ปักษามนตรา (จบแล้ว)

ตอนที่ 6 : ผู้บุกรุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,257
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    16 ก.ค. 58





หลังจากวินตรัยบินจากไป บดินทร์รีบตรงมายังวิมานของเขา แน่นอนว่าเสือร้ายไม่ยอมอยู่รอให้เขาสอบสวน บดินทร์จึงตรงไปยังเรือนของหมอหลวงแทน

“ไภสัช เจ้ารู้เรื่องของวินตรัยหรือไม่” บดินทร์ถามทันทีที่ได้พบหน้า

ไภสัชซึ่งกำลังปรุงยาอยู่ วางส่วนผสมในมือลง มองหน้าเขาก่อนพยักหน้า

“แล้วทำไมเจ้าจึงไม่ทำอะไรสักอย่างเล่า”

“เจ้าจะให้ข้าทำเช่นไร เจ้าก็รู้จักนิสัยของนายข้า”

ด้วยว่าอายุรุ่นราวคราวเดียวกันไภสัชกับเหล่าเทพบุตรหนุ่มรู้จักกันดี แต่ไภสัชมักไม่ค่อยไปเข้าร่วมเสวนา เขามักจะหมกตัวอยู่กับตำรับตำรามากกว่า

“เจ้าไม่เตือนเขาหรือว่าทำเช่นนี้จะเกิดผลเช่นไร”

“เขารู้แก่ใจดีอยู่แล้ว ข้าไม่จำเป็นต้องบอกหรอก” ไภสัชเองก็มีสีหน้าหม่นหมอง หลายวันนี้มานี้เขาเอาแต่ทำงาน ไม่ยอมปล่อยตัวเองให้มีเวลาว่างเพราะต้องการลืมความทุกข์บางอย่างในจิตใจ สิ่งเดียวที่พอจะปลอบประโลมใจเขาได้คือการได้รู้ว่านางยังปลอดภัยและสบายดี

“วันนี้ข้าเจอสองคนนั้นที่หนองน้ำกลางป่า นางนาคตนนั้นฝากข้าไปแจ้งแก่บิดานางว่านางโดนลักพามา แล้วเช่นนี้ข้าควรทำเช่นไรล่ะ” บดินทร์เอ่ยอย่างหนักใจ

“ก็อยู่ที่เจ้าจะตัดสินใจ ไม่ว่าเจ้าจะนำสารไปแจ้งแก่บิดาของนางหรือไม่ จะช้าหรือเร็วเรื่องก็ต้องแดงขึ้นมาอยู่แล้ว เจ้าอยากจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาหรือไม่ล่ะ” ไภสัชตอบโดยใช้ศัพท์ทางการแพทย์เปรียบเปรย

“ถ้าเจ้าเป็นข้า เจ้าจะทำเช่นไรล่ะ” บดินทร์เอ่ยกับไภสัชอย่างขอความเห็น

“เจ้าจะเห็นแก่มิตรภาพหรือเห็นแก่ความถูกต้องล่ะ” ไภสัชยกมือขึ้นเท้าโต๊ะก่อนกล่าวต่อ “เจ้าเห็นว่านางตกอยู่ในอันตรายหรือไม่ หากเจ้าไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวจะทำให้เหตุการณ์เลวร้ายขึ้นหรือไม่ หากเจ้าคิดว่าคำตอบคือใช่ ก็จงให้ความช่วยเหลือแก่นาง หากแต่คำตอบของเจ้าคือ ไม่ เจ้าก็จงปล่อยให้เป็นเรื่องของวินตรัยเสีย”

“นางก็ดูสบายดี ถ้าเช่นนั้นข้าคงไม่เสี่ยงผิดใจกับวินตรัยแล้ว ขอบใจเจ้ามากที่ช่วยข้าตัดสินใจ” บดินทร์เอ่ยสีหน้าดีขึ้น ทว่าไภสัชหน้าหมองลงเล็กน้อยเมื่อได้ฟังเพื่อนตัดสินใจเช่นนั้น

“ว่าแต่เจ้าพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าเหตุใดวินตรัยจึงตัดสินใจกระทำการอุกอาจเยี่ยงนั้น นี่ดูไม่ใช่วิสัยของเขาเลย” บดินทร์ยังคงถามอย่างข้องใจด้วยปกติแม้จะออกเที่ยวรื่นเริงกันตามประสาชายหนุ่ม วินตรัยก็เป็นคนที่สุขุมเยือกเย็นจนเพื่อนๆแทบจะเรียกว่าเจ้าชายน้ำแข็ง

