หยกผลาญใจ 玉 火 心 (สนพ. Princess ในเครือสถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 2 : บุตรีบุญธรรมตระกูลจาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 110 ครั้ง
    4 ก.พ. 61



ตอนข้าออกจากบ้าน แม่ไม่ได้มาส่ง เราแค่กอดกันแน่นๆ เป็นครั้งสุดท้ายภายในห้องนอนแคบๆ ของแม่ ข้าไม่อยากให้เราสองแม่ลูกต้องเสียน้ำตาให้คนชั่วเหล่านั้นดูด้วยสีหน้าเยาะเย้ย ข้าคว้าห่อผ้าที่แม่ห่อให้แล้วเดินเตาะแตะจากไป นายหน้าที่มาเป็นผู้หญิงร่างท้วมหน้าตาผิวพรรณดีแต่ท่าทางจัดจ้าน พอเห็นข้าก็ตาเป็นประกายแล้วตรงเข้ามาหยิกแก้ม

หน้าตาผิวพรรณดีจริงๆ” นางหันไปเอ่ยกับหลิ่วเหลยที่ยืนถูไม้ถูมืออยู่ข้างๆ

แหะๆ ข้าก็บอกแล้ว กับฮูหยินข้าจะกล้าโกหกได้อย่างไร”

ฮูหยินผู้นั้นจับมือของข้าขึ้นมาดู บอกให้ข้าถอดรองเท้า จากนั้นก็พยักเพยิดกับคนที่มาด้วยกันให้พาข้าไปขึ้นรถ

ข้าหันกลับมามองที่บ้านเป็นครั้งสุดท้าย สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความทรงจำที่เลวร้าย แต่มีคนที่ข้าห่วงใยอยู่คนหนึ่ง สักวันหนึ่งข้าจะต้องกลับมา ท่ามกลางม่านน้ำตาที่พร่าเลือนข้าปรารถนาเหลือเกินที่จะได้เห็นร่างคุ้นตาของแม่อีกครั้ง



……………………

ข้าเนื้อตัวสั่นเทาทันทีที่ได้ยินว่ารถม้าคันนี้กำลังมุ่งหน้าไปที่หอไป๋ฮวา ถึงร่างนี้จะยังเด็กแต่ชื่อที่ได้ยินก็ทำให้ข้ารู้ได้ว่ามันคือหอคณิกาแห่งหนึ่ง ผัวเมียคู่นั้นช่างเป็นเดรัจฉานโดยแท้ กับเด็กคนหนึ่งก็ยังสามารถโหดเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้ ตอนที่ได้ยินพวกนั้นเรียกคนที่มาซื้อตัวข้าว่าฮูหยิน ข้านึกว่าพวกนั้นขายข้าไปเป็นสาวใช้เท่านั้น นึกไม่ถึงว่าคนเลวพวกนั้นตั้งใจจะมอบชะตาชีวิตที่เลวร้ายเช่นนี้ให้กับข้า มิน่าแม่ถึงได้พูดว่าน่าจะปล่อยให้ข้าตายไปตอนที่ข้าป่วยคราวนั้น

หอไป๋ฮวาเป็นตึกใหญ่โตหรูหรา ตั้งแต่ฟื้นมาในชาตินี้ข้าเคยอยู่แต่ในบ้านหลังเล็กในหมู่บ้านชนบทเท่านั้น ไม่เคยเห็นสถานที่อู้ฟู่อย่างนี้มาก่อน หวังฮูหยินผู้นั้นพาข้าเข้าไปรวมกับเด็กหญิงหน้าตาจิ้มลิ้มอีกหลายคน

ใกล้จะได้คนครบหรือยัง” สตรีวัยกลางคนซึ่งนั่งอยู่ในห้องนั้นเอ่ยถามน้ำเสียงเข้มงวด

ใกล้แล้วเจ้าค่ะ เถ้าแก่เนี้ย เหลืออีกสองสามบ้านที่ข้าต้องไปดู ไม่เกินอาทิตย์หน้าน่าจะเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” หวังฮูหยินตอบท่าทางนอบน้อม

ดี” เถ้าแก่เนี้ยตอบสั้นๆ แล้วก็โบกมือให้หวังฮูหยินออกไป

เวลาหนึ่งอาทิตย์ผ่านไป ข้าอยู่ร่วมกับเด็กหญิงเหล่านั้นด้วยดี เด็กเหล่านี้ถูกซื้อหาก่อนหน้าข้าไม่เท่าไหร่ แต่ละคนยังไม่หายคิดถึงบ้าน บางคราวก็ผลัดกันปลอบผลัดกันร้องไห้ ข้าไม่คิดถึงบ้านเลยสักนิด ในใจคิดเป็นห่วงแต่แม่ ป่านนี้นางจะโดนรังแกอย่างไรบ้าง ที่ข้าสัญญากับแม่ไป ไม่รู้ว่าจะทำสำเร็จเมื่อไร ยิ่งถูกขายมาในหอคณิกาเช่นนี้ ไม่ต้องเดาว่าข้าจะมีอนาคตเช่นไร ตอนนี้ข้ายังไม่อยากคิดอะไร ข้าก็แค่เด็กเจ็ดขวบคนหนึ่ง จะทำอะไรได้เล่า อย่างน้อยก็ยังรู้สึกอุ่นใจว่าอีกหลายปีกว่าข้าจะโตเป็นสาว ป่านนั้นอาจจะหาหนทางหลบหนีออกไปจากที่นี่ได้แล้ว

