคุยกับเจ้าหนูตัวน้อย

     “ขอโทษทีนะหนุ่มน้อย แล้วจะพี่รับผิดชอบยังไงหรอ”

     “จ่ายค่าเสียหายมาสิ”

     “แล้วถ้าพี่ไม่มีเงินล่ะครับ” ผมลองถามเด็กหนุ่มไป

     “งั้นเรามาสู้กัน!!!” เด็กหนุ่มหัวเหลืองพูดจบก็ลากผมมายังลานประหลองที่อยู่หลังปราสาทสภาจอมเวททันที

      ลานประลองนี้เปิดให้ใช้บริการได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น รอบลานประลองถูกลงเขตอาคมชั้นสูงที่จะทำให้การต่อสู้ไม่ว่าหนักหนาไหนก็ทำให้คู่ต่อสู้นั้นไม่ถึงกับเสียชีวิต เด็กหนุ่มเลือกทำเลชั่วครู่ก่อนจะกวักมือเรียกผมให้มาสู้กันทันที

      ผมมองเจ้าหนูน้อยอย่างเหนื่อยใจ ตามองจับคลื่นพลังเวทที่แผ่ออกมาจากภายในตัวได้น้อยนิด แม้จะมากกว่าเด็กปกติทั่วไปอยู่แต่ก็ยังถือว่าน้อยไปสำหรับผมอยู่ดี

      เด็กหนุ่มนับหนึ่งถึงสามอย่างรวดเร็วก่อนจะร่ายเวทบอลไฟพุ่งตรงใส่ผม

      บอลไฟก้อนเท่าลูกฟุตบอลลอยพุ่งเข้าใส่ผมอย่างรวดเร็ว จนเริ่มสัมผัสได้ถึงความร้อน

      เพียงแต่ว่า...

     สลายมนตรา

สำหรับเวทมนต์ระดับไม่เกินสามหากไม่ใช่อักขระโบราณแปลกตาหรือชั้นสูงจนเกินไปผมสามารถสลายมนตราได้โดยไม่ได้เอ่ยคำร่ายเวทด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มทำท่าตกใจ แต่ไม่นานเขาก็ร่ายเวทชุดใหม่ต่อมา บอลเวทธาตุต่างๆ รัวพุ่งเข้าใส่ผมอย่างรวดเร็ว

และแน่นอนผลก็คือ...

บอลเวททุกลูกล้วนถูกส่งกลับบ้านหายไปในชั่วพริบตา

เด็กหนุ่มยังคงไม่ยอมท้อถอยนอกเหนือจากบอลเวทมนตร์เขายังสามารถร่ายเวทย์ระดับสอง และระดับสามได้ห้าหกบทซึ่งในจุดนี้ผมแอบชื่นชมเขาอยู่ลึกๆ เด็กวัยเดียวกับเขาเท่าที่ผมเคยเจอมาน้อยคนนักที่จะสามารถจดจำเวทย์ได้ขนาดนี้ แต่อย่างไรก็ตามเวทย์เหล่านั้นก็ถูกสลายสิ้นหมดเช่นกับทุกที

ในที่สุดพลังเวทของเด็กหนุ่มก็หมดลง เขาลงไปนั่งหอบหายใจอยู่กับพื้นนัยน์ตามองผมด้วยความไม่เข้าใจ

“นี่เขาเรียกว่าเทคนิดสลายมนตราน่ะ ไว้เธอเก่งกว่านี้อาจจะมีโอกาสได้เรียนรู้จากที่นี่ อ้อแล้วก็ก่อนไปพี่มีอะไรให้ดูนะ” ผมว่าจบเหนือหัวเด็กหนุ่มสูงขึ้นไปกว่ายี่สิบเมตรปรากฏวงเวทย์หลากสีขึ้นชั่วพริบตาก่อนจะส่งบอลเวทหลากสีสันลอยลงมาระเบิดรอบข้างเด็กหนุ่มโดยที่ไม่มีบอกเวทลูกไหนโดนตัวเขาเลยแม้แต่น้อย

พยุหะสายฝนมนตรา

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วพี่ขอ...”

