ปักษามนตรา (จบแล้ว)

ตอนที่ 17 : ความเชื่อใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    23 ก.ค. 58






วันรุ่งขึ้นวินตรัยมาที่วัดตามปรกติ กลับได้พบคนที่เขาไม่คิดว่าจะได้เจอ

“มหิธร เจ้ามาทำอะไรที่นี่กัน” พญาครุฑถามอย่างประหลาดใจ การปรากฏตัวของมหิธรมิใช่เรื่องบังเอิญแน่ ชายหนุ่มกระหวัดคิดไปถึงรตี นางอยู่ที่ใดกัน มหิธรจับตัวนางไว้หรือไม่

“ข้าก็มาทำบุญน่ะสิ ทำไมหรือวินตรัย คนอย่างข้าจะมาทำบุญวัดที่ครุฑอุปัฎฐากอยู่มิได้งั้นหรือ” มหิธรตอบ

วินตรัยทำหน้าราวกับไม่อยากเชื่อ

“ได้เช่นนั้นก็ดี หวังว่าเจ้าคงไม่มีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝงหรอกนะ”

วินตรัยกวาดสายตามองหารตี เห็นได้ชัดว่ามหิธรก็กำลังทำแบบเดียวกัน ทั้งสองดูกระวนกระวายแต่ก็อดทนสำรวมจนกระทั่งพระฉันเสร็จ ญาติโยมเริ่มจะแยกย้ายกลับบ้านก็ยังไม่ปรากฏร่างของรตี วินตรัยจึงตรงไปหาแม่วาดผู้มักจะนั่งกับรตีบ่อยๆ

“วันนี้รตีไปไหนหรือขอรับ”

แม่วาดที่วันนี้ดูจะรีบร้อนกลับเรือนพักกว่าปกติหยุดชะงักเมื่อร่างสูงของวินตรัยมายืนดักหน้าไว้

“อ้อ แม่หนูไปจากที่นี่แล้วจ้ะ เมื่อวานเพิ่งไปกราบลาหลวงปู่ท่าน”

เพียงได้ฟังคำตอบ วินตรัยราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางอก นางสัญญากับเขาแล้ว เหตุใดจึงหนีเขาไปอีกเช่นนี้ มหิธรเห็นวินตรัยท่าทางได้เรื่องอะไรจึงรีบตามมาสมทบทันที

“ว่าอย่างไรรตีอยู่ที่ใด”

ครั้นวินตรัยไม่ตอบ มหิธรก็หันไปคาดคั้นเอาจากแม่วาดเอง แต่ก็ดูจะได้คำตอบที่ไม่น่าพอใจนัก นาคดำจึงหันกลับไปสั่งบริวารกระจายกำลังออกตามหารตีทันที

วินตรัยประคองร่างที่ดูไร้เรี่ยวแรงกลับไปนั่งที่ศาลา เหตุใดนางจึงทำเช่นนี้ ผ่านไปครู่ใหญ่เขาก็เห็นว่าไร้ประโยชน์ที่จะมานั่งฟูมฟาย บัดนี้มหิธรเริ่มออกตามหาแล้ว หากเขาชักช้าอาจจะโดนอีกฝ่ายตัดหน้าไปได้

จะตามหาคนหาย ก็ต้องเริ่มจากสถานที่สุดท้ายที่ผู้นั้นปรากฏตัว วินตรัยคิด

เขามิได้ระดมไพร่พลออกตามหาเช่นมหิธร หากแต่ร่างสูงกลับซุ่มรออยู่ในมุมอับบนศาลาสังเกตความเป็นไปในบริเวณวัด ผ่านไปครู่ใหญ่ แม่วาดก็เดินถือห่อใบตองออกมาจากโรงครัวก่อนที่จะตรงไปทางหลังวัด ใบหน้าเครียดของวินตรัยจึงค่อยยกมุมปากขึ้น

 

 

“รตี นี่ข้าเอง” เสียงแม่วาดดังขึ้นที่หน้าเรือนไม้ยกพื้นหลังเล็ก

รตีค่อยแง้มประตูก่อนจะก้าวออกมา

“ขอบใจแม่วาดเจ้าค่ะ ครานี้ข้ารบกวนแม่วาดเหลือเกินแล้ว” รตีเอ่ยพลางประนมมือไว้ผู้สูงวัยกว่า