ทว่าเวลาในหอไป๋ฮวานั้นแสนสั้น อาทิตย์ถัดมาก็มีชายกลางคนแต่งกายเรียบร้อยมาพาข้าและเด็กน้อยทั้งสิบคนไป พวกเราได้ยินเถ้าแก่เนี้ยเรียกเขาว่าพ่อบ้านหลี่ พวกเรามองหน้ากันเลิ่กลั่กแต่ไม่มีใครกล้าปริปากถามว่าพวกเรากำลังจะไปไหน ในที่สุดรถม้าก็มุ่งตรงสู่บ้านตระกูลจาง ท่าทางจะเป็นตระกูลใหญ่ ประตูหน้าใหญ่โตมีหินสลักรูปสิงโตคู่ดูน่าเกรงขาม พวกเราถูกพาเข้าไปในเรือนเล็กด้านหลัง เรือนนี้ตั้งอยู่โดดเดี่ยวห่างจากเรือนอื่นๆ พวกเราถูกจัดให้พักในห้องแคบๆ ห้องละสองคน เพื่อนร่วมห้องของข้าอายุแปดขวบชื่ออาหนิง พอเก็บของเสร็จทุกคนก็มารวมตัวในห้องโถงกลาง ผู้หญิงวัยกลางคนท่าทางสง่างามแนะนำตัวกับพวกเรา นางให้พวกเราเรียกว่า แม่นมหลิน ภายหลังได้ยินจากคนในจวนว่าแม่นมหลินเดิมทีเป็นนางข้าหลวงอยู่ในวัง แต่ด้วยการขอร้องจากนายท่านใหญ่ตระกูลจางจึงตกลงมาเป็นผู้อบรมกิริยามารยาทให้แก่พวกเรา

ข้าขมวดคิ้ว นายท่านใหญ่ตระกูลจางคิดจะทำอะไรอย่างนั้นหรือ อยู่ดีๆ จึงกว้านซื้อเด็กหญิงมามากมาย อีกทั้งให้คนมาอบรมอย่างกับเป็นคุณหนูตระกูลสูง แต่อย่างไรเสียอยู่ที่นี่ก็ดีกว่าอยู่หอนางโลม ข้าคิดอย่างสบายใจขึ้นมาบ้าง

อย่างไรก็ตาม จากเด็กหญิงจำนวนสิบคนในไม่ช้าก็ค่อยๆ ทยอยถูกคัดออก พวกที่ไม่ผ่านการอบรมจะถูกลดฐานะลงเป็นเพียงสาวใช้ภายในจวนซึ่งต้องทำงานรับใช้ทั่วไปแตกต่างจากพวกเราซึ่งอยู่ดีกินดีมีฐานะสุขสบายราวกับคุณหนู แม่นมหลินพร่ำบอกพวกเราอยู่บ่อยๆ ว่าบุญคุณของนายท่านใหญ่จางเทียมฟ้า พวกเราต้องจดจำไว้ให้ดี ในวันข้างหน้าต้องทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณ ข้าฟังแล้วผ่านหู แอบเบ้ปากกับตัวเองพลางคิดในใจ บุญคุณเทียมฟ้าอย่างนั้นหรือ ถ้าไม่คิดจะใช้ประโยชน์จากพวกเราจะลงทุนมากมายเช่นนี้ไปเพื่ออะไร แม้วันนี้จะยังไม่รู้ถึงจุดประสงค์ แต่วันหน้าเรื่องที่เขาจะออกปากให้พวกเราทำต้องไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยแน่

ทุกวันพวกเราจะถูกเคี่ยวกรำให้ฝึกคัดอักษร ดีดพิณ วาดภาพ เดินหมาก อีกทั้งยังต้องท่องตำราพันบทกวี ความสามารถที่คุณหนูตระกูลใหญ่ต้องมีพวกเราล้วนต้องเชี่ยวชาญ แม้ชีวิตโดยทั่วไปสุขสบายแต่ก็ราวกับนกในกรงทอง แม่นมหลินควบคุมพวกเราอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะยืนเดินนั่งนอนล้วนต้องสำรวมราวกับอยู่ในรั้วในวัง

สำหรับคนที่มาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอย่างข้าซึ่งได้รับข้อมูลข่าวสารผ่านตาในแต่ละวันมากมาย ในสมองย่อมมีเนื้อที่เหลือเฟือที่จะจดจำศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้ มีเพียงดีดพิณที่ข้าเหมือนต้องมาเริ่มใหม่เพราะในชาติก่อนไม่เคยเรียนดนตรีมาก่อน ข้าไม่ได้ร่ำรวยและมีเวลาเหลือเฟือที่จะมาเรียนดนตรี ตอนนั้นข้ามุ่งมั่นจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย เวลาทั้งหมดจึงทุ่มเทไปกับการอ่านตำรา เคราะห์ดีที่ข้าเป็นคนชอบฟังเพลงและฟังหลายแนว จึงพอจะเข้าถึงความสุนทรีของดนตรีได้โดยง่าย

อาหนิงเพื่อนร่วมห้องของข้าเป็นคนเงียบขรึม ข้าไม่รู้ว่าอาหนิงมีความเป็นมาอย่างไรแต่คิดว่าคงจะมาตระกูลที่ดี จะด้วยเคราะห์หามยามร้ายอะไรก็ตามแต่ สุดท้ายแล้วนางก็มาจบอยู่ที่ห้องเล็กๆ ในหอไป๋ฮวาเหมือนกับข้า อาหนิงดูจะเป็นคนที่มีการอบรมมาดีตั้งแต่ก่อนแม่นมหลินจะมาสอนพวกเราเสียอีก เด็กหญิงทั้งหลายอยู่ด้วยกันก็พูดคุยกัน มีเพียงข้ากับอาหนิงที่พูดน้อยและไม่ค่อยสนใจใคร พวกเราอยู่ด้วยกันจึงไม่เคยมีปัญหากันเลย

ตอนที่พวกเราอายุสิบสอง เด็กหญิงที่แรกเข้ามาสิบคนก็ถูกคัดออกเหลือห้าคน ในคนที่เหลือนั้นเป็นข้าและอาหนิงสองคน ข้าไม่เคยคิดแข่งขันกับใคร คิดแต่ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดเพราะกลัวถูกคัดออก เพราะอะไรน่ะหรือ อันที่จริงการเป็นสาวใช้ในจวนตระกูลใหญ่ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว ข้าไม่ได้รังเกียจที่จะทำงานรับใช้หรอก แต่ที่ตระกูลจางไม่เหมือนที่อื่น บรรดาคุณชายที่เป็นบุตรชายของนายท่านใหญ่และนายท่านรองล้วนแล้วแต่เป็นคุณชายเสเพลขึ้นชื่อ บ่าวไพร่ในจวนที่หน้าตาสะสวยล้วนแล้วแต่ถูกพวกเขาลากขึ้นเตียงทั้งสิ้น เด็กหญิงบางคนที่มาพร้อมกับพวกเรา หลังจากถูกคัดออกไปแล้วบางคนก็ถูกคุณชายเหล่านี้ข่มเหงตั้งแต่อายุสิบสองสิบสามปีเท่านั้น มีแต่พวกเราที่นายท่านใหญ่ห้ามมิให้แตะต้องเด็ดขาด

ตอนอายุสิบสี่ เด็กหญิงอีกสองคนถูกคัดออก เหลือเพียงข้า อาหนิง และอีกคนหนึ่งที่ชื่ออาหง สองคนที่ถูกคัดออกไปได้ข่าวว่านายท่านใหญ่ส่งไปเป็นของกำนัลแก่ขุนนางใหญ่โตผู้หนึ่ง ข้าได้ยินแล้วเบ้หน้าอย่างนึกรังเกียจ นี่สินะจุดประสงค์ของการเลี้ยงดูอบรมพวกเราอย่างดี ไม่ต่างกับหมูที่ถูกเลี้ยงไว้ในอวยเพื่อรอวันเชือด เราสามคนที่เหลือไม่รู้ว่าจะเป็นเบี้ยที่ถูกใช้แล้วทิ้งในวันไหน บางครั้งข้าสบตากับอาหนิงก็เห็นแววประหวั่นพรั่นพรึงในดวงตาของนางเช่นกัน บางครั้งข้าก็อดรำพึงรำพันกับนางไม่ได้ แต่อาหนิงเข้มแข็งนัก ดวงตาสุกใสคู่นั้นมองไปบนฟ้า บอกกับข้าว่าขอเพียงยังมีชีวิตอยู่ อย่างไรก็ยังมีความหวัง

พวกเราสามคนใกล้จะถึงวัยปักปิ่นแล้ว ตอนนี้แต่ละคนแม้ยังไม่เป็นสาวเต็มตัวแต่ก็เห็นเค้าความงามของยอดพธูอย่างแท้จริง แม่นมหลินบอกว่านายท่านใหญ่ใจดี จะเลือกหนึ่งในสามของพวกเราเป็นบุตรบุญธรรม นายท่านใหญ่เป็นขุนนางใหญ่ในราชสำนัก ข้าเดาเจตนาได้ในทันที เขาคงคิดจะส่งใครคนหนึ่งในพวกเราเข้าวังเป็นแน่ แค่คิดถึงตรงนี้ข้าก็หลั่งเหงื่อเย็นออกมาทันที โดยปกติเรื่องราวในวังก็ซับซ้อนยุ่งยากมากอยู่แล้ว ล้วนเต็มไปด้วยเล่ห์กล ยิ่งเป็นเพียงเด็กหญิงที่ซื้อหามา ใต้เท้าจางไร้ความผูกพัน ย่อมต้องใช้ให้กระทำการเสี่ยงชีวิตเป็นแน่สมกับที่เกิดมาเป็นเบี้ยตัวหนึ่ง ข้าไม่อยากได้รับเลือกเลย เกรงว่าตัวเองจะอายุสั้น ทว่ามองไปที่อาหนิง เห็นนางไม่แสดงท่าทีอะไร ยังคงสงบเช่นเดิม ส่วนอาหงมีสีหน้าตื่นเต้น อาหงช่างซื่อนัก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานางเห็นใต้เท้าจางเป็นผู้มีพระคุณประดุจบุพการี ดูท่าว่าอาหงคงจะได้รับเลือกเป็นแน่ หากข้าเป็นใต้เท้าจางคงไม่เลือกตัวเองหรืออาหนิงที่ดูนิ่งเฉย ไร้ความจงรักภักดีหรอก

