ปักษามนตรา (จบแล้ว)

ตอนที่ 18 : มัดมือชก (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,286
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    17 ก.ค. 58






วินตรัยรีบพารตีกลับตำหนักก่อนที่เพลิงโทสะของเขาจะเผาผลาญทั้งสองจนมอดไหม้

นางปั่นหัวเขาเสียจนย่ำแย่ ประหนึ่งนางเป็นหนูเขาเป็นแมวที่ต้องให้คอยตามจับ มิได้แยแสต่อความรู้สึกของเขาเลยแม้แต่น้อย

วินตรัยอุ้มรตีตรงดิ่งเข้าห้อง อันตราวิ่งตามมาอย่างยินดีแม้จะประหลาดใจที่ทั้งคู่กลับมาในสภาพแปลกๆอีกแล้ว ครานี้รตีถูกมัดแน่นหนา มิได้สวมใส่อาภรณ์สักชิ้น ส่วนวินตรัยสีหน้าบอกบุญไม่รับสักนิด เอ..ล่าสุดอันตราได้ข่าวมาว่ารตีอยู่ที่วัดและวินตรัยก็ไปวัดทุกวัน เหตุใดไปวัดกันอย่างไรจึงได้กลับมากันในสภาพเช่นนี้

วินตรัยวางร่างงดงามลงบนเตียงอย่างมิได้ทะนุถนอมนัก ก่อนจะผละไปทางประตู

อันตราตรงเข้ามาจะช่วยแก้มัดให้รตี ทว่าเสียงห้าวกลับห้ามไว้

 “ไม่ต้องแก้มัด”

อันตราชะงักกึก ก่อนจะหันไปมองผู้ออกคำสั่งอย่างงงๆ

“อันตรา เจ้าจะทำอะไรก็ไปทำเถิด ปล่อยนางไว้เช่นนี้แหละ”

แม้จะยังสงสัย แต่อันตราก็จำต้องล่าถอย ปล่อยให้รตีโดนมัดอยู่ในห้องเพียงลำพังโดยที่วินตรัยหลังจากออกคำสั่งแล้วก็เดินหายไปที่ใดมิรู้ได้

 

วินตรัยตรงไปยังตำหนักผู้เป็นมารดา พระนางเองเห็นบุตรชายมานั่งรอสีหน้าบึ้งตึงก็แปลกใจนัก เช้านี้ก็ไปพบรตีมาเป็นปกติมิใช่หรือ

“เจ้ามีธุระอันใดหรือวินตรัยจึงมาหาแม่ถึงที่นี่”

“ข้าจะสมรสกับรตีในอีกเจ็ดวันขอรับ” เขาตอบเสียงเรียบเฉย สีหน้ามิได้ดูเบิกบานอย่างที่ควรจะเป็น ผิดวิสัยการมาแจ้งข่าวมงคล

“อ้าว แล้วรตียอมออกมาจากวัดแล้วหรือ” ผู้เป็นมารดาถามอย่างสงสัย วันนั้นที่คุยกัน ดูรตียังไม่พร้อมที่จะออกมาเผชิญหน้ากับฝ่ายใดทั้งสิ้น

วินตรัยมิได้ตอบคำถามนั้นและผู้เป็นมารดาก็มิได้ซักไซร้ต่อ กระนั้นพระนางก็รู้ได้ทันทีว่าต้องมีเหตุอันใดเกิดขึ้นระหว่างคนทั้งสองเป็นแน่

“เอาเถิดวินตรัย เอาตามที่เจ้าเห็นสมควรก็แล้วกัน แล้วรตีไปไหนเสียล่ะ กลับมาด้วยกันหรือไม่

“นางอยู่ที่ตำหนักข้าขอรับ”

“อ้าว เหตุใดมิพามาพบแม่ด้วยกัน เรื่องสำคัญเช่นนี้เจ้ามาพูดคนเดียวได้อย่างไร”

“อย่างไรเสียนางก็ต้องเห็นชอบกับข้าอยู่แล้ว ข้าเพียงมาแจ้งข่าวให้ท่านแม่ทราบขอรับ”

