ปักษามนตรา (จบแล้ว)

ตอนที่ 11 : ดารันน้องรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    18 ก.ค. 58








ระหว่างที่วินตรัยพารตีบินจากไปนั้น อันตราก็ได้ถ่ายทอดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับผู้เป็นมารดาฟัง

“จริงรึอันตรา เพียงแค่รตีบอกว่ามีคนรัก วินตรัยก็คลุ้มคลั่งขึ้นมาเลยหรือ

“เจ้าค่ะ”

ผู้สูงวัยรู้สึกหนักใจ บุตรชายของนางบางครั้งก็เป็นดังสายลมแผ่วเบาที่ให้ความสงบเย็น บางครั้งก็สนุกสนานหยอกเย้าดังสายลมพลิ้วไหว แต่ไม่บ่อยนักที่นางจะเห็นเขาเป็นดังลมพายุอันตรายเช่นนี้ เขาช่างคาดเดาไม่ได้ดังสายลม บุคคลที่เยือกเย็นเป็นนิจยามโกรธขึ้นมาช่างน่ากลัวเสียจริง

มืดค่ำเช่นนี้ยังจะพารตีออกไปไหนกันอีก เฮ้อ ทำให้ต้องเป็นห่วงจริงๆ”

พระนางตัดสินใจรอคนทั้งสองที่ตำหนักของวินตรัยแม้จะรู้สึกอ่อนเพลียจากภารกิจทั้งวัน ทว่าการรอคอยก็ไม่นานนัก ก่อนที่พระนางจะเผลอหลับ เสียงลมปีกก็ใกล้เข้ามาพร้อมกับร่างของวินตรัยที่อุ้มรตีกลับมาปรากฏขึ้นที่หน้าตำหนัก

 วินตรัยสีหน้าเบิกบานเป็นคนละคนกับเมื่อคราวออกไป กลับเป็นรตีที่หน้างอง้ำ ..เฮ้อ สองคนนี้ ผลัดกันอารมณ์ดีอารมณ์ร้าย จะอารมณ์ดีพร้อมกันบ้างได้ไหมนะ พระนางได้แต่คิดในใจ แม้จะถึงวิมานแล้ว วินตรัยก็ยังไม่ยอมปล่อยนางลง รตีดิ้นประท้วง

“ปล่อยรตีลงก่อนสิลูก” ผู้เป็นมารดาบอก

“ข้าไม่หนักหรอกท่านแม่ อย่าได้ห่วงไปเลย” เขากลับทำไขสือ สีหน้าชื่นมื่น

“ถ้าคุยกันรู้เรื่องก็ดีแล้ว งั้นแม่กลับก่อนนะ” พระนางเห็นสถานการณ์คลี่คลายแล้วก็ลากลับ เฮ้อ ปล่อยให้เป็นธุระของคนหนุ่มสาวคุยกันเองนะ

ทุกคนถวายความเคารพเมื่อร่างงามสง่าของมเหสีจากไป

 

เพียงคล้อยหลังพระมเหสี สงครามน้ำลายก็อุบัติขึ้นอีกครั้ง

“อันตรา จงไปจัดเตรียมอาหารให้นางนาคหิวโซหน่อยเถิด ดูสายตานางสิ แทบจะกินเลือดกินเนื้อข้าอยู่แล้ว บอกแม่ครัวด้วยว่านางอยากจะกินนกย่าง พอจะจัดหาให้ได้หรือไม่”

“อันตรา จงเอานกปากมากตัวนี้ไปย่างเสีย นกตัวอื่นยังขับร้องสร้างความสุขให้แก่โลก แต่นกตัวนี้หาดีไม่ได้สักอย่าง สมควรจับไปย่างนัก” รตีโต้ทันควันแม้จะยังถูกอุ้มอยู่แนบอก

อันตราเหลียวมองไปมาระหว่างคนทั้งสอง ไม่เข้าใจว่าทั้งคู่ต้องการจะสื่ออะไร จะรับสั่งนกย่างจริงๆ หรือจะเหน็บกัน วินตรัยหัวเราะก่อนหันมาบอก

“มีอะไรก็จัดมาเถิด ไม่ต้องนกย่างหรอกนะ สงสารนกมัน จัดเผื่อข้าด้วยนะ”

“เจ้าค่ะ” อันตรารับคำก่อนเดินจากไป

 

“ข้าจะลงโทษเจ้า โทษฐานที่หลอกลวงข้า” วินตรัยเอ่ยกับร่างเล็กที่เขายังคงอุ้มไม่ยอมปล่อย

