(sf/os) Moonphases | Baekdo

ตอนที่ 1 : [SF !fem] เดียร์เมทนรก ep.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    14 เม.ย. 62



เดียร์เมทนรก
#moonphasesBD

เบลล์ (แบคฮยอน) / เดียร์ (คยองซู) / ซอล (มินซอก) / ฉี (จงแด) / แจน (จุนมยอน)



ความประหลาดของมหาวิทยาลัยนี้ก็คือถ้าไม่ใช่ช่วงสอบห้องสมุดจะเสียงดังเหมือนไม่ใช่ห้องสมุด บรรยากาศโดยรวมไม่ได้แย่แต่ก็ไม่ได้ใกล้เคียงคำว่าห้องสมุดนัก ยกเว้นแต่ว่าจะลงมานั่งชั้นใต้ดินอย่างที่เธอกำลังทำอยู่ตอนนี้


เสียงพูดคุยในระดับที่หูได้ยินดังเป็นระลอกลงมาจากชั้นบนแข่งกับเสียงเปิดหน้ากระดาษหนังสือเล่มหนาตรงหน้าที่ไม่ได้มีเพียงเล่มเดียว โต๊ะอ่านหนังสือขนาดปกติที่ต่อกัน 2 โต๊ะตอนนี้ถูกร่างบางยึดจองเอาไว้ด้วยกองหนังสือจำนวนมากที่ถูกเปิดค้างเอาไว้


อะไรวะ ไม่เก็ท


คิ้วเรียวที่เขียนอย่างเนี้ยบขมวดมัดกันอยู่อย่างนั้นมาหลายชั่วโมงแล้ว ท่อนแขนข้างหนึ่งเท้าเอาไว้กับโต๊ะขณะที่อีกข้างทำหน้าที่เปิดพลิกหน้าหนังสืออย่างขยันขันแข็ง เรียกได้ว่าตอนนี้กำลังรู้สึกโง่จนนั่งไม่ติดที่ทีเดียว เธอใช้สมาธิจดจ่อกับหนังสือทั้งหลายอยู่นานและโฟกัสกับมันดีมากเสียจนไม่ทันได้สังเกตเสียงฝีเท้าของใครก็ตามที่กำลังบุกรุกโต๊ะอ่านหนังสือของเธอ


“อีเบลล์!” เสียงแหลมที่เรียกแบบออมเสียงทำให้เจ้าของชื่อสะดุ้งตกใจได้ไม่ยาก ใบหน้าสวยสะบัดมองไปยังต้นเสียงหน้าเหวอก่อนจะปั้นหน้าเกรี้ยวกราดใส่ภายในวินาทีถัดมา


“อะไร”


นภิสาถามพลางใช้ดวงตาเรียวมองตามหญิงสาวสองคนที่กำลังเยื้องย่างลงจากบันไดเหนือหัวเธอลงมา ดูจากการแต่งตัวก็พอจะเดาได้ว่าเพิ่งสอบเสร็จมาแน่ ไม่มีใครในคณะนี้ใส่ชุดนักศึกษาหรอกถ้าไม่มีพรีเซนต์หรือมีสอบ เหมือนที่เธอใส่ชุดแบบถูกระเบียบเป๊ะอยู่เพราะต่อจากนี้มีพรีเซนต์นั่นแหละ


“หายหัวกริบเก่งนักนะ” ร่างสูงเพรียวสะบัดกระโปรงพลีทที่ยาวถึงข้อเท้าแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกับเบลล์พลางมองสำรวจหนังสือมากมายบนโต๊ะ “แล้วนี่มึงอ่านอะไรนัก”


“จะสอบวิชาโทเหรอ” อีกคนที่ตัวเล็กกว่านั่งลงข้างกันแล้วเท้าคางถามเบลล์ที่ยังคงยืนอยู่ไม่ยอมนั่ง


เสียงพลิกหนังสือดังขึ้นแทนคำตอบ เบลล์ก็เป็นแบบนี้ตลอดถ้าไม่อยู่ในมู้ดอยากพูดเธอก็ไม่อยากจะขยับปากตอบอะไรทั้งนั้น ซึ่งเพื่อนสาวทั้งสองตรงหน้ารู้ดีจึงทำได้แค่มองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ


“อ่ะ” เจ้าของใบหน้าเหมือนแมววางกระดาษปึกหนึ่งลงตรงหน้าเบลล์ “กูกับฉีเอาสรุปมาริไทม์มาให้ มีฟิลด์หลังไฟนอลเดือนนึงนะ”