ใต้เท้าจางเรียกพวกเราไปพบทีละคน ข้าไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรกับคนอื่นบ้าง แต่เมื่อข้าเข้าไป สายตาของใต้เท้าจางกวาดสำรวจไปทั่วตัว ข้ารู้สึกไม่ชอบนัก เหมือนว่าเขากำลังประเมินราคาสินค้าอยู่ เมื่อสำรวจจนพึงพอใจสายตาเขาก็หยุดอยู่บนใบหน้าข้า ข้าค้อมตัวก้มหน้าน้อยๆ ประหนึ่งแสดงความเคารพ แต่อันที่จริงข้าพยายามซ่อนใบหน้าไม่ให้เขาได้เห็นต่างหาก

เงยหน้าขึ้นซิ” เขาเอ่ย

เมื่อข้าเงยหน้าขึ้นก็ได้ยินเสียงลมหายใจของใต้เท้าจางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อ

เจ้าชื่ออะไร” เขาถามข้าเสียงทุ้มต่ำ

ข้าชื่ออาหลันเจ้าค่ะ” ข้าตอบ แม่ข้าเป็นชาวบ้านทั่วไป จึงไม่ได้ตั้งชื่อให้ข้า มีเพียงชื่อเรียกสมัยเด็กเท่านั้น

ใต้เท้าจางพยักหน้า “ได้ยินว่าเจ้ามีความสามารถ สามารถร่ำเรียนศิลปะของสตรีได้เชี่ยวชาญ”

ใต้เท้ากล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะ สิ่งที่อาหลันทำได้ล้วนแล้วแต่ด้วยการชี้แนะจากท่านอาจารย์” ข้าตอบพลางก้มหน้า ระหว่างนั้นรู้สึกได้ว่าสายตาของเขาจ้องมองอย่างเพ่งพินิจ

อวี้ชิง” เขาเอ่ยเบาๆ พลางลูบเคราแพะ “อวี้ชิง เหมาะสมกับเจ้ายิ่งนัก งดงามดุจหยกกระจ่าง จากนี้ไปเจ้าชื่ออวี้ชิงก็แล้วกัน”

ข้าย่อตัวคารวะเขาเป็นการขอบคุณ “เป็นความกรุณาของใต้เท้ายิ่งเจ้าค่ะ อวี้ชิงจะจดจำไว้เจ้าค่ะ”

ริมฝีปากของใต้เท้าจางหยักขึ้นเป็นรอยยิ้ม น้ำเสียงที่เอ่ยกับข้าก็ดูจะอ่อนโยนขึ้น “เอาล่ะ เจ้าออกไปก่อนเถิด ประเดี๋ยวข้าจะปรึกษากับแม่นมหลินสักครู่

ข้าเดินกลับมายังเรือนพัก อาหนิงกับอาหงได้พบกับใต้เท้าจางก่อนหน้าข้าแล้ว อาหนิงมีสีหน้าเรียบเฉย นั่งดื่มชาอย่างสงบอยู่ที่โต๊ะ ในขณะที่อาหงเดินไปเดินมาด้วยความกระวนกระวาย พอเห็นข้าอาหงก็วิ่งเข้ามาถามทันที

เป็นอย่างไรบ้าง ใต้เท้าจางสนทนาอะไรกับเจ้าบ้างอาหลัน”

ข้าแย้มยิ้มเล็กน้อย “ไม่ได้สนทนาอะไรนักหรอก ใต้เท้าเพียงถามชื่อข้า จากนั้นก็ปล่อยกลับมา”

สีหน้าของอาหงดีขึ้นทันตา “อย่างนั้นหรือ มิน่าจึงใช้เวลาไม่นานนัก”

ข้าเลิกสนใจอาหงแล้วเดินไปนั่งตรงข้ามกับอาหนิง

ถึงเวลาแล้วสินะ” ข้าเอ่ยพลางรินน้ำชาให้ตัวเอง

อาหนิงยกยิ้มไม่เอ่ยว่ากระไร

สักพักแม่นมหลินก็เดินยิ้มแก้มปริกลับมา เอ่ยกับอาหนิงและอาหงว่า

พวกเจ้าสองคนกลับเข้าห้องไปก่อน ข้ามีเรื่องจะคุยกับอาหลัน”

ข้าเบิกตากว้าง ได้แต่มองตามสองคนเดินจากไป อาหงหน้ายู่ทันที ข้าอยากจะบอกนางเหลือเกินว่าถ้าเลือกได้ข้าอยากมอบตำแหน่งบุตรบุญธรรมให้อาหงเสียจริง ข้าไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้มีชีวิตที่สงบสุขและได้กลับไปหาแม่ แม่นมหลินจูงมือข้ามานั่งด้วยกันที่เก้าอี้ แล้วเล่าให้ข้าฟังด้วยสีหน้าตื่นเต้น

