Dangerous love รักร้ายนายยมทูตจอมหยิ่ง (จบแล้ว)

ตอนที่ 17 : [รีไรท์] Chapter 15 หน้าที่ของพาร์ทเนอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,017
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    31 พ.ค. 59

            Chapter 15 หน้าที่ของพาร์ทเนอร์


            หลังจากที่ได้ปรับอารมณ์เพื่อรับกับทุกสิ่งทุกอย่างได้แล้ว ฉันรู้สึกสบายใจมากที่อย่างน้อยใจก็ได้พักผ่อน ฉันถอนหายใจพร้อมกับเงยหน้ามองท้องฟ้า ท้องฟ้ามันยังคงเป็นสีม่วงสวยงามเช่นเดิม สายลมยังคงพัดมายังทิศทางเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือความคิด ไม่รู้ว่ามันคือความโชคดีหรือว่าซวยกันแน่ที่ยังคงยืนอยู่ตรงนี้ หากว่าจะบอกว่าดีใจมันก็คงฟังดูโกหก แต่เชื่อไหมฉันดีใจอย่างไร้สาเหตุ เพียงแค่ชั่ววูบเท่านั้นที่คิดถึงใบหน้าของเอเลนในความฝัน เพียงแค่คิดจู่ๆก็เขินขึ้นมาซะได้ ไม่นะ ไม่นะ ฉันไม่ได้ชอบเอเลน เขาไม่ใช่เหตุผลที่ต้องมาทนอยู่ที่นี่ ฉันยังไม่ตาย ฉันยังเป็นมนุษย์แม้ว่าตอนนี้กำลังจะกลายเป็นยมทูตก็ตาม

            ทำไมกัน ยิ่งฉันพยายามที่จะคิดแบบนั้น ใจกลับต่อต้าน

            ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมกัน ใจถึงเต้นรัวได้ขนาดนี้

            มันเหมือนกับฉัน...ยกหัวใจให้เขาไปแล้วอย่างไม่ได้ตั้งใจ

            “ไม่นะ อาริน แกไม่ได้ชอบเอเลนสักหน่อย คนอย่างหมอนั่นเนี่ยนะจะทำให้แกยิ้มได้” ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกับพยายามหลอกตัวเอง นี่ฉันเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหม ไม่นะอาริน แกอย่าเพิ่งเป็นบ้าตอนนี้

            ยิ่งพยายามที่จะหาคำตอบกับตัวเองเท่าไหร่แต่ก็เหมือนเดิม หลังจากวันนั้นฉันเอาแต่เหม่อลอยเวลาอยู่ในชั้นเรียนเสมอ แม้ว่าอาจารย์วีโอล่าจะดุแค่ไหนแต่ก็ยังคงนั่งเหม่อ แม้มิซาโกะกับโยชิจะถามว่าเป็นอะไร แต่ฉันก็ตอบไม่ได้สักทีว่าที่นั่งเหม่ออยู่นี่เป็นเพราะอะไร ฉันไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่กันแน่ในตอนนี้ความคิดมันมีมากเหลือเกินจนตัวเองไม่รู้จะพูดมันออกมาได้ยังไง ยิ่งกลุ่มใจแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกอยากดื่มชาของคุณลูก้าขึ้นมาทันที ชาที่มีกลิ่นและรสชาติของเกสรดอกไม้อ่อนๆมันทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หากว่าได้ดื่มอีกสักถ้วยมันคงรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

            “ลองดื่มชาอู่หลงก่อนดีไหมครับ การจิบชามันช่วยให้สดชื่นนะครับ” เดี๋ยวนะ นี่พี่เชษฐ์รู้ความคิดของฉันรึเปล่าถึงได้เอาชามาเสริฟถึงโต๊ะเรียนแบบนี้ แถมยังเสริฟแบบพ่อบ้านเข้าอย่างถูกทิศถูกทางอีก นี่ตกลงฉันอยู่ในโรงแรมเหรอถึงได้มีบริการบัตเลอร์แบบนี้ ฉันมองหน้าพี่เชษฐ์สักพักก่อนจะหันไปมองหน้าเจ้าชายผู้เย่อหยิ่งที่ตอนนี้กำลังนั่งจิบกาแฟอย่างสบายใจ เพราะว่าใกล้ชิดกับเอเลน(เพียงเพื่อนโต๊ะข้างๆ)และเห็นหน้ากันทุกวัน มันทำให้รู้ว่าเอเลนไม่ชอบดื่มชาแต่ชอบดื่มกาแฟมากกว่าและกาแฟรสโปรดคือ คาปูชิโน่อุ่นๆไม่ร้อนจนเกินไป ช่างเป็นเจ้าชายที่เรื่องมากซะจริง

