Korea (Gay Movie)
A Crimson Mark
หนังสั้นย้อยยุดที่น่าติดตามเวลาแค่14นาทีที่จะนำพาไปพบกับความรักที่ต้องปิดซ้านไว้พบกับขุนนางสองฝ่ายแต่หางลับหลังการทำงานนั้นคือคู่รักที่ต้องหลบซ้อนความรักของพวกเขาจะลเอยเช่นได้โดปรดหาชมกันได้กับเรื่อง A Crimson Mark แต่ไม่แน่ใจว่าเมื่อไทยจะเอามาขายหรือป่าวน่ะค่ะ
เรามาชมภาพจากหนังเรื่องนี้กันดีกว่าค่ะภาพโดยสามีตัวร้ายค่ะ
ปี2004
)
No Regret 
หนังเกย์จากแดน "กิมจิ" เรื่องนี้ ไม่เพียงแต่จะฉายภายในประเทศเท่านั้น แต่ได้รับการคัดเลือกเขาร่วมงานเทศกาลหนังนานาชาตเบอร์ลิน และเทศกาลหนังนานาชาติฮ่องกงที่เพิ่งผ่านไปเมื่อต้นปีนี้เอง"No Regret " ไม่ใช่หนังเกย์ในแบบ "คอเมดี้" ที่นักดูหนังบ้านเราคุ้นเคย แต่นี่เป็นงาน "ดราม่า" หรือจะเรียกว่า "โรแมนติค-ดราม่า" ก็น่าจะได้ ที่พูดถึงเรื่องราวของเกย์ และความรักของเกย์ที่มีฉากหลังเป็นกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้
หนังเปิดเรื่องด้วยชีวิตของ ซู-มิน เด็กจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า (ชนบท) พอเติบโตเป็นวัยรุ่น (18 ปี) ก็ออกมาสู่โลกภายนอกมุ่งแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าโดยตัดสินใจมุ่งหน้าสู่กรุงโซล ด้วยการตั้งใจจะหางานทำเพื่อเป็นทุนในการส่งเสียเขาให้เข้าไปเรียนสูง ๆ ถึงระดับมหาวิทยาลัย แต่ชีวิตจริงมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จากการทำงานในโรงงานในเวลากลางวัน พร้อมกับหารายได้พิเศษเพิ่มด้วยการรับจ้างเป็นคนขับรถพิเศษในเวลากลางคืน ซู-มิน มีอันถูกบีบจนออกจากงานโรงงาน มารับจ้างล้างจานเทขยะในร้านอาหาร ก็ถูกกลั่นแกล้งอีก
ในที่สุด ซู-มิน ก็กระโจนเข้าทำอาชีพผู้ชายขายตัวในบาร์เกย์ จนกระทั่งได้พบกับ แจ-มิน ลูกชายนักธุรกิจใหญ่ที่เป็นเกย์ซึ่งมาเที่ยวบาร์ในคืนหนึ่ง แจ-มิน ให้ความสนใจ ซู-มิน และเลือกที่จะมีอะไรกับเขา แต่กระนั้น ซู-มิน ก็มีทีท่าเย็นชากับ เจ-มิน เพราะเขาคือลูกค้าที่ครั้งหนึ่งเคยใช้บริการให้เขาเป็นโชเฟอร์ขับรถให้ ซึ่งพยายามลวนลาม ซู-มิน มาก่อน ไม่เพียงเท่านั้น แจ-มิน คือ ลูกชายเจ้าของโรงงานที่ ซู-มิน เคยทำงานอยู่ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ ซู-มิน ตัดสินออกจากงาน แต่ยิ่ง ซู-มิน วางท่าห่างเหินดูจะยิ่งเป็นแรงท้าทายให้ แจ-มิน ยิ่งเพิ่มความหลงใหล ซู-มิน มากไปอีกทั้ง ๆ ที่ แจ-มิน มีผู้หญิงที่พ่อแม่เลือกให้ที่มีกำหนดจะต้องแต่งงานอีกไม่นาน ในที่สุด แจ-มิน ก็ทำให้ ซู-มินใจอ่อนและพัฒนากลายเป็นความรักต่อกัน แต่ความรักของทั้งคู่ก็ต้องพบอุปสรรคจากพ่อแม่ของ แจ-มิน ที่ไม่เพียงแต่ร่ำรวย แต่ยังเป็นคนหัวเก่า ซึ่งรับไม่ได้กับเรื่องนี้ พวกเขาทำทุกอย่างเพื่อดึง แจ-มิน ออกไปจากชีวิต ซู-มิน ในเวลาที่ ซู-มิน เผลอใจมองหัวใจให้กับ แจ-มิน ไปแล้ว และพยายามทำทุกอย่างเพื่อไขว่คว้าเขามาเป็นของตน
ดูเหมือน 2 ดารานำทั้ง ซู-มิน และ แจ-มิน จะเป็นนักแสดงหน้าใหม่ แต่ก็สามารถสวมบทเกย์ได้อย่างดูสมจริงสมใจ และไม่มีท่าทีเก้อเขินกับฉากเลิฟซีนต่าง ๆ แต่อย่างใด ยิ่ง ลี ยัง-ฮุน ที่รับบท ซู-มิน ที่เป็นตัวเดินเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบทุ่มเทแสดงทุกบทบาท กล้าเล่น เพราะมีหลายฉากที่ต้องถอดเป็นถอด โป๊เป็นโป๊ และแสดงออกมาอย่างเชื่อว่า เหมือนดูเป็นเกย์จริง ๆฉากท้าย ๆ ของหนังเป็นการแสดงให้เห็นอีกด้านหนึ่งของเกย์ที่นอกจากความอ่อนไหวแล้ว ก็ยังมีด้านหนึ่งของความเป็นผู้ชาย หนังทำท่ามีจุดหักมุมที่ทำท่าจะรุนแรงจากประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ท้ายที่สุดก็ยังมีจุดผ่อนคลายด้วยตัวของมันที่อาจท้าทายการคาดเดาการเดินไปของเรื่องอยู่ไม่น้อย.
