แจ้งปิดการให้บริการ

ระบบ My.iD จะปิดให้บริการบางส่วนภายในปี 2021 รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

     ทุนนิยมตะวันตกในคริสต์ศตวรรษที่ 19 - 20 และการกดขี่ต่ออาณานิคม พิจารณากรณีอาณานิคมอินเดีย
ตอนก่อนหน้า

ทุนนิยมตะวันตกในคริสต์ศตวรรษที่ 19 - 20 และการกดขี่ต่ออาณานิคม พิจารณากรณีอาณานิคมอินเดีย
เกริ่นเรื่อง: การขยายตัวของทุนนิยมตะวันตกได้สร้างการกดขี่แบบใหม่ต่ออาณานิคมขึ้นมา
3 พ.ค. 64 , View: 5 , Post : 0


ความรู้สึกทางการเมืองที่รับรู้ถึงความยากลำบากของชีวิตกรรมาชีพในโรงงานอุตสาหกรรมเกิดควบคู่กับการปฏิวัติอุตสาหกรรมในภูมิภาคอื่นและในช่วงเวลาอื่นด้วย กล่าวคือ กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 การปฏิวัติอุตสาหกรรมกระจายตัวออกไปนอกทวีปยุโรปผ่านการล่าอาณานิคมและการนำเข้าเทคโนโลยีเข้าสู่อาณานิคมหรืออาณาจักรที่ถูกคุกคามด้วยชาติตะวันตก เช่น อาณานิคมอินเดีย จีน และญี่ปุ่น เป็นต้น (พิจารณาเฉพาะกรณีอินเดีย) นั้นได้ทำลายการผลิตแบบศักดินาเก่าในดินแดนดังกล่าว หรือก็คือการผลิตแบบดั้งเดิมไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดยุโรปได้ เช่น ความต้องการสินค้าประเภทสิ่งทอจากอินเดียของชาวอังกฤษเพิ่มขึ้นหลังการยึดอาณานิคมอินเดียทำให้นายทุนชาวอังกฤษนำเข้าเครื่องจักรและตั้งโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ สร้างทางรถไฟเพื่อสนับสนุนการขนส่งหรือก็คือการทำให้เกิดการผลิตจำนวนมาก (mass product) ในทางกลับกันการผลิตแบบใหม่ดังกล่าวก็ได้ทำลายหรือกีดกันการผลิตหัตถอุตสาหกรรมแบบเก่าของชาวอินเดีย เป็นต้น หรือก็คือการผลิตแบบใหม่ได้ทำลายการผลิตแบบศักดินาเดิมที่ผูกโยงกับความศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา กล่าวคือ การแบ่งวรรณะในอินเดียอ้างอิงกับหลักความเชื่อในศาสนาฮินดูถูกลดบทบาทในการแบ่งงานกันทำ เช่น การห้ามวรรณะศูทรประกอบอาชีพบางประการ และบังคับให้วรรณะศูทรประกอบอาชีพบางประการ ตัวอย่างเช่น ห้ามวรรณะศูทรเป็นพ่อค้า และให้เป็นคนเก็บขยะแทน ซึ่งการผลิตแบบศักดินาเดิมนั้นสร้างความชอบธรรมในการที่ผู้กดขี่จะกดขี่ผู้ถูกกดขี่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่เมื่อเทคโนโลยีจากยุโรปเผยแพร่ไปยังดินแดนอื่น (กรณีนี้คืออินเดีย) ได้นำการปฏิวัติอุสาหกรรมจากยุโรปติดมาด้วย และเมื่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้นในอินเดียสิ่งที่ตามมาคือนายทุนชาวอังกฤษที่เข้ามาทำลายการผลิตแบบศักดินาและได้สร้างชนชั้นขึ้นมาใหม่คือชนชั้นนายทุนและชนชั้นกรรมาชีพ ซึ่งการเกิดขึ้นมาของชนชั้นใหม่นี้ได้ผลักดันให้การผลิตแบบศักดินาเดิมถูกกำจัดหรือถูกกีดกันออกไปพร้อมกันนั้นความชอบธรรมในการกดขี่เดิมที่อ้างอิงกับศาสนาเองก็ถูกกีดกันออกไป นั่นคือชั้นนายทุนใหม่ที่เกิดขึ้นในอินเดียไร้ความชอบธรรมในการกดขี่ ดังนั้นการกดขี่ของชนชั้นนายทุนจึงไม่มีสิ่งใดปกปิดการกดขี่ ชนชั้นกรรมาชีพรับรู้ได้ถึงการกดขี่อย่างชัดแจ้งผ่านการที่นายจ้างชาวอังกฤษกดค่าจ้างแรงงานชาวอินเดีย และการทำลายหัตถอุตสาหกรรมนำ เข้ากระบวนการผลิตแบบ mass product บีบบังคับให้ชาวอินเดียต้องเป็นชนชั้นกรรมาชีพนั้นได้สร้างชาวอินเดียกลุ่มใหม่ที่มีความรู้ในวิทยาการตะวันตกทำให่ยิ่งรับรู้ถึงการถูกกดขี่ได้มากขึ้นนั้นเพียงพอที่จะสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวอินเดีย และนำไปสู่การต่อต้านจักรวรรดินิยมอังกฤษขึ้นหลายครั้ง เช่น ครั้งที่มีความสำคัญอย่างการประท้วงเรียกร้องเอกราชของมหาตมะ คานธี เป็นต้น
ดังนั้นความรู้สึกทางการเมืองที่
รับรู้ถึงความยากลำบากของชีวิตกรรมาชีพในโรงงานอุตสาหกรรมเกิดควบคู่กับการปฏิวัติอุตสาหกรรมในภูมิภาคอื่นและในช่วงเวลาอื่นด้วย ผ่านการที่ชาวยุโรปออกบ่าอาณานิคมในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เมื่อล่าอาณานิคมได้สำเร็จแล้วจึงนำพาการปฏิวัติอุตสาหกรรมเข้าสู่อาณานิคมเพื่อทำลายกระบวนการผลิตแบบศักดินาเดิมเพื่อการจัดตั้งการผลิตแบบ mass product ที่แสดงออกถึงการกดขี่ที่ชัดเจนเป็นอย่างมาก พร้อมกันนั้น กรรมาชีพเองก็ได้รับประโยชน์ (ความรู้) จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมมากขึ้นซึ่งนำไปสู่การต่อต้านจักรวรรดินิยม

แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1

    ตอนก่อนหน้า

    My Blog
    8
    Comments
    0
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog