Bloody Rose Online กุหลาบโลหิตพิชิตราชันออนไลน์ (YAOI)

ตอนที่ 76 : ตอนที่ 70 : เคาท์แดรคคิวล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    15 มี.ค. 60

            “ถ้าเป็นตัวนี้พวกนายคิดว่าไง” ผมเอ่ยถามขณะใช้นิ้วจิ้มไปยังแผ่นประกาศใบหนึ่งที่แปะอยู่บนกระดานในอาคารภารกิจ บนหน้ากระดาษเผยให้เห็นสัตว์อสูรร่างมนุษย์แต่งกายด้วยชุดคลุมแบบชนชั้นสูงชาวโรมาเนีย ผิวขาวซีด และดวงตาสีแดงก่ำคู่งาม


            เคาท์แดรคคิวล่า


            “ก็ดีนะ ดันเจี้ยนปราสาทแวมไพร์อยู่ห่างจากเมืองลูนาเทียร์ไม่ไกลเท่าไหร่ ถ้าวาร์ปไปเมืองนั้นก่อนเดินทางแปปเดียวก็ถึง” เพื่อนสนิทนักเชิดหุ่นเอ่ยโดยที่เจ้าตัวเอาคางมาเกยไหล่ผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้ มองเลยไปเห็นคุณหมอหน้านิ่งแต่แทรกตัวมายืนเบียดเพื่อนผมซะแนบชิดขนาดนี้ คู่นี้ดูๆ ไปก็ช่างตลกดีแท้


            “อันที่จริงที่เลือกตัวนี้เพราะหนึ่ง เป็นอสูรระดับชั้นรัชทายาท ระดับ 60 กว่าๆ ซึ่งถือว่าสูงพอควร แถมพ่วงด้วยมินิบอสระดับชั้นรัชทายาท ระดับ 30 อีกสี่ตัวด้วย แต่ไม่ต้องห่วง ดันเจี้ยนนี้แยกเอาบอสกับมินิบอสออกจากกันเป็นเอกเทศ ดังนั้นพวกเราน่าจะจัดการไหว อีกอย่างสัตว์อสูรทุกตัวในดันเจี้ยนเป็นธาตุมืด ก็ถือเป็นการจำลองก่อนบุกดันเจี้ยนใต้พิภพที่อยู่ของลิซิเฟอร์แล้วกันเนาะ”  


            ดูเหมือนจะไม่มีเสียงเอ่ยค้านอะไรเช่นเคย ก่อนจะออกเดินทางผมจึงแจกจ่ายงานให้แต่ละคนซึ่งก็รับผิดชอบงานเดิมๆ ตามที่เคยร่วมทีมลงดันเจี้ยนกันมา เคนเตรียมกักตุนสมุนไพรและยาที่จำเป็นโดยผมกำชับให้เน้นของรักษาคำสาประดับสูงเป็นพิเศษ ส่วนคีให้ไปตุนเสบียงกะว่าให้อยู่ได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ก็พอ รายการอาหารก็แล้วแต่คีเลยผมจะไปกำหนดอะไรแทนพ่อครัวตัวจริงได้ล่ะ ส่วนฟ้าจัดเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์อื่นๆ ตามเห็นสมควร คนอื่นๆ ก็แยกย้ายไปหาข้าวของที่จำเป็นของแต่ละคนโดยนัดเจอกันอีกที่หน้าคริสตัลวาร์ปประจำเมืองนี้อีกสองชั่วโมงถัดไป


            จะว่าไปเวทธาตุแสงก็เป็นสิ่งจำเป็นกับการจัดการสัตว์อสูรประเภทปีศาจหรือธาตุมืดระดับสูง ผมเดินเข้าไปดูร้านค้าขายคัมภีร์เวทมนตร์หยิบๆ ดูแล้วก็วางลงแล้วจึงเดินออกจากร้านไปทำให้เจ้าของร้ายที่กำลังยิ้มรับลูกค้ากลับลงไปนั่งตบยุงเช่นเดิม โดยไม่ทันเห็นว่าลูกค้าเมื่อครู่นั้นฉีกยิ้มชั่วร้ายแค่ไหน ผู้ที่สังเกตทันมีเพียงแต่สองบุรุษที่เดินตามมาแต่ทั้งสองก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร ในเมื่อคนหนึ่งปะป๊าจะทำอะไรก็ดีงามเสมอ กับอีกคนก็ออกจะ...ชาชินกับรอยยิ้มมรณะนี่เสียแล้ว


            ในช่วงกิจกรรมสงครามจักรพรรดิผมได้เรียนรู้เทคนิคเวทมนตร์ต่างๆ มากกมายจากทั้งท่านเมอร์ลิน และมหาเทพีไกอา หนึ่งในนั้นคือ


เวทมนตร์ที่สรรค์สร้างโดยผู้อื่น มิมีทางทรงพลังหรือควบคุมได้เท่าเวทมนตร์ที่ตนเองเป็นผู้คิดขึ้น


แน่นอนนับแต่นั้นมาผมก็ได้ลด ละ เลิกการซื้อคัมภีร์เวทมนตร์ไปโดยปริยาย แต่การที่ผมเดินเข้าร้านไปเมื่อครู่ก็เพียงแค่... แอบดูโครงสร้างเวทมาประยุกต์ใช้แค่นั้นเอง


ยังเหลือเวลาอีกชั่วโมงกว่าๆ ผมพาหนึ่งมังกรหนึ่งลูกงูเข้าร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามคริสตัลวาร์ป ด้วยทำเลนี้หากใครมาถึงแล้วผมก็สามารถเห็นได้ในทันที เมื่อหาที่นั่งได้ผมก็จัดการสั่งอเมริกาโน่เย็นดับเบิ้ลช็อตไม่ใส่น้ำตาลสำหรับตัวเอง ดูเลือกเมนูให้ชิโระเป็นอย่างดีพอถึงคราวไบรท์ผมเพียงยื่นเมนูให้ก่อนจะเข้าสู่โลกส่วนตัวไป โดยที่ไม่ทันได้มองมังกรน้อยนั่งปากเบะน้ำตาซึมมองมาที่ผมอย่างเว้าวอน


อ่า...รู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ แฮะ


ผมหยิบกระดาษเปล่าขึ้นมากองบนโต๊ะราวๆ สิบกว่าแผ่นพร้อมพู่กันและตลับหมึก ในหัวรวบรวมความคิดถึงภาพโครงสร้างวงแหวนเวท และการเรียงอักขระต่างๆ ที่แอบส่องมาจากร้านเมื่อครู่ จากนั้นจึงนำมาปรับแต่งใหม่เพื่อดัดแปลให้เป็นเวทมนตร์ที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง แน่นอนว่าโครงสร้างอักษรถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่ด้วยอักขระภูตโบราณ ปลายพู่กันจุ่มหมึกตวัดโค้งขึ้นตัวโครงวงแหวน ก่อนจะค่อยๆ เติมแต่งรายละเอียดต่างๆ ลงไป


ชิโระเท้าคางมองด้วยความสนใจ ผมเงยหน้าขึ้นไปยิ้มให้ลูกชายผู้น่ารักเป็นระยะ สลับกับมองไปทางหน้าต่างเผื่อจะเห็นเพื่อนคนไหนกลับมาจากการซื้อของแล้ว ครั้นพอหันกลับมาดูพ่อมังกรหนุ่มยังคงแก้มป่องจ้องมองที่ผมตาไม่กระพริบ ก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจแล้วก็ก้มหน้าขีดเขียนวงแหวนเวทต่อไป


