จักรพรรดิเทพศาสตร์แห่งมนตรา

ตอนที่ 4 : Chapter 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,086
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 518 ครั้ง
    28 ก.พ. 61

              “กันนาร์เจ้าไม่ได้หลอกท่านลุงแม็กซ์ให้สบายใจเล่นใช่ไหม”

            “ลีโอ เจ้าก็น่าจะรู้ว่าคำพูดของข้านั้นน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหนตั้งแต่พวกเรารู้จักกันมาข้าไม่เคยหลอกลวงพวกเจ้าเลยสักครั้ง เรื่องนี้มันอยู่ในความสามารถของข้าที่จะทำได้ ถ้าพวกเจ้าไม่เชื่อว่าคำพูดของข้าจะถูกต้องหรือไม่ก็ให้ไปหาถังไม้ใส่น้ำใบใหญ่มาหนึ่งถังแล้วใส่น้ำอุ่นให้เต็ม”

            “ตกลงข้าเชื่อเจ้ากันนาร์  พวกเราไปเตรียมสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้กัน”

            “ท่านลุงแม็กซ์ท่านมีเข็มเย็บผ้าบ้างไหมขอข้าสักสิบเล็ม ถ้าเป็นเข็มที่ยาวสักสิบเซ็นยิ่งดีใหญ่”

            “ในบ้านน่าจะพอมีอยู่บ้างเดี๋ยวรอสักครู่นะข้าจะไปหามาให้เจ้าเอง”

            ผ่านไปสักครู่หนึ่งทุก ๆ คนก็เตรียมการเอาไว้จนเสร็จสิ้นแล้ว กันนาร์จึงได้บอกลุงแม็กซ์ของเขาถึงวิธีการรักษาอาการป่วยที่เกิดจากวงแหวนเวทย์ถูกทำลาย

            “เอาล่ะลุงแม็กซ์ต่อไปนี้ ตั้งใจฟังข้าให้ดี  ทุกสิ่งทุกอย่างขอให้เชื่อใจและในคำพูดของข้าห้ามทำผิดพลาดแม้แต่เพียงนิดเดียวไม่เช่นนั้นข้าก็ไม่อาจจะรับลองชีวิตของท่านได้เช่นกัน เพราะทุกขั้นตอนนั้น ถ้าเกิดทำผิดพลาดขึ้นมานั้นหมายถึงชีวิต เอาละต่อจากนี้ให้ท่านถอดเสื้อผ้าแล้วลงไปแช่ในถังน้ำอุ่นที่พวกข้าได้เตรียมเอาไว้แล้ว”

            เมื่อแม็กซ์ได้ยินคำพูดที่แนะนำตนแล้วจึงได้ถอดเสื้อผ้าบางส่วนออกก้าวเท้าลงไปนั่งแช่ในถังน้ำอุ่น ต่อจากนั้นกันนาร์จึงได้นำสมุนไพรที่พวกเขาสละเวลาออกไปหากันภายในป่าทั้งสามชนิดถูกโยนลงไปในถังน้ำอุ่นทันทีพืชสมุนไพรทั้งสามชนิดทำปฏิกิริยากับน้ำอุ่นจึงค่อย ๆ ละลายหลอมรวมกับน้ำอุ่นนั้น ถ้าพากันมองให้ดีด้วยสายตาทุกคนจะเห็นกระแสของปราณธรรมชาติที่กำลังเอ่อล้นออกมาพร้อมกับไอน้ำให้ได้เห็นกัน ทั้งสามคนพึ่งจะได้รับรู้กันเดี๋ยวนี้เองว่า พืชสมุนไพรทั้งสามชนิดที่พวกตนได้ไปหากันมานั้นสามารถปลดปล่อยปราณธรรมชาติได้มากมายเพียงนี้

            “เอาละต่อจากนี้ให้ลุงแม็กซ์ใช้ใจส่งไปติดตามกระแสปราณที่ข้าได้ถ่ายเข้าไปตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายแล้วจงจดจำมันเอาไว้ให้ดี ต่อไปท่านก็สามารถทำเช่นนี้เองได้ ถึงแม้ว่าข้าจะไม่อยู่ช่วยเหลือก็ตามที”

