จักรพรรดิเทพศาสตร์แห่งมนตรา

ตอนที่ 17 : Chapter 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 405 ครั้ง
    5 มี.ค. 61

            

           ค่ำคืนยังคงหมุนเวียนไปกลับกาลเวลาที่ยังคงเดินอยู่ กันนาร์หลังจากช่วยเหลือผู้คนเหล่านั้นได้แล้ว เขาจึงได้ก้าวเข้าสู่ความสงบของจิตใจอย่างแท้จริง  เพื่อดำเนินการบ่มเพาะพลังในการเลื่อนระดับของเขา สิ่งหนึ่งในจำนวนหลายอย่างที่เข้าได้รับมาจากถ้ำเทพเจ้าอมตะมันเป็นยาช่วยเพิ่มระดับการบ่มเพาะพลังของจอมเวทย์ทั้งหลาย แต่เขายังไม่รู้ว่าสิ่งดังกล่าวนี้นั้นมันจะสามารถช่วยเพิ่มระดับพลังของการฝึกยุทธ์ได้ด้วยหรือไม่อย่างไร เขาจึงเรียกเม็ดยาออกมาจากแหวนมิติ

            มันเป็นเม็ดยาขนาดใหญ่เท่านิ้วก้อย  ที่ถูกปรับแต่งขึ้นมาเป็นทรงกลมเหมือนอย่างยาลูกกลอนที่นักปรับแต่งยาในโลกของเขานิยมปรับแต่งกันขึ้นมา เมื่อเพ่งมองดูให้ดีมันส่งกลิ่นอายอันทรงพลังเป็นอย่างมาก เขาอย่างรู้ว่าข้อพิสูจน์ของตนเองจะเป็นอย่างไรจึงได้หยิบโยนเข้าปากไปจำนวนหนึ่งเม็ดเสียก่อน สาระสำคัญของเม็ดยานั้นยังคงไหลเวียนไปทั่วร่างกายเมื่อมันตกลงถึงท้องก็ได้ถูกละลายไปในทันทีสิบลมหายใจพลังปราณมากมายที่ถูกอันแน่นในเม็ดยาจึงได้เปิดเผยออกมาให้ได้ประจักษ์แก่สายตากับข้อพิสูจน์ของเขาว่ามันอาจจะเป็นจริง

            ด้วยพลังเหล่านี้มันจึงเป็นไปในความสามารถของมันการยกระรับพลังของเขาจึงได้ก้าวผ่านขึ้นไปจากลมปราณขุนพลขั้นที่ 2 จากสิบลมหายใจการก้าวผ่านถูกยกระดับขึ้นไปจนมาสิ้นสุดลงที่ลมปราณขุนพลขั้นที่ 4 ด้วยสิ่งเหล่านี้มันยังทำให้กันนาร์สามารถเข้าใจได้ในทันที่ว่าเม็ดยาเหล่านี้สามารถช่วยยกระดับการบ่มเพาะของผู้ฝึกยุทธได้เช่นเดียวเหมือนกัน จากนั้นเขาไม่มีความจำเป็นต้องคิดให้มากความจึงได้เรียกเม็ดยาออกมาอีกสามเม็ดแล้วโยนเข้าปากไปในทันที

            เมื่อเม็ดยาทั้งสามเม็ดได้ตกลงถึงท้องมันได้ถูกหลอมละลายไป มวลพลังปราณธรรมชาติที่เคยถูกอันแน่นในเม็ดยาทั้งสามนั้นมันได้มาจากพืชสมุนไพรที่ทรงคุณค่าอันหายากหลายชนิดหนำซ้ำพวกมันได้ถูกปรับแต่งเป็นพิเศษจากนักเวทย์ที่ทรงอำนาจมันจึงทรงคุณค่ามากมายมหาศาล ในเรื่องการให้พลังงานด้วยแล้วมันส่งผลให้กันนาร์ก้าวผ่านไปอยู่ที่ลมปราณกษัตริย์ขั้น 1 ในเวลาต่อมา อำนาจพลังที่เต็มเปี่ยมจึงได้ไหลล้นออกมาจนออกนอกห้อง จึงทำให้ผู้มีประสบการณ์ในการฝึกฝนอย่างเช่นแม็กซ์ด้วยแล้วสามารถจับสัมผัสได้เป็นอย่างดีถึงอำนาจที่เอ้อล้นออกมานี้