“หลอกตรงไหน ท่านเข้าใจไปเองต่างหาก”

จมูกโด่งฝังลงบนแก้มนวลและทำท่าจะหลับตาแช่อยู่เช่นนั้นหากคนในอ้อมแขนไม่เบี่ยงหน้าหนี ครั้นนางหลบซุกหน้ากับอก วินตรัยก็แสร้งเบี่ยงจมูกไปโดนใบหูเล็กหอมกรุ่น ทำเอาคนตัวเล็กหัวเราะคิกย่นคอหนีด้วยความจั๊กกะจี้ ครั้นเห็นหญิงสาวเส้นตื้น ชายหนุ่มก็ยิ่งแกล้ง ทำเอารตีหน้าแดงดิ้นรนหนีสุดแรง

“พอแล้วๆ ฮ่าๆๆๆ”

“เจ้ายินยอมให้ข้าไปสู่ขอกับบิดาเจ้าแล้วใช่หรือไม่”

“ข้าเคยพูดเมื่อไหร่ว่าข้ารักท่าน” รตีแย้ง

“ปากแข็งนัก”

“ท่านเข้าใจไปเองต่างหาก”

“ข้าไม่เห็นประโยชน์ที่จะรอต่อไป จะยิ่งเป็นการให้บิดาของเจ้าต้องทุกข์ใจเนิ่นนานไปอีก”

“แต่ข้าไม่รู้บิดาจะว่าอย่างไร เหตุใดท่านไม่ส่งตัวข้าคืนเมืองบาดาลก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”

“รตี เจ้าไม่ต้องการอภิเษกกับข้าหรือ” วินตรัยถามอย่างค้นคว้าจริงจัง

รตีหลบตา ไม่ใช่ว่านางรังเกียจเขา แต่นางยังเยาว์วัยเหลือเกิน อยากจะใช้อิสรเสรีผจญภัยในโลกกว้าง การมีครอบครัวมิใช่เป้าหมายของนางเลย

“ตอนนี้ท่านอายุกี่ปีแล้วเล่า” นางถามวินตรัย

“สามร้อยกว่าปี ถามทำไมหรือ”

“ท่านได้มีโอกาสดูโลกมานานกว่าข้า ข้าเพิ่งจะได้เห็นโลกเพียงสิบเก้าปี ประสบการณ์ชีวิตยังน้อยนัก ยังไม่มีโอกาสได้ค้นหาตัวเองหรือได้พบปะผู้คนอย่างท่านเลย เช่นนี้แล้วท่านก็จะรีบให้ข้าออกเรือนใช้ชีวิตอยู่แต่ในตำหนักอย่างนั้นหรือ”

“เจ้าออกเรือนมากับข้าก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะหมดอิสรภาพเสียหน่อย เจ้าก็ยังทำทุกอย่างได้ดังเดิม เพียงแต่เปลี่ยนจากทำคนเดียวเป็นเราทำด้วยกันสองคน”

“ข้ายังไม่อยากคิดเรื่องนี้ตอนนี้” รตีบ่ายเบี่ยง

“อีกสองวัน ข้าจักไปพบบิดาของเจ้าแต่เช้า ไม่ว่าเจ้าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม ข้าเพียงแต่บอกให้เจ้ารู้ไว้ บิดาของเจ้าอาจจะไม่ยกเจ้าให้ข้าก็ได้ หรืออาจจะสังหารข้า แต่เช่นนั้นก็ยังจะดีกว่าเราอยู่กันแบบคลุมเคลือเช่นนี้”

“วินตรัย ท่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ เพียงแค่ท่านปล่อยข้าไปข้าเชื่อว่าบิดาข้าคงไม่เอาความ”

วินตรัยยิ้มเศร้า “เจ้าไม่เข้าใจ หากเจ้าจากไป แม้ข้าไม่ตายก็คงไม่ต่างจากตายทั้งเป็น”

 

......................

