[Fic] First Kris First Kiss (Kris x Suho)

ตอนที่ 13 : CHAPTER 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 890
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ธ.ค. 55

CHAPTER 12

 

 

 

กลายเป็นค่ำคืนที่แสนหดหู่ ไม่น่านอน...และถึงจะนอนก็คงจะกระสับกระส่ายไม่สบายเนื้อตัว จุนมยอนไม่รู้ว่าจะหาทางออกไปในทิศทางใด ในเมื่อตอนนี้ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเสียทุกครั้ง

 

ตอนนี้...คนตัวเล็กไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรเลย

 

น้ำตาเองก็ไหลออกมาง่ายดาย เกลียดจริงๆ เกลียดความอ่อนแอที่มีมากมายเหลือเกิน ใจไม่ดีเลยตั้งแต่ตอนนั้น มันรู้สึกเสียใจทั้งที่ก็รู้ว่าไม่สมควร เขาอยากหยุด อยากห้ามไม่ให้อ่อนไหวง่ายอย่างนี้ แต่ไม่ว่าจะใครก็ตามที่บอกว่าทำได้ห้ามความเสียใจและหยดน้ำตาได้ ก็ฟันธงได้เลยว่าใครคนนั้นต้องโกหก

 

เขากำลังแย่...และรู้สึกว่าอยากจะร้องไห้ลูกเดียว

 

มือเล็กปิดสมุดเล็กเชอร์ลง สองมือวางทับไว้บนนั้น ก่อนที่ตัวเองจะเอนแผ่นหลังอิงไปกับพนักเก้าอี้อย่างหน่ายๆ จะบ้าตาย...ในสมองเขาคิดแต่เรื่องของคริส ไม่มีสักเสี้ยววินาทีที่จะหลุดพ้นออกจากเรื่องของใครคนนั้น

 

ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย...จะเสียใจไปทำไมนะ อ่อ...แต่คริสบอกว่าเป็นนี่ แต่ก็บ้าเหรอ! มันก็แค่ความสัมพันธ์อุปโลกน์น่ะจุนมยอน

 

ก็อยากจะคิดให้ได้แค่นั้นจริงๆ...แต่ทำไงได้ในเมื่อหัวใจของเขามันดันแอบเพ้อฝันไปแล้วด้วยนี่

 

 

ร่างเล็กลุกขึ้นและกำลังเดินไปที่เตียงนอนอย่างอ่อนแรง แต่ก็ต้องชะงักเสียก่อนเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นมา

 

จุนมยอนนึกถึงแบคฮยอนเป็นคนแรก หลังจากออกมาจากร้านสเต็กพวกเขาพลัดหลงกัน หากันไม่เจอ เขารู้ว่าแบคฮยอนตามออกมา หมอนั่นคงไม่ใช่แค่ทิ้งมิสคอลล์ไว้เป็นสิบๆสาย เพราะถ้าลองกระหน่ำโทรมาเสียขนาดนี้ แสดงออกถึงความเป็นห่วงขนาดนี้ยังไงก็คงตามออกมาแน่นอนอยู่แล้ว

 

แต่ชั่วขณะนั้น...จุนมยอนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี ก็เลยพยายามเลี่ยงโดยการไม่รับสาย สิ่งเดียวที่ทำคือการส่งข้อความตอบกลับไป

 

ไม่เป็นไร

 

ไม่ต้องเป็นห่วง

 

ในตอนที่กลับถึงห้องก็บอกไปว่า ถึงห้องแล้วนะ

 

 

ชั่วขณะนี้ก็เลยคิดว่าคนที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องตอนนี้ก็คงไม่พ้นแบคฮยอนอีกนั่นแหละ เมื่อถึงจุดที่เลี่ยงไม่ได้แล้วก็ต้องทำสิ่งที่ต้องกันข้ามซึ่งนั่นก็คือ...เผชิญหน้าแล้วสินะ

 

คนตัวเล็กปัดเป่าความเศร้าหมองให้พ้นใจ สูดลมหายใจเข้าลึก น้ำตาไม่ได้ไหลแล้ว ร่องรอยของการร้องไห้ก็คงจะเจือจางไปมาก คงไม่หลงเหลือไว้ให้สังเกตได้ง่ายหรอกกระมัง

 

ในตอนที่ก้าวเข้าไปเปิดประตู ไม่รู้ทำไมจู่ๆจุนมยอนก็เผลอนับก้าว

 

7...

8…

 

9…

 

มือบางจับลูกบิดของประตูห้อง หมุนมันแล้วเสียงสลักล็อคที่ถูกปลดก็ดังสะท้อนก้องอยู่ในหู จังหวะที่ดึงมือที่จับลูกบิดเข้าหาตัวเขาก็นับ

 

10...

 

พอเงยหน้ามองแล้วก็แทบหงายท้องตึง... “ค...คริส”

 

ฝ่ายคนตัวสูงยังคงอยู่ในชุดที่เขาเห็นเมื่อตอนเย็น ไม่ได้ตั้งใจจะสำรวจแต่สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้ามันกระจ่างชัดในตัวมันอยู่แล้ว และจุนมยอนสรุปทันทีว่าคริสอาจจะเพิ่งกลับมาถึง คิดได้แบบนั้นแล้วก็รู้สึกจุกเหมือนโดนทุบเข้าที่กลางแผ่นหลังขนาดนั้นเลย

 

นี่กินข้าวด้วยกันเสร็จแล้วไปไหนต่อกันล่ะ...

 

“กินอะไรแล้วหรือยัง?”

 

จุนมยอนก็ไม่รู้ว่าควรตอบความจริงหรือโกหกดีก็เลยได้แต่นิ่งไป

 

“เห็นตอนที่นายออกมา เพื่อนนายคนที่ตัวสูงๆผิวคล้ำๆหน่อยยังนั่งรออาหารอยู่เลย ฉันก็เลยคิดว่านายอาจจะยังไม่ได้กินอะไรไปตอนมื้อเย็น” ที่คริสพูดถึงคงหมายถึงไค ว่าแต่ที่ร้านสเต็กนั่น...

 

“น...นายเห็นฉัน?”

 

คริสพยักหน้ารับ “อืม...ที่ร้านสเต็ก” คริสจ้องมองคนตัวเล็กกว่าด้วยแววตาจริงจังอีกครั้ง “ตกลงว่านายกินอะไรไปแล้วหรือยัง?”