            “เฮอ...!!!  ดูเหมือนหลานชายตัวน้อยของข้า  จักมีความก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้ว เมื่อได้มองเห็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดอย่างนี้มันทำให้ข้าได้แต่จำต้องหดหู่ใจ  คนมีความสามารถเช่นนี้ไม่ได้ถูกเรียกว่าสัตว์ประหลาดแล้วจะเรียกว่าอะไร  น่าเสียดายที่คนมีความสามารถเช่นนี้ดันมาอยู่อาศัยอยู่ในที่ห่างไกล”

            “ไม่ต้องคิดมากหรอกลุงแม็กซ์ ท่านก็สามารถทำได้เหมือนอย่างข้าเช่นเดียวกันขอเพียงหมั่นฝึกฝนบ่มเพาะไปเรื่อย ๆ ข้าเชื่อว่าท่านก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีความสามารถไม่ต่างจากหลานคนนี้”

            “นี่หลานตัวน้อยเจ้ามีความสามารถเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร”

            “เมื่อหลานก้าวข้ามเกินขอบเขตที่ผู้คนไม่เคยผ่านไปได้เมื่อวานนี้”

            เมื่อแม็กซ์ได้ยินอย่างนี้แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปแล้ว ความสามารถของคนผู้นี้มันอยู่เหนือจินตนาการของตนไปไกลจนไม่อาจจะหยั่งถึง  เด็กน้อยวัย  15  ปีถึงขนาดสามารถรู้ความคิดของคนอื่นที่อยู่ไกลกันคนละห้องนี้มันก็น่าตกใจมากพออยู่แล้ว  แถมยังสามารถส่งเสียงผ่านจิตพูดคุยกันนี้มันอยู่เหนือเกินคำบรรยาย  ตลอดชีวิตนี้ของเขาไม่เคยพบเจอคนเช่นนี้เลยสักคนเดียว จะมีเพียงแค่เด็กน้อยคนนี้ที่เขายินดีเป็นมือและเท้าให้เพราะด้วยความเคารพและรักมีความเอ็นดูเหมือนดั่งลูกชายของตนเอง  เมื่อเขาได้รู้ถึงความสามารถของคนที่เปรียบประหนึ่งลูกชายของเขายิ่งทำให้ตนมีความภูมิใจมากยยิ่งขึ้นกว่าเดิม

            “ท่านลุงแม็กซ์โปรดเตรียมตัวแต่เช้าในการเดินทางข้าจักพาท่านไปเมืองเฟริซิตี้ในวันนี้หลังจากพูดคุยในข้อตกลงกับคนข้างนอกหมู่บ้านของเราเสร็จแล้ว”

            “ข้าเข้าใจแล้วหลานชาย แล้วลุงจะเตรียมตัวรอเมื่อถึงเวลานั้น”

            “ขอบคุณท่านมากลุงแม็กซ์”

            “ไม่เป็นไรหลานชาย มันอยู่ในความสามารถของลุงคนนี้”

          สาดแสงตะวันในยามใกล้รุ่งสางไก่ป่าร้องเสียงขันไปตามแนวป่าเขา ได้ยินไปไกลด้วยสายลมพัดโชยเอาความเย็นใจผ่านขุนเขาลงมายังหมู่บ้านหลังจากกันนาร์ได้มาถึงจนทุกวันนี้หมู่บ้านออสก้าก็มีแต่ความสุข ถึงแม้ว่าจะยังคงอยู่ในหน้าแล้งแต่มันกลับมีความชุ่มชื่นเย็นสบายทุกคนไม่ได้รับรู้ถึงความร้อนเลยสักนิดเดียวมีแต่ความร่มเย็น  ผู้คนจึงได้เริ่มเดินออกมาจากในบ้านเรือนของพวกเขาเริ่มแรกทำงานที่ได้รับมอบหมายคือการสร้างบ้านเรือนใหม่ บางคนเดินแบกอาวุธเพื่อทำศึกกับพื้นดินอันชุ่มช่ำไปด้วยน้ำ ทุกคนเริ่มมีความสุขหลังจากผ่านมรสุมแห่งความทุกข์มา มีใบหน้าอันยิ่มแย้มแจ่มใสเมื่อได้พบเจอกัน ส่งเสียงเอ่ยถามสารทุกข์ บางก็สร้างความเฮฮา ทดแทนเป็นบรรยากาศที่ได้ห่างหายไปนานแรมปี ผู้คนที่อยู่นอกหมู่บ้านที่ได้มาถึงเมื่อคืนต่างก็ไม่ได้นึกฝันว่าบรรยากาศที่นี่มันเป็นเหมือนดั่งสวรรค์บนพื้นดิน ส่วนผู้ที่มาก่อนหน้านั้นต่างก็พากันตกใจอยู่ ๆ เมื่อเห็นผู้คนเหล่านี้ จึงมีความสงสัยอยู่ในใจ  ว่าพวกเขามาจากไหน แล้วมาได้อย่างไร ทุกคนเหมือนมาจากทางอากาศอยู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาให้พวกเขาได้พบเห็น  ต่อจากนั้นทุกคนจึงได้เริ่มหายความสงสัยเมื่อได้แลเด็กน้อยยืนอยู่บนท้องฟ้าได้ลอยมาแต่ไกล