“เจ้าได้พบนางแล้ว ยังเดาไม่ออกอีกหรือ” ไภสัชถาม ในใจอยากจะตะโกนบอกไปว่าเขาก็เป็นอีกคนที่ติดบ่วงสเน่ห์นางเช่นกัน เพียงแต่ที่ผ่านมาได้แต่เก็บอาการไว้ภายใต้ความเป็นมืออาชีพของแพทย์ยามได้สัมผัสต้องกายนาง

“อืม ก็จริงของเจ้า นางก็งามมากจริงๆ หากข้าได้พบนางก่อนวินตรัยก็อาจจะหักห้ามใจได้ยากเช่นกัน” บดินทร์สารภาพ เขาหันมามองไภสัชอย่างพิจารณา “เจ้าซูบลงไปเยอะนะไภสัช งานหนักหรือ”

“นิดหน่อย” ไภสัชตอบอย่างขอไปที ไม่ต้องการเปิดเผยความในใจให้อีกฝ่ายฟัง

“เจ้าควรไปไหนมาไหนกับพวกข้าบ้าง มัวแต่หมกตัวอยู่กับตำรายา เช่นนี้จะหาสตรีที่ไหนมาเหลียวแลเล่า เสียทียังหนุ่มยังแน่น” บดินทร์เย้า

แพทย์หนุ่มรูปงามนิ่งคิด บางทีคราวหน้าเขาอาจจะตอบตกลง

....................................

วินตรัยพารตีกลับถึงตำหนักด้วยสภาพเปียกมะล่อกมะแล่กทั้งคู่ อันตราได้แต่มองอย่างสงสัย คู่นี้ออกไปด้วยกันทีไรไม่เคยกลับมาในสภาพเดิม

แต่กลับมาคราวนี้ทั้งสองดูอารมณ์ดีไม่ฮึดฮัดใส่กันเหมือนคราวก่อนๆ

รตีปรี่เข้าไปหาอันตราพร้อมโอดครวญ “อันตรา ข้าหิวเหลือเกิน มีอะไรให้กินบ้างหรือไม่” วินตรัยได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจ เขาพานางออกไปทั้งวัน แต่ลืมหาอะไรให้นางกิน

“เจ้าค่ะแม่หญิงรตี โปรดรอสักครู่ ข้าจะไปยกอาหารจากห้องเครื่องมาให้เดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ” อันตรารับคำอย่างกระตือรือล้น

“เตรียมเผื่อข้าด้วยนะอันตรา” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น

สตรีทั้งสองหันมามองเขาอย่างประหลาดใจ ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม “ทำไมล่ะ ข้าจะกินด้วยไม่ได้รึไง”

ปกติชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องกินอาหารหยาบ เขาสามารถเสพอาหารทิพย์ได้ดุจดังเทพองค์หนึ่ง แต่มาวันนี้เขานึกยังไงอยากจะกินด้วยขึ้นมา

เพียงไม่นานขบวนขันโตกก็เรียงรายมาตั้งที่นอกชาน เมื่อแม่ครัวใหญ่รู้ว่าเจ้าชายจะเสวยด้วยก็ลงมือปรุงอาหารสุดฝีมือ รตีได้แต่ทำตาโตเมื่อเห็นอาหารจานแล้วจานเล่าถูกยกมาวาง

ด้วยว่าเป็นเวลาใกล้มืด ตะเกียงถูกจุดขึ้นทั่วบริเวณ วินตรัยนั่งหลังตรงอยู่ตรงข้ามกับหญิงสาว อาหารวันนี้แม้จะประกอบขึ้นจากวัตถุดิบดาษดื่นแต่รสชาติกลับอร่อยกว่าอาหารทิพย์เสียอีก ทั้งสองรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย หญิงสาวเอ่ยถามสิ่งที่ติดใจสงสัยมานาน

“ทำไมท่านยังคงเป็นเจ้าชายอยู่เล่าในเมื่อบิดาของท่านก็สิ้นไปนานแล้ว ท่านไม่ขึ้นปกครองแทนบิดาหรือ”

“ยังหรอก ข้ายกให้มารดาเป็นผู้บริหารแทน ไว้นางเบื่อเมื่อใดข้าจักขึ้นแทน” เขาตอบ

“ทำไมล่ะ” นางยังคงถามต่ออย่างสงสัย

“แม่ข้าจะได้มีอะไรทำไม่เหงา ที่สำคัญ” เขาหยุดไปนิดหนึ่งก่อนเอ่ยต่อ “นางจะได้ไม่มีเวลามาสอดส่องชีวิตส่วนตัวของข้าไงล่ะ” เขายักคิ้ว หยักมุมปากขึ้นข้างหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาดูร้ายกาจ แต่กลับมีสเน่ห์อย่างน่าประหลาด

