จักรพรรดิเทพศาสตร์แห่งมนตรา

ตอนที่ 26 : Chapter 26

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 358 ครั้ง
    16 มี.ค. 61

            ในการก้าวผ่านระดับพลังในขอบเขตของลมปราณเทพเซียนสงครามของกันนาร์จึงได้ไม่มีความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเดิม  ในชีวิตก่อนหน้านี้ที่ได้ก้าวผ่านระดับขอบเขตนี้มา จะมีแต่ความแตกต่างอยู่ตรงที่ว่าเขาได้ใช่เวลาน้อยกว่าหลายเท่าในการก้าวไปถึงมันเท่านั้นเอง  ทั้งนี้อาจจะเกิดจากเพราะเฉินเหลิ่งจิ้งมีประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมาอย่างยาวนาน และได้รับทรัพยากรในการบ่มเพาะพลังที่มากจนเพียงพอจึงทำให้เขาได้ประสบผลสำเร็จได้อย่างรวดเร็วทั้งที่ยังอยู่ในวัยเด็กอายุ  15 ปีเท่านั้น และถึงความเป็นได้ในดินแดนโลกนี้มีจำนวนพลังปราณธรรมชาติมากกว่าโลกเดิมของเขาหลายเท่าก็อาจจะเป็นไปได้

            จะเป็นอย่างไรถ้าผู้คนในโลกเดิมของเขามีความสามารถเหมือนอย่างตนได้เป็นอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเขาก็ไม่อาจจะคาดคิดได้เช่นกันว่าจะเกิดเรื่องราวอันใดขึ้น  แต่ในตอนนี้ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเขาเลยทีเดียวเมื่อกำลังจะสามารถก้าวผ่านไปถึงระดับพลังนี้  ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของการสั่นสะเทือนด้วยอำนาจของพลังปราณมากมายที่เขาได้หลอมรวมดูดซับเพื่อเลื่อนระดับพลังจึงได้เริ่มสงบลง พร้อมกับมันเป็นช่วงเวลาที่กันนาร์และเพื่อนทุกคนของเขากำลังรอคอยอย่างใจจดจ่อก็ได้มาถึงเมื่อเด็กน้อยกันนาร์ได้ลืมตาตื่นขึ้นมา ออกจากความสงบภายในจิตใจเพื่อการบ่มเพาะพลัง

            “ในที่สุดข้าก็สามารถเข้าถึงระดับพลังลมปราณเทพเซียนสงครามเสียที ข้าเชื่อว่าคงต้องใช้เวลาอีกไม่นานก็จะสามารถบ่มเพาะพลังไปถึงระดับที่สูงกว่านี้อีกครั้ง”

            “ยินดีด้วยกันนาร์ในที่สุดก็สามารถเลื่อนระดับพลังได้จนสำเร็จ”

            “ขอบใจพวกเจ้าทุกคนมาก  เท่าที่ดูทุกคนก็มีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายขั้นเลยทีเดียว โดยเฉพาะวอลเลอร์”

            “ข้ารู้สึกอับอายเสียมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเจ้าในตอนนี้”

            “เจ้านั้นยังดีกว่าข้าตั้งว่าเยอะวอลเลอร์  เมื่อได้ฟังสิ่งที่เจ้าพูดมันทำให้ข้าคนนี้อายแทบจะมุดแผ่นดินหนีเสียเลยทีเดียว”

            “ฮ่า ๆๆ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกเจคอป”

            “เอาละพวกเราควรจะออกไปข้างนอกกันได้แล้ว  ข้าเชื่อว่าทุกคนกำลังรอการกลับไปของพวกเราอยู่อย่างแน่นอน”

            “ตกลง  มันก็น่าจะเป็นเช่นนั้นพวกเราได้จากมากันหลายวันแล้วนี่นา”

            กันนาร์จึงได้เดินนำหน้าพาทุกคนก้าวเดินออกจาก “ถ้ำเทพเจ้าอมตะ” แห่งนี้ ก่อนจากไปตัวเขาไม่ลืมที่จะปิดปากถ้ำเหมือนอย่างเช่นเคย  ด้วยความสามารถของทุกคนในตอนนี้กันนาร์จึงไม่มีความจำเป็นที่จะช่วยให้พวกเขาได้ทะยานไปบนเหนือยอดไม้แล้ว  ดูเหมือนเพื่อน ๆ ตัวดีของตนจะสามารถทำเช่นนั้นได้เองอย่างไม่ได้มีปัญหาอะไรจนเกินความสามารถของพวกเขา

            เท่าที่ดูในตอนนี้ลีโอมีพัฒนาการของขอบเขตพลังถึงระดับลมปราณกษัตริย์ ขั้น 4 และในส่วนของเจคอปนั้น ก็ไม่มีความแตกต่างจากลีโอเท่าใดนัก เพียงแค่ห่างชั้นกันเพียงขั้นของระดับพลังเท่านั้นเอง ซึ่งเจคอปสามารถเข้าถึงลมปราณกษัตริย์ ขั้นที่หนึ่ง และในบรรดาเพื่อนทั้งสามคน  ตนเองก็ยังมีความแปลกประหลาดใจในความสามารถของวอลเลอร์เพื่อนคนนี้อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะตอนนี้วอลเลอร์สามารถเข้าถึงระดับพลังลมปราณจักรพรรดิ ขั้นที่ 4 ได้แล้ว ซึ่งตอนนี้ในบรรดาเพื่อนของเขาทั้งสามคนวอลเลอร์จึงมีความแข็งแกร่งกว่าใครเพื่อนมากที่สุด

            ทุกคนดูเหมือนจะมีความสุขไปกับความสามารถของตนเองที่มีอยู่ด้วยการทะยานร่างกายไปบนยอดไม้ในป่าเขาใหญ่แต่ความสามารถทักษะเชิงยุทธ์ของพวกเขายังไม่ถึงกับเหมือนอย่างกันนาร์ที่สามารถเหาะเหินเดินไปมาไปตามชั้นอากาศกึ่งแบบเทเลพอร์ตหายตัวเคลื่อนย้ายร่างกายแบบเชิงพื้นที่ด้วยความเร็วสูงได้อย่างแบบสบาย ๆ ใจด้วยความผ่อนคลายจนเป็นที่อิจฉาต่อเพื่อน ๆ ของพวกเขาในความสามารถเช่นนี้

            “พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้มาก ถ้าสามารถเข้าใจในเคล็ดวิชาย่างก้าวดุจสายฟ้าถึงขั้นสมบูรณ์แบบได้แล้วละก็เรื่องแบบนี้ทุกคนสามารถทำได้เช่นเดียวกันเหมือนอย่างกับข้าทำอยู่ในขณะนี้  แต่ด้วยระยะเวลาในการฝึกฝนเชิงยุทธ์ของทุกคนยังไม่มีเวลาทำความเข้าใจกับมัน ในตอนนี้ทุกคนจึงเพียงแต่ใช้เคล็ดวิชาออกไปตามความเข้าใจของตนเพียงเท่านั้นเอง”

            “กันนาร์เท่าที่พูดมารู้สึกเหมือนว่าพวกเรานี่โง่มากใช่ไหม”

            “ข้าไม่ได้พูดสักหน่อยว่าเจ้าเป็นคนโง่นะวอลเลอร์  แต่เจ้าฉลาดน้อยไปหน่อยด้วยระดับพลังลมปราณจักรพรรดิในตอนนี้ก็สามารถทำได้แล้วเหมือนอย่างข้า”

            “ฮ่า ๆๆ”

            เสียงหัวเราะของทุกคนดังไปในอากาศโดยทั่วบริเวณตามแนวป่าเขา  เหล่าจอมยุทธ์น้อยทั้งหลายใช้เวลาเพียงไม่นานก็ได้เดินทางมาถึงยังหมู่บ้านออสก้าแล้ว  พวกเขาได้มาหยุดยืนลงบนลานหินหน้าเรือนไม้ ก็ได้พบเจอกับชาวบ้านในครั้งแรกที่มาถึงสถานที่แห่งนี้  ซึ่งในปัจจุบันก็จะมองเห็นผู้คนจำนวนมากกว่าร้อยคนได้เริ่มยืนเรียงแถวตรงเป็นแนวเดียวกันจำนวนสิบแถวทั้งหมดยืนห่างกันเป็นระยะหนึ่งช่วงวาสุดแขนกำลังฝึกออกกระบวนท่าปล่อยหมัดเคลื่อนย้ายไปมาในอากาศเหมือนอย่างกับฝึกหัดต่อยชกลม  เท่าที่ดูเหมือนมีพลังได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากปลายหมัดเหล่านั้น

