ผู้พยากรณ์แห่งเฉินเต้า 神道 先见者

ตอนที่ 4 : อารามเฉินเต้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 771 ครั้ง
    10 พ.ค. 61




สิ่งที่ว่านลี่ชุนคิดนั้น หวังฮูหยินย่อมไม่อาจล่วงรู้

ร่ำเรียนศิลปะชั้นสูงอย่างนั้นหรือ เป็นเพียงข้ออ้างซื้อเวลา มีหรือที่นางจะยอมไปเรียนศาสตร์เหล่านั้นเพื่อเอาใจบุรุษ แม้จะฟังดูดีแต่จุดหมายปลายทางสุดท้ายย่อมไม่ต่างกัน

ว่านลี่ชุนมิใช่ไม่รู้จักประเมินกำลังตน ขัดขืนในยามนี้ล้วนไร้ผล คนเหล่านี้ย่อมไม่อาจเอากำลังเข้าสู้ จึงทำเป็นโอนอ่อนตามแล้วค่อยหาช่องทางหลบหนีภายหลัง

ตอนที่รถม้าจอดหน้าอารามเฉินเต้า นางยังคงมีความคิดเช่นนี้ในหัวอยู่เลย…


หวังฮูหยินเดินนำเข้าไปในอาราม ติดตามด้วยเด็กหญิงใบหน้างดงามแต่สวมชุดสีขาวมอซอ ไม่ว่าผู้ใดล้วนหันกลับมามองซ้ำ ภายนอกนางยังคงรักษาความเยือกเย็นแต่ในใจอดคิดไม่ได้

‘หวังฮูหยินพาข้ามาที่นี่ทำไม’

นางเดินตามหวังฮูหยินไปกราบไหว้เทวรูปที่ตั้งเรียงราย นึกอยากเอ่ยปากถามแต่ก็รู้สึกว่าไม่สมควร หวังฮูหยินหย่อนเงินทำบุญแล้วเดินนำไปด้านหลังหอพระอย่างคุ้นเคย  ทางเดินเล็กๆ ทอดยาว สองข้างทางเต็มไปด้วยดอกท้อบานสะพรั่งแน่นขนัด อากาศในฤดูใบไม้ผลิแม้ไม่หนาวเย็นแต่สายลมที่พัดพากลีบท้อโปรยปรายก็ชวนให้สั่นยะเยือกไม่น้อย ในที่สุดคนทั้งคู่ก็หยุดอยู่ที่หน้ากุฏิขนาดกลางซึ่งตั้งอยู่สันโดษรายล้อมด้วยป่าท้อ บริเวณรอบด้านเงียบสงบ หวังฮูหยินเคาะห่วงที่ประตูสองครั้ง เพียงไม่นานประตูก็เปิดออก


สตรีที่มาเปิดประตูมีใบหน้าเกลี้ยงเกลา นางรวบผมไว้ด้านหลังหลวมๆ สวมชุดนักบวชฝึกหัด เสื้อสีขาวกระโปรงสีแดง นางหลบให้แขกเข้ามาด้านในแล้วจึงค่อยงับประตูปิด

“โจวเสินจื่ออยู่หรือไม่”

หวังฮูหยินถาม ท่าทางคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี ว่านลี่ชุนอดประหลาดใจมิได้ สตรีที่ประกอบอาชีพข้องเกี่ยวกับอบายมุขเช่นนางดูไม่น่ามีความเกี่ยวพันกับอารามศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

ครั้นนักบวชหญิงผู้นั้นได้ยินคำถามของหวังฮูหยินก็พยักหน้า แล้วหมุนตัวเดินนำเข้าไปด้านใน

กุฏิของโจวเสินจื่อดูเรียบง่าย ด้านหน้าเป็นห้องโล่งๆ เครื่องเรือนมีเพียงตู้คัมภีร์และแท่นบูชา เบาะรองนั่งสำหรับเอาไว้รับรองแขกถูกวางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบที่มุมห้อง ว่านลี่ชุนนึกว่านักบวชหญิงผู้นั้นจะเชื้อเชิญให้พวกนางนั่งในห้องนั้น ทว่านางกลับเดินไปตามระเบียงทางเดินพาทั้งสองทะลุไปด้านหลังซึ่งเป็นห้องเก็บฟืน

