ผู้พยากรณ์แห่งเฉินเต้า 神道 先见者

ตอนที่ 26 : ลอบโจมตี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2440
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 239 ครั้ง
    19 มี.ค. 62



เฉินเต้านอกจากจะค้าข่าวเองแล้ว ยังทำการค้ากับ “จงเจียนเหริน” หรือพ่อค้าคนกลางอีกด้วย ข่าวทั่วไปขายผ่านจงเจียนเหริน มีเพียงข่าวชิ้นใหญ่ที่มีผลกระทบในวงกว้าง เฉินเต้าจึงจะออกหน้าขายเองโดยใช้ชื่อ “เซียนเจี้ยน” และประสบความสำเร็จในการปิดบังร่องรอยของเซียนเจี้ยนไว้เป็นความลับ แม้คนในยุทธภพและราชสำนักแคว้นต่างๆ จะพยายามตามหาเบาะแสของเซียนเจี้ยนมานานปีก็ยังคว้าน้ำเหลว เซียนเจี้ยนจะปรากฏกายเองก็ต่อเมื่อมีข่าวที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนอันยิ่งใหญ่มาเสนอขาย

จงเจียนเหรินหรือพ่อค้าคนกลางที่ว่าก็คือคนจากสำนักดาราเทพที่ตั้งแผงหมอดูอยู่ตามเมืองต่างๆ ความสัมพันธ์ระหว่างสำนักเฉินเต้าและสำนักดาราเทพมีมายาวนานและยังเป็นความลับที่ล่วงรู้เฉพาะเจ้าสำนักและผู้อาวุโส แรกเริ่มเจ้าสำนักดาราเทพได้รับการถ่ายทอดศาสตร์ในการพยากรณ์จากสำนักเฉินเต้าโดยมีข้อตกลงว่าสำนักดาราเทพจะต้องเป็นฝ่ายออกหน้าค้าขายข่าวให้กับสำนักเฉินเต้า ยามที่มีผู้ติดต่อขอซื้อข่าวจากแผงหมอดู สำนักดาราเทพจะส่งข้อความนั้นต่อไปยังสำนักเฉินเต้า เมื่อได้รับคำตอบแล้วก็จะชำระเงินแล้วนำข่าวนั้นไปขายโดยบวกกำไรอีกทอดหนึ่ง หน้าที่ของคนในสำนักดาราเทพมีเพียงตั้งแผงดูหมอ ขายข่าวและลอบสังเกตการณ์ แต่หาได้มีความชำนาญในการเสาะหาข้อมูลเช่นเฉินเต้า พวกเขาไม่เคยกระดิกตัวสืบข่าวหรือทำงานจารกรรมด้วยเหตุนี้ความเป็นมาของสำนักดาราเทพจึงลึกลับ ไม่มีใครเคยรู้ว่าสำนักดาราเทพสืบหาข่าวได้อย่างไร และยังไม่มีใครสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของสำนักดาราเทพกับเฉินเต้าได้

น่าเสียดายที่ในเมืองลี่เฉิงไม่มีแผงหมอดูของสำนักดาราเทพ ว่านลี่ชุนจึงไม่อาจสืบหาเบาะแสเพิ่มเติมได้ กระนั้นหากนางต้องการให้พรรคดาราเทพลอบสังเกตการณ์ ก็ต้องติดต่อผ่านเจ้าสำนักดาราเทพให้เป็นผู้สั่งการลงมา ตอนนี้จะให้ส่งคนมาประจำที่เมืองนี้ก็ดูจะไม่ทันการเสียแล้ว

ตำหนักนอกเจี้ยวพ่ายเฉินเต้าต้องปกครองสาขาที่กระจัดกระจายไปตามแว่นแคว้นต่างๆ เป็นอาณาบริเวณกว้างขวาง การที่เหตุการณ์เหล่านี้รอดหูรอดตาเจ้าตำหนักไม่ใช่เรื่องแปลก นางคิดจะส่งจดหมายเตือนภัยไป๋เสินจื่อแต่ไม่แน่ใจว่าศัตรูจะดักเส้นทางสื่อสารหรือไม่ จึงแสร้งหยั่งเชิงโดยเขียนจดหมายใจความว่า “คุณชายกำลังเดินทางกลับ บอกนายท่านไม่ต้องเป็นกังวล” แล้วผูกกับขานกพิราบปล่อยไปในวันรุ่งขึ้น