“งั้นหรือ แล้วได้ผลไหมล่ะ” รตีถาม ปรายตามองเขาอย่างกังขา นางจำได้ว่าคืนแรกที่เขาจับนางมา มารดาของเขามาถึงตำหนักแทบจะทันที นี่ขนาดไม่มีเวลามาสอดส่องนะ

ชายหนุ่มเดาความหมายได้จากสีหน้านาง เขาทำหน้ายุ่ง

“นั่นมันยกเว้น” ชายหนุ่มว่าแล้วก็เงียบไปไม่ขยายความต่อ ปกติเขาจะไปเตร็ดเตร่เริงร่าที่ใด มารดาเขาไม่มีทางรู้หรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเขาไปเกี้ยวพาราสีใคร เขามักเก็บเป็นความลับเสมอไม่เคยถึงหูมารดา แต่ท่ามกลางเหล่าบริวารและประชากรครุฑเขาสำรวมเสมอด้วยรู้อะไรควรมิควร และกับคนตรงหน้าเขาไม่จำเป็นต้องอธิบาย

“อย่างไรก็ดี ข้าก็ช่วยรับผิดชอบงานในส่วนที่นางทำไม่ไหวหรือไม่ค่อยชำนาญนัก”

“ข้าเห็นแต่คนชิงบัลลังค์ ลูกชิงจากพ่อ พี่น้องฆ่ากัน ท่านนี่แปลกคน กลับไม่อยากมีอำนาจเสียอย่างนั้น” รตีวิจารณ์อย่างแปลกใจ พงศาวดารกี่เล่มต่อกี่เล่มที่นางเคยอ่าน มีแต่การฆ่าฟันเพื่อก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ทั้งนั้น

“ตำแหน่งนั้นก็เป็นแค่ชื่อ อำนาจอยู่ที่ตัวคนต่างหาก” วินตรัยตอบเหมือนไม่สนใจ แต่รตีรู้ว่าเขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม แน่ล่ะ พญาครุฑย่อมทรงทั้งพละกำลังและอำนาจโดยตัวเองอยู่แล้ว จะไปสนตำแหน่งทำไมกัน

“เจ้าล่ะ ไม่สนใจจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่กับเขาบ้างหรือ” วินตรัยถามยิ้มๆ ในใจอยากจะถามว่า ไม่สนใจบุรุษผู้ยิ่งใหญ่บ้างหรือ แต่กลัวจะทำให้นางอารมณ์เสีย พาลให้เสียบรรยากาศไปด้วย

“ไร้สาระทั้งเพ ข้าไม่สนใจหรอก จะยิ่งใหญ่เพียงใดไม่เห็นมีความสุข สู้มีอิสรภาพได้ท่องเที่ยวไปตามใจปรารถนา อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องสนใจกฎเกณฑ์ใดๆ ไม่ต้องถูกกักขัง” ประโยคสุดท้ายนางหันมามองตาเขา แต่วินตรัยแสร้งหันไปมองขอบฟ้า

“วันนี้มืดเร็วจริง” เขาเปรยเหมือนไม่ได้ยินที่รตีพูดเมื่อครู่

ดวงตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว ทั้งสองก็อิ่มพอดี ขบวนนางกำนัลทยอยยกอาหารกลับไปยังห้องเครื่อง

“เจ้าไปนอนเถิด ข้าเองก็จะกลับไปทำงานต่อเช่นกัน”

บทสนาจบลงอย่างห้วนๆ เพียงเพราะชายหนุ่มกลัวเหลือเกินว่านางจะขอในสิ่งที่เขาให้ไม่ได้

วันนี้เป็นวันอันยาวนาน เพียงหัวถึงหมอนรตีก็หลับไปทันทีอย่างอ่อนเพลีย นับเป็นราตรีแรกที่นางหลับสนิททั้งคืน

...................................

รุ่งเช้ารตีตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์สดชื่นเพราะได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ หญิงสาวใช้เวลานอนอ่านหนังสือเพลินๆอยู่ในห้องนอนเช่นเคยก่อนจะได้ยินเสียงร้อนรนของอันตราร้องขึ้นภายนอกห้อง

“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ ท่านโกมินทร์ เจ้าชายไม่อยู่เจ้าค่ะ ขอเชิญท่านมาใหม่เถิด....”

