ปักษามนตรา (จบแล้ว)

ตอนที่ 44 : แผนร้าย 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,532
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    27 ส.ค. 58

 





เมื่อเข้าไปใจกลางป่าลึก ยังมิทันจะได้แกะรอยกระทิงแต่อย่างใด เสียงพลุระเบิดก็ดังขึ้นใกล้ๆม้าของวินตรัย อาชาพ่วงพีที่เขาควบขี่อยู่ตะกุยขาหน้าขึ้นร้องอย่างตกใจก่อนจะตะบึงห้อไปอย่างรวดเร็ว วินตรัยรั้งบังเหียนไว้มั่น หมอบกายลงมิให้อาชาตื่นสะบัดตกจากหลัง อาชานี้จัดเป็นยอดม้าฝีเท้าจัดนักแต่หาได้มีผู้ใดขี่ได้ไม่ บัดนี้ด้วยอารามตกใจพาวินตรัยเตลิดลึกเข้ามาในป่าเพียงลำพัง ครั้นหายตกใจมันจึงค่อยผ่อนฝีเท้าลง ชายหนุ่มลงจากหลังม้าผูกไว้ใต้ต้นไม้ ก่อนจะนั่งรอกลุ่มมือสังหารที่คาดว่าจักราคงจะส่งตามมาในไม่ช้า

ทางฝ่ายจักราครั้นเห็นม้าของวินตรัยเตลิดไปเช่นนั้นก็หันไปตำหนิพรานนำทาง

“เหตุใดไม่ระวัง ปล่อยพลุลั่นเช่นนั้น ม้าของท่านวินตรัยเตลิดไป หากเขาเป็นอะไรขึ้นมาเจ้าจะต้องได้รับโทษ” จักราแสร้งตำหนิคนของตน หากแต่ในใจกระหยิ่มยิ่มย่องที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

“ป่าแตกเช่นนี้แล้วคงจะเสียฤกษ์เสียยาม ฝูงกระทิงได้ยินเสียงนี้คงจะหนีไปไกลแล้ว พวกท่านกลับไปแจ้งพระบิดาก่อนเถิด ข้าและคนอื่นๆจะไปติดตามวินตรัยกลับมาเอง” จักราเอ่ยเช่นนี้ ผู้ที่ติดตามมาจึงพากันกลับไปเสีย บัดนี้เหลือแต่เพียงคนของตนเท่านั้น ครั้นแล้วจึงควบม้าตามรอยไป

เสียงพญาอินทรีดังขึ้นจากเบื้องบนอีกครา วินตรัยเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน หยิบยอดหญ้าที่เคี้ยวเล่นออกจากปากก่อนเอ่ยขึ้นไปบนฟ้า

“รู้แล้วน่า กลับไปดูภรรยาข้าก่อนเถิดไป”

ครั้นพญาอินทรีลับหายไปแล้วจึงลุกขึ้นนั่ง เสียงฝีเท้าม้าใกล้เข้ามา หึ ปล่อยให้เขาคอยอยู่นานนัก เกือบจะหลับไปเสียแล้ว

จักราดูดีใจที่ได้เจอเขา แต่คงมิใช่เพราะเป็นห่วง ดูจากสีหน้าแล้วราวกับพรานป่าผู้เห็นเหยื่อที่ตนกำลังตามล่า ประเดี๋ยวก็จะรู้ว่าผู้ใดเป็นเหยื่อผู้ใดเป็นพราน

“วินตรัย ท่านมาอยู่นี่เอง เหตุใดม้าสงบแล้วจึงไม่ขี่กลับไปรวมกลุ่มกับพวกเราเล่า” จักราแสร้งเอ่ยถามราวกับเป็นห่วง