 

จุนมยอนยังไม่รู้จะตอบว่าอะไร เขาไม่มีแม้แต่คำพูดที่จะพูดด้วยด้วยซ้ำ คริสกำลังทำเหมือนเป็นห่วง คำพูดแววตาและสีหน้าแสดงออกอย่างนั้น คนตัวเล็กก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อประมวลความคิดรวมทั้งความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลของตัวเอง พลันสายตาก็เห็นว่ามีนมหนึ่งแก้วอยู่ในมือข้างนั้น ชั่วพริบตาจุนมยอนก็เผลอเหลือบดวงตาขึ้นมองคริสอีก

 

“ของนาย...” ของเหลวสีขาวในแก้วใสนิ้งยื่นมาตรงหน้า จุนมยอนยื่นนิ่งกะพริบตาปริบ ยากทั้งนั้น...ไม่ว่าจะพูดหรือตอบกลับไปด้วยปฏิกิริยาเพียงแค่อย่างหนึ่งอย่างใดก็ตามที

 

ทำไงดี...คือคำถามที่เกิดขึ้นตลอดที่เขาอยู่ต่อหน้าคริส เขาไม่รู้ว่าควรจะรับมันมาไว้ในมือเลยหรือควรเลือกที่จะปัดมันออกไป

 

“นมอุ่นๆสักแก้วก่อนนอนคงจะเป็นประโยชน์กับนายอยู่บ้างหรอกนะตัวเล็ก” ประโยชน์ในด้านไหน ทำไมพูดไม่ชัด ...นี่หาว่าเขาเตี้ยหรือไง...

 

เมื่อพบว่ารอบกายยังคงเงียบอยู่หลังจากจบประโยคของเขา คริสจึงพยายามส่งเสียงเพื่อสร้างบรรยากาศดีๆให้เกิดขึ้นอีก

 

“จะกินข้าวหรือยังไม่กินข้าวก็กินเข้าไปเถอะนมน่ะ นายรู้หรือเปล่าว่าถ้าเราดื่มนอนก่อน ในช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงที่ร่างกายได้รับแคลเซียมจากนมมากที่สุด พอรับมาแล้วแคลเซียมก็จะไปเพิ่มให้กับเลือด ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนหรือผุได้ด้วยนะ” จุนมยอนดูอึ้งไป ...เขาไม่คิดว่าคริสจะเอ่ยสรรพคุณของมันยืดยาวราวกับจะขายของ

 

คนตัวเล็กมองหน้าอีกฝ่ายที่ตอนนี้ดันยิ้มให้แล้ว เหมือนมีมนต์สะกดให้มือข้างหนึ่งของเขายื่นออกไปแล้วรับแก้วที่อีกฝ่ายถือไว้อย่างง่ายดายเลยในตอนนั้น

 

“อื้ม...ข...ขอบใจนะ” แค่นี้...แค่ตอนที่เขาเผลอมองรอยยิ้มของคริสที่กำลังเผยให้กว้างขึ้นเรื่อยๆ หัวใจดวงน้อยๆก็เต้นระรัวด้วยความรู้สึกเขินอาย จุนมยอนแทบลืมความรู้สึกเศร้าเสียใจที่เพิ่งจะเกิดขึ้นกับเขาไปหมดแล้ว

 

ช้อนดวงตาขึ้นมองใบหน้าของคริสอีกทีก่อนรีบหลุบต่ำ จุนมยอนเม้มริมฝีปาก จากมือเดียวที่ถือแก้วนมก็เปลี่ยนไปเป็นใช้สองมือประคองมันอย่างระมัดระวัง เขาไม่แน่ใจ...กลัวว่าตัวเองอาจจะทำมันหกหรือตกแตกไปเสียก่อนจะได้ดื่มมัน

 

ถ้าเป็นเช่นนั้น...จุนมยอนก็อาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

 

ถอยหลังกลับเข้าห้องและกำลังจะปิดประตู หากแต่ก็ต้องหยุดชะงักการกระทำเหล่านั้น เมื่อฝ่ายคริสกดฝ่ามือเข้ากับประตูห้องทั้งบานใช้แรงกดเพื่อไม่ให้จุนมยอนขยับปิดประตูได้

 

เมื่อพบความผิดปกติ ...ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองคนตัวสูง

 

“เห?”

 

“ดื่มให้หมดตรงนี้” คนที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรออกคำสั่งเสียงเข้ม วินาทีที่ปากขยับพร้อมทั้งเสียงที่ดังขึ้นในโสตประสาทกอปรกับใบหน้าที่ดูขึงขังเล็กๆ ไม่รู้หรือไงว่าคนมองเห็นกำลังละลาย ไม่ต้องถึงขั้นขี้ผึ้ง ต่อให้เป็นหิน...จุนมยอนก็พร้อมที่จะกลายร่างเป็นของเหลว ละลายแล้วละลายอีกอยู่นั่นหากว่าคนตรงหน้าเขาคือคริส

 

“ฉันจะได้แน่ใจว่านายไม่ได้ทิ้งมัน...ไม่ได้ทิ้งน้ำใจของฉัน” จะทิ้งได้ยังไง ...ความคิดนั้นไม่ได้มีอยู่ในสมองเลย กลับกัน...จุนมยอนคงเก็บไว้และไม่กล้าที่จะดื่มมันเลยด้วยซ้ำ

 

ทางเดียวที่จะหลีกหนีให้พ้นจากสถานการณ์น่าอึดอัด เห็นทีว่าคงจะต้องเป็นการที่เขานั้นทำให้ในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการกระมัง เมื่อไม่มีทางเลือก คนตัวเล็กจึงยกแก้วนมขึ้นมาแล้วค่อยๆดื่ม

 

แต่มันก็รู้สึกขัดเขินอยู่ดีนะ กำลังกินอยู่แล้วมีคนคอยจ้องสังเกตการณ์นี่ จะทำตัวถูกมั้ยล่ะ แค่ยกนมขึ้นจิบเฉยๆจุนมยอนยังไม่แน่ใจเลยว่าที่เขากำลังทำอยู่คือท่าทางที่ถูก ดื่มไปด้วยท่าทางเงอะๆงะๆงุนงงๆ จนเหลือค่อนแก้ว เฮือกสุดท้าย...คนตัวเล็กก็เลยตั้งใจว่าจะดื่มมันให้หมดในคราวเดียว