ไม่นานนักเสียงฝีเท้าหนักก็ใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงของอันตราที่ร้องอย่างตกใจ “ห้องนั้นเข้าไปไม่ได้เจ้าค่ะ”

ฉับพลันประตูก็เปิดผางออก รตีเหลียวหน้าไปมอง พบชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกับวินตรัย แม้จะหน้าตาประพิมประพายกันแต่ก็หาได้คมเข้มน่ามองเหมือนวินตรัยตรัยไม่ ชายผู้นั้นส่งสายตาคมวิบวับให้รตีก่อนก้าวเข้ามาในห้องอย่างถือสิทธิ์

 

โกมินทร์มองสตรีบนเตียง แม้นอยู่ในห้องส่วนตัว ไม่มีเครื่องประทินโฉมสักนิด แต่เหตุใดจึงงามนัก ผมยาวนุ่มสลวยราวกับเส้นไหมทิ้งตัวเป็นม่านลงประไหล่ก่อนทิ้งกระจายบนเตียง ให้ตายสิ เขาชิงชังวินตรัยเหลือเกิน ทำไมทั้งที่เป็นญาติกัน มันจึงได้โชคดีกว่าเขาไปเสียทุกเรื่อง โกมินทร์คิด ไม่เว้นแม้แต่เรื่องผู้หญิง ขนาดเขามีนางสนมเต็มเรือนแต่เพชรน้ำงามกลับมาตกอยู่ในมือมันผู้ไม่เคยมีนางสนมสักคน

รตีลุกจากเตียงขึ้นยืนตรงอย่างเผชิญหน้า นี่มันอะไรกันอีกเนี่ย ตำหนักนี้ใครจะมาใครจะไปก็ได้หรือไร

“เจ้าเองสินะคือโฉมงามที่เหล่าครุฑโจษจันกัน” เขาก้าวเข้ามายืนเผชิญหน้ากับรตีห่างออกไปเพียงเอื้อมแขน อันตราเดินตามเข้ามาในห้องอย่างระแวดระวัง วันนี้วินตรัยมิอยู่ด้วยติดประชุมทั้งวัน โกมินทร์คงคิดฉวยโอกาสนี้มาระรานรตีเป็นแน่ อันตราซึ่งพอจะรู้ความเป็นไปภายในครอบครัวรู้ดีว่าโกมินทร์ญาติผู้น้องของวินตรัยไม่ได้มีความสัมพันธ์อันดีกับญาติผู้พี่เท่าใดนัก สายตาของนางมองโกมินทร์อย่างไม่ไว้วางใจ

 

ความนวลเนียนของผิวเนื้ออมชมพูระเรื่อของสาวงามตรงหน้าทำให้โกมินทร์อดใจไม่ไหว เอื้อมมือออกไปหมายจะสัมผัสแก้มนวล รตีถอยหลังหลบฉาก ดวงตากลมโตราวกับตากวางมีแววระวังภัย

“หากท่านเข้ามาเพื่อจะแสดงกิริยาไร้มารยาทเช่นนี้ ขอเชิญออกไปเถิด” รตีเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบ แม้สีหน้าจะเรียบเฉยแต่ประกายตาวาววับ โกมินทร์พิศโฉมนางอย่างเพลิดเพลินไม่สนใจต่อท่าทีโกรธ เขาถูกใจนางยิ่งนัก

“เจ้าอย่าได้ทำรังเกียจข้าไปเลย ยศศักดิ์ข้านั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าวินตรัยดอก หากเจ้าทำให้ข้าเมตตา...” โกมินทร์พูดตรงไปตรงมาด้วยไม่รู้ถึงสถานะที่แท้จริงของสตรีตรงหน้า

รตีทำเสมือนไม่ได้ยิน หันไปพูดกับอันตราเสียงห้วน “อันตรา ส่งแขก ข้าจักพักผ่อน” กล่าวจบนางก็หันไปพูดกับเขา “เชิญ”

รตีกำลังจะหันหลังกลับทว่าชายแปลกหน้ากลับคว้าต้นแขนไว้ก่อนกระชากเข้าหา

“อย่าได้ทำเมินใส่ข้าอีก จำไว้” โกมินทร์กอดร่างบางนุ่มนิ่มไว้กับอก รตีนิ่วหน้า พวกครุฑที่เป็นอะไรกันมากไหม เหตุใดชอบเร้าหรือกับสตรีที่ไม่เล่นด้วย สมัยนางอยู่ที่เมืองบาดาลหาได้มีผู้ใดทำกิริยาหยาบคายวุ่นวายกับนางเช่นนี้ไม่

เสียงของอันตรายังดังอยู่ข้างๆ

“ท่านโกมินทร์ โปรดกลับไปก่อนเถิดเจ้าค่ะ ปล่อยแม่หญิงด้วยเจ้าค่ะ ผู้ใดมาเห็นจักไม่งาม”