ถามผู้ที่เคยดูนะ ที่ตอนจบ แจมินเอามือไปจับเป้าซูมินนี่เขาต้องการจะสื่อถึงประโยคที่ ซูมินพูดว่า "ผมจะคิดถึงคุณยามที่ผมตื่นมาแล้วน้องชายผมโด่" ใช่ปะครับ
แล้วเรื่องนี้ใครเป็นรุกเป็นรับกันแน่เห็นแรกๆ แจมินโดนเอามาตอนหลังๆ กลายเป็น ซูมินโดนเอาแทน?

ความคิดเห็น
ผมขอบอกว่า
"ไม่มีทาง"ครับ
ผมป่าวเป็นกะเทยนะ
ในฐานะที่ผมเป็นผู้หญิง
ผมอยากจะบอกว่า
เวลาคนเราหมดรักแล้ว ไม่ว่ายังไงเค้าก็ไม่กลับมารักเราได้อีก
ต่อให้คุณกอดขาเค้าไว้ยังไง
ก็รังแต่จะทำให้เค้าถีบเราออกไปเร็วยิ่งขึ้น
ร้องให้ไปซิร้องจนเป็นสายเลือด โลกคงจะย้อนหมุนกลับมาเวลาที่เค้ารักเราหรอก
เคยเห็นน้ำที่มันหยดลงไปในพื้นทรายใหมครับ?
คุณมีวิธีกอปมันขึ้นมาให้เป็นน้ำแล้วเอามาไว้ในกำมือได้ใหม
มันไม่มีทางหรอก
ทุกวันนี้ เราเกิดมา
ทางเลือกเราก็น้อยมากกกอยู่แล้ว
แถมทางที่พอจะเดินได้ยังเต็มไปด้วยขวากหนาม
แต่ยังไงเราก็ต้องเดิน
เอาหัวสมองมาคิดดีกว่าว่า
จะเดินยังไงให้มันโดนหนามน้อยที่สุด
คุณจะได้เจ็บน้อยที่สุด
..........
แต่ก่อนผมก็มีแฟน
แต่เค้าก็ทิ้งไปแล้ว
ผมไม่ได้ร้องให้เพื่อยื้อไว้หรอกครับ
เพราะรู้ว่าทำแล้วไม่งาม
และทำแล้วเค้าก็ไม่กลับมา
นอกเสียจากเค้าจะยืดเวลามามองหน้าเราหน่อยนึงด้วยความสมเพช
ผมยอมให้เค้าจากไปดีไม่ถามเหตุผลด้วยว่าเพราะอะไร
แต่สิ่งสุดท้ายที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับเค้าก็คือความโล่งอกและไม่กดดัน
ทั้งตัวผมเองและก็ตัวเค้า
งดงามมากด้วยนะครับ
เพราะภาพสุดท้ายที่เคาเห็นเราคือรอยยิ้มจางๆ
ด้วยความเป็นมิตร
นั่นแหละครับที่ ถ้าวันนึงเค้าจะกลับมาก็เพราะรอยยิ้มจากเรานี่แหละ
แต่กลับมาก็ในฐานะเพื่อน
ดีกว่าเราเสียเค้าไปตลอดกาลไม่ใช่เหรอ?
PS. อย่าถามชื่อฉัน ถามเรื่องวันวาน อย่าให้มัน สำคัญยิ่งกว่า (กว่าฉันคนนี้) (ที่เธอต้องการ) แค่เรารักกัน .เท่านั้นก็พอ อย่าถามชื่อฉัน ถามเรื่องวันวาน แค่เรารักกัน เท่านั้นก็พอ
เเต่ร่างกาย มันไม่ไปกันสภาพจิตใจ
เเม้จะรักยังไง ก็เป็นคำสาบ ที่เจ็บปวด
เเต่ภาษาหัวใจ เหนือร่างกายเสมอ
ภาษากายเป็นเเต่ความใคร่ ไม่จีรังยั่งยืน
เเต่ภาษาใจสิ ยาวนาน ยั่งยืน หากได้ปักใจมั่นในคนๆหนึ่งเเล้ว หนึ่งเดียวก็คืนคนนั้น
เเม้จะผ่านคนเป็นร้อยเป็นพัน เเต่ฉันใช้รัก นำความใคร่ มิใช่สมใจ สมใคร่เเล้วตีจาก
นั่นไม่ใช่รัก เป็นเเต่อารมณ์ที่หวั่นไหว ตัณหาของคนอย่างหนึ่งเท่านั้น