 

แล้วคริสก็ยักคิ้วให้ ...ไม่รู้ว่าตั้งใจกวนกันหรือเปล่า ทว่าจุนมยอนก็รู้สึกว่าโดนแกล้งให้รู้สึกเช่นนั้น ตัดปัญหาโดยการหันข้างให้และพยายามไม่มองอีกฝ่าย มือขาวยกแก้วนมขึ้นมาเสมอปากก่อนดื่มเข้าไป

 

“ดื่มให้หมด...แล้วไปดูดาวกัน”

 

“แฮ่ก” ท้ายประโยคนั้นทำให้ถึงกับสำลัก

 

โชคดีนะ...ที่ของเหลวถูกกลืนลงไปในคอหมดแล้ว ไม่เช่นนั้นอาจจะมีสิทธิ์พุ่งออกมาจากปากแล้วเลอะเทอะเต็มพื้นจนต้องมาตามเช็ดถูอีก

 

“แฮ่ก แฮ่ก”

 

“คงไม่ได้จะสะอึกอีกแล้วหรอกนะ?” ในขณะที่ก้มหน้าแล้วไอคอกแคกๆแล้วได้ยินถ้อยคำพวกนนั้น จุนมยอนก็รีบยกมือข้างหนึ่งที่ไม่ได้ถือแก้วนมโบกเร็วๆไปมาเชิงปฏิเสธ

 

อย่างรีบ...เพราะเขารู้ว่าถ้าเกิดสะอึกขึ้นมาคริสจะแก้ด้วยวิธีไหน...

 

วินาทีที่คิดได้แบบนั้นก็พยายามระงับอาการไอของตัวเอง ...คนผิวขาวกำลังเกรงว่าคริสจะแก้อาการไอด้วยวิธีเดียวกัน ถึงตอนนี้ใครจะหาว่าเขากำลังระแวงมากเกินไป...ก็ออกตัวไว้ก่อนเลยว่าไม่เกินไปหรอก...

 

เพราะคริสน่ะ...ทำอะไรที่เขาไม่คาดคิดมาหลายครั้งและจุนมยอนเองก็กลัว ...กลัวว่าตัวเองจะไม่ไหว หัวใจของเขามันเต้นผิดปกติทุกครั้งเวลาที่เจอคริส บางครั้งแทบไม่ต้องมีอะไรกระตุ้นเขาก็เหมือนคนป่วยเป็นโรคหัวใจเข้าไปแล้ว

 

“เปล่า” จุนมยอนผิดปากแน่นเพราะไม่ต้องการจะไอแต่อาการที่ยังหลงเหลือก็ยังคงมีเล็ดลอดออกมาอยู่ดี “ม...ไม่ได้จะสะอึก” เหลือบดวงตาขึ้นมองตอบคำถามแค่นั้นแล้วก็ก้มหน้าสกัดกลั้นอาการไอเพราะสำลักที่ยังคงไม่ทุเลาเบาบางลงไปเสียที

 

คริสกำลังหัวเราะแบบไร้เสียง ความเป็นคนซื่อตรงของจุนมยอน แทบจะทำให้คริสมองเห็นความรู้สึกของอีกฝ่ายได้แทบจะทั้งหมด

 

น่าชื่มชมหรือเปล่า...ก็ไม่รู้

 

แต่คริสก็พบว่าตัวเองรู้สึกดีไปแล้ว...

 

พลันจุนมยอนก็สัมผัสได้ถึงสัมผัสอุ่นๆที่แตะลงมาที่ริมฝีปาก ดวงใจของเขาโหวงวูบเหมือนนั่งรถแล้วดิ่งลงจากสะพาน ก่อนจะกลับมาเต้นแรงอีกครั้งก็ตอนที่เขาใช้ดวงตามองคริสเพื่อสำรวจรวมทั้งยืนยันในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง

 

นิ้วโป้งปาดจากร่องงุ้มจากขอบปากบนตามรอยโค้งแล้วปัดทิ้งออกไปเมื่อสุดอยู่ที่มุมปาก ร่างสูงยิ้มให้พร้อมทั้งชูนิ้วโป้งที่เปื้อนของเหลวสีขาวซึ่งในตอนแรกมันเปรอะอยู่รอบริมฝีปากสีสวยของคนตัวเล็ก

 

ก็แค่เช็ดนมให้...

 

“กินนมเป็นเด็กเล็กเลย...เบ๊อะบ๊ะ” เหมือนโดนตำหนิ ตาทั้งคู่ของจุนมยอนเบิกโตขึ้นแถมยังยู่ปากเล็กๆ เจ้าตัวไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วยซ้ำว่าหน้าตาเขากำลังแสดงออกไปแบบไหน

 

และนั่นล่ะ ก็เลยเป็นเหตุผลให้เขารีบส่งแก้วในมือให้คริส แต่อีกฝ่ายก็ดันทำเป็นเฉไฉเหมือนจะไม่รับ จุนมยอนก็เลยรู้สึกว่าความไม่พอใจกำลังรื้อขึ้นมาเล็กๆ แล้วมันก็ทำให้เขาลืมไปว่าไม่ควรจับมือคริสแล้วยัดแก้วใส่มือนั้นไป จุนมยอนถึงกับอ้าปากค้างในตอนรู้ตัวเองว่าเพิ่งจะทำอะไรลงไป คนตัวเล็กก็เลยเตรียมตัวจะหนีกลับเข้าห้องทันทีเพราะคงไม่กล้าสู้หน้าอีกต่อไป แต่แล้วอีกฝ่ายก็ยังคงใช้มือกดบานประตูเอาไว้เหมือนครั้งแรกอีก

 

“ดาวไง...ไปดูดาวกัน”

 

ไม่ไป...อย่าตื๊อได้มั้ย ฮือออ

 

“ดึกแล้ว...เดี๋ยวพี่ซีวอนว่าเอา” ไม่รู้ว่าผีตนไหนสิงให้พูดออกไปแบบนี้ พี่ซีวอนจะช่วยอะไรได้มั้ยล่ะ กระนั้นจุนมยอนกลับคิดว่าอีกฝ่ายคงรู้สึกเกรงใจจนนึกชะงักขึ้นมาบ้าง แค่สักเล็กน้อยก็ยังดีล่ะน่า หรือถ้ากลัวไปเลยก็จะดีมากๆ