            “ขอแสดงความยินดีตอนรับทุกคนที่ได้มาถึงหมู่บ้านออสก้าแห่งนี้”

            “ข้าจำเสียงนี้ได้  มันเป็นเสียงปริศนาเมื่อคืนที่ได้ช่วยเหลือพวกเรา”

            “ข้าเองก็จำได้ ไม่นึกเลยว่าเขาจะยังคงเด็กอยู่”

            “เหล่าละทุกคน นี่นับว่าเป็นความโชคดีของพวกท่าน  แต่มันอาจจะเป็นความโชคร้ายของใครบ้างคนที่ไม่เต็มใจ  ข้าสามารถช่วยเหลือพวกท่านได้เพียงแค่ปากท้องเท่านั้น สิ่งอื่นถ้าทุกคนมีความขยันสามารถสร้างขึ้นมาเองด้วยสองมือของตน”

            “ผู้มีพระคุณที่ท่านพูดหมายถึงอะไร”

            “ง่าย ๆ พวกท่านอยากมีที่อยู่ มีอาหารกิน อยากมีของใช้สอยหรืออยากมีเงินไหม”

            “พวกเราต้องการสิ่งเหล่านี้”

            “ง่ายนิดเดียว ขอให้ทุกคนขยันทำงานเพื่อปากท้องของตนเองและครอบครัวของท่าน”

            “แล้วผู้มีพระคุณจะให้พวกเราทำอะไร”

            “มีงานให้เลือกที่จำเป็นอยู่ในตอนนี้ เรื่องการสร้างบ้านถ้าใครมีความชำนาญในการสร้างบ้านขอจงอาสาไปทำมัน  ถ้าใครมีความรู้ในด้านการเพาะปลูกพืชผลอาหารก็อาสาทำงานในส่วนนี้ได้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกท่านทำนั้นมันเป็นของพวกท่านในอนาคตอันใกล้นี้”

            “นั้นหมายความว่าพวกเราจะมีบ้านเป็นของตนเอง และมีอาหารกินคลายความอดยาก”

            “ถูกต้อง  แต่ข้าขอเตือนสติทุกคนอยู่อีกสักหน่อย  สำหรับผู้ที่สร้างปัญหาให้กับคนหมู่มาก  คนเหล่านี้ก็จักหายไปเหมือนดั่งที่ท่านมา”

            “พวกเราจะตั้งใจทำมันให้ดีเพื่อประโยชน์ของพวกเราเอง”

            “ขอบใจทุกคนมากที่เข้าใจในความปรารถนาดีของข้า”  พรึบ...!!!