            เมื่อเขาได้พูดจบลงจึงได้ฝังเข็มตามจุดชีพจรต่าง ๆ ที่เขาเห็นว่าสมควรแล้วถ่ายเทพลังปราณของตนเองให้หมุนวนไปตามจุดชีพจรต่าง ๆ อย่างช้า ๆ ค่อย ๆ เป็นไปทุก ๆ ครั้งที่จุดชีพจรได้ถูกทะลวงผ่านไป แม็กซ์นั้นก็จักได้พบกับความเจ็บปวดเหมือนอย่างครั้งแรกที่กันนาร์เคยได้ทำมาก่อนนั้นเอง แต่ด้วยแม็กซ์เองเคยเป็นทหารผ่านศึกพบเจอต่อความเจ็บปวดมากมายหลายชนิดเรื่องนี้จึงทำให้เขาสามารถอดทนรับมันได้โดยไม่ปริปากบ่นหรือร้องออกมาให้ได้ยินเลยสักครั้งเดียว

            เหตุการณ์เช่นนี้ย่อมอยู่ในสายตาต่อเพื่อนสนิทของเขาทั้งลีโอ วอลเลอร์ เจคอป ทุกครั้งที่พวกเขาได้มองเห็นสีหน้าลุงแม็กซ์ที่ต้องได้รับกับความเจ็บปวดมันทำให้จิตใจดวงน้อย ๆ ทั้งสามดวงเกิดความสั่นไหวเมื่อพวกเขานึกถึงความกล้าหาญอดทนต่อความเจ็บปวดได้ด้วยแล้ว มันเป็นเรื่องที่น่ายกย่องชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะมีเสียงให้ร้องออกมาหรือเปล่า

            กระบวนการรักษาจึงได้ดำเนินการไปเรื่อย ๆ เวลาได้ผ่านล่วงเลยผ่านไปแล้วประมาณสามชั่วโมงเมื่ออยู่ ๆ ก็เกิดกระแสลมปราณผันผวนขึ้นมามันปะทุออกมาจากร่างกายของแม็กซ์จนถึงระเบิดถังไม้ใหญ่แตกกระจายในทันที ตัวกันนาร์เองก็ย่อมคาดเดาได้อย่างถูกต้องแม่นยำจึงได้ก้าวหลบออกมาอยู่ไม่ห่างจากตรงจุดนั้นเท่าใดนัก                  ตูม....!!!

            “ในที่สุดข้าก็สำเร็จเสียที”

            “ตอนนี้อย่าพึ่งด่วนดีใจเลยครับลุงแม็กซ์นี่มันเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของการก้าวสู่เป็นผู้ฝึกยุทธ์เท่านั้นหนทางข้างหน้าท่านต้องเริ่มฝึกฝนใหม่ทั้งหมด ตอนนี้ข้าสามารถช่วยท่านได้แต่เพียงเท่านี้ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับตัวท่านเองแล้วละ  แล้วข้ามีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายที่ต้องการจะบอกท่าน ลุงแม็กซ์ท่านต้องการฟังข่าวไหนก่อนดีล่ะ”

            “ถ้าอย่างนั้น ลุงขอฟังข่าวร้ายก่อนก็แล้วกันหลานชาย”

           “ข่าวร้ายท่านไม่สามารถฝึกเวทย์มนต์ได้เหมือนคนอื่นเช่นเดิมอีกแล้ว เพราะด้วยความเสียหายอันใหญ่หลวงต่อวงแหวนเวทย์ของท่าน เรื่องนี้ท่านลุงก็น่าจะรู้ดียิ่งไปกว่าข้าเสียอีก หรือไม่อย่างนั้นท่านต้องรอให้ข้าคิดหาแนวทางวิธีในการรักษาวงแหวนแห่งเวทย์มนต์หลังจากนี้”

            “เรื่องนั้นข้าเข้าใจดี  แต่ดูเหมือนว่าข้าคนนี้จะสามารถกลับมาฝึกฝนบ่มเพาะพลังได้ใหม่อีกครั้ง ไม่รู้เพราะเหตุใดพอหลังจากการที่เจ้ารักษาข้าแล้วมันทำให้รู้สึกแบบแปลกประหลาดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันรู้สึกถึงความมีพลังอำนาจอันลึกลับที่ไม่เคยปรากฏมีให้โลกใบนี้เสียอย่างนั้น  ไม่รู้ว่าข้ารู้สึกถูกต้องไหม”

            “ความรู้สึกของท่านนั้นไม่ได้หลอกลวงเลย นี่จึงเป็นข่าวดีสำหรับท่านที่ข้าจะบอกให้รู้”

            “ข้าสามารถจะกลับมีพลังอำนาจเหมือนเมื่อก่อนอีกครั้งอย่างนั้นเหรอกันนาร์”

           “ใช้แล้วละลุงแม็กซ์ ตามที่ข้ารู้มันน่าจะทำให้ท่านแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่าตัวที่ท่านเคยเป็นอยู่ถ้าสามารถฝึกได้อย่างถูกต้องโดยมีข้าเป็นคนชี้แนะ”