“เช่นนี้แม่จะช่วยจัดเตรียมงาน ส่วนเจ้าทั้งสองก็ไปเตรียมตัวกันเถิด ขาดเหลือสิ่งใดก็ขอให้แจ้งมา”

วินตรัยสีหน้ามืดครึ้มนัก ขนาดผู้เป็นมารดายังมิอยากเร้าหรือ  ...เอาเถิด คนหนุ่มคนสาวช่างอารมณ์แปรปรวนนัก เล่นเอาพระนางตามไม่ทัน ถ้าลงเอยกันได้เสียก็ดี พระนางขอเอาใจช่วยอยู่ห่างๆก็แล้วกัน

 

เสียงเปิดประตูทำให้รตีหันขวับไปมอง วินตรัยก้าวเข้ามาในห้อง สีหน้ายังคงตึงอยู่เล็กน้อย แย่จริง เขาคงจะโกรธนางมาก

ร่างสูงเดินตรงเข้ามาหา รตีนั่งชันเข่าขึ้นมาบังกาย เงยหน้าสบตาเขาอย่างไม่ลดละ

“แก้มัดข้าเสียทีวินตรัย ข้าก็อยู่กับท่านที่นี่แล้ว จะโกรธเคืองอันใดกันหนักหนา ที่ผ่านมาข้าก็บอกแล้วว่ามิได้เจตนา ข้าเพียงแค่ลืมเท่านั้น มันผิดร้ายแรงขนาดนั้นเชียวหรือ”

“ข้านึกถึงเจ้าตลอดเวลา แต่เรื่องสำคัญเช่นนี้ เจ้ากลับบอกว่าลืมข้า ง่ายๆอย่างนั้นหรือ”

รตีเสียงอ่อยลง

“ข้าก็ขอโทษแล้วนี่ไง”

“หากเป็นมหิธรไปเจอเจ้าก่อน บัดนี้มิใช่เจ้าต้องเข้าพิธีวิวาห์กับมันไปแล้วหรือ” ยิ่งพูดวินตรัยก็ยิ่งโมโห

“เรื่องมันก็แล้วไปแล้ว อย่าได้เก็บเอามาเป็นอารมณ์อีกเลยวินตรัย” รตีพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ

“ย่อมเป็นเช่นนั้น อีกเจ็ดวันเจ้าจงเตรียมตัวสมรสกับข้า”

รตีตวัดสายตาจ้องเขาเขม็ง

“ไหนท่านบอกว่าจะไม่บังคับข้า”

“นั่นมันก่อนที่เจ้าจะผิดสัญญากับข้า บัดนี้ข้อตกลงทั้งหมดเป็นอันยกเลิก”

ถึงแม้จะมิได้รังเกียจรังงอนวินตรัย แต่รตีไม่ชอบการถูกบีบบังคับ นางจึงพยายามต่อต้านแม้จะรู้ว่าไม่เป็นผล

“ข้าไม่ยอม”

“หึ ถึงเจ้าไม่ยอม แต่บิดาของเจ้าได้ลั่นวาจาไว้แล้ว ว่าผู้ใดพบตัวเจ้าก่อนย่อมได้สมรสกับเจ้า เช่นนี้เจ้าจะทำให้บิดาของตนเสียคำพูดหรือรตี บิดาของเจ้าคงไม่กลับคำอีกกระมัง ว่าแต่ว่า คำพูดของเหล่านาคนั้นเชื่อถือได้จริงหรือ เจ้าทั้งสองคนพ่อลูกต่างผิดสัญญาต่อข้า นี่มิใช่ลักษณะตามธรรมชาติของอสรพิษหรอกหรือ” วินตรัยตอบกลับมาอย่างเจ็บแสบ

รตีโกรธจัดเมื่อได้ยินเขาเปรียบเทียบนางและบิดาเป็นดังอสรพิษที่กลับกลอกและไว้ใจมิได้ นางจ้องเขาประกายตาวาวโรจน์ หาได้สนใจว่าตนอยู่ในพันธนาการ

“วาจาสามหาวนัก ข้าขอสั่งให้เจ้าถอนคำพูดเดี๋ยวนี้”

