หยกผลาญใจ 玉 火 心 (สนพ. Princess ในเครือสถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 71 : ตอนพิเศษ 3 หวนคืน (Part 3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5000
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 488 ครั้ง
    19 ส.ค. 61



วันรุ่งขึ้นข้าตื่นเมื่อได้ยินเสียงชินอ๋องปลุกเด็กทั้งสองไปฝึกยุทธ์ เมื่อคืนพวกเขานอนดึกชินอ๋องจึงปล่อยให้พวกเขาตื่นสายกว่าปกติเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นตอนที่พวกเราไปถึงสวนสาธารณะก็ยังไม่มีคนแม้แต่คนเดียว ข้าติดตามไปด้วยเพราะกลัวพวกเขาหลงทาง แต่อันที่จริงแล้วข้าไม่จำเป็นต้องห่วงเลยเพราะเมื่อวานตอนที่ข้าคุยกับแม่ตามลำพัง ชินอ๋องได้พาเด็กๆ ออกไปสำรวจเส้นทางละแวกนี้เรียบร้อยแล้ว

พวกเขาร่ายรำกระบวนท่าต่อสู้อยู่บนสนามหญ้าโดยมีข้านั่งมองอยู่บนม้านั่ง  เสวียนอู่และเสวียนเยว่เห็นข้านั่งมองอยู่ต่างก็ออกท่วงท่าอย่างแข็งขัน ข้าจึงโบกไม้โบกมือและส่งเสียงให้กำลังใจ แต่แล้วสายตาจากคนเป็นพ่อก็เหลือบมาหน้านิ่วคิ้วขมวด ข้าจึงต้องเอ่ยชื่นชมเขาเสียยกใหญ่ไม่ให้น้อยหน้าลูกๆ เขาจึงค่อยมีสีหน้าพอใจ ข้าแอบย่นจมูกไม่ให้เขาเห็น แต่เสียงหัวเราะของชินอ๋องทำให้ข้ารู้ว่าเขาแอบเห็นพฤติกรรมน่าขันของข้าเข้าให้แล้ว ข้าจึงแก้เก้อด้วยการบอกพวกเขาว่าจะไปซื้อน้ำดื่มมาให้ ข้ารีบวิ่งไปจากตรงนั้นโดยไม่สนใจว่าชินอ๋องจะตะโกนบอกให้ข้ารอเขาก่อน

ตอนนี้ยังเป็นเวลาเช้าอยู่มาก ซุ้มขายของในสวนสาธารณะจึงยังไม่เปิด ข้าจำได้ว่าตรงทางเข้าด้านหลังมีร้านสะดวกซื้อเล็กๆอยู่ไม่ไกล ข้าขี้เกียจเดินอ้อมไปประตูใหญ่จึงมุ่งตรงไปทางนั้น พอเลี้ยวออกจากประตูสวนสาธารณะอีกห้าสิบเมตรก็จะถึงร้านค้า วัยรุ่นชายกลุ่มใหญ่ก็เดินสวนมา พวกเขาน่าจะต้องการเดินลัดสวนแห่งนี้ไปยังถนนใหญ่ด้านหน้า แต่ละคนนัยน์ตาแดงก่ำ กลิ่นสุราคละคลุ้ง เหมือนเพิ่งจะกลับจากการดวลสุราในค่ำคืนที่ผ่านมา ทันทีที่คนเหล่านั้นเห็นข้าก็หันมาจับจ้องอย่างสนใจ ข้าก้มหน้า เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ตั้งใจจะเดินผ่านพวกเขาไปโดยเร็ว

“สวยเป็นบ้า” ใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ จากนั้นเสียงหัวเราะอย่างคึกคะนองก็ดังขึ้น อาจจะด้วยฤทธิ์สุรา พฤติกรรมของพวกเขาจึงอุกอาจกว่าปกติ บางคนเริ่มเดินเฉียดกรายเข้ามาใกล้ข้า ข้าพยายามตีสีหน้าเรียบเฉย รู้ดีว่าหากแสดงท่าทางหวาดกลัวออกไปจะยิ่งทำให้พวกเขาฮึกเหิมได้ใจ แต่ยามนี้พวกเขาไร้สติ ใครบางคนถึงกับเอื้อมมือมากระตุกผมข้าที่ผูกไว้เป็นหางม้ายาวจดบั้นท้าย

ข้าเอื้อมมือไปกระชากเส้นผมที่ถูกยึดไว้กลับมา พวกเขาต่างพากันหัวเราะอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุก สถานการณ์ชักจะไม่เข้าที ชายฉกรรจ์เหล่านี้ตีวงล้อมบีบเข้ามาเรื่อยๆ แม้ยามนี้จะสว่างแล้ว แต่บนถนนก็ยังว่างเปล่าไร้ผู้คน ข้ามองไปรอบๆ อย่างจะหาทางหนีทีไล่

“น้องสาวเป็นคนแถวนี้หรือ เกิดมาเพิ่งเคยเห็นใครสวยอย่างนี้ ไปเที่ยวกับพวกเราเถอะ พวกเราเรียนอยู่ที่มหาลัยT เป็นพลเมืองดี ไม่ต้องกลัวหรอก” ชายหนุ่มผอมสูงคนหนึ่งเดินเข้ามาประชิด บีบจนข้าต้องถอยร่นไปติดกำแพง เขายกมือขึ้นหมายจะลูบใบหน้าข้า ข้าเบือนหน้าหนีแล้วผลักอกเขาออก

“ดุเสียด้วย” น้ำเสียงหยอกล้อดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างหยาบคาย ปกติแถวนี้ปลอดภัยไม่มีโจรผู้ร้าย ข้าจึงไม่ได้นึกระวัง วัยรุ่นกลุ่มนี้เดิมทีน่าจะไม่ใช่ผู้ร้าย เพียงแต่อยู่ในวัยคึกคะนองและมีสุรากรอกปากมาเท่านั้น

