#ทำไมพี่ไม่ยิ้ม | Lumin

ตอนที่ 3 : ต้องโทษดาว.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    13 พ.ย. 61

ต้องโทษดาว 1



สถานการณ์ช่วงบ่ายเป็นไปอย่างน่าเป็นห่วงพอสมควรสำหรับนางฟ้าของเด็กม.4 หลังจากวิ่งเล่นฐานอยู่ดี ๆ แล้วก็ดันเอาเท้าไปสวนเข้ากับเปลือกหอยจนต้องหามกลับที่พักพร้อมเลือดที่ไหลเป็นทาง แม้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีจากอาจารย์และพี่จ้าฝ่ายพยาบาลจำเป็นแล้วแต่ก็ยังจะมีบางคนที่หยุดห่วงไม่ได้อยู่ดี

หลังจากที่อาจารย์ให้สัญญาณเลิกฐานพร้อมประกาศผู้ชนะในกิจกรรมล่าสุดแล้วร่างสูงของคนเป็นพี่รหัสดีเด่นประจำโครงการพิเศษวิทยาศาสตร์ก็รีบก้าวจ้ำกลับไปทางที่พักทันที

“ยิ้ม” เสียงของลมหวนดังซ้ำหลังจากที่กดส่งข้อความผ่านทางแอพพลิเคชั่นแล้วไม่ได้รับสัญญาณตอบกลับมา คิ้วเรียวเริ่มขมวดเป็นปมเมื่อเคาะห้องซ้ำแล้วทุกอย่างก็ยังคงเงียบ

อะไรวะ

“ยิ้ม เปิดประตูหน่อย”

ประตูห้องยังคงนิ่งสนิทและแม้จะพยายามหมุนลูกบิดแต่ปราการด่านเดียวก็ยังคงไม่ยอมให้เขาผ่านเข้าไป

“ไอ้ฮีม ไอ้ซ่ง มึงล็อกประตูเหรอ” ฝ่ามือยังคงรัวเคาะตามไปอีกหลายครั้ง “เปิดดิ้”

ไม่รู้ว่าเพราะอากาศหรือเพราะเพิ่งเล่นฐานมาที่ทำให้เขารู้สึกว่าบนหัวมันระอุขึ้นผิดปกติ พี่ลมหวนรัวมือลงบนประตูอีกหลายครั้งแต่ก็ยังคงเงียบเช่นเดียวกับแชทของอมยิ้มที่ไม่มีการกดอ่าน

ความอดทนของเขากำลังจะหมดลงตรงนี้

นี่มันเรื่องห่าอะไรกัน ?

 

 

“ลดาภาณ”

เจ้าของชื่อที่กำลังวุ่นวายอยู่กับกองสัมภาระและข้าวของสำหรับแจกเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียงพร้อมทำหน้ามุ่ย ร่างเล็กลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเอียงคอมองลมหวนคล้ายกับจะถามว่า

มึงจะเอาอะไรจากกูอีก

“มึงมีกุญแจห้องพักใช่ป่ะ” เข้าประเด็นอย่างตรงไปตรงมา

ผู้หญิงตรงหน้ายิ่งทำหน้ายู่เข้าไปใหญ่หลังจากได้ฟังคำถาม

“มีป่ะวะ”

“มึงลืมกุญแจหรือยังไง”

“เปล่าอ่ะ”

“เอ้า” สองแขนเล็กถูกยกขึ้นกอดอก “แล้วมึงจะทำไม ? จะขโมยของเหรอ”

ลมหายใจของลมหวนถอดถอนพรืดใหญ่ เขาเกือบจะเหลือบตามองบน การคุยกับจ้านั้นเป็นสิ่งที่เขารู้สึกไม่เอนจอยเลยสักครั้งซึ่งพอนึกกลับไปถึงอู๋เพื่อนสนิทยิ่งเกิดคำถามว่ามันชอบคนอย่างอิจ้าไปได้ยังไง – แม่งพูดจาไม่รู้เรื่อง