“ข้านึกว่าท่านอยากจะให้ข้าแยกตัวมาตามลำพังเสียอีก” วินตรัยตอบพลางลุกขึ้นยืน

จังหวะที่ร่างสูงหันหลังไปหาม้าที่ผูกไว้ ลูกธนูก็พุ่งเข้ามาอย่างว่องไวหมายที่กลางหลัง จังหวะนั้นวินตรัยก้าวเบี่ยงไปทางขวา ลูกธนูจึงปักเข้ากับลำต้นของไม้ใหญ่ถัดจากวินตรัยไปเพียงองคุลีเดียว

จักราเข่นเขี้ยวในใจ ที่มันหลบไปได้เพราะบังเอิญหรอกน่า ผู้ใดจักมีตาหลังกัน

วินตรัยเหลือบตามองลูกธนูที่ปักอยู่กับลำต้นไม้ยิ้มๆ ยังมิได้หันกลับมา เพียงแต่เบือนหน้ามาเอ่ยกับจักรา

“เพิ่งรู้ว่าท่านเห็นไม้ใหญ่เป็นเป้าไปเสียแล้ว เมื่อครู่ข้าคงจะไปขวางทางท่านไว้สินะ”

รัชทายาทนึกประหลาดใจนัก คนผู้นี้ไม่กลัวตายหรือไง เจตนาเขาก็ออกจะชัดเจนว่าจะเอาชีวิตมัน นี่ยังแกล้งตีหน้าซื่ออยู่ได้อีก สงสัยจักกลัวจนเสียสติไปแล้ว

“อย่าได้พูดจาเพ้อเจ้อ อย่างไรเสียวันนี้เจ้าก็ไม่รอดไปได้ดอก” จักราเอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม

“เล่นอะไรกันหรือจักรา หากอยากจะประมือกันไม่สู้บอกกันล่วงหน้า ทำตัวลอบกัดเช่นนี้ไม่สมกับเป็นเจ้าชายรัชทายาทเลยนะ” วินตรัยเอ่ยราวกับจะเย้ยหยัน

“หึ อีกเดี๋ยวเจ้าก็จะไม่มีเงาหัวแล้ว เจ้าจะตายด้วยวิธีใดก็ไม่ต่างกัน  คนโอหังอย่างเจ้าข้าจักไม่เอาไว้ให้ขัดตาดอก” จักราเอ่ย ทหารองครักษ์คนสนิทรายรอบกายเริ่มตีวงแคบเข้ามา

“อ้อ เช่นนั้นรึ ข้าไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอุปนิสัยของข้า หรือภรรยาของข้าที่ทำให้เจ้าอยากกำจัดข้ากันแน่” น้ำเสียงประชดประชันของวินตรัยเสียดสีให้จักรารู้สึกละอายนัก ได้แต่ตวาดกลับไป

“เหลวไหล ไม่ต้องพูดแล้ว เตรียมตัวตายเสียเถิด”

 “แผนการของเจ้าเป็นเช่นไร พอจะบอกข้าได้หรือไม่ หากให้เดา เจ้าคงจะกลับไปบอกทุกคนว่าเกิดอุบัติเหตุระหว่างอยู่ในป่า บังเอิญยิงศรพลาดมาต้องข้า อย่างนั้นสินะ” วินตรัยเอ่ยยิ้มๆ

“นั่นต้องดูว่าเจ้าตายด้วยวิธีใด หากตายด้วยคมดาบ ข้าจักนำไปให้พยัคฆ์ที่ชุบเลี้ยงไว้ในวังกัดแทะ แล้วบอกว่าเจ้าโดนพยัคฆ์ตะปบตาย แต่เช่นนั้นศพจะไม่สวยไปสักหน่อย ทางที่ดีเจ้าจงเลือกตายด้วยคมธนูของข้าจะดีกว่า” จักราตอบ ไม่เห็นมีเหตุผลใดต้องปิดบังเจตนาตนอีกต่อไป

“เปลี่ยนความคิดเสียเถิดจักรา เจ้าสังหารข้าไม่ได้ดอก”

วินตรัยเอ่ยเตือนอีกครั้ง น้ำเสียงฟังดูอันตราย หากแต่จักรายังไม่รู้สึก ข้างกายเขาแวดล้อมด้วยยอดองครักษ์ จักมีอะไรต้องกลัว