นายท่านพอใจเจ้ามาก ออกปากชมใหญ่เชียวว่าเจ้างดงามอีกทั้งยังฉลาดเฉลียว”

ข้านิ่วหน้า พูดคุยกันเพียงไม่กี่คำ จะรู้ว่าข้าฉลาดเฉลียวได้อย่างไร แม่นมหลินเห็นสีหน้าข้าจึงเอ่ยต่อ

ระดับนายท่านแล้วมองไม่พลาดหรอก นายท่านบอกว่าอาหนิงเรียบเฉยเกินไป ยากจะคาดเดาความคิด ส่วนอาหงก็อ่านง่ายเกินไป เกรงว่าจะไม่อาจทำงานที่นายท่านมอบหมายให้ลุล่วงไปได้ ส่วนเจ้าไม่เพียงแต่งดงามที่สุด กิริยายังดูเป็นธรรมชาติ ไม่อ่อนไม่แข็ง อ่อนหวานแต่ก็ลึกลับยากจะอ่านออกได้”

ข้าฟังแล้วตกตะลึง รู้อย่างนี้ข้าน่าจะแสร้งปลาบปลื้มในตัวนายท่านอย่างอาหงก็ดี ข้าไม่ได้อยากได้ตำแหน่งบุตรบุญธรรมตระกูลจางเสียหน่อย แต่ตอนนี้สายเกินกว่าจะแก้ไขอะไรได้แล้ว แม่นมหลินเห็นท่าทีเหมือนมึนงงของข้าก็เข้าใจไปว่าข้ากำลังดีใจ จึงรีบไล่ข้ากลับไปพักผ่อน

พรุ่งนี้ยามเฉิน ให้ไปพบนายท่านที่ห้องหนังสือ คืนนี้เตรียมตัวเก็บข้าวของ จากนี้เจ้าต้องย้ายไปอยู่เรือนใหญ่แล้วล่ะ”

ตอนนี้พวกเราแต่ละคนมีห้องส่วนตัวเป็นของตนเอง กลับมาถึงห้องข้าก็นั่งลงกับเตียง ในใจกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก ได้ยินมาว่าใต้เท้าจางเป็นถึงเสนาบดีฝ่ายขวา ตระกูลจางตอนนี้ทรงอิทธิพลอย่างยิ่ง บ่าวไพร่ในบ้านพูดคุยอย่างภาคภูมิใจว่าเป็นเพราะไทเฮาเป็นคนของตระกูลจาง ตระกูลจางเองก็มีบุตรสาว แต่ว่าพวกนางถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ อีกทั้งรูปโฉมล้วนธรรมดา ใต้เท้าจางคงไม่อาจส่งพวกนางไปแก่งแย่งกับสตรีในวังได้หรอกกระมัง เอาเถิดคิดไปล่วงหน้าก็เปลืองสมองเสียเปล่า เอาไว้แก้ไขตามสถานการณ์เถิด ข้ารีบเข้านอนทันที



วันรุ่งขึ้นยามเฉินข้าไปพบใต้เท้าจาง ในห้องมีชายชราชุดขาวท่าทางเหมือนซินแส ใต้เท้าจางเอ่ยเรียกเขาว่าหมอเหอ เอ่ยชื่นชมเขายกใหญ่ว่าเป็นหมอเทวดา ผมและหนวดเคราขาวโพลน ท่าทางเหมือนกับเทพเซียน ใต้เท้าจางผายมือเชิญหมอเหอไปนั่งที่โต๊ะคู่แล้วพยักเพยิดให้ข้าไปนั่งอีกฝั่ง หมอเหอยื่นมือออกมา ข้าจึงรีบวางแขนไว้บนโต๊ะเล็กที่คั่นอยู่ตรงกลางให้ท่านหมอจับชีพจร สักครู่ท่านหมอก็เงยหน้าขึ้น

สุขภาพแข็งแรงดีมาก ร่างกายนางพร้อมที่จะรับยานี้”

ข้าเหลือบตามองท่านหมออย่างสงสัย ข้าไม่ได้เจ็บไข้ เหตุใดจึงคิดจะสั่งยา หรือว่า..จะเป็นยาพิษ ใต้เท้าจางคิดจะบีบบังคับให้ข้าทำตามคำสั่งด้วยการมอบยาพิษให้อย่างนั้นหรือ คิดถึงตรงนี้ก็อดตัวสั่นน้อยๆขึ้นมาไม่ได้

ใต้เท้าจางดูเหมือนจะอ่านความคิดของข้าออกจึงรีบเอ่ย

ไม่ต้องกลัวไปหรอก ยานี้ไม่ใช่ยาพิษ ไม่อันตราย ไม่ว่าสตรีใดต่างก็อยากครอบครองยานี้ด้วยกันทั้งนั้น สนนราคามันจึงไม่เบาเลย”

