ผู้พยากรณ์แห่งเฉินเต้า 神道 先见者

ตอนที่ 33 : ท่านพาข้ามาทำไม?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2768
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 251 ครั้ง
    17 พ.ค. 62



ตอนที่มาถึงโรงเตี๊ยมยังเป็นเวลาเช้าอยู่มาก แสงสีเงินเริ่มจับขอบฟ้า ตามบ้านเรือนเริ่มมีควันไฟหุงหาอาหารลอยขึ้นมา ว่านลี่ชุนนั่งตัวแข็งบนหลังม้า ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใต้ขอบตาดำคล้ำ แม้ตอนตื่นใหม่ๆ ยังคงง่วงนอนอยู่มาก แต่หลังจากได้เห็นฉากฆ่าฟัน นางก็ตาค้างแข็งไปตลอดทาง พอได้เห็นหลังคาโรงเตี๊ยมแต่ไกลน้ำตาก็เอ่อล้นด้วยความปิติยินดี

อีกสักครู่นางก็จะเป็นอิสระแล้ว โจวจิ้งเค่อผู้นี้ไม่พูดพล่ามทำเพลง ยามชักกระบี่ยังไม่ทันเห็นคมก็สังหารคนตายเป็นเบือเสียแล้ว อยู่กับคนแบบนี้ไม่แน่อาจจะอายุสั้นได้

พอมาถึงหน้าโรงเตี๊ยม เขาก็พลิกตัวลงจากหลังม้าก่อนอุ้มนางลงมา เสี่ยวเอ้อร์วิ่งมารับม้าไปผูกอย่างขมีขมัน

“เชิญขอรับ เชิญขอรับ ครัวเปิดแล้ว คุณชายจะรับอาหารเช้าหรือไม่ขอรับ”

เขาปล่อยมือจากตัวนางก่อนเดินก้าวเข้าไปในโรงเตี๊ยม “เอากับข้าวมาสามอย่าง ขอน้ำแกงร้อนๆ ให้แม่นางด้วย”

ว่านลี่ชุนตามไปนั่งที่โต๊ะ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นลูกค้ารายแรก คงอีกพักใหญ่ๆ กว่าหลงจู๊จะมา เสี่ยวเอ้อร์อีกคนยกน้ำชามาให้ นางจึงนั่งลงอย่างผ่อนคลาย รินน้ำชาให้เขาและตัวเอง จากนั้นจึงยกชาร้อนขึ้นจิบ

“จากนี้ท่านจะไปไหนหรือ” คราวนี้นางไม่ได้คิดจะละลาบละล้วงเรื่องการทหารของเขาแล้ว เพียงชวนสนทนาตามปกติ

“ข้าจะไปส่านเซิงเมืองหลวงแคว้นฉู่” เขาตอบ

“อ้อ” นางรับคำแล้วก็เงียบไปครู่หนึ่ง อดครุ่นคิดไม่ได้ว่าเขาจะไปทำอะไรที่นั่น แต่ยามนี้นางยังไม่คิดจะยุ่งเรื่องของเขา วิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นกับเฉินเต้าทำให้นางจำต้องพักเรื่องอื่นเอาไว้ก่อน หญิงสาวตั้งใจว่าจะขอบคุณเขาแล้วขอแยกทางกันที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ จึงกล่าวกับเขาด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการที่พอได้ยินกันเพียงสองคน

“ท่านแม่ทัพ บุญคุณที่ท่านช่วยชีวิต ข้าไม่มีทางลืม นับว่าข้าติดหนี้น้ำใจท่านหนหนึ่ง”

“สอง”

“หา? อะไรนะ” นางถามย้ำ ไม่แน่ใจว่าตัวเองฟังผิดไปหรือไม่

“สอง ครั้งแรกเมื่อวานนี้ ครั้งที่สองเมื่อเช้านี้ รวมแล้วเจ้าติดหนี้ข้าสองครั้ง” เขาเอ่ย ยกน้ำชาของตนขึ้นจิบบ้าง

คนอะไรใจแคบชะมัด ว่านลี่ชุนแอบบ่นในใจพลางย่นคิ้วอย่างห่อเหี่ยว ติดหนี้คนเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลย ยังไม่ทันเอ่ยปากเรื่องขอแยกทาง เขาก็กวักมือเรียกเด็กหนุ่มที่กำลังเช็ดโต๊ะ