“เออ ขอบใจว่ะ” มือเรียวหยิบชีทวิชา Maritime ที่ว่ามาเปิดไปมานิดหน่อย แล้วยัดลงกระเป๋าไป “จารย์ไม่เช็คชื่อใช่ป่ะวะ”


“ไม่เช็ค โชคดีของมึงไป – ปกติวิชาจารย์ประอรอ่ะเช็คทุกคาบเด้อ” ฉีบอก


“แต่แบบมึงก็น่าจะเข้าวิชาเอกบ้างอ่ะ” คราวนี้ซอลเป็นคนบ่นต่อ “ก็รู้ว่ากด A ตลอดแต่มึงก็ควรให้อาจารย์รู้จักหน้าบ้าง ใกล้จะเสนอธีสิสแล้วนะ”


“เขาก็รู้จักกู ไม่ใช่ไม่รู้จัก” ขี้เถียงที่สุดในโลกคือนภิสา “เอาจริงกูก็ไม่ได้หายหัวขนาดนั้นป่ะวะ ขี้เว่อพวกมึงอ่ะ”


“เทอมนึงมึงเข้าเรียนครึ่งเดียวอ่ะเบลล์” ร่างเล็กทำหน้าเง้า “กูเป็นอาจารย์กูให้มึงหมดสิทธิ์สอบไปแล้วเนี่ย”


“อือๆ แต่มึงไม่ใช่อาจารย์ไง เก็ทป้ะ ?”


“อือๆ ของมึงคือไม่ใส่ใจชิบหายอ่ะ” ฉีเคาะโต๊ะเรียกร้องความสนใจพลางหัวเราะกลั้ว “แต่ใส่ใจเก่งจังเลยวิชาโทอ่ะ ชอบมากทำไมไม่แอดเข้าเอกนั้นไปเลยล่ะ”


“กูก็ไม่ได้ชอบ” เบลล์เถียงทันควันพร้อมกับถอนหายใจแล้วนั่งลงเป็นครั้งแรกในรอบสามชั่วโมง “แต่มันยากอ่ะมึง แม่งคนละเรื่องกับวิชาเอกอ่ะ”


“แล้วมึงไม่บอกให้เมทมึงติวอ่ะ”


“มึงจะให้กูไปเอาอะไรกับมันวะ ซอล” สีหน้าบ่งบอกเหลือเกินว่ารูมเมทที่ฉีเมนชั่นถึงนั้นมันเอาอะไรไม่ได้จริงๆ “ทุกวันนี้หน้ามันยังไม่อยากจะมองเลย”


"เหรอ" ซอลเอียงคอมองเพื่อนด้วยแววตาสงสัย “กูแบบสงสัยว่ะ”


“เออ กูว่ากูสงสัยเหมือนอีซอล”


“สงสัยอะไรกัน”


“เหมือนมึงไม่ชอบเมทมึงมากเลยอ่ะ” ซอลตอบ “เดียร์มันทำไมวะ ?”


"ถามเหมือนกูไม่เคยเล่าให้ฟัง" เสียงถอนหายใจดังมาอีกระลอกพร้อมกับที่เบลล์ละสายตาจากเพื่อนและไปสนใจตัวหนังสือบนกระดาษเก่าๆ ตรงหน้าแทน “เอาเป็นว่าถ้ามึงเข้าใจคำว่า เมทนรก มึงก็จะไม่ถามเรื่องนี้กูอีกอ่ะ”


“อีเบลล์ คือมึงย้ายออกได้”


“ขี้เกียจหาหอใหม่” เสียงเล็กขยี้ปลายนิดหน่อยพร้อมกับคิ้วที่ขมวดแน่นกว่าเดิม


“แหน่ะ ชอบมันป่ะ มึงอ่ะ” ฉีแกล้งแหย่กระเซ้าทั้งที่รู้เต็มอกว่าเพื่อนของเธอมีปัญหากับเมทมากแค่ไหน


หนังสือเล่มหนาในมือถูกพับปิดพร้อมกับดวงตาเรียวตวัดมอง “ชอบก็เหี้ยละ ถามไม่คิดมึงอ่ะ”


“แหม” ฉีลากเสียง “มึงก็เอาแต่บอกว่ามึงเกลียดมันไม่ชอบมัน แต่มึงก็ไม่ยอมย้ายออก มึงเป็นเหี้ยไรก่อน”


