pongchanok1
ดู Blog ทั้งหมด

สมรภูมิวอเตอร์ลู (Battle of Waterloo)

เขียนโดย pongchanok1

ประชาชนชาวฝรั่งเศสที่เดือดร้อนจากการบริหารประเทศที่ผิดพลาดและความล้มเหลวของการปฏิรูประบบชนชั้นในสังคมฝรั่งเศสของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 (Louis XVI de France) ทำให้ประชาชนฝรั่งเศสในกรุงปารีสรวมตัวกันก่อการกำเริบ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ.1789 โดยการบุกทลายคุกบัสตีย์ (Bastille) อันนำไปสู่การปฏิวัติฝรั่งเศส (French Revolution; 1789 - 1799) ก่อตั้งสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่หนึ่ง (Première République; 1792 - 1804) และการประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และราชวงศ์ด้วยกิโยติน เมื่อวันที่ 21 มกราคม ค.ศ.1793

 

ประเทศอื่น ๆ ในยุโรปรวมตัวกันเป็นสหสัมพันธมิตรทำสงครามกับฝรั่งเศส (War of the Coalition; 1793 - 1802) ซึ่งฝรั่งเศสเป็นฝ่ายชนะในสงครามครั้งนี้ แม้ว่าปัญหาภายนอกของฝรั่งเศสสามารถแก้ไขได้ แต่ปัญหาภายในได้บ่อนทำลายประชาธิปไตยในฝรั่งเศสผ่านการทุจริตคอร์รัปชัน การลอบสังหาร การเป็นเผด็จการรัฐสภา และความอ่อนแอของฝ่ายบริหารที่สร้างความเกลียดชังรัฐบาลในหมู่ประชาชนชาวฝรั่งเศส นอกจากนี้ผลของสงครามสหสัมพันธมิตรทำให้กลุ่มนายทหารเข้ามามีบทบาททางการเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะคณะนายทหารที่นำโดยนโปเลียน โบนาปาร์ต (Napleon Bonaparte; 1769 - 1821) นำไปสู่ความพยายามในถอดถอนนโปเลียนออกจากตำแหน่งทางราชการด้วยข้อหาเป็นคนนอกกฎหมาย (ข้อหากบฏ) แต่ล้มเหลวจนนำไปสู่การรัฐประหารโดยให้คณะกงศุลขึ้นมาบริหารประเทศ และท้ายที่สุด นโปเลียนก็ได้สถาปนาจักรวรรดิฝรั่งเศส (The First French Empire; 1804 – 1814, 1815) และปราบดาภิเษกขึ้นเป็นจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 (Napoleon I)

 

การขึ้นสู่อำนาจของจักรพรรดินโปเลียน นำมาซึ่งการต่อต้านจากยุโรปอีกรอบหนึ่ง (Napoleonic War; 1803 - 1815) โดยจักรพรรดินโปเลียนนำกองทัพฝรั่งเศสรบชนะและยึดครองมาทั่วยุโรป เหลือแต่เพียงบริเตนใหญ่ (The Great Britain) และจักรวรรดิรัสเซีย (Russian Empire; 1721 - 1917) ท้ายที่สุด นโปเลียนตัดสินใจทำสงครามกับอังกฤษ และมีแผนจะยกพลขึ้นหาดที่เกาะอังกฤษด้วย แต่แผนการล้มเหลว เนื่องจากกองทัพเรือฝรั่งเศสแพ้ยุทธนาวีที่ตราฟัลการ์ (Battle of Trafalgar) เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ.1805 ทำให้นโปเลียนเปลี่ยนแผนใหม่ นโปเลียนวางแผนจะคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจบริเตนใหญ่โดยการปิดการค้าระหว่างอังกฤษกับยุโรป และเพื่อให้แผนการดังกล่าวเป็นจริง นโปเลียนจำเป็นต้องยึดครองรัสเซียอันเป็นดินแดนที่อิทธิพลของนโปเลียนยังเข้าไม่ถึง ดังนั้นนโปเลียนจึงยกทัพบุกรัสเซียในปีค.ศ.1812 แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวของปี 1812 นโปเลียนต้องถอยทัพออกจากรัสเซียเนื่องจากกองทัพขาดเสบียงและฤดูหนาวของรัสเซียพลากชีวิตทาหรฝรั่งเศส ทำให้กองทัพฝรั่งเศสอ่อนแอ ประเทศต่าง ๆ ที่เคยถูกฝรั่งเศสยึดครองรวมตัวเป็นพันธมิตรกับบริเตนใหญ่และรัสเซียจนสามารถเอาชนะฝรั่งเศส และเนรเทศนโปเลียนไปที่เกาะเอลบา (Elba Island) เมื่อปีค.ศ.1814