“น้องชาย เมื่อวานโรงเตี๊ยมเจ้าได้ช่วยเหลือชายได้รับบาดเจ็บกลับมาหรือไม่”

เสี่ยวเอ้อร์ผู้นี้เป็นเพียงลูกจ้างหน้าร้านทั่วไป มิได้รู้เรื่องราวเบื้องหลังของโรงเตี๊ยม จึงตอบตามจริง “ไม่มีนี่ขอรับ”

“แน่ใจหรือว่าไม่ได้พาคนบาดเจ็บกลับมา”

“แน่ใจขอรับ ข้าอยู่ร้านทั้งวัน เมื่อวานขายดีมาก จะเอาเวลาไหนไปช่วยคนบาดเจ็บเล่าขอรับ” เขามองโจวจิ้งเค่ออย่างงุนงงราวกับสิ่งที่อีกฝ่ายถามช่างเป็นเรื่องแปลกประหลาดเหลือเกิน

“ไม่มีอะไร เรื่องนี้เจ้าก็ลืมไปเสียเถิด” ชายหนุ่มบอกพลางยัดเหรียญตำลึงใส่มือเสี่ยวเอ้อร์ผู้นั้น ทำเอาเขารีบก้มศีรษะคำนับอย่างยินดี

“คุณชายต้องการอะไรอีกก็เรียกข้านะขอรับ”

คล้อยหลังเสี่ยวเอ้อร์ไปแล้ว แม่ทัพหนุ่มจึงเอ่ยขึ้น

“คนก็ไม่ได้พบ ดูเหมือนว่าลู่เจาถงจะมิได้ถูกพาตัวมาที่นี่ เจ้ายังมั่นใจอยู่อีกหรือว่านายกองดาบของข้ายังมีชีวิตอยู่”

ว่านลี่ชุนเม้มปาก หากลู่เจาถงมิได้ถูกส่งกลับมายังเมืองอานเฉิง แสดงว่าคนของโรงเตี๊ยมส่งเขากลับตำหนักนอกที่เมืองหยางจิ่งอย่างแน่นอน เรื่องนี้แม้นางจะคาดการณ์เช่นนี้แต่ก็ไม่อาจพูดออกไปได้ ติดที่โจวจิ้งเค่อยังอยู่ตรงนี้ ไม่เช่นนั้นนางคงจะปลีกตัวไปพบหลงจู๊เพื่อสอบถามข่าวคราว

“ท่านอย่าเพิ่งคิดในแง่ร้าย เสี่ยวเอ้อร์ผู้นี้อยู่แต่หน้าร้าน เขาอาจจะไม่รู้ความเคลื่อนไหวของคนทั้งหมดในโรงเตี๊ยม คนที่ช่วยนายกองลู่อาจจะเป็นขบวนรถสินค้าก็ได้ ออกเดินทางไปเมืองหยางจิ่งเมื่อวาน คงยังกลับมาไม่ถึง ข่าวสารจึงยังมิได้ส่งมาทางนี้”

“ข้าเองก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น” นิ้วเรียวของเขาคลึงจอกชาในมือ น้ำเสียงมิได้มีความเชื่อถือแม้แต่น้อย เขาเลิกคิ้วมองนางราวกับจะท้าทาย

“ประเดี๋ยวรอถามหลงจู๊ดูเถิดว่าเมื่อวานได้ส่งรถสินค้าออกไปหรือไม่ ไม่แน่หากส่งออกไปจริง วันนี้อาจจะได้ข่าวคราวของเขาก็เป็นได้...”

นางพูดยังไม่ทันจะจบ สายตาของโจวจิ้งเค่อก็เหลือบมองไปยังถนน เห็นคนของทางการควบม้าจนฝุ่นตลบมาแต่ไกล เขาผุดลุกขึ้นแล้วฉุดนางวิ่งออกทางหลังร้าน ปลดม้าที่ถูกผูกไว้แล้วพานางควบม้าออกจากที่นั่นอย่างว่องไว นางยังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น

“เดี๋ยวก่อน! ท่านแม่ทัพ ท่านจะพาข้าไปไหน” นางร้องโหยหวนพลางคิดในใจ ข้าไม่ได้อยากไปกับท่านเลยสักนิด!

“หนีอย่างไรเล่า หรือเจ้าอยากจะเป็นศพอยู่ในโรงเตี๊ยมนั่น!”

