[นิยายแปล] ฮูหยินหม้าย 弃夫 (BL, Yaoi)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 195,435 Views

  • 2,676 Comments

  • 7,908 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,064

    Overall
    195,435

ตอนที่ 57 : การแสดงในป้อมวิเวก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8881
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 243 ครั้ง
    15 ส.ค. 59

ตอนที่ 57 การแสดงในป้อมวิเวก




             ผมนั่งคลุมหน้าอยู่ด้านหลังเวทีเพื่อเตรียมพร้อมการแสดงในป้อมวิเวก เสียงถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าผ่านหน้าผมไป นี่ก็คนที่ห้าแล้วสำหรับการแสดงในคืนนี้ นักแสดงทุกคนหลังจากที่แสดงเสร็จก็จะพากันถอนหายใจ ดูเหมือนว่าการแสดงของพวกเขาไม่อาจจะดึงดูดความสนใจจากทูตผู้นั้นได้ แต่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือห้าวเหยียน ในตอนบ่ายเจ้าเจ็ดพาผมกับเยี่ยนเอ๋อร์แอบเข้ามาในพื้นที่ที่เตรียมไว้เพื่อจัดการแสดง เจ้าเจ็ดให้ผมรออยู่ที่นี่เพื่อรอข่าวคราวจากเขา ส่วนเยี่ยนเอ๋อร์เจ้าเจ็ดให้ไปอยู่ในห้องเก่าเมื่อครั้งที่ผมเป็นบ่าวรับใช้ที่นี่


            เฮ้อ...ถอนหายใจอีกแล้ว ผมแอบนับอยู่เงียบๆ นี่ก็คนที่แปดแล้วนะ ตอนนี้ในสมองผมกำลังประมวลสถานการณ์ด้านนอกอยู่ คนที่แสดงเสร็จแล้วก็จากไปอย่างต่อเนื่อง ที่แท้ข้างหลังก็มีคนแออัดกันมากขนาดนี้เชียว ว่าตอนนี้ที่เหลืออยู่มีผมแล้วก็อีกประมาณสี่ห้าคนที่กำลังรออยู่ ไม่รู้ว่าเจ้าเจ็ดให้ผมออกไปแสดงคนที่เท่าไหร่ นี่ก็ผ่านไปแล้วครึ่งชั่วยาม ประมาณสี่ห้าคนที่เหลือก็จากไปอย่างน่าสงสาร ตอนนี้เหลือเพียงผมกับอีกคนหนึ่ง หลังจากที่คนผู้นี้เดินออกไปที่บนเวทีแล้ว จากในตอนแรกที่ทุกอย่างเงียบสงัดกลับมีเสียงตื่นเต้นดังขึ้นมา






            ภายในห้องโถงใหญ่ งานเลี้ยงควรจะมีเสียงดังระงมไปทั่วทุกพื้นที่ จึงจะเรียกได้ว่าเป็นงานเลี้ยงที่คึกคักยิ่ง หากแต่สถานการณ์ในตอนนี้กลับแตกต่างออกไป


            นัยน์ตาเย็นเยียบของห้าวเหยียนมองไปยังผู้ที่กำลังแสดงอยู่บนเวที ก่อนจะเอ่ยถามพ่อบ้าน คำตอบที่ได้รับก็คือนี่เป็นการแสดงสุดท้ายของค่ำคืนนี้แล้ว แต่กลับไม่อาจดึงดูดความสนใจจากทูตจากต่างแดนผู้นี้ได้ ห้าวเหยียนมองทูตจากต่างแดนที่นั่งอยู่ทางขวามือของตน ใบหน้าของเขาเฉยชา เห็นเช่นนี้แล้วในใจของห้าวเหยียนหวาดกลัว ใบหน้าของเขาก็ยิ่งเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายม่านการแสดงก็ปิดลง แต่ทูตผู้นี้กลับไร้ท่าทีใดๆ ทั้งสิ้น ห้าวเหยียนยกมือขึ้นกุมหน้าผาก จู่ๆ หัวของเขาก็ปวดจี๊ดขึ้นมาทันที เขาพยายามหาการแสดงจากทั่วทั้งแผ่นดินมา เพื่อให้การแสดงนั้นสมบูรณ์แบบมากที่สุด แต่กลับไร้ผลโดยสิ้นเชิง ทำไมเจ้าทูตผู้นี้ถึงได้นิ่งเหมือนหุ่นไม้นัก? ห้าวเหยียนรู้สึกว่าตัวเขาเองไม่เคยรู้สึกเหนื่อยมากขนาดนี้มาก่อนเลย!