ยามว่างรตีก็ไปขลุกตัวอยู่กับพระมารดา ซึ่งอีกฝ่ายก็มักจะชักชวนให้นางทำงานฝีมือหรือทำขนมแก้เหงา คราใดที่ฝีมือนางพอจะรับประทานได้ รตีก็มักจะฝากให้อันตราคนสนิทนำมาให้ไภสัชเสมอ

ไภสัชก็มักจะถามไถ่ความเป็นไปของรตีจากอันตราด้วยความระลึกถึงและเป็นห่วงอยู่เสมอแม้มิได้เจอหน้า

 “รตีเป็นอย่างไรบ้าง”

“ก็ทะเลาะกับเจ้าชายเป็นประจำเจ้าค่ะ แต่ก็ดูไม่ได้โกรธกันจริงๆนะเจ้าคะ เหมือนจะพ่อแง่แม่งอนมากกว่า” อันตราตอบ

“งั้นหรือ” ไภสัชตอบน้ำเสียงแผ่ว

“เจ้าค่ะ ยิ่งช่วงหลังๆ พระมเหสีเอ่ยปากเรื่องอภิเษกกับแม่หญิงรตีแล้ว นางยิ่งฟาดงวงฟาดงาใส่เจ้าชายใหญ่เลยเจ้าค่ะ” อันตราไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดอื่นๆด้วยรู้ดีว่าเรื่องภายในตำหนักมิควรเปิดเผยมากนัก

ไภสัชสีหน้าหม่นลง “อภิเษกงั้นหรือ เมื่อใดกันล่ะ”

“ยังไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่ได้ข่าวว่าเจ้าชายจะเสด็จไปสู่ขอยังเมืองบาดาลเร็วๆนี้” อันตราตอบโดยมิได้ทันสังเกตเห็นความผิดปกติในสีหน้าของไภสัช

 

……………………

 

ข่าวที่ได้ยินจากอันตราทำให้ไภสัชถึงกับล้มเจ็บ ทั้งๆที่เขาทำใจเอาไว้แล้วก็ตาม เพียงแค่ได้ยินว่าวินตรัยกำลังวางแผนจะสมรสกับรตี เขาก็ถึงกับหมดแรง ชายหนุ่มนอนซมไม่อยากน้ำหรืออาหาร ทั้งที่เขาพยายามตัดใจแล้ว การไม่ไปพบนางไม่ได้ทำให้ความคิดถึงน้อยลง ตรงกันข้ามนั่นกลับทำให้ภาพของนางในใจเขาชัดเจนยิ่งขึ้น

 

มารดาแวะเวียนมาดูแล เขาก็ได้แต่ทานอาหารบ้างให้มารดาสบายใจ

ข่าวการป่วยของเขาได้ยินไปถึงรตี นางเอ่ยกับวินตรัยให้พานางมาเยี่ยมไภสัช ไภสัชป่วย  หากแต่เพียงแค่ได้เห็นรตีก้าวเข้ามาในห้อง สายตาซังกะตายของแพทย์หนุ่มรูปงามก็เป็นประกายสดใสขึ้นมาทันที

ทั้งสองคุยกันอย่างออกรสออกชาติขณะที่วินตรัยเป็นเพียงผู้ฟัง ไภสัชยามนี้ดูสดชื่นราวกับหายป่วยเป็นปลิดทิ้ง แพทย์หนุ่มซึ่งรู้ตัวว่าถูกจับจ้องอยู่กวาดสายตามาสบตากับเขา วินตรัยเพิ่งจะเอะใจ ไภสัชหลงรักรตี สายตาบุรุษด้วยกันเขาย่อมดูออก และตอนนี้กำลังตรอมใจด้วยพิษรัก เขาเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนดี ตอนที่รตีหลอกเขาว่ามีคนรัก เขาเองก็ทุรนทุรายจนแทบด่าวดิ้น ไภสัชมองเขาตอบอย่างเปิดเผย แต่ยังคุยกับรตีต่อโดยมิได้ขัดจังหวะ

                “นี่แน่ะ คุยเสียนาน ไภสัชท่านหิวหรือไม่ ข้าทำขนมมาฝาก ลองชิมหน่อยเถิด ข้าจะเอาไปจัดใส่จานประเดี๋ยว” รตีเอ่ยเมื่อคุยไประยะหนึ่ง

ยามคล้อยหลังรตีไป ไภสัชเอ่ยกับวินตรัยผู้เป็นทั้งเพื่อนและนาย “สบายใจเถิดวินตรัย ข้าไม่อาจเอื้อมดอก ทำได้อย่างมากก็เพียงเฝ้าดูอยู่ห่างๆ”

วินตรัยมองไภสัชอย่างเห็นใจ “ไภสัช ข้าผิดเองที่เปิดโอกาสให้เจ้าได้ใกล้ชิดนาง ทำให้เจ้าต้องมาเจ็บเช่นนี้”

“ไม่ใช่ความผิดของเจ้าดอกวินตรัย ข้าพยายามเตือนตัวเองมาตั้งแต่ต้นแล้วแต่ก็ยังมิอาจหักห้ามใจ เจ้าเองก็เช่นกัน คงเข้าใจข้าดี เสน่ห์ของนางชวนให้ลุ่มหลงจนหัวปักหัวปำ”

วินตรัยได้แต่เห็นด้วยกับเพื่อนหนุ่ม

 

 

..........................

