จักรพรรดิเทพศาสตร์แห่งมนตรา

ตอนที่ 30 : Chapter 30

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,975
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 383 ครั้ง
    18 มี.ค. 61

            หลังจากได้ยินเจ้าเพื่อนตัวแสบเจคอปพูดออกมามันให้เขาต้องหน้าถอดสี เลยอยากจะกระโดนทีบเจ้าเพื่อนคนนี้ได้ตกจากรถลากนี้เลยทีเดียว  จะพูดตอนไหนก็ไม่พูดแต่ดันมาพูดในตอนที่ตนกำลังนั่งเพลิดเพลินดื่มด่ำไปกับธรรมชาติบนรถลากนี้ จนทำให้เสียบรรยากาศที่ดีไปเสียจนหมด ถ้าตนเองจะไม่ลงไปวิ่งเลยก็กลัวว่าจะเสียหน้า  จึงจำใจต้องลงไปวิ่งให้เพื่อน ๆ ตนเองเห็นว่าเขานั้นได้พูดจริงและทำจริงเพื่อพิสูจน์ต่อคำพูดของตัวเองให้ได้ประจักษ์แก่สายตาที่มองมายังตนเองด้วยความดูถูกโดยเฉพาะเจคอปด้วยแล้ว

            เจคอปหลังจากมองเห็นเพื่อนของตนกำลังจะทำท่าทางจะลงไปวิ่งจริง ๆ ตามคำพูดของเขาที่ได้พูดหยอกล้อไปด้วยความไม่ได้ตั้งใจ ใจหนึ่งก็คิดอยากจะห้ามอยู่หรอก  แต่เมื่อมองไปดูเหมือนเห็นทำท่าทางจริงจังก็กลัวว่าตนจะไปทำลายความมุ่งมั่นของเขาเสียจึงได้แต่ปล่อยให้เลยตามเลยไป  แต่พอกันนาร์เห็นท่าทางจริงจังของวอลเลอร์แล้วจึงได้เอยปากห้ามเอาไว้ในทันที

            “กลับมาวอลเลอร์เจ้าก็อย่าบ้าจี้จนเส้นตื้นไปกับเจคอปมันหน่อยเลยน่า”

            “ไม่ได้หรอกกันนาร์ คนอย่างข้าลูกผู้ชายฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ในเมื่อเอยปากแล้วมันต้องทำให้ได้เดี๋ยวใครเขาจะหาว่าข้าไม่ใช้ลูกผู้ชายตัวจริง”

            “ถ้าอย่างนั้นก็ตามสบายเลยแล้วกัน  พ่อลูกผู้ชายตัวจริง” ป๊าป...!!!

            เมื่อเห็นท่าทางของเพื่อนคนนี้ใจหนึ่งก็อยากจะช่วยอยู่หรอก  พอมาได้ยินกับคำพูดนี้เข้าจึงยื่นเท้าประทานพรให้ไปจนวอลเลอร์ตกลงจากรถลากไปในทันที  ทำให้เจ้าตัวหัวคะมำหล่นลงตกไปไม่เป็นท่าจนตัวคุกฝุ่นควันโขมง  เขาจึงได้แต่แสดงความไม่พอใจยืนร้องตะโกนเมื่อต้องมาโดนแกล้งทำเช่นนั้น

            “พวกเจ้ารุ่มรังแกคนอ่อนแอเช่นข้าได้อย่างไร เจ้าพวกเพื่อนทรยศจำไว้เลยนะ”

            “ไอ้เรารึอุตส่าห์จะช่วย  แต่ดันมาทำวางท่าเสียได้ก็เลยสงเคราะห์ให้ไปกลัวจะเสียน้ำใจ”

            “ฮ่า ๆๆ รีบ ๆ ตามมาให้ทันล่ะพ่อจอมยุทธ์ใหญ่  อย่ามัวแต่ยืนงงอยู่”