ว่าแต่เจ้าจิ้งเหลนนี่มันเป็นอะไรวะ แต่...ก็น่ารักดีแฮะ


ผ่านไปครึ่งชั่วโมงและแล้วผมก็ได้สร้างเวทมนตร์ธาตุเทวะ ระดับ 8 สองบทด้วยกัน จากแผ่นกระดาษที่เต็มไปด้วยคราบหมึกและรอยขีดฆ่ากว่าสิบแผ่น เหลือเพียงสองแผ่นที่ถูกเขียนด้วยวงแหวนเวทมนตร์เต็มไปด้วยอักขระยึกยืออยู่ภายใน


ผมประเมินอย่างพอใจ แล้วจึงหยิบหนังสือเวท กริมมัวร์ ขึ้นมาผนึกบทเวทย์ที่เพิ่งได้คิดขึ้นลงไปยังหน้าหนังสือของมัน


ตัวหนังสือเปล่งแสงออกมาชั่วครู่ก่อนที่กระดาษที่ผมเขียนสองแผ่นนั่นจะจางหายไป แทนที่ด้วยหน้ากระดาษเปล่าของกริมมัวร์มีตัวอักษรสีทองผุดขึ้นมาทีละตัวๆ จนเต็มทั้งสองหน้า


เมื่อเงยหน้ามองก็ต้องยิ้มเขินเมื่อคุณชายทั้งสองยังคงจดจ้องผมอยู่ รายคุณลูกเพียงแค่นั่งยิ้มอย่างเช่นปกติ แต่ไอ้งูดำเนี่ย ยังทำหน้ามู่ทู่จ้องมาอยู่ได้


แต่จะว่างูดำก็คงไม่ถูกนัก เพราะข้างในนี่มันช่างข๊าวขาว...


ผมถอนหายใจ ไม่รู้ว่าทำอะไรให้เจ้านี่มันงอนแต่คงต้องง้อสักหน่อยแล้วกัน คิดแล้วก็เอื้อมมือจากฝั่งตรงข้ามไปหยิกแก้มป่องนั่นเบาๆ พอเห็นเป้าหมายใต้ปากฝั่งตรงข้ามจึงลุกขึ้นใช้ลิ้นฉกชิมคราบขาวติดใต้ริมฝีปากของอีกฝ่ายจนอัศวินหนุ่มแก้มหายป่องตัวแข็งทื่อไปในบัดดล


และผมก็ตัวแข็งทื่อตามไปอีกคนเมื่อคิดขึ้นได้ว่าลูกชายสุดรักได้เห็นภาพอันมิควรเสียแล้ว แต่เมื่อหันไปมองกลับพบเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดขวบ นั่งยิ้มพร้อมยกสองนิ้วให้


เดี๋ยวก่อนนะ... นี่ไม่มีอาการตกอกตกใจอะไรเลยเร๊อะ!


และแล้วผู้ช่วยชีวิตก็มาถึงเมื่อเห็นคีกับเคนเดินมาถึงหน้าคริสตัลวาร์ปแล้ว ผมจึงรีบลุกออกจากโต๊ะ ชำระค่าเค้กและเครื่องดื่มของทุกคนแล้วจึงวิ่งสี่คูณร้อยออกจากร้านกาแฟทันที ทิ้งให้ชิโระหัวเราะเบาๆ เดินออกตามมา กับมังกรผู้น่าสงสารที่ยังคงนั่งแข็งค้างต่อไป


 

แสงสว่างทอประกายเจิดจ้าชั่วครู่และดับลงทำให้เราได้พบกับโลกใหม่... ว่าไปนั่นก็แค่การวาร์ปมาเมืองลานาเทียร์ พร้อมกับค่าเดินทางแค่คนละ 1 ไดมอนด์เท่านั้นเอง...


ฮือๆๆ โคตรแพงเลยเว้ย! ใช้เวทปักหมุดเรียบร้อย คราวหน้าอย่าได้คิดว่าจะได้แอ้มเงินในกระเป๋าข้าเบนจามินผู้นี้เชียว เปิดวาร์ปเองก็ได้ วะฮ่าๆๆ


พอกลุ่มพวกเราออกมาจากเมืองได้สักพัก จนไม่เห็นผู้เล่นคนอื่นๆ แล้ว ผมจึงย้ายตัวไปเกาะแขนอ้อนพ่อมังกรหนุ่มที่ตอนนี้หายตัวแข็งแล้ว... ไบรท์เพียงแค่ยิ้มเขินก่อนจะคืนร่างเป็นมังกรทมิฬขนาดมหึมาที่ใหญ่และยาวกว่าแต่ก่อนหลายเท่า...


นี่ถ้ารู้ว่าตัวขนาดนี้ ให้บินออกมาตั้งแต่ลูน่าไฮน์แต่แรกเสียก็ดี


เมื่อทั้งหมดพร้อมกันบนที่นั่งกิตติมศักดิ์บนหลังมังกรเรียบร้อยแล้ว ปีกยักษ์ชูขึ้นกลบแสงสุริยันต์โบกลงเพียงหนึ่งทีส่งผลให้พาหนะสุดหรูทะยานขึ้นสู่มหานภาทันที


ชิโระดูตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้มาก นัยน์ตาสีแดงทอประกายสนุกสนานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เห็นอย่างนั้นได้ผมก็กระชับตัวเข้าไปโอบกอดเบาๆ เอนตัวลดแรงต้านลม แล้วก็ปล่อยให้ที่เหลือเป็นหน้าที่ของอัศวินที่รักของผมนำทางไป


 

เพียงชั่วก้านธูปดับ คณะผู้กล้าท้าผีดิบก็ได้ทำการร่อนลง ณ เบื้องหน้าปราสาทสีดำทะมึนแห่งหนึ่งตั้งตระหง่านใจกลางสุสานร้างเงียบสงัด


สิบสถานที่สุดเฮี้ยนท้าให้ลองในโลก Bloody Rose Online

อันดับที่ 3 ดันเจี้ยนปราสาทรัตติกาลโลหิต


สิ่งปลูกสร้างอิฐดำขนาดมหึมาครอบครองโดยเคาท์วลาด ขุนนางชั้นสูงแห่งโรมาเนีย ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเคาท์แดรกคิวล่า หนึ่งในบอสสุดโหดทวีปยูโรเปียนั่นเอง


ลักษณะทั่วไปเป็นอาณาเขตกลางคืนตลอดเวลา ตัวดันเจี้ยนเป็นปราสาทมีหอคอยรองสูงสามชั้น สี่หอคอย และหอคอยหลักสูงหกชั้นโดยเคาท์วลาดจะอาศัยอยู่ชั้นหกหอคอยหลัก และการจะขึ้นหอคอยหลักได้ต้องพิชิตผู้มินิบอสผู้ครอบครองหอคอยรองทั้งสี่ลงก่อน


ภายใต้อาณาเขตปราสาทรัตติกาลโลหิต ผู้เล่นจะติดดีบัฟข่มขู่ ลดความสามารถในการรับรู้ลง 30% และไม่สามารถใช้ไอเท็มฟื้นฟูได้ สัตว์อสูรส่วนใหญ่เป็นประเภทโจมตีอัตโนมัติ และเป็นหมู่คณะ สัตว์อสูรที่สามารถพบเห็นได้ในดันเจี้ยนนี้ล้วนเป็นสัตว์อสูรธาตุมืดประกอบด้วย ค้างคาวปีศาจ มนุษย์หมาป่า แม่มด ปีศาจโครงกระดูก วิญญาณแค้น และแวมไพร์


ด้วยบรรยากาศอันแสนขนหัวลุก สัตว์อสูรโหดร้ายป่าเถื่อนจนต้องร้องขอชีวิต เงื่อนไขติดสถานะดีบัฟและการพิชิตหอคอยหลักอันสุดแสนจะยากเกินกว่าผู้เล่นทั่วไปจะคิดฝัน จึงเป็นเหตุให้ ดันเจี้ยนปราสาทรัตติกาลโลหิต จัดอยู่ในอันดับสามของสถานที่สุดเฮี้ยนที่เราท้าให้ไปตาย เอ๊ย ไปลอง!


