คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [OS] Adore You | Mingyeong x Yebin [OS] Adore You | Mingyeong x Yebin | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Adore You

เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 ก.ค. 59 / 22:14



ถ้าไม่ได้เจอกับตัวเองคนอย่าง คังเยบิน ก็ไม่มีทางที่จะเชื่อใน ‘รักแรกพบ’ หรอก แต่ตอนนี้เธอดันเจอกับตัวเองน่ะสิ มันอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูกว่ารักแรกพบเป็นยังไง แต่เป็นความรู้สึกประมาณว่า คนนี้แหละใช่เลย  และคนที่เป็นรักแรกพบของเยบินก็คือพี่สาวคนสวยเจ้าของร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้ๆบ้านเธอ
 
 
เยบินเดินผ่านร้านนั้นทุกวันนั่นแหละ จริงๆทางกลับบ้านก็มีอีกทางที่ใกล้กว่าแต่เธอก็เลือกที่จะใช้เส้นทางนี้ทั้งไปโรงเรียนและกลับบ้าน เพราะอะไรน่ะหรอ? ทายสิมันง่ายจะตายไป
 
 
ก็เพราะว่าเธอจะได้เห็นหน้าพี่เขาทุกครั้งที่มีโอกาสไง
 
 
แต่ถ้าวันไหนพี่คนสวยวุ่นอยู่กับในครัวตอนที่เยบินเดินผ่านพอดีคนตัวเล็กก็จะอดเห็นใบหน้าสวยๆ ร้านนี้เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นานราวๆสองอาทิตย์ พอเธอได้ยินว่ามีร้านอาหารเปิดใหม่ด้วยความอยากรู้เลยนัดกับเพื่อนๆหลังเลิกเรียนมาที่ร้านนี้แล้วเธอก็ได้เจอกับพี่คนสวย ครั้งแรกที่เจอก็มีแต่คำว่าสวยเต็มหัวสมองไปหมด นอกจากคำว่าสวยเธอก็นึกคำอื่นไม่ออกแล้วล่ะ แต่ที่สำคัญคือเยบินยังไม่รู้เลยว่าพี่เขาชื่ออะไร
 
 
แค่สบตายังไม่กล้า..มีหรอเยบินจะกล้าเดินเข้าไปถามชื่อ
 
 
แค่ได้เห็นหน้าก็พอใจแล้วล่ะ
 
 





“เยบิน วันนี้ฝากพาเจ้าบีนออกไปเดินเล่นหน่อยนะพอดีว่าแม่มีงานด่วน เดี๋ยวต้องรีบไปที่บริษัท”
 
ยังไม่ทันที่เยบินจะตอบตกลงแม่ของเธอก็คว้ากระเป๋าแล้วออกจากบ้านไปในทันที ร่างเล็กที่นอนเป็นก้อนมาชเมลโล่อยู่ตรงโซฟาจึงค่อยๆลุกขึ้น แล้วเดินไปหาเจ้าน้องหมาพันธุ์คอร์กี้ที่ชื่อว่า บีน
 


“ทำไมถึงอ้วนแบบนี้เนี่ย แม่เลี้ยงแกดีกว่าเลี้ยงฉันอีกนะรู้มั้ย”  เยบินส่งนิ้วเล็กไปจิ้มพุงของเจ้าหมาที่นอนอืดอยู่ตรงประตูบ้าน  “ลุกขึ้นได้แล้วเจ้าอ้วน”
 


คนตัวเล็กออกคำสั่ง แต่เจ้าบีนก็ยังนอนพุงย้วยอยู่เช่นเดิม
 


“ย๊า! ลุกขึ้นสิวันนี้ฉันจะพาแกไปดูพี่คนสวยที่เคยเล่าให้ฟัง”
 


เยบินพูดอีกครั้ง และครั้งนี้เจ้าหมาอ้วนพันธุ์คอร์กี้ก็ยอมลุกขึ้นแต่โดยดีเยบินจึงหยิบปลอกคอและสายจูงสีชมพูไปใส่ให้เจ้าหมาแล้วพามันออกไปเดินเล่น
 
