ปักษามนตรา (จบแล้ว)

ตอนที่ 28 : ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    29 ก.ค. 58

 

 

 

 

 

ในอุทยานหลวงที่บัดนี้ร้างผู้คน วินตรัยฉุดกระชากลากถูรตีด้วยเพลิงโทสะที่สุมทรวง ครั้นเมื่ออยู่กันตามลำพัง วินตรัยก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ข่มความโกรธไว้ไม่มิด

“งามหน้าหรือไม่ แต่งเนื้อแต่งตัวเช่นนี้ ทำกิริยายั่วยวนมหิธร คิดว่าจะเปลี่ยนใจข้าได้หรือ อย่างไรเสียข้าก็มิอาจพาเจ้าไปด้วยได้ดอกรตี”

รตีหวั่นวิตกนัก หวนนึกถึงหลักสูตรรวบรัดที่พี่ใหญ่สอน พี่ใหญ่สอนแต่เพียงวิธียั่วให้เขาหึง แต่กลับมิได้สอนต่อว่าหากทำให้เขาหึงสำเร็จแล้วจักต้องรับมืออย่างไร บัดนี้วินตรัยสีหน้ามืดครึ้ม แววตาดุดันจับจ้องนางราวกับเป็นเด็กน้อยที่ทำผิด รตีได้แต่ทำใจดีสู้เสือตอบกลับไป

 “ใครคิดจะเปลี่ยนใจท่านกัน ข้าเลิกสนใจเรื่องนั้นไปนานแล้ว ข้าบอกท่านไปแล้วมิใช่หรือ ข้าไม่จำเป็นต้องรอท่านเสียหน่อย มหิธรก็มีไมตรีให้แก่ข้า หากข้าจะมีไมตรีตอบเขามิเห็นจะผิดตรงไหน”

คำตอบของนางดูท่าจะไปกระตุ้นโทสะวินตรัยให้มากยิ่งขึ้น สายตาดุดันวาวโรจน์ขึ้น

 “เจ้าปล่อยให้มันลวนลามต่อหน้าธารกำนัล ไม่มียางอายแล้วหรือไร”

ใบหน้าของรตีซับสีเลือด นางเองก็มิได้คิดว่ามหิธรจะควบคุมสติไม่ได้ถึงเพียงนั้น

“มหิธรมิได้ตั้งใจ เขาเพียงเมามายไปหน่อย” รตีตอบเสียงอ่อนลง

"ข้าเพิ่งรู้ว่าเจ้ามิได้หวงตัวแม้เพียงสักนิด ช่างใจกว้างยิ่งนัก เช่นนี้ข้ามิสู้เด็ดดมเองเสียดีกว่าหรอกหรือ จักปล่อยไว้ให้ผู้อื่นเชยชมทำไมกัน" กล่าวจบวินตรัยก็กระตุกแขนเรียวเสลาเพียงเบาๆ ร่างอรชรก็เซถลาเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด "ข้าจักต้องลบรอยสัมผัสของมหิธรออกเสียให้สิ้น"

รตีเบิกตากว้างอย่างตกใจยามริมฝีปากร้อนผ่าวนาบลงบนผิวกายเนียนนุ่มดุจกลีบบัว ลมหายใจของวินตรัยพลุ่งพล่านนัก กลิ่นเนื้อนางกรุ่นกำจายต้องนาสิกชวนให้ซาบซ่านมึนเมาราวกับต้องพิษสุรา 

"วินตรัย" รตีร้องอย่างตกใจ ทำอะไรมิถูก แม้จะผลักไส ร่างใหญ่ก็หาได้สะเทือนสักนิดไม่

ชายหนุ่มตระกองกอดร่างน้อยแนบชิด ตวัดแขนรอบเอวยกร่างเล็กลอยขึ้นจากพื้นรับสัมผัสจากริมฝีปากร้อนที่ไล่ไปตามแนวไหล่เนียน ผ้าคลุมเลื่อนหลุดลงกับพื้น ครั้นรตีเบี่ยงหลบ จุมพิตร้อนก็ประทับลงบนต้นคอ หญิงสาวสะดุ้งราวกับถูกนาบด้วยเหล็กร้อน