คีฉีกยิ้มหลังจากอ่านนิตยสาร BRO Weekly จบ สื่อสิ่งพิมพ์ภาพสี่สีเล่มนี้จัดทำโดยสมาคมพิราบคาบได้ ซึ่งพ่อนักเชิดหุ่นได้ไล่ซื้อเก็บมาทุกฉบับตั้งแต่ที่สมาคมของโนอาเริ่มผลิตนิตยสารฉบับนี้กันเลยทีเดียว


ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงได้ร้างผู้คนได้ขนาดนี้ โดยปกติ ดันเจี้ยนทุกที่มักจะมีเหล่านักผจญภัยเข้าไปแวะเวียนไม่ขาดสาย เนื่องจากค่าประสบการณ์ที่ได้รับในดันเจี้ยนสูงกว่าพื้นที่ปกติถึงสองเท่า และของตกจากสัตว์อสูรล้วนแล้วแต่เป็นข้าวของล้ำค่า หากแต่ว่าก็ยังมีบางที่ซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่ผู้เล่นว่าเป็นพื้นที่ต้องห้าม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่หลากหลาย ดังเช่นที่นี่ที่ได้รับการกล่าวขานถึงคำสาปร้าย และความโหดของสัตว์อสูรระดับมาร้อยตายร้อย ถ้าหากไม่ใช่พวกลองของหรือเจ๋งจริง การหลีกเลี่ยงที่นี่น่าจะเป็นความคิดที่ดีกว่า


ด้วยเหตุผลดังกล่าว ภารกิจสังหารเคาท์แดรคคิวล่าจึงถูกดองไว้ที่อาคารภารกิจนับตั้งแต่เกม Bloody Rose Online เปิดให้บริการเลยทีเดียว


ไม่รอให้พลพรรคนักลองของได้ทันตั้งตัว ฝูงค้างคาวปีศาจก็ได้แห่แหนออกมาต้อนรับราวกับเจ้าบ้านที่ดี


ก่อนที่ใครจะเริ่มลงมือ ค้างคาวปีศาจระดับชั้นนักรบทั้งฝูงก็ได้ร่วงกรูลงไปนอนแนบกับพื้นพร้อมกับศรเวทย์ตัวละดอกปักอยู่แสกหน้าของพวกมัน


เด็กชายหัวทองยิ้มโชว์เขี้ยวในท่าชูสองนิ้ว พร้อมกับเด็กหญิงจอมแก่นที่หายแวบและกลับมาพร้อมกับไอเท็มที่ตกจากเหล่าค้างคาวปีศาจอยู่เต็มมือ


สมแล้วที่จับคู่นี้ไปไหนมาไหนด้วยกัน เข้าคู่กันได้หายนะดีจริงๆ


ระหว่างพวกเราก็เดินทอดน่องเข้าสู่ตัวปราสาทกันอย่างสบายใจ โดยมีฉากหลังเป็นเหล่าหนูมีปีก นอนกองกันเกลื่อนตลอดทาง


ประตูไม้ฝืดๆ บานใหญ่เปิดออกทีละนิด เสียงไม้ผุเสียดสีขอบประตูจนพวกเราต่างทำหน้าขยาดกับเสียงนั่น


เจ้าประตูนี้นี่มันน่ากลัวกว่าพวกค้างคาวข้างนอกอีก


โถงกลางยังคงเต็มไปด้วยเหล่าอสูรบินได้เหมือนเช่นข้างนอก หากแต่มีจำนวนหนาแน่นกว่ามาก และเมื่อตรวจสอบพบว่าระดับยังสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย


มองข้ามคลื่นอสูรเหล่านี้ไปกลางห้องโถงโอ่อ่าคือรูปปั้นขนาดเท่าตัวของเคาท์วลาดเมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ ภายใต้ฝุ่นหนาและใยแมงมุมยังคงสามารถเห็นเค้าลางชายชาตรีรูปงามในมาดชนชั้นสูงทุกกระเบียดนิ้ว พรมสีแดงชาดเต็มไปด้วยฝุ่นหนาปูจากเบื้องใต้รูปปั้นมุ่งตรงไปยังประตูสู่หอคอยรองทั้งสี่ทิศ และพรมแดงขนาดกว้างที่สุดวางพาดยาวจากรูปปั้นไปยังอีกด้านหนึ่งของกลางห้องสู่บันไดวนขนาดยักษ์ของหอคอยหลักซึ่งถูกปิดบังด้วยกลไกลับปริศนา


กลับมายังสถานการณ์ปัจจุบัน ฝูงค้างคาวเริ่มส่งคลื่นเสียงทำลายล้างโสตประสาทกันอย่างหูดับตับไหม้ ในหมู่ค้างคาวนักรบมีกอยู่ 3-4 ตัวที่เป็นถึงระดับแม่ทัพสังเกตุจากเหล่าสมุนปกติมีขนาดลำตัวกลมปุกปุยเพียงครึ่งเมตร แต่เจ้าสามตัวนั่นลำตัวมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางถึงสองเมตรครึ่ง โดยยังไม่รวมความยาวของปีกด้วยซ้ำ


ท่ามกลางเสียงร้องเจี๊ยวจ๊าวกลับมีเสียงหนึ่งตกลงบนพื้นดังกริ๊งๆ และเสียงโลหะกลิ้งไปตามพื้นหินอ่อนสีหม่น


เสียงสลักปลดดังกิ๊ก ก่อให้เกิดแสงสว่างระบเดทะลักออกจากวัตถุโลหะปริศนานั่น ลำแสงพุ่งผ่านเข้ามายังสายตาพวกเราเพียงทำให้เราตาพร่าแสบตาเพียงเล็กน้อย แต่กลับแปรเปลี่ยนเสียงเจี๊ยวจ๊าวน่ารำคาญเป็นเสียงกรีดร้องเล็กแหลมยาวชั่วขณะ ร่างปุกปุยยามต้องลำแสงพิฆาตเกิดเพลิงสีทองแผดเผาร่างทันที หมู่ค้างคาวนับพันแออัดภายในห้องโถงทึบสลายเหลือเพียงเถ้าลอยฟุ้งในอากาศ และเจ้าตัวยักษ์สามตัวที่แม้จะไม่ได้สลายตามเพื่อนไปแต่ก็ถึงกับนอนตัวเกรียมหายใจรวยรินอยู่แนบพื้น


ทุกสายตาหันไปทางเดียวกันจึงได้พบตัวต้นเหตุในท่าที่กำลังจะปาเจ้าวัตถุโลหะลึกลับนั่นอีกลูก ก่อนจะแสยะยิ้มแห้งๆ มาให้


คีจัดการเทเลพอร์ทไปกระทืบส่งมอบความตายอันอ่อนโยนให้ทั้งสามตัว ก่อนจะกลับมาลากคอนักประดิษฐ์สาวเพื่ออธิบายเจ้าวัตถุอันตรายนี่


“ก็...ไม่มีอะไรมากจ้า เป็นสินค้าตัวทดลอง ระเบิดแสงสุริยันศักดิ์สิทธิ์ อธิบายง่ายๆ คือการอัดมวลพลังธาตุแสงปริมาณมหาศาลเข้าไปผ่านพิธีกรรมและกระบวนการต่างๆ เห็นจิ๋วแบบเนี้ย ต้นทุนหลักแสนรูบี้เชียวนา ไม่มีผลกระทบกับผู้เล่น ใช้จัดการกับสัตว์อสูรธาตุมืดในห้องปิดตายโดยเฉพาะเลยจ้า”


เอาเป็นว่า เรามองข้ามความเพี้ยนของยัยเพื่อนนักประดิษฐ์นี่ แล้วมองที่ผลลัพท์ที่พวกเราได้ประจักษ์พยานกันดีกว่า