“อ้ะ! เจ้าหลานตัวแสบไมเคิล ไปหาเรื่องอะไรชาวบ้านเขาอีกเจ้าเด็กนี่” ชายชราในชุดคลุมวิ่งเข้ามาตบกะโหลกเด็กหนุ่มหัวเหลืองที่ผมเพิ่งทราบว่าชื่อไมเคิล จนเด็กหนุ่มต้องลูบหัวป้อยๆ เขาคือเมอร์ลินที่ 13 หัวหน้าสภาจอมเวทคนปัจจุบันนี่เอง

“ท่านเบนจามิน เองหรือ ขออภัยแทนหลานชายข้าด้วย เขาค่อนข้างที่จะ...ซนไปหน่อยหวังว่าท่านจะอภัย”

“อ้อ...ไม่เป็นไรหรอกครับท่านเมอร์ลิน ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ” เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วผมจึงเอ่ยลาซึ่งทางเมอร์ลินก็ยิ้มรับก่อนจะเอ่ยลาเช่นกัน เพียงแต่อีกคนที่อยู่ข้างๆ กลับไม่เป็นเช่นนั้น

“เดี๋ยว...”

ไมเคิลวิ่งอ้อมมาจากด้านหลังจอมเวทเมอร์ลิน ก่อนจะก้มลงคุกเข่าต่อหน้าผมและเอ่ยวาจาที่ทำให้ผมแทบอึ้ง เงยหน้าจ้องมองผมด้วยตาเป็นประกาย

“ได้โปรด รับผมเป็นศิษย์เถิดครับ อาจารย์!

“ห๊ะ!/อะไรนะ!” ผมกับเมอร์ลินได้แต่งุนงงกับคำพูดของเด็กหนุ่ม โดยเฉพาะเมอร์ลินที่ร้อยวันพันปีหลานชายของเขาได้แต่ไปท้าตีกับชาวบ้าน ชนะบ้างแพ้บ้าง ถึงแม้เขาจะสอนเวทให้มันบ้างก็ยังไม่เห็นมันจะมีท่าทีเคารพเขาเท่ากับครั้งนี้เลย หรือเขาควรตัดสินใจแบบนี้ดี

“เอ่อ...ท่านเมอร์ลิน ท่านช่วยพูดกับน้องเขาหน่อยได้ไหมครับ” ผมมองเด็กหนุ่มที่ก้มลงคุกเข่าต่อหน้าผมโดยที่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาอีกเลย จึงหันไปขอร้องเมอร์ลินให้ช่วยห้ามปรามเด็กหนุ่มตรงหน้า

เมอร์ลินพยักหน้ารับคำก่อนจะช่วยพูดว่า

“ได้โปรดท่าน เบนจามิน รับหลานข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิด จะเอามันไปต้มยำทำแกงอะไรก็ตามแต่ท่านจะสะดวกเลย”

เห็นไหม แค่ท่านเมอร์ลินช่วยพูดให้หนุ่มน้อยนี่คงจะ... ห๊ะ! แม้แต่ท่านเมอร์ลินก็จะฝากฝังหลานตัวเองมาไว้ที่ผมเหรอ!

“แต่ผมต้องเดินทางไปไหนมาไหนตลอดเวลานะครับ...”

“ก็เอามันไปด้วยแล้วกันท่าน”

“แต่มันอันตรายนะครับ”

“ไม่ต้องห่วงหรอก เจ้าเด็กนี่ทนทายาทไม่ตายง่ายๆ หรอก”

“แต่ว่า...”

“ได้โปรด ข้าก็เพิ่งจะเห็นว่ามีเพียงท่านนี่แหละที่เอามันลงได้ ถ้ายังไงข้าขอฝากหลายชายข้าด้วยนะ” จอมเวทเมอร์ลินยิ้มก่อนจะขอตัวจากไป พร้อมกับสำทับหลานตัวเองอีกว่าอย่าไปสร้างความลำบากให้ผม

ว่าแต่สร้างแล้วไม่ใช่รึไอ้ความลำบากน่ะ...ลำบากใจสุดๆ เลยแฮะตอนนี้

สุดท้ายผมก็ได้แต่ปลงตกกับชีวิตก่อนจะบอกให้ไมเคิลเก็บข้าวเก็บของเตรียมตัวออกเดินทางทันที ซึ่งเจ้าตัวยิ้มกระโดดโลดเต้นก่อนจะวิ่งแจ้นหายไปในปราสาททันที ไม่นานก็มาปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับเป้สะพายพลังใบหนึ่ง