 

จนกระทั่งค.ศ.1815 นโปเลียนหลบหนีออกจากเกาะเอลบากลับมาฝรั่งเศสและได้รับการต้อนรับจากทหารและประชาชนชาวฝรั่งเศสเป็นจำนวนมากซึ่งนโปเลียนได้ยึดอำนาจรัฐบาลฝรั่งเศสในขณะนั้นและตั้งตนขึ้นเป็นจักรพรรดิอีกครั้งหนึ่งซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประเทศอื่นในยุโรปและรวมตัวเป็นพันธมิตรต่อต้านนโปเลียนนำโดยดยุคแห่งเวลลิงตันจากบริเตนใหญ่ และจอมพลบลึชเชอร์แห่งราชอาณาจักรปรัสเซีย (Kingdom of Prussia) อันนำไปสู่การยุทธตัดสินการครองอำนาจของนโปเลียนที่วอเตอร์ลู (Battle of Waterloo) เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ค.ศ.1815

ดยุคแห่งเวลลิงตันจะยกทัพบริเตนใหญ่ที่มีทหาร 68,000 นาย ม้า 10,000 ตัว และปืนใหญ่ 150 กระบอก ขณะที่จอมพลบลึชเชอร์จะยกทัพปรัสเซียที่มีทหาร 48,000 นาย ม้า 7,000 ตัว และปืนใหญ่ 130 กระบอก ทั้งสองฝ่ายตกลงกันที่จะมาชุมนุมทัพกันที่เบลเยี่ยมซึ่งจะทำให้ทัพพันธมิตรมีทหาร 116,000 นาย ม้า 17,000 ตัว และปืนใหญ่ 280 กระบอก ในขณะที่นโปเลียนมีทหารฝรั่งเศส 90,000 นาย ม้า 14,000 ตัว และปืนใหญ่ 250 กระบอก หากนโปเลียนปล่อยให้ทั้งสองชาติรวมกำลังกันได้สำเร็จนโปเลียนจะเสียเปรียบ

 

แผนของนโปเลียนคือเขายกทัพฝรั่งเศสไปที่นครบรัสเซลส์เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยมแทรกกลางระหว่างกองทัพอังกฤษและปรัสเซียไม่ให้สามารถมารวมกำลังกันได้และทำลายกองทัพไปทีละชาติ

นโปเลียนยกทัพเข้าสู่เบลเยี่ยม โดยนายพลมิเชล แน (General Michel Ney; 1769 - 1815) นำทัพหน้าฝรั่งเศสรบกับกองทัพบริเตนใหญ่ของดยุคแห่งเวลลิงตันในคืนวันที่ 15 มิถุนายน 1815 ภายหลังการรบ ดยุคแห่งเวลลิงตันถอยทัพ โดยที่นายพลแนเลือกที่จะไม่ตามตีทัพของเวลลิงตันซึ่งส่งผลให้เวลลิงตันเป็นผู้เลือกจุดการรบที่ตัวเขาจะได้เปรียบหรือก็คือที่วอเตอร์ลู ส่วนนโปเลียนแยกทัพออกจากนายพลแนเข้ารบกับกองทัพปรัสเซียของจอมพลบรึชเชอร์ในตอนเช้าของวันที่ 16 มิถุนายน 1815 และได้รับชัยชนะ แต่นโปเลียนทราบข่าวว่านายพลแนไม่ได้ตามตีทัพของเวลลิงตัน ทำให้นโปเลียนเปลี่ยนแผนใหม่จากเดิมที่คิดจะตามตีทัพปรัสเซียเปลี่ยนเป็นการเข้าตีทัพของเวลลิงตันที่มีความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ อย่างไรก็ตาม นโปเลียนยังคงส่งนายพลกรูชี่ (Emmanuel de Grouchy; 1766 - 1847) ให้ยกทัพฝรั่งเศส 30,000 นายตามตีทัพปรัสเซียเพื่อถวงเวลาให้นโปเลียนสามารถทำลายกองทัพของดยุคเวลลิงตันได้

 

จอมพลบรึชเชอร์ตอบโต้การตามตีของนโปเลียนโดยการส่งหน่วยทหารขนาดเล็กแยกออกจากทัพหลักแสร้งทำทีเป็นทัพหลักปรัสเซียในขณะที่ทัพหลักของปรัสเซียจริง ๆ นั้นจอมพลบรึชเชอร์จะยกทัพไปสมทบกับดยุคเวลลิงตันที่วอเตอร์ลู

 