“ก็หอมันหายาก มึงได้ฟังกูมั้ยนิ”


“มันจะยากอะไรนักหนา”


“สัญญาเช่า 1 ปี จะย้ายออกได้ไง”


“แล้วมึงก็ต่อสัญญามาจน 3 ปีแล้วเนี่ย”


“แล้วมึงจะมาต้อนกูให้ได้อะไรวะ ฉี”


“ก็กูไม่เข้าใจอ่ะ” ฉีฉีกยิ้มหัวเราะร่าที่ยวนประสาทเพื่อนได้สำเร็จ


ซอลตีไหล่ผู้หญิงที่นั่งข้างตัวเบาๆ “มึงอย่าไปกวนตีนมัน”


“ไม่ได้กวนเว่ย คือกูว่านะ --” ฉีเว้นวรรคก่อนจะเหล่มองคนฝั่งตรงข้ามนิด “ที่มันไม่ย้ายออกเนี่ย มีเงื่อนงำ”


เบลล์มองค้อนเพื่อนขณะที่พับหนังสือเก็บซ้อนกันเป็นตั้งเตรียมจะเอาไปเก็บ “โชคดีของมึงนะฉี กูมีเรียนต่อพอดี ไม่งั้นวันนี้มึงไม่มีปากไว้กินข้าวแน่”


ฉีหัวเราะร่วนก่อนจะช่วยเพื่อนหยิบหนังสือไปเก็บ “โหดจ๊างง”  


“แล้วมึงมีเรียนไรต่อเนี่ย” ซอลถามหลังจากที่วางหนังสือลงบนรถเข็นแล้ว “ว่าจะชวนไปร้านลุงเหน่”


“เย็นได้มะ หรือไงก็ได้อ่ะ” เบลล์ว่าพลางยกนาฬิกาขึ้นดูเวลา “เดี๋ยวมีเรียนออคซิเดนทอลต่อว่ะ คงฝากท้องร้านพี่จอยก่อน”


สองสาวพยักหน้ารับเพราะเข้าใจดี หลังจากเริ่มเรียนวิชาโทตั้งแต่ปีสองก็มีหลายทีที่พวกเธอสามคนต้องแยกกันกินข้าวเพราะเวลาเรียนโทไม่ตรงกัน ความจริงไม่แน่ใจว่าเป็นโชคร้ายหรือโชคดีหรืออะไรกันแน่ แต่สถานการณ์เรื่องการเลือกวิชาโทของพวกเธอเป็นเรื่องที่มีเงื่อนงำนิดหน่อย


พวกเธอสามคนตกลงกันว่าจะลงวิชาโทเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ ตอนแรกเบลล์ก็ลงวิชาโทนั้นทัน ส่วนคนที่ลงไม่ทันคือซอล แต่ไม่รู้ว่าเพราะไม่ชอบหรืออะไร เบลล์ก็ขอสละที่นั่งให้ซอลลงโทวิชานี้แทนส่วนตัวเองเปลี่ยนไปลงโทอื่นเสียดื้อๆ


วิชาโทตัวที่ว่านั้นคือวิชาเอกที่เมทนรกของเบลล์เรียน



 

บรรยากาศภายในห้องเลคเชอร์ก็เหมือนเดิม กลิ่นของกินฟุ้งไปทั้งห้องเหมือนยกยูเนี่ยน(=โรงอาหาร)มาย่อส่วนใส่ห้องไว้ ยิ่งบวกกับแอร์ที่ไม่ค่อยจะเย็นแล้วเรียกได้ว่าเป็นบรรยากาศการเรียนที่ไม่บรรเจิดใจเบลล์เอาเสียเล


หญิงสาวปลดสายกระเป๋าวางลงบนโต๊ะเลคเชอร์ที่อยู่ติดผนังตำแหน่งไม่หน้าไม่หลังห้องจนเกินไปก่อนจะนั่งลงรอเพื่อนร่วมเซคค่อยๆ ทยอยกันเข้ามา เอาเข้าจริงการมาเรียนโทนั้นเธอโดนเพื่อนทักบ่อยกว่าตอนเข้าเรียนวิชาเอกเสียอีก คงเป็นเพราะเธอปรากฏตัวเรียนวิชาโทบ่อยกว่าไปเข้าเรียนวิชาเอกก็ได้


“เอ้า เบลล์” ร่างไม่สูงนักในชุดลำลองง่ายๆ โบกมือทักขณะที่เธอเดินผ่านหน้าโต๊ะเลคเชอร์