พวกเขารุมล้อมข้าที่อยู่ตรงกลาง ข้าเห็นบางคนไม่ทันระวัง เปิดช่องว่างให้พอแทรกตัวออกมาได้ ก็รีบวิ่งแหวกวงล้อมออกมา คิดไม่ถึงว่าจะถูกคว้าแขนไว้

“จะรีบไปไหนกัน ทำท่าทางอย่างนี้ รังเกียจพวกเราหรือ”

ข้านึกเสียใจที่ออกมาทางหลังสวน มิสู้อ้อมไปออกประตูใหญ่ด้านหน้าจะปลอดภัยกว่า แต่ว่ายามนี้ก็สายไปเสียแล้ว กำลังคิดจะเจรจาเกลี้ยกล่อมคนเหล่านี้  ชายที่เกาะกุมแขนข้าไว้ก็ร้องลั่น เขาจับข้อมือตัวเองไว้แล้วถอยหลังไปหลายก้าว ดูเหมือนว่าอยู่ดีๆ ก็มีก้อนกรวดเล็กๆ ดีดใส่ข้อมือเขา แวบนั้นกำแพงหนาก็เคลื่อนมาบดบังอยู่เบื้องหน้าข้า

“ไอ้บ้านี่มาจากไหนกันวะ แกทำร้ายคนทำไม พวกเรายังไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย” เพื่อนๆ ของเด็กหนุ่มต่างพากันโวยวายแล้วย่างสามขุมเข้ามา อาศัยว่าตัวมีพวกมากกว่า

ข้าเพิ่งได้มองสำรวจกำแพงที่ขวางกั้นอยู่เบื้องหน้า เป็นชินอ๋องที่ติดตามมานั่นเอง เขาไม่พูดอะไรสักคำแต่กระไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้กลุ่มเด็กอันธพาลถึงกับสะท้านเยือก คนที่เมื่อครู่ได้รับบาดเจ็บกำลังเต็มไปด้วยโทสะ จึงกำหมัดพุ่งเข้าหาชินอ๋องโดยไม่สนใจอะไร ชินอ๋องขยับมือเพียงนิดก็เบนกำปั้นเขาให้แฉลบออก จากนั้นพลิกฝ่ามือเล็กน้อยก็กระแทกเข้ากับกระดูกไหปลาร้าจนอีกฝ่ายกระเด็นไปนั่งจ้ำเบ้าอยู่กับพื้นร้องโอดโอย

ทั้งหมดนี้นอกจากมือข้างซ้ายแล้วชินอ๋องไม่ได้ไหวกายเลยสักนิด สีหน้าของเด็กอันธพาลคนอื่นๆ มองมาเหมือนไม่อยากเชื่อพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออย่างเข็ดขยาด เขารูปร่างสูงใหญ่แต่การเคลื่อนไหวกลับว่องไวจนมองไม่ทัน ท่าทางของเขาบอกชัดว่าไม่ใช่คนที่ควรจะตอแยด้วย เมื่อครู่ไม่ทันเห็นว่าทำอย่างไรจึงจัดการจนคนลงไปกองกับพื้นได้

“คะ..แค่นี้ไม่เห็นถึงกับต้องเอาจริงเลย เอาเถอะ เห็นแก่พวกเราคนเยอะกว่าไม่อยากจะรุมรังแก ไป...พวกเราไปกันเถอะ น่าเบื่อจริงโว้ย” กลุ่มวัยรุ่นเหล่านั้นต่างพากันล่าถอยอย่างรักษาหน้า พอจะรู้ตัวขึ้นมาว่าได้ไปยุ่งกับคนที่ไม่สมควรจะยุ่งด้วยเสียแล้ว คล้อยหลังวัยรุ่นคึกคะนองเหล่านี้ไปแล้ว ชินอ๋องจึงหันกลับมาข้า สีหน้ามืดครึ้ม

“ท่านอ๋อง!” ข้ารีบโผเข้าไปกอดเขาไว้ทั้งตัวอย่างยินดี ทำเป็นไม่สนใจสีหน้าดุๆ นั้น “ ท่านอ๋องช่างเก่งกาจเหลือเกินเพคะ ขับไล่คนพวกนั้นไปจนหมด”

เขากอดข้าตอบ สีหน้ายังคงดุดัน “ไม่รู้จักระวังตัวเอาเสียเลย” จากนั้นก็จับแขนข้าข้างที่ถูกยื้อยุดเมื่อครู่ขึ้นมาสำรวจดู เห็นไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรแต่ก็ยังถูแรงๆ ราวกับจะเช็ดรอยสัมผัสนั้นออก

“ท่านอ๋อง อวี้เอ๋อร์เห็นว่าเช้าแล้ว อีกทั้งแถวนี้เป็นย่านชุมชมเงียบสงบ ไม่น่ามีอันตรายอะไร เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ย่อมเหนือความคาดหมาย...” ข้าทำเสียงอ่อยอย่างสำนึกผิด หัวคิ้วของเขายังคงขมวดมุ่น

ข้าเห็นเขายังโกรธจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “แล้วลูกๆ เล่าเพคะ ท่านอ๋องทิ้งพวกเขาไว้ตามลำพังหรือ”

ชินอ๋องทำเสียงขึ้นจมูกอีกครั้งก่อนเอ่ย “อย่าห่วงไปเลย พวกเขายังดูแลตัวเองได้ดีกว่าเจ้าเสียอีก”

“ท่านอ๋อง” ข้าหน้าแดง นึกโกรธเขาขึ้นมาบ้างแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงหันหลังเดินกลับเข้าไปในสวน

