ผู้พยากรณ์แห่งเฉินเต้า 神道 先见者

ตอนที่ 9 : ร่ำสุราเลือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 768 ครั้ง
    10 ต.ค. 61





ครั้นเจาเหมยล่าถอยไปอย่างไม่เป็นขบวนแล้ว นายบ่าวต่างพากันหัวเราะงอหงาย

“เห็นหน้าเจาเสิ่นจื่อหรือไม่เจ้าคะ นางคงนึกไม่ถึงว่าจะคว้าน้ำเหลว หมายจะขโมยไก่ กลับเสียข้าวสารเสียเอง” เสี่ยวหงกล่าวพลางหัวเราะ

“เจาเสินจื่อช่างไม่รู้ตัวเสียจริงว่ายามที่แม่นางพยายามกีดกันไม่ให้เข้าไป นับเป็นความปรารถนาดีจากใจจริง ยังจะดึงดันเข้าไปตรวจค้นให้ได้ โดนกักบริเวณไปตั้งหนึ่งเดือน ทั้งลูกค้าและรายได้ของนางคงจะหดหายไปไม่ใช่น้อย” เสี่ยวฟางกล่าวเสริม

ว่านลี่ชุนยิ้มอย่างเบิกบานแล้วกล่าว

“เอาเถอะๆ ตลบหลังนางได้คราวนี้ก็ดีแล้ว พวกเรารีบเตรียมตัวทำอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรกกันเถิด ประเดี๋ยวจะไม่ทันมื้อเที่ยง ต้องขอบคุณเจาเสินจื่อ จากนี้คงไม่มีใครกล้ามายุ่มย่ามกับหอฟ้าไปอีกพักใหญ่ พวกเราจะได้สามารถกระทำการต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายใจ”

เพียงไม่นาน นายบ่าวก็สลัดคราบนักบวชและสาวใช้ในอาราม มาสวมชุดคุณหนูและสาวใช้จวนเศรษฐี

ถูกแล้ว พวกนางกำลังจะออกไปข้างนอก

หนึ่งในข้อดีของการเป็นมือขวาของเกาเสินจื่อคือการเข้าถึงช่องทางลับต่างๆ ในอาราม หอฟ้าแห่งนี้มีประตูเชื่อมลงไปยังทางลับใต้ดิน เส้นทางเหล่านี้ใช้กันเฉพาะคนขององค์กรลับ คนในอารามทั่วไปย่อมไม่อาจล่วงรู้ว่าอารามที่เงียบสงัด มุ่งขัดเกลาและฝึกปรือสานุศิษย์ให้เข้าถึงวิถีแห่งเทพ จะมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดาเช่นนี้

ว่านลี่ชุนและสาวใช้ทั้งสองลงกลอนประตูใหญ่ดีแล้วก็มุดเข้าไปใต้เตียง เลื่อนแผ่นไม้ที่ปิดอยู่ออก แล้วค่อยก้าวลงไปทีละคน ว่านลี่ชุนชูมุกราตรีในมือเพื่อให้แสงสว่างขณะเดินไปตามเส้นทางมืดๆ นางเคยพบคนขององค์กรลับอยู่บ้าง พวกเขาเหล่านั้นรู้ว่านางเป็นใคร มักเพียงก้มหัวให้แล้วแยกย้ายกันไป ทางใต้ดินสามารถเชื่อมไปยังจุดต่างๆ ของอารามได้ แต่เวลาจะลอบออกไปข้างนอก ว่านลี่ชุนมักจะไปโผล่ยังตำหนักล่างที่ซึ่งมีผู้คนพลุกพล่าน แล้วใช้ให้เสี่ยวหงหรือเสี่ยวฟางไปเรียกรถม้ามารับใกล้ๆ