เมฆาครั้นได้รับคำสั่งจากนายคนใหม่แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังบึงอันเป็นแหล่งที่อยู่ของนางนาค เขาใช้พลังเวทย์กวนน้ำในบึงจนปั่นป่วน ร้อนถึงทหารนาคซึ่งเข้าเวรอยู่ต้องขึ้นมาเหนือน้ำเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น

“เจ้าเป็นใคร มากวนน้ำในบึงทำไม”

“เจ้าไม่ต้องรู้หรอกว่าข้าเป็นใคร ข้าเพียงแต่มีข่าวมาบอกนายของเจ้า”

“ข่าวอะไรจงรีบพูดมา อย่าพูดเรื่องไร้สาระเสียเวลาข้าทีเดียว” ทหารนาคเอ่ยอย่างดุดัน

“เกี่ยวกับธิดาของนายเจ้า ได้ข่าวว่าหายตัวไปใช่หรือไม่” เมฆาเอ่ย

ทหารยามตาลุก “เจ้า.. เจ้ามีเบาะแสอะไร รีบพูดมา”

“ได้ บัดนี้นางถูกพญาครุฑใจโฉดลักพาตัวไป น่าสงสารเหลือเกิน ข้าทนเห็นไม่ได้จึงต้องมาแจ้งข่าว”

“ครุฑอย่างนั้นหรือ” นาคเอ่ยขึ้นอย่างแค้นเคือง “มันจะหยามกันเกินไปแล้ว ข้าจักรีบนำข่าวไปแจ้งแก่องค์เหนือหัว ขอบใจเจ้ามาก เจ้าชื่ออะไร ข้าจะไปแจ้งแก่นายข้า ท่านประกาศว่าผู้ใดให้เบาะแสได้จะตบรางวัลให้อย่างงาม”

“ข้าไม่ต้องการรางวัลใดๆ ดอก ที่ทำไปก็เห็นแก่มนุษยธรรมก็เท่านั้น” เมฆาแสร้งตีหน้าซื่อ “จงอย่าได้แพร่งพรายไปว่าใครเป็นผู้นำข่าวมาบอก มิเช่นนั้นข้าอาจเดือดร้อนได้ ข้าไปล่ะ”  กล่าวจบเมฆาก็บินขึ้นฟ้า เหยียดยิ้มอย่างสาแก่ใจ อีกไม่นานความเดือดร้อนจะไปเยือนพวกเจ้า

 

อังกุละนาคราชบันดาลโทสะทันทีที่ได้รู้ว่าพญาครุฑเป็นผู้ลักพาบุตรสาวของตนไป

“ข้าไม่คิดเลย หลายร้อยปีที่ผ่านมานาคและครุฑพยายามหลีกเลี่ยงกัน ด้วยไม่ต้องการจะก่อสงครามกันอีก เหตุใดพญาครุฑตนนี้ช่างกล้าละเมิดข้อตกลงที่ว่าต่างคนต่างอยู่ แม้ข้าจะสงสัยว่านางจะถูกครุฑลักพาไป แต่ก็ยังมิอาจปักใจด้วยว่ายังไม่มีหลักฐาน เห็นทีข้าจักต้องไปร้องทุกข์ต่อพระอินทร์เสียแล้ว”

 

ดารันเป็นน้องเล็กในรุ่นที่ถูกเลี้ยงดูมาพร้อมกันรตี เนื่องจากพระบิดามีบุตรมาก ลูกๆที่วัยไล่เลี่ยกันจะถูกเลี้ยงดูมาด้วยกัน รุ่นของพวกนางมีถึงยี่สิบสองคนรวมชายหญิง ดารันจัดเป็นบุตรที่อายุน้อยที่สุดในรุ่นนี้ หญิงสาวสนิทสนมกับรตีเป็นเป็นพิเศษด้วยวัยที่ใกล้กัน อีกทั้งรตียังใจดี เข้าอกเข้าใจ ไม่เคยดุนางเหมือนพี่ๆคนอื่น ถ้าวันนั้นดารันไปเล่นน้ำด้วยล่ะก็ นางจะไม่ปล่อยให้พี่รตีถูกจับตัวไปแน่ๆ หญิงสาวบอกกับตัวเอง