“มีอะไรจะฝากถึงเมียเจ้าหรือไม่ อย่างน้อยข้าจะใจดีกับเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย อ้อ แล้วมิต้องเป็นห่วงนางดอกนะ ข้าจะดูแลเป็นอย่างดี เจ้าจะได้นอนตายตาหลับ” จักราเอ่ยพลางหัวเราะอย่างครื้นเครง สองมือยกคันศรขึ้นง้าง

“มีสิ่งไรข้าจักไปบอกภรรยาเองได้ ไม่จำเป็นต้องฝากเจ้าไปดอก” วินตรัยตอบหมิ่นๆ

ไอ้บ้านี่ยังยียวนแม้กระทั่งนาทีสุดท้าย จักราคิดอย่างขุ่นเคือง ปล่อยศรออกจากแล่ง หากแต่ทันที่ที่ลูกธนูพุ่งไป ร่างสูงใหญ่ซึ่งยืนอยู่ตรงนั้น บัดนี้ได้หายไปแล้ว จักราและเหล่าองครักษ์ได้แต่มองหากันเลิ่กลั่ก ก่อนที่ผู้ติดตามกลุ่มใหญ่จะร่วงหล่นจากหลังม้าทีละคน หาได้มีผู้ใดเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นไม่

เหงื่อเย็นเริ่มเปียกโชกแผ่นหลังของรัชทายาทหนุ่ม เงาวูบไหวที่ผ่านไปมานั้นกระชากร่างแข็งแกร่งของนายทหารผู้มากฝีมือลงมาหมดสติอยู่ที่พื้นโดยไม่ทันมีเสียงร้องสักแอะ องครักษ์ยังอยู่บนหลังม้ากวัดไหวดาบแต่มิอาจป้องกันตัวได้ แม้จักราจะยิงศรไล่ตามก็ราวกับยิงอากาศ หาได้สัมผัสโดนเงานั้นไม่

เมื่อสิ้นร่างนายทหารบนหลังม้าคนสุดท้ายเหงื่อเม็ดใหญ่ก็ผุดบนใบหน้าของจักราหลั่งไหลลงมาราวกับเป็นสายธาร มือที่จับคันศรไว้เริ่มเกร็งและชื้นเหงื่อ แต่หาได้ยอมวางอาวุธไม่ ไอ้วินตรัยมันต้องเป็นปีศาจแน่ๆ มนุษย์ธรรมดาที่ไหนจะเคลื่อนไหวได้ว่องไวเช่นนั้น สายตากวาดมองไปรอบๆ ยามนี้แม้เสียงใบไม้พลิ้วไหวด้วยแรงลมก็แทบจะทำให้องค์รัชทายาทเป็นประสาทไปเพราะความหวาดกลัว เสียงหัวเราะอย่างบันเทิงใจของวินตรัยพลิ้วไหวมาตามสายลม จักราอยากจะเข่นฆ่าไอ้ปีศาจตนนี้นักแต่ไม่อาจมองเห็นว่ามันซ่อนตัวอยู่ที่ใดกัน จึงได้แต่ตะโกนท้าทาย

“แน่จริงก็ปรากฏตัวออกมาสิอ้ายวินตรัย เจ้ามันเป็นปีศาจชัดๆ”

“ข้าบอกเจ้าแล้วมิใช่รึ ว่าเจ้าสังหารข้าไม่ได้ ไม่มีผู้ใดสังหารข้าได้ เจ้ามันโง่เองแท้ๆ นอกจากจะโง่เขลาแล้วยังจิตใจชั่วร้ายนัก” วินตรัยเอ่ยพลางปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอีกครา

“ข้าไม่มีทางยอมแพ้เจ้า” ขัตติยะมานะทำให้จักราประกาศกร้าว แม้หนทางชนะจะไม่มีให้เห็น

“หากทำได้ก็ลองดูเถิด ข้าจะยืนตรงนี้ไม่ไปไหน”

