ผู้พยากรณ์แห่งเฉินเต้า 神道 先见者

ตอนที่ 23 : อารามแห่งลี่เฉิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2942
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 288 ครั้ง
    15 มี.ค. 62

“เช่นนี้จะดีหรือ” น้ำเสียงที่เอ่ยติดจะไม่เห็นด้วย ผู้พูดก็คือชายหนุ่มหน้าตาคมคายสวมเสื้อผ้าเนื้อดี ข้างกายเขายังมีสาวใช้อีกสามคน

“ดีสิเจ้าคะนายน้อย” หนึ่งในนั้นตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงร่าเริงอย่างเห็นได้ชัด

“ชุนเอ๋อร์ ข้าว่าพวกเราปลอมเป็นสามีภรรยาจะไม่ดีกว่าหรือ เจ้าปลอมเป็นสาวใช้เช่นนี้อย่างไรข้าก็รู้สึกไม่ดีเลย” ลู่เจาถงเอ่ยกับว่านลี่ชุนยามที่นั่งอยู่บนรถม้าซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปแคว้นฉู่ เขาไม่ได้สวมเครื่องแบบทหาร ท่วงทีองอาจซึ่งเกิดจากการฝึกฝนในกองทัพทำให้เขายามนี้ดูราวกับคุณชายตระกูลใหญ่

“ข้าไม่รังเกียจหากต้องรับใช้นายน้อยและกินอาหารในครัว แต่นายน้อยลืมไปหรือไม่ หากปลอมเป็นสามีภรรยาแล้วยามแยกห้องนอนจะไม่ยิ่งมีพิรุธน่าสงสัยหรือ” ว่านลี่ชุนย้อนถามทำให้ชายหนุ่มไม่อาจปฏิเสธได้ เสี่ยวหงและเสี่ยวฟางที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้แต่แอบอมยิ้ม ผู้ใดมีตาย่อมรู้ดีว่าลู่เจาถงคิดอย่างไรกับว่านเสินจื่อ

“ข้าลืมคิดถึงเรื่องนั้น” ลู่เจาถงตอบแล้วก้มหน้าลงซ่อนรอยแดงที่สองแก้ม เขาเพียงแต่อยากมีโอกาสใกล้ชิดกับนาง ถึงแม้จะเป็นเรื่องหลอกๆ แต่ความคิดที่ว่านางจะได้เรียกเขาว่าท่านพี่ก็ทำให้อดคาดหวังไม่ได้

“นายน้อย เรามิใช่สามีภรรยากัน หากปลอมตัวเช่นนั้นย่อมจะตบตาผู้อื่นได้ยากกว่า” ว่านลี่ชุนอธิบายยิ้มๆ ไม่ได้ถือสาที่เขาอยากจะฉวยโอกาสทำตามความปรารถนาในใจ

ระหว่างทางเจอด่านตรวจอยู่บ้าง ลู่เจาถงแสดงป้ายประจำแหน่งหัวหน้ากองดาบทำให้ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย เพียงอ้างว่าจะกลับบ้านเกิดไปเยี่ยมบิดามารดาก็ไม่มีผู้ใดกล้าตั้งข้อสงสัย ว่านลี่ชุนรู้สึกว่านางคิดถูกแล้วที่พาเขามา หากมีเพียงนางและผู้ติดตามจากเฉินเต้า คงไม่แคล้วต้องจ่ายค่าน้ำร้อนน้ำชาไปไม่น้อยเพื่อตัดความรำคาญและไม่ให้พวกเขาสืบสาวได้ว่าพวกนางเป็นคนของเฉินเต้า

ล่วงเข้าวันที่สิบห้าของการเดินทาง คณะเดินทางก็เข้าพักที่โรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองหลิงเฉิง ว่านลี่ชุนตั้งใจจะพำนักอยู่เมืองนี้เพื่อสืบหาสาเหตุที่สำนักเฉินเต้าในเมืองนี้ต้องปิดตัวลง ครั้นเข้าที่พักเรียบร้อยแล้วนางก็เปลี่ยนชุดเป็นหญิงสาวชาวบ้าน เตรียมตะกร้าบรรจุของเซ่นไหว้ออกจากโรงเตี๊ยม ลู่เจาถงนั่งดื่มชาอยู่ที่ชั้นล่าง ว่านลี่ชุนยิ้มกว้างเมื่อเห็นเขา

“นายน้อย ข้ากำลังจะออกไปข้างนอก นายน้อยขึ้นไปพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ”

ลู่เจาลงลุกขึ้นยืน พูดเสียงเบาให้ได้ยินกันสองคน “ข้านึกอยู่แล้วว่ายามบ่ายเจ้าคงจะไม่ยอมเก็บตัวอยู่ในห้องพักเป็นแน่ หากจะไปไหนก็ให้ข้าไปเป็นเพื่อนเถิด ข้ารับรองจะไม่ก้าวก่ายเรื่องภายในของเฉินเต้าเด็ดขาด”

“นายน้อยอย่าเป็นห่วงเลยเจ้าค่ะ ข้าย่อมมีคนติดตามไปด้วย” เรื่องภายในของอาราม ว่านลี่ชุนย่อมไม่อยากรบกวนอีกฝ่าย นางตั้งใจจะให้ผู้คุ้มกันของเฉินเต้าร่วมทางไปคอยอารักขา

“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าเป็นสาวใช้ของข้า เมืองนี้เป็นเมืองเล็ก หากข้าไม่ไปด้วย สาวใช้อย่างเจ้าออกไปไหนมาไหนตามลำพังทั้งยังมีผู้ติดตามไม่ดูน่าสงสัยหรือ”

ว่านลี่ชุนเห็นเขารอบคอบคิดอ่านแทนนางก็ส่งยิ้มให้ “เช่นนั้นก็เชิญคุณชายเถิดเจ้าค่ะ” ว่านลี่ชุนยิ้มจนตาหยี เบี่ยงกายให้เขาเดินนำออกไปก่อน

ลู่เจาถงเห็นรอยยิ้มของนาง จิตใจก็ชุ่มชื่นนัก อารามเฉินเต้านี้อยู่ไม่ไกลจากย่านชุมชนมากนัก ครั้นถามทิศทางจากคนในโรงเตี๊ยมแล้วทั้งคู่จึงตัดสินใจเดินไปโดยมีผู้ติดตามอีกสองคน

ชาวบ้านตามสองข้างทางต่างมองตามชายหนุ่มท่าทางองอาจภูมิฐานที่เดินมากับสาวใช้อย่างสนใจ ที่นี่ไม่ค่อยมีคนจากต่างเมืองสัญจรผ่าน จึงไม่ค่อยมีคนแปลกหน้าให้เห็นเท่าใดนัก คราแรกว่านลี่ชุนคาดว่าจะได้เห็นอารามเฉินเต้าที่รกร้างว่างเปล่าเพราะอู๋จื่อที่เป็นหัวหน้าอารามแห่งนี้หายตัวไป  ทางตำหนักนอกไม่ได้รับรายงานจากอารามสาขานี้มาระยะหนึ่งแล้ว กำลังคิดจะส่งอู๋จื่อคนใหม่มาเป็นหัวหน้าสาขา แต่ว่านลี่ชุนผ่านมาพอดีจึงอาสาแวะมาตรวจสอบเสียก่อน ทว่ายามที่ไปถึง อารามกลับถูกขึ้นป้ายทาสีใหม่ อักษรบนนั้นเขียนว่า “ไป่อวิ๋นกว่าน” หญิงสาวขมวดคิ้ว

ลู่เจาถงหันมามองนาง “เหตุใดเจ้าจึงคิดอยากมาอารามเต๋าหรือ”

ว่านลี่ชุนไม่ได้ตอบ นางเพียงหันไปชักชวน “นายน้อย เชิญเข้าไปด้านในก่อนเถิดเจ้าค่ะ”