 

แม้จะรู้ว่ากิตติศัพท์ในเรื่องความหวงน้องชายของพี่ซีวอนคงยังไม่ตกถึงหูคริส เพราะคนตัวสูงเพิ่งจะมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานเอง แต่จากวันนั้นวันทีพี่ซีวอนเข้าไปคุยกับคริสถึงในห้อง ก็คงจะพอทำให้คริสรู้สึกได้ถึงรัศมีน่าเกรงขามของพี่ชายเขาได้อยู่บ้างกระมัง

 

“อ่อ...จะให้ฉันโทรไปขออนุญาตมั้ยล่ะ” ฝ่ายคริสเลิกคิ้วเชิงถาม อาการที่แสดงออกดูไม่สะทกสะท้านอะไร ต่างกันกับจุนมยอนที่ได้แต่ทำหน้ามึน มึนงงเพราะจู่ๆสถานการณ์ก็พลิกจากหน้ามือไปเป็นหลังมือได้โดยสิ้นเชิง และเขาดูตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด

 

“ไม่ต้อง” เสียงหวานค้านดังชัดถ้อยชัดคำ

 

ขืนโทรไปสิ ...มีหวังพี่ซีวอนคงได้มาโผล่ตรงนี้แน่ ถ้ามาถึงแล้วคริสเกิดกลายเป็นศพขึ้นมา และเขานี่แหละที่จะต้องเป็นคนเสียใจ

 

พี่ซีวอนไม่ได้เล่ารายละเอียดให้น้องชายแสนน่ารักฟังสินะว่าคุยอะไรไปกับคริสบ้าง เมื่อคริสพูดทั้งหมดออกไปด้วยใจจริงอย่างจริงใจ พวกเขาก็ดูจะสานสัมพันธ์กันได้แถมถ้ามีเวลามากมายกว่านั้นก็อาจจะสนิทกันได้ง่ายในแบบที่ใครก็คาดไม่ถึงเลยทีเดียว

 

“เอาเบอร์มาเร็วเดี๋ยวฉันโทรไปขออนุญาตพี่ชายนายเอง”

 

“ไม่...ไม่ต้องเลย” จุนมยอนส่ายหน้า พ้นจากข้ออ้างนั้นคนตัวเล็กก็คิดอะไรไม่ออกอีก เชื่อว่าถึงพูดว่าไม่ไปคริสก็คงหาทางลากเอาเขาไปด้วยได้อยู่ดี

 

แต่มันยากกว่าตรงที่เกิดมาจุนมยอนก็ปฏิเสธคนไม่เป็นเลยนี่สิ ยิ่งกับคริสแม้ปฏิกิริยาภายนอกอาจจะแสดงออกว่าต่อต้าน แต่บอกไว้ได้เลย...หัวใจเขานี่ยอมรับตั้งแต่วินาทีแรกทีได้สบตาแล้ว

 

“เชื่อฉัน...คืนนี้ดาวสวย”

 

 

 

 

 

 

 

ที่สุดแล้ว...คิมจุนมยอนก็ถูกพาขึ้นมาบนดาดฟ้าหอพักจนได้

 

คริสทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นที่ว่างเปล่า ชายหนุ่มเงยหน้ามองจุนมยอนที่เดินตามมา เขายิ้มเมื่อเห็นว่าจุนมยอนมองรอบๆกายอย่างสนใจ สองแขนเล็กน่าทะนุถนอมคู่นั้นกำลังกอดตัวเอง แม้สายลมจะไม่ได้แรงมากนักแต่ฤดูใบไม้ผลิอากาศก็จะเย็นตามปกติ คนตัวเล็กเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆชายหนุ่มก่อนจะมองมาด้วยดวงตากลมแป๋ว

 

คริสเผยรอยยิ้มละมุนใส่ตาอีกฝ่าย “นั่งลงมาสิ”

 

จุนมยอนหัวใจกระตุกรัว เขาแพ้...แพ้ให้กับรอยยิ้มนั้น ก็เลยไม่มีทางเลือกนอกจากทำตามที่คริสบอก ร่างเล็กๆทิ้งตัวลงนั่งแต่ก็ทิ้งระยะห่างเอาไว้มาก ราวกับว่าไม่ได้มาด้วยกัน

 

คริสเกือบหลุดหัวเราะออกมาแล้วจริงๆ คนตัวสูงถอดแจ็กเกตเบสบอลตัวโปรดออกก่อนจะเขยิบเข้าไปนั่งใกล้อีกฝ่ายแต่ก็ตั้งใจไม่ให้ชิดเกินไปมากนัก เพราะยิ่งเขาพยายามใกล้เท่าไรเชื่อได้แน่ว่าจุนมยอนก็คงจะหาทางหนีออกให้ไกลเท่าที่คิดว่าตัวเองจะปลอดภัย

 

นี่เขาน่ากลัวขนาดเลยเหรอ...?

นึกแล้วก็ขำ...

 

แขนยาวเอื้อมเลยไปยังบ่าข้างที่อยู่ไกลออกไปของจุนมยอน เขาคลุมเสื้อให้กับร่างที่มีเพียงแค่ชุดนอนลายตารางเนื้อผ้าฝ้ายบางๆที่คงจะไม่ทานทนกับสภาพอากาศเย็นๆแบบนี้

 

กระนั้นจุนมยอนกลับเบี่ยงตัวออกด้วยความตกใจที่จู่ๆคริสก็ทำแบบนั้น คริสไม่พูดอะไร ชายหนุ่มแค่ขยับเสื้อให้พอดีกับร่างเล็กที่ดูจะเกร็งขืน พอทำได้อย่างต้องการเขาก็ถอนทั้งร่างและมือออกไปแล้วทิ้งตัวนอนราบขนานไปกับพื้นปูน

 

“แบบนี้จะได้ไม่ต้องแหงนคอมอง” เอียงคอมองจุนมยอนแล้วยิ้มให้ “นายลองดูสิ”

 