            “ท่านพี่ คืนนี้ท่านดูเหนื่อยเกินไปแล้วนะเจ้าคะ รีบกลับไปพักเสียดีกว่า” เว่ยหนิงเอ่ยกับคนข้างกายตน ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของนาง นี่นางยังไม่สามารถคว้าใจเขามาได้อีกหรือ?


            ห้าวเหยียนไม่ได้สนใจหญิงสาวข้างกาย “เจ้าเจ็ด รีบไปบอกลุงเหยียนว่าให้นำตัวนักแสดงพวกนี้ออกไปซะ” พูดจบก็เตรียมตัวสาวเท้าออกไป


            “นายท่าน ความจริงแล้วยังมีอีกหนึ่งการแสดงขอรับ” เจ้าเจ็ดรีบแจ้งต่อผู้เป็นนายทันที


            “ยังมีอีกคนหรือ?” ห้าวเหยียนขมวดคิ้ว “ช่างเถอะ! เจ้าเจ็ด จะแสดงหรือไม่ผลมันก็ไม่ต่างจากเดิมนักหรอก”


            พอได้ยินผู้เป็นนายพูดเช่นนี้แล้วในใจของเจ้าเจ็ดก็ร้อนรน “นายท่าน ให้โอกาสเขาสักครั้งเถิดขอรับ การแสดงสุดท้ายนี้ไม่ทำให้นายท่านเสียเวลานักหรอกขอรับ”


            “เจ้าเจ็ด เจ้าพูดเหมือนว่านักแสดงคนสุดท้ายน่าสนใจนัก?” ห้าวเหยียนเอ่ยถาม


            “นายท่าน ข้าน้อยมิอาจปิดบัง ความจริงแล้วการแสดงสุดท้ายเป็นข้าน้อยที่หามาเอง เป็นสหายของข้าน้อยเองขอรับ ข้าน้อยอยากให้นายท่านให้โอกาสเขาสักครั้ง” เจ้าเจ็ดเอ่ยขอร้องผู้เป็นนาย


            ห้าวเหยียนขบคิดครู่หนึ่ง “ก็ได้ อย่างไรเสียก็ไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว เจ้าไปเรียกเขาออกมาเลย”


            “นายท่าน สหายคนนี้ของข้าน้อยไม่ชอบพบปะคนแปลกหน้า เขาจึงขอให้เจ้าสำนักให้เขาแสดงโดยให้ฉากมาบัง”


            “เอาสิ แล้วแต่เจ้าเลย รีบไปตามคนมาเสีย!


            “ขอรับ”






            ผมถูกเจ้าเจ็ดพาเข้ามาในห้องโถงใหญ่ ด้านหน้าของผมมีฉินวางอยู่ แล้วด้านหน้าของฉินก็มีฉากบังลมอันใหญ่กั้นระหว่างผมกับห้าวเหยียนไว้ ทำแบบนี้แล้วผมก็รู้สึกเบาใจไม่น้อย ผมส่งสัญญาณให้เจ้าเจ็ดว่าตัวเองพร้อมแล้ว เจ้าเจ็ดก็สาวเท้าเดินจากไปทันที ก่อนจะไปหยุดตรงข้างกายของห้าวเหยียน


            “ไม่ทราบคุณชายจะแสดงอะไรหรือ?” เสียงของห้าวเหยียน น้ำเสียงของเขามีแววเกียจคร้าน ฟังดูก็พอรู้ว่าเขาคงจะเหนื่อยเอามากๆ


            “ข้าน้อยไม่มีความสามารถอันใด ทำได้สิ่งเดียวก็คือร้องเพลง” ผมนั่งอยู่หลังฉากบังลมตอบเหยียนอย่างช้าๆ


            “เช่นนั้นอย่าให้เสียเวลาเลย เริ่มการแสดงได้!” ดูเหมือนว่าห้าวเหยียนจะเริ่มนั่งไม่ติดแล้ว