เชื่อเหลือเกินว่า ถ้าเอาเจ้านี่ลงตลาดประมูลเมื่อไหร่ ได้มีการนองเลือดแย่งชิงเจ้าสิ่งนี้แน่ๆ


หลังจากนั้นพวกเราก็เดินสบายๆ เพื่อพิชิตหอคอยแรกก่อน เริ่มต้นจากหอคอยทางทิศใต้ เมื่อเข้ามายังหอคอย ก็ได้พบกะมะหมาสี่ขาน่ารักยืนรอต้อนรับน้ำลายฟูมปากกันถ้วนหน้า


ดูท่าหอคอยนี้ผู้ปกครองคือมนุษย์หมาป่า มรณะแห่งแสงจันทร์ โชคยังดีที่คืนนี้ไม่ใช่พระจันทร์เต็มดวง มิเช่นนั้นพวกเราอาจจะต้องออกแรงเพิ่มเติมอีกสัก...นิดหนึ่ง


รอบนี้คีเป็นฝ่ายขอออกแรงบ้าง นักฆ่าหน้าหวานตวัดเส้นเอ็นล่องหนฉีกกระชากร่างเหล่ามนุษย์หมาป่าเละไม่มีชิ้นดี อวัยวะอมนุษย์หลุดขาดกระจัดกระจายจนไม่สามารถแยกเจ้าของชิ้นส่วนได้ สายเลือดสาดเทเปรอะเปื้อนส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั่วห้องจนผมต้องโบกหัวเพื่อนรักไปหนึ่งทีโทษฐานแสดงภาพอันโหดร้ายป่าเถื่อนให้เยาวชนอย่างอลิสกับไมเคิลได้เห็น ขณะที่กำลังจะหันไปเอ่ยปลอบเด็กทั้งสอง กลับพบว่าเด็กชายถึงกับผิวปากหวือปรบมือชอบใจ ในขณะเดียวกันสาวน้อยประจำกลุ่มถึงขั้นกระโดดโลดเต้นพร่ำร้องขออีกรอบ


หรือในกลุ่มจะเป็นผมที่อ่อนต่อโลกมากที่สุดกันนะ


เห็นได้ดังนั้นผมจึงส่ายหัวปล่อยคีละเลงเลือดตามอัธยาศัย นักเชิดหุ่นหนุ่มฉีกยิ้มก่อนจะหายตัวผลุบๆ โผล่ๆ พร้อมกับเส้นเอ็นมรณะที่แปรเปลี่ยนเป็นกลายเป็นเส้นสีแดงสดตวัดไปมาในอากาศ และมีคุณหมอหนุ่มกระโจนร่างเข้าไปอยู่เคียงข้างมิให้ห่างสายตา


จนถึงชั้นบนสุดของหอคอยทิศใต้ โครงกระดูกสิ่งมีชีวิตติดเศษเนื้อทั้งเก่าและใหม่กองกระจัดกระจายอยู่เต็มห้อง ไม่แน่ใจว่าเป็นเพียงแค่ฉากประกอบหรือเหยื่อจริงๆ ที่นักล่าแห่งแสงจันทร์เหล่านี้ไปล่ามา


เมื่อมีผู้บุกรุก เหล่าองครักษ์มนุษย์หมาป่าก็พุ่งเข้าใส่เป้าหมายทันที บนชั้นนี้มนุษย์หมาป่าระดับต่ำสุดก็อยู่ที่ระดับชั้น แม่ทัพ มีอยู่หลายสิบตัว และตัวที่เป็นผู้นำสูงสุด ณ หอคอยแห่งนี้ อยู่ในร่างกึ่งมนุษย์ ใบหูแหลมตั้ง หางนุ่มฟูส่ายไปมาเบาๆ นั่งเชยคางมองเหล่าสมุนรับแขกอยู่บนบัลลังก์กระดูก


และก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเพียงไม่ถึงสิบห้านาที สมุนทั้งหลายก็ได้ตกตายลงภายใต้เส้นเอ็นโลหิต และหมัดมรณะของคุณหมอมาดนิ่งในขณะที่พวกผมที่เหลือยังไม่ได้ก้าวออกจากประตูทางเข้าแม้แต่ก้าวเดียว


“เบญ เค้ากับเคนขอลองตบเจ้านี่ดูหน่อยนะ พวกนายนั่งเล่นตบยุงกันไปก่อนแล้วกัน” เพื่อนซี้ตัวแสบเอ่ยก่อนปล่อยออร่าสีดำทะมึนออกมา พื้นหอคอยแตกออกอย่างไม่มีที่มายิ่งส่งกลิ่นอายมรณะคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง โรงศพสีดำลอยขึ้นมาเหนือรอยแยก ก่อนจะค่อยๆ แง้มฝาโลงเปิดพร้อมกับไอหมอกไหลทะลัก


ร่างปริศนาสองร่างลอยออกมาจากตัวโลงศพ เมื่อเจ้ากล่องสีดำทำหน้าที่เสร็จแล้วจึงจมหายทะลุพื้นกลับไป และเมื่อร่างทั้งสองปรากฏสู่สายตาก็ทำให้ผมและเพื่อนๆ ตกตะลึง


            ศพทั้งสองคือ ร่างของอดีตสัตว์อสูรแม่ทัพแฝดแห่งลุ่มแม่น้ำเหลือง เซียนดาบหมิงหมิง และบุปผามรณะหลิงหลิง


            ถือว่าเป็นข่าวใหญ่อยู่ช่วงหนึ่งเลย เรื่องการพิชิตสองสุดยอดอสูรแฝดสองตนนี้ ความจริงแล้วการสังหารหนึ่งในสองคนนี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เมื่อสองคนนี้อยู่ด้วยกัน การพิชิตทั้งคู่นั้นเป็นสิ่งที่แทบเป็นไปไม่ได้ และที่น่าตกใจที่สุด ร่างของทั้งสองอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน


            นี่เพื่อนผมมันไปจัดการอสูรแฝดสองตนนี้อีท่าไหนล่ะเนี่ย


            ในที่สุดนักเชิดหุ่นก็ได้เผยความสามารถที่แท้จริงของอาชีพเขาเสียที เพียงเมื่อปลายเส้นเอ็นสัมผัสร่างอสูรแฝดทั้งสอง เซียนดาบในชุดคลุมจีนสีน้ำเงินเรียกปราณดาบออกมานับสิบเล่มเข้าประหัตประหารศัตรูตรงหน้าทันที


            มนุษย์หมาป่าร่างมนุษย์ขมวดคิ้ว กรงแหลมสีเงินสะบัดเพียงทีเดียวทำลายปราณดาบมลายสิ้น แต่มันกลับหนาวสันหลังขึ้นมาเมื่อพบว่าดรุณีชุดคลุมแดงลอบเร้นกายหมายแทงมีดลงกลางหลังมันอย่างแยบยล


            การลอบสังหารนี้เรียกเลือดหยดแรกจากมันได้พร้อมมอบรอยถากตื้นๆ มีเลือดซิบที่กลางหลังของมัน ซึ่งหากเสี้ยววินาทีนั้นมันไม่หลบมาก่อนคงสร้างบาดแผลสาหัสได้เลยทีเดียว


            สองแฝดพัวพันจนหมาป่าหนุ่มมือเป็นระวิง โดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามหันตภัยมือที่สามกำลังมา หมอหนุ่มโผล่พรวดขึ้นมาใจกลางวง สองฝ่ามือปรากฏลูกบอลสายฟ้าแล่นเปรี๊ยะๆ แล้วจึงกดกระแทกไปกลางลำตัวมนุษย์หมาป่าผู้โชคร้าย