จักรายิงศรเข้าใส่จนลูกธนูหมดกระบอก แต่หาได้ระคายผิวกายพญาครุฑไม่ เห็นเช่นนั้นได้แต่เบิ่งตามองหน้าซีดเผือด คิดจะกระตุ้นม้าหนี หากแต่เสียงเรียบของวินตรัยเอ่ยขึ้น

“คิดว่าม้านั่นจะไวกว่าข้างั้นรึ”

“เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่” จักราถามเสียงสั่น

“เจ้าอยากจะรู้จริงๆรึ”

เอ่ยจบวินตรัยก็พุ่งเข้ากระชากคอเสื้อจักราที่ยังนั่งอยู่บนหลังม้า ปีกใหญ่สยายออกพาทั้งคู่เหินขึ้นสู่เวหาอย่างรวดเร็ว จักราเบิ่งตามองด้วยความหวาดกลัว วินตรัยบินสูงขึ้นไปเรื่อยๆจนจักราแทบจะมิกล้าหายใจ หากตกลงไปสภาพศพเขาคงแหลกเละไม่มีชิ้นดี

“ท..ท่าน โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด” จักราจำต้องละความโอหัง เอ่ยขอชีวิตแก่พญาครุฑ “ข้ามิรู้มาก่อนว่าท่านมีฤทธิ์เดชเช่นนี้จึงได้ล่วงเกินไป ข้า..ข้าขออภัย”

วินตรัยยิ้มมุมปาก แต่มิได้ดูใจดีแม้แต่นิด

“เหตุใดข้าต้องไว้ชีวิตเจ้าด้วยเล่า สำหรับข้า ชีวิตของเจ้าไร้ค่านักดังสัตว์ที่เจ้าล่าเมื่อครู่ หากข้าปล่อยชีวิตเจ้าไปจักได้สิ่งใดเป็นการแลกเปลี่ยนงั้นรึ”

“ท่านปรารถนาสิ่งใดเพียงเอ่ยปากมา ข้า..ข้าจักจัดหาให้ท่านทั้งสิ้น” จักราเอ่ยอย่างลนลาน หมดมาดรัชทายาทผู้สูงศักดิ์

“ข้า...ขอคิดดูก่อน” วินตรัยเอ่ยพลางยิ้มมุมปากอีกครา “โอ้ ดูท่าเสื้อที่เจ้าใส่นี่จะไม่ทนนัก รับน้ำหนักเจ้าเพียงเท่านี้ก็ไม่ไหวเสียแล้ว”

จักราเหลือบตาลงมองอาภรณ์ที่ตนสวมใส่ เนื้อผ้าราคาแพงนุ่มลื่นบัดนี้ชายตะเข็บเริ่มปริแยก มือของเขาพยายามตะปบเสื้อของตนที่อยู่ในกำมือของวินตรัย

“ช..ช่วยด้วย”

เสียงลมกระพือปีกของวินตรัยราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่นับถอยหลัง เสียงเนื้อผ้าที่ปริขาดทำเอาจักราใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว รีบละล่ำละลักเอ่ย

“ข้ายอมแล้ว โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย”

เสียงดังแควกของเนื้อผ้าเป็นดังคำตอบ ร่างของจักราร่วงหล่นจากท้องฟ้า เสียงร้องอย่างหวาดกลัวก้องไปทั่วท้องนภา ก่อนที่ร่างของจักราจะร่วงหล่นลงสู่ระดับต่ำเกินระยะปลอดภัย วินตรัยก็โฉบรับไว้ รัชทายาทหนุ่มค่อยๆลืมตา ครั้นเห็นว่าตนยังไม่ตายก็รู้สึกราวกับได้เกิดใหม่