            “ยกดาบขึ้นเหนือหัวปีศาจร้าย บั่นชีพมันให้วอดวาย...” ผมร้องออกมาปากเปล่า ไม่ได้ดีดฉินบรรเลงเพลงประกอบ แล้วก็ดัดเสียงให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม พอร้องจบผมไม่รอให้มีใครเปิดปากพูดก็ชิงอธิบายก่อน “ขออภัยด้วย ขออภัยทุกท่าน...เมื่อครู่นี้ข้าน้อยเพียงซ้อมเสียงเท่านั้น ขออภัยด้วย ต่อไปจะเป็นการแสดงของจริงแล้ว ฮ่า...” แค่ผมแกล้งร้องเพี้ยนนิดหน่อย แต่ก็ดูเหมือนว่ามีคนทนฟังไม่ได้จนเป็นลมเป็นแล้งไปแล้ว ยังไงซะผมก็ไม่เสียเวลากับคนพวกนี้หรอก ผมไล้นิ้วเรียวไปตามลวดแต่ละเส้น บรรเลงเป็นดนตรีป๊อปสมัยใหม่ก่อนจะริมฝีปากจะอ้าออกเล็กน้อยขับขานบทเพลงそばにいるね



            そばにいるね -青山テルマ feat.SoulJa



            ถึงแม้ว่าคุณจะไม่เข้าใจศิลปะอันยิ่งใหญ่ของชนชาติจีนของเรา แต่ผมก็ต้องเปลืองน้ำลายร้องเพลงของชาติคุณนะ นี่มันเป็นเรื่องที่น่าอายมาก คุณน่าจะฟังเข้าใจนะ? ผมพูดกับท่านทูตคนนั้นอยู่ในใจเงียบๆ หลังจากที่ผมแสดงเสร็จก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นมาในห้องโถม มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ปรบมือ ก็คือท่านทูตคนนั้น ก็เพราะคนที่นั่งอยู่ในห้องโถงมีแต่เขาคนเดียวที่ฟังเพลงที่ผมร้องออก!




            ห้าวเหยียนมองคนตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ ถึงแม้จะมีฉากมากั้นไว้ หากแต่บทเพลงที่ร้องออกมานั้นทำให้เขารู้สึกแปลกใจ ซ้ำยังไม่รู้ว่าคนที่อยู่หลังฉากนั่นร้องเพลงอะไร ซ้ำยังได้รางวัลเป็นเสียงปรบมือจากทูตผู้นี้อีกด้วย คนผู้นี้เป็นใครกัน? เขาอยากจะเห็นหน้าของผู้ที่อยู่หลังฉากกั้นเสียจริง




            ผมใช้ภาษาญี่ปุ่นอย่างคล่องแคล่วเอ่ยปากพูดกับคนที่อยู่อีกฝั่ง “ใต้เท้า หากว่าท่านชื่นชอบเพลงของข้า เช่นนั้นท่านช่วยยิ้มหน่อยได้หรือไม่?”


            คนผู้นั้นตอบผม “เหตุใดข้าต้องยิ้มด้วย?”


            “ใต้เท้า ชีวิตสหายของข้านั้นอยู่ในมือของท่าน ขอเพียงท่านยิ้มออกมา สหายขอข้าก็มีทางรอด”


            “แค่ข้ายิ้มก็พอหรือ?”


            “ใช่แล้ว...” ผมอยู่ด้านหลังของฉากกั้นจึงมองไม่เห็นว่าอีกฟากฝั่งเป็นอย่างไร แล้วก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ทูตคนนั้นกำลังยิ้มหรือเปล่า


            “ยิ้มแล้ว ยิ้มแล้ว ท่านทูตยิ้มแล้ว!” ไม่รู้ว่าเป็นเสียงของใครดังขึ้นมา จู่ๆ ห้องโถงที่เคยเงียบสงัดก็มีเสียงดังคึกครื้นขึ้นมา ดูท่าว่าเหยียนจะไม่เป็นไรแล้ว แค่นี้ผมก็วางใจ ผมจึงเอ่ยกับท่านทูตว่า “ขอบคุณขอรับ”


            “ไม่ต้องเกรงใจ! เจ้าออกมาจากหลังฉากได้หรือไม่? ข้าอยากเห็นเจ้า เจ้าเป็นคนแรกในแผ่นดินนี้ที่ฟังภาษาของข้าเข้าใจ”


            “ใต้เท้า ข้าน้อยรู้ภาษาของท่านเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หน้าที่ของข้าน้อยก็เสร็จสิ้นแล้ว เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวลา”


            “เราจะได้พบกันอีกไหม?”