ดูเหมือนชินอ๋องจะรู้สึกตัว จึงเดินตามข้ามาเงียบๆ แม้จะไม่ได้เอ่ยวาจาขอโทษแต่ท่าทางฉุนเฉียวก่อนหน้าก็หายไปสิ้น ข้าไม่พูดกับเขาทั้งยังไม่หันไปมองสักนิด เราสองคนเดินกลับมายังจุดที่เสวียนอู่และเสวียนเยว่ฝึกซ้อมกันอยู่เมื่อครู่ ทว่าบัดนี้สนามหญ้ากว้างขวางกลับรายล้อมไปด้วยฝูงชนจนมองไม่เห็นคนที่อยู่ในวงล้อมตรงกลาง เสียงเชียร์เฮๆ และเสียงออกหมัดปะทะกันทำให้ข้าและชินอ๋องต้องหันมามองหน้ากันแล้วรีบวิ่งเข้าไปดู

ใจกลางวงล้อมนั้น เสวียนอู่และเสวียนเยว่กำลังประมือกันอย่างสนุกสนานโดยไม่แยแสต่อผู้คนรอบข้าง กระบวนท่าของพวกเขาคล่องแคล่วสวยงาม ตีลังกาพลิกตลบวาดมือวาดเท้าได้น่าตื่นตาเป็นอย่างมาก อีกทั้งเด็กชายทั้งสองยังมีใบหน้างดงามน่ารัก หากพวกเขาทำการแสดงเปิดหมวก ไม่แน่ว่าป่านนี้คงมีคนตบรางวัลให้มากมาย ดูเหมือนชินอ๋องจะไม่พอใจนักจึงร้องเรียกเสียงห้วน

“เสวียนอู่! เสวียนเยว่!”

เด็กทั้งสองชะงักมือ ครั้นเห็นผู้เป็นบิดายืนมองด้วยสีหน้าเย็นเยียบก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที

“ท่านพ่อ!” ทั้งคู่รีบประสานมือ ข้ารีบจับมือพวกเขาลง กลัวว่าจะดูแปลกประหลาดในสายตาคนอื่น

ครั้นฝูงชนเห็นพวกเขาหยุดแสดงต่างก็กระจัดกระจายไป แต่หลายคนก็หยุดยืนมองพวกเราพ่อแม่ลูกอย่างสนใจ บางคนทำท่าจะเข้ามาพูดคุยด้วย แต่เมื่อเห็นสีหน้าชินอ๋องก็ล่าถอยไปทันที

เสวียนอู่และเสวียนเยว่ส่งสายตามาทางข้าอย่างขอความช่วยเหลือ แต่ข้ายังไม่ทันเอ่ยปาก ชินอ๋องก็พูดขึ้นเสียก่อน

“พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าเมื่อใดควรหยุด วิทยายุทธ์นี้มีไว้เพื่อป้องกันตัว มิใช่เอามาโอ้อวดผู้อื่นราวกับเปิดแสดงมหรสพ” ชินอ๋องกล่าวตำหนิบุตรชายทั้งสอง เด็กๆ ได้แต่ก้มหน้าอย่างสำนึกผิด

“พวกเราผิดไปแล้วท่านพ่อ ต่อไปนี้จะไม่ทำเช่นนี้อีก”

ดูเหมือนอยู่ที่นี่ชินอ๋องจะปวดหัวไม่น้อย ยุคสมัยนี้ไม่มีกฎเกณฑ์ข้อบังคับเหมือนสมัยก่อน ไม่มีผู้ติดตามหรือองครักษ์ห้อมล้อม เมื่อครู่ชายาอย่างข้าก็วิ่งไปหาซื้อน้ำตามลำพัง บุตรชายทั้งสองก็ฝึกยุทธ์กันโดยมีผู้คนมุงดูเป็นของสนุก คงเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ชินอ๋องเป็นเพียงบุรุษธรรมดา มิใช่ชินอ๋องแห่งวังเสิ่นหยางกง แต่ข้ากลับรู้สึกชอบความรู้สึกเป็นอิสระเช่นนี้เหลือเกิน

“นี่ก็ไม่เช้าแล้ว รีบกลับบ้านกันก่อนเถิด” ข้ากลัวว่าเขาจะดุบุตรชายอีก จึงรีบกล่าวคลี่คลายแล้วจูงมือเด็กทั้งสองเดินนำมา สักพักเด็กๆ ก็วิ่งขึ้นหน้าหยอกล้อกันเล่นตามประสา ข้าจึงทอดฝีเท้าให้ช้าเพื่อเดินเคียงคู่กับเขา

“ท่านอ๋องอย่าโกรธพวกเขาเลยเพคะ เป็นข้าที่ปลีกตัวออกมาตามลำพัง ทำให้ท่านอ๋องต้องทิ้งพวกเขาไว้ หากจะโทษก็โทษอวี้เอ๋อร์เถอะ”

ปมที่หัวคิ้วของเขาค่อยคลายลง “อวี้เอ๋อร์อย่าโทษตัวเอง เมื่อครู่ข้าเพียงกำชับพวกเขาให้รออยู่ตรงนั้น ไม่ได้คิดว่าอยู่ๆ อุทยานแห่งนี้จะมีผู้คนหลั่งไหลมามากอย่างนั้น เมื่อครู่ข้าใช้วาจาจาบจ้วงต่อเจ้า เป็นข้าต่างหากที่ต้องขอโทษ”

ข้าได้ยินอย่างนั้น รอยยิ้มก็ผุดขึ้นมาอย่างกลั้นไม่อยู่ รู้สึกดีใจเหลือเกินที่เขายอมลงให้ข้า ถึงแม้ว่าในโลกใหม่นี้ทุกสิ่งทุกอย่างจะไม่เป็นไปดังใจ แต่เขาก็พยายามอย่างมากที่จะปกป้องข้าและลูกๆ ราวกับตัวเองเป็นแม่ไก่ ข้าโน้มศีรษะเขาลงมาแล้วหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ เขาทำตาโตอย่างตกใจเพราะนานๆ ครั้งข้าจึงจะเป็นฝ่ายแสดงความรักต่อเขาก่อน อีกทั้งยังต่อหน้าผู้คนมากมาย ครั้นเขานึกขึ้นได้ว่าที่นี่ไม่มีธรรมเนียมหยุมหยิม รอยยิ้มกริ่มก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แล้วก้มลงมาจุมพิตข้าเร็วๆ ที่ริมฝีปาก