“ข้าเพิ่งตัดสินใจได้ว่าจะไว้ชีวิตเจ้าแลกเปลี่ยนกับสิ่งใด” วินตรัยเอ่ยช้าๆ

“ท่านจงบอกมาเถิด ข้ายอมทั้งนั้น” จักราละล่ำละลักตอบ

“จากนี้ต่อไปภายภาคหน้า เจ้าจักต้องเป็นพันธมิตรกับเวศาลี ไม่ว่าเกิดเหตุเภทภัยใด จักต้องส่งกำลังไปช่วยเหลือ หากเจ้าผิดคำสัญญาล่ะก็ ข้าจักกลับมาเอาชีวิตเจ้าแน่” วินตรัยขู่สำทับ

“ตกลง”

“แต่ข้าไม่เชื่อคำปลิ้นปล้อนของเจ้าดอก ส่งน้องสาวของเจ้าไปเป็นตัวประกัน จะให้ผู้ใดไปก็ว่ามา”

“โสภิตา ให้โสภิตาไป” จักราเอ่ย แม้จะเป็นยามหน้าสิ่วหน้าขวานก็ยังมิวายมากไปด้วยแผนการ โสภิตามากด้วยเล่ห์เหลี่ยม หากส่งไปจักช่วยเป็นหูเป็นตาให้เขาได้

“ได้ เช่นนั้นข้าจักให้สิเนตราไป” วินตรัยตอบราวกับมิได้ฟังที่จักราพูดสักนิด

วินตรัยพาร่างของจักราบินลงสู่พื้น เมื่อต่ำลงใกล้ยอดไม้ก็ปล่อยร่างของจักราตกลงไปกระแทกพื้นดินจนจุก ครั้นแหงนมองท้องฟ้า เห็นดวงตะวันล่วงเลยยามบ่าย บัดนี้รตีคงจะรอเขาแล้วกระมัง จึงบินกลับไปยังพระราชวังโดยมิได้รอผู้ใด

เมื่อจักราหายจุก ก็ลุกขึ้นไปเตะทหารองครักษ์ที่นอนสลบอยู่ พวกนี้เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ เมื่อครู่เขาเกือบตาย พวกมันหาได้ป้องกันอะไรได้ไม่ ครั้นราชองครักษ์ได้สติ ก็พากันลุกขึ้นอย่างงุนงง เห็นแต่เจ้าชายรัชทายาทที่บัดนี้มิได้สวมใส่ฉลองพระองค์ แล้วบุรุษที่ได้รับคำสั่งให้ตามมาสังหารหายไปไหนเสียแล้วเล่า จักราดูหงุดหงิดนักจนไม่มีผู้ได้กล้าปริปากถาม ได้แต่ออกตามหาม้าที่เดินเตลิดไป ก่อนจะพากันอารักขาเจ้าชายกลับไปสมทบกับขบวนประพาสของกษัตริย์โสจนะ

 

 

            กษัตริย์โสจนะครั้นเห็นโอรสสะบักสะบอมกลับมาก็ฉุกใจคิด ปะติดปะต่อเรื่องราวได้อย่างรวดเร็ว ชะรอยจักราคงคิดไม่ซื่อกับวินตรัยเสียแล้วกระมัง จึงรีบเอ่ยปากถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายมิได้ตามกลับมาด้วย

“วินตรัยอยู่ที่ไหนกัน”

จักรามิได้ตอบบิดาในทันที ชักม้าเข้ามาจนใกล้ ก่อนจะเอ่ยกระซิบเสียงเคียดแค้น

“ท่านพ่อ มันมิใช่คน มันเป็นปีศาจ เมื่อครู่มันจะฆ่าลูก พาลูกบินขึ้นไปบนฟ้า หมายจะทิ้งลงมาให้แหลกเหลว”

“เจ้าโง่ หากเจ้าไม่เอาตัวเข้าไปก่อเรื่องเช่นนี้ อยู่ดีๆเขาจะทำร้ายเจ้ารึ อย่าคิดว่าพ่อไม่รู้ เจ้าทำเช่นนี้หมายจะแย่งภรรยาวินตรัยอย่างนั้นหรือ” กษัตริย์โสจนะเดาได้ถูกต้อง บุตรชายได้แต่นิ่งเงียบไป