ข้ามองใต้เท้าจางด้วยแววตาฉงน

ชื่อของมันคือ โฉมงามแสนตำลึง” ใต้เท้าจางเอ่ยต่อ

ฟังชื่อแล้วข้าก็มั่นใจว่าไม่เคยได้ยินชื่อยานี้มาก่อนทั้งในชาติที่แล้วและชาตินี้

สรรพคุณของยานี้เจ้ากินไปแล้วก็จะเข้าใจ เป็นเพียงยาบำรุงเลือดลมของสตรีเท่านั้น”

หมอเหอหยิบขวดกระเบื้องออกมาจากแขนเสื้อสองขวด เปิดขวดหนึ่งแล้วเทยาเม็ดใหญ่ออกมากลางฝ่ามือยื่นให้ข้า ข้ามองยาเม็ดสีดำแวววาวนั้นแล้วก็รู้สึกขื่นคอ ยาอะไรก็ไม่รู้ ใครจะกล้ากินสุ่มสี่สุ่มหน้า หมอเหอพูดอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าไม่เชื่อถือของข้า

รีบกินเสียเถิด มีข้าอยู่ทั้งคนรับรองเจ้าไม่ตายหรอก”

เมื่อเห็นข้ายังลังเล ใต้เท้าจางก็เอ่ยบ้าง “อวี้ชิง ที่ข้าต้องให้เจ้ากินยาต่อหน้า เพราะยานี้มิใช่หามาได้โดยง่าย หากมิใช่เพราะข้าเป็นคนกว้างขวาง มีพี่น้องมากมาย เพียงแค่ชื่อยาก็อย่าหวังจะจะมีโอกาสได้ยิน ข้าเลือกเจ้าเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว อย่างไรก็ไม่ต้องการให้เจ้าเป็นอันตรายหรอก เจ้ากินยาเสียเถิด”

ใต้เท้าจางพูดถึงขนาดนี้ข้าจึงต้องรับยามากิน หมอเหอส่งขวดกระเบื้องอีกใบมาให้พร้อมทั้งกำชับ

ยาในขวดนี้เป็นยาระงับอาการ หากเจ็บปวดจนทนไม่ไหวให้กินทีละเม็ด แต่สามชั่วยามกินได้เม็ดหนึ่งเท่านั้น ห้ามกินเกินกว่านั้นเข้าใจหรือไม่”

ข้าพยักหน้า ใต้เท้าจางยิ้มอย่างพอใจแล้วให้ข้ากลับไป



ทั้งวันข้ารู้สึกเป็นปรกติ สามารถย้ายข้าวของจากเรือนเดิมมาเรือนใหญ่ได้โดยไม่มีอาการอะไร ข้าร่ำลาอาหนิงที่มีสีหน้าเรียบเฉยและอาหงที่ดูหดหู่ อนาคตจากนี้ของพวกนางคงไม่พ้นการเป็นอนุ ต่อให้สวยงามเพียงใดหากไม่มีชาติตระกูล พวกนางก็ไม่อาจเอื้อมคว้าตำแหน่งภรรยาเอกได้ ช่างเป็นชะตาที่อาภัพเสียจริง กระนั้นข้าก็ไม่อาจทำใจให้ยินดีกับฐานะใหม่ของตัวเองได้ มันคงจะเลวร้ายไม่ต่างกัน

ห้องใหม่ของข้าตบแต่งสวยงามสมฐานะคุณหนูตระกูลจาง มีสาวใช้คอยปรนนิบัติดูแลไม่ต่างอะไรกับคุณหนูตัวจริง ตอนกลางคืนพอดับเทียนเข้านอนแล้ว ข้ากลับรู้สึกกระสับกระส่าย ร้อนวูบวาบตามผิว เหงื่อแตกโซมทั่วร่าง นึกถึงยาในขวดกระเบื้องแล้วในใจก็บังเกิดความไม่แน่ใจ ผ่านไปหลายชั่วยามอาการก็ยังไม่ดีขึ้น ท้ายที่สุดรู้สึกราวกับผิวหนังชั้นนอกโดนไฟเผา ข้าจึงประคองร่างขึ้นมากินยาในขวดไปหนึ่งเม็ด อาการจึงค่อยทุเลา ข้าหลับอย่างอ่อนเพลียจนถึงเช้า แต่อาการก็ยังไม่หายไป

สาวใช้เข้ามาคอยดูแลเช็ดตัวให้ข้า ผ้าขาวที่ลูบผ่านผิวหน้ามีคลาบไคลเป็นปื้น ดูเหมือนผิวหนังของข้าจะหลุดลอกออกมาเป็นชั้น ข้าเห็นสีหน้าประหลาดใจของสาวใช้ก็อดผวาไม่ได้ จึงเอ่ยถาม

ข้าเป็นอะไรไป”

คุณหนูเพียงแค่อ่อนเพลียเจ้าค่ะ” สาวใช้ตอบอย่างสงวนคำ ดูเหมือนว่านางจะถูกกำชับให้พูดเพียงแค่นี้เท่านั้น ไม่ว่าจะถามกี่ครั้ง นางก็จะตอบเช่นนี้เสมอ

ตอนกลางคืนอาการแสบผิวหายไปแล้ว ข้ากลับเจ็บหน้าอกและปวดท้องอย่างรุนแรงราวกับมดลูกบีบรัด ปวดเกร็งราวกับมีใครจับลำไส้บิด ปวดจนตัวงอดิ้นเร่าๆ อยู่บนเตียง ข้าแทบอยากจะลุกขึ้นมาเอาหัวโขกเตียงเสียให้ตายไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็กัดฟันลุกขึ้นมากินยาถึงสองครั้ง