“ม...ไม่ดีกว่า” จุนมยอนตอบ แหงนใบหน้ามองท้องฟ้าอีกครั้ง ครั้งแรกๆมันก็ไม่เป็นอะไรนี่นะ จุนมยอนรู้ดีว่านับจากนี้ที่เขามองเห็นว่าดวงตาบนฟ้าเปล่งประกายสวยสดงดงามจริงๆ มันก็อาจจะส่งผลให้ต้องแหงนคอมองบ่อยๆ สุดท้ายก็อาจจะต้องเมื่อยอย่างที่อีกฝ่ายได้บอกไว้จริงๆ

 

แต่ก็ไม่รู้ทำไม...เขารู้สึกว่าไม่อยากจะเชื่อหรือทำตามคำของคริสเลย เขากลัวอีกฝ่ายจะรับรู้ว่าหัวใจเขาโอนเอนไปหามากถึงขนาดไหนแล้วตอนนี้

 

“นายว่าคืนนี้ดาวจะตกมั้ย?” จากที่เงยหน้ามองท้องฟ้าจุนมยอนก็ต้องหยุดแล้วมองกลับมาที่คริส

 

“ไม่รู้สิ” ก็เขาไม่รู้จริงๆนี่นา

 

จุนมยอนเคยสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเวลาเกิดดาวตก เจ้าดวงดาวที่ดวงตาเราเห็นบนฝากฟ้าที่ส่องแสงเป็นประกายงดงามนั้นจะลดน้อยลงจนถึงขั้นหมดลงไปเลยมั้ย...

 

ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ท้องฟ้าในยามค่ำคืนคงดูหงอยเหงาเศร้าสร้อยน่าดูเลย ถ้าหากปราศจากดวงดาว

 

แต่แล้วก็มาพบกับความจริงเมื่อเขาเรียนวิชาดาราศาสตร์ตอนสมัยมัธยม ว่าที่เราเห็นเส้นแสงที่พุ่งลงมาจากฟากฟ้านั้น แท้ที่จริงแล้วคืออุกกาบาตจากเศษหินในอวกาศ เมื่อตกลงมาบนพื้นโลกได้เกิดการเสียดสีในชั้นบรรยากาศ จึงทำให้เกิดเป็นประกายไฟ...คล้ายกับดาวตก

 

ทฤษฎีพวกนั้นเขาก็จำมันไม่ค่อยจะแม่นออกจะเลือนราง ในตอนที่เรียนก็ขอเพียงแค่ให้สอบผ่านไม่ให้ตกในวิชานี้ก็เพียงพอแล้ว

 

บางค่ำคืนเราอาจเห็นดวงดาวไม่กี่ดวงนัก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าดาวมันร่วงลงมาบนพื้นดินจนทำให้แสงระยิบระยับที่เคยแต่งแต้มบนท้องฟ้าลดน้อยลงไป หากแต่มันเป็นเพราะคืนนั้นดวงจันทร์อาจจะดวงใหญ่และทอประกายเปล่งแสงจ้าจนบดบังความสว่างของดวงดาวที่ไม่อาจสู้ได้แต่ก็ยังมีบางดวงที่ยังพอจะสามารถมองเห็นได้อยู่

 

วันนี้เขาเห็นพระจันทร์เพียงเสี้ยว ...คนตัวเล็กจึงไม่แปลกใจเลยหากดวงดาวจะเต็มท้องฟ้าขนาดนี้

 

“ถ้าโชคดีก็อาจจะได้เห็นดาวตก”

 

เสียงของคริสร้องเรียกให้เขาหันไปมองอีกครั้ง เสี้ยวแรกเขาสังเกตเห็นว่าคริสหลับตา และเมื่อลองพิจารณาดูดีๆแล้ว จุนมยอนกลับพบว่าอีกฝ่ายกำลังหลับตาอยู่จริงๆ

 

หลับตาแบบนี้แล้วจะได้เห็นมั้ยดาวตกที่ว่าน่ะ...

 

จุนมยอนเผลออมยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว สำหรับเขา...การเห็นดาวตกคงเป็นเรื่องโชคไม่ดีเท่า การได้มองเห็นคริสในมุมแบบนี้บ้าง

 

แต่ก็.....

น่ารักดีนะ...

 

“นายคิดว่าวันนี้เราจะโชคดีหรือโชคร้าย” คนพูดลืมตา จุนมยอนตกใจถึงขั้นสะดุ้ง คนตัวเล็กถอนสายตาจากที่มองคริสอยู่ออกไปแทบไม่ทัน

 

มือเล็กยกขึ้นมาจัดเผ้าผมที่ปลิวไสวเพราะสายลม จุนมยอนแทบไม่รู้จริงๆว่าจะมือไม้ไปวางไว้ตรงไหนแม้จะจัดผมเสร็จแล้วก็ตาม

 

“ไม่รู้สิ”

 

“ตอบอย่างอื่นแทนคำนี้บ้างได้มั้ย...นายพูดคำอื่นไม่เป็นเลยเหรอ?” คนตัวสูงพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ทว่าสิ่งที่คริสกำลังทำก็ยังทำให้จุนมยอนรู้สึกเหมือนเดิมคือ...อาย

 

“ก็เป็น...” หยุดคำพูดไว้ชั่วครู่ราวกำลังใช้ความคิด “แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี”

 

“ฉันทำให้นายอึดอัดหรือเปล่า?”

 

“ไม่ใช่นะ!” จุนมยอนสวนกลับไปเร็วพอกัน กว่าจะสำนึกว่าตัวเองพูดอะไรออกไปก็ไม่ทันแล้ว มันจะดูร้อนตัวมั้ยนะ

 

เขาก็ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอึดอัดหรือเปล่า อันที่จริง...อาจจะต้องบอกว่าเขินจนทำตัวไม่ถูกน่าจะถูกต้องกว่ากระมัง

 

“ฉันก็แค่...ไม่คุ้น”

 

“แล้วเราจะคุ้นกันได้เมื่อไร?” เหมือนใบ้กิน เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบ แต่จุนมยอนจะรู้ได้อย่างไร ...แม้ว่าเขาจะชอบคริส แม้ว่าคริสจะพยายามมากแค่ไหนเพื่อที่จะสื่อสารกับเขาอย่างสนิทสนม แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักนี่ หากเราต้องคุยกับคนที่แอบชอบให้เป็นธรรมชาติเหมือนอย่างที่คุยกับคนอื่นทั่วไป