จากนั้นทั้งคณะก็เดินทางออกจากเมืองลี่เฉิงตั้งแต่เช้า มุ่งหน้ากลับไปยังชายแดนแคว้นเซี่ยเพื่อไปยังตำหนักนอกเจี้ยวพ่ายเฉินเต้า จากที่แต่เดิมว่านลี่ชุนตั้งใจจะเดินทางแวะเวียนไปยังเฉินเต้าสาขาต่างๆ นอกแคว้น เป็นอันต้องเปลี่ยนแผน นางจำต้องกลับไปวางกลยุทธ์รับมือร่วมกับไป๋เสินจื่อ

เป็นดังที่หลี่อู๋จื่อและไช่อู๋จื่อบอกไว้ เพียงออกนอกเมือง ผู้คุ้มกันก็เข้ามารายงานข้างรถม้า

“แม่นาง นายน้อย มีคนลอบติดตามพวกเราออกจากเมืองลี่เฉิง” สีหน้าของเขาเรียบเฉยไร้พิรุธราวกับถามว่ากลางวันนี้จะกินอะไร

ว่านลี่ชุนถามกลับ “มีกันกี่คน”

“น่าจะสองคนขอรับ”

“กำจัดเสีย” ว่านลี่ชุนเอ่ยเสียงต่ำ ทำเอาเสี่ยวหงและเสี่ยวฟางตกใจ พวกนางไม่เคยเห็นว่านเสินจื่อเป็นเช่นนี้มาก่อน

ลู่เจาถงเอื้อมมือมาแตะแขนนางเบาๆ “ชุนเอ๋อร์อย่าเพิ่งใจร้อน หากเจ้ารีบกำจัดพวกมันตอนนี้ พรรคพวกที่เหลืออยู่จะต้องออกไล่ล่าพวกเราแน่ ยามนี้แม้เจ้ามีผู้คุ้มกันไม่น้อย แต่นอกจากพวกเจ้านายบ่าวสามคนแล้ว ยังมีอู๋จื่ออีกสองคนในรถม้าด้านหลังมิใช่หรือ หากมีการต่อสู้เกิดขึ้น ไม่แน่ว่าจะได้เปรียบ มิสู้เราแสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ ปล่อยให้พวกมันคิดว่าข้าเป็นคุณชายอ่อนแอเดินทางมากับสาวใช้ พวกมันย่อมลังเลว่าจะลงมือดีหรือไม่ กว่าพวกมันจะสืบได้ว่าข้าเป็นใคร ป่านนั้นพวกเราก็น่าจะเข้าใกล้ชายแดนแคว้นเซี่ยแล้ว”

ว่านลี่ชุนได้ฟังก็เห็นด้วย จะอย่างไรลู่เจาถงก็คุ้นเคยกับกลศึกและการสู้รบมากกว่านาง หนทางที่เขาเสนอย่อมจะเหมาะสมกว่า กระนั้นก็ยังอดไม่ได้ที่จะตั้งข้อสงสัย

“ท่านแน่ใจหรือว่าพวกมันไม่ได้คิดปิดปากพวกเรา ส่งคนสะกดรอยมาก่อนแล้วจึงค่อยยกพวกมาปิดล้อมพวกเราทีหลัง”

ลู่เจาถงได้ฟังข้อสันนิษฐานของนางก็ไม่อาจปฏิเสธความเป็นไปได้ “ที่เจ้าว่ามาก็เป็นไปได้ ยามนี้เราจำเป็นต้องเสี่ยงตัดสินใจเลือกสักทางหนึ่ง แต่ข้าคิดว่าพวกมันน่าจะยังไม่กล้าลงมือ ไม่เช่นนั้นคงไม่ส่งคนสะกดรอยมาเพียงสองคนหรอก”