            “ขอบคุณค่ะ” ฉันกล่าวขอบคุณพร้อมกับก้มหัวให้ตามมารยาทเพียงเท่านั้นก็ได้เห็นรอยยิ้มอันแสนจะอบอุ่นและมีเสน่ห์ของพ่อบ้านรูปหล่อนามพิเชษฐ์ ทำให้รู้สึกอยากจะลงไปกองกับพื้น พี่หล่อมาก หล่อเกินไปแล้ว ส่วนมิซาโกะที่นั่งอยู่ข้างหลังน่ะเหรอ เธอมองด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าอิจฉามาก ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวนะ แต่ว่าเป็นสาวๆที่มีประชากรอันน้อยนิดทั้งห้องที่มองด้วยสายตาแบบนี้ นี่มองจิกกันแบบนี้ไม่มาดักตบหน้าห้องน้ำเลยล่ะแม่คุณ

            “อร่อยจัง”ฉันออกปากชมทันทีที่จิบชา แม้ว่ามันจะไม่อร่อยเท่ากับชาของคุณลูก้าแต่รสชาติที่พี่เชษฐ์ชงมาให้ดื่มนั้นรสชาติมันหอมและไม่ฝาดเกินไป แต่ถึงยังไงมันก็ทำให้ชุ่มคอได้ นี่ถ้ามีเค้กหน่อยนะก็คงจะดีไม่ใช่น้อย ยิ่งได้รับคำชมดูท่าว่าพี่เชษฐ์จะยิ้มหนักกว่าเก่า ยิ่งเห็นเขาใส่ชุดพ่อบ้าน ทำไมจู่ๆฉันกลับยิ่งคิดถึงอนิเมะที่ชอบดูเนี่ย พ่อบ้านปีศาจ ไม่ใช่สิ นี่มันพ่อบ้านยมทูตชัดๆ

             ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองรึเปล่าที่เห็นเอเลนจงใจเมินหน้าหนีทันทีที่ได้ยินคำชมว่าน้ำชาอร่อยหรือว่าคิดไปเองกันหว่า แต่เมื่อกี้นี้แอบเห็นนะว่าเอเลนหน้าแดง หมอนี่เป็นอะไรมากรึเปล่าก็ไม่รู้ ฉันชมพี่เชษฐ์ที่ชงชาอร่อยไม่ใช่เอเลน คนอย่างหมอนี่ไม่น่าจะทำอะไรละเอียดอ่อนแบบนี้เป็นหรอก

            ฉันยังคงจิบชาอย่างใจเย็นในห้องเรียนเพื่อรอเรียนคาบต่อไป แต่แล้ว มันกลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อท้องฟ้าสีม่วงอ่อนที่เต็มไปด้วยแสงออโรร่างดงามนั้นกลับถูกบดบังด้วยเมฆสีดำทะมึน ที่ปรภพแห่งนี้แม้จะมีฝนตกแต่นี่ก็ไม่ใช่ฤดูฝนหรือฤดูมรสุม แต่เมฆแบบนี้นี่มันเมฆพายุ ฉันวางถ้วยชาลงพร้อมกับเดินไปที่หน้าต่างและจ้องมองเมฆนั่นอย่างประหลาดใจ มันมีฟ้าแลบแถมยังมีสายฟ้าฟาดลงมา สายลมที่พัดโหมกระหน่ำทำให้ต้นไม้ในสนามปลิวไปตามแรงลม ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า แต่ฉันรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลนั่น มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