 

“ฉันก็ไม่รู้”

 

“พอละ...เลิกถาม ถามไปฉันคงไม่ได้คำตอบ” คริสหัวเราะ จุนมยอนคิดว่าอีกฝ่ายดูอารมณ์ดีเกินไป ...ที่ผ่านมาเขาเห็นแต่ในมุมคุณชายนิ่งๆก็เลยอดสงสัยไม่ได้ว่า...ทำไม

 

หรือนี่อาจเป็นเพราะมีคนตามมาง้อ ...และตอนนี้ก็คงจะคืนดีกับคนที่มาจากเมืองจีนด้วยกันเรียบร้อยแล้ว คริสที่เขาเคยเห็นหรือจะให้ถูกต้องก็คงต้องบอกว่าที่เคยแอบมองไม่เห็นจะเคยยิ้มมีความสุขเท่านี้เลย ยิ่งเห็นรอยยิ้มบนดวงหน้าหล่อเหลากว้างมากขึ้นเท่าไรจุนมยอนก็ยิ่งรู้สึกรวดร้าว

 

เขาได้แต่มองขึ้นไปบนฟ้า ...และก็ภาวนาให้ดาวตก อาจดูเลวร้ายหากจะอธิษฐานให้ตัวเองสมหวังในรัก เพราะนั่นก็เท่ากับเขามีความปรารถนาอยากจะแยกคนที่รักกันให้ต้องพรากออกจากกัน

 

แต่สิ่งที่เขาเห็นในวันนี้รวมถึงสิ่งที่ได้ฟัง...คงบอกได้ว่ายากและดวงดาวก็อาจจะช่วยอะไรเขาไม่ได้ เพราะแค่ตอนที่ไม่มีใครคนนั้นคริสก็ไม่เคยมองเห็นเขาอยู่แล้ว

 

“ฉันขึ้นมาบนนี้แทบจะทุกคืน...เชื่อมั้ยว่าไม่เคยเห็นดาวตกเลยสักครั้ง” ความหมายแฝงความผิดหวัง กระนั้นในตอนที่หันไปเห็นใบหน้าของคริสจุนมยอนกลับพบว่าอีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย

 

ออกจะดูอิ่มเอมกับดวงดาวที่ประดับอยู่บนนั้น...เหมือนไม่อยากจะให้มันร่วงลงมาจากบนฟ้าเลย

 

“แปลกนะ ก็เหมือนกับที่คนเราหวังแต่ในความเป็นจริงมันก็ไม่สามารถสมหวังไปได้ทุกประการ เหมือนเวลาที่เรารอดาวตกอ่ะ ถ้าไม่ถูกที่ถูกเวลาจริงๆเราก็คงจะไม่มีทางได้เห็น เพราะมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยวเศษวินาทีเดียวเท่านั้นและไม่ได้มีสัญญาณเตือนใดๆก่อนว่าจะเกิด”

 

จุนมยอนพยายามนึกภาพตาม...

 

ขณะที่ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองไปบนท้องฟ้าอีกครั้งก็เห็นดาวตกเป็นเส้นพาดยาวบนฟากฟ้าชั่วพริบตาแล้วก็หายไป

 

“ได้อธิษฐานมั้ย?” เสียงทุ้มของชายหนุ่มฉุดให้เขาหลุดออกจากภวังค์

 

“นายก็เห็น?” เลิกคิ้วถามฝ่ายตรงข้าม

 

“อื้ม”

 

“คงถูกที่ถูกเวลาแล้ว” คริสยิ้ม...เขาไม่อยากเชื่อว่าคำพูดประโยคก่อนๆจะช่วยละลายพฤติกรรมของจุนมยอนจนอีกฝ่ายสามารถโต้ตอบกลับมาในแบบที่ไม่รู้สึกฝืนและเป็นธรรมชาติและสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้เขายิ้มไม่หุบเลย

 

คำนั้น...สำหรับเขามันมีความหมายแฝงนะ จุนมยอนจะรู้หรือเปล่าว่าเขาหมายถึงอะไร...

 

ถ้าวันนั้นเขาไม่นึกอยากจะทำให้ลู่ฮานเชื่อว่าตัวเองมีแฟนอยู่แล้ว เขาก็คงไม่เลือกที่จะคว้าใครก็ได้เข้ามาจูบแบบนั้น

 

เหมือนอย่างตอนนี้ที่จู่ๆดาวก็ตกแล้วที่สำคัญคือเขาเห็น

 

“ใช่...ถูกที่ถูกเวลา” คริสยิ้มพร้อมทั้งมองที่ตาของจุนมยอน ไม่นานนักดวงตาอีกคู่ก็ค่อยๆล่าถอย  แต่คริสก็เห็นว่ามีรอยยิ้มเกิดขึ้นอยู่บนใบหน้านั้นจางๆ

 

“อยากรู้มั้ย...ว่าฉันขออะไร?”

 

จุนมยอนไม่อาจมองหน้าคริส คนตัวเล็กแอบเม้มริมฝีปากแล้วก็ส่ายหัว แต่ดูเหมือนว่าคริสจะไม่สน

 

“ฉันขอให้นายตอบฉันมากกว่าคำว่าไม่รู้” เขาหัวเราะอย่างร่าเริงเพราะว่านั่นไม่ใช่เรื่องจริง เขาไม่ทันได้ขออะไรกับดวงดาวเพราะในตอนที่นึกได้ความงดงามตรงหน้าก็มลายหายไปหมดแล้ว ...มันไม่ทัน

 

“แล้วมันก็เป็นจริงแล้ว”

 

“....”

 

 

“งั้น...ขอให้นายตอบอะไรฉันอีกอย่างหนึ่งได้มั้ย?”

 

 

“...”