ครั้นเหยียบย่างเข้าไปในบริเวณอาราม เห็นได้ชัดว่าถูกเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย เฉินเต้าเป็นลัทธิที่บูชาเทพเจ้าหลากหลาย รูปเคารพจึงแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ ทว่ายามนี้รูปเคารพเทพเจ้าต่างๆ กลับเหลือเพียงซากปรักหักพัง คนงานสองสามคนกำลังทยอยขนเศษซากออกไปทิ้ง มีเพียงแท่นที่ว่างเปล่าเป็นหลักฐานว่าเคยมีรูปเคารพอยู่ตรงนั้น ว่านลี่ชุนเม้มปากแน่น สองแก้มแดงด้วยโทสะ โจรลัทธิเต๋าถึงกับกล้าชิงอารามกันหน้าด้านๆ ถึงเพียงนี้เชียวหรือ

“ชุนเอ๋อร์ เข้าไปจุดธูปกันก่อนเถอะ ตรงนี้แดดแรงนัก” ลู่เจาถงแตะข้อศอกนางเมื่อเห็นหญิงสาวยืนนิ่งไม่ขยับ ว่านลี่ชุนจึงค่อยได้สติ รับคำเขาอย่างนอบน้อม

“เจ้าค่ะนายน้อย”

ครั้นก้าวเข้าไปในส่วนวิหาร รูปเคารพที่อยู่บนแท่นบูชาด้านในล้วนแล้วแต่เป็นปรมาจารย์เต๋าในตำนานผู้ปราบปีศาจร้ายในยุคสมัยต่างๆ ว่านลี่ชุนในชุดสาวใช้ถือถุงเงินให้เจ้านาย เดินไปหยอดเงินใส่ตู้ไม้เป็นค่าธูปเทียน พอเสียงเงินกระทบตู้ดังก้องในวิหารโล่งกว้าง นักพรตเต๋าคนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากมุมใดมุมหนึ่งโดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น เขากวาดตามองคนกลุ่มใหญ่ในวิหารแล้วก็ตัดสินใจได้ในทันทีว่าผู้ใดเป็นหัวหน้า

“คุณชายท่านนี้ช่างใจบุญเหลือเกิน ท่านมาเยือนอารามเต๋าของเรา ไม่ทราบมีเรื่องใดให้ข้านักพรตช่วยหรือไม่ ไม่ว่าท่านจะมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลหรือต้องการปราบปีศาจร้าย นักพรตหลายท่านในอารามเต๋าของเราย่อมช่วยเหลือท่านได้” นักพรตผู้นี้เปิดฉากขายสินค้าให้กับลู่เจาถงในทันที เขาคะเนจากเสียงก้อนเงินที่หย่อนลงในตู้บริจาค ดูท่าจะไม่ใช่น้อย จึงกระตือรือล้นเป็นพิเศษ

ลู่เจาถงแย้มยิ้ม ตอบกลับไปอย่างสุภาพ “พวกเราเพียงผ่านมา จึงแวะมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลเท่านั้น หาได้มีเรื่องใดต้องรบกวนท่านนักพรตแล้ว”

“คุณชาย ท่านดูมีสง่าราศี สมควรเป็นผู้ที่เปี่ยมไปด้วยบุญบารมี ทว่าดูไปแล้วใบหน้าท่านหมองคล้ำ เหมือนท่านจะมีคราวเคราะห์ ไหนๆ ท่านก็มาถึงอารามของเราแล้ว ไม่ลองสะเดาะเคราะห์สักหน่อยหรือ”

ว่านลี่ชุนลี่ชุนส่งธูปที่จุดแล้วให้ลู่เจาถง เขารับธูปแล้วแล้วคุกเข่าลงกับเบาะรอง ไม่สนใจคำพูดของนักพรตผู้นั้น ไหว้เสร็จแล้วจึงส่งธูปให้ว่านลี่ชุนนำไปปักลงกระถาง นักพรตที่ยืนรออยู่ด้านข้างถามขึ้นอีกอย่างอดรนทนไม่ไหว

“คุณชายดูเหมือนไม่ใช่คนเมืองนี้ ท่านผ่านมาแถวนี้มีธุระอะไรหรือ”