โกมินทร์หาได้สนใจต่อคำพูดของอันตราไม่ เขายิ้มพอใจ ร่างในอ้อมแขนของเขานิ่งไป คงจะกำลังหวาดกลัวอยู่กระมัง เห็นทีเขาต้องนุ่มนวลกับนางขึ้นสักหน่อย แต่ไม่ทันคาดคิด ร่างของรตีทิ้งน้ำหนักลงกับพื้น หลุดจากวงแขนเขาอย่างง่ายดาย

รตีไม่รอช้าวิ่งออกจากห้องมาถึงห้องโถงโดยมีร่างของโกมินทร์ที่ไหวตัววิ่งตามมาอย่างทันท่วงที อันตราวิ่งเข้าไปขวางไว้ก็ถูกผลักจนล้ม เพียงกระโจนไม่กี่ก้าวโกมินตร์ก็คว้าร่างบางไว้ได้อย่างง่ายดาย อันตรารู้ว่าตนเองจนปัญญาจะต้านทานจึงรีบหลบหนีออกจากตำหนัก บินตรงไปยังท้องพระโรงที่วินตรัยออกร่วมว่าราชการอยู่ทันที

 

...แย่แล้ว นางกำนัลนั่นหนีไปได้ คงจะไปรายงานเจ้านายนางเป็นแน่ เห็นทีเขาต้องรีบล่าถอยก่อนกระมัง มากระตุกหนวดเสือถึงถิ่น วินตรัยคงไม่ละเว้นเขาแน่... โกมินทร์ก้มมองร่างบางในอ้อมแขน ...ส่วนนางถือเป็นของรางวัลของการบุกถ้ำเสือวันนี้ก็แล้วกัน หากวินตรัยตามไปไม่ทันก็ช่วยไม่ได้ เขาคงได้มีโอกาสเชยชมนางเสียหน่อย... คิดดังนี้แล้วโกมินทร์ก็พารตีบินออกจากตำหนักไปอย่างรวดเร็ว

 

ไภสัชกำลังง่วนอยู่กับการทดลองตัวยาอยู่เช่นเคย เสียงตะโกนโหวกเหวกลั่นฟ้าดึงความสนใจของเขา ในเขตเมืองฟ้าเช่นนี้จะหาผู้ใดมาตะโกนโวยวายเช่นนี้ย่อมไม่ปกติ ร่างสูงของเขาชะโงกออกมานอกหน้าต่าง เห็นร่างครุฑบินผ่านไปไวๆ หากเขาตาไม่ฝาดดูจะกำลังแบกอีกร่างหนึ่งไปด้วย

...ให้ตายสิ เสียงสตรีที่กำลังกรีดร้องนั่นคุ้นเหลือเกิน... ไภสัชมองตามร่างที่กำลังจะลับไปจากสายตา บินด้วยความเร็วเช่นนี้คงกำลังหลบหนีอะไรเป็นแน่ เขานึกถึงสตรีที่อยู่ในใจของเขาตลอดเวลา วันนี้วินตรัยมีประชุมทั้งวัน จะเกิดอันตรายอะไรกับนางหรือปล่าวนะ ไภสัชกางปีกใหญ่ออก เขาตัดสินใจบินติดตามไปทิศทางที่ร่างนั้นลับหายไปทันที

 

ด้วยความที่แบกหญิงสาวมาด้วยอีกทั้งนางยังดิ้นตลอดเวลา โกมินทร์จึงบินไม่ได้เร็วดังใจนึก เพียงไม่นานนักไภสัชก็ตามทัน ทว่าแพทย์หนุ่มมิได้บุ่มบ่ามเข้าไปแสดงตัว เขาชะลอความเร็ว รอจนกระทั่งโกมินทร์พารตีเข้าตำหนักไปจึงค่อยแฝงตัวเข้าไปอย่างเงียบเชียบ

 

ครั้นโกมินทร์วางร่างรตีลงกับพื้น หญิงสาวรีบกวาดสายตาสำรวจรอบตัวประเมินสถานการณ์ทันที นางรู้ว่าอันตราคงจะรีบไปตามคนมาช่วย สิ่งที่นางต้องทำยามนี้คือพยายามถ่วงเวลา ทว่าโกมินทร์ก็คงจะคิดเช่นเดียวกัน เขาคงไม่หลงกลนางแน่ จริงดังคาด โกมินทร์สืบเท้าเข้ามาใกล้สายตาหมายมาด