บัดนี้ในหมู่นาค ข่าวได้กระจายไปทั่วว่าพี่รตีถูกพญาครุฑจับไป พระบิดากำลังจะไปร้องทุกข์ต่อองค์อินทร์ให้จัดทัพสวรรค์ไปจัดการกับพญาครุฑร้ายกาจตนนั้น นางจะไม่นั่งงอมืองอเท้ารออยู่เฉยๆหรอก

 

ดารันเป็นบุตรของอังกุละนาคราชที่เกิดกับนางกินรี แม้จะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ใต้เมืองบาดาลแต่นางก็ยังคงความสามารถในการบินไว้ได้อยู่แม้จะไม่ได้บินบ่อยนักก็เถอะ ดารันหยิบปีกหางออกมา แหวกว่ายขึ้นไปเหนือบึง นางจะไปช่วยพี่รตีด้วยตนเอง รอหน่อยนะพี่

 

“ว้ายยย” ดารันร้องเมื่อสายลมแรงพัดร่างบางปลิวอย่างน่าหวาดเสียว ลมบนนี้ช่างแรงนัก ปกตินางมิได้บินสูงเช่นนี้ อย่างมากก็แค่ระยอดไม้ อีกทั้งนางมิได้ฝึกปรือบ่อยนัก จึงบินได้ไม่แข็งเท่าที่ควร

 

วิมานครุฑช่างอยู่สูงเหลือเกิน บินจนแทบจะหมดแรงก็ยังไม่เห็นหมู่เมฆอันเป็นที่ตั้งของวิมาน ดารันกัดฟันบินต่อไปอีกพักใหญ่ สูงขึ้นมาจนมองลงไปเบื้องล่างเห็นชั้นเมฆบดบังทิวทัศน์เบื้องล่างแทบมิด เงยหน้าขึ้นไปเห็นกล่มเมฆใหญ่ลอยจับตัวเป็นพื้นที่กว้าง ดารันหมายใจว่าคงจะเป็นที่นั่นแน่ นางมาถึงขั้นนี้แล้ว อย่างไรเสียวันนี้ต้องไปให้ถึงวิมานครุฑให้ได้

 

ดารันหอบหายใจ ได้แต่เบิ่งตามองสิ่งก่อสร้างใหญ่โต เมืองครุฑนี่ช่างใหญ่โตรโหฐานนัก บัดนี้นางยืนอยู่บนเมฆ ซึ่งเป็นฐานรองรับหอคอยสูงลิ่วทั้งห้า มองขึ้นไปเห็นเหล่าครุฑบินกันขวักไขว่

 

ไภสัชได้ยินเสียงลมปีกพัดอยู่นอกหน้าต่าง รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก ผู้ใดมาจดจ้องอยู่ภายนอกจวนหมอหลวงกัน

ปรากฏเป็นนางกินรีน้อยผู้หลงทาง มิรู้ว่าตำหนักของวินตรัยอยู่ที่ใด เห็นจวนหมอหลวงเปิดหน้าต่างกว้าง ภายในมีบุรุษรูปงาม ก็หมายใจว่านี่คงเป็นพญาครุฑที่เขาร่ำรือกันว่างามนัก ไม่ผิดตัวแน่

“กินรีน้อย บุกรุกวิมานครุฑเจ้ารู้หรือไม่มีโทษทัณฑ์สถานใด จงรีบไปเสีย”

แต่ทว่ากินรีน้อยที่ว่ากลับจ้องหน้าเขาเขม็ง หรือมีอะไรติดหน้าเขาอยู่นะ

“ท่านเป็นใคร” นางเอ่ยถาม

“ข้าไม่จำเป็นต้องตอบเจ้า เจ้าบินขึ้นมาถึงบนนี้ได้เช่นไร รีบกลับไปก่อนที่จะมีผู้ใดเห็น”

“ข้ามาตามหาคน”

“ผู้ใดกัน”

“พี่สาวของข้าเอง”

“พี่สาวเจ้าจะมาอยู่ที่นี่ได้เช่นไร ที่นี่มิใช่ถิ่นของกินรีนะ”

“พี่สาวข้าชื่อรตี ท่านพอจะรู้จักไหม”

ไภสัชนิ่งงันไป เพ่งพินิจมองร่างน้อยอีกครั้ง นางดูละม้ายคล้ายรตีหลายส่วนทีเดียว นางคงเป็นลูกผสมนาคกับกินรีสินะ

“มิใช่ธุระของเด็กดอก กลับไปก่อนเสียเถิด เรื่องราวต่างๆจะเรียบร้อยในอีกไม่นาน เจ้าอย่ามาทำให้เสียการเลย”

ดารันฉุนขาด “ข้ามิได้มาทำให้เสียการ เหตุทั้งหมดเกิดจากพญาครุฑชั่วช้า หากไม่ลักพาพี่สาวข้ามาก็ไม่เป็นเรื่องราวเช่นนี้หรอก เจ้าใช่ไหม คือพญาครุฑตนนั้น” นางโต้ เภสัชได้แต่คิดในใจว่าฝีปากผู้เป็นน้องช่างไม่ทิ้งห่างรตีเลย

“ถ้าเจ้าไม่กลับไป ข้าจะจับเจ้าโยนไปนอกตำหนักเดี๋ยวนี้แหละ” ไภสัชขู่

“ก็ลองดูสิ ถ้าท่านเข้ามาใกล้ข้าจะกัดให้จมเขี้ยวเลย” ว่าแล้วก็แยกเขี้ยวนาคขู่

ไภสัชรู้สึกขบขันในใจ ทารกน้อยตัวนี้ไม่รู้หรือไงว่าเผ่าพันธุ์ครุฑนั้นแข็งแกร่งเพียงไร หากแต่ก็ไม่ได้เอ่ยไปให้คนตัวเล็กเสียใจ

“เอ้า ข้ากลัวแล้ว อย่าทำอะไรข้าเลย” เขาแกล้งเล่นไปตามน้ำ ดูซิว่านางจะทำยังไงต่อ

“ถ้างั้นก็พาข้าไปหาพี่รตี อย่าตุกติกล่ะ ไม่งั้นโดนพิษข้าตายอย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน” ดารันรีบขู่สำทับนางไม่รู้ว่าด้วยซ้ำว่ากำลังคุยกับหมอเทวดา เหตุใดเขาจะกลัวพิษนาคกันล่ะ

 “เอ้า ตามมา ข้าจะพาไป”

เภสัชเหลือบมอง ปีกบอบบางของกินรีไม่น่าจะสามารถพานางขึ้นมาถึงวิมานครุฑได้ นางทำได้อย่างไรกัน แม้บัดนี้ท่าบินก็ยังดูกระย่องกระแย่งฉวัดเฉวียน นับเป็นปาฏิหารย์ที่ไม่โดนลมตีตกลงไปตาย

ครั้นไปถึงตำหนักของวินตรัย อันตราชะโงกออกมาดูเห็นไภสัชมากับเด็กสาวหน้าตางดงามน่ารักก็เข้าไปรายงานรตี

 

“ดารัน”

“พี่รตี”

“เจ้าขึ้นมาบนนี้ได้เช่นไร”

“ข้าบินขึ้นมาเองท่านพี่ ข้าเป็นห่วงพี่มาก”

“แล้วเจ้าจะกลับอย่างไร”

“ไม่ต้องเป็นห่วง ข้ากลับเองได้สบายมาก ข้าว่าจะมาพาท่านพี่ลงไปด้วย ท่านพี่ไปกับข้าเถิด”

ไภสัชแทบจะยกมือกุมขมับ ลำพังตัวเองนางก็บินแทบไม่รอดแล้ว หากจะพากันแบกไปสองนาง เห็นทีต้องทัดทาน

“อย่าเลยกินรีน้อย ลมบนนี้แรงนัก ลำพังเจ้าคนเดียวก็ไม่น่าจะต้านแรงลมได้แล้ว หากพากันไปข้าเกรงว่า..”

“ผู้ใดขอความเห็นเจ้ากัน” กินรีน้อยหันมาตวาดราวกับเขาเป็นเด็กอมมือ

“ดารัน พูดอย่างนั้นได้อย่างไรกัน ขอโทษท่านไภสัชเสีย” รตีเอ่ยเตือนผู้เป็นน้อง ตกใจที่ดารันเสียมารยาทกับผู้มีพระคุณของตน

ดารันหันมากวาดตามองหัวจรดเท้า อ้อ..แล้วไป ตอนแรกนึกว่าเจ้านี่คืออ้ายครุฑชั่ววินตรัย เลยใส่อารมณ์ไปหน่อย

“ขอโทษ” ร่างเล็กเอ่ย ดูมิได้ใส่ใจนัก

“ไภสัช โปรดส่งน้องข้ากลับบ้านหน่อยเถิด” รตีหันไปอ้อนวอนไภสัชด้วยความเป็นห่วงน้อง เช่นนี้มีหรือเขาจะปฏิเสธได้ อะไรก็ตามที่รตีขอร้อง เขายินดีทำให้ทุกอย่างอยู่แล้ว