ใครว่าข้าจะเป็นศพ ซ่อนสตรีเพียงคนเดียว เครือข่ายเฉินเต้าจะไม่มีทางรับมือได้อย่างไร! นางก่นด่าเขาในใจ เขาไม่จำเป็นต้องรับทำตัวเป็นคนดี ผิดชอบชีวิตนางถึงเพียงนี้ก็ได้กระมัง!

ว่านลี่ชุนร่ำร้องในใจในขณะที่ถูกเขาจับหลังคอเสื้อเหวี่ยงขึ้นม้าเหมือนลูกสุนัขตัวหนึ่ง

...

ทั้งสองเพิ่งคล้อยหลังไป หลงจู๊ก็เดินหาวลงมาจากห้องพัก เห็นบนโต๊ะมีจอกชาสองจอกที่ยังมีควันกรุ่นก็ถามเสี่ยวเอ้อร์

“มีแขกมาแต่เช้าถึงเพียงนี้เลยหรือ”

“ขอรับ เป็นชายหญิงคู่หนึ่ง แต่อยู่ดีๆ ดูเหมือนจะมีธุระรีบร้อน จึงจากไปทั้งที่อาหารยังไม่ได้เลยขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์บ่นอย่างไม่หงุดหงิดเท่าใดเพราะเงินตำลึงที่ยังตุงอยู่ในกระเป๋า

“เอ๋?” หลงจู๊ประหลาดใจ สายตาพลันเหลือบไปเห็นขบวนม้าที่ใกล้เข้ามา ในใจพลันเกิดลางสังหรณ์แปลกๆ

คงไม่ใช่… ไม่หรอกน่า เมื่อวานนางส่งคนไปช่วยตำหนักนอกตามหาคน เสินจื่อที่ปลอมตัวมาผู้นั้นย่อมต้องกลับไปตำหนักนอกเสียนานแล้ว ไม่มีทางเป็นนางไปได้หรอก คนของทางการเหล่านี้ย่อมมาตามจับผู้ร้ายอื่นเป็นแน่

เสี่ยวเอ้อร์เดินมาเก็บถ้วยชาและเช็ดโต๊ะ เขาไม่รู้จักว่านลี่ชุน ไม่รู้เบื้องหลังทั้งของโรงเตี๊ยมแห่งนี้และอารามเฉินเต้า จึงไม่รู้ว่าหญิงสาวที่เพิ่งจากไปนั้นเป็นคนที่หลงจู๊กำลังตามหาตัวอยู่ ในเมื่อไม่มีใครรู้ว่านางมาปรากฏตัวแวบหนึ่งที่โรงเตี๊ยมในเมืองอานเฉิงกับชายหนุ่มลึกลับ เบาะแสของนางจึงหายไปด้วยประการฉะนี้

...

“ท่านแม่ทัพ ท่านจะพาข้าไปไหน”

ว่านลี่ชุนเอ่ยถามยามเห็นม้าของเขาพุ่งทะยานห่างจากเมืองอานเฉิงและชายแดนแคว้นเซี่ยออกไปเรื่อยๆ ออกจากโรงเตี๊ยมมาไกลแล้ว แต่เขาก็ยังคงไม่ชะลอความเร็ว

แบบนี้จะไม่ต้องย้อนกลับไปไกลหรือ นางขอให้เขาไปส่งที่ตำหนักนอกเจี้ยวพ่ายเฉินเต้าก่อน เขากลับมุ่งหน้าลึกเข้าไปในแคว้นฉู่ หรือเขาไม่คิดจะย้อนกลับไปเมืองหยางจิ่งแล้ว!

“ข้าเพิ่งบอกไปตอนอยู่ในโรงเตี๊ยมมิใช่หรือ ข้าจะไปเมืองหลวงแคว้นฉู่” เขาตอบเสียงเรียบ ทำเหมือนไม่เข้าใจความหมายของนาง

“ข้าหมายความว่าท่านมิใช่ต้องไปส่งข้าที่ตำหนักนอกก่อนหรือ” นางตะโกนเสียงดังแข่งกับสายลมที่พัดผ่านหน้า เสียงจึงดังอู้อี้ ฟังดูไม่น่าเกรงขามเท่าที่ควร

“เจ้าไม่รู้วรยุทธ์ ทั้งยังมีมือสังหารและคนของทางการไล่ล่า ข้ารับมือได้แต่ไม่รู้จะรักษาชีวิตเจ้าไว้ได้หรือไม่ เจ้าต้องการให้ข้าย้อนกลับไปหรือ” เขาย้อนถาม