ได้ยินเช่นนั้นว่านลี่ชุนก็ตัดสินใจได้จึงหันไปบอกผู้คุ้มกันที่ควบม้ารอคำตอบอยู่ด้านข้าง “ไม่ต้องไปสนใจ ทำตัวตามปกติ”

ผ่านไปสามวันนกพิราบสื่อสารที่ส่งไปก็ยังไม่กลับมา ปกติแล้วหากอีกฝ่ายได้รับสารก็จะส่งนกพิราบกลับมาเป็นสัญญาณ เงียบหายไปเช่นนี้ค่อนข้างจะแน่ใจได้แล้วว่าศัตรูลอบตัดช่องทางส่งข่าวสาร ยังดีที่เนื้อหาซึ่งนางเขียนไปในจดหมายไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับเฉินเต้า ไม่เช่นนั้นอีกฝ่ายคงจะลงมือเปิดฉากสังหารไปแล้ว กระนั้นก็ตาม นางไม่คิดว่าศัตรูจะยอมให้พวกนางกลับไปถึงเมืองหยางจิ่งอันเป็นเมืองชายแดนที่ตั้งตำหนักนอกเจี้ยวพ่ายเฉินเต้า นางหลับตานึกทบทวนเส้นทางในใจ

“พี่เจาถง หากพวกเราจะมุ่งหน้าไปเมืองหยางจิ่ง ท่านคิดว่าพวกมันจะลงมือจัดการพวกเราที่ใด”

ลู่เจาถงได้ฟังคำถามของนางก็เข้าใจในทันที “ข้างหน้านี้จะมีทางแยกสองสาย สายหนึ่งไปเมืองอานเฉิง อีกสายหนึ่งไปเมืองตู้ซาน หากพวกเราจะกลับไปเมืองหยางจิ่งจะต้องผ่านเมืองอานเฉิง หากพวกมันคิดจะปิดปาก จะต้องลงมือในเมืองอานเฉิงแน่ แต่ต่อให้พวกเราเลือกไปเมืองตู้ซาน แม้พวกมันจะคิดว่าพวกเราไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเฉินเต้า ก็ไม่ได้รับประกันอยู่ดีว่าพวกมันจะปล่อยให้พวกเรารอดชีวิตไปได้”

“ถูกต้อง คนตายเท่านั้นที่เก็บความลับได้ดีที่สุด ระหว่างนี้พวกมันคงกำลังเร่งตรวจสอบว่าท่านเป็นใคร คุ้มค่าที่จะล่วงเกินหรือไม่” ว่านลี่ชุนตรึกตรอง

เสี่ยวหงกับเสี่ยวฟางฟังพวกเขาถกกันอย่างเคร่งเครียดเรื่องที่คณะเดินทางจะถูกลอบโจมตีทุกวันจนขวัญบินไปหมด แต่เห็นว่านเสินจื่อยังครองสติได้ดีจึงค่อยวางใจ

ในที่สุดขบวนเดินทางก็บรรลุถึงทางแยก ตั้งแต่พวกเขามุ่งหน้าสู่เมืองอานเฉิงก็สัมผัสได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม ทว่าระหว่างทางผู้คนพลุกพล่าน ไม่สะดวกที่อีกฝ่ายจะลงมือ พวกเขาเข้าพักในโรงเตี๊ยมตระกูลเฉิน บรรดาผู้คุ้มกันจึงค่อยผ่อนคลายลงได้บ้าง โรงเตี๊ยมตระกูลเฉินเป็นโรงเตี๊ยมใหญ่ ย่อมมีการว่าจ้างผู้คุ้มกันรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี หลงจู๊สตรีออกมาต้อนรับ พอกินข้าวเย็นและแยกย้ายกันเข้าห้องพักแล้ว หลงจู๊ผู้นั้นจึงมาเคาะห้องที่ว่านลี่ชุนพักรวมกับเสี่ยวหงและเสี่ยวฟาง