“ขอรับ” เขารับคำกับรตีก่อนจะหันกลับมายังตัวป่วน “รีบไปกันเถิด ข้ายังมีงานต้องสะสางอีกมาก มิได้มีเวลาเที่ยวเล่นทั้งวันเช่นเจ้า”

ดารันถลึงตามอง แต่ก็ยอมก้าวตามอีกฝ่ายออกจากตำหนักแต่โดยดี

“ข้าไปก่อนนะพี่รตี แล้วจะมาหาพี่อีกบ่อยๆ” ดารันตะโกนบอกพี่สาวขณะไภสัชพานางโบยบินจากตำหนักอันวิจิตรกลับไปยังเบื้องล่าง

 

ดารันเหลือบดูปีกกว้างแข็งแรงราวกับปีกเหยี่ยวของไภสัชยครุฑ ปีกกระจิ๋วหลิวเท่าลูกนกของนางช่างเทียบกันไม่ได้เลย ครุฑรูปงามผู้นี้มัวแต่มองทาง สาวน้อยจึงเงยหน้ามองเขาอย่างสำรวจตรวจตรา เขาช่างเป็นครุฑหนุ่มที่รูปงามจนทำให้เกือบลืมหายใจ ดารันไม่เคยเห็นบุรุษใดงามเช่นนี้มาก่อน กระนั้นโครงหน้าของเขาก็ยังมีความเข้มแข็งสมบุรุษ ภายใต้รูปกายอันผ่องใสนั้น ดารันสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนที่เจ้าตัวมีอยู่ตามธรรมชาติ ครุฑตนนี้เป็นคนใจดี มิเช่นนั้นปากเช่นนางคงโดนโยนออกจากตำหนักเสียแรกเจอไปแล้ว

 

ฝ่ายไภสัชแม้จะทำเป็นตั้งสมาธิอยู่กับการบิน หางตาก็แลเห็นสาวน้อยจ้องหน้าเขาเขม็ง โธ่ เจ้ากินรีนาคน้อย แหงนหน้าจนหน้าฝากจะทิ่มคางอยู่แล้ว เขาจะไม่รู้ตัวได้อย่างไรว่านางลอบมองเขาอยู่ด้วยความสนใจ เด็กเอ๋ย ยังมิทันโตก็มีสายตามองบุรุษแล้วรึ แก่แดดแก่ลมเสียจริง ไภสัชคิดอย่างขบขัน

ไภสัชโฉบลงที่ชายน้ำแล้วปล่อยร่างเล็กลงจากอ้อมแขน ดารันผละออกจากร่างเขา ตั้งท่าจะวิ่งไปลงน้ำ หากแต่นิ้วแข็งแรงก็คว้าแขนไว้

“เด็กน้อย ข้ามาส่งเจ้าถึงที่นี่ เจ้าควรจะเอ่ยอะไรกับข้าก่อนจากไปไหม”

ดารันหันมามอง ใบหน้ารั้นมีแววท้าทายเต็มที่

“คนเราช่วยเหลือใคร ต้องหวังคำขอบคุณด้วยหรือ”

“คนเราไหว้วานใคร ไม่คิดจะขอบใจเขาเสียหน่อยหรือ” ยัยเด็กนี่นอกจากจะแก่แดดแล้วยังไม่มีมารยาทอีก ไภสัชคิด

“ข้ามิได้ไหว้วานท่านเสียหน่อย ข้าบอกแล้วว่าจะบินลงมาเอง”

“ข้าผิดเองที่มาส่งเจ้างั้นสิ”

“จะว่างั้นก็ไม่ผิด” ดารันลอยหน้าลอยตาตอบ “ถ้าหากท่านไม่มีธุระแล้ว ข้าขอตัวล่ะ”

ว่าแล้วร่างเล็กก็กระโจนลงน้ำ แหวกว่ายหายไปทันที ทิ้งให้ไภสัชยืนขันฉิวอยู่คนเดียว

“เด็กบ้า เห็นหน้าตาน่ารักแต่นิสัยร้ายเหลือ”

ไภสัชบ่นกับตัวเองก่อนบินกลับวิมาน

......................................................