 
เยบินยอมรับว่าเธอกับเจ้าบีนนี่ช่างเหมือนกันจริงๆ ทั้งในส่วนของความอะเลิทและความขาสั้นแต่ถ้าใครบอกว่าเยบินพุงย้วยเหมือนเจ้าบีนล่ะก็เธอจะเถียงสุดชีวิตเลยแหละ พอออกมาจากบ้านได้ซักพักคนตัวเล็กก็เข้าใจว่าการพาเจ้าหมาอ้วนออกมาเดินเล่นนี่ช่างยากเสียจริงๆ นอกจากจะชอบวิ่งไปนู้นมานี่ตามใจตัวเองก็ยังแรงเยอะอีกต่างหากเยบินจำต้องใช้สองมือในการจับสายจูง มันไม่เหมือนเธอพาเจ้าของออกมาเดินเล่นแต่เหมือนเจ้าบีนพาเธอออกมาเดินเล่นมากกว่า เพราะว่ามันลากเธอไปทุกๆที่ต้องการ และโชคร้ายที่เยบินแรงน้อยจึงได้แต่เป็นผู้ตาม
 
 
โฮ่ง โฮ่ง
 
“นี่บีน อยู่นิ่งๆบ้างสิฉันหมดแรงแล้วเนี่ย”
 
 
เยบินไม่เข้าใจว่าแม่ของเธอทนเจ้าหมาอ้วนนี่ได้ยังไงกัน เจ้าหมาตัวนี้ทำเธอเกือบล้มหน้าทิ่มไปหลายที พอเธอเดินไปอีกซักพักเจ้าบีนก็ไปสะดุดตากับผีเสื้อและแน่นอนอย่างเจ้าอ้วนนี่หรอจะไม่วิ่งตาม มันวิ่งตามไปทั่วและดูเหมือนว่าเจ้าบีนจะลืมว่าเยบินถือสายจูงอยู่และตอนนี้เธอก็โดนลากไปทั่ว
 
 
“ย๊า!! หยุดนะ!!”
 
 
แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น คังเยบินทำเชือกจูงหลุดจากมือ.. ใช่เธอทำมันหลุดจากมือนั่นเป็นเพราะว่าเจ้าบีนกระชากแรงเกินไปและเธอก็คงจะจับไว้ไม่แน่นพอ เยบินพยายามจะวิ่งตามเจ้าบีนแต่เธอก็วิ่งไม่ทัน ในที่สุดเจ้าอ้วนก็วิ่งหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้เธอพยายามตะโกนเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับเลยซักนิดเดียว
 
ร่างเล็กเดินหาเจ้าอ้วนตามทางไปเรื่อยๆและนึกโทษตัวเองที่จับสายจูงไว้ไม่แน่นพอ ถึงแม้เยบินจะชอบแกล้งเจ้าหมาอ้วนแต่เธอก็รักมันมากเพราะว่าเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเล็กๆ และเธอก็เดินมาถึงร้านของพี่คนสวย เหมือนโชคจะเข้าข้างเธอที่พี่เจ้าของร้านยืนรดนํ้าต้นไม้อยู่หน้าร้านพอดิบพอดี
 
 


“ขอโทษนะคะ”
 


“คะ?”
 


“ค..คือพี่พอจะเห็นหมาพันธุ์คอร์กี้ที่ใส่ปลอกคอสีชมพูผ่านมาแถวนี้บ้างมั้ยคะ?”
 


“น้องหมาพันธุ์คอร์กี้งั้นหรอคะ.. พี่ไม่เห็นเลยนะ”
 


“ม..ไม่เห็นจริงๆหรอคะ..”
 


คนตัวเล็กถามอีกครั้งแต่พี่คนสวยก็ได้แต่ส่ายหน้า
 


“เดี๋ยวสิร้องไหมทำไมกันคะ อย่าบอกนะว่าเราทำน้องหมาหาย?”
 