“ชั่วช้ายิ่งนัก ผู้ใดสั่งสอนให้เจ้ามีความคิดเช่นนี้กัน” ว่าแล้วก็ตวัดมือตบหน้าโอรสไปฉาดใหญ่ต่อหน้าธารกำนัล จักราอับอายนัก มิเคยต้องเป็นเป้าสายตาให้ผู้คนดูแคลนเช่นนี้มาก่อน บิดาพูดเสียงดังเช่นนี้ เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

“ท่านพ่อ แต่มันมีปีก มันย่อมมิใช่คนแน่นอน เช่นนี้ไม่เป็นอันตรายหรอกรึ” จักรายังคงเอ่ยกระซิบให้บิดาได้ยินเพียงคนเดียว

กษัตริย์โสจนะลดเสียงลงเอ่ยตอบ

“จักรา เจ้าดูท่าทางฉลาด นึกมิถึงจะเขลานัก จะไปสนใจทำไมว่าเขาเป็นอะไร เขามีอิทธิฤทธิ์และพละกำลังถึงเพียงนั้น แต่กลับยอมเข้ากับฝ่ายภัทธิยะเพื่อปกป้องเวศาลี คนหยิ่งทะนงเช่นเจ้าสามารถทำได้อย่างภัทธิยะไหมที่สามารถดึงคนดีมีฝีมือให้มาเป็นพวกเดียวกันได้ เสียทีข้าอุตส่าห์ส่งไปร่ำเรียนถึงสำนักตักศิลา เจ้าคิดได้เท่านี้เองหรือ”

ได้ฟังเช่นนั้นจักราก็รู้สึกละอายนัก ภัทธิยะเป็นศิษย์รุ่นน้องที่สำนักมิได้เด่นดังอันใดเลย แต่ล้วนมีมิตรสหายมากมายเพราะผู้คนชื่นชอบในอัธยาศัยของอีกฝ่าย เขาเสียอีกถือตัวว่าเป็นรัชทายาทจากแคว้นมหาอำนาจ ซ้ำยังฝีมือเก่งกาจ มิเคยเห็นผู้ใดในสายตา มาวันนี้จักต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ จำต้องเอ่ยขอโทษบิดา

“ท่านพ่อ ข้าสำนึกผิดแล้ว ต่อไปนี้จักไม่ทำตัวโอหังเช่นนี้อีก”

“ไม่ต้องมาขอโทษพ่อดอก ไปขอโทษวินตรัยเถิด เจ้าเป็นเจ้าบ้านแต่กลับหมายเอาชีวิตแขกเช่นนี้ ช่างน่าอับอายและเลวร้ายจนไม่อาจให้อภัย พ่อเองก็จักต้องไปขอโทษเขาด้วย ที่อบรมลูกมาไม่ดีเอง”

การประพาสป่าจึงยุติลงแต่เพียงเท่านั้น กษัตริย์โสจนะและรัชทายาทนำขบวนคืนสู่พระราชวังโดยเร่งร้อน หมายใจว่าจักต้องไปขอสมาโทษแก่วินตรัยในทันที




***** จบตอนแล้วนะเจ้าคะ ตอนต่อไปอาจจะเป็นตอนของไภสัชและดารันเจ้าค่ะ ช่วงเดือนตุลากรินดาจำต้องเตรียมตัวเพื่อการสอบสำคัญเจ้าค่ะ พยายามห้ามตัวเองไม่ให้เข้ามาแต่งนิยาย แต่เวลาเครียดๆ มันอดไม่ได้จริงๆนะเจ้าคะ ถ้าใครเห็นคนเขียนเข้ามาอัพ ฝากช่วยไล่กลับไปด้วยเจ้าค่ะ หนังสือหนังหาไม่เป็นอันอ่านกันเลย ๕๕๕๕ ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเจ้าค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