            และทันใดนั้นเอง เมฆเริ่มแยกตัวปรากฏเป็นหลุมดำขนาดใหญ่เหนือท้องฟ้าและเหล่าปีศาจทั้งหลายต่างพากันออกมาจากหลุมนั้น ทันทีที่พวกมันมาลมมันกลับสงบลงอย่างไม่น่าเชื่อ เหล่าบรรดานักเรียนในห้องต่างพากันกรีดร้องและแตกตื่นกันไปหมด ฉันได้แต่มองอยู่อย่างงั้นและราวกับว่าพวกมันเห็น แววตาที่แสนจะน่ากลัวรูปร่างแสนจะน่าเกลียดนั่นทำให้ไม่อยากจะมองมันเลย เพียงชั่วพริบตาที่เจ้าปีศาจนั่นมันเหวี่ยงลูกตุ้มมาด้วยความรวดเร็วจนมองไม่ทัน ฉันได้แต่ยืนตะลึงด้วยความตกใจกับสิ่งที่เกิด ให้ตายเถอะมันมาทางนี้แล้ว

            “อันตราย!” และเหมือนเอเลนจะรับรู้ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นถึงได้รีบวางถ้วยกาแฟและกระโจนเข้ามาหาตัวฉันจนพวกเราล้มลงไปกองกับพื้น เอเลนใช้มือของเขาประคองหัวฉันเอาไว้เพื่อไม่ให้กระแทกมากกว่านี้ ลูกตุ้มที่มันเหวี่ยงมาทำให้กระจกในห้องแตกและที่สำคัญทำให้กำแพงห้องพังด้วย เหล่าสาวๆพากันกรี๊ดด้วยความตกใจเพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ต่างจากฉันที่เคยเจอมาแล้ว เอเลนเงยหน้าขึ้นมามองฉันก่อนที่จะลุกขึ้นและปัดฝุ่นออกจากตัวเขาประคองฉันให้ลุกขึ้นก่อนจะหันไปมององค์รักษ์และพ่อบ้านของตน

            “พิเชษฐ์ โยชิพาเด็กใหม่ในโรงเรียนนี้ทุกคนไปหลบภัยก่อน ทางนี้เราจะต้านเองเจอกันที่จุดนัดพบ”

            “Yes, Your Highness” สองคนขานรับพร้อมกับก้มหัวรับคำสั่งก่อนที่จะรีบพาทุกคนหนีไป เอเลนมองหน้าฉันราวกับจะสั่งให้ไปกับคนอื่นๆด้วย เขาหลับตาลงและกางมือขวาออก ทันใดนั้นมีแสงสีขาวปรากฏขึ้นก่อนที่เคียวยมทูตแสนจะสวยงามนั่นจะปรากฏ ตอนนี้ทำได้เพียงมองหน้าเขาแต่ไม่สามารถพูดอะไรได้เลยสักนิด

            “เธอไปกับพวกเค้าซะ”เอเลนบอก น้ำเสียงของเขาฟังดูอ่อนโยนมาก ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่าแต่แววตาที่แสนเย่อหยิ่งของเอเลน...มันสะท้อนเงาของฉันและแววตาคู่นั้นมันมีแต่ความเป็นห่วงแม้ว่าจะปากแข็งยังไงแต่ดวงตามันบอกทุกสิ่ง เอเลนทำท่าเหมือนจะเดินไปยังรอยแตกของกำแพงนั่น แต่ว่า ฉันกลับกอดเขาไว้จากด้านหลัง ไม่เคยคิดเลยว่าฉันจะทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ และหากให้เดาเอเลนคงผลักออกแน่

            “ไม่ได้นะเอเลน ฉันไม่อยากให้นายไปคนเดียว” นี่กำลังทำบ้าอะไรอยู่ เป็นห่วงทำไม ทำไมต้องเป็นห่วงเอเลนด้วย ตอนนี้มันใช่เวลาไหม รู้สึกได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเงียบไป ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเอเลน แต่เขาไม่ผลักฉันออกเขาค่อยๆปล่อยมืออย่างนิ่มนวลที่สุด ก่อนหันกลับมามองหน้าฉัน ตอนนี้ตาเราจ้องกัน ยิ่งจ้องกันแบบนี้ใจขกลับเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากร่างใบหน้าเริ่มขึ้นสี นี่ฉันเป็นอะไรไป ถึงได้ทำเรื่องน่าอายแบบนั้นต่อหน้าเอเลนเนี่ยนะ