            ในขณะนั้นการเดินทางจึงได้เริ่มมองเห็นเมืองไดนาดินแล้ว  จากจุดเท่าที่สายตามองเห็นได้แต่ไกล โครงสร้างรอบกำแพงเมืองถ้ามองดูให้ดีมันถูกทำด้วยก้อนหินใหญ่ถูกแกะสลักกันเป็นก้อนจนกลายเป็นรูปสี่เหลี่ยมนำมาวางทับทมกันไปเป็นแนวรูปสันของกำแพงเมืองจนทำให้กำแพงเหล่านี้ดูมั่นคง  ทางด้านบนสันกำแพงเมืองดูเหมือนว่าน่าจะมีเส้นทางสำหรับทหารเหล่านักรบอัศวินให้ได้เดินผ่านไปมา  เมื่อกันนาร์ได้มองดูไปยังบนกำแพงนั้น ทางด้านข้างกำแพงดูเหมือนถูกขุดลอกให้เป็นทางไหลผ่านของสายน้ำขนาดกว้างประมาณ 50 เมตร ตามคาดการณ์ทางยุทธศาสตร์เมืองชายแดนดูก็รู้น่าจะทอดยาวล้อมรอบเมืองในส่วนหนึ่ง  ถ้าใครคิดที่จะโจมตีเมืองชายแดนแห่งนี้ให้แตกแล้วละก็ต้องสามารถลอยไปบนอากาศได้เท่านั้น 

แต่เมื่อกันนาร์ได้แลมองเห็นนักแม่นธนูยืนอยู่บนกำแพงเมืองจึงได้คลายความคิดนั้นลงไป พอขบวนรถลากของพ่อค้าที่พวกตนเองได้เดินทางมาด้วย ต่างทยอยกันเข้าเมืองทุกอย่างต้องถูกตรวจสอบเพื่อหาสิ่งของต้องห้ามนำเข้าไปภายในเมือง แม้แต่ผู้คนจำต้องแสดงเอกสารหนังสือบ่งบอกถึงฐานะของตัวเองออกมา เพื่อเป็นการป้องกันไส้ศึกเหล่านักฆ่าที่อาณาจักรเมืองอื่นได้ส่งมาด้วยการปลอมตัวเดินทางปะปนมากับผู้คนพ่อค้าวานิชย์เหล่านี้ 

ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกตรวจสอบโดยอย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่ก็น่าอยู่หรอกเพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของพวกเขา  กันนาร์ได้มองไปโดยรอบ ๆ ก็จะเห็นเหล่าทหารทยอยกันตรวจสอบขบวนสินค้าในแต่ละคันรถไปเรื่อย ๆ จนเกือบหมดขบวนแล้ว  คณะพ่อค้าวานิชย์นี้จึงได้ถูกปล่อยให้ไปได้  ดังนั้นขบวนจึงได้เริ่มเคลื่อนย้ายผ่านไปอย่างไม่มีปัญหาอันใด  เท่าที่ดูหัวหน้าพ่อค้าดูเหมือนจะมีความสนิทสนมกับหัวหน้านักรบอัศวินที่คุ้มครองประตูทางเข้านี้เป็นอย่างดี เมื่อได้ยินเสียงการเจรจาพูดคุยต่อกัน 

“การเดินทางของท่านราบรื่นดีใช้ไหมท่านริชาร์ท ดูเหมือนว่าการค้าขายในครั้งนี้จะได้รับผลกำไรมาเป็นอย่างดีเลยทีเดียว”

“การเดินทางของข้านั้นเป็นไปได้ด้วยดีเซอร์ไบรอัน  ถ้ามีสิ่งใดที่พ่อค้าต่ำต้อยคนนี้สามารถช่วยเหลือท่านมาร์ควิสแห่งเมืองไดนาดินได้แล้วละก็ขอเชิญท่านบอกมาได้เลย”