“ท่านอ๋อง!” ข้าเอ็ดเขา ตัวเองกลับเป็นฝ่ายหน้าแดง ส่วนเขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแล้วจูงมือข้าวิ่งตามลูกๆ ไป



สุดสัปดาห์นั้นเยี่ยถังเช่ารถพาทั้งครอบครัวไปชายทะเล เด็กๆ เห็นทะเลเป็นครั้งแรกก็ตื่นเต้นมาก ในภพโน้น จี้เจียงเป็นหัวเมืองทางเหนืออากาศหนาวเย็น ส่วนที่เมืองหลวงก็เป็นที่ราบลุ่มตอนกลางไม่ได้ใกล้ชายทะเลสักนิด ยามนี้พวกเขาจึงยืนมองคลื่นที่สาดกระทบฝั่งอย่างตื่นตาตื่นใจแล้วกระโจนลงไปเล่นน้ำและทรายที่ชายหาดอย่างสนุกสนาน

เยี่ยถังเอาอกเอาใจหลานชายสารพัด เขาเล่นเป็นเพื่อนเด็กๆ ทั้งวัน พาไปเปิดหูเปิดตา ทั้งดำน้ำ ล่องเรือ ไปสนามแข่งรถ ตอนกลางคืนเด็กๆ กลับถึงที่พักด้วยสีหน้าเบิกบานจากนั้นก็หลับเป็นตาย รุ่งเช้าเสวียนอู่ถึงกับอดเปรยกับบิดามิได้

“ท่านพ่อ ยุคสมัยนี้ก็ดีเหมือนกัน ข้า...ชักจะไม่อยากกลับไปเสียแล้ว”

ชินอ๋องเพียงยิ้มให้บุตรชาย “สิ่งเหล่านี้มีความหมายต่อเจ้าเท่ากับน้องๆ ทั้งห้าที่ถูกทิ้งอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เจ้ายอมละทิ้งพวกเขาเพื่อสิ่งเหล่านี้หรือ”

“ไม่มีทางหรอกขอรับ อย่างไรข้าย่อมต้องกลับไปหาน้องๆ ทั้งห้าแน่” เสวียนอู่รีบกล่าวปฏิเสธอย่างแข็งขัน “ข้าเพียงรู้สึกว่ายุคสมัยนี้ทุกอย่างช่างแปลกใหม่ชวนให้เพลิดเพลินเสียทั้งนั้น แต่สิ่งเหล่านี้ย่อมไม่อาจเทียบได้กับครอบครัวของพวกเรา”

เสวียนเยว่พยักหน้ารับพี่ชาย “ที่พี่ใหญ่พูดมาข้าเห็นด้วย ทุกสิ่งที่นี่ช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน แค่ในบ้านสามัญชนก็ยังสะดวกสบายถึงเพียงนี้ แม้ไม่มีบ่าวไพร่คอยปรนนิบัติก็ยังไม่ลำบาก จะใช้น้ำหรือต้องการแสงสว่างก็เปิดปิดเพียงปลายนิ้ว แม้แต่มโหรีต่างๆ ก็ดูได้จากจอสี่เหลี่ยมในบ้านตน ของเหล่านี้แม้แต่ที่วังหลวงหรือเสิ่นหยางกงก็ยังไม่มี  แต่ข้าย่อมไม่ยอมแลกสิ่งเหล่านี้กับน้องๆ แน่”

ชินอ๋องลูบหัวพวกเขาอย่างรักใคร่

“หากพวกเจ้าชอบก็สนุกกับมันให้เต็มที่เถิด ที่นี่มีอิสระเสรีนัก ไม่มีใครสนว่าพวกเจ้าเป็นท่านอ๋องน้อย อยากจะทำอย่างไรก็ได้ตามใจปรารถนา ไม่จำเป็นต้องรักษากิริยา กลับไปเสิ่นหยางกงแล้วอย่างน้อยยังเก็บไว้ในความทรงจำ จะได้ถ่ายทอดให้น้องๆ ฟัง”

กลับจากทะเล พวกเราจึงค่อยรู้ว่าเสวียนอู่และเสวียนเยว่กลายเป็นคนดังไปเสียแล้ว พวกเขาถูกถ่ายคลิปขณะที่ต่อสู้กันในสวนสาธารณะ มีคนเอาไปเผยแพร่จนมียอดคนดูสูงลิ่ว ท้ายที่สุดถึงกับได้ออกข่าวทางโทรทัศน์ ผู้คนต่างชื่นชมฝีมือการต่อสู้ของเด็กๆ ทั้งยังเอ็นดูใบหน้าอันงดงามของพวกเขา ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นสืบเสาะจนรู้ที่อยู่ของพวกเราได้อย่างไร พ่อและเยี่ยถังได้แต่คอยปฏิเสธคนที่ติดต่อมาขอพบหรือขอสัมภาษณ์ ระยะหนึ่งจึงค่อยซาไป

ช่วงเวลานี้ตรงกับช่วงปิดเทอม พ่อเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ถ้าวันไหนไม่มีสอนพ่อมักจะอยู่บ้าน พักงานวิจัยทั้งหลายไปก่อน เยี่ยถังก็กลับบ้านเร็วเพื่อจะได้ใช้เวลาด้วยกัน บรรยากาศชื่นมื่นเหมือนเมื่อครั้งข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้ามักจะช่วยพ่อปลูกดอกไม้ ล้างบ่อปลา สวนที่เคยถูกทิ้งร้างเหลือแต่หญ้าเตียนๆ เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้น พอเริ่มคุ้นเคยกันพ่อก็สนทนากับชินอ๋องมากขึ้น ครั้งหนึ่งชินอ๋องคุยเรื่องปรัชญาการเมืองกับพ่ออย่างถูกคอ เขาเป็นคนฉลาดปราดเปรื่องความรู้กว้างขวาง แม้จะไม่รู้ทฤษฎีการเมืองสมัยใหม่ที่นักปรัชญาในรุ่นหลังคิดขึ้นก็สามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดาย เมื่อฟังพ่ออธิบายแนวคิดการปกครองรูปแบบต่างๆ ก็สามารถวิจารณ์ข้อดีข้อเสียได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งยังหยิบยกหลักปกครองของปราชญ์โบราณมาเปรียบเทียบและโต้แย้ง  พ่อเองก็อดทึ่งไม่ได้กับความลุ่มลึกของลูกเขยคนนี้