รตีไม่คิดกลายร่างเป็นนาคเพื่อหลีกหนีการคุกคาม หากนางทำเช่นนั้นชีวิตนางคงตกอยู่ในอันตรายแน่ คนอย่างโกมินทร์น่าจะเหยียดเผ่าพันธุ์ของนาง คงเห็นชีวิตของนางเป็นเหมือนหนอนแมลงตัวหนึ่ง สู้ให้เขาเข้าใจว่านางเป็นมนุษย์ดูจะมีโอกาสรอดมากกว่า

โกมินทร์ตรงเข้ากึ่งลากกึ่งจูงรตีไปยังทิศทางที่เป็นห้องบรรทม รตีขืนตัวไว้พลางเอ่ยน้ำเสียงประนีประนอม

“เดี๋ยวก่อนท่าน ไม่ทราบท่านมีห้องสุขาหรือไม่ เมื่อครู่ข้ากลัวความสูงนัก ขอปลดทุกข์เบาหน่อยเถิด”

โกมินทร์หันมามองด้วยสีหน้ารำคาญ

“อย่ามาลูกไม้กับข้า เจ้าคิดจะถ่วงเวลางั้นรึ ไม่สำเร็จดอก”

“ข้าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา มิได้อิ่มทิพย์โดยมิต้องขับถ่าย หากท่านไม่เชื่อ ข้ากลั้นไม่ไหวขึ้นมาก็อย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน” รตีพูดหน้าตาย

โกมินทร์ฟังแล้วเห็นภาพตาม ให้ตายสิ หากเป็นเช่นนั้นจริงเขาก็คงหมดอารมณ์กันพอดี ชายหนุ่มชี้นิ้วไปส่งๆ

“ทางโน้น เร็วๆเข้าล่ะ อย่าให้ข้ารอนาน ไม่เช่นนั้นเจ้าเดือดร้อนแน่”

รตีรีบเดินไปทางห้องที่เขาชี้ แทบจะถอนหายใจอย่างโล่งอก หากแต่..แล้วทำยังไงต่อล่ะ นางคงถ่วงเวลาอยู่ในนี้ได้ไม่นาน รตีชะโงกหน้ามองออกมาจากหน้าต่างแคบๆ มองลงไปเบื้องล่างสูงลิบจนเกือบหน้ามืด ให้กระโดดลงไปงั้นหรือ นางขอนั่งรอในนี้ดีกว่า อย่างน้อยรอจนครุฑชั่วนั่นบันดาลโทสะมาลากนางออกไป ถึงตอนนั้นความช่วยเหลืออาจจะมาถึงแล้วก็ได้ ขณะกำลังกำลังครุ่นคิดนั้นก็ปรากฏร่างคุ้นตาที่นอกหน้าต่าง

“ไภสัช” รตีอุทานแผ่วเบา ทำหน้าราวกับถูกผีหลอกแล้วก็กลับเป็นดีใจสุดขีด

แพทย์หนุ่มรูปงามยิ้ม เขาเอานิ้วจุ๊ปากก่อนเอื้อมมือมารับหญิงสาว รตีกระโดดขึ้นนั่งบนขอบหน้าต่าง ไภสัชโอบอุ้มนางไว้ในอ้อมแขนแข็งแรงก่อนจะค่อยๆพาบินจากไปอย่างเงียบเชียบ

ฝ่ายโกมินทร์รู้สึกนานผิดสังเกต จึงตรงไปกระชากประตูห้อง กลับเจอแต่ความว่างเปล่า เขามองออกไปนอกหน้าต่างก็ไร้วี่แววใดๆ นางหนีไปได้อย่างไร ไหนบอกว่าเป็นมนุษย์ นางกระโดดลงไปฆ่าตัวตายอย่างนั้นหรือ หรือแท้จริงแล้วนางเป็นครุฑหรือกินรีจึงบินหนีไป โกมินทร์ทุบขอบหน้าต่างอย่างอารมณ์เสีย เขามิน่าหลงกลนางเลย

 

 

รตีกอดไภสัชไว้แน่น โชคดีเหลือเกิน ตอนแรกนางคิดว่าตนจะไม่รอดเสียแล้ว หากต้องเสียทีให้กับคนหยาบเช่นโกมินทร์ นางคงต้องกัดลิ้นตาย หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองแพทย์หนุ่ม เอ่ยอย่างยินดี

“ข้ามิรู้จะตอบแทนท่านอย่างไร ไภสัช ท่านช่วยเหลือข้าหลายต่อหลายครั้ง ข้าซาบซึ้งใจเหลือเกิน”