“ก็ไม่มีอะไรมากท่านมาร์ควิสเชิญไปร่วมสังสรรค์ในค่ำคืนนี้เพื่อทำข้อตกลงกับท่านเกี่ยวกับการค้า คราวนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีเลยทีเดียวมันอาจจะทำกำไรให้กับท่าน สำหรับการเจรจาในการค้าครั้งนี้ก็อาจจะเป็นไปได้”

“รบกวนเซอร์ไบรอันช่วยส่งข่าวแทนข้าด้วย เมื่อถึงเวลาอันสมควรข้าจะเดินทางไปตามนัดหมาย”

“ท่านมาร์ควิสคงจะดีใจที่ได้ทำการค้ากับท่าน  ตกลงข้าจะส่งข่าวเรื่องการนัดหมายนี้ให้”

“ขอบคุณท่านมากเซอร์ไบรอันที่เป็นธุระให้ข้า”

“ไม่เป็นไรพวกเราต่างก็เป็นคนกันเองทั้งนั้น”

ดังนั้นเมื่อทั้งสองคนตกลงกันได้แล้ว ขบวนการค้าของริชาร์ทจึงได้ถูกปล่อยให้เคลื่อนย้ายเข้าไปภายในเมืองอย่างไม่มีปัญหาอันใด ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะความคุ้นเคยของทั้งสองจนกลายเป็นความเชื่อถือต่อกันและกันที่มีมาอย่างยาวนานก็อาจจะเป็นได้จนทำให้รายการสินค้าทั้งหมดไม่ได้ถูกตรวจสอบอย่างโดยละเอียดเท่าที่ควรทำมาแต่ก่อน  เหล่าอัศวินเมื่อได้เห็นสัญญาณมือจากหัวหน้าของตัวเองแล้วจึงได้แต่ต่างพากันหยุดยืนอยู่สองข้างทางเข้าของประตูเพื่อมองดูขบวนสินค้านี้ถูกเคลื่อนย้ายผ่านไปในเมือง

ทุกการเคลื่อนไหวในขบวนการค้าจึงได้ถูกจับตามองดูเท่านั้นสำหรับลูกจ้างและคนบังคับรถลากรวมไปถึงคนที่อาศัยเป็นเด็กขนของด้วยเช่นกัน เมื่อได้มามองแต่ใกล้ ๆ กันนาร์จึงได้รู้ว่าประตูทางเข้าที่อยู่ตรงกลางเป็นบานประตูที่มีความหนากว่า 2 เมตร มันจึงมีความแข็งแกร่งอยู่เท่าที่ควร แล้วเมื่อขบวนสินค้ามาถึงรถลากคันสุดท้ายกำลังจะเคลื่อนผ่านหน้าไป ผู้ที่เป็นหัวหน้านายทหารเหล่านักรบอัศวินอย่างเซอร์ไบรอันด้วยการมองสบตาเห็นคนที่คุ้นเคยกันมาแต่ก่อนด้วยความคับคล้ายคับครา ตนเองจึงมีความสงสัยจึงได้ร้องตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดัง

“ตรงนั้นนะ  หยุดก่อน"

“ขบวนสินค้าของข้ามีปัญหาอันใดหรือ เซอร์ไบรอัน”

มันเป็นหน้าที่ของริชาร์ทซึ่งเป็นหัวหน้าพ่อค้าอยู่แล้ว  จึงต้องลงจากรถลากมาเพื่อถามถึงสาเหตุที่อยู่ ๆ ว่าทำไมเซอร์ไบรอันจึงได้มีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งเอาง่าย ๆ เช่นนี้ แต่ก่อนหน้านั้นตนเองก็ไม่ได้มองเห็นท่าทีจริงจังต่อเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนเสียด้วยซ้ำไป

แม็กซ์เองเมื่อรู้ว่าตนทำให้เกิดเรื่องจึงได้ขยิบตาส่งสัญญาณหมาให้รู้ต่อหัวหน้าอัศวินเซอร์ไบรอันเป็นการส่งสัญญาณเพื่อไม่ใครล่วงรู้ฐานะของตนเอง การกระทำเช่นนี้จึงเป็นเรื่องง่ายเมื่อไบรอันได้มองเห็นมันเขาจึงได้เอ่ยปากกับริชาร์ทไปด้วยเสียงเรียบอันเป็นปกติเช่นเดิม