ว่านลี่ชุนค่อยๆ เลื่อนแผ่นไม้ที่อยู่ใต้ฐานเทวรูปขนาดใหญ่ มองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าปลอดคนดีแล้วจึงค่อยคลานออกมา เสี่ยวหงและเสี่ยวฟางรีบตามเจ้านายออกมาแล้วเลื่อนแผ่นไม้ปิด จุดนี้เป็นบริเวณที่ฆราวาสสามารถเข้าถึงแต่ก็มิได้พลุกพล่าน เหมาะสมกับการปรากฏตัวเพราะสามารถกลมกลืนไปกับคนที่มาวัดแต่ก็ไม่ใช่จุดที่สังเกตเห็นได้ง่ายนัก ว่านลี่ชุนยามนี้แต่งกายเป็นคุณหนูคลุมผ้าปิดหน้า สองมือถือร่มบดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง เสี่ยวฟางรีบไปเรียกรถม้า ทิ้งให้เสี่ยวหงอยู่เป็นเพื่อนนาง

ว่านลี่ชุนไม่เห็นด้วยกับการปลอมตัวเป็นชายเวลาจะออกไปข้างนอก นางเห็นว่าการทำเรื่องไร้สาระเช่นนั้นมีแต่ในนิยาย สรีระของชายหญิงต่างกัน เพียงกวาดตามองครั้งเดียวก็บอกได้แล้วว่านางเป็นหญิง ยิ่งรูปร่างของนางสะโอดสะองถึงเพียงนี้แต่งชายยิ่งจะมีพิธุธเสียกว่า

ทั้งสามไปถึงเหลาสุราเทียนฝูในเวลาไม่นาน เนื่องจากเป็นเวลาเที่ยงพอดี ผู้คนจึงแน่นขนัด ว่านลี่ชุนส่งอัฐให้เสี่ยวหง เสี่ยวหงรับมาอย่างรู้หน้าที่แล้วตรงไปหาเสี่ยวเอ้อร์

“คุณหนูของข้าต้องการห้องส่วนตัว ไม่ทราบพี่ชายพอจะจัดหาให้ได้หรือไม่”

เสี่ยวเอ้อร์มองเงินในมือเสี่ยวหงแล้วเอ่ยอย่างอึกอัก “ข้าเองก็อยากจะจัดหาให้ท่านเช่นกันขอรับ เพียงแต่...เพียงแต่วันนี้มีแขกที่ไม่อาจ...ไม่อาจขัดใจ ถ้าเป็นโต๊ะในมุมลับตาคนเสียหน่อยพอจะได้หรือไม่ขอรับ”

ว่านลี่ชุนพยักหน้า เสี่ยวหงจึงยื่นเงินในมือให้เสี่ยวเอ้อร์ เพียงไม่นานพวกนางก็ได้โต๊ะมุมห้อง เสี่ยวเอ้อร์ผู้นั้นเห็นว่ารับเงินมาแล้ว จึงช่วยยกฉากมาตั้งบดบังสายตาไว้อีกชั้นหนึ่ง ว่านลี่ชุนมิได้ถือสาเรื่องนายบ่าว ให้สาวใช้ทั้งสองนั่งด้วยกันแล้วสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะพร้อมทั้งสุรากาใหญ่

“คราวนี้พวกเราก็ได้ร่ำสุรากันจริงๆ โดยไม่มีใครมาคอยจับผิดแล้ว” ว่านลี่ชุนกล่าวจบ ทุกคนก็หัวเราะพร้อมกัน

เหลาสุราเทียนฝูขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย สุราที่นี่ก็ชื่อดังเช่นกัน ว่านลี่ชุนจึงชักชวนให้เสี่ยวหงและเสี่ยวฟางกินดื่มอย่างเต็มที่ นางเป็นคนชอบดื่มสุรา ทุกครั้งที่หาโอกาสออกมาจากอารามได้มักกินดื่มอย่างเต็มที่ นางทำงานในอารามก็จริง แต่มิได้เชื่อในวิถีเทพเสียหน่อย คำสอนของสำนักเฉินเต้าในสายตานางมีเอาไว้หลอกศิษย์สำนักซื่อๆ กับชาวบ้านที่ต้องการที่พึ่งทางใจเท่านั้น หญิงสาวหัวเราะให้กับตัวเองพลางยกสุราขึ้นดื่มอย่างครึ้มอกครึ้มใจ อันที่จริงแล้วอารามเฉินเต้าก็สิบแปดมงกุฏดีๆ นี่เอง