“เอ้า แจน” เบลล์โบกมือตอบ “จารย์เลทป่ะวะ”


แจนมองนาฬิกาที่ข้อมือก่อนจะยกไหล่โนไอเดีย “ไม่รู้ว่ะ แต่ไม่ได้แจ้งในกรุ๊ปนะ”


“ไม่ใช่ว่ายกคลาสนะ” นภิสาหัวเราะแห้งเมื่อพบว่าเลยเวลาเริ่มคลาสมาเกือบ 5 นาทีแล้ว ทั้งที่ปกติอาจารย์ประจำวิชานี้ออกจะตรงต่อเวลาหนำซ้ำยังชอบมานั่งรอนักศึกษาอยู่ก่อนเวลาบ่อยๆ


“ไม่น่านะ อาจจะติดประชุม วันนี้มีประชุมคณะตอนเช้า” แจนอธิบายละเอียดยิบ ก่อนจะทำท่าเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้ “เออ เบลล์ -”


“หือ ว่า ?” เบลล์เงยหน้าขึ้นสบตาพร้อมเลิกคิ้วตั้งคำถาม


“เดียร์มันป่วยอีกแล้วป่ะ” ท่าทางคนถามดูกล้าๆ กลัวๆ ที่จะถาม “แบบไม่เห็นหน้ามันมาสองสามวันอีกแล้วอ่ะ”


คำว่า อีกแล้ว เป็นอย่างที่ทุกคนเข้าใจได้นั่นแหละ เบลล์เองก็ถึงกับขมวดคิ้วเมื่อได้ยินแบบนั้น เดียร์ชอบหายหัวไม่เข้าเรียนอาทิตย์ละวันสองวันเป็นประจำ บางครั้งก็โดดติดกันสามวันไม่ยอมเข้าเรียนจนเพื่อนในเอกต้องมาตามตัวกับเบลล์อยู่บ่อยๆ


“มันเคยป่วยจริงที่ไหนอ่ะ” เสียงเบลล์ฟังดูฮึดฮัดเล็กน้อย “เดี๋ยวกูลองตามมันให้”


แจนที่รู้ว่าเบลล์จะมีรีแอคแบบไหนแอบหน้าซีดนิดหน่อย ความจริงที่เธอเลี่ยงไปถามว่าป่วยหรือเปล่าก็เพราะไม่อยากถามคำถามที่ดูชี้นำไปในทางที่ว่าเดียร์จงใจโดดเรียนซ้ำๆ ซากๆ นั่นแหละ


“เออๆ” ประธานเอกสาวตอบด้วยเสียงกระอักกระอ่วน “มึงก็ไม่ต้องหัวร้อนนะ กูว่ามันก็ดูแลตัวเองได้แบบคะแนนไม่น่าห่วง เสียแต่บางวิชามันเช็คชื่อกูเลยเป็นห่วงอ่ะ”


“อือ ไม่หัวร้อนหรอก” แม้ว่าสีหน้าจะบ่งบอกไปในทางนั้น แต่เบลล์ก็พยายามจะสงบจิตสงบใจให้ได้มากที่สุดด้วยการนับหนึ่งสองหนึ่งสองในใจ “เดี๋ยวเบรคแล้วจะลองโทรหามัน”


ติ๊ง!


เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมกันแทบทั้งห้องเป็นสัญญาณว่ากรุ๊ปไลน์ไหนสักกรุ๊ปน่าจะมีการแจ้งข่าวสาร ซึ่งความเป็นไปได้มากที่สุดก็น่าจะวิชานี้เนี่ยแหละ


“ยกจริงว่ะ เบลล์” แจนที่เช็คมือถือไวกว่าแสงเงยหน้าขึ้นบ่น ก่อนจะก้มลงกดพิมพ์อะไรสักอย่างลงไป คิดว่าคงตอบกลับอาจารย์ตามมารยาท “ประชุมยาวๆ”


“ประชุมยาวโคตร - เรื่องนั้นป่ะวะ”


“อาจจะ” คนตัวเล็กกว่าเก็บโทรศัพท์แล้วตอบ “เห็นว่าเดี๋ยวจะมีเรียกนักศึกษาประชุมด้วย วันไหนสักวัน”


“ก็ซีเรียสจริง” เบลล์เปรยแบบไม่ได้ต้องการต่อบทสนทนา “เออ งั้นไปก่อน จะไปโทรตามเดียร์มันด้วย”