“มิเป็นไรดอกแม่รตี ข้ามิได้ลำบากอะไร เจ้ารีบกินข้าวเถิด นี่ก็สายมากแล้ว” แม่วาดบอกพลางยื่นห่อใบตองให้

รตีรับมาเปิดกินที่แคร่หน้าบ้าน แม่วาดนั่งลงข้างๆ พลางเอ่ยอย่างตื่นเต้น

“โอย เมื่อเช้าข้าตกใจแทบแย่ ตอนพ่อรูปหล่อมาถามถึงเจ้า”

รตีชะงักกึก นางลืมวินตรัยไปเสียสนิทเลย อย่างน้อยฝากข้อความให้แม่วาดไปบอกเขาหน่อยเสียก็ดี ป่านนี้เขาคงคิดว่านางหนีเขามาอีกกระมัง เมื่อวานนางมัวแต่คิดจะหนีมหิธร ไม่อยากให้วัดนี้ต้องพลุกพล่านหากมหิธรพาคนมาตามหาหล่อนเนืองๆ

“แล้ว..แล้วเขาว่ายังไงบ้างจ๊ะ” รตีถามอย่างกล้าๆกลัวๆ แทบจะกลั้นใจฟังคำตอบ

“โอ้ย พ่อรูปหล่อนี่ไม่ว่าอะไรหรอกจ้ะ แต่อีกคนเนี่ย ทั้งขู่ทั้งปลอบข้าสารพัด ข้าได้แต่บอกไปว่าเจ้าไปจากวัดนี้แล้ว ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับที่นี่อีก” แม่วาดบ่น

รตีพอจะเดาได้ว่าอีกคนที่แม่วาดพูดถึงน่าจะเป็นมหิธร เขากลับมารังควาญนางที่วัดอีกจริงๆด้วย โชคดีที่นางชิงหนีออกมาก่อน

“อ้อ เห็นทีข้าต้องไปก่อนล่ะ เจ้าก็อยู่ที่นี่ตามสบายนะ” แม่วาดเอ่ยพลางลุกขึ้น

“เรื่องบ้านข้าก็ต้องขอบใจแม่วาดอีกเช่นกันเจ้าค่ะ อุตส่าห์ให้ข้ามาอาศัย”

“โอ๊ย เรื่องแค่นี้มิเป็นไรดอก ลูกเต้าข้าก็ออกเรือนไปมีบ้านของตัวเองกันหมด สามีข้าก็ตายไปนานแล้ว นานๆทีข้าจึงจะแวะมาทำความสะอาดไม่ให้มันทรุดโทรม เผื่อวันหน้าลูกหลานจะมาอยู่ เจ้ามาอยู่ก็ดีทีเดียว จะได้มีคนช่วยดูแล”

รตียิ้มให้อีกฝ่ายอย่างตื้นตัน ยืนขึ้นกุมมือแม่วาด

“ข้าจะไม่ลืมน้ำใจของแม่วาดเลยจ้ะ” มือเรียวประนมขึ้นไหว้อีกครา

“โถ ไหว้พระเถิดลูก ตามสบายนะ แถวนี้ปลอดภัยไม่มีอะไรต้องกลัว ไว้พรุ่งนี้ข้าจะมาส่งเสบียงใหม่” ว่าแล้วแม่วาดก็เดินลับหายไปทางเดิม ปล่อยให้รตีนั่งกินข้าวต่อเพียงลำพัง

 

รตีลุกขึ้นยืนบิดตัว หลังจากที่เมื่อวานนำความไปปรึกษา วันนี้แม่วาดจึงพานางมาซ่อนตัวที่นี่ตั้งแต่ฟ้าสาง เช้านี้รตีต้องทำความสะอาดบ้านไปยกใหญ่เพราะไม่มีคนอยู่นาน ฝุ่นจับหนานัก น้ำท่ายังมิได้อาบ บัดนี้รู้สึกเหนียวตัวไปหมด จึงเดินขึ้นเรือนหลังเล็กไปหยิบผ้าผ่อนมาผลัดก่อนเดินตรงไปยังลำธารใกล้บ้าน