ห้องเก็บฟืนมีขนาดไม่ใหญ่นักเพียงพอให้ยืนเบียดเสียดได้สามสี่คน ชั้นวางท่อนฟืนเรียงรายแน่นขนัดอยู่ชิดผนัง นางใช้เท้าเหยียบก้อนหินในมุมอับใต้ชั้น ผนังไม้ด้านข้างก็ค่อยๆ เคลื่อนออกเผยให้เห็นประตูและบันไดทอดยาวลงไปยังชั้นใต้ดิน ว่านลี่ชุนหันไปมองหน้าหวังฮูหยินอย่างประหลาดใจ หวังฮูหยินเพียงยิ้มแล้วก้าวเข้าไปในนั้น นักบวชผู้นั้นรอจนว่านลี่ชุนก้าวเข้าไปจึงบิดกลไกปิดประตูโดยไม่ได้ก้าวตามเข้ามา

“ว่านลี่ชุน ข้าหยิบยื่นโอกาสให้เจ้าแล้ว อยู่ที่ว่าเจ้าจะรักษาไว้ได้หรือไม่” หวังฮูหยินเอ่ยกับนางยามที่เดินตามบันไดที่ทอดยาวลงมาจนสุดทาง

ห้องใต้ดินนั้นกลับไม่ได้อับชื้นอย่างที่ควรจะเป็น ว่านลี่ชุนยังสัมผัสได้ถึงสายลมที่พัดหอบเอากลิ่นดอกท้อลงมาด้วย ในนี้น่าจะมีทางระบายอากาศมากกว่าหนึ่งทาง เด็กสาวคิดในใจพลางมองไปรอบตัว แสงสว่างในห้องมิได้เกิดจากคบเพลิง ตามผนังดินมีเม็ดกลมๆ ขนาดเท่าฝ่ามือฝังเรียงรายเป็นแนว คราแรกนางนางเห็นแล้วนึกตระหนกว่าเป็นแสงที่เกิดจากไฟฟ้า ครั้นเพ่งพินิจดูให้ดีจึงค่อยรู้ว่าแหล่งกำเนิดแสงนั้นคือมุกราตรีที่มีมูลค่าควรเมือง แม้จะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นมุกราตรี แต่คุณสมบัติของมันที่นางเคยได้ยินมาก็พอจะทำให้คาดเดาได้ไม่ยาก

สถานที่เช่นใดกันจึงมั่งคั่งถึงขนาดครอบครองมุกราตรีมากมายขนาดนี้ได้

เด็กสาวแอบคิดในใจ

โจวเสินจื่อง่วนอยู่กับการจัดเก็บเอกสาร เบื้องหลังนางเป็นลิ้นชักเล็กๆ เรียงรายขึ้นไปจนเกือบจรดเพดาน ห้องนี้เป็นห้องกว้างทรงรี มีประตูสามบานซึ่งไม่รู้ว่าเชื่อมต่อกับห้องใดบ้าง โจวเสินจื่อเงยหน้าขึ้น

“หวังฮูหยิน มีธุระด่วนอันใดหรือ หากจะส่งข่าวไม่ใช้ช่องทางลับเล่า ไยต้องลำบากมาเอง”

นางเป็นสตรีวัยกลางคนท่าทางเยือกเย็น มือไม้ที่หยิบจับม้วนเอกสารคล่องแคล่ว  เห็นหวังฮูหยินมีคนติดตามมาด้วยก็ปรายตามองอย่างสงสัย

หวังฮูหยินยิ้มให้กับโจวเสิ่นจื่อ “เด็กคนนี้ข้าเพิ่งซื้อตัวมา ดูหน่วยก้านแล้วเห็นว่าไม่เลว ท่านลองดูว่านางเหมาะสมกับงานใด แววตาของนางแม้จะสุขุมแต่กลับแข็งข้อ เอาตัวกลับสำนักนางโลมของข้าเห็นทีจะเป็นศพเสียเปล่าๆ ข้าหาดาวเด่นได้ไม่ยาก แต่สาขาหลักน่าจะต้องการมือดีไว้ใช้งานบ้างกระมัง”