            ลูกบอลลมปราณระเบิดอวัยวะภายในอมุษย์เจ้าของหอคอยจนเละไปหมด มันกระอักเลือดออกมาคำโตพร้อมทรุดลงกับพื้นทันที นัยน์ตาคมวาวโรจน์ก่อนจะคลุ้มคลั่งอาละวาดสะเปะสะปะไปทั่ว


            มือข้างหนึ่งกุมอยู่ที่สีข้างอีกข้างตะวัดตีไปมาไร้เป้าหมาย สองแฝดค่อยๆ ตอดลดพลังชีวิตลงของมันทีละนิด ที่เหลือก็เพียงขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น ว่าชีวิตมันจะอยู่ต่อไปได้อีกนานสักแค่ไหน


            สัตว์อสูรระดับรัชทายาทตัวแรกล้มตายลงด้วยเวลาเพียงแค่สองชั่วโมงครึ่ง ด้วยผู้เล่นเพียงแค่สองคน หากใครได้ยินคงมิมีใครเชื่อ หลังจากเคลียร์หอคอยริบทรัพย์สมบัติเรียบร้อย พวกเราก็เดินกลับลงมามุ่งหน้าสีหอคอยต่อไป หอคอยที่อยู่ทางทิศตะวันตก


 

            เสียงโหยหวนดังขึ้นยามเมื่อจิ้งจอกสาวได้ก้าวเท้าเข้าสู่สนามรบ ไวโอลินตัวงามที่แปลงสภาพมาจากไม้เท้าอดีตราชามนตราถูกยกขึ้นบรรเลงท่วงทำนองเสียดแทงกรีดลึกลงไปสุดขั้วหัวใจ กระแสเวทปั่นป่วนจนเหล่าแม่มดมิอาจรวบรวมสมาธิร่ายเวทมนตร์ที่พวกมันช่ำชองออกมาได้ หมอกมายาพิษสีแดงแผ่ฟุ้งอยู่รอบตัวหญิงสาว สายธารโลหิตไหลบ่าออกจากแก้วหูเหล่าแม่มดผู้โชคร้าย รวมถึงทวารทั้งเจ็ด แม่มดบางตนถึงขั้นหัวระเบิดชิ้นสมองสีชมพูใสแตกกระจายเปรอะเปื้อนไปทั่วห้อง ตลอดทางที่จอมเวทย์สาวไนติงเกลก้าวผ่าน คือศพแม่มดที่ตกร่วงลงมาจากไม้กวาดร่างระเบิด นอนตายตาเหลือกแทบทั้งนั้น   


            จิ้งจอกสาวเดินหลับตาสีไวโอลินขึ้นมาจนถึงหน้าประตูชั้นบนสุด เมื่อเปิดประตูออกภาพที่เห็นคือการชุมนุมของหมู่แม่มดขนาดย่อม หญิงสาวข้ารับใช้ของจอมมารที่อยู่ในชั้นนี้ล้วนมีท่าทีนิ่งสงบอย่างน่าแปลกใจ พวกนางเพียงชายตามองหนึ่งในนั้นชี้นิ้วมายังไนติงเกลที่อยู่ด้านหน้าสุด ดวงตะวันขนาดย่อมพุ่งตรงเข้าใส่ผู้มาเยือนเพียงชั่วพริบตา


            อันตรายที่พุ่งเข้ามามิอาจเปลี่ยนรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าจิ้งจอกสาวได้ กระจกมายาโผล่ขึ้นจากอากาศธาตุรับเวทย์เพลิงมหึมานั่นและสวนกลับด้วยพลังที่เหนือกว่า แม่มดเจ้าของเวทย์นางนั้นถึงกับลุกไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปในทันที


            เหล่าแม่มดเห็นดังนั้นจึงยืนขึ้นพร้อมกันจ้องเขม็งมาที่พวกเรา ในท่าทีสงบเต็มไปด้วยจิตอาฆาตสุดหยั่งถึง พวกนางห้าคนยืนเคียงกันประสานเวทมนตร์ระดับ 9 ออกมาเพียงไม่ถึงนาที


            เวทมนตร์ธาตุน้ำแข็ง ระดับ 9 กรงเล็บยมทูตยะเยือกแข็ง


            ทันใดนั้นอุ้งมือขาวซีดปรากฏขึ้น เล็กแหลมราวใบมีดทั้งห้าแผ่ไอความเย็นหนาวจับกระดูกตะปบลงเบื้องหน้าคุณไนติงเกล


            “งานนี้ผมคงต้องขออนุญาตเข้าร่วมปาร์ตี้ด้วยคนด้วยนะครับ” อัศวินมังกรโผล่มายืนขวางเบื้องหน้านักเวทสาว ท่อนแขนกระกระแทกโล่ใส่เวทมนตร์อันตรายเกิดเสียงน้ำแข็งจับราวกับโล่โลหะที่รองรับเวทมนตร์อันทรงพลังนั่นจะแตกเสียให้ได้ น่าแปลกที่มันกลับไม่เกิดอะไรขึ้น ไอเย็นเพียงระเบิดออกชั่วครู่ก่อนหายซึมเข้าไปภายในโล่ปริศนา


            ยังไม่ทันที่เหล่าแม่มดจะได้เอื้อนเอ่ยบทเวทต่อไป ร่างจอมเวทจิ้งจอกเหลือทิ้งไว้เพียงเงามายาที่ค่อยๆจางหายไป และครู่ต่อมาแม่มดทั้งห้าพลันตาเหลือกน้ำลายฟูมปากทรุดลงกับพื้นก่อนจะสิ้นใจลงอย่างทุกข์ทรมาน


            เด็กหญิงร่างเล็กหนึ่งในบรรดาแม่มดเหล่านั้นแผ่แรงกดดันเวทย์ออกมาราวกับคลื่นมหาสมุทร และนี่คือสิ่งที่ไบรท์รอคอย


            มินิบอสประจำชั้นนี้ปกปิดพลังเวทได้อย่างแนบเนียน แม้แต่ทักษะตรวจสอบของผมก็มิอาจหาเธอพบ เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ที่เธอเผยตัว อัศวินหนุ่มก็ได้ประชิดตัวเธอทันที ในมือของอัศวินมังกรบีบลูกแก้วบางอย่างจนแตกก่อนจะปรากฏอักขระซับซ้อนล้อมรอบตรึงร่างตัวเธอจนไม่สามารถขยับได้


            “อยู่นิ่งๆ ไปก่อนนะเด็กน้อย เพราะดูเหมือนเด็กดื้อจะค่อนข้างเป็นตัวปัญหา ขอเวลาให้พี่สาวคนนั้นจัดการเพื่อนๆ ของหนูก่อนนะครับ” ไบรท์เอ่ยพร้อมส่งรอยยิ้มอ่อนโยนขัดกับการจับกุมเด็กหญิง เมื่อเธอมองไปยังพี่สาวที่ชายดังกล่าวเอ่ยถึงกับกรีดร้องราวกับคนบ้า เพียงเธอละสายตาชั่วครู่ พี่น้องเธอกลับสิ้นชีพลงด้วยเวทพิษมรณะที่เธอไม่เคยพบเจอมาก่อน


            และไม่ทันเธอจะได้ทำอะไร พิษระดับสูงกว่าสิบชนิดเข้าสู่ร่างกายเธออย่างไร้ที่มา รวมถึงมนตร์มายาตามหลอกหลอนเธอจนไม่มีสมาธิจะแก้สถานการณ์ใดๆ ได้ และเพียงไม่นานพิษมรณะก็ได้พรากลมหายใจสุดท้ายของเธอไปโดยที่เธอมิอาจเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น


            สำหรับหอคอยทิศตะวันเหนือนั้นเต็มไปด้วยเหล่าภูตผีวิญญาณแค้น การโจมตีทางกายภาพมิอาจกร้ำกรายชีวิตเหล่าภูตผีพวกนี้ได้ แต่พวกมันกลับสิ้นชีพโดยไม่ทันได้เห็นหน้าผู้คร่าชีวิตมันเสียด้วยซ้ำจากบทเวทเพียงบทเดียว