 

 

ผมและเพื่อนร่วมทางคนใหม่แทนที่ไบรท์ซึ่งป่านนี้โดนฝูงมังกรรุมทึ้งไปรึยังก็ไม่รู้ก็ได้ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองไลบาราริส ซึ่งเป็นที่ตั้งสภานักปราชญ์ประจำทวีปยูโรเปียทันที

ระหว่างทางเราทั้งสามก็พูดคุยทำความรู้จักกันเรื่อยๆ เอเลน่าแลดูจะคุยกับเด็กหนุ่มอย่างถูกคอไม่น้อย งานนี้พูดได้ว่าไมเคิลจะต้องรับมือกับอาจารย์มหาโหดถึงสองคน

เราเลือกเดินทางเท้าเพราะผมก็ไม่ได้รีบอะไรมากมายและระหว่างทางจะได้เป็นการฝึกหนุ่มน้อยให้เติบใหญ่อีกด้วย

ช่วงกลางวันจะเป็นการฝึกให้กับสัตว์อสูรโดยมีผมที่คอยใช้คำสาปลดค่าสถานะรวมถึงกางโล่ป้องกันให้หนุ่มน้อยตรงหน้าในยามคับขัน ส่วนหน้าที่โจมตียกให้เด็กหนุ่มคนเดียวซึ่งงานนี้ไม่เก่งขึ้นก็ให้มันรู้ไปในเมื่อเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะระดับเพิ่งแค่ พลเมือง ระดับ 2 เจอกับสัตว์อสูรที่ระดับไม่ต่ำกว่า พลเมือง ระดับ 20 ทั้งสิ้น หากมีคัมภีร์เวทมนต์ตกผมก็ยกให้ไมเคิลใช้ไป เพราะตอนนี้แค่เวทที่ผมมีก็ไม่ถึงกับลำบากอะไรมากมายนัก

ส่วนตอนกลางคืนจะเป็นการสอนภาคทฤษฎีโดนอาจารย์เอเลน่าที่เทศนาเสียจนไมเคิลนึกทึ่ง ไม่คิดว่าวิญญาณเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มจะสามารถสรุปทฤษฎีมนตราที่เขาเรียนเท่าไหร่ก็ไม่รู้เรื่องจนเขาเข้าใจได้ หลังจากนั้นก็เป็นผมที่พยายามสอนเทคนิคต่างๆ เท่าที่พอจะสอนได้ให้แก่เด็กหนุ่มตรงหน้า

คืนนั้นทั้งสามก็หลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน เอเลน่าก็กลับเข้าไปที่แหวนพิชิตสุริยันเหมือนเดิม เปลวไฟที่ก่อไว้ยังคงทำหน้าที่ของมัน เสียงแตกอันเกิดจากเชื้อไม้ยังคงดังลั่น เปรี๊ยะๆ ก่อนที่กองฟืนจะดับลงในตอนเช้ามืด

 

 

และแล้วผมก็เดินทางมาถึงเมืองไลบาราริส ผม ไมเคิล แลเอเลน่าต่างมุ่งเข้าสู่ร้านอาหารเป็นสถานที่แรก เมืองไรบาราริสนับว่าเป็นมหานครแห่งความรู้ประจำทวีปยูโรเปีย ทั้งเมืองมีหอสมุดกว่าสิบแห่ง และร้านหนังสือเกือบร้อยให้ชาวเมืองได้เข้าไปศึกษาหาความรู้ คัมภีร์หายาก หนังสือ ตำราต่างๆ ล้วนสามารถหาได้ที่เมืองนี้ แม้ราคาจะแอบโหดอยู่บ้างแต่ผมก็อดซื้อมาฝากเจ้าศิษย์คนปัจจุบันทันด่วนไม่ได้ และก็ซื้อมาใช้เองด้วยเช่นกัน

                 ผมเดินเข้าไปในหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองนี้ซึ่งเป็นที่ตั้งของสภานักปราชญ์ จากนั้นจึงบอกให้ไมเคิลกับเอเลน่าอยู่อ่านหนังสือรอที่ชั้นล่างก่อนจะเดินขึ้นไปยังส่วนพื้นที่ของสภานักปราชญ์ที่อยู่ชั้นบนตามที่ทางบรรณารักษ์ได้บอกมา