ร่างน้อยขยุ้มอกเสื้อเขาไว้แน่น แม้นจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่เป็นผล เรือนกายร้อนรุ่มของวินตรัยราวกับจะแผดเผาร่างนางที่ถูกกักไว้ในอ้อมแขนแข็งแกร่ง ร่างบางหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ทรวงอกสะท้อนขึ้นลง กลับยิ่งเสริมให้ร่างนั้นดูเย้ายวนมากกว่าจะเห็นเป็นอื่น ดึงดูดให้วินตรัยประทับจูบลงไปอย่างอดใจไม่ไหว

"อ.อย่า.. มหิธรมิได้สัมผัสตรงนั้นเสียหน่อย" ร่างเล็กร้องออกมาเสียงสั่น มือน้อยยันอกเขาไว้ วินตรัยหยัดยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ราวกับหมาป่าที่กำลังจะกลืนกินลูกแกะ

"ร่างกายมันมิได้สัมผัส แต่สายตามันจับจ้อง ข้ามิอาจทำใจได้ จักต้องกำจัดรอยสายตามันออกไปด้วย" ว่าแล้วก็ก้มลงไปอีกครา แม้จะจุมพิตผ่านเนื้อผ้าแต่ก็หาได้ลดความเร่าร้อนลงไม่

"วินตรัย ข้ายอมแล้ว ข้าจักไม่ทำเช่นนี้อีก" รตีรีบร้องบอกยามจมูกโด่งเริ่มซุกไซร้ไปตามผิวเนื้อทรวงอกที่โผล่พ้นชายผ้าขึ้นมา หากช้าอีกนิดวินตรัยคงจะคลายปมที่ขมวดไว้ทำให้นางจักต้องอับอายยิ่งว่านี้เป็นแน่

วินตรัยกวาดตามองดวงหน้างดงามแดงก่ำ ผิวกายระเรื่อด้วยสีเลือด หากเขามิหยุดตอนนี้ ไม่แน่ใจตัวเองว่าจะปล่อยนางไปได้หรือไม่ เขาวางนางลงกับพื้นแต่ยังมิยอมคลายอ้อมกอดแน่น 

"รสชาติดีนัก" วินตรัยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ได้ยินแต่เพียงเสียงลมหายใจของทั้งสอง

รตีตวัดสายตาค้อน ใบหน้านวลร้อนผ่าว เขากำลังล้อเลียนนาง ใช้คำพูดที่นางเอ่ยกับมหิธรยามยื่นจอกสุราให้เขา 

"ห้ามยิ้มเช่นนั้นให้ผู้ใดอีก เข้าใจหรือไม่" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นข้างหู หวนระลึกถึงความรู้สึกเสียดแทงใจยามรตียิ้มให้มหิธร

รตีขมวดคิ้วอย่างงุนงง ประหลาดนัก จะห้ามคนไม่ให้ยิ้มได้อย่างไร แต่มิได้เอ่ยสิ่งใดออกมา เขากอดนางเนิ่นนานนัก จนรตีอดไม่ได้ต้องเอ่ยถามขึ้น

 “เราจะกลับเข้างานเลยหรือไม่ งานเลี้ยงยังไม่เลิก...”

“มิต้องฉลองกันแล้ว รีบไปเก็บข้าวของ ข้าเปลี่ยนใจแล้ว พรุ่งนี้เจ้าเตรียมตัวออกเดินทางพร้อมกับข้า”

“สายไปเสียแล้ววินตรัย มาบัดนี้ข้ามิต้องการร่วมทางไปกับท่าน” ใบหน้างามเชิดหน้าตอบอย่างแง่งอน 

“หึ ข้ามิได้ลากเจ้าออกมาเพื่อมาฟังคำปฏิเสธของเจ้าดอกนะรตี พฤติกรรมของเจ้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ อย่างไรเสียข้าย่อมมิวางใจปล่อยเจ้าไว้ได้ดอก จักต้องเก็บไว้อยู่ใกล้สายตา"

"หึ เก็บสายตาของท่านไว้ให้สตรีอื่นเถิด ข้าดูแลตัวเองได้" รตีโต้กลับ

"อย่าเพิ่งได้ใจนัก ข้ายังมิได้ชำระโทษเจ้า" วินตรัยเอ่ย

"โทษอันใดอีก"

"เมื่อครู่ข้าลงโทษเจ้าที่แต่งตัวยั่วยวนให้บุรุษอื่นจับจ้อง ยังเหลือความผิดของเจ้าหลายกะทงนัก ข้าจักสาธยายให้ฟัง"