            “ใต้เท้า หากมีวาสนาเราคงได้พบกันอีก ประมุขของป้อมวิเวกเป็นคนดี ใต้เท้าสามารถเชื่อใจเขาได้ แล้วพบกับโอกาสหน้า” ผมใช้วิชา ฝีเท้าผีที่อาจารย์สอนออกจากห้องโถงนั้นอย่างเงียบๆ โชคดีที่มีฉากกันไว้ จึงไม่มีใครรู้ว่าผมได้จากไปแล้ว แม้แต่ห้าวเหยียนเองก็ตาม! ผมซ่อนตัวอยู่มุมหนึ่งมองห้าวเหยียนอีกครั้งก่อนจะหันหายจากไป ผมมายังห้องที่เคยอยู่กับเจ้าเจ็ดเมื่อครั้งยังเป็นบ่าวรับใช้เพื่อมารับเยี่ยนเอ๋อร์ ผมพาเยี่ยนเอ๋อร์ออกจากป้อมวิเวก ไม่มีอาลัยกับที่แห่งนี้ ราวกับว่าผมกับเยี่ยนเอ๋อร์ไม่เคยก้าวเข้ามาในป้อมวิเวก







-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


มาอัพก่อน 2 ตอนค่ะ ปั่นสดถ้าตรงไหนพิมพ์ผิดเดี๋ยวมาแก้นะคะ สัญญาไว้ว่า 3 ตอนก็ต้อง 3 ตอนค่ะ ขอตัวไปปั่นต่อนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 243 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #2250 Nil[Night] (@nisharee_kom) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 13:42
    เอาเลย เอาเข้าดงฮาเร็ม
    สงสานเจ้าเจ็ด ฮรือออ
    #2250
    0
  2. #2148 ALOHA (@chatriya) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 23:15
    อ้าว ไหงงี้
    #2148
    0
  3. #1989 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 02:19
    คุยกันไม่รู้เรื่องแล้วตอนแล่นเรือเข้ามาสื่อสารกันยังไงให้รู้ว่าเป็นทูตไม่ใช่ศัตรู งง
    #1989
    0
  4. #1784 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 02:14
    แล้วท่านทูตจะคุยกับใครล่ะลูก ถถถถถถ
    #1784
    0
  5. #1166 ไอแอมอะก้อย (@pk4u) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 08:18
    แบบนี้ก็ไม่ต้องแต่งงานแล้วสินะ
    #1166
    1
  6. #1142 Ellienes (@yada20313) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 01:16
    รออย่างใจจดใจจ่อๆ ><
    #1142
    0
  7. #1141 ^ จู ^ (@inuko555) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 01:14
    ถ้าไม่มีใครคุยกับท่านทูตได้เราอยากรู้ว่าอาณาจักรนี้รู้ได้ไงว่านี่คือทูต

    คุณคงไม่ได้รับใครมั่วๆมารับรองใช่ไหม

     
    #1141
    0
  8. #1139 Mihoro Ki U (@Mihoro_Ki-U) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 00:39
    ณ ตอนนี้เข้าใจท่านทูตที่สุดค่ะ55555+ เข้าใจอารมณ์ที่ประมาณว่าไม่มีใครคุยกับเรารู้เรื่องแล้วอยู่ๆก็มีคนที่คุยกันรู้เรื่องโผล่มา นี่อยากร้องบันไซ! บันไซ! เลยค่ะ 5555555+
    #1139
    0
  9. #1134 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 23:59
    ไฟท์ติ้ง!!! อยากรู้ว่าจะอะไรยังไงกันต่อ!!! ฮึมๆๆๆ!!! ท่านฑูตคงแอบดีใจน้ำตาไหลพราก อารมณ์ประมาณว่า ในที่สุดก็มีคนคุยกะตูได้สักที
    #1134
    0
  10. #1132 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 23:54
    สนุกมากจ้า



    อัพต่อเร็วๆนะ
    #1132
    0
  11. #1131 pudsar (@thanthanpudsar) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 23:53
    สู้ๆค่าาา
    #1131
    0
  12. #1130 SecretsJT (@SecretsJT) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 23:50
    รอออออ
    #1130
    0
  13. #1129 วัวพันปี (@witch-singsong) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 23:48
    ขอบคุณค่ะ
    มีคำผิดตรงชื่อเจ้าเจ็ด เป็นเจ้าเจ๊ก คำหนึ่งค่ะ
    #ทีมเจ้าเจ็ดน้อย
    #1129
    0
  14. #1128 GyoGeow (@geow2011) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 23:46
    เเล้วที่นี้พระเอกของเราจะได้พบนายเอกเมื่อไรกัน รอติดตามค่ะ
    #1128
    0
  15. #1127 KT IS MY LIFE (@toytao) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 23:40
    เย่ สามตอนเลยหรอ สุดยอดเลย สู้ๆนะคะ
    #1127
    0
  16. #1126 ning :3 (@melodyning) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 23:37
    น่อวววววววว
    #1126
    0
  17. #1125 jabetight (@antler) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 23:35
    สู้ๆค่ะไรท์
    #1125
    0