            “ฉันก็ไม่อยากให้เธอมาเสี่ยงอาริน กลับไปหาโยชิซะทางนี้ฉันจัดการเองได้ เธอไปด้วยก็เป็นตัวถ่วงฉันเปล่าๆ” เอเลนบอก และนั่นทำให้รู้ว่า คำพูดของเอเลนมันบาดใจมาก นี่ฉันไร้ประโยชน์อย่างที่ว่าจริงๆเหรอ

            “ไหนว่าเราเป็นพาร์ทเนอร์กันไง! ท่านเอเลนน่าบอกว่า พาร์ทเนอร์คือคนที่จะร่วมต่อสู้ด้วยกัน เก่งด้วยกันไง ทำไมนายถึงไปคนเดียว ฉันปล่อยให้นายไปคนเดียวไม่ได้หรอกนะเอเลน มันไม่ใช่หน้าที่ของพาร์ทเนอร์” ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าตัวเองจะพูดแบบนั้นออกมาได้ ไม่ใช่แค่ตัวเองที่อึ้งแต่เอเลนนี่สิที่อึ้งไม่ต่างกัน เขาถอนหายใจเฮือกก่อนที่จะจับข้อมือฉันและจับมือกันวิ่งหนีทันทีที่เห็นว่าปีศาจมันไล่ตามมาแล้ว

            เหล่าปีศาจไล่ตามพวกเรามา เอเลนหันไปมองหลังตลอดเวลา พวกมันพยายามที่จะโจมตี แต่เอเลนกลับใช้เคียวยมทูตฟันมันยับตายคาที่ไปหลายตัว ตอนนี้ไม่มีเวลามาสงสัยว่าทำไมกันเคียวยมทูตยาวก็ยาวและท่าทางจะหนักแบบนั้นทำไมเอเลนถึงสามารถยกมันได้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว ตอนนี้ไม่มีเวลามานั่งถามแล้วล่ะ สิ่งที่ทำได้คือวิ่งเท่านั้น เราสองคนวิ่งอย่างไม่มีหยุด และดูท่าเหมือนกับอาคารจะโดนปีศาจโจมตีถึงได้ฝ้าเพดานถล่มลงมา เอเลนใช้แขนซ้ายของบังหัวของฉันเอาไว้เพื่อไม่ให้เศษปูนตกลงมาโดนหัวจนได้รับบาดเจ็บ ไม่รู้ว่าเอเลนจะพาไปไหน แต่ที่แน่ๆพวกมันไล่ตามมาอย่างไม่ลดละเลยทีเดียว

            “เอเลนนี่นายจะพาฉันไปไหน?”

            “ไปเอาอาวุธไปลุยกับพวกมัน” เอเลนตอบและแล้วพวกเราก็มาถึงยังห้องเก็บอาวุธ ดีที่พวกปีศาจมันเข้ามาไม่ได้เพราะได้ลงคาถาไว้ทั้งหมด 199 บทต่อให้พยายามทำลายเท่าไหร่ก็ไม่มีทางทำลายเวทย์นี้ได้ ฉันหอบแฮ่กๆในที่สุดก็รอดแล้ว(ซะเมื่อไหร่)เอเลนหันมาสบตาฉันอีกครั้ง ตอนนี้ไม่รู้ว่าเขาจะพูดอะไร แต่ที่แน่ๆเขาเดินไปหยิบหน้าไม้ที่ฉันเคยใช้ขึ้นมาพร้อมกับยื่นมันมาให้

            “ถึงเวลาแล้วล่ะที่เธอต้องใช้มันอาริน...”เอเลนบอก ฉันทำได้เพียงพยักหน้าแทนคำตอบ ตอนนี้ฉันพร้อมแล้วล่ะสำหรับการเผชิญหน้ากับเหล่าปีศาจที่มาโจมตีเมืองนี้

 