“พวกข้าลงไปเอาน้ำชาก่อนนะชุนเอ๋อร์” เสี่ยงหงและเสี่ยวฟางออกจากห้องไปอย่างรู้กาลเทศะ ว่านลี่ชุนจึงถือโอกาสนี้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้นางฟัง แน่นอนว่าช่องทางการส่งสารจากโรงเตี๊ยมตระกูลเฉินไปถึงเจ้าตำหนักนอกย่อมง่ายดายอย่างยิ่ง หลงจู๊นิ่งฟัง แววตาเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

“ชั่วช้าเหลือเกิน ลงมือกับนักบวชบริสุทธิ์เหล่านั้นได้” หลงจู๊สบถออกมาด้วยความโกรธ ผู้ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเฉินเต้าล้วนมีใจยกย่องนักบวชในอาราม พวกเขารู้สึกว่านักบวชเหล่านั้นมีจิตใจที่สะอาดบริสุทธิ์ ไม่จำเป็นต้องมารับรู้เบื้องหลังอันเต็มไปด้วยเล่ห์กลของเฉินเต้า

“พวกมันใช้ประโยชน์จากความคลุ้มคลั่งของฝูงชนและความหวาดกลัวของผู้ตกเป็นเหยื่อ ต่อให้มีใครสักคนไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคนในเมือง ก็ย่อมไม่กล้าออกปากเพราะเกรงว่าตนเองจะกลายเป็นเป้าหมายของการมุ่งร้ายไปด้วย” ว่านลี่ชุนเสริม

“ท่านกล่าวไม่ผิด แผนการนี้อำมหิตยิ่งนัก ข้าไม่นึกเลยกับนักบวชสตรีที่ไม่มีทางสู้ พวกมันยังสังหารและย่ำยีได้ลงคอ”

“ข้ายังไม่แน่ว่าจะสามารถออกจากเมืองนี้กลับไปหยางจิ่งได้อย่างปลอดภัย รบกวนหลงจู๊ส่งข่าวให้ไป๋เสินจื่อเจ้าตำหนักนอกด้วย”

“ได้ ข้าจะส่งคนไปคืนนี้เลย” หลงจู๊รับคำอย่างแข็งขัน

วันรุ่งขึ้น รถม้าจอดเรียงรายหน้าโรงเตี๊ยม ว่านลี่ชุนกับลู่เจาถงนั่งด้วยกันบนรถม้าคันแรกสุด ส่วนสาวใช้และอู๋จื่อสองคนนั่งด้วยกันอีกคันหนึ่ง เห็นเช่นนี้ใครๆ ก็พอจะเข้าใจว่าคุณชายรูปหล่อคงจะต้องการพลอดรักกับสาวใช้ข้างห้อง จึงมิได้ดูผิดสังเกตแต่อย่างใด ก่อนจะออกรถ มีรถม้าขนสินค้าจอดเทียบทั้งซ้ายและขวา ยกหีบขึ้นลงดูวุ่นวายนัก แต่พอขนถ่ายสินค้าเสร็จกลับชิงตัดหน้าออกรถไปก่อนอย่างรวดเร็ว ขบวนของว่านลี่ชุนต้องหลบหลีกให้พ่อค้าซึ่งดูท่าจะอารมณ์ไม่ดี น่าสงสารม้าเทียมรถที่ถูกแส้หวดจนแทบวิ่งเตลิด

พอฝุ่นตามท้องถนนที่เกิดจากรถพ่อค้าจางลง รถม้าของคณะเดินทางจึงค่อยเคลื่อนตัวออกจากโรงเตี๊ยม ว่านลี่ชุนและลู่จงเถานั่งนิ่งอยู่ในรถม้าอย่างเตรียมพร้อม ลู่เจาถงเอ่ยทำลายความเงียบ

“ไม่ต้องกลัว ข้าจะปกป้องเจ้าด้วยชีวิต”

“ข้าไม่ต้องการชีวิตท่าน ผู้คุ้มกันเหล่านี้ล้วนเป็นชนชั้นหัวกะทิ ข้าเป็นถึงเสินจื่อผู้สืบทอดตำหนักบน อาจารย์ไม่ปล่อยให้ข้าตายง่ายๆ แน่” ว่านลี่ชุนตอบติดตลก ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงไม่น้อย