ตอนที่พ่อเอ่ยเรื่องนี้กับข้า เรากำลังนั่งขุดดินเพื่อทำแปลงดอกไม้ในสวนหลังบ้าน

“อาหลัน สามีของลูกไม่ได้เป็นแค่นายทหารธรรมดาคนหนึ่งหรอกใช่ไหม”

ข้าไม่กล้าปฏิเสธพ่อจึงนิ่งเฉยเสีย

“เขาคงเป็นบุคคลสำคัญ ดูจากการวางตัวของเขา พ่อว่าอาจจะเป็นถึงฮ่องเต้เสียด้วยซ้ำ” พ่อคาดเดา

“ไม่ใช่หรอกพ่อ” ข้ารีบหัวเราะกลบเกลื่อน “เขาไม่มีทางเป็นฮ่องเต้ไปได้แน่”

“ถ้าอย่างนั้นก็คงมาจากตระกูลใหญ่ล่ะสิ เขาดูไม่เหมือนคนธรรมดาเลยสักนิด” พ่อว่า

ข้าเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะปิดบังพ่อจึงบอกความจริง

“เขาเป็นท่านอ๋อง”

พ่อถอนหายใจ “พ่อนึกแล้วเชียว ถึงจะสบายใจว่าอาหลันคงจะมีชีวิตที่สุขสบาย แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ในประวัติศาสตร์ก็เห็นอยู่ว่าชีวิตที่เกี่ยวข้องกับวังหลวงมักจะหาความสงบไม่ได้ไม่ใช่หรือ”

“เสวียนเฟิงไม่ใช่คนกระหายอำนาจ เขาเลือกที่จะหันหลังให้ราชสำนักแล้วอัปเปหิตัวเองไปอยู่หัวเมืองห่างไกล พ่ออย่าเป็นห่วงเรื่องนี้เลยจ้ะ” ข้าปลอบใจพ่อ “อีกอย่างเขาก็ดีกับหนูมาก อยู่กันมาหลายปี หนูมีความสุขมาก ไม่เคยมีเรื่องเดือดร้อนใจเลย”

พ่อได้ยินก็ยิ้มอย่างสบายใจ

“พ่อเองก็พอจะดูออก อาหลันกับเสวียนเฟิงดูรักใคร่กันดี เห็นอย่างนี้พ่อก็หมดห่วง”

พ่อถามถึงงานแต่งงานของเราสองคนที่พ่อไม่มีโอกาสไปร่วมว่าเป็นอย่างไร ข้าเล่าให้พ่อฟังตามจริง ตอนนั้นข้าไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง คนของชินอ๋องจัดเตรียมทุกอย่างราวกับเนรมิต แม้แต่ในงานบรรยากาศในงานข้าก็ไม่มีโอกาสได้เห็นเพราะมีผ้าคลุมหน้าบังไว้ ข้าบอกพ่อว่าเป็นสมรสพระราชทาน อย่างไรเสียชั่วชีวิตนี้ชินอ๋องก็ไม่อาจหย่าขาดจากข้าได้

พ่อยิ้มแล้วบอกข้าว่า พ่อไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น


แม่มักจะไปจ่ายตลาดโดยมีคู่แฝดติดตามไปด้วยเสมอ พวกเขารู้ว่าแม่รักและเอ็นดูพวกเขามากแค่ไหน ทุกครั้งจึงมักอ้อนจนได้ขนมติดไม้ติดมือกลับมาเสมอ แม่ใช้จ่ายมือเติบซื้อโน่นซื้อนี่กลับมาเกินความต้องการมากมาย แต่ข้าก็ไม่ได้ทัดทานเพราะรู้ดีว่าแม่กำลังมีความสุข อยากจะทำอาหารดีๆ ให้พวกเราได้กิน อย่างน้อยนี่ก็เป็นวิธีที่แม่จะแสดงความรักกับข้าและครอบครัว

อย่างไรเสียเรื่องที่อยู่ๆ เราสี่คนพ่อแม่ลูกก็มาปรากฏตัวที่บ้านนี้ก็ไม่อาจปกปิดเพื่อนบ้านได้ แม่บอกคุณป้าข้างบ้านเพียงว่าข้าเป็นหลานสาวที่ย้ายไปอยู่เมืองนอก เพิ่งได้กลับมาเยี่ยมบ้าน คุณป้าข้างบ้านเป็นคนอัธยาศัยดี เวลาเจอพวกเราก็พยายามเข้ามาชวนพูดคุย ชินอ๋องสังเกตวิธีพูดจาของคนสมัยใหม่แล้วเลียนแบบคำพูดจนดูกลมกลืนไม่ผิดสังเกต แต่เสวียนอู่และเสวียนเยว่อายุยังน้อย ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดเหล่านี้ พวกเขายังคงคุ้นเคยกับวิธีการพูดเช่นเดิม คุณป้าข้างบ้านฟังเด็กๆ พูดจาแล้วก็อดวิจารณ์ไม่ได้ ครั้งหนึ่งจึงเอ่ยปากกับแม่

“ภาษาพูดพวกเขาฟังดูแปลกๆ นะ ดูโบราณเหลือเกิน ไม่เหมือนคำที่คนสมัยนี้ใช้กัน”