กลับเป็นว่านลี่ชุนที่เป็นฝ่ายขัดขึ้น “เอ...นายน้อยเจ้าคะ คราวก่อนที่เราผ่านมา มิใช่อารามแห่งนี้เป็นอารามเฉินเต้าหรอกหรือ”

ลู่เจาถงยังไม่ทันตอบ เสียงของนักพรตผู้นั้นก็ดังขึ้นก่อน

“เฮ้อ สาวใช้อย่างเจ้าจะไปรู้อะไร อารามเฉินเต้านั่นหาได้น่าศรัทธาไม่ ดีแล้วที่ต้องปิดตัวลงไป”

ว่านลี่ชุนกัดฟันข่มโทสะแล้วแสร้งเลิกคิ้วถาม “ทำไมหรือเจ้าคะ”

“เจ้าไม่รู้หรือว่าเฉินเต้าเป็นเพียงสำนักหลอกลวงที่หากินกับศรัทธาของชาวบ้าน นักบวชหญิงเล่านั้นทำท่าสูงส่งไปอย่างนั้นเอง อันที่จริงแล้วพวกนางเพียงใช้อารามอันศักดิ์สิทธิ์บังหน้า บุรุษในเมืองนี้ถูกนักบวชหญิงเหล่านี้ล่อลวงไปหลายคนแล้ว”

“เป็นไปได้อย่างไรกัน ข้าได้ยินมาว่าอู๋จื่อสามารถลาสิกขาได้ หากพวกนางคิดจะสมรสกับบุรุษใดก็ไม่จำเป็นต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ เช่นนั้นเสียหน่อย”

นักพรตถูกสาวใช้ขัดคอก็บันดาลโทสะ แต่เห็นสาวใช้ผู้นี้หน้าตางดงาม คุณชายผู้นี้ก็ดูเหมือนจะให้เกียรตินางอย่างดี เห็นทีนางคงเป็นเป็นสาวใช้คนโปรดที่คุณชายผู้นี้หลงใหลก็เป็นได้ อย่างไรเสียก็ไม่ควรล่วงเกิน จึงกระแอมไอแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้น

“แม่นางน้อยผู้นี้ไม่รู้อะไร สิ่งที่นักบวชเฉินเต้าเหล่านี้ทำเป็นการทำลายศีลธรรมและขนบอันดีงามที่เมืองลี่เฉิงอันเงียบสงบของเรามีมาช้านาน เห็นพวกท่านเป็นคนนอก ข้านักพรตก็ไม่อยากจะเอ่ยเรื่องเหล่านี้ให้เป็นที่เสื่อมเสียเลย”

ลู่เจาถงเห็นสีหน้าของว่านลี่ชุน ทั้งยังได้ฟังสิ่งที่นักพรตผู้นี้กล่าว ก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ เขาเดาได้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นคงไม่ปกตินัก นี่กระมังเป็นจุดมุ่งหมายของว่านลี่ชุนที่มาเยือนอารามแห่งนี้ เขาจึงควักเงินจากถุงเงินส่วนตัว หย่อนใส่ตู้รับบริจาคอีกก้อน นักพรตได้ยินเสียงเงินตกกระทบก้นตู้รับบริจาคก็ราวกับถูกกระตุ้นให้เล่าเรื่องต่อ

“แต่เห็นพวกท่านมีศรัทธาแน่วแน่ต่ออารามไป๋อวิ๋นกว่านของเรา ข้าจะเล่าให้ฟังก็ได้ แต่เดิมอารามเฉินเต้าแห่งนี้เป็นเพียงสาขาเล็กๆ มีเจ้าอารามหนึ่งคนและนักบวชสองคนเท่านั้น พวกนางจะว่าไปก็นับว่าหน้าตาไม่เลว” เขาส่ายหน้าก่อนกล่าวต่อ “เสียแต่ว่าความประพฤติไม่เรียบร้อย แต่เมืองนี้มีอารามนี้แห่งเดียวเท่านั้น ชาวบ้านจึงจำต้องมาสักการะบูชาท่านเทพที่นี่อยู่ดี”