            “ตุบ ๆ “  หัวเข่าของแม็กซ์รู้สึกหนักขึ้นมาทันที เพราะด้วยศักดิ์ศรีและเป็นคนที่มากอายุไม่สมควรที่จะคุกเข่าให้กับเด็กน้อยวัย  15  ปีเช่นคนนี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขา  ต่อเมื่อตัวแม็กซ์ได้ยินคำพูดที่เด็กน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาได้พูดมานั้นมันคล้ายกับทำให้ตนได้กลับคิดว่าเป็นประหนึ่งอาจารย์กับลูกศิษย์ที่กำลังได้ถูกชี้แนะหนทางสว่าง เขาย่อมมีความฉลาดรู้ดีว่าคำพูดนี้นั้นได้หมายถึงอะไร

            เหตุการณ์นี้จึงทำให้เพื่อน ๆ ที่สนิทของเขาทั้งสามคนต่างพากันอ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน พวกเขาไม่นึกเลยว่าคนที่มีอายุมากเช่นลุงแม็กซ์คนที่พวกเขาได้ให้ความสนิทสนมมีความเคารพนับถือมาโดยตลอดอยู่หลายปีจะสามารถกระทำเช่นนี้ได้ต่อหน้าเด็กน้อยยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเช่นพวกเขา  ต่อเมื่อพวกตนได้มองเห็นถึงความเป็นไปที่ผ่านมานั้น  จึงทำให้พวกเขาได้เกิดคิดถึงความสามารถที่มีอยู่ของกันนาร์ที่เป็นเพื่อนสนิทของพวกเขาคนนี้จักมีมากมายสักเท่าใดกัน

            เขาสามารถสังหารหมูป่าขนไฟที่มีระดับพลังแตกต่างกันฟ้ากับเหวให้ตายได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว  ถ้าเรื่องนี้ไม่ได้เห็นด้วยตาของตนเองก็ไม่อาจจะทำให้เชื่อได้  แต่พวกเขาทุกคนต่างก็ได้พบเห็นมาด้วยตาของตนเองมาแล้วทั้งนั้น

            “เอาละลุงแม็กซ์ลุกขึ้น ข้าไม่ต้องการให้ท่านกระทำเช่นนี้สำหรับข้าซึ่งมีอายุน้อยกว่าอยู่หลายช่วงเวลา  ถ้าท่านไม่รังเกียจข้าขอเรียกท่านว่าลุงที่เคารพนับถือเหมือนอย่างเช่นเดิมเสียยังดีกว่า  เหตุที่ข้าต้องการรักษาให้ท่านนั้นคือง่ายนิดเดียว ท่านเป็นคนดีที่น่าสนับสนุน เพราะว่าท่านได้กระทำมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่พวกเราได้รู้จักกัน ท่านไม่ได้แสดงความรังเกียจพวกเราที่เป็นเด็กยากจนฐานะไม่ร่ำรวยเหมือนลูกหลานขุนนางทั้งหลาย มีบ้างครั้งท่านยังแบ่งบันข้าวอาหารให้กับพวกเราได้กินอิ่มเมื่อไม่มีข้าวจะกิน พวกเราได้อาศัยท่านเพื่อปากท้องมาหลายปี มันถึงคงถึงคราวแล้วที่พวกข้าจะตอบแทนท่านถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงแค่นี้ก็ตามที แต่ก็ข้าก็ยินดีทำเพื่อคนดีเช่นท่านลุงแม็กซ์”

            “เรื่องนั้นข้าเข้าใจดีหลานชาย ถ้าเจ้าเดือดร้อนอะไรเพียงแค่เอ่ยปากบอกมาข้าคนนี้จะยินดีช่วยเหลือพวกเจ้าเสมอจักไม่ปริปากบ่นเลยสักคำเดียว”

            “คำพูดเช่นนี้ข้ารับรู้ด้วยใจแล้วว่าท่านเป็นคนรักษาคำพูดของท่านเสมอ  แต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าจักขอร้องท่าน ไม่รู้ว่าลุงแม็กซ์ของข้าคนนี้จะสามารถรับปากได้ไหม”

            “เรื่องอะไรขอเพียงแค่เจ้าบอกมาหลานชาย”