“ไม่มีอะไรหรอกท่านริชาร์ท สำหรับขบวนสินค้าของท่าน  แต่สำหรับคนผู้นี้ข้าคงต้องขอคุยกับเขาเป็นการส่วนตัวสักหน่อยหวังว่าท่านคงจะไม่ว่าอะไรนะ”

“เชิญท่านตามสบายเซอร์ไบรอัน”

            “แล้วข้าจะเลี้ยงเหล้าท่านเป็นการตอบแทนในงานเลี้ยงของค่ำคืนนี้ท่านริชาร์ท”

            “ได้เลยเซอร์ไบรอัน อิอิ...!!!  แล้วพบกัน

            หลังจากปล่อยให้ขบวนสินค้าได้เคลื่อนหายไปจากสายตาเข้าไปภายในตัวเมืองแล้ว เซอร์ไบรอันจึงได้ทำท่าทางแสดงความเคารพต่อชายที่ยืนอยู่ตรงข้างหน้าตนเองด้วยท่าทางทีที่อ่อนน้อมเป็นอย่างมาก แล้วจึงได้เชื้อเชิญแขกผู้นี้เข้าไปด้านในห้องที่ถูกสร้างเอาไว้ด้านข้างทางเข้าประตูเมือง ถึงแม้ว่ามันไม่ได้ถูกสร้างด้วยความประณีตแต่ของทุกอย่างภายในที่แห่งนี้ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มีสิ่งของประดับบ้างวางอยู่บนโต๊ะเล็กน้อยที่ไม่สวยหรู  แม็กซ์ได้ถูกเชิญให้ไปนั่งบนเก้าอี้อันเป็นตำแหน่งที่ตนเองเคยนั่งสั่งการมาก่อน  แต่ดูเหมือนผู้ที่ตนเคารพอย่างสูงนี้จะไม่ทำอย่างนั้น เขาเพียงแต่หันหน้ามามองเด็กน้อยคนหนึ่งเพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้เขาเข้าไปนั่งแทนในตำแหน่งนั้น

            เซอร์ไบรอันจึงรับรู้ได้ในทันทีด้วยความคิดของตนเองว่าเด็กน้อยคนนี้จะต้องมีฐานะที่ไม่ธรรมดา จนทำให้คนผู้นี้ที่กลายเป็นตำนานแสดงความเคารพอย่างนี้ได้  ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าที่ถามออกมาตรง ๆ ซึ่งมันอาจจะเป็นการที่เสียมารยาทต่อคนที่ตนเองเคารพนับถือ เพื่อไม่ให้บรรยากาศโดยรอบมีความอึดอัดมากจนเกินไปเขาจึงได้กล่าวคำพูดออกมา ก่อนหน้านั้นเพื่อเป็นการเคารพเข้าจึงได้คุกเข่าลงบนพื้นไม้ว่า

            “ท่านอาจารย์ไม่นึกว่าข้าจะได้พบกันอีกครั้งในที่เช่นนี้”

            “ไม่ต้องมากพิธีหรอกไบรอัน  เจ้าลุกขึ้นมาทำตัวเป็นปกติเถอะอย่าทำขายหน้าต่อหน้าเด็ก ๆ เหล่านี้เลย  และดูเหมือนว่าศิษย์ของข้ายังแข็งแรงดีอยู่”

            “ครับท่านอาจารย์  ข้าได้ข่าวมาว่าท่านได้รับบาดเจ็บแล้วลาออกจากการเป็นหัวหน้าครูฝึกอัศวินเมืองหลวง  มาใช้ชีวิตอยู่ที่ชนบทเมืองบารอน ศิษย์นั้นได้สืบตามหาข่าวเกี่ยวกับท่านจนได้รู้ความจริงเช่นนี้ ตัวข้านั้นไม่อาจจะทิ้งภาระหน้าที่รับผิดชอบได้ จึงเพียงหวังแต่ว่าจะมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนท่านไม่วันใดก็วันหนึ่ง”