นโปเลียนเดินทัพมาถึงวอเตอร์ลูวันที่ 17 มิถุนายน 1815 และจะเข้าโจมตีในตอนเช้าของวันถัดไป แต่คืนนั้นฝนตกลงมาทำให้ในตอนเช้าพื้นดินของเวอเตอร์ลูกลายเป็นโคลนยากต่อการเคลื่อนทัพ นโปเลียนตัดสินใจเลื่อนการโจมตีจากตอนเช้าเป็นตอนเที่ยงแทน

 

ศาสตราจารย์โลรองต์ บ็อค (Professor Laurent Bock) จาก University of Genbloux ประเทศเบลเยี่ยม เคยศึกษาดินของวอเตอร์ลูแล้วพบว่า ดินของวอเตอร์ลูนั้นประกอบด้วยทรายและดินเหนียวเป็นหลัก ทำให้พื้นดินอ่อนนุ่ม โดยเฉพาะตอนที่ฝนตกพื้นที่วอเตอร์ลูจะมีสภาพเป็นบ่อโคลน ทหารราบยังสามารถเคลื่อนที่ได้อยู่ แต่ม้าจะเคลื่อนที่ได้ช้าลง และปืนใหญ่จะติดหล่ม ประกอบกับพื้นที่ของวอเตอร์ลูเป็นที่ราบสลับเนินสูงทำให้น้ำฝนที่ตกในคืนก่อนการรบไหลมารวมกันยังที่ราบเป็นผลให้แนวเขามีสภาพดินที่เอื้อต่อการรบมากกว่าที่ราบซึ่งดยุคเวลิงตันตั้งทัพบริเตนใหญ่อยู่บนเนินเขา ในขณะที่นโปเลียนตั้งทัพอยู่บนที่ราบ ด้วยเหตุนี้ นโปเลียนจึงเลื่อนการโจมตีออกไปเพื่อรอให้ดินแห้ง ปัญหาคือ นโปเลียนเลื่อนการโจมตีออกไป 2 – 6 ชั่วโมง แต่ดินจะกลับมาแห้งจริงต้องใช้เวลา 3 – 4 วัน

 

การเลื่อนการโจมตีออกไปไม่ได้สร้างความได้เปรียบให้กับนโปเลียน และเขายังเสียเวลาอันมีค่า นอกจากนี้ ฝนที่ตกลงมาทำให้กองทัพฝรั่งเศส 30,000 นาย ของนายพลกรูชี่ติดหล่มจนไม่สามารถไล่ตามตีทัพปรัสเซียได้ทัน และเมื่อนโปเลียนทราบข่าวกำลังเสริมจากปรัสเซียที่จะมาสมทบกับบริเตนใหญ่ โดยนโปเลียนมีคำสั่งเรียกกองทัพของนายพลกรูชี่กลับ แต่นายพลกรูชี่ไม่สามารถเดินทัพกลับไปรวมกับกองทัพหลักได้อย่างทันท่วงทีหรือก็คือนโปเลียนที่วอเตอร์ลูจะมีกำลังรบเพียง 2 ใน 3 ของกองทัพฝรั่งเศสที่นโปเลียนคุมทัพมาในตอนแรกซึ่งหากบริเตนใหญ่และปรัสเซียสามารถรวมกำลังกันได้สำเร็จ ทัพผสมบริเตนใหญ่และปรัสเซียจะมีกำลังพลเกือบ 2 เท่าของกองทัพนโปเลียน

 

 

ทางฝั่งของดยุคเวลิงตันตั้งทัพที่เนินสูงและยึดฟาร์ม 3 แห่งเป็นป้อมปราการหน้า คือ Hougoumont ทางปีกขวา La Haye Sainte ตรงกลาง และ Papelotte ทางปีกซ้าย ส่วนทัพหน้าตั้งแนวอยู่ที่สันเนินด้านที่หันเข้าหากองทัพนโปเลียน ส่วนทัพหลักดยุคเวลิงตันตั้งทัพไว้หลังเนินกำบังไม่ให้นโปเลียนเห็นความเคลื่อนไหวของทัพกลาง

 