ดวงตาคู่งามช้อนขึ้นสบตากับดวงตาคมที่จ้องตอบลงมาอย่างตาใส ราวกับจะอ้อนวอนให้อีกฝ่ายใจอ่อน วินตรัยหาได้สนใจไม่ จาระไนความผิดโดยละเอียด

"กะทงแรก เจ้ามอมสุรามหิธร หากเขาขาดสติทำสิ่งใดผิดพลาดขึ้นมา เขามิต้องโทษตัวเองไปตลอดหรือ"

"กะทงที่สอง การเสี้ยมให้บุรุษสองคนแย่งชิงตัวเจ้ามิใช่เรื่องดี ผู้คนจักตัดสินเจ้าเช่นไร เจ้าคิดบ้างหรือไม่ เช่นนี้ไม่ดูราวกับเป็นหญิงหลายใจดอกหรือ"

"กะทงที่สาม เจ้าเลือดเย็นนักรตี หลอกใช้ความรักของมหิธรเพื่อประโยชน์ส่วนตน ทำเช่นนี้มิใช่เรื่องดีดอกนะ"

รตีตวัดสายตามองตอบ ข้ออื่นนางยอมรับว่าผิดจริง แต่ข้อสุดท้ายนางไม่อยากจะยอมรับ ใช่ว่านางจะมองไม่ออกว่ามหิธรคงเจ็บปวดนัก นางเองก็รู้สึกผิดมิใช่น้อย ยิ่งวินตรัยกล่าวจี้ใจดำเช่นนี้ จึงอดมิได้ที่จะเถียงกลับ

"ข้าหาได้หลอกลวงเขาไม่ ข้ากับมหิธรเป็นสหายกันมาเนิ่นนาน เขาเพียงแต่เห็นใจที่ข้าจะถูกทอดทิ้งจึงยื่นมือเข้ามาช่วยต่างหาก"

วินตรัยร่ายต่อ หาได้สนใจคำแก้ตัวนั้น

"เจ้ายังเยาว์นักมิรู้สิ่งใดควรไม่ควร การล้อเล่นกับหัวใจผู้อื่นหาใช่สิ่งที่ควรทำไม่"

รตีรู้สึกน้อยใจนัก อดมิได้ที่จะตัดพ้อ

"ข้าล้อเล่นที่ไหนกัน อย่าได้มากล่าวหาข้า เป็นท่านต่างหากที่ล้อเล่นกับหัวใจข้า  ชีวิตข้าเคยสงบสุขมาช้านานจนกระทั่งท่านลักพาข้าไป ทั้งฝากคำรักและพร่ำบอกว่าจะอยู่เคียงข้างข้าเสมอ แต่กลับคิดจะทอดทิ้งข้าไว้แต่ผู้เดียว เคยคิดถึงจิตใจข้าบ้างหรือไม่ เป็นผู้ใดกันแน่ที่จิตใจอำมหิตนัก" 

รตีโต้กลับอย่างเหลืออด ทุกสิ่งที่นางทำมิใช่เพียงเพื่อจะได้อยู่เคียงข้างเขาดอกหรือ ทั้งๆที่วินตรัยมองการกระทำของนางออกทุกอย่าง เขายังกล้ามาตัดสินว่านางผิดอีกหรือ เสียแรงที่นางยอมทนต่อสายตาขบขันของบิดา ยอมขอร้องให้พี่ใหญ่และมหิธรช่วย ยอมทนต่อสายตาโลมเลียของผู้อื่น เพียงเพื่อให้เขามาตำหนินางเช่นนี้หรือ

วินตรัยทอดสายตามองร่างน้อยในอ้อมแขน เขาเข้าใจนางทุกอย่างแจ่มแจ้ง หากแต่บางเรื่องมิอาจเอ่ยออกไปได้ดังใจนึก 

"เจ้าจงรีบกลับไปเตรียมตัวเก็บของเถิด"

"ไม่ ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น" รตีตอบยังคงขุ่นเคืองใจมิหายที่โดนตำหนิ

"เช่นนั้นราตรีนี้ไปพักกับข้าที่เรือนรับรอง"

"ไม่ ข้าจะกลับไปพักที่ตำหนัก"

"ไม่ ข้าไม่เชื่อใจเจ้า หากปล่อยไปคืนนี้เจ้าคงหนีไปอีก พรุ่งนี้เจ้าต้องออกเดินทางพร้อมกับข้า"

"ข้าไม่ไป ข้าจักฟ้องท่านพ่อ"