 

 

“ฉันอยากรู้ว่าทำไมนายถึงชอบฉัน”

 

 

 

 

 

TBC…

 

 

กลายเป็นมาสวีทกันซะงั้น 5555555

ประเด็นที่ไคกับลู่ฮานกับไคสร้างเอาไว้ไม่มีผลกับคริสโฮเลยค่า 55555555

เดี๋ยวนะ ขอแจง...คือน้องมุ้งมิ้งของเราไม่กล้าถามเรื่องนั้นอ่ะค่ะ

นางน่าสงสารนางแค่เป็นติ่งพี่คริสนางไม่สิทธิ์ (สาบานได้ว่าเมนจุนมยอน)

อย่างดีก็ได้แค่ดราม่าอยู่กับตัวเอง แต่ว่าเราจะไม่ดราม่ากันนะคะ ม่ายยยยย 555555

พี่คริสชอบแกล้งก็เพราะน้องโฮน่าแกล้งนะคะ ฮืออออ

ถึงตอนนี้แล้วเนอะคู่หลักเราต้องคืบหน้าบ้างล่ะ 555555

ฮือออ พี่คริสแค่หลงตัวเองหรือรู้ว่าจุนมยอนชอบตัวเองจริงๆแล้วรู้ได้ยังไง

แล้วทำไมถึงมาถามกันตรงนี้ตอนนี้ก็รอเฉลยนะคะ อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

693 ความคิดเห็น

  1. #676 อัญมณีสีสวย (@peepeepp) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2557 / 13:45
    พี่คริสหลงจุนเลยเถอะ นะ นี่จุนเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว จะตัดใจแล้วหรอ อย่าเพิ่งเลยนะ
    #676
    0
  2. #641 Millionaire~JM (@pisshy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2557 / 23:28
    กรรมคนเค้า sweet กันเรื่องของ ไคลู่ นี่ยังจำเปนอยู่มั้ย
    เหมือน 2 คนนี้จะมีกันแค่ 2 คนบนโลกละนะ
    #641
    0
  3. #619 -flipflop. (@4kid4) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2556 / 16:00
    กรี๊ดดดดดดดดดดด พี่คริสสสสสสสสสสส ดรากำลังจะระเบิดตัวเอง เขินอ่ะ ทำไมพี่คริสน่ารีกแบบนี้ ผู้ชายคนนี้หาได้ที่ไหนอีกกกกก อ้อยยยยย ~ น้องจุนพูดน้อยจริงอะไรจริง แต่ดูน่ารักมุมิชะมัด งือออออ
    #619
    0
  4. #605 Bheedictator (@bheechullyuy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 14:17
    โอ้ยยยยยยอย้ามาทำเปนคิดไปเอง
    #605
    0
  5. #473 parksoya (@pabo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 เมษายน 2556 / 20:41
    ดราม่าง่าาาาาาาา
    #473
    0
  6. #439 krispyho (@pangsuk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 เมษายน 2556 / 16:20
    เฮียถามไร เดี๋ยวจุนมยอนเค้าก็หัวใจวายพอดี

    ตอนนี้โรแมนติกมากกกกก นั่งดูดาวกันสองคน

    อร๊ายยย ชั้นเขินๆ
    #439
    0
  7. #407 Pan'ETI (@paninfinitekiml) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2556 / 18:25
    เฮียรู้หรอว่าลีดชอบน่ะ หวานมากจริงๆ
    ตอนนี้ก็ถูกที่ถูกเวลาแล้วสินะ เลือกคนมาไม่ผิดเลย

    #407
    0
  8. #363 puddingboy (@puddingboy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มีนาคม 2556 / 23:14
    ยืนยันว่าไคลู่ต้องได้กัน
    น่าสงสารนะ อุตส่าห์ลงทุนคิดแผน เสียเงินค่าสเต็กอีกนะ 
    แล้วอะไร สุดท้ายเค้าแอบมาดูดาวกัน ถถถถถถถถถถถถถถถถ

    จงอินผู้น่าสงสารที่สุดในเรื่อง พี่ลู่ได้กะจงอินไปเถอะ
    #363
    0
  9. #310 MANGZOG (@tanvalai) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:21
    อ้ายยยยยยยยย

    ฟิน อาย เขิน ปริ่ม สารพัดจะเป็น
    น่ารักมากๆ้เลยอ่า

    แล้วเฮียรู้ได้ไงว่าจุนมยอนชอบ 

    อ้าย อยากรู้ๆๆๆๆๆๆ >///<
    #310
    0
  10. #304 K i m L e e (@madamkimlee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 16:22
    โอ้โห สวีทอ่ะ ไม่น่าเชื่อเลย พี่คริสโรแมนติกไปมั้ย

    นี่ทำเพราะกลบเกลื่อนความผิดป่ะเนี้ยะ ฮ่าๆๆ

    แต่ก็ทำให้พี่จุนรู้สึกดีไม่น้อยเหมือนกันนะ พอให้อภัยค่ะ
    #304
    0
  11. #301 noiina (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:03
    555555555555555555



    ไคกะลู่ 2นางจะรู้ไหมว่าสิ่งที่ทำไปไม่เป็นผล

    แถม2คนยังมามุ้งมิ้งดูดาวด้วยกันอีกกกกก



    อิพี่คริสก็โรแมนติกนะเนี่ยยย เขินนนนนชุงเบยยยยยยยยยยยยย
    #301
    0
  12. #285 mukari (@mikikaru) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มกราคม 2556 / 14:30
    รอเรื่องนี้อยู่นะ อยากอ่านๆๆๆๆ มาโวยวายแล้ววิ่งหนีไป อิอิ
    #285
    0
  13. #277 annabell (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2556 / 22:48
    ไรท์เตอร์ คือมันฟินมากกกกกกกกกกกกกก

    งุ้ยยยยยยย ชอบมากๆ อ่านไปแล้วหัวใจพองโต

    แบบเรารอ.... แบบสักทีเหอะ ขอให้จุนมยอนพูดมากกว่านี้ 5555555

    เขิลมากกกกก โรแมนโคตๆ ต่อไปจะเป็นยังไงหนอออออ

    มาอัพไวๆนะคะไรท์เตอร์ รอคร้าาาาา ^^

    #277
    0
  14. #270 ❀Queenapplej.) (@plengnapple) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 23:04
    ถ้าเป็นจุนมยอนป่านนี้ฉันระเหยไปละ
    อะไรจะสวีตกันขนาดนี้
    ไคลู่ไม่มีผลจริงๆ
    55555555555555
    ยังไงก็พรากคู่นี้เค้าไม่ได้หร๊อก♥.♥

    #270
    0
  15. #269 แควนพจก.มาเม้นแล้ว (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 17:10
    อิพี่คริสเยอะไปแล้ว เยอะไปร้าวววววว

    แงงงงงง ออกไปนะ บู้มมมมมม แปลงร่างเป็นนมที่พี่จุนมยอนกิน

    น้องอยากกถูกพี่จุนมยอนกลืนกิน ฮรึกกกก .___.