เมื่อนโปเลียนเปิดการโจมตีเขาต้องการดึงให้ทัพกลางของดยุคเวลิงตันออกมารบ นโปเลียนสั่งให้เปิดการโจมตี Hougoumont ที่ปีกขวาของทัพบริเตนใหญ่ แต่ดยุคเวลิงตันสั่งให้มีการเสริมความแข็งแรงของฟาร์มที่ยึดได้ทำให้การโจมตีต่อ Hougoumont ล้มเหลว นโปเลียนจึงสั่งให้มีการเข้าตี Papelotte ทางปีกซ้ายของทัพบริเตนใหญ่แทน ดยุคเวลิงตันตอบโต้ด้วยการส่งกองทหารม้าหนักเข้าโจมตี ผลักดันให้ทัพฝรั่งเศสถอยล่นมาที่แนวปืนใหญ่ของทัพฝรั่งเศส และทางฝรั่งเศสตอบโต้โดยการส่งกองทหารม้าทวน (Chevau-léger) ที่ออกแบบมาเพื่อทำลายทหารม้าของข้าศึกเข้าสกัดกั้นกองทหารม้าหนักของบริเตนใหญ่จนกองทหารม้าหนักแตกพ่ายไปในที่สุด อย่างไรก็ตาม การวางกลยุทธ์ของดยุคเวลิงตันและการเสียสละของกองทหารม้าหนักประสบความสำเร็จ เมื่อเวลา 13.15น. ทัพบริเตนใหญ่และฝรั่งเศสพบกองทัพปรัสเซียที่จะมาสมทบกับกับทัพบริเตนใหญ่ห่างจากสนามรบไปประมาณ 8 กิโลเมตร และประกอบกับในช่วงเวลานั้นนโปเลียนเกิดปวดท้องอันเกิดจากโรคประจำตัวทำให้คณะนายทหารต้องนำตัวนโปเลียนออกจากการรบชั่วคราวและนายพลแนบัญชาการทัพแทน

 

ทัพฝรั่งเศสเร่งทัพเข้าตีทัพของดยุคเวลิงตันจนแนวปืนใหญ่ของฝรั่งเศสขยับเข้าใกล้มากพอที่จะยิงใส่ทัพกลางของดยุคเวลิงตันได้ ดยุคเวลิงตันจึงสั่งให้ทัพกลางถอยหลังหลบแนวยิงของปืนใหญ่ฝรั่งเศส นายพลแนที่เห็นการถอยหลังของบริเตนใหญ่ คิดว่าข้าศึกกำลังล่าถอยและฝรั่งเศสกำลังจะได้รับชัยชนะ เขาสั่งให้กองทหารม้าฝรั่งเศสบุกถล่มทัพกลางของดยุคเวลิงตันเต็มกำลัง เวลิงตันตอบโต้ด้วยการตั้งกระบวนทัพสี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่งเป็นกระบวนทัพต่อต้านทหารม้าทำให้นายพลแนล้มเหลวในการโจมตีทัพของดยุคเวลิงตัน หลังจากการเข้าตีของทหารม้าฝรั่งเศส 12 ครั้ง นายพลแนก็ล้มเลิกการเข้าตี

 

เย็นวันนั้นนโปเลียนฟื้นตัวและกลับมาบัญชาการรบ เมื่อพบว่านายพลแนล้มเหลวในการจัดการกับทัพขอดยุคเวลิงตัน แต่การโจมตีของนายพลแนทำให้กองทัพกลางของดยุคเวลิงตันถอยหลังห่างจากทัพทางปีกมากเกินไป นโปเลียนวางแผนใหม่ที่จะยึดฟาร์ม La Haye Sainte หากสามารถยึดได้สำเร็จ ทัพบริเตนใหญ่จะถูกแบ่งกำลัง และนโปเลียนจะเข้าทำลายทัพบริเตนใหญ่ไปทีละแห่ง ซึ่งเวลา 18.00น. La Haye Sainte ถูกยึดครองได้สำเร็จ แต่ทัพปรัสเซียมาถึงสนามรบและรวมกำลังทัพกับบริเตนใหญ่ได้สำเร็จ

 

กองทัพผสมบริเตนใหญ่และปรัสเซียบุกโจมตีสวนกลับฝรั่งเศส นโปเลียนตอบโต้ด้วยการส่งหน่วยราชองครักษ์ออกไปเสริมแนวหน้า แต่กองทัพฝรั่งเศสเมื่อเห็นพวกปรัสเซียมาเสริมกำลังก็เสียขวัญและเริ่มล่าถอย จนเหลือแต่หน่วยราชองครักษ์ที่ยังคงปักหลักรบพุ่งอยู่ จนกองทัพผสมถอยทัพกลับ แต่ท้ายที่สุด สถานการณ์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง กองทัพฝรั่งเศสปราชัยอย่างสมบูรณ์ และสมรภูมิวอเตอร์ลูสิ้นสุดลง

 

ภายหลังการรบที่วอเตอร์ลู นโปเลียนวางแผนจะหลบหนีออกากฝรั่งเศสไปสหรัฐอเมริกา แต่ถูกกองทัพบริเตนใหญ่จับตัวเสียก่อนเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 1815 และถูกเนรเทศไปที่เกาะเซนต์เฮเลนา (St. Helena Island) ในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ และไม่เคยได้ออกจากเกาะอีกเลย จนกระทั่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 1821 ด้วยวัย 51 ปี


ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น