“อย่าได้คิดมากเลย ข้าดีใจที่เห็นท่านปลอดภัย” ไภสัชตอบสีหน้าเบิกบาน หัวใจพองโต เพียงแค่ได้พบนางเขาก็มีความสุขแล้ว เขาคิดถึงนางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน บัดนี้นางอยู่ในอ้อมแขนเขา ราวกับฝันไป ขณะนั้นร่างหนึ่งก็บินสวนมาอย่างรวดเร็ว ร่างนั้นชะลอความเร็วลงเมื่อเห็นคนทั้งสอง

“รตี! ไภสัช!” วินตรัยบินตรงเข้ามาหาคนทั้งสอง รตีเจ้าปลอดภัยดีหรือไม่ ไภสัช เจ้าตามมาช่วยนางได้อย่างไร

พอดีข้าได้ยินเสียงร้องของนาง จึงแอบติดตามมาเงียบๆ โกมินทร์ยังอยู่ที่ตำหนัก ข้ามิได้ปะทะกับมัน ได้แต่ลอบช่วยแม่หญิงรตีออกมาก่อนไภสัชตอบ สีหน้าของวินตรัยเคร่งเครียดยิ่งนัก

ข้าฝากรตีกับเจ้าด้วย ข้าจะไปคิดบัญชีกับไอ้โกมินทร์มันเสียก่อนแล้วจะตามไปสบทบกับพวกเจ้าที่ตำหนัก ไภสัชเจ้าจงอยู่เป็นเพื่อนนางจนกว่าข้าจะกลับไปกล่าวจบวินตรัยก็มุ่งหน้าไปยังวิมานของโกมินทร์อย่างรวดเร็ว

 

แม้ว่าทั้งสองจะเกี่ยวพันเป็นญาติกันแต่ทว่าความสัมพันธ์มิได้ปกติดังเครือญาติทั่วไป โกมินทร์นั้นมีจิตริษยาญาติผู้พี่มาโดยตลอดด้วยว่าวินตรัยดูจะโชคดีกว่าเขาไปเสียทุกเรื่องทั้งที่ไม่ต้องพยายามอะไรเลย วินตรัยรู้ดีว่าอีกฝ่ายรู้สึกต่อตนเองอย่างไรแต่มิได้เก็บมาใส่ใจ ตราบเท่าที่อีกฝ่ายไม่สามารถทำอะไรเขาได้ โกมินทร์นั้นพยายามก่อกวนเขาทุกครั้งที่โอกาสจะอำนวยแต่ก็ไม่เคยสำเร็จ ยิ่งสร้างความริษยาเกลียดชังให้อีกฝ่ายแม้ว่าวินตรัยพยายามจะหลีกเลี่ยง แต่ครั้งนี้เขาไม่อาจละเว้นได้

ทันทีที่ปลายเท้าของวินตรัยแตะกับพื้นตำหนัก เสียงเย้ยหยันก็ดังขึ้น

ท่านพี่วินตรัย เสด็จถึงนี่ไม่ทราบมีธุระอันใดหรือ

วินตรัยขบกรามจนเป็นสันนูน ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปปั้นยามนี้เครียดขึ้ง

โกมินทร์ เราต่างคนต่างอยู่ เหตุใดเจ้าจึงก่อการอุกอาจ ที่แล้วมาข้ามิเคยเอาความ ครานี้อย่าหาว่าข้าไม่เห็นแก่หน้าเจ้า

ฮ่าๆๆๆ นี่ข้าหูฝาดไปหรือไม่ ก็แค่สตรีนางหนึ่ง ใยพี่น้องต้องมาทะเลาะกัน ไม่เอาน่าท่านพี่ สมบัติผลัดกันชม ไว้ท่านเบื่อแล้วเมื่อใดค่อยส่งมาทางนี้ก็ได้ ข้าจะยอมรอจนกว่าท่านจะเบื่อก็แล้วกันอีกฝ่ายดูจะมีความสุขกับการได้ยั่วโมโหเขาอันที่จริงนางก็สวยดี เนื้อตัวก็หอม กลิ่นยังติดจมูกข้าอยู่เลย

ความอดทนของวินตรัยขาดผึง เขาย่างสามขุมตรงเข้าไปโกมินทร์

อะไรกันท่านพี่ ข้าเพียงแต่หยอกเล่น ใยเป็นจริงเป็นจังถึงเพียงนี้โกมินทร์มีสีหน้าตกใจ ถอยหลังกรูด เขาไม่คิดว่าวินตรัยจะกล้าลงไม้ลงมือกับเขาเพราะที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะกลั่นแกล้งหรือกวนประสาทวินตรัยเท่าใดก็มิเคยสักครั้งที่เขาจะเอามาเป็นอารมณ์

