ตอนที่ 2 : หุบเขาเหลียงซาน Re

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 753 ครั้ง
    19 มี.ค. 62


        หุบเขาเหลียงซาน สูงเสียดฟ้าตั้งตระหง่านท้าทายทุกสรรพสิ่ง ความงดงามภายในหุบเขาดั่งสวรรค์บนแดนดิน ที่มีตำนานเล่าลือต่อกันมานานว่ามีนักพรตท่านหนึ่งสามารถสำเร็จวิชาเซียนอาศัยอยู่ในหุบเขานี้ และเมื่อห้าสิบปีก่อนนักพรตท่านนี้ได้ช่วยเหลือเด็กน้อย สามคนไว้จากโจรป่าและยังรับเด็กทั้งสามเป็นลูกศิษย์ถ่ายทอดสุดยอดวิชาในยุทภพให้ทั้งสามสืบทอดไป แต่ด้วยเด็กน้อยทั้งสามยังไม่บรรลุในวิชาเซียนจึงได้สืบทอดเฉพาะในส่วนที่ตนเองมีพรสวรรค์เท่านั้น
ระยะเวลาผ่านมาถึงสามสิบปีเมื่อนักพรตเซียนได้ถ่ายทอดวิชาให้ศิษย์รักทั้งสามคนจนหมดแล้วก็ถ่ายเทตะบะบำเพ็ญเพียรให้ศิษย์รักทั้งสามคน ๆ ละ ห้าสิบปีส่วนตะบะบำเพ็ญเพียรอีก ห้าสิบปีนั้นได้ผนึกเก็บไว้ในร่างที่ละสังขารเพื่อขึ้นสวรรค์ไปเป็นเซียนเต็มตัว ซึ่งตะบะดังกล่าวจะสามารถมอบให้ได้เฉพาะผู้มีบุญบารมีที่สวรรค์กำหนดเท่านั้น และศิษย์รักทั้งสามนอกจากการบำเพ็ญเพียรตามที่ร่ำเรียนกับนักพรตเซียนแล้ว ก็ยังนำวิชาที่อาจารย์ถ่ายทอดไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อน และผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าร่างเซียนในโลกมนุษย์ของผู้เป็นอาจารย์เพื่อรอผู้มีบุญมารับถ่ายทอดพลังตะบะของอาจารย์ไป

        หลังจากที่อาจารย์ละทิ้งร่างนักพรตเซียนขึ้นไปเป็นเซียนบนสวรรค์ได้ไม่นาน ท่านนักพรตทั้งสามก็ได้ให้ความช่วยเหลือเด็กหญิงที่ถูกทิ้งไว้ในระหว่างทางกลับเข้าหุบเขาเหลียงซาน


"เด็กน้อยผู้นี้มีรัศมีของแสงสว่างอยู่รายรอบตัวจึงทำให้พ้นภัยจากค่ายกลแปดทิศที่อาจารย์สร้างไว้ได้ ไม่แน่เด็กน้อยนี้อาจจะเป็นคนที่พวกเราเฝ้ารอก็เป็นได้" นักพรตเฉินผู้เป็นศิษย์พี่ใหญ่เอ่ยความคิดของตัวเองขึ้นมา


"นั่นสิ...ศิษย์พี่ใหญ่ แต่หากจะเลี้ยงไว้ใครจะเป็นคนดูแลหล่ะ" 


"ไม่น่าถามเลยศิษย์น้องรอง ก็ศิษย์น้องเล็กอย่างไรเล่า เด็กน้อยคนนี้ติดศิษย์น้องเล็กยิ่งกว่าใคร"


"โธ่....ศิษย์พี่ใหญ่ท่านดูศิษย์พี่รองก่อนเถิด ทำหน้าบอกบุญไม่รับเช่นนั้นเด็กที่ไหนจะเข้าใกล้กัน ส่วนตัวท่านเองก็ใช้ความเป็นศิษย์พี่ผลักภาระมาให้ข้าไม่ใช่หรือไร" ผู้เป็นศิษย์น้องเล็กกล่าวอย่างเจ็บใจ


"เอาน่าศิษย์น้องเล็ก ก็ข้าเป็นผู้สืบทอดวิชาสายแข็งมาจากอาจารย์ย่อมหยาบกระด้างกว่าศิษย์พี่ใหญ่ผู้สืบทอดวิชาสายอ่อน และเจ้าผู้สืบทอดวิชาหมอเทวดาอยู่แล้ว หากเด็กน้อยชมชอบบุรุษหยาบกระด้างเช่นข้า ข้าย่อมต้องเป็นผู้ดูแล"


"ส่วนตัวข้าเองนั้นก็บำเพ็ญพรตด้านความบริสุทธิ์จะให้เลี้ยงดูเด็กผู้หญิงย่อมไม่สามารถทำได้ ผิดกับเจ้าซึ่งเป็นหมอรักษาผู้ป่วยไม่แบ่งแยกชายหญิงนี่น่า"


"โธ่ศิษย์พี่ พวกท่านก็รู้ว่าข้าไม่เคยเลี้ยงเด็ก"


 "แต่ว่านะศิษย์น้องเล็ก เจ้ามีคนไข้มากมายให้คนพวกนั้นช่วยเหลือด้วยการช่วยเลี้ยงเด็กสิ จะไปอยากอะไร จริงไหม"


"จริงด้วย  ทำไมข้านึกไม่ถึงนะ  ขอบคุณท่านมากศิษย์พี่ใหญ่"

..............................