“นี่มึงคิดยังถามงี้อ่ะ”

“เอ้า ก็ – ”

“กูจะเข้าไปดูไอ้ยิ้ม แต่เคาะแล้วพวกแม่งไม่ยอมเปิดให้” ลมหวนพูดรัวๆ เร็วๆ และเผลอเลี่ยงที่จะสบตาผู้ฟัง

พอได้ยินแบบนั้นคนช่างแซวก็ยักคิ้วหลิ่วตาใส่ลมหวน ท่าทางของจ้าทำให้ชายหนุ่มได้ยินเสียง แหมมมมมม ดังออกมาแม้ว่ามันจะยังไม่ได้พูดอะไรก็เถอะ

“สรุปว่ามีหรือไม่มี”

“จริง ๆ ไม่ได้ถือทุกดอก แต่พอดีมึงจะเอาห้องยิ้มก็มีพอดีเมื่อกี้เข้าไปทำแผลมันมาไง”

“ไปไขให้หน่อยดิ”

ตอนแรกคิดว่าจะยืมเพราะเห็นว่าเพื่อนยังมีงานที่ต้องทำ แต่เพราะคิดว่ากุญแจน่าจะเป็นความรับผิดชอบของจ้าก็ควรที่จะให้จ้าเป็นคนไปไขน่าจะถูกต้องกว่า

“งานกูยังไม่เสร็จอ่ะ”  นั่นไง... “มึงรีบป่ะ ? แล้วทำไมน้องมึงไม่เปิดห้องให้วะ”

“รีบเพราะไม่รู้ว่าพวกมันเป็นอะไรเนี่ยแหละ เมื่อกี้กูเรียกตั้งนาน” เหงื่อที่จับเส้นผมไหลหยดตามใบหน้าด้วยความร้อนที่ยังไม่ลดดีกรีลงแม้แต่น้อย “มันไม่ได้เป็นไรมากใช่ป่ะ”

จ้าเองก็ยอมรับความสงสัยตามลมหวนไปด้วยอีกคน เพราะไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรที่คนข้างในจะไม่ยอมเปิดห้อง “ก็ไม่ได้หนักอะไรนะ เลือดไหลเวอร์อ่ะแต่แผลนิดเดียว”

“มึงพากูไปไขห้องก่อนได้ป่ะ แล้วเดี๋ยวกูกลับมาช่วยทำงาน”

ความจริงไม่ต้องยื่นข้อเสนอจ้าก็พาไปอยู่แล้วแหละ ไม่ใช่เพราะหวังดีแต่เพราะว่าพฤติกรรมแปลก ๆ ของพวกนั้นทำให้ต่อมเสือกกระตุกจนแทบจะต้องลุกไปเสือกเดี๋ยวนี้

“มึงพูดละนะ” เก็กเสียงฟอร์มอาการสักเล็กน้อยเหยื่อจะได้ไม่รู้ตัว “กูจะเสียสละพาไปไขก็ด้ายยย”

 

สถานการณ์ในที่พักตอนนี้เรียกได้ว่าเริ่มเข้าสู่ช่วงพีค ทั้งเพื่อนและเด็ก ๆ กำลังทยอยกลับจากฐานเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับกิจกรรมช่วงค่ำซึ่งลมหวนเองก็มีหน้าที่จัดคิวอาบน้ำต้องไปทำอยู่เหมือนกัน นั่นทำให้ภายในใจของเขาตอนนี้ค่อนข้างกระวนกระวายเขาจำเป็นจะต้องเคลียร์เรื่องแปลก ๆ นี่ให้เร็วที่สุดเพื่อไปทำงานต่อ

“พี่แว่นแม่งวุ่นวายชิบหายเลย” เสียงบ่นกลั้วหัวเราะดังเข้าหูของอนิลภพ “เออ.. พูดประโยคเดิมซ้ำทุกสามนาทีอ่ะกูว่า”