แม่ได้เตรียมข้อแก้ตัวไว้แล้ว จึงอธิบายอย่างคล่องปาก

“อยู่ที่เมืองนอกเด็กๆ ไม่ค่อยได้ใช้ภาษาจีน พวกเขาดูหนังจีนกำลังภายในเยอะก็เลยพูดตามคนในหนัง ภาษาที่ใช้ก็เลยค่อนข้างจะย้อนยุคไปสักหน่อย”

คุณป้าข้างบ้านฟังแล้วก็คล้อยตาม “จริงด้วย! พวกเขาพูดเหมือนกันลอกบทมาจากหนังกำลังภายในแน่ะ”


ทุกคนมีความสุข ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่อันที่จริงแล้วทุกคนรวมถึงข้ากำลังหลอกตัวเอง เราต่างรู้ว่าสภาพเช่นนี้ไม่อาจดำรงอยู่ได้ตลอดไป ข้าจำต้องกลับไปยังโลกในอดีต แต่พอข้าไม่พูดถึง ก็ไม่มีใครพูดถึง ชินอ๋องปล่อยให้ข้าเป็นคนตัดสินใจว่าจะกลับไปเมื่อใด แม่พยายามเมินเฉยหรือเปลี่ยนเรื่องทุกครั้งที่ข้ากำลังจะเอ่ยปาก ข้าพยายามประวิงเวลาไว้ แต่ยามนี้เวลาล่วงเลยเข้าสัปดาห์ที่สองแล้ว เกรงว่าไม่อาจปล่อยให้เนิ่นช้าได้อีก ข้าคิดถึงและเป็นห่วงลูกๆ ที่ทิ้งไว้เบื้องหลัง ยามที่ข้าช่วยแม่เก็บจานหลังอาหารเช้า ข้าจึงดึงมือแม่ไว้

“แม่ หนูว่าจะกลับ…”

แม่ดึงมือข้าออกแล้วรีบตัดบท “อาหลันไปดูเตาทีซิ น้ำแกงที่ตั้งไว้เดือดหรือยัง ถ้าเดือดแล้วก็หรี่ไฟ แล้วค่อยๆ คนอย่าให้ก้นไหม้ล่ะ”

ข้ามองแม่ แต่แม่ทำเป็นยุ่งไม่สนใจข้า

พอใกล้เที่ยง แม่ก็มาคะยั้นคะยอให้ข้าพาชินอ๋องและลูกๆ ออกไปหาอะไรกินนอกบ้านเพื่อ 'เปิดหูเปิดตา' พร้อมกับยัดบัตรเครดิตใส่มือข้าให้พาพวกเขาไปซื้อเสื้อผ้าด้วย ตั้งแต่มาถึงเสวียนอู่และเสวียนเยว่ใส่เสื้อผ้าวัยเด็กของเยี่ยถังที่แม่ยังเก็บไว้ ส่วนชินอ๋องก็ยืมเสื้อผ้าของเยี่ยถังผลัดเปลี่ยน ถึงแม้พวกเขาจะไม่แสดงท่าทางไม่พอใจที่ต้องใส่เสื้อผ้าของผู้อื่น แต่อย่างน้อยข้ายังไม่อาจจากไปในเร็ววัน ซื้อเสื้อผ้าให้พวกเขาบ้างย่อมเป็นการสมควร ข้าจึงพาพวกเขาไปห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ

ชินอ๋องสวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ เขาลำตัวหนากว่าเยี่ยถังจึงทำให้เสื้อยืดหลวมๆ นั้นดูพอดีตัว ขับเน้นให้เรือนร่างดูสูงใหญ่กำยำ ท่วงท่าสบายๆ แต่ดูน่าเกรงขามของเขาดึงดูดสายตาสาวน้อยสาวใหญ่ที่เดินผ่านแต่เขากลับไม่สนใจ เสวียนอู่และเสวียนเยว่ไม่สนใจอาหารญี่ปุ่นที่ข้านำเสนอ กลับเรียกร้องให้ข้าพาไปกินฟาสต์ฟู้ดส์เหมือนเดิม ดูเหมือนพวกเขาจะติดใจเบอร์เกอร์ เฟร้นช์ฟรายส์และน้ำอัดลมเข้าเสียแล้ว หลังอาหารข้าพาพวกเขาไปซื้อเสื้อผ้าใส่สบายคนละสองสามชุดแล้วพากลับบ้าน พวกเขาไม่จู้จี้จุกจิกกับเรื่องเสื้อผ้าเลยสักนิดแม้ว่าเสื้อผ้าที่ข้าซื้อให้จะเทียบไม่ได้กับผ้าไหมแพรพรรณชั้นดีที่พวกเขาสวมใส่ยามอยู่ที่จวนอ๋องเลยก็ตาม

พอกลับมาถึงบ้าน ชินอ๋องเอาของขึ้นไปเก็บบนห้อง สักพักก็เดินลงมาหาข้าสีหน้าไม่สู้ดีนัก

“อวี้เอ๋อร์” เขากระซิบ “เจ้าลองตรวจสอบสัมภาระของตัวเองหน่อยเถิดว่ายังอยู่ดีหรือไม่ ดูเหมือนจะมีคนเข้าไปในห้อง” ถึงแม้จะเป็นสามีภรรยากัน แต่ชินอ๋องก็ไม่เคยถือวิสาสะรื้อค้นข้าวของของข้า ครานี้ก็เช่นกัน เขาเป็นคนช่างสังเกต รู้สึกได้ว่าในห้องมีคนเข้ามารื้อค้น เขาคงสำรวจข้าวของของตัวเองและลูกๆ เรียบร้อยแล้วจึงค่อยมาเรียกข้า

ข้าไม่ค่อยกังวลใจนัก สมบัติที่ติดตัวมาก็มีอยู่ไม่กี่ชิ้น มีอะไรให้น่ากังวลกัน แถมในบ้านก็มีแต่คนในครอบครัว แม่อาจจะเข้าไปทำความสะอาดห้องให้พวกเราก็เป็นได้ ถึงจะคิดอย่างนี้แต่ข้าก็ไม่ได้ค้านเขา

ข้าเดินขึ้นไปบนห้องโดยมีชินอ๋องเดินตามไป ข้าวของที่ติดตัวมาจากโลกอดีตอย่างเสื้อผ้าและเครื่องประดับวางอยู่ในลิ้นชัก ถุงใส่เงินถูกวางทับไว้ล่างสุด ข้านึกสังหรณ์ใจควานถุงเงินขึ้นมาเปิดดู ก้อนเงินด้านในยังอยู่ครบถ้วน แต่ดูเหมือนว่าผ้ายันต์จะหายไป ข้าตกใจจนหน้าซีด หันขวับไปทางชินอ๋องทันที

“ท่านอ๋อง! ผ้ายันต์หายไปเพคะ!”