วินตรัยเผยยิ้มมุมปากขึ้นอีกครา แม้จะหล่อเหลาเพียงใด แต่ยามนี้รตีกลับเห็นว่าดูชั่วร้ายนัก

"หากบิดาเจ้าไม่วางใจข้า คงไม่ปล่อยให้ข้าจับจูงเจ้าออกมาแต่แรกดอก หรือหากเจ้าสามารถหลุดมือข้าไปฟ้องบิดาได้ก็ลองดูเถิด" กล่าวจบก็ตวัดร่างบางขึ้นอุ้ม สาวเท้ายาวไปยังตำหนักรับรอง

"ช่วยด้ว...." ริมฝีปากอิ่มถูกปิดลงก่อนที่จะทันได้ตะโกนเรียกให้คนช่วย การเดินไปจูบไปโดยสายตาไม่มองทางมิได้เป็นปัญหาต่อประสาทสัมผัสของสัตว์จำแลงเช่นพญาครุฑ รตีดิ้นขลุกขลักก่อนจะสงบลงเพราะขาดอากาศหายใจ ในใจได้แต่ร่ำร้องด้วยความเคียดแค้น อย่าให้นางได้มีโอกาสเอาคืนบ้าง คอยดูเถิด นางจะ.. นางจะ... และแล้วความคิดก็ขาดห้วงไปเมื่อจุมพิตเริ่มรุกเร้าหนักขึ้น

วินตรัยค่อยถอนจุมพิตพร้อมปล่อยร่างบางลงเมื่องับประตูห้อง รตีซบกายลงพิงร่างสูงอย่างอ่อนแรง ครั้นเงยหน้าขึ้นพบกับประกายตาระยิบระยับของวินตรัยก็ทำให้โมโหขึ้นอีกคำรบ แทบอยากจะชี้หน้าบริภาษให้หายแค้น ผ้าคลุมไหล่ที่ตกอยู่ในอุทยานหลวงก็มิได้เก็บมา ผู้ใดไปพบเห็นเข้าจะเข้าใจเช่นไร 

"นอนได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยไปเก็บข้าวของ ข้าจะยอมออกสายหน่อยก็ได้" วินตรัยเอ่ยพลางจูงนางเดินตรงไปยังแท่นบรรทม

"แล้วท่านจะนอนตรงไหน" รตีถาม สายตามองไปยังผืนพรมที่มุมห้อง ราวกับจะบอกเขาให้ไปนอนที่นั่น

วินตรัยคลี่ยิ้มอีกครา รตีเห็นแววชั่วร้ายอยู่ในแววตานั้น

"ถามอะไรเช่นนั้นรตี จากนี้ไปเราต้องนอนกลางดินกินกลางทรายร่วมกัน เหตุใดไม่ฝึกให้ชินตั้งแต่คืนนี้เสียเล่า" วินตรัยเอ่ยราวกับเป็นเรื่องปกติ

"ข้าขอบอกท่านอีกครั้ง ข้าเปลี่ยนใจแล้ว จักไม่ติดตามท่านไปไหนทั้งสิ้น" แย่เสียแล้ว รตีรู้สึกราวกับตนเองติดกับดักที่ตนเองวางไว้อีกครา

"อย่าเลยรตี มิเช่นนั้นที่เจ้าลงแรงมาทั้งหมดก็สูญเปล่าน่ะซี บัดนี้ข้าเห็นใจเจ้านัก หากทิ้งเจ้าไว้ที่นี่คนเดียว เจ้าคงเปล่าเปลี่ยวอุราน่าดู เช่นนี้ไปด้วยกันเสียเถิด ข้าเชื่อว่าเราสองคงเคียงคู่ชู้ชื่นนัก" วินตรัยเอ่ย ใบหน้าเจือรอยยิ้มตลอดเวลา

วินตรัยเอนกายลงนอน มือแข็งแรงจับมือนุ่มไว้มิยอมปล่อย 

"จักรออะไรอีกหรือ เจ้าไม่ง่วงหรอกหรือรตี"

ครั้นเห็นอีกฝ่ายยังยืนเก้กังอยู่ข้างเตียง ลำบากวินตรัยลุกขึ้นมาดึงรั้งร่างบางลงไปนอนโดยมิสนใจว่าอีกฝ่ายจะขืนตัวเพียงใด เมื่อครู่ยามอยู่ในงานเลี้ยง นางปั่นหัวเขาเสียแทบแย่ บัดนี้เป็นทีเขาเอาคืน เหตุใดจะปล่อยโอกาสให้หลุดมือเล่า