คนเป็นรุ่นพี่แก่สุดรีบหันหาต้นเสียงอย่างอัตโนมัติเพื่อดูน้ำหน้าพวกขี้บ่นก่อนจะพบว่าเป็นกลุ่มเด็กม.4ที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี(ทั้งที่ไม่อยากเลยสักนิด)

พวกพรีเซนเตอร์งานออกร้าน

เจ้าของเสียงนั้นเป็นมนุษย์ที่หน้าตาเหมือนหมาสักพันธุ์ ลมหวนย่นจมูกแสดงอาการไม่ชอบขี้หน้าอย่างเปิดเผย เขาไม่ชอบหน้ายิ้มที่กำลังนินทาคนอื่นอยู่แบบนั้นมันโคตรจะขัดแย้งกัน และยิ่งเพราะเป็นหลานรหัสอย่างแดนด้วยแล้วอคติทั้งหมดที่เขาจะรู้สึกอคติได้ก็ถูกนำออกมาใช้ในทันที

“หวน”

เสียงของจ้าทำให้เขาเลิกสนใจแก๊งค์ม.4ชั่วคราว เขาหันกลับมาเลิกคิ้วแทนการตั้งคำถาม

“กูลองเคาะแล้วข้างในแม่งเงียบเลยอ่ะ”

“มึงก็ไขไปเลยดิ” เหลือบมองหน้าเจ้าของกุญแจสลับกับกุญแจในมือ “หรือจะให้กูไขเอง”

ร่างเล็กและบางเหมือนกระดาษถอยกรูดพร้อมกระชับกุญแจในมือ คิ้วสวยขมวดแน่น “พักมึงพัก”

“เหมือนกูไม่ได้อะไรจากการไปลากมึงมาอ่ะจ้า”

“แหม” มองบนเก่งกว่าใครก็ลดาภาณเนี่ยแหละ “เดี๋ยวมึงรอดู นี่ใคร จ้าเอง เดี๋ยวรอดูอภินิหารพี่เลยน้อง”

“ครับบบ คุณลดาภาณ เก่งให้ได้เท่าปากนะมึง”

จ้าอมยิ้มไปพร้อมกับลมหวนที่ดูจะอารมณ์ดีแต่ก็ไม่ คนตรงหน้ายังดูกังวลอยู่ลึก ๆ จนเด็กสาวสังเกตได้ ถ้าเป็นเธอก็คงกังวลไม่ได้ต่างกันเพราะเรื่องตอนนี้มันดูไม่ปกติจริง ๆ

“พวกมึงกูเอายาแก้ปวดมาให้ยิ้ม เปิดประตูหน่อย”

ลมหวนมองจ้าที่กำลังรัวมือกับประตูห้องอีกรอบด้วยสีหน้าเหนือความคาดหมาย และเพียงชั่วอึดใจประตูห้องก็แง้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับซ่งที่โผล่หัวออกมาดู ถ้าเข้าใจไม่ผิดเขาคิดว่ารุ่นน้องตัวสูงแอบเหลือบมองเขาเล็กน้อยก่อนจะขมวดคิ้วให้กับจ้า

เขาไม่ทันได้ยินว่าสองคนคุยอะไรกันแต่วินาทีต่อมาจ้าก็แทรกตัวเบียดซ่งเข้าห้องไปเรียบร้อยแล้ว

“เฮ้ย มึง - ” ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรประตูห้องก็ปิดใส่หน้า

“เหี้ยไรเนี่ย” สบถพร้อมกับหัวเราะ เขาไม่ได้อารมณ์ดีแต่ที่เค้นเสียงหัวเราะออกมานี่ก็เพราะว่าหัวเริ่มร้อนกรุ่น ๆ แล้ว

“อ้าว พี่หวน”

อยู่ดี ๆ ก็มีคนเรียก ลมหวนตวัดตามองก่อนจะต้องถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่เมื่อพบว่ามีใครบางคนมาได้จังหวะที่ไม่เหมาะเอาเสียเลย

เขามองน้องม.4ที่หน้าเหมือนหมาโดยที่ไม่ตอบอะไร จนอีกฝ่ายต้องทักซ้ำอีก

“พี่ลมหวนป่ะ”

ไม่ใช่กูหรอกมั้ง “เออ แล้วมึงใคร ?”