            กันนาร์ไม่นึกเลยว่าด้วยเวลาเพียงแค่ห้าวันผู้คนที่จากเมื่อก่อนพวกเขาเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาสามัญเท่านั้น  แต่มาในวันนี้ทุกคนสามารถแสดงพลังนี้ออกมาเหมือนอย่างกับผู้ฝึกยุทธ์มาแล้วหลายปี  เรื่องนี้ดูเหมือนว่ากันนาร์ได้ไว้วางใจมอบหมายงานให้กับคนที่ทำมันได้อย่างถูกต้องอย่างเช่นลุงแม็กซ์ของเขา  ด้วยจากประสบการณ์ในการเป็นอัศวินผ่านพ้นจากสงครามมาจึงช่วยให้เขาสามารถฝึกฝนผู้คนเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

            ทุกสายตาของผู้คนได้ต่างพากันมาหยุดลงเมื่อได้มองเห็นร่างของเด็กน้อยสี่คนได้ทะยานเดินทางมาบนอากาศทั้งหมดได้หยุดลงบนพื้นลานหิน จากลักษณะรูปร่างหน้าตาทั้งหมดนี้พวกเขาต่างรับรู้กันได้เป็นอย่างดีว่าเด็กน้อยเหล่านี้เป็นใคร

            “ทุกคนหยุดกันแต่เพียงเท่านี้ก่อน  สำหรับวันนี้การฝึกฝนจบลงไว้แต่เพียงแค่นี้”

            “ดูเหมือนว่าไม่เป็นเรื่องง่ายเลยที่จะสามารถฝึกฝนพวกเขาให้มาถึงระดับนี้ลุงแม็กซ์”

            “ฟังคำชมของเจ้าแล้วลุงคนนี้รู้สึกละอายใจมากกว่ากันนาร์  มันน่าจะดีกว่านี้ถ้าหลานเป็นคนฝึกฝนให้กับพวกเขาได้ด้วยตนเอง”

            “ท่านลุงก็น่าจะรู้ว่าข้านั้นไม่มีเวลามากพอที่จะทำอย่างนั้นได้  และเท่าที่ดูแม้แต่ตัวท่านลุงเองก็มีพัฒนาการบ้างขึ้นเล็กน้อยถึงขนาดเพิ่มระดับพลังลมปราณนักรบขั้นที่หนึ่งมาอยู่ที่ลมปราณขุนพลขั้น 9 ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเม็ดยา นี่ถือว่าท่านก็ไม่ได้ละเลยกับการฝึกฝนสำหรับตนเอง”

            “ขอบใจมากหลานชายที่พูดเพื่อเอาใจคนแก่  แต่ข้านี่รู้สึกว่าจะแก่มากจนเกินไปแล้วจริง ๆ ที่ไม่อาจสามารถแม้จะสัมผัสระดับพลังของเด็กน้อยอย่างพวกเจ้าได้เลยแม้สักคนเดียว เท่าที่ดูทุกคนคงได้ผ่านพ้นไปในระดับพลังที่เหนือกว่าลุงคนนี้ไปแล้วหลายขั้นอย่างแน่นอน”

            “เรื่องนั้นอีกสักครู่ท่านลุงก็จะรู้เองว่าพวกเขาอยู่ที่ระดับพลังขั้นไหนกันแล้ว  สำหรับในตอนนี้มันคงถึงเวลาแล้วที่ท่านลุงจะต้องก้าวผ่านระดับพลังนี้ได้เสียที เท่าที่ดูท่านคงติดกับปัญหาเรื่องคอขวดจนไม่อาจจะก้าวผ่านระดับพลังนี้ไปได้”