            เวทธาตุเทวะระดับ 8 ลำนำพิพากษาเทพธิดาแห่งแสง


            พื้นหินอ่อนสีหมองส่องสว่างขึ้นทั้งชั้นชำระล้างวิญญาณร้ายทั้งปวงไปในทันที ผมยิ้มอย่างยินดีกับผลลัพธ์ที่เกิดคาดคิดนี้พร้อมกับสายตาอึ้งๆ ของคนรอบข้าง


            เวทที่คิดขึ้นมาเองเนี่ย ช่างเหมาะกับตัวผมดีจริงๆ น้า


            งานนี้บอกเลยว่าผมขอลุยเดี่ยวครับ ไม่ได้ออกแรงมานาน ล่าสุดก็เจ้าหุ่นกระป๋องผู้พิทักษ์ป่านั่น ได้ยืดเส้นยืดสายบ้างก็คงจะดี


            เมื่อย่างเท้าเข้ามา สิ่งแรกที่ผมทำเพื่อทักทายเจ้าบ้านนั่นคือการร่ายเวทชำระล้างดังที่ทำเหมือนเมื่อชั้นก่อนหน้านี้ เหล่าวิญญาณแค้นหวนคืนสู่สุขติทันที่เมื่อเผชิญหน้ากับอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ระดับสูง ไม่มีแม้แต่ซอกหลืบให้หลบหนี


            เหลือแต่เพียงวิญญาณแค้นนางหนึ่งในสภาพแก่นวิญญาณแตกร้าวจ้องมองมาที่ผมราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ


            วิญญาณสาวหายตัวผลุบโผล่ก่อนจะใช้เล็บยาวแหลมกระซวกร่างผมไร้ซึ่งความปราณี แต่กลับคว้าได้เพียงร่างแยกเวทเต็มไปด้วยพลังเวทศักดิ์สิทธิ์แทน ทำให้กรงเล็บอันแสนน่าภูมิใจไหม้หงิกงอไม่มีชิ้นดี


            ในเมื่อได้หนูทดลองชั้นดีแล้วผมจะรีบสังหารศัตรูไปเพื่ออะไร นี่ถ้าหากเป็นวิญญาณหนุ่มหล่อผมอาจจะสงสารส่งขึ้นสวรรค์ไปเร็วๆ เสียหน่อย ช่างโชคร้ายเสียจริงเลยน้า


            หลังจากนั้นคือมหกรรมการทดลองเวทมนตร์ที่ผมคิดขึ้นใหม่อย่างไม่รีบไม่ร้อน เสียงหวีดร้องขอชีวิตดังตลอดเวลา เรียกสายตาสงสารจากผู้อยู่นอกสนามต่อสู้ได้อย่างดี แต่ผมเลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจแทน จนเมื่อได้เต็มอิ่มกับการทดลองเวทผมก็ส่งเธอขึ้นสวรรค์อย่างใจดี


            เห็นไหมดูสิ ตอนวิญญาณเธอแตกสลายผมเห็นเธอยิ้มทั้งน้ำตาด้วยนะ

           


            สำหรับหอคอยสุดท้ายเนื่องจากพวกเราเริ่มเบื่อๆ กันแล้วจึงจัดการแจกสหบาทาแบบม้วนเดียวจบ แม้นก้อนหินเจอพวกผมยังแหลกเป็นเม็ดทรายนับประสาอะไรกับโครงกระดูกตัวน้อยๆ จะเหลืออะไรกันล่ะครับ


            แต่ผมกลับต้องหยุดหายใจเมื่อได้พบกับมินิบอสของหอคอยทิศนี้ เด็กชายดูจากรูปลักษณ์น่าจะเด็กกว่าไมเคิลสวมชุดรัดรูปเผยให้เห็นกล้ามเนื้อน้อยๆ บนหัวประดับด้วยหัวกระโหลกที่มีรอยแตกหัก นั่งหาวอยู่บนเตียงอย่างน่ารัก เห็นแล้วทำให้ผมแทบจะตกหลุมรักขึ้นมาทันที ขณะที่ผมกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดอกุศล เกิดสายลมพัดผ่านหน้าไป เด็กชายถูกพ่อมังกรกระทืบทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะแท็คทีมกับชิโระซึ่งกลายร่างเป็นอสรพิษขาวขนาดยักษ์อ้าปากกลืนเด็กชายโครงกระดูกเคี้ยวกร้วมๆ ลงท้องไปในทันที แล้วจึงคืนร่างมนุษย์ยืนส่งยิ้มให้ผมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


            ผมได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตา ถ้าพ่อลูกจะสามัคคีกันขนาดนี้ ฮือออออ


            หลังจากผองเพื่อนฉุดกระชากลากถูผมที่หมดอาลัยตายอยากกลับลงมายังโถงกลางได้แล้ว เพียงชั่วครู่ แสงจากหอคอยทั้งสี่เปล่งประกายก่อนจะยิงประสานเบื้องหน้าบันไดวนสู่ชั้นสองหอคอยหลัก


            เสียงกลไกขยับหมุนวนก่อนจะเผยให้เห็นขั้นบันไดทอดตัวนำพวกเราขึ้นสู่ชั้นสอง


            ในหอคอยหลักเต็มไปด้วยเหล่าแวมไพร์ ผมที่ยังอยู่ในอารมณ์หงุดหงิดเล็กน้อยก็จัดการร่ายเวทระเบิดแสงอัดใส่หน้าแวมไพร์ทุกตัวที่กล้าปรากฏสู่สายตาผมตอนนี้


            ชั้นต่อไปดูแล้วเหมือนเป็นการรวมตัวของเหล่าแวมไพร์เชื้อสายขุนนาง เทียบแล้วแวมไพร์ชั้นล่างดูเป็นสามัญชนเลยทีเดียว พวกเขาและเธอสวมชุดกรุยกราย และดูจะเก่งกว่าชั้นล่างอยู่ไม่น้อย แต่ทั้งหมดล้วนตายตกด้วยเวลาเพียงไม่ถึงนาที จากการรุมประชาทัณฑ์คนละทีสองทีของพวกผมนั่นเอง


            ชั้นสี่กลับเหลือแวมไพร์เพียงไม่ถึงสิบตน ดูเหมือนจะเป็นแวมไพร์อาวุโส ผมสีดอกเลาปรากฏอยู่บนศีรษะแวมไพร์ทุกตัวบนชั้นนี้ ที่น่าตกใจคืออีกไม่นานพวกเขาก็จะไต่ระดับขึ้นสู่ระดับชั้นรัชทายาทได้ ช่างน่าเสียดายที่ดันมาเจอพวกผมเสียก่อน หลังจากนั้นจึงเกิดเทศกาลถอนหงอกทั้งชั้นจึงอลหม่านกันไปพักใหญ่


            บนชั้นห้า ปรากฏโรงศพติดตรากางเขนกลับหัวอยู่สี่โลง เมื่อฝาโลงแง้มแปดปรากฏสตรีทั้งสี่รูปร่างสวยหยาดเยิ้ม ดวงตาพราวเสน่ห์จับจ้องผู้บุกรุกทุกคนที่เข้ามาพร้อมเลียริมฝีปากอวบอิ่มนั่น จากการตรวจสอบพวกนางทุกคนอยู่ในระดับชั้นรัชทายาท ระดับต้นๆ พวกเราจับคู่กัน ผมคู่กับไบรท์และมีชิโระคอยระวังหลังให้ ไบรท์ทำการผนึกการโจมตีของเธอก่อนจะกระโดดหมุนตัวกลับหลังตบโล่ยักษ์เข้าหน้าแวมไพร์สาวจนหน้าสั่น อัศวินหนุ่มจับแขนเธอไพร่หลังก่อนจะพยักหน้าให้ผม