                “มาพบใครคะ” หญิงสาววัยทำงานสวมแว่นเหลือบตามองเข็มกลัดตราสัญลักษณ์นักปราชญ์ที่ติดอยู่ที่ไหล่เสื้อก่อนนะเอ่ยถามด้วยท่าที่สุภาพ

                “อยากจะมาเลื่อนขั้นอาชีพนักปราชญ์น่ะครับ” ผมเอ่ยตอบความต้องการของผมออกไป หญิงสาวขยับแว่นขึ้นเล็กน้อย แสงสะท้อนจากกรอบแว่นทำให้ผมเห็นว่าแว่นนั้นไม่ใช่แว่นธรรมดาเพราะมันสะท้อนข้อมูลต่างๆ ผ่านกรอบแว่นนั้นได้ด้วย

                “คุณเบนจามิน ต้องการเลื่อนขั้นจากนักปราชญ์ เป็นจอมปราชญ์สินะคะ การเลื่อนขั้นดังกล่าวมีเงื่อนไขคือ คุณต้องมีความรู้ความสามารถ เป็นเอกในสายวิชานั้นๆ ซึ่งก็คือ จะต้องแสดงความสามารถให้คณะกรรมการจอมปราชญ์อย่างน้อย สามคน ยอมรับ จะเป็นวิชาอะไรก็ได้ ดังนั้นดิฉันขอทราบได้ไหมคะ ว่าคุณจะเลือกแสดงความสามารถในสาขาวิชาด้านไหน”

                ผมรับฟังข้อมูลหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะเอ่ยตอบอย่างไม่ลังเล

                “ภาษา ครับ” หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ก่อนจะจดบันทึกลงบนแถบอะไรสักอย่างก็จะเอ่ยต่อว่า “ถ้าคุณพร้อมแล้วขอเชิญด้านในเลยค่ะ”

                ผมที่ไม่ต้องเตรียมอะไรมากมายก็เดินตามหญิงสาวคนนั้นไปทันที ด้านในมีคนนั่งรออยู่แล้วสองคน ซึ่งก็เป็นผู้หญิงทั้งสองคน เมื่อรวมเธอที่พาผมเข้ามาอีกคนแล้วจึงรวมเป็นสามคนพอดี

                “มาเลื่อนขั้นอาชีพนักปราชญ์สินะจ๊ะ” สตรีวัยชราที่นั่งอยู่กลางโต๊ะเอ่ย เธอรับข้อมูลจากหญิงสาวที่เพิ่งจะนั่งลงก่อนจะเปิดกระเป๋าหยิบแว่นหนาเตอะขึ้นมาสวม

                “เลือก ภาษางั้นหรือ น่าสนใจ ถ้างั้นก็แสดงให้พวกเราดูหน่อยสิจ๊ะ”

                ผมก้มหัวรับคำ ก่อนจะลากนิ้วกลายเป็นเส้นสีอันเกิดจากพลังเวทมนต์จากนั้นจึงตวัดเป็นรูปร่างอักษรภาษาต่างๆ กว่ายี่สิบภาษาเท่าที่ผมเรียนรู้มาตอนนี้

                จากนั้นทางสามสาวได้ให้ผมลองอธิบายโครงสร้างทางภาษาของภาษาต่างๆ ซึ่งผมก็สวมรอยวิญญาณครูทันทีอธิบายเป็นฉากๆ ตั้งแต่โครงสร้างทางไวยกรณ์ ระบบสัทศาสตร์ ภาษาศาสตร์ประยุกต์ ฯลฯ เรียกสายตาพึงพอใจของทั้งสามคนได้เป็นอย่างดี

                “เอาล่ะพวกเราเชื่อ และยอมรับถึงความเป็นนักปราชญ์ที่เธอมีแล้ว และขอให้เธอจงเก็บรักษาความรู้ที่มีและขยันเพิ่มพูนความรู้ต่อไป อ้อ...การเลื่อนระดับคราวหน้า ครั้งสุดท้ายจาก จอมปราชญ์ เป็น มหาปราชญ์ ไม่ง่ายอย่างนี้แล้วนะจ๊ะ”

                “ผู้เล่น เบนจามิน ได้เลื่อนระดับชั้นอาชีพ จากนักปราชญ์ เป็นจอมปราชญ์”