แสงแดดยามสายส่องลอดไม้ใหญ่ลงมาเป็นเงารำไร รตีค่อยหย่อนกายลงสายน้ำเย็นเฉียบ ความรู้สึกสดชื่นแล่นเข้าจับหัวใจ หญิงสาวค่อยๆปลดผมลง ก่อนจะก้มลงสระในน้ำ เมื่อชำระล้างร่างกายเรียบร้อยก็แหวกว่ายน้ำเล่นอย่างเพลิดเพลิน ครั้นเหนื่อยก็นอนแช่น้ำฟังเสียงนกร้อง บางคราก็ฮัมดนตรีอย่างสบายใจ

“ทุกครั้งที่ทิ้งข้าไป เจ้ามักจะมีความสุขเช่นนี้หรือ” น้ำเสียงเย็นชาของวินตรัยดังขึ้นเบื้องหลัง

รตีสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวผวาผุดลุกขึ้นนั่ง รีบยกมือขึ้นปิดบังทรวงอก รู้สึกชาตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมๆกับที่บ่วงบาศถูกโยนครอบลงมาคล้องรัดลำตัว มิต้องบอกก็รู้ว่าครุฑเจ้าเล่ห์ได้ลงอาคมบ่วงกำกับนาคมาแล้วระหว่างที่นั่งรอนางเริงร่าในสายนที

หญิงสาวมิกล้าพลิกตัวกลับไปเบื้องหลัง ได้แต่เพียงเบี่ยงหน้าไปมอง

“วินตรัย!

“ใช่ ข้าเอง เจ้ายังจำได้หรือไม่ ว่าได้ให้สัญญาข้าไว้อย่างไร”

น้ำเสียงเย็นชาตอบกลับมา ใบหน้าเรียบเฉย มีเพียงประกายตาเท่านั้นที่ราวกับมีใครเอาเพลิงกองใหญ่ไปสุมไว้ รตีรู้ดีว่าหากนางพูดจาผิดหูไปเพียงประโยคเดียวก็มีสิทธิ์ถึงฆาตได้

“ข้า..ข้าขอโทษ เมื่อวานมหิธรตามมาระรานข้าถึงที่วัด ข้ามัวแต่จะคิดหนีเขาจึงลืมบอกท่าน”

“หึ ลืมอย่างนั้นหรือ แล้วถ้าหากข้าไม่ตามมาพบเจ้าที่นี่ เมื่อไรเจ้าถึงค่อยคิดบอกให้ข้ารู้ เจ้าไม่เชื่อใจข้าอย่างนั้นหรือรตี”

“ปล่าว ข้าตั้งใจจะบอกท่านอยู่แล้วแน่ๆ ข้ามิใช่คนตระบัดสัตย์เยี่ยงนั้น” รตีร้องตอบ

“ข้าให้โอกาสเจ้ามาหลายครั้งแล้ว เมื่อครู่ตอนเจ้าคุยกับแม่วาด ก็ไม่เห็นเจ้าคิดจะฝากความแม่วาดมาแจ้งข้าเพียงสักนิดว่าเจ้าอยู่ที่ใด อย่างนี้เรียกว่าคิดจะบอกรึ หรือเจ้าคิดจะส่งข่าวให้ข้าทางกระแสจิตกระมัง” วินตรัยประชดประชัน น้ำเสียงเริ่มเกรี้ยวกราดขึ้น

นี่เขาลอบสังเกตการณ์ตั้งแต่นางคุยกับแม่วาดรึ หาได้ตามมาพบนางที่นี่โดยบังเอิญ แย่จริงเมื่อครู่นางลืมฝากแม่วาดไปบอกเขาเสียด้วย ในใจมัวแต่คิดจะขอบคุณความมีน้ำใจของแม่วาด เช่นนี้แล้วนางจะแก้ตัวกับเขาอย่างไรได้ หากเขาจะโกรธเคืองก็คงไม่ผิดนัก

“ข้ายอมรับผิด เป็นข้าที่ผิดเอง ข้าไม่รักษาสัญญาต่อท่าน แต่ขอให้ท่านเชื่อว่าข้าไม่มีเจตนาเช่นนั้นจริงๆ จากนี้ไปจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ขอท่านโปรดให้อภัย” รตีอ้อนวอน