วูบหนึ่งนั้นข้ารู้สึกราวกับหายใจไม่ออก ภาพใบหน้าของลูกๆ ที่รอคอยอยู่อีกมิติหนึ่งวาบขึ้นมาในหัว ข้าจะไม่ได้เจอพวกเขาอีกอย่างนั้นหรือ

“อวี้เอ๋อร์” ชินอ๋องเข้ามาประคองข้า สีหน้าไม่สู้ดีนัก “อย่าเพิ่งกังวลไป ลองสอบถามคนในบ้านก่อนดีหรือไม่”

"หากแม่ทำลายไปแล้วเล่า" ข้าเอ่ยเสียงแผ่ว น้ำตาคลอ

"ข้าเชื่อว่าท่านแม่จะไม่ทำเช่นนั้น" เขาปลอบ


แม่เปิดประตูให้ก่อนจะเบี่ยงกายให้ข้าเดินตามเข้าไปในห้อง ข้าปิดประตูแล้วเดินตามแม่ไป

"แม่...ของของหนูหายไป แม่พอจะรู้หรือเปล่าคะ" ข้าเปิดปากพูดกับแม่ก่อน

"อาหลัน ของหายไปแล้วก็ช่างมันเถอะ" น้ำเสียงของแม่เยือกเย็น ทำราวกับสิ่งที่ข้าเอ่ยไม่ใช่เรื่องสำคัญ

"แม่คะ..." ข้าเอ่ยน้ำเสียงเว้าวอน "ของชิ้นนั้นสำคัญกับหนูมาก ถ้าแม่เห็น...ก็ช่วยคืนหนูมาเถอะนะคะ"

"อาหลันรู้ไหม ตอนหนูจากไปแม่เกือบจะเป็นบ้า กว่าแม่จะกลับมาเป็นปกติได้ แม่ต้องใช้เวลานานแค่ไหน ต้องหลอกตัวเองว่าหนูยังไม่ตาย หนูแค่รอแม่อยู่ที่ไหนสักแห่ง" แม่เดินไปนั่งลงที่ขอบเตียงก่อนพูดต่อ "ตอนที่ได้รู้ว่าหนูกลับมา แม่ดีใจเหลือเกิน ขอเพียงเท่านี้แม่ก็ไม่ต้องการอะไรอีก แม่เป็นเพียงยายแก่คนหนึ่ง ชีวิตที่เหลืออยู่ขอเพียงได้หนูคืนมาก็พอ แม่ทนรับความเสียใจไม่ไหวอีกแล้ว" พูดจบแม่ก็เงยหน้าขึ้นมามองข้า ข้ามองเห็นความเศร้าโศกปรากฎอยู่ในนั้น

ข้านั่งลงข้างๆ แม่แล้วกอดแม่ไว้

"แม่ขา หนูก็คิดถึงแม่ ได้กลับมาหาแม่ หนูก็ดีใจที่สุด ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เจอกันอีก" ข้าหยุดนิดหนึ่งก่อนเอ่ยต่อ "อันที่จริงถ้าหนูตัวคนเดียว หนูก็ไม่คิดจะกลับไปอีกแล้ว คงจะอยู่กับแม่ที่นี่โดยไม่ลังเล แต่ว่า..."

"แม่รู้ แม่เห็นแก่ตัว แต่แม่เจ็บเหลือเกิน สิบปีที่ผ่านมาแม่อยู่โดยไม่มีหนูมันเงียบเหงาเหลือเกิน หนูกลับมาทำให้แม่ดีใจ คิดอยากจะยื้อหนูไว้กับแม่ตลอดไป"

“แม่ หนูรู้ว่ากลับไปคราวนี้เราอาจไม่ได้เจอกันอีก หนูก็คิดถึงแม่ แต่หนูไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกแล้ว ยังมีเสวียนเฟิงและลูกๆ ทุกคนเป็นของของยุคสมัยนั้น พวกเขาไม่มีทางทิ้งหนูไว้ที่นี่ หนูเองก็ทิ้งพวกเขาไปไม่ได้ แม่คืนผ้ายันต์ให้หนูเถอะนะ” ข้าขอร้องแม่

แม่หลุบตาลงมองมือตัวเองที่วางอยู่บนหน้าตัก ดูเหมือนจะไม่ยินยอม ผ่านไปครู่ใหญ่แม่จึงถอนหายใจ

"อาหลันโตแล้ว ถึงหนูยังอยู่กับแม่ สักวันหนึ่งเมื่อหนูโตก็ต้องแต่งออกไปมีชีวิตครอบครัวเป็นของตัวเอง แม่ควรจะดีใจแท้ๆ ที่หนูมีครอบครัวที่ดีและมีความสุข ส่วนแม่อายุก็ไม่น้อยแล้ว อีกไม่นานก็ต้องจากโลกนี้ไป แล้วถึงตอนนั้นหนูจะอยู่ยังไงถ้าแม่พรากหนูจากครอบครัว”