            “เขาหายไปแล้ว  เอาล่ะพวกเราไปอาสาทำงานกันเถอะ”

            ทุกคนสามารถรับรู้ได้นี่ไม่ใช้คำขู่สำหรับผู้ที่สร้างปัญหา พวกเขาต่างประจักษ์แก่สายตามาแล้วในเมื่อคืนว่ามันเป็นอย่างไร มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่อยากจะกลับไปลำบากอดตายเหมือนอย่างที่แล้วมา  อยู่ที่นี่ได้ทำงานเลี้ยงปากท้องให้อิ่ม หนำซ้ำยังได้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง  ซึ่งประโยชน์เหล่านี้ไม่ใช้เพื่อใครคนใดคนหนึ่งแต่เพื่อตัวพวกเขาเองทั้งหมด ปัญหาเหล่านี้จึงได้รับการแก้ไขเพียงแค่ต้องทำตามคำที่ว่า  ขยันทำงานเพื่อสร้างตัว  เท่านั้นเอง

            กันนาร์หลังจากพูดคุยกับทุกคนข้างนอกหมู่บ้านเสร็จแล้ว  เขาก็มาปรากฏที่หน้าบ้านของตนเองเช่นเดิม  ทุกคนก็มายืนอยู่ที่หน้าบ้านเพื่อรอพบกับกันนาร์ ผู้คนต่างก็รู้ดีว่าวันนี้จักมีเรื่องอะไรที่สร้างความแปลกใจให้กับทุกคนอีกหรือไม่

            “พร้อมแล้วหรือยังลุงแม็กซ์”

            “นี่ลูกพ่อเจ้าน่าจะนำคนเหล่านี้ไปสักสิบคนในการช่วยเหลือเพื่อขนสิ่งของ”

            “เรื่องนั้นไม่มีความจำเป็นหรอกท่านพ่อเพียงแค่ลุงแม็กซ์กับลูกไปแค่นี้ก็มากพอแล้ว”

            “แล้วเจ้าจะไปนานไหมเมื่อถึงเมืองเฟริซิตี้”

            “ไม่นานหรอกท่านพ่ออย่างมากเพียงแค่วันเดียวก็น่าจะเสร็จสิ้นถ้าไม่มีปัญหาใด ๆ เพิ่มเติม”

            “ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะรอเจ้าอยู่ที่นี่ เดินทางปลอดภัยนะลูกพ่อ”

            “ครับท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วง  พวกเราเริ่มเดินทางกันเถอะลุงแม็กซ์”

            กันนาร์จึงได้เริ่มเปิดประตูมิติเชิงพื้นที่ขึ้นมามันเป็นไปด้วยอำนาจทางใจของเขา ทุกคนไม่ได้มองเห็นกันนาร์เปิดปากเพื่อร่ายบทเวทย์มนต์คาถาใด ๆ เลย จากนั้นประตูที่มีขนาดความกว้างไม่ใหญ่เท่าใดเพียงแค่คนหนึ่งสามารถเดินผ่านเข้าไปได้อย่างไม่อยากเย็นอะไร ประตูปรากฏเป็นเหมือนแสงวงกลมหมุนวนไปมาในรูปวงลีสลับพลัดเปลี่ยนไปตามขนาดของความน้อยใหญ่  เสียงโห่ร้องของทุกคนด้วยความตกใจในความสามารถของเด็กน้อยได้ดึงดูดความสนใจมาในทิศทางเดียวกัน

            “ตอนนี้ประตูคงพร้อมแล้ว เราไปกันเถอะลุงแม็กซ์”

            “พี่ชายไว้ข้าจะซื้อไวท์รสเลิศมาฝากท่านนะ”

            “ถ้างันถ้าจะเตรียมกับแก้มไว้รอพวกเจ้ากลับมาแล้วเราค่อยมาฉลองด้วยกัน”

            “ข้าไปละพี่ชาย พี่สะใภ้ และหลานสาวตัวน้อยลาน่า”

            ทั้งสองคนได้ก้าวผ่านประตูมิติไป เมื่อทุกคนก้าวพ้นแสงสว่างจากประตูฉับพลันก็หายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งกันนาร์และแม็กซ์เมื่อก้าวพ้นออกจากประตูมิติ จึงได้พบกับพื้นที่ใหม่ที่แปลกตา แต่มันมีความคุ้นเคยเป็นอย่างมากสำหรับแม็กซ์ ทั้งสองคนยืนอยู่บนถนนที่ใช้สัญจรไปมาเข้าออกเมือง สิ่งที่เด่นชัดปรากฏแก่สายตาทำให้แม็กซ์รู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเมื่อใช้สายตามองไปข้างหน้าของตนเองมันเป็นเมืองเฟริซิตี้  ด้วยความไม่เชื่อในสายตาว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นในพริบตาเพียงแค่คิดพวกเขาก็มาปรากฏที่เมืองแห่งนี้เสียแล้ว