ดวงตาเรียวของอีกฝ่ายโค้งขึ้นตามรอยยิ้มที่ไม่รู้ว่าอารมณ์ดีอะไรนักหนาก่อนจะตอบ “แดนไงพี่ แดนเอง”

“อ่อ แดน”

“จำได้ป่ะสรุป...”

“...” คือต่อให้เขาจำได้แต่ตอนนี้คนที่เขาไม่อยากคุยด้วยที่สุดก็คือมันนั่นแหละ

“หลานรหัสพี่ไง โห่ พี่”

“อืม”

1

2

3

“พี่มาหาพี่ยิ้มเหรอ” บทสนทนาดูจะไม่จบง่าย ๆ อย่างที่ลมหวนตั้งใจไว้ หลานรหัสก็ยังคงพูดต่อไปได้แม้ว่าเขาจะแสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากจะต่อบทสนทนา

เขาพยักหน้ารับ

“แล้วไม่เข้าไปอ่ะ” แดนชะเง้อมองไปยังประตูด้านหลังของรุ่นพี่ “เนี่ยผมว่าจะมาหาพี่ยิ้มหลังอาบน้ำเสร็จเหมือนกัน”

คิ้วลมหวนกระตุกนิดหลังจากได้ยินแบบนั้น ความจริงมันก็ไม่ผิดถ้าน้องรหัสจะมาเยี่ยมพี่รหัสที่เท้าเดี๊ยงแต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรแต่เขากลับไม่รู้สึกยินดีกับสิ่งที่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย

“จริง ๆ ว่าจะแวะมาเนี่ยแหละ แต่เมื่อกี้ไลน์หาพี่ยิ้มแล้วพี่เขาบอกว่าจะนอน”

“มึงไลน์ไปตอนไหนนะ” ปากไวกว่าความคิดเหมือนเดิม ลมหวนรีบสวนถามไปทันทีที่ได้ยินแดนเปรยว่าคุยไลน์กับยิ้ม

“เมื่อกี้ก่อนมาเนี่ยพี่” ไม่พูดเปล่าแต่รุ่นน้องกลับโบกโทรศัพท์ที่เปิดหน้าแชทของยิ้มไปมาตรงหน้าเขา แม้ว่าจะไม่เห็นอะไรชัดเจนนักแต่ก็พอจะเห็นได้ว่าเป็นแชทของยิ้มจริง ๆ

เหมือนมีเสียงหวูดรถไฟดังในหัว ลมหวนเกือบจะชักสีหน้าใส่น้องม.4หลังจากที่พบว่าตัวเองกำลังจะหมดความอดทนกับสถานการณ์ห่าเหวที่เขาไม่เข้าใจสักนิดว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ทำไมยิ้มตอบแชทคนอื่นได้แต่ไม่ยอมตอบแชทเขา ซ้ำยังไม่ยอมเปิดให้เขาเข้าห้องไป และล่าสุดทำไมจ้าเข้าห้องได้ แต่เขายังยืนอยู่ตรงนี้ !?

“มึงไปเตรียมอาบน้ำไป” ลมหวนพูดออกมาในที่สุด  “ถ้าช้าคิวยาวนะ ห้องน้ำแม่งมี 10 ห้อง”

แดนที่ไม่ได้สัมผัสถึงความหัวร้อนใด ๆ ทำหน้าตาตื่นเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองควรทำอะไร “เออจริง ไปก่อนพี่ ฝากดูพี่ยิ้มด้วยนะ บอกพี่เขาด้วยว่าผมห่วงมาก”

บอกพ่อมึงเถอะ

ลมหวนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างหงุดหงิดหลังจากรุ่นน้องจากไปแล้ว เขารัวมือลงบนประตูห้องพักของยิ้มตามอุณหภูมิความร้อนบนหัว แต่ก็ยังคงไม่มีการตอบสนองใด ๆ แม้แต่จ้าที่เข้าไปสักพักแล้วก็ไม่กลับออกมา คิ้วหนาขมวดแน่นอย่างไม่เข้าใจว่าตัวเองกำลังจะต้องรับมือกับอะไร