            กันนาร์จึงได้เรียกขวดยาออกมาจากแหวนมิติเชิงพื้นที่ของตน  ซึ่งภายในขวดยานี้มีเม็ดยาอยู่หลายเม็ดด้วยกันที่ถูกบรรจุเก็บไว้ภายใน  เมื่อกันนาร์ได้เปิดปากฝาขวดยาออกมาเท่านั้น  กลิ่นอายพลังปราณธรรมชาติที่ได้หลอมรวมสาระสำคัญกันจนกลายเม็ดยาเหล่านี้  จึงได้แผ่พลังออกมาให้ได้พบเห็นและสัมผัสมันด้วยตาเปล่า กันนาร์จึงได้หยิบยืนเม็ดยาจำนวนสามเม็ดให้ไป

            “เชิญท่านลุงรับสิ่งนี้ไปแล้วกลืนกินมันต่อจากนั้นก็ให้เข้าสู่ความสงบภายในของจิตใจเพื่อการบ่มเพาะพลังถ้าด้วยการกำกับดูแลจากข้าจะไม่มีปัญหาอะไรร้ายแรงในการเลื่อนระดับพลัง”

            “ขอบใจเจ้ามากหลานชาย”

            “มันเป็นสิ่งที่ท่านสมควรจะได้รับอยู่แล้ว เนื่องจากข้าเคยได้พูดเอาไว้ว่าจะหาทางทำให้ท่านแข็งแกร่งกว่านี้เมื่อเราเดินทางกลับมายังหมู่บ้านออสก้ากัน และในตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่จะทำอย่างนั้นสำหรับท่าน”

            คนโดยปกติจะต้องมีปัญหาอย่างแน่นอนเมื่อกลืนกินเม็ดยาเหล่านี้เข้าไปทั้งสามเม็ด  เพราะว่ามันถูกอันแน่นไปด้วยสาระสำคัญของปราณธรรมชาติที่เกิดจากการปรับแต่งของพืชสมุนที่มีค่าจนกลายมาเป็นเม็ดยาเหล่านี้  แต่ด้วยความไว้วางใจในเด็กน้อยที่ยืนอยู่ตรงข้างหน้าตนเอง แม็กซ์จึงได้ทำตามอย่างไม่มีข้อข้องใจอันใดเลย  ดังนั้นหลังจากเขาได้กลืนกินเม็ดยาทั้งสามเม็ดเข้าไปความรู้สึกของพลังปราณธรรมชาติอันมหาศาล จึงได้ถูกปลดปล่อยมันออกมาให้ไหลหมุนเวียนไปตามเส้นชีพจรลมปราณผ่านจุดชีพจรต่าง ๆ จนมาถึงตันเถียนของเขา

            กระบวนการนี้จะมีปัญหาสำหรับเพื่อน ๆ ของกันนาร์ แต่มันจะไม่มีปัญหากับลุงแม็กซ์อย่างแน่นอน  เพราะด้วยผ่านการฝึกฝนร่างกายมาเป็นอย่างดีจึงสามารถรองรับพลังปราณเหล่านี้ได้อย่างไม่มีปัญหา ดังนั้นเสียงของการเลื่อนผ่านระดับพลังจึงได้เริ่มส่งเสียงดังผ่านไปกระทบประสาทการรับรู้ทางสมองของเขาจนไม่สามารถจะนับจำนวนครั้งได้ครบถ้วน เพียงแค่ผ่านเวลาไปไม่นานเท่าใดเขารู้สึกว่ามีเสียงดังที่ถูกนับได้โดยไม่ต่ำกว่าสิบครั้งในตอนนี้ และมันยังคงดังต่อไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงในเร็ว ๆ นี้ จนทำให้ร่างกายของแม็กซ์นั่นเริ่มสั่นสะเทือนไปหมดทั้งตัว

            “มันคงถึงเวลาแล้วสำหรับการให้ความช่วยเหลือ”