ครั้นลงนอนได้ครู่หนึ่ง รตีก็ลุกขึ้นนั่งอีกครา นางยังมิได้ถอดเครื่องประดับ จักนอนไม่ถนัดนัก วินตรัยเห็นอีกฝ่ายยังไม่นอนจึงลุกขึ้นดู ครั้นเห็นนางกำลังหันหลังถอดกำไลมือกำไลเท้า จึงเอื้อมมือไปช่วยปลดตะขอสร้อยคอ ปลายนิ้วร้อนผ่าวสัมผัสหลังคอทำให้รตีเหลียวมองอย่างตกใจ

"ข้าเพียงจะช่วยถอดสร้อยคอให้เจ้า" เขาเอ่ยเมื่อเห็นสายตาหญิงสาวเหลียวมองมาอย่างหวาดระแวง

ครั้นกองเครื่องประดับไว้ที่หัวเตียง วินตรัยก็เอื้อมมือไปช่วยปลดปิ่น คลายมวยผมที่รัดไว้ ม่านไหมสีดำทิ้งตัวลงแผ่บนแผ่นหลังเนียน แม้เห็นเพียงเบื้องหลัง วินตรัยก็หน้าร้อนซู่ขึ้นทันทีอย่างระงับไม่อยู่  รีบเอื้อมมือไปดับตะเกียงจักได้ไม่ต้องเห็นภาพยวนตานั้น

รตีรีบทิ้งตัวลงนอนหันหลังให้เขา ทว่าเนื้อตัวมีเพียงผ้าแถบผืนสั้นของพี่ใหญ่ดูไม่ปลอดภัยนัก หากมีผ้าห่มมาปกปิดไว้สักนิดจักดูปลอดภัยกว่า คิดได้ดังนี้จึงร้องขอ

"ข..ข้าหนาวนัก ขอผ้าห่มหน่อยเถิด"

"ข้ามิได้ใช้ผ้าห่ม ให้นางกำนัลเก็บออกไปหมดแล้ว" เสียงทุ้มดังขึ้นในความมืด "หากเจ้าหนาวนัก ข้าจักกอดไว้เอง" ว่าแล้ววินตรัยก็พลิกกายมานอนซ้อนหลัง ตวัดแขนโอบร่างบางไว้

รตีนอนตัวเกร็ง จริงอยู่ว่าร่างกายเขาอุ่นจนร้อน แต่ทว่า...ผิวกายยามต้องนอนแนบชิดสัมผัสกัน มัน..ร้อนเกินไป นางจะข่มตาหลับได้อย่างไร

วินตรัยนอนเกร็งไม่ผิดกัน เรือนร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นในอ้อมกอดช่างเย้ายวนใจนัก หากแต่เขาต้องสะกดใจไว้ ยามนี้มาอาศัยอยู่ใต้ชายคาของอังกุละนาค มิอาจทำสิ่งใดให้เป็นการหมิ่นน้ำใจเจ้าบ้าน ร่างสูงโอบร่างเล็กไว้อย่างระงับใจ ครั้นรตีหลับลง เขายังมิอาจข่มตาหลับ ได้แต่ฝังจมูกลงบนปรางค์นวล แนบเนื้อนางเช่นนี้หาได้สุขใจไม่ ภายในเขาร้อนรุ่มแทบคลั่งตาย มิติดว่าคืนนี้อยากแกล้งเอาคืนนางเสียบ้าง เขาจักไม่ทรมานตนเองเช่นนี้อีกเป็นอันขาด

 

 

 

 

พอกันทั้งสองคนนะเจ้าคะ แกล้งกันไปแกล้งกันมา แล้วสุดท้ายเป็นเช่นไรเล่า มิใช่ตกที่นั่งลำบากกันทั้งคู่เลยหรือไร กรินดาแอบสาแก่ใจนัก ๕๕๕๕

