prae  pimpaka
ดู Blog ทั้งหมด

วาทยกร

เขียนโดย prae pimpaka

วาทยากร

เสนอ

อาจารย์ วิสาร สุทธิสว่าง

จัดทำโดย
 
เด็กหญิงพิมภกา น้าวประจุล
ม.3/7 เลขที่ 37

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


วาทยกร




 



วาทยากร (conductor) หรือผู้อำนวยเพลง คือคนที่ตีความหมายของบทเพลง โดยเห็นภาพรวมทั้งหมดของวงดนตรี มีหน้าที่ดึงความสัมพันธ์ของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นออกมาเพื่อสอดผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน อาจกล่าวอีกนัยได้ว่า วาทยกรเป็นผู้ที่สื่อสารกับนักดนตรีด้วยภาษามือ เป็นเหมือนภาษาใบ้ที่ใช้กับดนตรี พร้อมกันนี้วาทยกรต้องมีความเป็นผู้นำที่สามารถให้ความเชื่อมั่นแก่นักดนตรีด้วย เสมือนผู้กำกับ



วาทยกรควบคุมวงดนตรีโดยการใช้รหัสหรือสัญญาณมือ มักถือไม้บาตอง (Baton)ที่มือขวาสำหรับให้จังหวะ ส่วนมือซ้ายจะควบคุมในด้านอื่น เช่น ให้นักดนตรีเล่นเสียงดังหรือค่อย หรือเป็นการแสดงออกด้านอารมณ์อื่น ๆ ที่วาทยกรต้องการสื่อสารกับนักดนตรีในวง วาทยากรจะพบในการแสดงดนตรีที่ใช้นักดนตรีจำนวนมาก เช่นในวง ออร์เคสตร้า วงประสานเสียง ส่วนการบรรเลงดนตรีในวงดุริยางค์ค์ของกองทัพ อาจเรียกว่า หัวหน้าวงดุริยางค์

 

วาทยกรผู้เป็นสมาชิกของวงออร์เคสตร้าจะเป็นคนที่กำหนดทิศทางของวง ซึ่งบางครั้งเรียกว่า ผู้กำกับดนตรี หรือเรียกว่า คาเปลไมสเตอร์ (Kapellmeister) ในภาษาเยอรมันซึ่งหมายความถึง หัวหน้าวาทยากรในวงออร์เคสตร้าเยอรมัน สำหรับวาทยกรของวงประสานเสียง จะเรียก ผู้ควบคุมวงประสานเสียง ส่วนวาทยากรอาวุโสจะเรียกว่า มาเอสโตร (maestro - นาย) ในภาษาอิตาเลียน


แต่ความสำคัญของวาทยกรนั้น ไม่ได้อยู่แค่ที่การกำกับวงออกแสดงเท่านั้น กลับอยู่ที่การฝึกซ้อมนักดนตรีให้เล่นคีตนิพนธ์ต่าง ๆ ตามการตีความของวาทยกรแต่ละคน การนำวงดุริยางค์ออกแสดงเป็นแต่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ของการเล่นและการตีความคีตนิพนธ์นั้น ๆ เพราะการฝึกซ้อมต้องใช้เวลาที่ยาวนานกว่าการออกแสดงแต่ละครั้ง ทั้งนี้วาทยกรยังต้องเป็นผู้ที่สามารถแนะนำหรือแก้ไขเทคนิคต่าง ๆ ให้แก่นักดนตรีได้ วาทยกรที่ดีจึงมักจะเป็นนักดนตรีที่ดีมาก่อนด้วย จึงจะสามารถเข้าใจปัญหาของวงได้เป็นอย่างดี และรู้ความสามารถและขีดจำกัดของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด

วาทยกรที่ดีเป็นแบบใดนั้น เป็นเรื่องที่ให้คำจำกัดความได้ยาก เพราะวาทยกรบางคนให้จังหวะแก่นักดนตรีได้อย่างแม่นยำ แต่วาทยกรบางคนก็ดูประหนึ่งว่าไม่ค่อยให้จังหวะแก่นักดนตรี หรือที่นักดนตรีเรียกว่า "ให้คิว" แต่กลับสื่อสารกับนักดนตรีได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้น คุณค่าของวาทยกรจึงไม่ได้อยู่ที่ลีลาการกำกับวงเมื่อออกแสดง