           “เรื่องที่เกิดขึ้นกับท่านในวันนี้ขออย่าได้บอกใครตลอดชีวิตนี้ของท่าน เพราะว่ามันจะมีผลกระทบที่ใหญ่หลวงตามมาที่ไม่อาจจะคาดเดาได้ ผู้คนจะเริ่มแตกตื่นถึงความสามารถของท่านด้วยเวลาเพียงไม่นานที่ท่านลุงแสดงฝีมือออกมา ผู้คนจะสืบหาถึงความเป็นไปได้ถ้าเจอคนดีก็อาจจะเสมอตัว แต่ถ้าพบเจอคนชั่วจักนำความเดือนร้อนมาให้โดยไม่รู้จักจบสิ้น  เรื่องที่ข้าพูดนี้ข้าไม่ได้ขอร้องเพียงแต่ท่านลุงแม็กซ์คนเดียวเท่านั้น  แต่รวมไปถึงพวกเจ้าด้วยที่เป็นเพื่อนสนิทของข้าที่อุตส่าไว้ใจ”

            “ข้าขอสาบานด้วยชีวิตว่าชั่วชีวิตนี้ข้าจะไม่บอกใครถึงเรื่องนี้”

            “พวกข้าด้วย  กันนาร์พวกข้าก็จะไม่บอกใคร”

            “งันก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ข้าได้มีโอกาสรู้จักกับท่าน และเพื่อนเช่นพวกเจ้า  เอาล่ะใครจะเป็นรายต่อไปพวกเจ้าตกลงกันแล้วหรือยัง”

            “ฮ่ะ...!!!  เดี๋ยวก่อนกันนาร์พวกข้าตามความคิดของเจ้าไม่ทันแล้วนะ”

            “ข้าหมายถึงใครจะเป็นรายต่อไปที่จะลงไปแช่น้ำนั่นเหมือนอย่างลุงแม็กซ์ไง”

            “เฮ้ย...!!!  จริงดิ๊  ข้าไม่เอาอ่ะ เจ้าก่อนเลยเจคอป”

            “หยุดเล่นกันได้แล้ว และไม่ต้องเกียงกันมาทีละคน เจ้ามาก่อนเลยวอลเลอร์”

            “เดี๋ยวก่อนได้ไหม ข้าว่าเราต้องไปหาถังไม้ใบใหม่มาก่อนดีไหมกันนาร์”

            “เอาตามนั้น  รบกวนลุงแม็กซ์ช่วยข้าเตรียมถังไม้สำหรับแช่เจ้าพวกลิงนี้ทีครับ”

            “ฮ่า ๆๆๆ    เรื่องนั้นขอให้มันเป็นปัญหาสำหรับข้าคนนี้เอง เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงหลานชาย”

            “ขอบคุณท่านลุงเป็นอย่างมาก”

            “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใดเลย บ้านข้ามีถังไม้เอาไว้ตั้งว่าเยอะแยะ”

            ช่วงเวลาต่อจากนั้นบ้านหลังนี้จึงเต็มไปด้วยเสียงร้องอันโหยหวนดังระงมไปทั่วบริเวณบ้าน เสียงนั้นอาจจะคล้ายเสียงจากวิญญาณร้ายที่กระซิบแผ่วเบาลอยไปตามสายลม แต่เมื่อตั้งใจฟังให้ดีมันคือเสียงของคนที่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างทุกข์ทรมานแสนสาหัส  มันจึงไม่เป็นเรื่องแปลกอันใดสำหรับเด็กน้อยอย่างเช่นพวกเขา  ต้องมาอดทนต่อการที่ถูกทะลวงจุดชีพจรทั้งหมด  360  จุดนั้นมันไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเลยที่จักสามารถอดทนได้  ต่อเมื่อพวกเขาได้พบกับผลลัพธ์หลังจากถูกทะลวงทุกจุดชีพจรได้ทั้งหมดแล้วกับสิ่งที่ทุกคนถูกทรมานความเจ็บปวดกันมาก่อนหน้านั้นมันจึงถือว่าเป็นเรื่องที่สุดแสนจะคุ้มค่าถ้าสามารถอดทนได้ สภาพร่างกายของพวกเขารู้สึกว่ามีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมากมายหลายเท่า ผิวพรรณเปล่งประกายสดใสนวลผ่องเหมือนดั่งเด็กน้อยแรกเกิดก็ไม่ปานเลยทีเดียว

            “พวกเจ้าเป็นอย่างไรกันบ้างกับผลสำเร็จที่ได้รับกัน”

          “ข้าต้องขอขอบใจเจ้ามากกันนาร์ มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากเลย ร่างกายของข้าเมื่อก่อนไม่ได้ปลอดโปร่งโล่งสบายเช่นนี้ มันเป็นเหมือนดั่งว่าข้าสามารถหายใจได้ทางผิวหนังเลยทีเดียว ดังนั้นนับต่อไปนี้เจ้าถือได้ว่าเป็นเพื่อนตายสำหรับของข้าลีโอคนนี้”