ยิ่งกินยิ่งดื่มก็ยิ่งครึกครึ้น สามสาวจึงหัวเราะอย่างครื้นเครง เสียงหัวเราะอันไพเราะของนางดึงความสนใจของบุรุษกลุ่มใหญ่ที่ก้าวลงมาจากห้องส่วนตัวชั้นบน

“แค่ได้ยินเสียงยังไพเราะขนาดนี้ ไม่รู้ว่าตัวจริงจะงามขนาดไหน”

เสียงที่มาถึงก่อนตัวทำให้ว่านลี่ชุนไหวตัว รีบตวัดผ้าโปร่งขึ้นคลุมใบหน้าไว้ ดังนั้นยามที่อู่เหวยเคลื่อนกายเข้ามาใกล้จึงเห็นเพียงโฉมงามซึ่งมีผ้าคลุมใบหน้าอยู่ ทว่าเพียงดวงตาของนางก็ช่างงดงามนัก ชวนให้จับจ้องได้อย่างไม่รู้เบื่อ

“แม่นางผู้นี้ไม่ทราบมีชื่อเรียกว่าอะไร ข้าอู่เหวย บุตรของคหบดีอู่ผู้กว้างขวางในเมืองหลวง ไม่ทราบแม่นางจะให้เกียรติข้าได้ทำความรู้จักหรือไม่” อู่เหวยอ้างนามบิดา คิดว่าจะทำให้คนตรงหน้าตาโต

ว่านลี่ชุนใช้ความนิ่งเฉยเข้าสยบ

“ดูท่าแม่นางคงขาดคนร่วมร่ำสุราจึงต้องให้สาวใช้ร่วมโต๊ะเช่นนี้ หากไม่รังเกียจ ข้ายินดี…”

“ข้าไม่บังอาจรบกวนคุณชาย ท่านกำลังจะกลับพอดีมิใช่หรือ อย่าให้มิตรสหายต้องรอนานเลย”

ว่านลี่ชุนกล่าวด้วยน้ำเสียงไพเราะ กิริยาเปี่ยมด้วยมารยาทราวกับคุณหนูตระกูลผู้ดี คำตอบของนาง หากเป็นบุรุษที่ได้รับการอบรมมาดีย่อมเข้าใจทันทีว่าเป็นการไล่ จะรั้งอยู่ต่อไปก็คงหน้าทนเต็มที แต่อู่เหวยเป็นบุรุษเจ้าสำราญทำตัวสำมะเลเทเมา แม้จะฟังความนัยในคำพูดของนางออก ก็หาได้ใส่ใจไม่

“ข้าไม่รีบ มิตรสหายของข้าก็ไม่รีบเช่นกัน” อู่เหวยกล่าวพลางทำท่าจะเชิญตัวเองเข้ามานั่งที่เก้าอี้ซึ่งว่างอยู่

“เช่นนั้นอาหารและสุราที่เหลืออยู่นี้ ข้ายกให้คุณชายก็แล้วกัน” ว่านลี่ชุนตอบพลางลุกขึ้นยืน สาวใช้ทั้งสองรีบก้าวตามนางไปติดๆ

แม้กิริยาที่ว่านลี่ชุนแสดงออกจะสุภาพเป็นอย่างมาก แต่อู่เหวยกลับรู้สึกเสียหน้าราวกับโดนตบหน้าประจาน ความอับอายแปรเปลี่ยนมาเป็นโทสะ