พอคืนที่สาม ข้าผวาเสียจนไม่กล้านอน ใบหน้าซีดเผือดจนสาวใช้สงสาร นางยกน้ำขิงมาให้ดื่ม อีกทั้งยังเช็ดเนื้อตัวให้ข้าด้วย คืนนี้กระดูกในร่างเจ็บร้าวไปหมด เหมือนถูกจับหักกระดูกทีละท่อนๆ ทั่วทั้งร่าง ข้าแทบอยากจะเทยาในขวดกระเบื้องเข้าปากให้หมดหากไม่ติดว่าจะกินยาเกินขนาด สรุปแล้วยาที่หมอเหอให้มาน่าจะเป็นยาระงับปวดขั้นรุนแรง กระนั้นกินเข้าไปแล้วความเจ็บปวดก็ยังมากมายอยู่ดี

สามคืนที่ข้าราวกับตกนรก พอรุ่งเช้าอาการเจ็บปวดต่างๆ ก็หายไป เหลือเพียงร่างกายที่ยังสะบักสะบอม ข้านอนอีกหนึ่งวันเต็มๆ โดยไม่ขยับเขยื้อน สาวใช้ได้แต่เข้ามาหยอดข้าวต้มให้ข้าทีละคำ กระนั้นข้ายังขี้เกียจจะกลืนลงไปเสียด้วยซ้ำ หากให้ข้าพบเจอกับความทรมานเช่นนี้ มิสู้ให้ตายไปเลยเสียดีกว่า ข้าพอจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดหมอเหอจึงต้องจับชีพจรก่อนจะให้ยา หากร่างกายไม่แข็งแรงพอ เกรงว่ากินยานี้เข้าไปน่าจะตายมากกว่ารอด

หลังจากสามวันแห่งความทรมาน ร่างกายของข้าก็รู้สึกอ่อนแอลงมาก ข้าไม่อยากลงจากเตียงแม้เพียงนิด ได้แต่ปล่อยให้สาวใช้ป้อนข้าว ป้อนน้ำ เช็ดตัว เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันข้ามักจะหลับ แม้ตอนกลางวันจะนอนเยอะขนาดนั้น ตอนกลางคืนข้าก็ยังหลับได้อยู่ ผ่านไปเจ็ดวันจึงรู้สึกดีขึ้น ข้าก้าวลงจากเตียงเป็นครั้งแรก

เจินเจินสาวใช้ที่คอยปรนนิบัติช่วยพยุงข้าลงจากเตียง ล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยแล้วก็รอกินอาหารเช้าที่โต๊ะ ขณะยกตะเกียบขึ้นมาข้าก็เพ่งมองมือของตัวเองอย่างประหลาดใจ มือเรียวขาวของข้าบัดนี้อ่อนช้อยราวกับถูกดัด ปลายนิ้วแต่ละนิ้วโค้งอ่อนราวกับต้นหอม ผิวขาวกระจ่างอ่อนนุ่มแต้มสีชมพูระเรื่อ ข้าประหลาดใจจนเกือบจะวางตะเกียบ แต่เห็นเจินเจินคอยปรนนิบัติอยู่จึงเก็บอาการ จนเจินเจินเก็บสำรับออกไปแล้วจึงค่อยสำรวจตัวเองอย่างละเอียด

...เช่นนี้นี่เองใต้เท้าจางจึงบอกว่ายานี้เป็นที่ปรารถนาของสตรี ตัวข้าที่ใครๆ ว่าโฉมงามอยู่แล้ว เพียงได้รับยา “โฉมงามแสนตำลึง” ก็ดูเหมือนจะมีร่างกายที่งดงามชวนหลงใหลยิ่งกว่าเดิม นึกถึงอาการทรมานที่ผ่านมาทั้งสามคืนแล้ว ข้าไม่แน่ใจว่าหากใต้เท้าจางสั่งให้ข้ากินยานี้อีกข้าจะยอมกินหรือไม่ ความงามที่แลกมาด้วยความทรมานเกือบถึงขั้นเอาชีวิต ไม่ว่าอย่างไรก็ดูไม่น่าลิ้มลองเลย

ตอนอาบน้ำ เจินเจินลอบมองข้าหลายครั้ง แน่ล่ะ ทั้งผิวพรรณและเรือนร่างเช่นนี้ผู้ใดเคยเห็นบ้าง หากมิใช่สวรรค์สร้างก็คงเป็นนรกสาป ข้าคิดในใจ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 110 ครั้ง