    ห้ามนะ ห้ามอิพี่คริสทำอะไรกะพี่จุนมยอนเด็ดขาด!!

    ต้องให้เค้าทำด้วย!! #โถถถกรุ



    อิพี่คริสตอนนี้ม่างงงงงง โกดๆๆ

    แต่พี่จุนมยอนน่ารักมากอ้ะ มากมากอ้ะ ฮรืออออ



    เม้นนนนร้าวววววเม้นร้าววววว

    มาอีกเยอะๆๆๆๆๆนะ

    อิ้อิ้อิ้
    #269
    0
  16. #268 mimkie_micky (@december_minkie) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 16:00
    จุนมยอนจะตอบไงละที่นี้ ตื่นเต้นแทน >///<
    #268
    0
  17. #267 palapingping (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 14:04
    เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย พี่คริสรู้ำไ้ด้ไง!

    _+$*($)*@&$+)(^%@$(^$

    T_________________T



    ฮือแง ตอนนี้ฟินจังเลย ลีดไลน์ทั้งตอนเลย

    มาต่อไวๆนะไรเตอร์ ค้างๆ
    #267
    0
  18. #266 WonKyu' FC (@minmin-wk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 10:30
    กรี๊สสสสสสสสส! เหมือนเฮียจะรู้เลยอ่ะ ว่านุ่มนิ่มกำลังนอยด์อยู่

    เฮียก็เลยมาสร้างความมั่นใจและเพิ่มกำลังใจให้นุ่มนิ่มแบบนี้!

    มาแอทแทคนุ่มนิ่มถึงหน้าห้องแบบนี้นุ่มนิ่มอาจจะหัวใจวายได้นะเออ

    มาการเอานมมาให้ พอนุ่มนิ่มกินเสร็จก็เช็ดให้เค้าอีก ตายค่ะตาย!

    เข้าใจความรู้สึกนุ่มนิ่มนะ ว่าเวลาคุยกับคนที่เราแอบชอบมันเป็นยังไง

    มันจะรู้สึกประหม่า ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะเขินหรืออะไรก็ไม่รู้

    ดูเหมือนว่าเฮียชอบนุ่มนิ่มแล้วเลยอ่ะ ดูจากคำพูด มันสัมผัสได้เบาๆ

    เฮียรู้ด้วยล่ะว่านุ่มนิ่มชอบตัวเองอยู่ (ก็สมควรรู้อ่ะนะ ดูออกง่ายจะตายไป)

    และดันไปถามนุ่มนิ่มแบบนั้นอีก คนถูกถามจะตายเอามั้ยนั่น?

    ตอนนี้ละมุนมากมายอ่ะ~ นุ่มนิ่มจะตอบยังไงนะ ตื่นเต้นๆ
    #266
    0
  19. #265 หมึกมิน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 03:00
    เราชฃอบให้คริสแกล้งนีออนเยอะๆ



    นีอนนดูน่ารักน่าแกล้งมาก



    ชอบอะ
    #265
    0
  20. #264 NaMo_K (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 02:27
    พี่คริส ปลล้ำเลยเหอะขอร้อง

    ฮ่าๆๆๆๆๆ ตัวเล็กน่ารักไม่ทนจริงๆๆ

    แอร๊ยยยย
    #264
    0
  21. #263 so so (@flog) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 02:04
    เห้ย คริสแกจู่โจมจุนมยอนแบบนี้เลยหรอ
    แล้วเอ็งรุได้ไงว่ะว่า นางชอบบบบตัวเองเนี่ยย
    #263
    0
  22. #262 goeun (@Puniiz) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 01:14
    โอ๊ย เฮียอ่ะ ถามแบบนี้โฮก็หนีสิ
    ยิ่งขี้อาย และตอนนี้กำลังน้อยใจ
    เฮียอยู่ด้วย เพราะไคเลย ชิ
    #262
    0
  23. #261 mukari (@mikikaru) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 00:13
    ทั้งคู่เลย คิดเองเออเองเก่งที่สุด อร้าาาาาาาย ตอนนี้มันหวานมากอ่าค่ะ แง้งงงงงง



    #261
    0
  24. #260 OIL (@oil555eve999) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2555 / 22:11
    พี่คริสอ่ะ ตีๆๆๆ เขิน -////-
    เหนื่อยเปลล่าเลยน้องไคกะลู่ 55555
    รอลุ้นต่อนะคะ จุนมยอนจะตอบอะไรน๊า~
    #260
    0
  25. #259 Pariink (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2555 / 21:52
    พี่คริสช่างแกล้งจริงๆ หปเอาความอารมณ์ดี ยิ้มแย้มตลอดเวลา

    แบบนี้มาจากไหน !!!!!? จุนมยอนน้อยใจยกใหญ่ หม่ถาม แถม

    ดราม่าเอง คิดมาก อยู่คนเดียว ทั้งพี่คริสอาจจะอารมณ์ดีเพราะมีคนง้อ

    ทั้งที่ร้านเห็นเเต่ไม่ทัก อะไรแบบนี้ เเล้วไปรู้ได้ยังไงว่าเค้ามีใจ

    พี่คริสน่าหมันไส้!!!!! แอร๊ยยยยย คำว่าตัวเล็กตอนยื่นแก้วนม

    นี้เขินตัวบิดเลย โหววววว ไม่ไหว ไม่ทน ก็ยังตายกับคำนี้อยู่ดี

    แต่หมันไส้พี่คริสจริงๆนะ มาหาถึงที่เลยเชียว นี้ไปได้ใครช่วยบอก

    อะไรมารึป่าว ??? เหตุการณ์ร้านสเต๊กไม่มีผลกับพี่คริส เเต่กับจุนมยอน

    ถ้าอยู่คนเดียวก็กระทบจิตใจเบาๆ ต้องไม่อยู่คนเดียว พี่คริสมาอยู่กับตัวเล็กก

    ฮ่าาา รอเฉลยที่มาของคำถาม สุดท้าย รีบมาต่อนะค่ะพี่ปลาาา

    ฟินฟิค ฟินโมเมนท์ วันนี้วันดีจริงๆๆๆๆ
    #259
    0