1,450 ความคิดเห็น

  1. #915 sukirri (@sukirri) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 11:34
    สมน้ำหน้าจักรา 
    #915
    0
  2. #557 Brak_Tuan (@mamu_mimi) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 17:06
    ทั้งเดือนตุลาเลยรึเจ้าคะ พี่หญิงกรินดาจักหายไปเช่นนี้ข้าคงอดคิดถึงเจ้าพี่วินตรัย พี่หญิงรตีมิได้ รีบๆกลับมานะเจ้าคะ^^
    #557
    0
  3. #394 Patsiri McNab (@jumpsuit_bb) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 19:08
    ชอบตอนนี้มากค่ะ ชอบกษัตริย์ของโสจนะ มีขัตติยะมานะสมเป็นผู้ปกครอง ตอนแรกที่อ่านนึกว่าจะโฉด ลูกเลวแต่พ่อไม่เลว
    #394
    1
    • #394-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 44)
      18 กันยายน 2558 / 20:39
      อิอิ พ่อยยังมีคุณธรรมนะเจ้าค่ะ
      #394-1
  4. #324 Ekaract Sun (@sunsun9) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 13:12
    พ่อดูมีสำนึกมากกว่า ตอนนี้สอนให้รู้เลย มนุษย์แม้เกิดในวรรณะสูงเท่าการศึกษาสูงเพียงใด ก็ไม่เทียบเท่าใจที่ปฎิบัติ
    #324
    1
    • #324-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 44)
      1 กันยายน 2558 / 19:04
      ท่านผู้นี้กล่าววาจาได้น่าฟังนัก ชาติกำเนิดและการศึกษาหรือจะสู้จิตใจที่สูงส่ง
      #324-1
  5. #300 KamMuPing (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 03:18
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #300
    1
  6. #288 คุณหนูป๊อป (@poppynich) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 10:39
    แหม...ถ้าจะให้ดีวินตรัยควรต่อยฝากรอยบนหน้าจักราสักสองสามที
    #288
    1
    • #288-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 44)
      29 สิงหาคม 2558 / 18:54
      ถ้ามีบทอีก จักจัดให้ตามประสงค์เจ้าค่ะ หวังว่าคงไม่ช้าไป
      #288-1
  7. #285 sasimy (@sasimaoil) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 09:38
    ขอบคุณมากค่ะ ชอบมากเลยเรื่องนี้ ขอให้สอบได้คะแนนที่หวังนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #285
    1
    • #285-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 44)
      29 สิงหาคม 2558 / 18:53
      ขอบคุณเจ้าค่ะ กรินดาก็ดีใจนักที่ท่านยังคงติดตามไม่ทิ้งกันไปไหน
      #285-1
  8. #284 jeepgoodluky (@jeepgoodluky) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 09:35
    ขอบคุณนะคะไรต์ ขอให้โชคดีในการสอบค่ะ
    #284
    1
    • #284-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 44)
      29 สิงหาคม 2558 / 18:52
      ขอบพระคุณเจ้าค่ะ จักตั้งใจสอบและตั้งใจเขียนต่อไป ๕๕๕
      #284-1
  9. #282 Waressara Sangkakun (@zurun1236) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 09:22
    เป็นกำลังใจให้สอบผ่านไปได้ด้วยดีนะเจ้าค่ะ^^
    #282
    1
    • #282-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 44)
      29 สิงหาคม 2558 / 18:52
      ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ดีใจยิ่งนักได้รับกำลังใจจากท่าน
      #282-1
  10. #281 Noey Berry (@1-1398-0003-417) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 09:08
    โสภิตาเป็นคนดีอ่ะป่าว??
    #281
    1
    • #281-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 44)
      29 สิงหาคม 2558 / 18:51
      ต้องรอดูต่อไปเจ้าค่ะว่าจักมีบทบาทหรือไม่ พยายามวางพลอตอยู่ยังไม่แน่นอนนักเจ้าค่ะ
      #281-1
  11. #280 Noey Berry (@1-1398-0003-417) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 09:08
    วินตรัยจะเอาโสภิตาไปทำไม รู้สึกจะดราม่าหรือผิดใจกันก็คราวนี้แหละ (ถ้าวินตรัยเจ้าชู้เค้าจะไม่ให้อภัยเลย)ทีมนางนาค
    #280
    1
    • #280-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 44)
      29 สิงหาคม 2558 / 18:51
      อิอิ ต้องคอยติดตามต่อไปเจ้าค่ะ แต่วินตรัยน่าจะหายห่วงเรื่องเจ้าชู้นะเจ้าคะ ถ้ามีแววมาเดี๋ยวคนเขียนจัดการเชือดเอง คอยดู๊ ๕๕๕๕
      #280-1
  12. #278 แพรี่ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 09:05
    ขอให้สอบได้คะแนนเยอะๆนะค่ะไรเตอร์
    #278
    1
    • #278-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 44)
      29 สิงหาคม 2558 / 18:50
      สาาาาธุ ขอบคุณเจ้าค่ะสำหรับกำลังใจ ท่านแพรี่ช่างน่ารักนัก
      #278-1
  13. #277 ดาวเรือง (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 08:06
    ไรเตอร์ช่างมีน้ำใจยิ่งใหญ่นัก