 แต่อยู่ที่การฝึกซ้อมและการสื่อสารกับนักดนตรีให้เข้าใจ วาทยกรใหญ่หลายต่อหลายคนออกท่าทางน้อยมาก เช่น อิกอร์ มาร์เควิช (Igor Markevitch) หรือบางคนอาจดูเหมือนให้จังหวะที่สับสน เช่น วิลเฮ็ล์ม ฟวร์ตแวงเลอร์ (Wilhelm Furtwangler) แต่บทเพลงภายใต้การกำกับวงของเขาเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความล้ำลึก คุณค่าของวาทยกรจึงมิได้วัดด้วยสายตา แต่ต้องวัดจากการฟังของผู้ฟัง


    



  วาทยกรที่ดีเป็นแบบใดนั้น เป็นเรื่องที่ให้คำจำกัดความได้ยาก เพราะวาทยกรบางคนให้จังหวะแก่นักดนตรีได้อย่างแม่นยำ แต่วาทยกรบางคนก็ดูประหนึ่งว่าไม่ค่อยให้จังหวะแก่นักดนตรี หรือที่นักดนตรีเรียกว่า "ให้คิว" แต่กลับสื่อสารกับนักดนตรีได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้น คุณค่าของวาทยกรจึงไม่ได้อยู่ที่ลีลาการกำกับวงเมื่อออกแสดง แต่อยู่ที่การฝึกซ้อมและการสื่อสารกับนักดนตรีให้เข้าใจ วาทยกรใหญ่หลายต่อหลายคนออกท่าทางน้อยมาก เช่น อิกอร์ มาร์เควิช (Igor Markevitch) หรือบางคนอาจดูเหมือนให้จังหวะที่สับสน เช่น วิลเฮ็ล์ม ฟวร์ตแวงเลอร์ (Wilhelm Furtwangler) แต่บทเพลงภายใต้การกำกับวงของเขาเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความล้ำลึก คุณค่าของวาทยกรจึงมิได้วัดด้วยสายตา แต่ต้องวัดจากการฟังของผู้ฟัง

 

 

วาทยกรชื่อดังของไทย

 

-ดนู ฮันตระกูล

 

 นักดนตรีระดับอาจารย์ เป็นทั้งนักแต่งเพลง และ ผู้อำนวยเพลงชาวไทยเมื่อปี พ.ศ. 2519 หลังจากจบการศึกษาทางด้านเอกการประพันธ์จาก รอยัลคอนเซอร์วาตอรี กรุงเฮก ประเทศเนอเธอร์แลนด์ ดนู ฮันตระกูลได้ก่อตั้งภาคีวัดอรุณ คณะภาคีวัดอรุณได้รวบรวมเพื่อนพ้องทางดนตรีไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น จิรพรรณ อังศวานนท์, สุรสีห์ อิทธิกุล, กฤษณ์ โชคทิพย์พัฒนา และนันทิกา กาญจนวัฒน์ ซึ่งมีแกนนำอย่าง บรูซ แกสตัน และธนวัฒน์ (อนุวัฒน์) สืบสุวรรณหลังจากนั้นไม่นาน ดนู ฮันตระกูล ได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนดนตรีศศิลิยะ และได้เชิญเขตต์อรัญ เลิศพิพัฒน์ ซึ่งเป็นเพื่อนจากรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกันสมัยอยู่เมืองไทย เข้ามาเป็นผู้บริหารงานในตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน และในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ดนู ฮันตระกูล ได้เปิดบริษัทบัตเตอร์ฟลาย ซาวนด์แอนด์ฟิล์ม เซอร์วิส จำกัด ร่วมกับหมู่คณะทางดนตรีอีกหลายท่านที่มาจากกลุ่มภาคีวัดอรุณเข้าร่วมอีกครั้ง เช่น จิรพรรณ อังศวานนท์ สุรสีห์ อิทธิกุล กฤษณ์ โชคทิพย์วัฒนา และอื่นๆ อีกหลายท่านที่เข้ามาสมทบ เกินกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของเพลงโฆษณาทั้งหลายที่สังคมได้ยินได้ฟังทางสื่อต่างๆ นั้นล้วนเป็นผลงานจากกลุ่มคนบัตเตอฟลายทั้งสิ้น หากจะกล่าวประโยคที่ว่า "ผีเสื้อครองเมือง" ก็คงไม่ผิดจากความมุ่งหมายที่ต้องการให้โรงเรียนดนตรีศศิลิยะเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงกว้าง วงคีตกวีจึงถือกำเนิด โดยมีเขตต์อรัญ เลิศพิพัฒน์ และอัสนี โชติกุลเป็นผู้เขียนคำร้อง ในการนี้ 