            กันนาร์จึงได้เริ่มด้วยวิธีการของตนเองที่เคยได้ทำมาต่อเพื่อน ๆ ทั้งสามคนของเขา  ถ้าตนเองไม่รีบลงมือช่วยเหลือในตอนนี้เขาคงต้องสูญเสียลุงคนนี้ของเขาเป็นแน่  เนื่องด้วยความเข้าใจเป็นอย่างนี้ในการฝึกบ่มเพาะพลังลมปราณมาก่อน  กันนาร์จึงสามารถทำมันได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร ร่างกายของแม็กซ์ที่มีอาการสั่นสะเทือนมาก่อนหน้านี้จึงได้สงบลงไปเมื่อพลังปราณถูกควบคุมให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น แต่นั่นก็ยังไม่สามารถจะหยุดเสียงของการเลื่อนระดับพลังได้เลย

            อำนาจพลังกดดันจึงได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของชายคนนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้เหล่านักฝึกยุทธ์ทั้งสิบคนที่กำลังนั่งบ่มเพาะพลังกันอยู่ภายในเรือนไม้ริมสระน้ำต่างก็พากันออกมาเพื่อที่จะดูว่าข้างนอกนั้นมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นมากันแน่ ว่าทำไมอยู่ ๆ จึงได้สามารถจับสัมผัสถึงพลังกดดันอันมหาศาลนี่  ทั้งที่เมื่อก่อนหน้านั้นไม่เห็นทีท่าว่าจะเกิดเรื่องอะไรแบบนี้ขึ้นมาเลย  เมื่อพวกเขาออกมาจึงได้ต่างพากันเห็นได้ว่า เป็นช่วงเวลาสำคัญของการเลื่อนระดับพลังของลุงแม็กซ์ทุกคนจึงได้แสดงความดีใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะน้อยครั้งพวกเขาจะได้พบเห็นกับเหตุการณ์เช่นนี้

            กันนาร์ได้ช่วยเหลือแม็กซ์ทำการเลื่อนขั้นระดับพลังอยู่นานจนเวลาได้ล่วงเลยไป พลังปราณภายในร่างกายของแม็กซ์จึงได้เริ่มค่อย ๆ มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น จากนั้นแม็กซ์จึงได้เริ่มค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อออกจากความสงบของจิตใจในการบ่มเพาะพลัง

            “ยินดีกับท่านด้วยลุงแม็กซ์ที่สามารถเข้าถึงระดับพลังลมปราณจอมราชันย์ทรราชได้แล้ว”

            “ข้าต้องขอบใจเจ้ามากกว่ากันนาร์ที่ทำให้ลุงคนนี้มีพัฒนาการที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น  ถ้าไม่ได้เจ้าคอยช่วยเหลือในการบ่มเพาะพลังนี้ข้าคงไม่อาจจะทำให้ประสบผลสำเร็จได้”

            “ข้านี้รู้สึกอิจฉาลุงแม็กซ์เสียจริง ๆ ถ้าเป็นไปได้ข้านั้นก็อย่างจะทำเหมือนกับลุงแม็กซ์บ้าง”

            “เรื่องนั้นก็ย่อมได้นะวอลเลอร์ ข้าสามารถช่วยเหลือเจ้าได้เหมือนกัน ถ้าไม่กลัวว่าร่างกายเจ้าแตกละเอียดกลายเป็นเศษเนื้อเสียก่อนนะ”

            “ไม่เอาละ ถ้าเป็นอย่างนั้นข้าอาศัยความสามารถของตนเองดีกว่า”

            “ใช่ว่าจะไม่สามารถทำได้หรอกนะ  ถ้าทุกคนฝึกร่างกายให้แข็งแกร่งสามารถรองรับพลังที่มีจำนวนมหาศาลได้แล้วละก็  ทำไมข้าคนนี้ถึงไม่อยากจะทำให้ทุกคนได้เลื่อนระดับพลังกันล่ะ“

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 358 ครั้ง

399 ความคิดเห็น

  1. #182 Zanzar (@5401170733) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 12:24
    ทำไมเรื่องนีพลังมันไกล้ตันเร็วจังแล้วใครจะสู้มันได้วะ
    #182
    0
  2. #160 KavinJitaboun (@KavinJitaboun) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 12:10
    รีบมาต่อน้า สนุกมากเลย เป็นกำลังใจให้
    #160
    0