ว่านลี่ชุนเดือดจนแทบระเบิด จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร ในฐานะที่นางเคยเป็นอู๋จื่อฝึกหัดมาก่อน ย่อมรู้ดีว่าก่อนนที่จะผ่านการเลื่อนขั้นเป็นอู๋จื่อต้องผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวด ยิ่งผู้ที่ถูกส่งตัวมารับตำแหน่งเจ้าอาราม ยิ่งไม่มีทางประพฤติตนดังเช่นนักพรตผู้นี้พูดเป็นแน่ นางเกรงว่าจะไม่อาจปิดบังสีหน้าขุ่นเคืองไว้ได้ จึงทำทีถอยไปยืนอยู่ด้านหลังลู่เจาถง ประหนึ่งว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สตรีไม่ควรฟัง นักพรตผู้นั้นยิ่งเล่าก็ยิ่งออกรส

“เวลาที่พวกนางเห็นบุรุษที่ถูกใจ ก็ไม่สนใจว่าพวกเขามีภรรยาแล้วหรือไม่ เฮ้อ...ข้าคงไม่ต้องบรรยายแล้ว หากท่านไม่เชื่อก็ไปดูได้ที่บ้านอาหนิวกับอาจิว พวกเขามีภรรยาอยู่แล้วแท้ๆ นักบวชหญิงสองคนนั้นยังไปยุ่งกะครอบครัวของพวกเขาอีก ดีที่ภรรยาของทั้งสองคนนี้ใจกว้าง ไม่อย่างนั้นล่ะก็คงไม่แต่งพวกนางเข้าบ้านไปเป็นอนุหรอก”

ว่านลี่ชุนฟังแล้วสะดุดใจ หากคิดจะใช้วิธีการต่ำช้าล่อลวงบุรุษ ไยไม่หมายคาคบสูง เท่าที่ฟังชื่อ อาหนิวและอาจิวน่าจะเป็นชาวบ้านธรรมดา มิหนำซ้ำยังแต่งออกไปเป็นอนุ คงจะมีชีวิตที่ยากลำบากเป็นแน่ แล้วพวกนางจะทำเช่นนั้นไปทำไม ว่านลี่ชุนไม่นึกอย่างรั้งอยู่ในอารามแห่งนี้แล้ว เพียงมีนักพรตเหล่านี้เข้ามาครอบครอง สถานที่แห่งนี้ก็ราวกับถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความโสมม นางแอบดึงแขนเสื้อลู่เจาถงอยู่ด้านหลัง

“หากเป็นท่านนักพรตว่าก็นับว่าเป็นบุญของชาวเมืองนี้ที่ได้พวกท่านมากอบกู้ศรัทธา คราวหน้าหากเดินทางผ่านมา ข้าจะต้องแวะมาอารามแห่งนี้อีกแน่นอน” ลู่เจาถงแสร้งเยินยออีกฝ่ายก่อนเอ่ยลา

ออกจากอารามมาแล้ว ว่านลี่ชุนก็ยังคงมีสีหน้าไม่ดีนัก ลู่เจาถงทอดฝีเท้าเดินเคียงคู่นาง ในที่สุดหญิงสาวก็หันมาพูดกับเขา

“นายน้อย ท่านกลับที่พักไปก่อนเถิด”

“ข้ารู้ว่าเจ้าหมายจะไปที่ใด ชุนเอ๋อร์ ไหนๆ ข้าก็รับรู้เรื่องราวมาตั้งแต่ต้น ไม่ให้ข้าร่วมทางไปด้วยเล่า ข้าไม่ได้ลำบากสักนิด”

ว่านลี่ชุนกวาดตามองเขาอย่างจริงจัง ก่อนกระซิบบอกเขา “พี่เจาถง ข้าไม่ต้องการดึงท่านมายุ่งเกี่ยวเรื่องนี้เลยสักนิด”