    แม้ข้าจะอยากอ่านทุกวัน แต่หากเป็นเหตุให้เจ้าไม่ได้อ่านหนังสือละก็

    ข้าคงรู้สึกผิดนัก ขอแนะนำให้เจ้าแบ่งเวลาให้ดีนะเจ้าคะ

    ไม่มีสมาธิอ่านก็แต่งนิยายคลายเครียด พอหายเเล้วกลับไปอ่านหนังสือต่อนะเจ้าคะ

    จะได้ วิน วิน ทั้งคู่ เจ้าค่ะ 5555555
    #277
    1
    • #277-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 44)
      29 สิงหาคม 2558 / 18:49
      เจ้าค่ะ กรินดาจักสู้ๆ และแบ่งเวลาให้ดีตามที่ท่านดาวเรืองแนะนำ อย่างไรเสียทุกวันนี้ก็แต่งนิยายราวกับเป็นลมหายใจ ขาดไปคงเหมือนขาดอะไรสักอย่างนะเจ้าคะ วิน วิน จริงๆด้วยสิ ๕๕๕
      #277-1
  14. #276 RIN' (@logiona) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 07:18
    ขอบคุณค่า รอๆคู่หนูดารัน
    #276
    1
    • #276-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 44)
      29 สิงหาคม 2558 / 18:49
      ดารันดราม่าเสียแล้วววว ๕๕๕
      #276-1
  15. #275 Mallow Kim (@mallow0206) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 06:55
    เมื่อใดกันเล่าที่วินตรัยจะได้สมรักกับแม่หญิงรตี #ทีมวินตรัย
    #275
    1
    • #275-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 44)
      29 สิงหาคม 2558 / 18:48
      จักจัดไปให้สาสมใจนะเจ้าคะ ดีที่แม่หญิงทักท้วงมา มิเช่นนั้นกรินดาจักนิ่งนอนใจต่อไป ๕๕๕๕
      #275-1
  16. #274 Oami Pinato (@oami-2411) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 01:18
    ขอบคุณคะที่มาอัพให้อ่านบ่อยๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #274
    1
    • #274-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 44)
      29 สิงหาคม 2558 / 18:48
      ขอบคุณค่ะ การได้อัพนิยายเป็นความสุขของกรินดาเช่นกันเจ้าค่ะ
      #274-1
  17. #273 คนอ่านคร้าา (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 23:33
    สู้ๆค่ะ ขอให้สอบผ่านทุกวิชานะคะ โชคเอๆๆๆๆๆ
    #273
    1
    • #273-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 44)
      29 สิงหาคม 2558 / 18:48
      สาาาาาาาธุ ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ขอให้สมพรปาก กรินดาจักดีใจยิ่งเจ้าค่ะ
      #273-1