โจวเสินจื่อผายมือให้หวังฮูหยินนั่งที่โต๊ะซึ่งมีชุดน้ำชาจัดเตรียมไว้พร้อม

“ข้าขอลองพูดคุยดูก่อน ยังบอกไม่ได้ว่าจะรับตัวไว้หรือไม่” น้ำเสียงของโจวเสินจื่อติดจะเย็นชา กล่าวแล้วก็เดินนำไปเปิดประตูบานหนึ่ง “ตามข้ามา”

ในห้องเล็กที่แยกออกไปนั้นมีโต๊ะตั้งอยู่ตัวหนึ่ง  โจวเสินจื่อเดินไปนั่งแล้วรินชาให้ตัวเองโดยไม่สนใจเชื้อเชิญอีกฝ่ายให้นั่งแม้แต่น้อย ว่านลี่ชุนยืนประสานมืออย่างสงบเสงี่ยมอยู่เบื้องหน้า รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังลอบมองอย่างสังเกตสังกา

“เจ้าคงไม่ได้ออกปากขอร้องหวังฮูหยินกระมัง สตรีผู้นั้นมิใช่คนใจดีมีเมตตาอะไร แต่นับว่านางทุ่มเทให้กับองค์กรเราเป็นอย่างมาก นางคงเห็นว่าเจ้ายากจะรับมือ จึงส่งตัวมาให้ที่นี่”

คำพูดที่กล่าวออกมาลอยๆ ดูเหมือนจะไม่ต้องการคำตอบ ว่านลี่ชุนจึงนิ่งเฉย ปล่อยให้อีกฝ่ายเอ่ยวาจา นับว่าหวังฮูหยินผู้นั้นเป็นผู้มีสายตาแหลมคมผู้หนึ่ง

“เดิมทีเจ้าควรเป็นนางโลมในหอเถียนเมิ่งของนาง นางคงเห็นว่าเจ้าอยู่ที่นี่คงจะไม่ก่อปัญหา ว่าแต่เจ้ามีดีอะไร ข้าจึงควรรับตัวไว้” โจวเสินจื่อเป็นฝ่ายถาม

ว่านลี่ชุนประสานมือตอบ “อยู่ในอาราม ข้าย่อมยินดี แม้จะยังไม่รู้ว่าท่านผู้อาวุโสจะมอบหมายหน้าที่ใดให้แต่ว่านลี่ชุนผู้นี้ย่อมกระทำเต็มกำลังความสามารถ”

โจวเสินจื่อหัวเราะ “เจ้าก้าวล่วงเข้ามาถึงในห้องลับนี้ ยังคิดว่างานที่ข้าจะมอบหมายให้จะเรียบง่ายเช่นนักบวชในอารามหรือ” นางหยุดไปชั่วครู่ราวกับจะให้เวลาเด็กสาวได้คิด “บางทีชีวิตในหอคณิกาอาจจะดีกว่าก็ได้ ถ้าโชคดีอาจจะมีคนซื้อตัวเจ้าไปตบแต่ง แต่หากเจ้าเลือกที่จะอยู่อารามนี้ เจ้าย่อมเป็นคนขององค์กรลับที่นี่ มีอีกหลายเรื่องที่เจ้ายังไม่รู้ หากรู้แล้วก็ไม่อาจถอนตัวได้ จงตัดสินใจให้ดี”

“ข้าต้องทำอะไรบ้าง” ว่านลี่ชุนกล่าวตอบโดยไม่ต้องคิด พาให้มุมปากของผู้สูงวัยกว่าหยักขึ้นเป็นรอยยิ้ม

“ว่านลี่ชุน สำหรับคนภายนอกอารามเฉินเต้าเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ แต่อำนาจที่แท้จริงของอารามเฉินเต้ามิใช่อำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ของท่านเทพ เจ้ารู้หรือไม่ว่าคือสิ่งใด”

“ข้าเคยได้ยินมาว่าคำพยากรณ์ของอารามเฉินเต้าแม่นยำยิ่งนัก”

คำตอบของว่านลี่ชุนทำให้รอยยิ้มของโจวเสินจื่อกดลึกยิ่งขึ้น

“ดูท่าเจ้าจะเฉลียวฉลาดไม่น้อย หวังฮูหยินช่างมีสายตาในการมองคนเสียจริง ถูกแล้ว คำพยากรณ์ของเราเป็นที่เล่าลือในหมู่คนทั่วไป หลายครั้งคำเล่าลือเหล่านั้นก็กลายมาเป็นความจริง นี่คืออำนาจครอบงำ ทำให้คนเชื่อในสิ่งที่เขาเหล่านั้นอยากจะเชื่อ ในที่สุดลมปากก็กลายเป็นความจริงขึ้นมา”