ที่เขาพูดมาก็มีเหตุผล แต่ใครใช้ให้เขาพาตัวนางมาจากโรงเตี๊ยมตั้งแต่แรกกันเล่า! กระนั้นก็ไม่กล้าโวยวายอะไร เกรงว่าเขาจะสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างนางกับโรงเตี๊ยมตระกูลเฉิน

ศัตรูลึกลับของเฉินเต้าทุ่มกำลังออกไล่ล่านางถึงเพียงนี้ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่านางคือว่านเสินจื่อ เกรงว่าอีกฝ่ายคงลงมืออย่างไม่ไว้ไมตรี ตั้งใจจะโค่นล้มลัทธิเฉินเต้าแน่แล้ว ลำพังจะหวังพึ่งโรงเตี๊ยมตระกูลเฉินในเมืองย่อมไม่ได้ ผู้คุ้มกันฝีมือดีของโรงเตี๊ยมมีเพียงพอสำหรับรับมือกับเหตุฉุกเฉินเท่านั้น หากนางยังรั้งอยู่ที่นั่นรังแต่จะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้หลงจู๊ เอาเถอะ อย่างน้อยติดตามโจวจิ้งเค่อไปเมืองส่านเซิงจะได้ถือโอกาสสืบหาเบาะแสของผู้ร้ายเหล่านี้ โจวจิ้งเค่อเห็นนางเงียบไปก็เอ่ย

“ข้าเองก็มิได้ต้องการจะพาเจ้ามาเป็นภาระหรอกนะ หากไม่ติดพระบัญชา...”

“ท่านแม่ทัพอย่าห่วงไปเลย ข้าเข้าใจความลำบากใจของท่าน หากหนีพ้นการไล่ล่าของคนเหล่านี้เมื่อไรข้าย่อมไม่รบกวนท่านแม่ทัพแล้ว” น้ำเสียงของนางเอ่ยขัดขึ้น ดูเข้มแข็งจริงจัง

โจวจิ้งเค่ออดเหลือบมองสีหน้าสตรีที่นั่งซ้อนอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ แม้ว่านางจะดูอ่อนแอบอบบาง หากแต่บางอย่างในน้ำเสียงนั้นทำให้เขาไม่กล้าดูแคลน เสินจื่อแห่งเฉินเต้าล้วนแล้วแต่ถูกหล่อหลอมออกมาเป็นสตรีเช่นนี้หรือ!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 251 ครั้ง

431 ความคิดเห็น

  1. #400 AKASHI. (@thanyameen) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 01:38
    ลุ้นเด้อวิบากกรรมเยอะแท้
    #400
    0
  2. #398 jamesma (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 21:22

    นนึกว่าไรท์จะเทกันแล้ววว ดีใจที่มาต่อนะค้าาาา

    รอๆๆเสมอ

    #398
    0
  3. #397 jamesma (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 21:21

    อยากให้น้องอยุ่ด้วยละซิ!!!!

    #397
    0
  4. #396 !•คิวปิด•! (@kukcruel) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 19:34
    สนุกมากค่ะ รอติดตามตอนต่อไป มาต่อไวๆน้า
    #396
    0
  5. #394 iodine (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 22:39

    ขอบคุณค่ะ เพิ่งอ่านวันนี้ ตามลุ้นนางเอก ตอนแรกก็ว่าทำไม ปูชีวิตลำเค็ญนางเอก เพราะพี่เจานี่เอง พระเอกได้ตกไหน้ำส้มอีกเยอะ ฮ่าๆ อ่านแล้วอิน ตอนอารามนอกเมืองโดนแผนร้าย,เห็นใช้'ผู้กล้า'คิดถึงอาเจ๋อ,คิดเหมือนกันว่าเปลี่ยนสถานะสาวใช้ยังไงก็ไม่ลับ ไม่ปลอดภัย สวยเป็นจุดสนใจเกินไป แม่ทัพเองก็ออร่าผู้นำ ม้าศึกอีก มาเป็นแพ็กเกจทั้งสาม จะกลมกลืนไง,ตอนที่นางเอกพูดกะฮ่องเต้ ว่ามีคนบุกไปที่หอหนังสือ? บาดเจ็บแล้วมีช่องลับ? หลบได้ กลัวพี่แกฉลาดจะคิดไปถึงห้องลับ ความลับ สงสัยอารามเฉินเต้า, ชอบสาวๆ เรื่องนี้ แต่ละคนดูมีของ

    #394
    0