            ----------------------------------------------------------------

            Ellen Part

            ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอารินจะกล้าขนาดนี้ กล้าที่จะเอาตัวเองมาเสี่ยง ผมไม่รู้ว่าที่เธอทำทั้งหมดนี้เพื่ออะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ใจดวงนี้ไม่อยากให้เธอมาเสี่ยง แม้ว่าจะเป็นคนยื่นอาวุธให้เธอก็ตาม ตอนนี้ไม่อาจบรรยายได้ว่ารู้สึกยังไงตอนที่โดนเธอกอดและยืนยันว่าจะสู้ไปกัน ทั้งเป็นห่วงทั้งดีใจที่เธอพูดแบบนั้น แต่ตอนนี้หน้าที่ของผมคือกำจัดพวกมันและหาต้นตอสาเหตุที่มันออกมาอาลาวาดได้ และดูท่าว่าคราวนี้จะหนักกว่าทุกครั้งที่มันบุกมาด้วย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้น ผมหยิบเอาคาตานะให้อารินติดมือไปด้วย เผื่อเหตุฉุกเฉิน

            ตอนนี้รู้สึกกลัวไปหมด ผมไม่อยากให้อารินอยู่ตรงนี้ อยากให้เธออยู่ในหลุมหลงภัยมากกว่า ไม่อยากให้เธอมาเสี่ยง ไม่อยากให้เธอเป็นเหมือนโจเซฟอีก แค่เขาก็เพียงพอแล้ว อย่าให้เป็นอารินอีกเลย ผมมองหน้าเธออีกครั้งก่อนจะเลือกหยิบปืนพกมาสองกระบอกติดตัวเอาไว้เผื่อฉุกเฉิน ตอนนี้เราไม่มีเวลามากพอจะมานั่งเล่นแล้วพวกมันรออยู่ได้เวลาลุยแล้ว

            “พร้อมนะอาริน จำที่ฉันสอนไว้อย่าปราณี ฆ่าให้เรียบ”

            “Yes, Your Highness” นี่เป็นครั้งแรกที่เธอขานรับแบบนี้พร้อมกับเลียนแบบพี่เชษฐ์และโยชิ เพียงแวบเดียวจริงๆที่ผมเห็นภาพโจเซฟซ้อนทับกับเธอ อย่านะ อย่าให้เป็นแบบนี้อีก

            ทันทีที่ประตูเปิด ผมมองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวังพร้อมกับเตรียมปืนให้พร้อมเผื่อเจอมันดักข้างหน้าจะได้ยิงกบาลมันได้สะดวก ดูเหมือนมันจะไม่โผล่มาผมถึงได้ให้สัญญาณให้อารินเดินตามผมมา ตอนนี้พวกเราต้องไปรวมตัวกับพวกเหล่าเจ้าหน้าที่ภาคสนามทั้งหลายและยมทูตในตำนานที่ต้องทิ้งการทิ้งงานมาปกป้องอาณาจักรนี้ ซึ่งสถานที่นัดหมายก็คือลานกว้างหน้าโรงพยาบาลราจานี หน้าที่ของเราคือไปที่นั่น อย่างปลอดภัยที่สุดเพื่อวางแผนที่จะจัดการพวกมัน หากว่าลุยเดี๋ยวพวกเราอาจจะโดนพวกปีศาจเก็บได้

            ผมพยายามอย่างยิ่งที่จะปกป้องไม่ให้อารินได้รับอันตรายจากเหล่าปีศาจพวกนั้นแม้ว่ามันจะยากก็ตาม โชคเหมือนจะไม่เข้าข้างเราซะเลย เมื่อพวกมันบุกเข้ามาแล้ว มือทั้งสองกระชับปืนทั้งสองกระบอกแน่นและเริ่มยิงไม่เลี้ยงและไม่กลัวเปลืองกระสุนเลยแม้แต่น้อยพวกมันมาเร็วมากจนมองแทลไม่ทัน ตอนนี้ผมห่วงอารินจนเสียสมาธิไม่เป็นอันต่อสู้เลย แต่ดูท่าว่าเธอจะไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อเธอนั้นฟันดาบไปอย่างมีความสุขและไวมากจนมองแทบไม่ทันเหมือนกัน ตอนนี้น่าแปลกใจมากที่เธอสามารถต่อสู้ได้โดยที่เปิดตาได้แล้วแถมยังเร็วมากด้วย ให้มันได้แบบนี้สิพาร์ทเนอร์ที่อุตส่าห์สอนมา