            “ข้าวอลเลอร์คนนี้ด้วยอีกคน”

            “ข้าเจคอปคนนี้ด้วยอีกคนกันนาร์ ต่อไปมีอะไรขอให้บอกพวกเราไม่ว่าเรื่องนั้นจะอยากเย็นแสนเข็นสักเท่าไรพวกเราก็จะทำให้เจ้าจงได้”

            “เอาละต่อไปข้าจะสอนแนวทางของเคล็ดวิชาที่ข้าได้เรียนรู้มา และพวกเจ้าไม่ต้องสงสัยว่าได้มันมาอย่างไร”

            “เรื่องนั้นพวกข้ารู้ดีแล้วละ”

            “เอาล่ะลุงแม็กซ์ข้าจะเริ่มสอนเคล็ดวิชาที่เหมาะสำหรับพวกเรา ข้าสามารถรับลองได้ว่าเมื่อทุกคนลงมือฝึกมันจนสำเร็จได้แล้วในระดับหนึ่ง น้อยคนนักที่จักสามารถจับชายเสื้อของท่านได้หรือทำให้ท่านได้รับบาดเจ็บ”

            “โลกนี้มีเคล็ดวิชาอย่างที่เจ้าว่าอย่างนั้นเหรอหลานชาย”

            “มีอย่างแน่นอนท่านลุง เอาละทุกคนตั้งใจฟังให้ดี เคล็ดวิชานี้เรียกว่า "ย่างก้าวดุจสายฟ้า" อานุภาพของมันเหมือนดั่งชื่อที่เรียกขาน ไปมาไร้ร่องรอยถ้าเราฝึกสำเร็จ  ข้าจะแสดงให้ท่านดูก่อนว่าอานุภาพของมันเป็นอย่างไร”               พรึบ .....!!!

            “เจ้าสามารถเปิดมิติเชิงพื้นที่ได้เหรอหลานชาย”

            “เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเวทย์มนต์เลยสักนิดเดียวท่านลุง  แต่ทุกเคล็ดวิชาที่ข้ากำลังจะสอนท่าน มันอาศัยพลังขับเคลื่อนที่เรียกว่า ลมปราณ หรือที่พวกท่านเรียกกันติดปากว่า พลังเวทย์ นั่นเอง  แต่เวทย์มนต์ต้องอาศัยการร่ายคาถาพร้อมกับใช้พลังเวทย์เป็นจุดเชื่อมต่อกันจึงจะได้ผล แต่มันมีข้อเสียที่ใหญ่หลวงเมื่อต้องใช้ช่วงเวลานานในการร่ายมนต์บท ๆ หนึ่ง  แต่สำหรับลมปราณแล้วมันไม่ต้องอาศัยการร่ายมนต์เพียงแค่เราเคลื่อนลมปราณไปตามเคล็ดวิชาก็สามารถเคลื่อนย้ายร่างกายไปตามทิศทางที่เราต้องการได้แล้ว มันจึงง่ายและใช้เวลาน้อยกว่าเวทย์มนต์ตั้งหลายเท่าตัว”

            “มันเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจจริง ๆ ถ้าข้าฝึกสำเร็จแล้วจะเป็นเช่นไรนะ”
            "อย่างน้อยข้าคนหนึ่งก็เทพทรูละ เจ้าว่าไหมเจคอป"
            "เทพจับหมูมากกว่ามางวอลเลอร์"
             ฮ่า ๆๆๆ
            "ป๊าป......!!!  เข้าให้  พวกเจ้ายังจะมาเล่นกันอยู่อีกเริ่มฝึกกันได้แล้ว"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 518 ครั้ง

399 ความคิดเห็น

  1. #137 K17099 (@17099) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 23:06
    โลกนั้นมีคำว่าเทพทรูด้วยเหรอ ความหมายเหมือนเทพทรูโลกนี้รึเปล่า -.-
    #137
    0
  2. #101 Fresher Aeolus Zephyrus (@fresherzephyr) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 23:04
    ตอนแรกที่พระเอกเอ่ยลมปราณออกมา ทั้งลุงทั้งเพื่อนไม่น่ารู้จักนะครับ พระเอกควรต้องชี้แจงให้คนอื่นฟังก่อนว่าลมปราณคืออะไร นี่แปลกใจที่ทุกคนปล่อยให้พระเอกพูดโดยไม่ถามว่ามันคืออะไร
    #101
    0
  3. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:12
    5555ต่อๆอยากเห็นเจ้าพวกนี้ร่วมมือกันฝึกร่วมมือกันฟามและสิ
    #3
    0