ทำไมถึงรู้สึกเหมือนกำลังโดนผลักทั้งที่ไม่มีใครผลัก

มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกเหมือนปี๊บขนมของจ้ากับอู๋แล้ว

ทำไมวะ

“หลบหน่อยไอ้พี่” รุ่นน้องที่ไม่เคยทำตัวเหมือนรุ่นน้องปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับดึงชายเสื้อให้เขาห่างจากประตูห้อง

“ทำไมเพื่อนมึงไม่เปิดประตูให้กูวะ ฝุ่น”

คำถามของลมหวนถูกอิกนอร์ด้วยการปรายตามองเฉย ๆ จังหวะนั้นมันเหมือนโลกของลมหวนสั่นสะเทือนไปทั้งใบ เขารู้สึกว่าตัวเองของสั่นด้วยความโมโหโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมจะต้องโมโห แต่เขายิ่งรู้สึกรำคาญมากขึ้นเมื่อทุกคนกำลังทำตัวแบบที่เข้าใจไม่ได้

“ไอ้ฮีม – ”

“เรื่องเหี้ยไรวะ ฝุ่น” ไหล่เล็ก ๆ ของฝุ่นถูกดึงให้เจ้าตัวหันกลับมาประจันหน้ากับคนหัวร้อน “ไหนมึงมีอะไรจะบอกกูมั้ยว่านี่มันเรื่องอะไร”

อนิลภพพยายามอย่างมากที่จะไม่ใช้น้ำเสียงที่บ่งบอกโทสะกับคนตรงหน้าเพราะรู้ดีว่าฝุ่นเป็นคนยังไง ถ้าปะทะเรื่องนี้จะต้องซับซ้อนมากขึ้นไปอีก

“มึงกลับไปก่อนได้ป่ะพี่” เขาได้ยินว่าฝุ่นถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “ไปทำงานไรก็ได้อ่ะ จัดคิวอาบน้ำไม่ใช่ ?”

“กูต้องได้รู้ก่อนว่าทำไมกูถึงเข้าไปหายิ้มไม่ได้”

ดวงตากลมปรายมองเขาอีกครั้งโดยไม่มีคำพูดใดอีกนอกจากเสียงถอนหายใจที่ดังขึ้นอีกระดับ ฝุ่นหันหลังให้เขาและตะโกนเรียกฮีมซ้ำ ระยะเวลารอนานเท่าตอนที่จ้ารอก่อนประตูจะเปิดออกอีกครั้ง

“ไอ้ฝุ่น ไอ้ฝุ่น มึง – ” ลมหวนรีบคว้าไหล่ของฝุ่นเอาไว้ทันทีที่อีกคนตั้งท่าจะเดินเข้าห้องไป

“โอ้ย กูบอกให้กลับไปก่อน” มือเรียวถูกปัดออกจากไหล่พร้อมกับที่ดวงตานกฮูกถลึงมองอย่างเอาเรื่อง “กลับไปก่อนได้มั้ย เดี๋ยวค่อยคุยกัน”

“มันทำไมวะ”

ในหัวของเขามีแต่คำว่าทำไม ถึงลึก ๆ เขาจะแอบคาดคะเนความเป็นไปได้ของเรื่องนี้เอาไว้บ้างแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังต้องการที่จะรู้จากปากใครสักคนอยู่ดีว่าตอนนี้มันคือเรื่องอะไรกัน

เผื่อว่าอย่างน้อยเขาจะได้รู้ว่าควรตัดสินใจทำอะไรต่อไป

อย่างน้อยให้เขาได้รู้ก่อนและมีโอกาสทำอะไรสักอย่าง

ก่อนที่มันจะเลวร้ายที่สุดคือไม่เหลือเวลาอีกแล้ว

“อย่าเพิ่งยุ่งตอนนี้ได้มั้ย” คราวนี้ฝุ่นถอนหายใจเสียงดังพร้อมหน้าตาที่บ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์จริง ๆ