โกมินทร์ เจ้าช่างต่ำช้าเหลือเกิน เจ้าเอ่ยถึงสตรีอย่างไม่ให้เกียรติแม้เพียงนิด ข้ารู้สึกละอายเหลือเกินที่ต้องมีสายเลือดเดียวกับเจ้า จงก้าวออกมา ต่อสู้เพื่อเกียรติของเจ้าเถิด

โกมินทร์หันรีหันขวางตะโกนเรียกบ่าวไพร่ ไปไหนกันหมด โผล่หัวออกมาเร็ว ข้าจะโดนฆ่าตายอยู่แล้วทหารยามวิ่งกรูกันออกมา หากเห็นวินตรัยที่ยืนอยู่ก็มิกล้าขยับ

ฆ่ามันสิ มันบุกรุกวิมานของข้าและจะทำร้ายข้ามิเห็นหรือโกมินทร์หันไปสั่งทหารที่ยังคงยืนเก้กัง การเข้าปะทะกับพญาครุฑดูจะไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก ยังไม่ทันจะขยับตัว เสียงทุ้มของวินตรัยก็ช่วยยกความลำบากใจของเหล่าทหารยามออกจากบ่า

พวกเจ้าจงอยู่นอกเหนือความขัดแย้งนี้เถิด วันนี้ข้าจะมาตัดสินกับนายของเจ้าอย่างลูกผู้ชายตัวต่อตัวก่อนจะเอ่ยกับโกมินทร์ โกมินทร์ อย่าทำให้ตัวเองต้องน่าอับอายไปมากกว่านี้เลยวินตรัยเอ่ยอย่างสมเพช

โกมินทร์ทั้งโกรธทั้งอาย แต่วิสัยผู้ขี้ขลาดย่อมไม่เลือกวิธีการ ขอเพียงชนะเท่านั้น เขาคว้าหอกยาวจากทหารยามที่ยืนอยู่ข้างๆ พุ่งเข้าใส่วินตรัยที่ยืนมือเปล่า วินตรัยเบี่ยงตัวหลบ เพียงพริบตากำปั้นหนักลุ่นของเขาพุ่งเข้าใส่ใบหน้าโกมินทร์อย่างจัง อ๊ากกกโกมินทร์ร้องยกมือขึ้นกุมจมูกที่เลือดไหล

เข้ามาสิโกมินทร์ หากเจ้าจะใช้อาวุธก็ตามใจ

โกมินทร์ได้ยินดังนั้นก็หยิบอาวุธขึ้นจากพื้น คราวนี้มองอย่างระมัดระวังมากขึ้นก่อนจะโจมตี วินตรัยยืนตั้งรับรอด้วยท่าทางสบายๆ เหล่าทหารยืนดูเป็นประจักษ์พยาน โกมินทร์ตวัดหอกเข้าหมายเสียบกลางลำตัว วินตรัยใช้แขนปัดออก มืออีกข้างปล่อยหมัดสวนไป เขาเปิดโอกาสให้โกมินทร์เปิดเกมบุกเขาก่อนถึงห้าครั้งก่อนที่จะตัดสินใจปิดเกม ร่างสูงบุกเข้าประชิดตัวปล่อยหมัดเข้าบริเวณใบหน้าโกมินทร์ติดๆกัน เขาไม่โจมตีจุดตาย เพียงแค่ต้องการสร้างหลักฐานประจานความชั่วไว้บนใบหน้า โกมินทร์คงจะไม่กล้าโผล่หน้าบวมปูดไปให้ผู้คนเห็นอีกพักใหญ่

อย่ายุ่งกับผู้หญิงของข้าอีกวินตรัยเอ่ยกับญาติผู้น้องที่นั่งกุมหน้าอยู่กับพื้นก่อนจะหันหลังกลับแล้วบินจากไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

1,450 ความคิดเห็น

  1. #1373 อาวุธไร้ตา (@f-rebellione) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 19:53
    เรื่องต้องแดงความต้องแตกและกลายเป็นเรื่องใหญ่เพราะเจ้าโกโกนี่แน่นอน
    #1373
    0
  2. #1195 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:39
    เชียร์พี่หมอดีมั้ยเนี่ย
    #1195
    0
  3. #522 jxperyah (@jxperyah) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 19:33
    ตอนนี้เท่มากเลย เก่งสุดๆ
    #522
    0
  4. #327 jib-john (@jib-john) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 14:57
    กำลังมัน
    #327
    1
    • #327-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 6)
      1 กันยายน 2558 / 19:05
      ตัวร้ายโผล่มาแล้ว
      #327-1