        ณ หมู่บ้านชายป่า ใกล้หุบเขาเหลียงซาน ท่านนักพรตทั้งสามได้เดินทางเข้าไปยังบ้านของแม่เฒ่าหลี่ซึ่งเป็นหนึ่งในคนป่วยที่รักษากับนักพรตอ้าย


"ท่านนักพรตทั้งสามเชิญเข้ามาในบ้านก่อนเจ้าค่ะ ท่านแม่และพี่หลี่จะต้องดีใจมากแน่ ๆ ที่ท่านมาเยือนในครั้งนี้"  สะใภ้หลี่ที่ออกมาเก็บผักหน้าบ้านเมื่อเห็นท่านนักพรตทั้งสามก็รีบเชิญอย่างยินดี พร้อมทั้งตะโกนบอกคนในบ้านอย่างไม่อาจปกปิดความยินดีได้


"ท่านแม่  พี่หลี่ ท่านนักพรตมาเยือนเจ้าค่ะ" ทุกคนในบ้านเมื่อได้ยินเสียงตะโกนล้วนรีบออกมาคารวะท่านนักพรตด้วยความทราบซึ้งใจพร้อมทั้งเชื้อเชิญท่านนักพรตเข้าไปในบ้าน


"ที่ข้าและศิษย์พี่ทั้งสองมาในครั้งนี้ก็ด้วยมีเรื่องขอความช่วยเหลือจากพวกท่าน"


"มีสิ่งใดที่พวกผู้น้อยสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของท่านนักพรตได้โปรดบอกเถิดเจ้าค่ะ พวกเรานั้นแม้ต้องบุกน้ำลุยไปก็พร้อมที่จะทำทุกเรื่อง"  แม่เฒ่าหลี่เป็นตัวแทนของทุกคนในบ้านเอ่ยขึ้น


"พอดีข้าและศิษย์น้องทั้งสองเก็บเด็กคนนี้มาได้ในระหว่างทาง แต่ด้วยพวกเรานั้นไม่สามารถที่จะเลี้ยงเด็กคนนี้ได้ จึงอยากรบกวนพวกเจ้าให้ช่วยพวกเราเลี้ยงเด็กน้อยคนนี่สักสองปี ให้เด็กน้อยพอรู้ความแล้วพวกเราจะมารับขึ้นไปดูแลบนเขาเหลียงซาน"


"ซึ่งในระหว่างนี้พวกเราศิษย์พี่น้อง จะหมั่นคอยมาเยี่ยมเยี่ยนดูแลเป็นประจำ" นักพรตกังเอ่ยขึ้นด้วยความเกรงใจ


"อย่าได้กังวลเลยเจ้าค่ะ  พวกเราจะดูแลเด็กน้อยนี้อย่างดีเจ้าค่ะ.....ว่าแต่เด็กคนนี้มีชื่อว่าอะไรเจ้าคะ"  แม่เฒ่าหลี่เอ่ยถามอย่างสงสัย


"งั้น....เด็กคนนี้ให้ชื่อว่าผิงอัน ก็แล้วกัน" ท่านนักพรตอ้ายถือโอกาสตั้งชื่อให้เด็กที่เก็บมาได้ด้วยตัวเอง


"เป็นชื่อที่ดี  สงบสุข และปลอดภัย" 

...............


          วันเวลาที่ล่วงผ่านจากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี เด็กน้อยก็เช่นเดียวกัน ผิงอันผู้เป็นที่รักของท่านนักพรตทั้งสามที่เฝ้าฟูมฟักทะนุถนอมก็ย่อมเติบโตตามกาลเวลา สาวน้อยรู้มาตลอดว่าตนนั้นไม่มีบิดามารดาเช่นคนอื่น ๆ แต่ด้วยความรักที่บิดาบุญธรรมทั้งสาม มอบให้รวมทั้งคนบ้านสกุลหลี่ที่มอบให้ก็ทำให้สาวน้อยเติบโตขึ้นมาอย่างมีความสุข ด้วยความที่เติบโตมาท่ามกลางความรักและปราถนาดีอย่างไม่มีข้อแม้ทำให้ ผิงอันไม่เคยมีความคิดร้ายใด ๆ ในจิตใจจึงยิ่งเป็นที่รักของคนทั้งหมู่บ้าน