“เออ ฝากด้วย – เจอกันมึง”


นภิสาคว้ากระเป๋าสะพายเข้าที่ไหล่พร้อมกับโบกมือให้กับประธานเอก “ไปละๆ เจอกันๆ”



 

ช่วงขายาวภายใต้กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าเป็นคืบก้าวยาวๆ ลงบันไดตึกคณะขณะที่เจ้าตัวพยายามกดโทรศัพท์หาเบอร์ที่อยู่บนสุดใน Recent list


aDear

Calling …


ครั้งที่หนึ่ง ไม่รับ


นิ้วยาวเลื่อนกดโทรออกอีกครั้งก่อนจะนั่งลงที่ม้านั่งหน้าคณะเพื่อรอให้ปลายสายกดรับเสียที


ครั้งที่สอง ไม่รับ


มีคนบอกว่ามารยาทการอยู่ร่วมสังคมที่ดีคือการโทรไม่เกินสองสาย แต่ทฤษฎีนี้ใช้ไม่ได้กับคนอย่างเดียร์ คนแบบนั้นไม่จำเป็นต้องมานั่งคิดถึงมารยาทอะไรนักแล้วในตอนนี้


“ศรุตาาา” เสียงเล็กพึมพำอย่างหมั่นเขี้ยวเมื่อปลายสายไม่ยอมรับโทรศัพท์เป็นครั้งที่สาม


ฝ่ามือเรียวเคลื่อนนิ้วอย่างรีบร้อนกดเข้าแอพพลิเคชั่นไลน์และกดเข้าไปยังห้องแชทเป้าหมายก่อนจะรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ทันที


Belle

ทำไมไม่รับสายอ่ะ

อยู่ไหน ?


3 นาที


Belle

เดียร์

อยู่ไหนอ่ะ เมื่อเช้าก็ออกมาพร้อมกัน ทำไมไม่เข้าเรียน

 

เสียงถอนหายใจดังขึ้นเป็นรอบที่ล้านของวัน ร่างบางผุดลุกขึ้นจากม้านั่งก่อนจะอาศัยช่วงขายาวก้าวเร็วๆ ไปยังประตูข้างม. แล้วโบกแท็กซี่เพื่อตรงกับคอนโด ไหนๆ วันนี้ไม่มีเรียนต่อแล้ว คงมีเวลาไล่จับแมวยาวๆ

 

 

 - - #MoonphasesBD - -


&Talk

 ช่วยเป็นกำลังใจให้พี่เบลล์เขาหาแมวเจอด้วยนะคะ



           
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #42 Balirys (@yineny) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 00:24
    แมวดิ้อน่าดู
    #42
    0
  2. #21 pay2677 (@pay2677) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 14:24
    หู้ยยปากแข็งจังน้าา ปากบอกเพื่อนว่าเมทนรกแต่ก็ไม่ย้ายออก เพราะขี้เกียจหาหอ อือๆเชื่อก็ได้ค่า จับให้ได้น้าดูท่าแล้วแมวดื้อเอาเรื่องอยู่นะพี่เบลล์😉
    #21
    0
  3. #13 makiYakiyaki (@makiYakiyaki) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 18:51
    แมวต้องดื้อมากแน่เลยยน
    #13
    0
  4. วันที่ 14 เมษายน 2562 / 20:56
    เราเป็นกำลังใจให้พี่เบลล์ตามหาแมวจนเจอ
    แมวดื้อที่แอบโดดเรียนต้องโดนลงโทษนะคะ 5555555
    #3
    0
  5. วันที่ 14 เมษายน 2562 / 04:59
    ไม่แน่ใจว่าจะเขินคนปากแข็งดีไหม ฮือ สัญญาหนึ่งปีแต่ต่อสัญญามาสามปี สละโทตัวเองมาเรียนเอกเมท ตามมาเรียน หมั่นคงหมั่นเขี้ยวอะไรเค้าอีก มันยังไงน้าเบลล์ มันยังไงน้า! (หรี่ตาจับพิรุ้ด)

    จากมุมมองเพื่อนๆ ดูเหมือนเบลล์จะเป็นคนหัวร้อนง่ายเลย แต่ตอนโทรหาเมทดั๊นอ่อนโยน ฟิลเต้อชมพูมั่กๆ ;___; หาแมวให้เจอนะคะคนสวย รออ่านต่อค่ะ!!
    #1
    0