                “ผู้เล่น เบนจามิน ได้รับทักษะ คัดลอก”

    “ผู้เล่น เบนจามิน ได้รับทักษะ อาณาเขตแห่งการเรียนรู้”

    “ผู้เล่น เบนจามิน ได้รับทักษะ เขียนอาคม”

 

ทักษะ

คัดลอก

ประเภท: เรียกใช้

 

     สามารถทำการคัดลอกสื่อสิ่งพิมพ์ได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นคัมภีร์ทักษะ แผนที่ ฯลฯ
ปล. ไม่สามารถนำสื่อสิ่งพิมพ์ฉบับคัดลอกไปจำหน่ายได้

 
 
 
 
       

ทักษะ

อาณาเขตแห่งการเรียนรู้

ประเภท: เรียกใช้

 

สร้างอาณาเขตรอบตัว
เวลาภายในจะช้ากว่าเวลาข้างนอก 100%
ความสามารถในการเรียนรู้เพิ่มขึ้น 100%
ความเหนื่อยล้า 0%  ความหิว 0%

 
 
 
 
       

ทักษะ

เขียนอาคม

ประเภท: ติดตัว

 

     สามารถใช้เวทมนต์ในการลงอาคม การเขียนยันต์ วิธีการใช้ต้องศึกษาและเรียนรู้เอาเอง

 
 
 
 

 

ผมกล่าวขอบคุณนักปราชญ์ทั้งสามท่านก่อนจะขอตัวลาลงมาเบื้องล่าง เอเลน่ากับไมเคิลนั่งอ่านหนังสือกันอย่างสนุกสนาน ผมจึงเอ่ยเรียกทั้งสองเพื่อที่จะออกเดินทางต่อไป ไมเคิลยิ้มกว้างก่อนจะนำหนังสือไปวางคืนชั้น วิ่งนำหน้าเอเลน่าที่ลอยตามมา

                “เอาล่ะ ออกเดินทางต่อไปเถอะ”

                "เย้!!/เย้!!!"


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

2,012 ความคิดเห็น

  1. #1796 Mai Mono (@mai1271) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 01:07
    ไมเคิล สิบหายนะ คนที่ เจ็ด รึป่าว?
    #1796
    0
  2. #1556 LLพ้ใจตัวLoJ (@zymethza55) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:41
    ชะตากรรมของไบร์ทจะเป็นยังไงโปรดติดตามต่อไป
    #1556
    1
    • #1556-1 Dark_Illusion (@pinkyangel) (จากตอนที่ 45)
      23 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:19
      เป็นสัมมี //อุ้ยโทดๆ
      #1556-1
  3. #843 Nathwut (@hiruntubtim) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 23 เมษายน 2558 / 17:56
    ไมเคิลเป็นผู้เล่นเปล่า ? ♓
    #843
    0
  4. #743 Nathwut (@hiruntubtim) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 2 มีนาคม 2558 / 23:10
    สนุกมากครับ อิอิอิ ♓
    #743
    0
  5. #500 รักษ์คุณ (@kingbox) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 10:40
    อ่าว นี่แยกกับไบรท์ง่าย ๆ อย่างงี้เลยเหรอ ไม่เอาอะ 
    อยากให้เบญอยุ่กับไบรท์มากกว่า

    Aphrodite Shop
    #500
    0
  6. #499 GodFatherZero (@ibigbell555) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 08:52
    ได้ศิษย์มาแบบงงๆ ฮ่าๆๆๆ มาต่อไวๆนะครับ ^__^
    #499
    0
  7. #497 midnight_soul (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 02:42
    เรื่อยๆ ก็ไม่เป็นไร แค่มาอั๊พบ่อยๆเราก็พอใจแล้ว...

    ปล.จริงๆ ตอนนี้ก็สนุกดีออกนะ ไม่เย้อ ไม่เพ้อ ไม่ฟลุ๊ก 555
    #497
    0
  8. #496 เรารอเก่งนะ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 01:47
    ถึงตอนนี้มันจะเรื่อย ๆ ไปหน่อย แต่ก็สนุกดีค่าาา ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป แต่มาอัพเรื่อย ๆ เราก็พอจายยยยยย



    มาต่อเร็ว ๆ นะคะ ♥
    #496
    0