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

1,450 ความคิดเห็น

  1. #1435 Silver Key (@makoya) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 05:29
    สองคนนี้บางทีก้เหมือนเดกๆ55555
    #1435
    0
  2. #1410 ✰ MELT (@jaonookanoomwarn) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 19:56
    ผิดก็รู้จักยอมรับผิด มัวแต่ประชดกันสองคนนี้
    #1410
    0
  3. #550 mojikiss2 (@mojikiss) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 20:40
    แอบสม ช่างยั่วนัก อิอิ
    #550
    0
  4. #187 ข้าน้อย (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2558 / 15:27
    อิอิ ขอสาแก่ใจด้วยนะ
    #187
    1
    • #187-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 28)
      20 สิงหาคม 2558 / 22:05
      เหอๆ ในที่สุดกรินดาก็มีเพื่อน นึกว่าจะสาแก่ใจคนเดียวเสียอีก ๕๕๕
      #187-1
  5. #119 ปาล์ม (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 01:42
    สนุกมากค่ะ แต่งได้น่ารักมาก อ่านไปยิ้มไปเลยทีเดียว
    #119
    1
    • #119-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 28)
      5 สิงหาคม 2558 / 07:02
      ขอบพระคุณเจ้าค่ะ อ่านแล้วมีกำลังใจนัก
      #119-1
  6. วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 15:50
    วินตรัย เจ้าช่างเป็นสุภาพบุรุษยิ่งนัก ที่ยังข่มใจเอาไว้ได้ แม้จะแอบตอดเล็กตอดน้อยกับรตี
    #111
    1
  7. #109 mai-beer (@mai-beer) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 13:46
    รอๆ ค่ะ ฟินมากกกกก
    #109
    1
    • #109-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 28)
      5 สิงหาคม 2558 / 07:04
      จักรีบเร่งเขียนเจ้าค่ะ
      #109-1
  8. #106 ยูอิจัง (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 20:34
    วินตรัยอดทนเก่งมาก 555
    #106
    1
    • #106-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 28)
      5 สิงหาคม 2558 / 07:05
      อันเป็นธรรมดาของพระเอกนะเจ้าคะ ๕๕๕
      #106-1
  9. #105 lovemelikeyoudo (@mooknilaumpond) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 20:06
    กว่าจะรักกันได้อุปสรรคช่างยากเย็น ถ้าสมหวังแล้วคงมีลูกสักครึ่งโหล ดูจากความหื่นของวินตรัย~55555
    #105
    1
    • #105-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 28)
      5 สิงหาคม 2558 / 07:05
      ย่อมแน่นอนเจ้าค่ะ หุหุ
      #105-1
  10. #104 Maseo Saysulian (@maylovetouk) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 19:01
    กระหม่อมฟินเจ้าค่ะ
    #104
    1
    • #104-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 28)
      5 สิงหาคม 2558 / 07:05
      อิอิ จัดไปเจ้าค่ะ
      #104-1
  11. #103 zelo (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 15:22
    โอ้ยยยยยย ฟินนนน
    #103
    1
    • #103-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 28)
      27 กรกฎาคม 2558 / 17:16
      เจ้าค่า จิกหมอนกันเถิดเจ้าค่ะ
      #103-1
  12. #102 Lapasrada Komalabutr (@minibeautiful) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 11:53
    โด่ว..  ไม่มีไรในกอไผ่
    #102
    1
    • #102-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 28)
      27 กรกฎาคม 2558 / 17:15
      อดใจไว้ก่อนเถิดท่าน ใต้ชายคาบ้านพ่อตา วินตรัยเกรงจะหามีชีวิตรอดออกไปไม่ ๕๕๕๕
      #102-1
  13. #100 เมียคุณพี่เหม (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 11:49
    พ่อวินตรัยทำรีดเขินหนักหนา >< ถ้าวินตรัยรุกกว่านี้รีดคงนอนแดดิ้นเป็นแน่ ตายเจ้าค่ะ
    #100
    1
    • #100-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 28)
      27 กรกฎาคม 2558 / 17:12
      จิกหมอนกันต่อไปเจ้าค่ะ คาดว่าในอนาคตอันใกล้ แม่หญิงคงได้นอนแดดิ้นเป็นแน่เจ้าค่ะ ๕๕๕
      #100-1
  14. #99 Benzilf (@benbube) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 09:25
    ฟินมากค่ะ555
    #99
    1
    • #99-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 28)
      27 กรกฎาคม 2558 / 16:50
      ๕๕๕๕ หาใช่ท่านคนเดียวไม่ กรินดาก็ฟินเช่นกันเจ้าค่ะ
      #99-1
  15. #98 Ekaract Sun (@sunsun9) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 09:03
    เป็นไงละรตี แกล้งเค้าดีนักโดนเอาคืนเลย
    #98
    1
    • #98-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 28)
      27 กรกฎาคม 2558 / 16:49
      น้อยใจนัก มิสงสารข้าเลยหรือ/ รตี

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 กรกฎาคม 2558 / 17:17
      #98-1