ว่านลี่ชุนนิ่งฟังอยู่เงียบๆ

“มิใช่เพียงแค่คำพยากรณ์จากสำนักเราจะก่อให้เกิดคลื่นลมในโลกภายนอกนั่น ข่าวสารทั่วทั้งแผ่นดินย่อมหลั่งไหลมาสู่สาขาของอารามเฉินเต้าในแต่ละเมือง ยามที่ผู้คนมีความทุกข์มิใช่ต่างมุ่งหน้าหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจหรือ”

ว่านลี่ชุนไม่ปฏิเสธ ฟังดูแล้วสำนักแห่งนี้มีอิทธิพลลึกล้ำกว่าที่นางคิด “หรือว่าแท้จริงแล้วอารามเฉินเต้าเป็นเพียงฉากหน้า แท้จริงแล้วทั้งอารามและหอคณิกาล้วนเป็นแหล่งเสาะหาข่าว” นางเชื่อมโยงกับเรื่องราวของหวังฮูหยินแล้วเอ่ยถาม

“นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น มือไม้ของสำนักเราย่อมยืดยาวไปไกลกว่าที่เจ้าคิด” โจวเสินจื่อตอบ

ว่านลี่ชุนเห็นกิริยาของนักบวชหญิงผู้นี้พาลให้รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง นางมีกระแสกดดันที่หนักหน่วงยิ่งกว่าหวังฮูหยินเสียอีก

“ว่าอย่างไร เจ้าตัดสินใจได้แล้วหรือไม่ว่าจะอยู่ที่นี่หรือกลับไปกับหวังฮูหยิน”

สายตาที่จดจ้องมาทำราวกับว่าไม่อาจปกปิดสิ่งใดต่อหน้านางได้

“ขอเพียงไม่ต้องใช้ชีวิตเป็นเบี้ยล่างของบุรุษ ข้าย่อมยินดี”

แววตาของโจวเสินจื่อเป็นประกายเมื่อได้ยินคำตอบอันหนักแน่นของว่านลี่ชุน

“เรื่องนั้นอย่ากังวลไปเลย ในองค์กรของเรา สตรีล้วนเป็นใหญ่ ขอเพียงเจ้ามีความสามารถอันเป็นประโยชน์ต่อสำนักเรา วันหน้าย่อมได้รับการส่งเสริมให้ไปได้ไกลแน่”

ว่านลี่ชุนเผยรอยยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกของวัน ทว่ารอยยิ้มนั้นหุบไปเมื่อได้ยินประโยคถัดมาจากโจวเสินจื่อ

“แต่หากเจ้าไม่อาจแสดงให้ข้าเห็นว่าเจ้ามีความสามารถอะไร ก็ติดตามหวังฮูหยินกลับไปเสียเถิด








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 771 ครั้ง

432 ความคิดเห็น

  1. #395 warmior (@warmior) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 13:26
    นางเอกมาจากอนาคตค่ะเลยรู้จักไฟฟ้า
    #395
    0
  2. #275 kookla (@kookla) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 21:05

    ยุคไหนหรอคะทำไมมีคำว่าไฟฟ้า


    #275
    2
    • #275-1 warmior (@warmior) (จากตอนที่ 4)
      19 พฤษภาคม 2562 / 13:25
      นางเอกมาจากโลกอนาคตค่ะ
      #275-1
    • #275-2 warmior (@warmior) (จากตอนที่ 4)
      19 พฤษภาคม 2562 / 13:26
      นางเอกมาจากอนาคตค่ะ
      #275-2
  3. #42 Modap91 (@Modap91) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 11:23
    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก อ่านไปลุ้นไป
    #42
    0
  4. #7 sakoora (@kapooluk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 15:31
    ขอบคุณค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #7
    0
  5. #6 นิว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 15:18
    <p>สนุกมากคะรออออ</p>
    #6
    0
  6. #5 Rukrick (@Rukrick) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 14:57
    <a><img src="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-07.png" alt="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-07.png"> สนุกค่ะ รอ มาต่อไวๆๆนะค่ะ</a>
    #5
    0