            “ขอบใจเจ้ามากที่เป็นห่วง  ครอบครัวของเจ้าเป็นอย่างไรบ้างทุกคนสบายดีไหม”

            “ครับอาจารย์ทุกคนนั่นสบายดี”

            “ไม่เจอกันนานไม่รู้ว่าความสามารถของเจ้าจะขึ้นสนิมแล้วหรือยัง ถ้ายังไงลองทดสอบฝีมือกับเด็กน้อยเหล่านี้ดูหน่อยเป็นไร  พอดีข้ากำลังจะพาพวกเขาเดินทางไปเมืองหลวงเข้าร่วมงานประลองเวทย์มนต์ อย่างน้อยก็ยังให้พวกเขาได้เรียนรู้ประสบการณ์ทางทักษะที่เจ้ามีอยู่ได้บ้าง”

            “เรื่องนั้นไม่มีปัญหาเชิญทุกคนตามข้ามาทางนี้”

            เซอร์ไบรอัน ตัวเขาก็อยากจะทดสอบพลังฝีมือของเด็กน้อยพวกนี้อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเด็กน้อยที่อาจารย์ของตนเองได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ที่เขามองดูภายนอกแล้วไม่มีลักษณะเด่นอะไรส่วนอำนาจพลังที่มีตนเองก็พยายามลองตรวจสอบดูอยู่หลายครั้งก็ไม่อาจจะสัมผัสถึงพลังนั้นได้ ตนเองก็เลยจนปัญญาความสามารถที่จะทำมัน หนทางที่ดีที่สุดก็คือการประลองฝีมือกัน  นี่อาจจะช่วยไขข้อข้องใจของตนเองไปได้บ้างไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว  ดังนั้นเขาจึงได้ตอบตกลงอย่างง่าย ๆ โดยไม่มีเงื่อนไขอันใด

            ทุกคนต่างพากันเดินออกจากประตูเมืองมาไม่ไกลเท่าใด  เมื่อคิดว่าคงพ้นจากเส้นทางของผู้คนเดินสัญจรไปมาแล้ว  ทั้งนี้เพื่อไม่ต้องการให้เป็นที่สะดุดแก่สายตาของผู้คนจึงได้ทำการหลีกเลี่ยงออกไปจากตรงจุดนั้น  ส่วนกันนาร์เมื่อได้มองเห็นผ่านความคิดของชายคนนี้เขาจึงได้กล่าวออกมาว่า

            “ท่านไม่ต้องทำมากพิธีถึงเพียงนั้น  เพียงแค่ทุกคนตามข้ามาก็พอแล้ว”  พรึบ...!!!  วิ้ง...!!!

            ประตูมิติเชิงพื้นที่ถูกเปิดออกมา กันนาร์จึงได้เดินนำทุกคนเข้าไปเป็นคนแรก แล้วติดตามไปด้วยเพื่อนสนิทของเขา  ส่วนแม็กซ์พอมองเห็นศิษย์ของตนเองทำหน้าเหวอ ๆ ทำตาโตเท่าไข่ห่าน จึงเอามือตบไปบนไหล่แบบเบา ๆ เพื่อเป็นการปลอบใจศิษย์ของตนเอง

            “ที่นี่คงรู้แล้วซินะว่าทำไมอาจารย์ถึงได้ทำอย่างนั้น แล้วอาการบาดเจ็บของข้าได้รับการรักษาให้หายขาดด้วยน้ำมือของเด็กน้อยคนนี้”

            “โอ้...!!! อาจารย์ท่านไปพบพวกเขาที่ไหนกันเนี่ย”

            “เราไปกันได้แล้ว  ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าฝีมือของเจ้าได้ถูกพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว”