ถือตัวว่างดงามอย่างนั้นหรือ สตรีงดงามมากมายที่เล่นตัวกับเขาสุดท้ายก็ไม่รอดมือเขาสักราย

อู่เหวยเอื้อมมือไปหมายจะคว้าร่างบาง แต่ว่านลี่ชุนซึ่งระวังตัวอยู่แล้วเบี่ยงกายหลบ อู่เหวยจึงเสียหลักสะดุดเก้าอี้ล้มคะมำลง ผู้คนที่จดจ้องตั้งแต่อู่เหวยเข้าไปเกี้ยวพาหญิงงามต่างหัวเราะเมื่อเห็นอันธพาลผู้นี้ล้มไม่เป็นท่า โทสะอู่เหวยยิ่งพุ่งทะยานขึ้น

ต่อให้เป็นโฉมงาม เขาก็ไม่ขอยั้งมือ สั่งสอนเสร็จแล้วค่อยพาไปหาความสุขก็ยังไม่สาย ครั้นประคองกายลุกขึ้นยืนแล้ว สายตาที่จับจ้องไปยังแผ่นหลังของว่านลี่ชุนซึ่งก้าวไปจนเกือบถึงประตูร้านก็เปี่ยมไปด้วยความมุ่งร้ายอย่างปิดไม่มิด

ว่านลี่ชุนได้ยินเสียงฝีเท้าที่ติดตามมาก็ลอบอุทานในใจว่าแย่แล้ว ที่ผ่านมาแม้จะลอบออกมาจากอารามหลายครั้ง ก็ยังไม่เคยเจอคนบ้าเช่นอู่เหวยผู้นี้ คราวนี้เห็นทีจะลำบากเสียแล้ว นางหันกลับมาเผชิญหน้า ในมือถือพัดหยกที่เตรียมจะทิ่มไปที่ลูกตา หมายใช้ความคาดไม่ถึงทำให้อีกฝ่ายพลาดพลั้ง

ฟรึ่บ...พรวด

สิ่งที่เกิดขึ้นรวดเร็วจนสมองของว่านลี่ชุนแทบประมวลผลไม่ทัน หูของนางได้ยินแต่เสียงกรีดร้องของเสี่ยวหงและเสี่ยวฟาง นางมองไปทางต้นเหตุของประกายวาววับที่ปลิดชีวิตอู่เหวยเมื่อครู่ ร่างที่นอนจมกองเลือดบนพื้นคงยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าไปพบยมบาลได้อย่างไร ลำคอมีรอยยาวพาดขวางจนเกือบสะบั้นออกจากกัน ชายผู้นั้นสวมชุดดำ หลังจากฆ่าคนเสร็จแล้วก็ยืนเช็ดคราบเลือดออกจากกระบี่ด้วยท่าทางสงบนิ่งไม่รีบร้อน ชั่วขณะนั้นในเหลาฝูเทียนที่พลุกพล่านไม่มีแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ

“เจ้า...เจ้า...สังหารนายน้อย ข้าจะไปรายงานนายท่านให้เอาเรื่องเจ้าให้ถึงที่สุด” ในที่สุดหนึ่งในผู้ติดตามของอู่เหวยก็เอ่ยคำออกมาได้

ชายร่างสูงทะมึนผู้นั้นเก็บดาบเข้าฝักเรียบร้อยโดยไม่ได้สนใจชายที่ยืนชี้หน้าประณามตน

“แม่นาง ผู้คุ้มกันอยู่ที่ใด เหตุใดจึงมากันลำพังเพียงสตรีเล่า” เขาหันมาถามว่านลี่ชุนน้ำเสียงกึ่งตำหนิ

ว่านลี่ชุนเพิ่งเห็นฉากสังหารสดๆ ร้อนๆ ปากคอยังสั่นไม่หาย ได้แต่ตอบเขาไปอย่างขอเอาตัวรอดไปที

“ข้า...ข้าแอบหนีออกมากับสาวใช้”

“ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปส่งแม่นางกลับเรือน” ร่างสูงนั้นเดินเข้ามาใกล้

“ไม่...ไม่ต้อง” ว่านลี่ชุนรีบกล่าวปฏิเสธแล้ววิ่งนำเสี่ยวหงกับเสี่ยวฟางไป

ลับหลังพวกนางไปแล้ว เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นมาจากโต๊ะข้างๆ

“รสชาติของการถูกสตรีเมินเป็นอย่างไรเล่า ดูท่าผลกรรมจะตามทันเสียแล้วกระมัง” น้ำเสียงนั้นเอ่ยขึ้นอย่างหยอกเย้า

“คุณชายซุนอย่าได้เป็นห่วง นี่มันเรื่องของข้า” ร่างสูงนั้นตอบกลับมาอย่างเหน็บแนม

ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจว่าตัวเองเพิ่งจะฆ่าคนไป ลูกสมุนของอู่เหวยจ้องมองชายหนุ่มทั้งสองอย่างมึนงง จะเอากำลังเข้าแลกก็เกรงว่าจะสู้ไม่ได้ เมื่อครู่เขาวิ่งตามหลังนายน้อยมาแท้ๆ ยังมองไม่เห็นว่าชายหนุ่มผู้นี้ชักดาบออกมาตอนไหน

“เจ้าเป็นใคร บังอาจมาสังหารนายน้อยของข้า เรื่องราวไม่จบลงง่ายๆ แน่” ชายผู้นั้นยังคงข่มขู่ หากวันนี้ไม่อาจกลับไปรายงานนายท่านได้ว่าฆาตรกรเป็นใคร มีหวังเขาเองก็คงได้หัวหลุดจากบ่า

ดูท่าชายในชุดดำจะรำคาญไม่น้อยที่ลูกสมุนผู้นี้เอาแต่พูดซ้ำซาก จึงหันไปเอ่ยอย่างรำคาญ

“โจวจิ้งเค่อ”

บังเกิดเป็นความเงียบงันในกลุ่มผู้ติดตาม โจวจิ้งเค่ออย่างนั้นหรือ...ไม่ใช่ท่านแม่ทัพใหญ่แห่งต้าเซี่ยหรือไร

อยู่ดีๆ คนเหล่านั้นก็รู้สึกหนาวขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ ได้แต่ช่วยกันหามศพนายน้อยของตนออกจากเหลาสุราไปอย่างรวดเร็ว

โหดเหี้ยมยิ่งนัก...โหดเหี้ยมยิ่งนัก สังหารคนได้โดยตาไม่กระพริบ สมแล้วที่เป็นท่านแม่ทัพใหญ่ โชคดีเหลือเกินที่เมื่อครู่มิได้ล่วงเกินคนผู้นั้น

คล้อยหลังคนเหล่านั้น โจวจิ้งเค่อทิ้งตัวลงร่ำสุรากับสหายแซ่ซุนต่อ

“ครั้งนี้ข้าไม่ตำหนิท่านว่าลงมือเกินกว่าเหตุ วิญญาณของแม่นางทั้งหลายที่ตายด้วยน้ำมือของอู่เหวย รวมถึงวิญญาณของแม่นางทั้งหลายที่ไปกระโดดน้ำตายคงได้เป็นสุขเสียที” คุณชายแซ่ซุนผู้นั้นกล่าว

“เจ้าสารเลวแซ่อู่ผู้นี้ก่อกรรมกับสตรีนับไม่ถ้วน นับว่ามันยังไปสบาย เจ้าหน้าที่ทั้งหลายก็เหลือเกิน เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ กอบโกยแต่ผลประโยชน์บนความตายและความทุกข์ของชาวบ้าน รับแต่สินบนของตระกูลอู่จนไม่คิดจะจัดการอะไร”

คุณชายแซ่ซุนไม่สนใจที่ชายหนุ่มบ่น กลับถามไปเรื่องอื่น

“ไม่ตามไปส่งนางหรือ”

โจวจิ้งเค่อพลันนึกถึงดวงตางดงามคู่นั้น หากสหายที่รู้เท่าทันจนน่าเบื่อผู้นี้ไม่ได้อยู่ตรงหน้าก็ไม่แน่ เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่านางเป็นบุตรีของบ้านใด...