            เวทมนตร์ธาตุเทวะระดับ 7 กางเขนพิฆาตมาร


            จบคำร่าย หอกศักดิ์สิทธิ์พุ่งลงมาจากฟากฟ้าผ่านเพดานเสียบเข้าปากสตรีอมตะทะลุออกช่วงล่าง สร้างลาดแผลฉกรรจ์จนไม่อาจรักษาตัวได้


            “ขอให้โชคดีในโลกหน้านะครับ” ผมกล่าวทิ้งท้ายก่อนยัดเวทธาตุแสงอีกสามสี่บทเข้าไปยังร่างเธอโดยตรงเป็นการส่งแวมไพร์สาวสู่นิทราชั่วนิรันดร์


            เมื่อหันกลับมาก็พบว่าเหล่าเคาท์เตสที่เหลือเหลือตายตกภายใต้เงื้อมมือพรรคพวกผมเรียบร้อย ได้เวลาเคลียร์เควสที่รับมาให้จบๆ เสียที


            ประตูแง้มเปิดออกเผยให้เห็นห้องหรูหราประดับประดาด้วยเครื่องเงินโลหะทองคำต่างๆ มากมายเสียจนอยากจะยกเค้าบ้านเขาเสียให้ได้ ชั้นนี้ไม่มีสมุนลูกน้องให้เกะกะลูกตา มีเพียงบุรุษในชุดชนชั้นสูงยืนหันหลังชมจันทร์อยู่ริมหน้าต่าง ยามชายผู้นี้หันมาเผยให้เห็นแววตาสีทับทิมชวนหลงไหล ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มหวานละไมโชว์คมเขี้ยว ราวกับจะสูบวิญญาณเหล่าผู้มาเยือนไปเสียหมด


            จนเมื่อไบรท์สะกิดผมจึงได้รู้สึกตัว


            กับศัตรูระดับนี้แม้มันจะหล่อ เอ๊ย... จะดูไม่อันตรายนักแต่ผมก็ไม่กล้าที่จะประมาทได้ ลางสังหรณ์มันร้องเตือนมาว่าบุคคลตรงหน้านั้นแตกต่างจากสัตว์อสูรระดับชั้นรัชทายาทตนอื่นๆ ที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง


            ผมลองเชิงด้วยการส่งเวทเทวะระดับ 7 กางเขนพิฆาตมารที่เคยใช้จัดการแวมไพร์ชั้นก่อนหน้านี้ อีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะรับรู้ถึงอันตรายได้เช่นเดียวกัน เคาท์วลาดเพียงหายตัวในชั่วพริบตาด้วยความเร็วที่อลิสเองยังมองเกือบไม่ทัน มาปรากฏเบื้องหน้าผมยกแขนขึ้นมาเชยคางผมสบตาอย่างสนอกสนใจ จนหัวใจผมเต้นรัวๆ


            มังกรหนุ่มกัดฟันกรอดพุ่งตัวเข้าใส่แต่ก็กลับถูกหยุดไว้ด้วยลิ่มหมุดสองเล่มปักตรึงลงที่ขาทั้งสองข้าง ในขณะที่ราชาแห่งมวลหมู่แวมไพร์หันกลับมาที่ผมก็ต้องขมวดคิ้วกระโดดถอยออกไปร่วมสองเมตร


            ณ จุดที่เคาท์แดรคคิวล่าเคยยืนอยู่ปรากฏหอกเทวะทิ่มขึ้นเหนือพื้น ผมพึมพำกับตัวเองชั่วครู่จากนั้นร่างกายผมจึงโปร่งแสงขึ้นเล็กน้อย หูยาวแหลมพร้อมกับกลิ่นอายมนตราบรรพกาลกระจายอยู่รอบตัว เมื่อลืมตาขึ้นปรากฏนัยน์ตาประกายลึกล้ำอยู่ภายใน


            และนั่นเป็นสัญญาณส่งถึงเพื่อนๆ ให้เดิมพันการต่อสู้นี้ด้วยทุกสิ่งที่มี


            ไบรท์คืนร่างกลายเป็นมังกรทมิฬเต็มตัว ห้องหอคอยชั้นบนสุดถูกระเบิดด้วยพละกำลังมังกรจนหลงเหลือแต่พื้นห้องและเศษซากอิฐดำ


            เปลวเพลิงมังกรทมิฬถูกพ่นเข้าใส่จนบุรุษผู้ตกเป็นเป้าหมายต้องกระโจนหนีจากไฟที่มิอาจดับมอดนี้ได้ แต่เมื่อเผลอเพียงชั่วครู่หัวไหล่กลับถูกกุมแน่นด้วยมือโลหะแห่งที่เขามิอาจสะบัดให้หลุดได้ แองเจิ้ลในร่างไซบอร์กเต็มตัวเงื้อมค้อนประจุมนตราอัดเข้ากลางลำตัวเป้าหมายเต็มแรงจนราชาแวมไพร์พุ่งดิ่งลงสู่พื้นเบื้องล่าง


            เมื่อเขาลุกขึ้นมาจากกองปราสาทที่พังทลายกลับพบสองฝาแฝดลึกลับกลุ้มรุมเขาทันที แถมยังมีบุรุษอีกคนที่ใช้วิชาลึกลับป่นกระดูกและอวัยวะภายในของเขาบางส่วนได้ โชคดีที่เจ้าของปราสาทผู้นี้ไหวตัวทัน มิเช่นนั้นคงบาดเจ็บหนักไปเสียแล้ว


            ภาพมายาและพิษเข้าโจมตีจากระยะไกลจากจิ้งจอกสาวที่บัดนี้มีหางงอกออกมาถึงหกหาง ขณะเดียวกันศรสังหารนับร้อยพุ่งเข้าหมายจุดสำคัญอย่างต่อเนื่องจนแทบไม่มีเวลารับมืออย่างอื่นได้เลย


            ณ ตอนนี้บุรุษเจ้าของปราสาทเริ่มฉายแวววิตกบนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่น่าวิตกไม่ใช่การโจมตีที่น่ารำคาญเหล่านี้ แต่เป็นคนที่ราชาแวมไพร์อย่างเขาสนใจตั้งแต่ทีแรกต่างหาก ซึ่งนับตั้งแต่ตอนนั้นกลับหายจากสายตาเขาไปราวกับไม่มีตัวตน


            ครั้นเมื่อจะโจมตีสวนกลับใครก็ตามกลับถูกเด็กสาวตัวจิ๋วเคลื่อนตัวด้วยความไวเหนือแสงหยุดยั้งเขาได้ทุกครั้งราวกับมองเห็นอนาคตได้ ยิ่งสร้างความหงุดหงุดแก่เจ้าของดันเจี้ยนแห่งนี้เข้าไปใหญ่


            มีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ สัญชาตญาณแวมไพร์ร้องเตือนอย่างนั้น ซึ่งกว่าจะรู้ตัวเคาท์แดรคคิวล่าผู้สูงส่งกลับตกสู่วงกตมายาระดับสูง จะหนีจากวงกตนี้ได้อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหลายนาที ซึ่งสิ่งนี้คือสิ่งที่ผมได้วางแผนไว้


            หนังสือมนตรา กริมมัวร์พลิกเปิดไปแต่ละหน้าๆ อย่างบ้าคลั่ง คำเอ่ยร่ายบวงสรวงเทพยดาฟ้าดินดังขึ้นถี่ยิบ กระแสธารมนตราหมุนวนอยู่รอบตัวผมราวกับทั้งผมและพวกเขาคือสิ่งเดียวกัน ดินแดนที่ไม่เคยสัมผัสแสงแดดกลับถูกย้อมด้วยแสงเจิดจ้าเสียจนตาแทบบอด