4,423 ความคิดเห็น

  1. #4418 ✰ MELT (@jaonookanoomwarn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:44
    ชอบคำว่า หากไม่ใช่สวรรค์สร้าง คงเป็นนรกสาปมากๆเลยค่ะ นี่มาอ่านในเด็กดีก่อน แต่จริงๆซื้ิหนังสือแล้วค่ะ5555555555 เห็นคำโปรยด้านหลังแล้วสนใจมาก เลยมาหาเนื้อเรื่องก่อน พออ่านตอนแรกบรรยายดีก็หยิบไปคิดเงินเลย ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆให้อ่านนะคะ ถ้าหากอ่านหนังสือจบเนื้อเรื่องดี เราตามเรื่องต่อไปแน่ๆค่ะ
    #4418
    1
    • #4418-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 2)
      27 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:43
      ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ :)
      #4418-1
  2. #3670 fahnatee (@fahnatee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 20:15
    งานที่จะให้ทำนี่สิเสี่บงชีวิตหรือเปล่า
    #3670
    0
  3. #2617 coco i cookie (@chiffon-156) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 13:38
    สนุกมากค่ะ ติดตามๆ
    #2617
    0
  4. #2575 Axia_k (@kpcgerms) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 18:36
    เพิ่งเข้ามาอ่าน สนุกมากเลยค่ะ
    #2575
    0
  5. #2124 ิฺb'black_berry (@P-Ployli) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 00:31
    กรี๊ดดด สนุกมากก
    #2124
    0
  6. #1611 SariyaWu (@SariyaWu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 18:19
    เพิ่งเข้ามาอ่าน อ่านไปสักพักรู้สึกโอเคมาก จะติดตามต่อไปนะคะ ภาษาสวยมากอ่านง่ายลื่นตาดีค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1611
    0
  7. #1373 Dark reader (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 18:02
    ภาษาสวยมากค่ะ ดีใจมากที่ยังมีนักเขียนเก่งๆ แบบนี้อยู่ในเด็กดี

    แววดราม่ามาแต่ไกล จริงๆ เราไม่ชอบแนวน้ำตาท่วมเท่าไหร่

    แต่ไรต์แต่งดีมากๆ จนเลิกอ่านไม่ได้เลยค่ะ

    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1373
    0
  8. #1343 noo_parekapoom (@noo-pare) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 11:41
    น่าติดตามค่ะ สู้ๆๆ
    #1343
    0
  9. #1337 Beconnet (@Beconnet) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 11:03
    ที่ไม่ให้ยานี้กับลูกหลาน เพราะลูกหลานเอาแต่ใจใช่ไหม แสดงว่างานคราวนี้เกี่ยวกับอำนาจแน่ๆ
    #1337
    0
  10. #1121 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 06:24
    นั้นนะสิ ความงามที่มากเกินไปมักจะไม่นำพาเรื่องดีๆมาให้ซะเท่าไร อย่างสาวงามแต่ละคนมักจะชะตาอาภัพยิ่งนัก
    #1121
    0
  11. #786 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 17:04
    การช้ภาษาดี การบรรยายดี ชอบ ผ่าน และอ่านต่อ55555
    #786
    0
  12. #751 rin--jung (@rin--jung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 14:01
    สนุก อ่านมาถึงตรงนี้ รู้เลย เรื่องนี้สนุกสุดๆ ภาษาดีเยี่ยม
    #751
    0
  13. #707 นกกุ๊กๆ (@tytyssn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 21:48
    เริ่มเรื่องได้น่าสนใจมากค่ะ ไอเลิฟดราม่า อิอิ อ่านแบบเทพทรูมาเยอะแล้วเบื่อ
    #707
    0
  14. #474 panitin (@panitin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 05:33
    อ่านเพลินมาก สนุกมากค่ะ
    #474
    1
  15. #413 คนบ้านนอก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 18:25
    ภาษาดีมากๆใกล้เคียงกับนักเขียนจีนเลย ขออภัย

    แต่คำบอกเวลาเจ็ดโมง ควรเป็นยามเวลาจีนไหม เช่น ยามเหมา(ตีห้า-เจ็ดโมง)

    ยามเฉิน(เจ็ดโมง-เก้าโมงเช้า)
    #413
    1
    • #413-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 2)
      8 ตุลาคม 2560 / 15:09
      ขอบคุณที่ช่วยแก้ไขเจ้าค่ะ ตอนแรกที่เริ่มเขียน กะจะให้มุมมองของนางเอกเป็นคนปัจจุบัน เลยมีการใช้ภาษาสมัยใหม่ปะปน เดี๋ยวจะย้อนไปแก้ในบทแรกๆเจ้าค่ะ
      #413-1
  16. #214 Sauypring (@Sauypring) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 20:50
    ยาเปลี่ยนโฉมได้ขนาดนี้ เอาลูกหลานตัวเองที่ไม่สวยมาก็ได้มั่งคะ ท่านจาง
    #214
    1
    • #214-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 2)
      27 กันยายน 2560 / 18:28
      ลูกหลานไม่มีคุณสมบัติพอเจ้าค่ะ 55555555
      #214-1
  17. #163 Jitsupa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 17:15
    น่าติดตาม ภาษาดีมากค่ะ
    #163
    1
  18. #97 ดดด (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 00:11
    นี่มันศัลยกรรมชัดๆ ความสวยที่แลกมาด้วยความเจ็บปวด
    #97
    1
    • #97-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 2)
      18 กันยายน 2560 / 05:48
      พอได้อ่านเม้นนี้แล้วเห็นด้วยเลยเจ้าค่ะ ตอนแรกคิดไม่ถึงมาก่อน
      #97-1