            “ครับอาจารย์”

            ดูเหมือนว่าเซอร์ไบรอันที่มีชื่อเสียงของเมืองไดนาดิน จะเริ่มรับรู้ถึงชะตากรรมของตนเองเป็นอย่างดี ในตอนนี้เขาถูกใช้ให้เป็นหนูทดลองเพื่อทดสอบฝีมือให้กับเด็กน้อยเหล่านี้  ตนจึงได้แต่เดินก้าวเท้าเข้าไปภายในประตูมิติเชิงพื้นที่ที่ถูกเปิดออกมา  พอเขาก้าวเท้าเข้ามาจึงได้พบกับสถานที่แปลกตาไปจากเดิมกว่าเท่าที่เห็นเป็นอยู่มาแต่เมื่อก่อนกับบรรยากาศโดยรอบของพื้นที่แห่งนี้  กันนาร์เมื่อมองเห็นเซอร์ไบรอันทำหน้าท่าทางสงสัยตนจึงได้เอยปากพูดขึ้นมา

            “ไม่ต้องตกใจไปหรอกเซอร์ไบรอัน  ข้าเพียงพาพวกเรามาไม่ไกลจากเมืองไดนาดินเท่าไรนัก  สถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การทดสอบฝีมือเป็นอย่างดี  ซึ่งมันไกลจากการรับรู้ของผู้คนที่ท่านเป็นกังวลอยู่เมื่อสักครู่นี้ได้อย่างแน่นอน เชิญท่านใช้กำลังอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเกรงใจ”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 383 ครั้ง

399 ความคิดเห็น

  1. #202 wanpen725 (@wanpen725) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 21:23
    กำลังสนุกเลย ..
    #202
    0
  2. #201 Nat8929 (@Nat8929) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 17:23
    ต่อน้าค้างมากกอ่ะ
    #201
    0
  3. #200 Sripra S Saowieng (@sriprawan) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 16:24
    ต่อเลยครับ ค้างมากๆ
    #200
    0
  4. #199 Charon Gandaria (@prangasia) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 15:34
    มาต่ออีกเต๊อะ
    #199
    0
  5. #198 bookmail (@bookmail) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 15:27
    ขอบคุนคับ
    #198
    0
  6. #197 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 14:09
    ขอบคุณครับ
    #197
    0
  7. #196 kwan kwan (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 13:59
    สนุกมากค่ะ รอๆตอนต่อไปจ้า
    #196
    0
  8. #194 phonphimon0123 (@phonphimon0123) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 12:07
    ต่ออออ
    #194
    0
  9. #193 cheta0071 (@cheta0071) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 11:54
    สุดยอดดด ขอบคุณครับ
    #193
    0
  10. #191 dvdkeeper (@dvdkeeper) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 10:20
    โชว์เท่าที่จำเป็นไง
    #191
    0
  11. #190 PinTkpp (@PinTkpp) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 08:06
    ชอบที่พระเอกเป็นแบบนี้ แบบที่เปิดเผยฝีมือ เรื่องนี้ถูกใจมากกก
    #190
    0
  12. #189 เยี่ยม (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 06:43
    ชอบเรื่องนี้คับ พอดีไม่ค่อยชอบแนวพระเอกปกปิดฝีมืิอ เรื่องนี้ทำออกมาได้ค่อนข้างถูกใจเลย
    #189
    1
    • #189-1 saranpan (@saranpan) (จากตอนที่ 30)
      18 มีนาคม 2561 / 07:20
      เหมือนกันเลยค่ะ เราก็หาอยู่เหมือนกัน
      #189-1
  13. วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 06:29
    ไม่ต้องโอ้อวดก็ได้เก็บๆไวมั่งเรื่องความสามารถอะ ตาแก่กะพระเอกนิ
    #188
    0
  14. #187 อ่านเพืออ (@jampa1055) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 06:22
    ไม้นะไรท์ยากได้อีกตอนกำลังมัน
    #187
    0