คังเยบินเป็นคนขี้แย เธอไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้แต่พอเธอรู้สึกอยากจะร้องไห้ก็ไม่เคยจะห้ามตัวเองได้ซักครั้งเดียว
 



“ฮืออออ” 
 


ในที่สุดนํ้าตาที่เธอพยายามกลั้นเอาไว้ก็ไหลออกมา ยิ่งพยายามกลั้นมากเท่าไหร่มันก็จะยิ่งไหลออกมามากขึ้นเท่านั้น
 
เยบินกังวล และเป็นห่วงเจ้าหมาอ้วนของตัวเองเธอไม่รู้ว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรอยู่และถ้าเยบินหามันไม่เจอก็คงจะรู้สึกผิดไปอีกนาน
 
แต่แล้วก็มีสิ่งที่ทำให้เธอตกใจสุดๆเกิดขึ้น นั่นก็คือคนตัวสูงตรงหน้าดึงเธอเข้าไปกอดและลูบผมอย่างแผ่วเบา
 



พี่คนสวยคลายอ้อมกอดออกแล้วจึงพูด “ไม่ร้องนะคะ พี่ว่าคงไปได้ไม่ไกลหรอกเดี๋ยวพี่จะช่วยหานะ”
 


เป็นประโยคที่แสนจะธรรมดาแต่ไม่รู้ทำไมเยบินถึงรู้สึกอุ่นใจขึ้นอย่างประหลาด
 


“เพราะฉัน ฮึก.. เป็นเพราะฉันจับสายจูงไม่แน่นพอ ฮืออออ”



“ใจเย็นๆก่อนนะ มีที่ๆเราพาน้องหมาไปบ่อยๆบ้างไหม พี่คิดว่ามันอาจจะไปอยู่ที่นั่นก็ได้”
 


เยบินยกมือเล็กขึ้นมาปาดนํ้าตาอย่างลวกๆ “มีค่ะ สวนสาธารณะที่อยู่ใกล้ๆนี้”
 



เมื่อเยบินพูดจบพี่คนสวยก็ตกลงว่าจะไปช่วยเธอหา คนตัวสูงเหมือจะฝากเพื่อนอีกคนให้ช่วยดูร้านถ้าเยบินจำไม่ผิดคงจะชื่อว่า คยองวอน


และแล้วพวกเธอทั้งสองคนก็มาถึงยังสวนสาธารณะ เยบินรู้สึกขอบคุณที่พี่คนสวยมากับเธอ ทั้งๆที่ไม่รู้จักกันและไม่รู้ชื่อกันเลยแท้ๆ
 



“ฉันว่าคงไม่เจอแล้วแน่ๆเลยค่ะ” เยบินพูดขึ้นหลังจากผ่านมาหนึ่งชั่วโมงที่เธอเดินหน้าเจ้าหมาอ้วน
 


“อย่าพูดแบบนั้นสิ เดี๋ยวเราก็เจอ”
 





คนตัวสูงสงมือเรียวมาขยี้ผมของเยบิน มันเป็นความอบอุ่นที่อธิบายไม่ถูก แต่เยบินก็ชอบความอบอุ่นที่พี่คนสวยส่งมาให้  เยบินใจเต้นแรงตลอดเวลาที่อยู่กับคนคนนี้ และยิ่งคนตรงหน้าคอยปลอบเธอพร้อมกับส่งยิ้มมาให้มันทำให้คังเยบินใจเต้นแรงแทบจะระเบิด
 

 

โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง

 

 

ทันทีที่คนตัวเล็กได้ยินเสียงเห่าเธอก็ออกตัววิ่งตามเสียงไปในทันที เพราะว่าเธอมั่นใจว่านั่นต้องใช่บีนอย่างแน่นอน แต่ระหว่างที่กำลังวิ่งนั้นเยบินก็สะดุดกับอะไรบ้างอย่าง เข่าขวาของเยบินกระแทกพื้นเต็มๆ และมือทั้งสองข้างก็ถลอกนิดหน่อยเพราะใช้ยันตัวเองตอนล้มแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสนใจว่าเข่าของเธอจะเป็นยังไงบ้าง คนตัวเล็กลุกขึ้นและเริ่มต้นวิ่งอีกครั้ง วิ่งไปยังทางที่เธอได้ยินเสียงเจ้าหมาอ้วน