เรวัติ พุทธินันทน์ อดีตสมาชิกของThe Impossible และ Oriental Funk ได้ก้าวเข้ามามีส่วนร่วม ภายใต้การอำนวยการผลิตโดยดนู ฮันตระกูล และได้ใช้ชื่อชุดว่า"เรามาร้องเพลงกัน" การรวมตัวกันในครั้งนั้น เป็นการนำเสนอ และแสดงออกทางด้านความนึกคิดต่าง ๆ ผ่านบทเพลง ไปจนถึงอุดมการณ์ของชีวิตทาง สังคม และปรัชญา แรงจูงใจแห่งความสำนึกของชุมชนโลกกว้างที่มุ่งไปทางสันติภาพในช่วงเวลาของสงครามเวียดนาม การเรียกร้อง แสวงหาสันติภาพ รวมไปถึงขบวนการฮิปปี้ที่เกิดขึ้นในยุคนั้น สิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลต่อดนตรีของพวกเค้า บทเพลงที่กรั่นกรองสู่สังคมจึงไม่ใช่แค่ความไพเราะ หรือโก้เก๋เท่านั้น ดนตรีที่ปั้นแต่งพร้อมกับอุดมการณ์จึงทำให้เนื้อหาค่อนข้างจะฟังยากอยู่หลายปี ดนู ฮันตระกูล ได้เริ่มก่อตั้งวงดนตรีไหมไทย เมื่อปี พ.ศ. 2530 ไหมไทยถือเป็นรูปแบบดนตรีเครื่องสาย 12 ชิ้น และพิณฝรั่ง ซึ่งเป็นวงดนตรีทีบรรเลงและขับร้องได้หวานซึ้ง นิ่มนวล ยึดถือธรรมชาติวัฒนธรรมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ชัดเจนของวง และในปีเดียวกัน 2530 ก็มีผลงานเพลงชุดแรก คือ ชีพจรลงเท้า และเขมรไทรโยกออกสู่สังคม ไหมไทยได้ร่วมงานกับ จรัล มโนเพ็ชร ออกเพลงชุด ลำนำแห่งขุนเขา โดยนำ เอาเพลงที่จรัล มโนเพชรแต่งมาร่วมร้องออกลักษณะพื้นเมืองเหนือ จนกระทั่งมาถึงงานเพลงชุด เงาไม้ ใน ปี 2532 ไหมไทย ได้เพิ่มนักร้องหญิงคือ สุภัทรา อินทรภักดี สร้างเพลงร้องและประสานเสียง คือเป็นมิติใหม่เต็มรูปแบบของไหมไทย ปัจจุบันวงไหมไทย ได้กลายเป็นวงแซมเบอร์ ออร์เคสตร้า ขนาดใช้ 32 คนใช้เครื่องดนตรีสากลบรรเลงตามแบบฉบับวงดนตรีชั้นนำทางประเทศตะวันตก วงไหมไทยได้สรรสร้างบทเพลงมากมายให้กับวงการเพลงบ้านเรา แต่อาจจะรับรู้กันไม่กว้างขวางนัก เนื่องจากมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และไม่ได้เขียนเพลงแบบอย่างที่นิยมตามตลาดไทยในขณะนี้