แม่ลุกขึ้นไปเปิดลิ้นชักที่โต๊ะเครื่องแป้งแล้วหยิบบางอย่างออกมา

"อันที่จริงแม่คิดจะทำลายผ้ายันต์นี้ไปเสีย แต่ก็ทำไม่ลง ถ้าอาหลันรู้ หนูจะต้องเสียใจและเกลียดแม่มากแน่ๆ

“อาหลัน หากแม่ทำอย่างนั้นคงจะเห็นแก่ตัวมากสินะ แม่ช่างเห็นแก่ตัวเหลือเกิน”

ตอนที่แม่ส่งผ้ายันต์คืนให้ข้า แม่น้ำตาไหล

"อาหลันมีลูกๆ รออยู่ทางโน้น ทำไมแม่ไม่นึกถึงใจหนูบ้างนะ แม่อยู่ทางนี้อย่างน้อยก็ยังมีเยี่ยถัง แม่ไม่ควรทำให้หนูทุกข์ใจเลย"

ข้ารับผ้ายันต์มาแล้วกอดแม่ไว้แน่น "แม่ขา หนูรักแม่ หนูคิดถึงแม่ แม่อย่าโทษตัวเองเลยจ้ะ อาหลันมีความสุขที่สุดที่ได้กลับมาเจอแม่ ทุกสิ่งที่เคยอยากบอก ทุกอย่างที่เคยอยากทำร่วมกันก็ได้ทำหมดแล้ว หนูได้เห็นแม่และทุกคนสบายดีก็หมดห่วง แม่เองก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงหนูนะ” ข้าปลอบใจแม่

ชินอ๋องยืนรอข้าอยู่หน้าห้อง เขาคงได้ยินบทสนทนาที่ข้ากับแม่คุยกัน ตอนที่ข้าออกมาจากห้อง เขามองข้า สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ ข้าไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ข้าได้แต่หวังว่าเขาจะเข้าใจและไม่โกรธที่แม่ทำเช่นนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 488 ครั้ง

4,423 ความคิดเห็น

  1. #4374 kakemoragot5296 (@kakemoragot5296) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 11:48

    เข้ามารอออออยู่ค่าาาาาา

    #4374
    0
  2. #4373 r123123 (@r123123) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 21:33

    รออยู่เสมอ

    อยากอ่านตอนต่อค่ะ

    #4373
    0
  3. #4372 kakemoragot5296 (@kakemoragot5296) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 07:29

    สนุกมากค่ะ รออออออัพตอนต่อไปค่าาาาา

    #4372
    0
  4. #4371 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 17:25
    รอนะคะ.
    #4371
    0
  5. #4370 3575e (@3575e) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 21:11
    ขอบคุณค่ะไรท์..ที่มาต่อให้
    #4370
    0
  6. #4369 r123123 (@r123123) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 00:03

    น่าสงสารหัวอกคนเป็นแม่

    ขอบคุณค่ะ รอไรท์มาลงให้อ่านต่อค่ะ

    #4369
    0
  7. #4367 fahrugnam (@fahrugnam) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 13:42
    เศร้าอ่ะ พาพ่อแม่และน้องชายไปด้วบได้มั้ย
    #4367
    0
  8. #4366 !•คิวปิด•! (@kukcruel) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 23:27
    เศร้าที่ต้องจากแม่ไปด้วยเลย
    #4366
    0
  9. #4365 fahun0912 (@thitirat-fah) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 11:54
    คิดถึงเรื่องนี้มากๆๆๆๆ รักกกกก ท่านอ๋องน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย ชอบความยอมเมียนี้555555
    #4365
    0
  10. #4364 Sasisand (@Sasisand) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 08:10
    ฟินมากค่ะ น่าจะชวนพ่อแม่ น้องชาย ย้ายไปอยู่ด้วยกันเลย
    #4364
    1
  11. #4363 H-ray (@H-ray) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 06:51
    ซึ้งอ่ะ เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่รีกลูกย่อมอยากอยู่กับลูก
    #4363
    0
  12. #4362 rin--jung (@rin--jung) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 05:41

    สนุกมากๆๆ
    #4362
    0
  13. #4361 kakemoragot5296 (@kakemoragot5296) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 21:46

    ชอบมากเลยค่ะ แวะเข้ามาดูทุกวัน รอออออค่ะ

    #4361
    0
  14. วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 17:23
    แหกกฏไปเลย จับพ่อแม่น้องชายแล้วเผายันต์ไปต่างโลกพร้อมกัน เก็บกระเป๋าขายบ้านนให้เป็นเรื่องเป็นราวสะนะ55555
    #4360
    1
    • #4360-1 Peowbuby (@Peowbuby) (จากตอนที่ 71)
      19 สิงหาคม 2561 / 18:45
      ถ้าทำแบบนี้ก็ดีเลยย จะได้แฮปปี้สุดๆ
      #4360-1
  15. #4359 Kaew-sai-kingz (@kaewsaikingz19) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 15:31
    ซึ้งมากคะ เขียนดีมากเลยคะ ทำให้คิดถึงคุนแม่เลยคะ
    #4359
    0
  16. #4358 JirawanKh (@JirawanKh) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 15:26

    ขอบคุณมากค่ะไรท์

    #4358
    0
  17. #4357 Markban2526 (@Markban2526) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 15:06
    ขอบคุณค่ะไรท์
    #4357
    0
  18. #4356 Tiemchan (@Tiemchan) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 15:03
    ขอบคุณค่ะไรม์
    #4356
    0
  19. #4354 naanaa (@nana17) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 13:08

    แอบเช็ดน้ำตา

    #4354
    0
  20. #4353 Kuroko Pai (@paichiroko) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 12:48
    ขอบคุณมากค่ะไรท์
    #4353
    0
  21. #4352 nae_tae (@nae_tae) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 12:37
    ขอบคุณค่าาาาา
    #4352
    0
  22. #4351 annonann (@annonann) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 12:26
    ขอบคุณค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ท่าทางจะกลับที่นู่นแล้วแน่ ๆ
    #4351
    0