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 768 ครั้ง

431 ความคิดเห็น

  1. #259 monmanon (@monmanon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 23:49

    จำกันบ่ได้ก่าพี่โจว 55

    #259
    0
  2. #245 MaggieT (@MaggieT) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 22:57
    นึกว่าเพื่อนสมัยเด็กซะอีก
    #245
    0
  3. #185 FREINFORW (@dokidokiprecure) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 19:43

    หืมมมมมม มีสัมติงน่า~~~~

    #185
    0
  4. #177 oomironhorse (@oomironhorse) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 13:24
    ชอบพระเอก ถ่อย ถึก บึก โหดเถื่อนสลัด กร๊ากกก
    #177
    0
  5. #109 จอมโจรปริศนา (@Red_kill) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 23:41
    นางเอกแต่งงานไม่ได้ เจอพระเอกไปก็เท่านั้นแหละ~
    #109
    0
  6. #95 Kuroko Pai (@paichiroko) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 18:36
    ชอบบบบบบบ ทำไมไรท์ทำงี้ แต่งดี ฮือออออ น้ำตาจะไหล
    #95
    0
  7. #48 แสนฤทัย (@Virgo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 21:50
    พระเอกมาแล้ว มาแบบโหดๆ สมเป็นแม่ทัพเลย
    #48
    0
  8. #47 VVi Wendy Ma (@vvi-wiparat) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 20:08
    สนุกค่า เนื้อเรื่องมีความหนักเบา
    ติดตามนะคะไรท์
    #47
    0
  9. #46 Iread (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 12:49
    <p><br></p><p>เรื่องนี้สนุกอีกแล้ว จะน้ำตาแตกเหมือนเรื่องก่อนอีกมั้ยนี่</p>
    #46
    1
    • #46-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 9)
      29 เมษายน 2561 / 13:54
      เรื่องนี้ตั้งใจจะสนุกๆ เบาสมองค่ะ คิดว่าจะไม่เศ้านะเจ้าคะ 555
      #46-1
  10. #45 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 12:12
    สนุกคะ ตาม...
    #45
    0
  11. #44 Modap91 (@Modap91) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 11:59
    ขอบคุณค่ะ 
    ตื่นเต้นแทนนางเอกละ ถ้าต่อไปต้องเจอโจวจิ้งเค่อจะทำยังไง
    #44
    0
  12. #39 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 08:26
    ขอบคุณค่ะ
    #39
    0
  13. #38 quantumguru (@quantumguru) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 08:20
    สนุกมากๆๆๆๆ เลยค่ะ ><
    #38
    0
  14. #37 Kaew Suda (@d050330) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 08:00
    แิบคิดว่าเพื่อนเก่านางเอกที่จะมาเป็นทหารจะเป็นแม่ทัพพอมาตอนนี้55555คนละชื่อเลย
    #37
    0
  15. #35 Sukanya Paileeklee (@poonchanit) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 05:02
    พระเอกโหดมาก
    #35
    0
  16. #34 FaiiSomjai (@FaiiSomjai) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 01:05
    พระเอกสายโหด รออยู่นะค่ะ
    #34
    0
  17. #33 Aemy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 00:07
    <p>สนุกมาก รอค่ะ มาต่อไวๆนะคะ</p>
    #33
    0
  18. #32 นิว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 22:25
    ไม่เป็นไรคะ รีดรอได้
    #32
    0
  19. #31 moontakara (@moontakara) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 22:22
    ติดตามนะคะสนุกมากค่ะ
    #31
    0