            เมื่อสิ้นสุดเสียงเอ่ยร่าย แสงสว่างทั่วทั้งดินแดนรวมตัวกันเหลือเพียงลูกบอลแสงเล็กๆ เพียงจุดเดียว ผมชี้นิ้วไปที่ร่างซึ่งยังคงติดอยู่ในวงกตมายาพร้อมเอ่ยถ้อยคำสุดท้าย


            มหาเวทธาตุแสง แสงสุดท้ายแห่งผืนพิภพ


            ลูกบอลแสงขนาดเท่าลูกปิงปองค่อยๆ ลอยอ้อยอิ่งไปยังเป้าหมาย ราชาแวมไพร์แม้นรับรู้แต่มิอาจหลีกนี้ได้ ราวกับมีมือขนาดยักษ์กดร่างมันไว้แนบลงกับผืนดิน มิอาจขยับตัวแม่เพียงองคุลีเดียว จนเมื่อสิ่งนั้นกระทบร่าง สติของมันก็ได้ดับลงทันที ร่างของมันถูกแสงดูดกลืนจนหมดสิ้นเหลือไว้แต่เพียงไอเท็มตกไม่กี่ชิ้นเท่านั้น


            พวกเรากลับคืนสู่ร่างปกติก่อนจะล้มตัวพักหายใจกันอย่างเหน็ดเหนื่อย นี่คงเป็นการพิชิตดันเจี้ยนที่เละเทะที่สุดเท่าที่เคยมีมา... เอหรือปกติพวกผมก็ถล่มมันยับเสียหมดกันนะ


            ผมคิดในใจพลางมองดูภาพเบื้องหลัง ปราสาทหลังใหญ่โตพังทลายไม่มีชิ้นดี หอคอยกลางหายไปทั้งแถบ ในขณะที่หอคอยอื่นๆ อีกสี่ทิศก็มิอาจเรียกว่าอยู่ในสภาพดีได้


            ในขณะที่ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยพลันฉุกคิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้      

                                     

            เอ๊ะ ว่าแต่รางวัลภารกิจนี้มันคืออะไรนะ! พอเห็นว่าจัดการเจ้านี่ก็รับมาเลยไม่ทันได้ดูแฮะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

2,012 ความคิดเห็น

  1. #1883 Nil[Night] (@nisharee_kom) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 09:10
    ท่านเค้าโผล่มาพร้อมความหล่อแล้วก้จากไป ฮือออ
    #1883
    0
  2. #1587 LLพ้ใจตัวLoJ (@zymethza55) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:39
    นี้มันกรุ๊ปแห่งความวินาศนี้นา
    #1587
    0
  3. #1401 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 01:17
    ท่านเคาท์~~
    #1401
    0
  4. #1189 Mirror Wolf 59 (@gagot7) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 12:19
    ไรต์คะ รักไรต์มากเลยน้ะคะ รอวันที่ไรต์จะอัพตอนต่อไปน้ะคะ
    #1189
    0
  5. #1187 washable31 (@washable31) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 20:32
    ไรต์เตอร์จ๋าาาาา นี้มันข้ามเดือนแล้วนะ จะให้เค้ารออีกนานแค่ไหน
    #1187
    0
  6. #1186 Shiratori (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 19:05
    อยากอ่านอีกเร็วๆจังเลยอ้าาาาาาา...~^~!!
    #1186
    0
  7. #1185 Hahasa (@Hahasa) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 15:20
    มาต่ออีกไวๆน้าาาาา
    #1185
    0
  8. #1167 sydi13 (@sydi13) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 00:38
    โธ่ พ่อหนุ่มของเจ๊ โพล่มาอวดหล่อยังไม่เต็มที่เลย ตายซะแล้ววววว ไรท์~ขอร้อง อย่าพรากคนหล่อไปเลยยยยยย แนวฮาเร็มยังได้อยู่~
    #1167
    0
  9. #1160 ดอล (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 19:46
    อัพนะไรท์ปลายเดือนแล้ว

    #1160
    0
  10. #1158 iceshadow (@sakisama) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 19:29
    ไรต์กลับมาก่อนอย่าพึ่งไปเล่นเกมนะกลับมาๆ
    #1158
    0
  11. #1157 +_NekoMimizZ_+ (@nekodollzz) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 13:42
    ง่าาา แอบอยากได้หนุ่มน้อยหัวกระโหลก
    #1157
    0
  12. #1156 คิมดงจุน (@eyelove123) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 12:53
    สนุกมากค่าาา เราชอบเรื่องนี้มากกก
    #1156
    0
  13. #1155 Carnelian (@Chanisa_Aom) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 11:25
    สนุกอ่าาายาวดีจังง ชอบบๆแต่ละคนโครตโหดเลยอ่ะเบนจ๋าโหดไปละนะสงสารวิญญานสาวดีใจที่ได้ตายยิ้มทั้งน้ำตาเลย555 พ่อลูกเข้าขากันดีจิงๆหวงเบนทั้งพ่อทั้งลูก สนุกมากกมาต่อเร็วๆนะคะไรท์ รออยู่เสมอน้า
    #1155
    0
  14. #1154 พันธนาการ (@0880251053) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 11:07
    รางวัลคืออะไรล่ะเนี่ย 555 รอต่อค่าา
    #1154
    0
  15. วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 11:00
    ค้างงงงงงงงงงง ไม่ใช่ว่าแวมไพร์นั่นคู่กับชิโระนะไม่งั้นเบญอกแตกตายแน่
    #1153
    0
  16. #1152 Junk Friend (@darkzon) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 10:35
    ชอบๆ มาต่อไวๆนะคะ สนุกมากเลย
    #1152
    0
  17. #1151 Viole (@minmint2345) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 10:32
    สนุกมากกก มาต่อไวๆน้าา~~><
    #1151
    0
  18. #1150 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 09:30
    มีลางว่าจะได้หนุ่มในสังกัดอีกคน
    #1150
    0
  19. วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 07:11
    คงไม่ใช่ตัวพ่อหนุ่มแวมไพรหรอกนาาาาาาคู่กับชิโระพอดีเลย
    #1149
    0
  20. #1148 HellShadows (@HellShadows) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 06:17
    มาต่อให้เร็วๆนะครับ(_ _)//ก้มกราบงามๆ
    #1148
    0
  21. #1147 Get out my heart 💕 (@manat34602) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 02:30
    เสียดายน้องโครงกระดูกเบาๆ
    #1147
    0
  22. #1146 ..BBooKK.. (@horseaholic) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 02:29
    ยาวถูกใจเลย55 แม้จะหายไปนานแต่ก้ยังสนุกเหมือนเดิม เป็นกำลังใจให้นะคะสู้ๆ
    #1146
    0
  23. #1145 Noomu2 (@Noomu2) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 02:11
    มาต่อไวมาก ตกใจ!! ปนๆดีใจมาก ><
    ตอนนี้เหมือนรายละเอียดมันหายไป มันน่าจะมีบทพูดของตัวมอสเตอร์ระดับสูงๆไม่ใช่เหรอ ลองย้อนกลับไปอ่านดูแถวตอนถล่มบอสแม่มดทวีปเริ่มต้น ยังมีบทพูดเลย ดังนั้นเราคิดว่าน่าจะบทพูดของบอสหรือรายละเอียดของเรื่องมากกว่า

    ปล.ไม่ต้องรีบแต่ง หรือฝืนแต่งก็ได้ คนอ่านรอได้เสมอ แค่หายไปหรือทิ้งเรื่องนี้
    ปล.2 จุ๊บๆๆ คนแต่งมาต่อไวๆก็ดี 55555
    #1145
    0
  24. #1143 riva2 (@Riva) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 01:26
    ก็ดีขอบคุณมากๆเลยละ
    #1143
    0