            “นี่เรามาถึงเมืองเฟริซิตี้ แล้วหรือหลานชาย”

            “คงจะเป็นอย่างนั้นแหละท่านลุง  สมแล้วที่เป็นเมืองเฟริซิตี้ ผู้คนดูเหมือนไม่มีความทุกข์ร้อนในการแสวงหาที่อยู่ที่กินเลยท่านลุงว่าไหม”

            “นั่นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งกันนาร์ ที่ดินในเมืองนี้สามารถใช้เพาะปลูกได้ทุกส่วนผลผลิตที่ได้ต่อปีถูกส่งไปเป็นเสบียงเหมือนหนึ่งเป็นบรรณาการให้กับเมืองหลวง”

            “พวกเรารีบเดินเข้าเมืองกันเถอะท่านลุงข้าคิดว่าน่าจะมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นกับท่าน”

            “ที่เจ้าพูดนั่นหมายถึง.....”

          “ข้าก็ไม่แน่ใจเพียงแค่สัมผัสถึงจิตวิญญาณของพวกเขาที่คล้ายเหมือนดั่งท่านมันอ่อนแอมากข้าสัมผัสได้บางส่วนที่เล็กน้อยเท่านั้นเองท่านลุง”

            “อยู่ในทิศทางใดของเมืองหลานชาย พาลุงคนนี้ไปได้ไหม”

            “ได้ท่านลุงจับมือข้าไว้”

            ทั้งสองคนที่เต็มไปด้วยความร้อนใจจึงได้หายไปจากตรงจุดนั้น  ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยอำนาจพลังของกันนาร์ที่ไปไหนมาไหนได้ดั่งใจมันเป็นความคุ้นเคยยิ่งกว่าสิ่งใดเพียงแค่เปิดประตูมิติไปในระยะทางใกล้ ๆ เช่นนี้มันจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา เพียงแค่หนึ่งลมหายใจทั้งสองก็มาปรากฏที่บ้านไม้ที่ดูเหมือนผ่านกาลเวลามาแล้วหลายปีมันได้เริ่มแสดงความเสื่อมโทรมจึงมองเห็นส่วนที่หักห้อยลงมา เมื่อมองเขาไปในบ้านร้างที่ดูทรุดโทรมมองเห็นเป็นหญิงวัยกลางคนที่นอนหายใจรวยรินซึ่งกำลังผจญกับโรคภัยไข้เจ็บ  เมื่อแม็กซ์ได้มองเห็นผู้หญิงที่นอนอยู่ตรงบนเตียงนั้นทำให้มือไม้ของเขาสั่นไหว

            “ข้าออกค้นหาเจ้าเป็นเวลาหลายปีในที่สุดข้าก็ได้พบคนที่ข้าตามหา มาเดลิน”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 405 ครั้ง

399 ความคิดเห็น

  1. #225 windy666 (@meaw-poom) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 17:56
    เห็นหลายตอนแล้วนะตอนแรกคิดว่าพิมผิด ลุงไปเป็นน้องพ่อได้ยังไง พ่อสิต้องไปเป็นน้องลุง
    หรือจะไห้ลุงไปเป็นน้องพ่อ ก็ไห้กันนาเรียกลุงเป็นน้าก็ได้ แบบนี้ถึงจะถูก
    #225
    2
    • #225-1 Guo TP (@raffaella) (จากตอนที่ 17)
      12 เมษายน 2561 / 15:06
      เห็นคนแก่เลยเรียกว่าลุง จากนั้นมาเจอพ่อเลยนับถือเป็นพี่น้องกันก็ไม่เห็นแปลกเพราะไม่ใช่ญาติตามสายเลือดที่ต้องเรียงลำดับให้ถูก
      #225-1
    • #225-2 19769 (@19769) (จากตอนที่ 17)
      18 เมษายน 2561 / 13:57
      น้องพ่อต้องเรียก อา ค่ะ ไม่ใช่ น้า
      #225-2
  2. #94 kay30 (@kay30) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 17:05
    รอจ้าาา
    #94
    0
  3. #49 oiltipomsomsuay (@oiltipomsomsuay) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 08:29
    ขอบคุณค่ะรอๆๆๆค่ะ
    #49
    0
  4. #48 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 08:28
    ขอบคุณครับ
    #48
    0