 

ในที่สุดเยบินก็เจอเจ้าบีน

 

“แกนี่ทำฉันเหนื่อยสุดๆเลยนะรู้ตัวมั้ย” คนตัวเล็กนั่งลงข้างๆเจ้าหมาอ้วนแล้วโน้มตัวลงไปกอด

 

“เห็นมั้ยพี่บอกแล้วว่าเดี๋ยวก็เจอ” พี่คนสวยที่วิ่งตามเยบินมาพูดขึ้น “พี่ชื่อมินกยองนะ คิมมินกยอง”

 

“ค..คัง..เยบินค่ะ”

 

เขิน เยบินก็ไม่รู้ว่าจะเขินอะไรก่อนดีระหว่าง รอยยิ้ม หรือ ที่พี่เขาจ้องหน้า

 

“ทำไมเยบินหน้าแดงจังเลยคะ? เพราะอากาศร้อนหรอ?”

 

เพราะพี่นั่นแหละ

 

“ป..เปล่าค่ะ ม.. ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”

 

 

เมื่อพูดจบเยบินก็จับสายจูงของเจ้าบีนไว้แน่นแล้วจึงลุกขึ้นยืนแต่พอคนตัวเล็กออกตัวเดินก็รู้สึกเจ็บที่เข่าขวา คนตัวเล็กก้มลงไปดูก็พบว่ามีเลือดไหลที่เข่าเต็มไปหมด

 

“เสร็จแล้ว เยบินก็ระวังอย่าไปวิ่งหกล้มอีกนะ” มินกยองพูดเมื่อทำแผลให้คนตัวเล็กเสร็จ

 

จริงๆแล้วเยบินก็ไม่คิดว่าจะมีโมเม้นท์ที่พี่เขามาทำแผลให้ตัวเองหรอกนะ แต่พอคนตัวสูงเห็นเข่าเธอเป็นแผลจึงลากคนตัวเล็กมายังร้านของตัวเองแล้วทำแผลให้ คังเยบินจึงฉวยโอกาสมองหน้าพี่เขาชัดๆตอนที่นั่งทำแผล และพูดได้เลยว่าความสวยของคิมมินกยองบรรยายวันนี้ก็คงไม่หมดแน่ๆ

 

 

“ขอบคุณนะคะ” เยบินกล่าวของคุณแล้วจึงส่งยิ้มให้

 

“ไม่มีแผลตรงอื่นแล้วใช่มั้ย?”

 

“ไม่มีแล้วค่ะ”

 

“แบมือซิ” คนอายุมากกว่าออกคำสั่งเยบินจึงยอมแบมือแต่โดยดี “ไหนบอกไม่มีแล้วไงคะ มือเราถลอกไปหมดแลย เป็นผู้หญิงต้องหัดดูแลมือของตัวเองนะรู้มั้ย” มินกยองพูดพลางหยิบสำลีชุบนํ้าเกลือมาเช็ดมือเล็กๆของเยบิน

 

คังเยบินหลงรักในความอบอุ่นของคิมมินกยอง



 

ถ้ารู้ว่า น่ารัก ใจดี แถมยังอบอุ่นแบบนี้คงรวบรวมความกล้าเข้าไปคุยด้วยตั้งนานแล้วล่ะ



“ยิ้มอะไรคะ?”