            เลือดของเหล่าปีศาจที่กองอยู่แทบเท้าพวกเราไม่ทำให้อารินกลัวแม้แต่น้อย แม้ว่าร่างกายของพวกเราจะถูกย้อมไปด้วยเลือด แต่เราก็ยังคงยิ้มได้และสนุกไปกับการต่อสู้ราวกับคนโรคจิต ศพแล้วศพเหล่าที่ลงไปกองกับพื้น ไหนจะซากชิ้นส่วนของปีศาจที่กองรวมกับเลือดเป็นภาพที่สยดสยองเกินจะบรรยาย แต่อารินก็ไม่คิดที่จะกลัวตอนนี้เธอกลายเป็นนักฆ่าสมบูรณ์แบบ เธอดูเข้มแข็งและน่าหลงใหลในสายตาผมมาก ทันทีที่กระสุนปืนหมด ผมโยนมันทิ้งอย่างไม่ใยดีก่อนจะเรียกเคียวยมทูตคู่ใจออกมาและฟาดฟันมันอย่างเอาเป็นเอาตาย ผมเหลียวมองอารินอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงแต่ดูท่าว่าเธอจะไม่เป็นอะไร

            “อาริน เราต้องรีบไปที่จุดรวมผลด่วน มากับฉันเร็ว” ผมบอกพร้อมกับรีบกระชากเธอออกมาจากวงล้อมของเหล่าบรรดาปีศาจหิวกระหายทั้งหลายและวิ่งไปยังระเบียงซึ่งมีกระจกกั้นอยู่ ผมมองหน้าอารินอีกครั้งก่อนที่จะอุ้มเธอในท่าเจ้าหญิงและตัดสินใจกางปีกออกและพุ่งออกนอกกระจก

            เพล๊งงงงง!!!

            เสียงกระจกแตกดังสนั่นแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจตอนนี้เราต้องเอาตัวรอดให้ได้ก่อน ผมให้มือซ้ายบังหัวอารินเอาไว้กันไม่ให้เธอได้รับบาดเจ็บจากเศษกระจก ไม่อยากเสี่ยงให้เธอตกอีกแล้ว แค่ตอนนั้นก็เกินพอแล้ว ผมพาเธอทะยานขึ้นฟ้า และดูท่าพวกปีศาจพวกนั้นมันจะมาอย่างไม่หยุดหย่อนด้วย พวกมันพยายามปาหอกใส่พวกเรา หรือไม่ก็ยิงธนูและพวกที่บินได้พวกมันพยายามที่จะมาฆ่า แต่ผมกลับบินหลบพวกมันได้อย่างชำนาญเพราะหัดบินมาตั้งแต่เด็กเพื่อที่จะได้เก่งเหมือนแม่ ตอนนี้พวกเราต้องรีบไปที่จุดนัดพบให้ได้

            “เอเลนฉันกลัว” อารินพูดขึ้น เธอกำแขนของผมแน่น จนรู้สึกได้ว่าตัวสั่นเธอเพราะความกลัว เธอคงกลัวว่าจะเป็นแบบที่เคยทำสินะ ตอนนี้ไม่ทำหรอก

            “อาริน...ฉันจะปกป้องเธอด้วยชีวิตของฉัน”ผมกระซิบเบาๆ และหวังว่าเธอคงไม่ได้ยินสิ่งที่พูด

            แต่หากว่าได้ยินอยากให้เธอรู้นะว่า....

            คำนั้นฉันพูดจริงนะ อาริน

 

 

            โปรดติดตามตอนต่อไป...............................

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

278 ความคิดเห็น

  1. #24 วอดก้า (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 13:54
    มาต่อเร็วๆนะคะรออยู่คะ

    สนุกมากๆเลยค่ะ

    #24
    0
  2. วันที่ 1 เมษายน 2559 / 18:43
    เล่นแล้วจ้า ได้ยมทูตสีแดง สีโปรดด้วยล่ะ
    #23
    0