เขาได้ยินนางเรียกขานด้วยชื่ออย่างคุ้นเคยก็คลี่ยิ้ม “ไปเถอะ ลี่ชุน ไม่ใช่ว่ามีเงื่อนงำอีกมากรอให้เจ้าไปสะสางหรอกหรือ" กล่าวจบก็เดินนำไปทันที


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 288 ครั้ง

432 ความคิดเห็น

  1. #399 dplay (@dplay) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 15:48

    ดดื้อด้าน อนาคตนางจะมีปัญหาเพราะคนๆนี้แน่นอน

    #399
    0
  2. #392 Bamboo_Pantira (@Bamboo_Pantira) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 23:19
    รำคาญเจาถงมากๆ
    #392
    0
  3. #387 นาน่านะ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 07:41

    ก็เข้าใจนะว่าคนมันรัก...แต่ ผญ. ก็ปฏิเสธมาตลอด และตัวเองก็นำพาความเดือดร้อนมาให้เค้าตลอด ยังมีหน้ามาตามตอแย ตามตื้ออยู่ได้ มันโคตรน่ารำคาญเลยอ่ะ น่าอึดอัด ...อยากตะโกนกรอกหูมันว่า พวกมึ-ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องกันรึยังไงวะคะ

    เห็นด้วยกับท่านอื่น...แม่มโคตรรำคาญ ผช. เรื่องนี้ น่าถีบทุกคนเลย

    #387
    0
  4. #349 Rawinnipha Seangkum (@rawinniphaxoxo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 10:36

    รำคาญผู้ชายเรื่องนี้ ทำไมขี้_จังอึดอัดแทนนางเอก

    อินเว้ย

    #349
    0
  5. #346 แมวเมาเกลือ (@vachirayarsk2544) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 07:54
    เป็นเรื่องแรกที่ไม่ชอบผู้ชายคนไหนเลย บางทีจบแบบไม่มีพระเอกคงจะสบายใจที่สุดแล้ว
    #346
    0
  6. #296 LaLaWhanNa (@LaLaWhanNa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 01:37
    รอเรื่องนี้ตลอด
    #296
    0
  7. #295 mee_pa (@mee_pa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 14:43
    ดีใจได้อ่านต่อ ไรต์หายไปนานเลย
    #295
    0
  8. #294 !•คิวปิด•! (@kukcruel) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 01:19
    ขอบคุณที่ไรท์มาต่อนะจ้า อยากบอกว่าเรื่องนี้ยังไม่ประทับใจคาแรคเตอร์ผู้ชายคนไหนเลย
    #294
    0
  9. #292 วานุก (@wkor) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 17:41
    รำคาญเจาถงอ่ะ
    #292
    0
  10. #291 meduzabencz (@meduzabencz) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 17:26
    รำคาญผูชายเรื่องนี้ นางเอกจบแบบเป็นเจ้าสำนัก ครองโสดไปสวยๆก็ดีอีกแบบนะ
    #291
    1
    • #291-1 Altyar (@Altyar) (จากตอนที่ 23)
      15 มีนาคม 2562 / 23:35
      เห็นด้วย บทบาทมันมาทางนี้ตั้งแต่แรก วางตัวไว้เป็นร่างทรงว่าที่เจ้าสำนักรุ่นต่อไปแต่งงานไม่ได้ แล้วหลังจากนี้จะจบเรื่องยังไง ออกไปแต่งงานปล่อยสำนักล่มสลาย ละทิ้งความคาดหวังของอาจารย์
      #291-1
  11. #290 FREINFORW (@dokidokiprecure) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 16:11

    ม่างรำคานเถาจง รำคาน้เม่ทัพ รำคานฮ่องเต้ โอเคผู้เรื่องนี้หมดเล้ว

    #290
    0
  12. #289 Melis (@melikbaykara2121) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 14:45

    รอเธอมานาน ดีใจจัง

    #289
    0
  13. #288 itsoroxyx (@itsoroxyx) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 14:34
    รู้สึกลำคาญเจาถงตะหงิดๆ
    #288
    0
  14. #287 T.Hotaru (@27vanilla) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 14:25
    กลับมาแล้วเย้ๆ
    #287
    0