         แต่ทว่าคนพยายามหรือจะสู้ฟ้าลิขิต เมื่อถึงเวลาต้องชดใช้ยังไงก็ไม่สามารถหนีพ้น เมื่อสาวน้อยผิงอันต้องพบเจอคู่วาสนาด้ายแดง แม้ท่านนักพรตทั้งสามจะพยายามหลีกเลี่ยงเท่าใดก็มิอาจช่วยเหลือได้ จำต้องปล่อยให้ลูกสาวตัวน้อยของตัวเองออกไปเผชิญโลกกว้าง แม้จะได้รับคำรับรองอย่างมั่นเหมาะจากบุรุษผู้นั้นท่านนักพรตอ้าย ผู้ได้ชื่อว่าหมอเทวดาก็ไม่อาจนอนใจ จึงได้มอบยาสูตรลับให้ติดตัวบุตรสาวบุญธรรมไปด้วย ยามมีภัยก็ให้ใช้เพื่อรักษาชีวิตให้รอดกลับมายังหุบเขาเหลียงซานให้ได้


         และแล้ววันที่ท่านนักพรตและครอบครัวสกุลหลี่ต้องหัวใจสลายก็มาถึง เมื่อบุรุษผู้นั้นที่เคยรับปากเป็นมั่นเหมาะได้พาร่างที่โทรมไปด้วยเลือดของทั้งตัวเองและสาวน้อยผิงอันในวัยเพียงสิบเจ็ดปีกลับมาที่หุบเขาเหลียงซานก่อนสิ้นใจตายโดยที่ยังไม่ได้เอ่ยปากบอกความจริงใด ๆ ในขณะที่ผิงอันต้องเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัสจากการคลอดบุตรซึ่งในระหว่างนั้นท่านนักพรตอ้ายกลับตรวจพบพิษที่ร้ายแรงที่ปะปนมากลับเลือดของบุตรบุญธรรม แม้จะอยากรู้สาเหตุเพียงใดก็ไม่อาจสอบถามได้ และเวลาแห่งการพลัดพลากก็มาถึงเมื่อเด็กน้อยคลอดจากครรภ์มารดา รอยยิ้มบนใบหน้าของผิงอันเป็นสิ่งเดียวที่ทุกคนในที่นั้นได้เห็นก่อนลมหายใจสุดท้ายจะสิ้นสุด แต่ทว่าเด็กน้อยที่เพิ่งคลอดกลับแทบจะไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้ยังดีที่ผิงอันได้กินยาสูตรลับไว้ก่อนทำให้สามารถรักษาชีวิตของลูกน้อยเพื่อให้มาพบบิดาบุญธรรมได้ ด้วยความเชื่อมั่นของตนและสามีนั้นเชื่อเสมอว่าหากบุตรในครรภ์ได้ถึงมือบิดาบุญธรรมเมื่อไหร่ แม้มีเพียงเสี้ยวลมหายใจสุดท้าย ลูกของตนก็ย่อมปลอดภัย




***อันนี้คือที่มาของความยุ่งเหยิง? หรือความสนุก?  ก็ไม่รู้สินะ 555 สำนวนที่ใช้ก็ไม่รู้ผู้อ่านจะเข้าใจหรือเปล่านะคะ พยายามจะถ่ายทอดออกมาให้เหมือนกับที่มันเกิดในหัวน่ะค่ะ

   ปล. เนื่องจากพิมพ์จากในโทรศัพท์เลยยังไม่ได้ตรวจคำผิดค่ะ ผิดเยอะยังไงก็ขออภัยเด้อค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 753 ครั้ง

305 ความคิดเห็น

  1. #295 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 21:14
    มาทีหลัง มิบังอาจสอนสั่ง..
    แต่ ทราบซึ้งใจ.. ผิดค่ะ
    ต้องเขียน.. ซาบซึ้งใจ
    ทราบ >> รู้
    ซาบ >> แผ่ไป กระจายไป
    #295
    1
    • #295-1 pranayakhe (@pranayakhe) (จากตอนที่ 2)
      28 มีนาคม 2562 / 21:21

      บางทีคำง่าย ๆ ก็ใช้กันผิดเยอะค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยตรวจให้ค่ะ ด้วยความยินดียิ่งค่ะ
      #295-1
  2. #264 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:05
    เกิดไรขึ้นอ่ะ?????
    #264
    0
  3. #126 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 20:11
    เกิดอะไรเกิด!!! เนื้อเรื่องน่าลุ้นสุดๆ
    #126
    0
  4. #76 Sukanya Paileeklee (@poonchanit) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 08:26
    น่าสนใจค่ะ
    #76
    0
  5. #5 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 03:45

    มาต่อเร็วๆๆๆนะคะ

    #5
    0
  6. #3 usakiddt (@usakiddt) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 21:00
    เนื้อเรื่องน่าติดตาม
    #3
    0
  7. #2 แอน อารี (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 20:42

    รรออ่านค่ะเป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ

    #2
    1
    • #2-1 pranayakhe (@pranayakhe) (จากตอนที่ 2)
      25 พฤศจิกายน 2561 / 20:49

      จะพยายามค่ะ ตอนนี้มีเนื้อเรื่องเต็มหัวเลย แต่กำลังหาทางถ่ายทอดให้ผู้อ่านเข้าใจอยู่ค่ะ
      #2-1