 

 

“วันนี้หายไปไหนมาทั้งวันลูกรัก” บิดาเอ่ยถามเมื่อได้เห็นหน้าดารัน

“ข้าไปหาพี่รตีมาเจ้าค่ะท่านพ่อ” ดารันตอบสีหน้าภูมิใจ คิดว่าบิดาคงจะชมเชยที่นางสามารถบินสูงได้ถึงวิมานครุฑ

“ไม่เอาน่าลูก อย่ามาล้อพ่อเล่น แค่นี้พ่อก็กลัดกลุ้มจะแย่อยู่แล้ว” บิดาโบกมือ

“จริงนะเจ้าคะ ข้ายังได้เจอพี่รตีเลยเจ้าค่ะ”

“โถ ลูกพ่อ คงจะคิดถึงพี่สาวมากสินะ น่าเวทนาเหลือเกิน” ผู้เป็นพ่อเอ่ย ปกติสองคนนี้ก็สนิทกันมาก ครั้นรตีหายตัวไป ดารันอาจจะคิดถึงจนพร่ำเพ้อไปแล้ว อังกุละลูบหัวบุตรสาวอย่างเวทนา

“ไปพักผ่อนเยอะๆเสียนะลูก เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อจะให้หมอหลวงไปดูอาการเสียหน่อย ลูกไปเที่ยวเล่นมาอาจจะไม่ค่อยสบาย” ว่าแล้วก็ส่งลูกสาวกลับตำหนัก

“อะไรกัน บอกไปก็ไม่มีใครเชื่อ” ดารันได้แต่บ่นกับตัวเองอย่างขัดเคืองใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

1,450 ความคิดเห็น

  1. #1423 Silver Key (@makoya) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 05:40
    ว้ากกกกก จะละลายกับท่านหมอไภสัช อ่อนโยนเหลือหลาย รู้จักปะเหลาะเด็กเสียด้วย55555 ดารันน่าเอ็นดูเหลือเกินลูก

    ท่านพ่ออังกุละก้ดูใจดี เปนคนอบอุ่น มิน่าละถึงมีลูกเปนรุ่นๆเลยทีเดียว
    #1423
    0
  2. #1376 อาวุธไร้ตา (@f-rebellione) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 21:47
    เอิ่ม สรุปดารันดั้นด้นบินไปเพื่อ??? ทำไมถึงไม่มีใครเข้าใจข้า//ดารันไม่ได้กล่าว
    #1376
    0
  3. #1334 Bow (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 22:17
    ดารันน่ารักดี ชอบๆ
    #1334
    0
  4. #1309 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 23:26
    55555 ดารันตาหลกกกกกก น่าสงสารแท้ ท่านพ่อไม่เชื่ออ่า
    #1309
    0
  5. #1303 Honeylady (@honeylady00) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 21:58
    ขำดารัน555555
    #1303
    0
  6. #1257 Opor (@opor43) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 22:20
    เดี่ยวๆ พ่อคงไม่คิดว่า ลูกเป็นบ้าหรอกใช่มั้ย 555
    #1257
    0
  7. #1176 มั ง ก ร ข า ว (@Hakuryuu-) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 21:44
    คู่หมอกับน้องดารันน่ารักดี 555555
    #1176
    0
  8. #662 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 / 20:26
    โอ้ยขํา5555 บอกไปก็ไม่มีใครเชื่อ
    #662
    0
  9. #383 Pisces )•( (@MeAn-101) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 20:46
    เย้ๆ คุนหมอมีคู่แล้วว จัดให้หนักเลยนะคะคู่นี้

    อ้ายยยยยย 555
    #383
    1
    • #383-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 11)
      18 กันยายน 2558 / 20:44
      ๕๕๕ คุณหมอรอรัก จากดารันน้องรัก
      #383-1
  10. #84 lovemelikeyoudo (@mooknilaumpond) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 18:30
    โผล่อีกคู่แล้วๆๆๆ หมอจะได้มีคนมารักษาแผลใจ 5555
    #84
    1
    • #84-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 11)
      27 กรกฎาคม 2558 / 16:38
      คู่นี้กรินดาก็รักเป็นการส่วนตัว อีกไม่นานจักจัดให้เน้นๆเจ้าค่ะ
      #84-1
  11. #17 Lapasrada Komalabutr (@minibeautiful) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 18:11
    น่าสงสารนางหนู พ่อคิดว่าสติไม่ดีซะแล้ว
    #17
    1
    • #17-1 pitchyong (@pitchyong) (จากตอนที่ 11)
      17 กรกฎาคม 2558 / 21:37
      ค่ะ บุคลิกดารันจะไม่ค่อยมีใครถือเป็นจริงเป็นจังนัก
      #17-1