เมื่อรถม้าวิ่งเข้าใกล้อาณาเขตแคว้นเซี่ย สองข้างทางเป็นป่ารกทึบ ท่อนซุงใหญ่ถูกวางขวางไว้เบื้องหน้าทำให้รถม้าไม่อาจควบตะบึงผ่านไปได้ ทันทีที่ขบวนรถม้าชะลอจนจอดสนิทก็ถูกจู่โจมทันที แต่เป้าหมายกลับเป็นรถม้าของอู๋จื่อ ชายชุดดำซึ่งซุ่มซ่อนอยู่ในป่าสองข้างทางวิ่งตรงไปยังรถม้าคันหลัง เห็นได้ชัดว่าหมายจะสังหารปิดปากอู๋จื่อทั้งสอง

เสียงดาบปะทะกันดังขึ้นรอบด้าน  ผู้คุ้มกันของเฉินเต้ามีกว่าสิบชีวิต บางส่วนแต่งตัวเป็นคนขับรถม้า บางส่วนปลอมตัวเป็นบ่าวแบกหามคอยระวังคอยระวังขบวนสัมภาระ ต่างชักดาบออกมาต่อสู้กับผู้บุกรุกอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อป้องกันรถม้าหลักทั้งสองคัน เพียงไม่นานผู้คุ้มกันก็สังหารฝ่ายตรงข้ามจนหมดโดยที่อีกฝ่ายยังไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้ขบวนรถ พวกเขายังไม่ทันได้ยินดีกับชัยชนะ ชายชุดดำอีกกลุ่มก็พลิ้วกายออกมาอย่างเงียบเชียบ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีวรยุทธ์สูงกว่ากลุ่มที่แล้วที่เหมือนจะส่งออกมาเพียงเพื่อหยั่งเชิงเท่านั้น

บังเกิดความเงียบงันระหว่างพวกว่านลี่ชุนและผู้คุ้มกัน

อีกฝ่ายตระเตรียมมือสังหารไว้เท่าใดกัน… หากล้มชายชุดดำกลุ่มนี้ได้ จะยังมีมือสังหารอีกกลุ่มรออยู่หรือไม่ ราวกับว่าอีกฝ่ายต้องการให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครเหลือรอดไปได้

“นายน้อย แม่นาง พวกท่านอาศัยจังหวะที่พวกเราต้านไว้ รีบหลบหนีไปเถิด” ผู้คุ้มกันเสือกกายเข้ามาใกล้รถม้าแล้วกล่าวเสียงเบาอย่างหนักใจ

“เข้าใจแล้ว” ลู่เจาถงตอบพลางชักดาบออกจากฝัก อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเริ่มลงมือติดพันพานางขึ้นม้าตัวหนึ่งพยายามตีฝ่าวงล้อมออกมา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 239 ครั้ง

432 ความคิดเห็น

  1. #314 BearBear2911 (@BearBear2911) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 08:14
    ไรท์จ๋าาา
    มาต่อเถอะนะ
    สนุกมากเลยค่ะ
    #314
    0
  2. #313 FaiiSomjai (@FaiiSomjai) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 08:03
    มาต่อเลยได้มั้ยไรท์ กำลังลุ้นเลย
    #313
    0
  3. #312 lhunsal (@lhunsal) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 23:07
    ขอบคุณค่ะ
    #312
    0
  4. #311 T.Hotaru (@27vanilla) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 21:48
    สนุกมากไรท์
    #311
    0
  5. #310 Supriya (@Supriya1606) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 20:37

    ขอบคุณค่ะะ ลุ้นมากเลยยย

    #310
    0
  6. #309 FaiiSomjai (@FaiiSomjai) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 19:47
    ไรท์ปิดมั้ยอ่ะ
    #309
    1
    • #309-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 26)
      19 มีนาคม 2562 / 19:48
      เดี๋ยวแก้ไขเนื้อหานิดนึงค่า อีกแป๊บนึงนะคะ
      #309-1