“ข้าไม่ถอน เจ้าจะทำไมข้ารึ” วินตรัยตอบพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้อย่างยียวน

รตีกระโจนเข้ากัดคอ ถึงแม้จะหลบทัน แต่วันตรัยก็ปล่อยให้นางทำตามที่ต้องการ รู้สึกสนุกที่เห็นนางโกรธ วินตรัยเกือบหลุดขำ อันที่จริง ต้องเป็นเขามิใช่หรือที่เป็นฝ่ายโกรธ แต่เหตุใดนางกลับเป็นฝ่ายโกรธเขาแทน

“โอ๊ยย” วินตรัยแสร้งร้องเสียงหลง พลางจับร่างนางดันออก

รตีถอนเขี้ยวออก รู้สึกสาแก่ใจที่ได้เอาคืนคนปากมาก วินตรัยยกมือขึ้นจับซอกคอ โลหิตซึมออกมาจากปากแผลเล็กน้อย

“นี่เจ้าจะพิสูจน์คำพูดข้าหรือไร ถึงข้าจะว่าเจ้าเป็นอสรพิษ เจ้าไม่จำเป็นต้องแว้งกัดให้ข้าดูเป็นตัวอย่างหรอกนะรตี” วันตรัยว่าน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ โทสะเมื่อครู่เริ่มจางหาย

“ใครใช้ให้ท่านมาว่าข้าเป็นอสรพิษกัน หากยังไม่หยุด ข้าจะกัดท่านอีกแผลแน่ๆ” รตีโต้โดยมิได้คิดว่าตนอยู่ในสภาพที่ไม่อาจจะไปต่อกรกับเขาได้แม้แต่น้อย แต่ยามนี้ความโกรธเข้าตา ทำให้นางเป็นพญาครุฑตัวเท่าหนู

“เอาเถิด ข้าไม่ว่าเจ้าแล้ว แม่งูใหญ่ มาเถิดข้าจะแก้มัดให้” วินตรัยเอ่ย ใบหน้าเริ่มเปื้อนยิ้นอย่างอารมณ์ดี จับร่างนางพลิกขยับเข้ามาใกล้

รตียังคงจ้องเขาตาเป๋งที่มาเรียกนางว่าแม่งูใหญ่ มันต่างกับเรียกนางว่าอสรพิษตรงไหน แต่ชายหนุ่มทำเป็นไม่สนใจ ส่งเสียงเรียกอันตราซึ่งคอยท่าอยู่ไม่ไกลจากหน้าห้อง

อันตราก้าวเข้ามาในห้อง ยังคงเก็บสายตามิกล้ามองร่างทั้งสองที่อยู่บนเตียง

“อันตรา จัดการให้ชีเปลือยนางนี้นุ่งผ้าหน่อยเถิด ปล่อยไว้เช่นนี้อุจาดตาเหลือเกิน”

วินตรัยหันไปบอก พลางคลายมัดให้คนที่นั่งตาเขียวปัดอยู่ตรงหน้า

รตีถลึงตามองอย่างโมโห มิใช่เขาหรอกหรือที่ทำให้นางต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้

ผิวผ่องเป็นรอยแดงจากเชือกที่พันธนาการไว้ วินตรัยลูบมือไปตามรอยแดงที่แผ่นหลังอย่างสงสาร ยามมีโทสะ เขามักทำอะไรขาดสติ นางก็เหลือเกินนัก ช่างขยันยั่วโมโหเขาเสียจริง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

1,450 ความคิดเห็น

  1. #1429 Silver Key (@makoya) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 06:08
    วินตรัยขี้น้อยใจมากๆ55555
    #1429
    0
  2. #20 ss-sss (@sirinya-nes) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 21:06
    มาต่อเร็วๆนะคะไรต์
    #20
    1
    • #20-1 pitchyong (@pitchyong) (จากตอนที่ 18)
      17 กรกฎาคม 2558 / 21:36
      อ่านเม้นนี้แล้วรีบลงอีกครึ่งตอนหลังให้เลยค่ะ
      #20-1