“เสียใจด้วยรตี โอกาสของเจ้านั้นหมดไปแล้ว มาบัดนี้ข้าหาได้เชื่อใจเจ้าไม่” วินตรัยเอ่ยพลางกระตุกเชือกเข้าหาตัว ร่างอรชรเซขึ้นฝั่ง ใบหน้างามแดงก่ำเมื่อร่างเปลือยเปล่าโผล่พ้นน้ำ วินตรัยก้าวเข้าไปรวบร่างนั้นขึ้นอุ้มพลางทำท่าจะก้าวจากไป หากแต่รตีขืนตัว สายตามองไปยังผ้านุ่งที่นางพาดไว้บนกิ่งไม้ วินตรัยมองตามสายตานางก่อนที่จะเอ่ยเสียงขรึม

“ไม่จำเป็น”

รตีอับอายเหลือเกิน ตั้งแต่เกิดมายังมิเคยมีผู้ใดหยาบหยามกับนางเช่นนี้ เขาจะแบกนางนุ่งลมห่มฟ้ากลับคืนวิมานอย่างนั้นหรือ จะไม่เป็นการลงโทษเกินกว่าเหตุไปหน่อยหรือไร อยากจะคืนร่างเป็นนาคแต่ก็ติดที่บ่วงอาคมซึ่งคล้องร่างอยู่ มิอาจทำได้

วินตรัยสยายปีกกว้าง กระชับร่างในอ้อมแขนเข้าแนบอก ร่างสูงบินทะยานขึ้นฟ้าเร็วดังลูกธนู สายลมต้องร่างในอ้อมแขนจนสั่นสะท้าน เขาจะไม่ตามใจนางอีกแล้ว กลับไปครานี้นางต้องสมรสกับเขา





ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์นะคะ อ่านแล้วรู้สึกมีกำลังใจแต่งต่อมากๆ เลยค่ะ * *

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

1,450 ความคิดเห็น

  1. #1428 Silver Key (@makoya) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 06:05
    โอ้โห นุ่งลมห่มฟ้า ขนาดฉากแบบนี้ยังบรรยายอย่างสวยงาม ยอมใจไรท์จิงๆ55555
    #1428
    0
  2. #1379 อาวุธไร้ตา (@f-rebellione) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 23:21
    มันก็จะมีความ bd หน่อยๆ
    #1379
    0
  3. #1298 รมณ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 00:38
    ปล้ำเลยๆๆๆๆๆ
    #1298
    0
  4. #1149 thepoppower (@thepoppower) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 16:36
    ชอบมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1149
    0
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #922 Miin_Miin (@maewnoiover) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 19:24
    ความอดทนหมดลงแล้ว รตีก็นะ
    #922
    0
  8. #112 Rinovel (@rinrai) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 20:00
    เกือบละ เกือบจะชอบพระเอกแล้ว ดีได้ตอนดดียวจริงๆ คุณพี่วินตรัย.... #โบกพู่ไว้อาลัยให้นางเอก
    #112
    0
  9. #19 Lapasrada Komalabutr (@minibeautiful) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 20:17
    น่าสงสาร ความเชื่อใจหมดที่นี้ทุกอย่างจะรันทดมาก ผ่านความผิดพลาดของตัวเองซะรตี
    #19
    1
    • #19-1 pitchyong (@pitchyong) (จากตอนที่ 17)
      17 กรกฎาคม 2558 / 21:36
      จริงค่ะ รตียังมีความเป็นเด็กอยู่มาก บางครั้งก็ผิดพลาดในเรื่องที่ไม่น่าผิด แต่ก็เป็นบทเรียนค่ะ
      #19-1
  10. #16 zelo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 17:24
    รอออออออออออออ
    #16
    0
  11. วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 15:53
    พี่ท่านใจร้อนเกิน ให้รตีใส่เสื้อผ้าบ้างก็ดีน่ะ
    #15
    1
    • #15-1 pitchyong (@pitchyong) (จากตอนที่ 17)
      17 กรกฎาคม 2558 / 21:38
      พระเอกเป็นสายลม แต่ถ้าพายุเข้าก็ตัวใครตัวมัน 5555
      #15-1