“ทำไมจะยุ่งไม่ได้วะ” ลมหวนตั้งแง่ “ทำไมถึงเป็นกูคนเดียวที่ยุ่งไม่ได้”

“พี่เป็นไรกับยิ้มอ่ะ ทำไมต้องมาวุ่นวายบอกว่าเดี๋ยวก่อนก็คือเดี๋ยวก่อนไง ไม่เข้าใจเหรอ”

“แล้วทำไมกูที่เป็นพี่รหัสมันถึงเป็นคนเดียวที่ไม่สามารถรู้อะไรเกี่ยวกับมันได้เลยวะ”

ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง กี่ปีที่ผ่านมาเขาจะเป็นคนแรก ๆ ที่ได้รู้เรื่องของยิ้มเสมอและไม่มีครั้งไหนเลยที่เขารู้สึกเหมือนถูกผลักเหมือนครั้งนี้

จะบอกว่าเขากำลังเจ็บปวดมันก็คงถูก เขาน่าจะกำลังเจ็บปวดมากกว่าโมโห ยิ่งเห็นท่าทางของเพื่อนแต่ละคนของยิ้มแล้วลมหวนก็รู้สึกได้ถึงก้อนบางอย่างที่จุกอยู่ในอก ทั้งสับสน ทั้งหวาดกลัว – เขากลัวว่าเรื่องที่เขากลัวมาตลอดมันจะเกิดขึ้นแล้ว

เกิดขึ้นโดยที่เขายังไม่ทันได้ตัดสินใจที่จะพยายามด้วยซ้ำ...

“สุดท้ายก็ยังคิดได้แค่นี้เหรอ” น้ำเสียงของฝุ่นไม่ได้เต็มไปด้วยอารมณ์ร้ายอย่างที่ควรจะเป็น “มึงก็อ้างแต่คำเดิม ๆ เลิกใช้คำว่าพี่รหัสมาอ้างสิทธิ์ได้ไหมวะ เอางี้นะถ้าพี่มึงยังคิดอะไรที่ฉลาดกว่านี้ไม่ได้ก็อย่าเพิ่งคุยกันเลย”

“...”

“กูขอแค่นี้ ถ้ามึงทำอะไรที่ฉลาดกว่านี้ไม่ได้” ฝุ่นเว้นวรรคอึดใจ “ก็ถือว่ากูขอให้มึงทำเพื่อยิ้ม – มึงออกไปก่อน”

“กูไม่เข้าใจ”

“จืด มึงเอาเพื่อนมึงไปก่อนได้ป่ะ” ฝุ่นบอกกึ่งสั่งจืดที่เพิ่งเดินมาถึงด้วยสีหน้าจริงจัง

“ห๊ะ...” จืดอุทานถามด้วยสีหน้าแบบคนไม่ตื่นรู้อย่างแท้จริง “จะให้พี่ทำไรนะ...”

“กูพูดครั้งเดียว และกูสั่งต้องได้ เข้าใจป่ะ”

ฝุ่นพูดจบก็อาศัยจังหวะที่จืดยังคงโหลดดิ้งเปิดประตูห้องและแทรกตัวเข้าไปก่อนจะปิดลงตามด้วยเสียงล็อคที่ดังก้องในหูลมหวน


#ทำไมพี่ไม่ยิ้ม

- tbc -


--

รู้ค่ะว่าตอนนี้เรื่องมันค่อนข้างจะยืดแล้วก็รีเพลย์ฉากซ้ำเยอะ อัพช้าด้วย แต่ว่ากำลังพยายามอย่างที่สุดเลยนะคะ แง อย่าเพิ่งเบื่อกันนะ จะรีบพาออกจากปมนี้ให้เร็วที่สุด