ดนู ฮันตระกูล ถือเป็นอาจารย์ของคนในวงการเพลงหลายๆคน นอกจากนี้ยังได้รับเชิญให้ไปแสดงคอนเสิร์ตในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส ปัจจุบันดนู ฮันตระกูล ยังคงเรียบเรียงผลงานเพลงอยู่เรื่อยๆ และมีการแสดงเป็นครั้งคราวคู่กับวงไหมไทยในโอกาสพิเศษต่างๆ เพื่อนำเสนอดนตรีอันเกี่ยวโยงกับศิลปะ และวัฒนธรรมไทย นอกจากนี้ยังทำธุรกิจร้านอาหารยุโรปกับครอบครัวบริเวณถนนสุขุมวิทอีกด้วย

 

-เด่น อยู่ประเสริฐ 

นักเปียโนแจ๊ส นักวิชาการ นักแต่งเพลง และวาทยกร เป็นผู้ได้รับรางวัลศิลปาธร สาขาดนตรี จัดโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ประจำปี พ.ศ. 2552เริ่มเรียนดนตรีที่โรงเรียนดนตรีสยามกลการ สถาบันดนตรียามาฮ่า และที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ในปีพ.ศ. 2529 ได้รับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนจากสโมสรโรตารี่และได้เข้าศึกษาที่ Interlake High School, Bellevue, รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ต่อมาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการแสดงเปียโนแจ๊สจาก วิทยาลัยศิลปะคอร์นิช ปริญญาโทสาขาดนตรีแจ๊สศึกษาจาก มหาวิทยาลัยนอร์ทเทกซัส และปริญญาเอก สาขาการประพันธ์เพลงและการสอนดนตรีแจ๊สจาก มหาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์นโคโลราโดสหรัฐอเมริกา นับเป็นคนไทยคนเดียวที่ได้รับปริญญาเอกทางด้านดนตรีแจ๊สได้ศึกษาเปียโน

แจ๊สกับ รศ.เดนา แลนดรี, ศ.แดน ฮาร์ลี, ศ.เดวิด แพก, และ ศ.แรนดี ฮาเบอร์สแตดท์ และศึกษาทางด้านการควบคุมและกำกับวงกับ ศ.ดร.แคนแนท ซิงเกอร์ตัน และ ศ.นิล สเลเตอร์ และศึกษาด้านการประพันธ์และการเรียบเรียงดนตรีกับ ร.อ.ต. ศ. (พิเศษ) ดร.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์, ศ.ดร.อีวาน คอปลี, ศ.ดร.จีน เอท์เคน, ศ.ปารีส รัทเทอร์ฟอร์ด, ศ.เจมส์ แนบ, และ ราฟ ทาว์เนอร์เคยดำรงตำแหน่งเป็น รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการที่ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และเคยเป็นผู้อำนวยเพลงวง UNC Jazz Lab Band II ที่ มหาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์นโคโลราโด

 

ปัจจุบัน ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ ดำรงตำแหน่งเป็นคณบดี

 

วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นผู้อำนวยเพลงวงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต และเป็นโปรดิวเซอร์สังกัด จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

 

 -ทฤษฎี ณ พัทลุง 

ทฤษฎี ณ พัทลุง  ทฤษฎี ณ พัทลุง 

(ชื่อเล่น: พิซซ่า) เกิด พ.ศ. 2529 เป็นนักประพันธ์ดนตรี และวาทยกรที่ได้รับการยอมรับในเมืองไทยที่และมีชื่อเสียงในระดับโลก ปัจจุบันทำงานเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยเพลงของวงบางกอกโอเปร่า นับเป็นคนไทยคนแรกที่บรรเลงผลงานของบาคได้ครบถ้วน Goldberg Variations ปัจจุบันได้ก่อตั้งวง Bangkok Baroque Ensemble นับเป็นนักดนตรีกลุ่มแรกในภูมิภาคนี้ ที่มีความเชี่ยวชาญดนตรีสไตล์บาโรกเป็นอย่างดีทฤษฎีเริ่มเล่นดนตรีเมื่ออายุได้ 13 ปี พอจบการศึกษาในระดับมัธยมต้นที่โรงเรียนหอวัง และศึกษาต่อในระดับมัธยมปลายที่ โรงเรียนเตรียมดนตรี



อ้างอิงจาก... www.wikipedia.org
 

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น