 

เยบินไม่รู้เลยด้วยซํ้าว่าตัวเองกำลังยิ้มอยู่ มานึกได้ก็ตอนที่พี่คนสวยทักนี่แหละ

 

“ป..เปล่าค่ะ”

 

“น่ารักจังเลยนะเรา”

 

พูดจบมินกยองก็บีบจมูกคนอายุน้อยกว่าด้วยความหมั่นเขี้ยว และเป็นอีกครั้งที่เยบินเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว


-----------------------------------

Adore You :-)                                                                                                                                                                                                          

ผลงานอื่นๆ ของ Pink Story

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 TitanMinGyeong
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 22:39
    ขอบคุณเจ้าบีนมากๆเลยนะลูก นี่มันไม่ใช่หมานี่มันกามเทพชัดๆ 55555555 ถ้ารู้ว่าพี่มินกยองจะอบอุ่นขนาดนี้ ถ้าเค้าเป็นบิ้นจะกระโดดไปให้รถจักรยานชนค่ะ อยากให้พี่มินกยองทำแผลให้ #ช่างลงทุนเหลือเกิน ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ จบเร็วจัง ยังอยากเห็นพี่กยองกับน้องบิ้นเค้าคุยกันมากกว่านี้จังเลยค่ะ T___T
    #4
    0
  2. #3 Cotton
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 07:08
    เจ้าบีนหมาคอร์กี้สื่อรัก เจ้าพุงย้อยขาสั้นเหมือนเจ้าของ แถมยังดิ้อเหมือนเจ้าของอีก ส่วนพุงย้อยก็เหมือนเจ้าของ /อย่าเถียงนะบิ้น 555555

    ส่วนพิกยองมีความกุลสตรีไทยพูดเพราะจังเลยค่ะ คะ ขา 55555555 แล้วทำไมพี่เค้าถึงดีอย่างนี้ละคะ สวยก็สวยจนบรรยายไม่หมด แสนดีอีกตังหาก ทำไมมันดีไปหมดอย่างนี้ละคะกยองงงงง อยากดั้ย

    ขอบคุณสำหรับฟิคกยองบิ้นนะคะ -////-
    #3
    0
  3. วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 03:04
    ยกความดีความชอบให้บีนนี่คอร์กี้ตัวกลมเลยค่ะ กามเทพสื่อรักของยัยบิ้นมนุษย์ถ้ำมองกับพี่สาวแสนสวยเจ้าของร้านอาหาร
    ไปกินร้านพี่เขาเพื่อส่อง กินไปกินมาแกจะอ้วนแทนคอร์กี้ยัยบิ้น55555 หมั่นอ่ะ มีการแบบสวย สวย สวยเต็มหัวสมอง เออเข้าใจ ตอนแรกที่เห็นมินกยอง คิม เราก็รู้สึกแบบนั้นกันทุกคน...สวยวัวตายควายล้ม ไม่แปลกเจ้าบิ้นจะหวั่นไหว
    แล้วดูพี่กยองมีการคะขา ไม่เห็นนะคะ ทำหายเหรอคะ ไม่ร้องนะคะ //ร้องแหกให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้
    หลงเวอร์ชั่นนี้แรงง บิ้นก็น่าเอ็นดูแรงงง ว่าแต่จบแค่นี้เหรอคะ เสียดายย ที่เหลือให้ไปลุ้นกันต่อว่าความสัมพันธ์เป็นยังไง อิอิ ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะะ
    #2
    0
  4. วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 03:01
    กรี๊ดด ทำไมมีเท่านี้คะ ความน่ารักของเจ้าบีน คอร์กี้พุงย้วยกามเทพสื่อรักของเจ้าบิ้นกับพี่กยองคนสวย
    เกลียดแกอ่ะบิ้น จะพาหมาไปดูพี่สาวคนสวยเนี่ยยนะ ถามมหมายังว่ามันอยากดูไหม555555 สนองกิเลศตัวเองก็บอกมาค่ะอย่าเวิ่นเว้อ !! 
    พี่กยองละมุนละไมไปอีกฟิคนี้ คะ ? ว่าไงคะ? ไม่เห็นนะคะ ...อย่ามาคะขา เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน *ลากกลับบ้าน*

    #1
    0