ต้องโทษดาวแบบบรรยายสรุปคือเขียนได้ 3 พาร์ทค่ะ ปรับแก้ตอนนี้ให้เป็นต้องโทษดาว.1 ส่วนอีก 2 พาร์ทพรุ่งนี้ได้อัพแน่นอนค่ะ /พนมมือ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #27 kimchijung2 (@kimchijung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 00:49
    เป็นไงล่ะพี่หวน กับความสงสัยไม่ยอมรับตัวเอง น้องเมินแล้วอิพี่หวนก็หัวร้อนไปสิค่ะ มาต่อไวๆ นะ รอๆๆๆๆ
    #27
    0
  2. #26 HappyReader (@HappyReader) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 21:46
    ฮืออออออ ตามอ่านแต่ในจอย ลืมเลยว่าไรท์มาลงบทบรรยายที่นี่ด้วยอ่า
    มาอ่านซ้ำก็ยังคงทั้งขำทั้งหมั่นไส้ แล้วก็สงสารอิพี่หวนไปพร้อมๆกัน
    อย่าดราม่าไปกว่านี้เลย ใจบาง
    ว่าแต่พาร์ทสองนี่ทวงได้มั้ย ..ในฐานะคนอ่านก็ได้ 😘
    #26
    0
  3. วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 19:04
    ซีนอารมณ์ของพี่หวนจุดนี้อ่านไปก็นั่งขำไปด้วย 5555555555 เห็นคนปากหนักหัวร้อนเพราะน้องเมินแล้วได้ใจแปลกๆ นี่ไงผลของการปากหนักอะคุณณ ขนาดเพื่อนเขาพูดขนาดนี้แล้วก็ยังปากหนักอยู่อย่างเดิม ยอมรับความไม่บริสุทธิ์ใจของตัวเองได้แล้วน่า 55555

    พาร์ทบรรยายอันนี้อ่านเพลินมาก ยิ่งท่าทางของพี่จ้านี่เห็นภาพตามเลย น่ารักแบบร้ายๆ ชอบการใช้คำที่ใส่ลูกเล่นอย่างตอนจะลุกไปเกือก ตอนน้องฝุ่นด่าพี่หวน และพี่จืดตอนโหลดดิ้ง หน้าไม่ตื่นรู้ที่แท้จริง 55555555 เป็นซีนเครียดที่พระเอกเครียดแต่บันเทิงคนอ่านเร้กๆ เอาใจช่วยนะคะพี่หวนนน
    #25
    0
  4. #24 kazu323 (@kazu323) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 09:23
    ดีใจ นึกว่าจะไม่ต่อซะแล้ว คิดถึงน้องยิ้มเสมอ
    #24
    0
  5. #23 NVOVS (@NVOVS) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 08:48
    คุณพระเอกเข้าใจแต่ไม่อยากยอมรับอะ คือต้องได้ยินกับหูได้ฟังจากปากหรอถึงจะคิดได้ /เอาเท้าก่ายหน้าผากเลยตรู
    แต่ชอบบทบรรยายที่ทำให้รู้ว่าลมหวนอึดอัดทรมานแค่ไหน ทั้งบรรยากาศและตัวละครรอบข้างมันขยี้ลมหวนซะเหลือเกินค่ะ
    ไม่รู้จะยังไงดีเพราะนี่ก็แม่น้องมิงซกอะ ฉันเข้าข้างลูกฉันอยู่แล้วลมหวน บอกได้แค่ว่าสู้นะ55555555
    #23
    0
  6. #22 NVOVS (@NVOVS) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 08:44
    จะร้องก็ตรงอัพที่เด็กดีด้วย คิดถึงการอ่านฟิกในนี้มากค่ะ😭
    #22
    1
    • #22-1 Monique Monique (@pluvioq) (จากตอนที่ 3)
      16 พฤศจิกายน 2561 / 06:44
      เม้นให้สองที่เลยอ่ะ แง้ ขอบคุณมากๆ นะคะ
      #22-1
  7. #21 มินซอกกี้ (@bambammieee_exo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 08:32

    สู้ๆค่าาา
    #21
    0