Dangerous love รักร้ายนายยมทูตจอมหยิ่ง (จบแล้ว)

ตอนที่ 31 : SF.ยมทูตในตำนานกับวันสงกรานต์มหาวินาท 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    15 เม.ย. 59

            

            พวกเราทุกคนมีความสุขกับเทศกาลนี้มาก เราเดินเล่น โดนสาดน้ำกันท่วนหน้าวันนี้เป็นวันแรกแต่คนก็เน่นขนัดจนแทบจะไม่มีที่เดิน เลดี้พิ้งค์ยังคงเป็นความเป็นผู้ดีอังกฤษอยู่ตลอดเวลา ขนาดจะไปสาดน้ำใส่ใครที ยังก้มหัวถอนสายบัวและขอสาดอย่างนิ่มนวล นี่ถ้าหากว่าเป็นผู้หญิงสมัยใหม่คงมองว่าเธอกระแดะทำตัวเป็นผู้ดีแน่ แต่สำหรับพวกเราเห็นจนระอาแล้ว ก็อย่างว่าแหละนะ อดีตเลดี้ผู้สูงศักดิ์ย่อมติดสันดารมาอยู่แล้ว

            “ว่าไงจ๊ะน้องสาว มาสาดน้ำกับผมไหมครับ?” อีกคนนึงที่ติดนิสัยมาไม่ต่างกัน

            อาคาชิผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ เคยมีอดีตเป็นถึงแม่ทัพขุนพลใหญ่ตีเมืองไหนได้เมียเมืองนั้น ยังคงติดนิสัยเจ้าชู้มาเหมือนกัน ผมทำได้เพียงมองดูเขาที่กำลังเดินเข้าไปจีบสาวอย่างหน้าตาเฉย โดยที่มีท่านกฤษณ์มองดูอยู่ห่างๆ  แถมมองด้วยสายตาไม่พอใจด้วย ก็ท่านไม่ค่อยชอบคนเจ้าชู้ประตูดิน และยิ่งอาคาชิมีนิสัยแบบนี้ทำให้ท่านไม่ชอบเป็นอย่างมากด้วย แต่พอพูดอะไรไปก็มักจะโดนอาคาชิแกล้งกลับตลอด จนทำให้สาวๆเริ่มหันมาคิดว่า ท่านอาจจะชอบอาคาชิก็เป็นได้ ถึงได้แสดงอาการคล้ายจะหึงหวงแบบนี้ ผมไม่ได้คิดไปในทางนั้น เพราะผมไม่ใช่สายวาย

            “อะแฮ่ม...ไม่ทราบว่า สาวอ๊อฟฟิสคนก่อนของคุณที่ม่อทิ้งไว้ไปไหนซะแล้วล่ะครับ ถึงได้มาหาเด็กในสต๊อกใหม่ที่นี่?” ท่านกฤษณ์พูดขึ้น พร้อมกับขยับแว่นตาไปด้วย

            เหล่าสาวๆที่อาคาชิกำลังจีบต่างพากันหันมามองหน้าท่านเป็นการใหญ่ เช่นเดียวกับอาคาชิที่มองหน้าท่านเช่นกัน แถมมองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์อีกด้วย

            “ที่รักครับ...หึงผมก็ไม่บอกนะครับ ไม่งอนนะครับที่รัก คืนนี้ผมจะไปเซอร์วิสให้ถึงห้องเลย” อาคาชิพูดขึ้น

            คำนั้นทำให้ท่านกฤษณ์ถึงกับตัวสั่นเพราะขนลุกซู่ไปทั้งตัว ไม่คิดว่าจะโดนหนุ่มเจ้าสำราญแก้เผ็ดแบบนี้ไม่ใช่แค่นั้นเมื่ออาคาชิเดินเข้ามาโอบเอวท่านอีก ท่านถึงกับสะดุ้งและผลักเขาออก และยิ่งผลักเขาก็ยิ่งกอดแน่นเข้าไปอีก กอดไม่พอยังจะจูบอีกด้วย พวกเราทุกคนต่างพากันกลั้นหัวเราะจนซี่โครงแทบพังสองคนนี้ชอบเล่นอะไรกันเป็นเด็กๆเสมอ แต่ไม่คิดว่าจะกล้ามาเล่นในที่สาธารณะชนแบบนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง

            “ออกไปนะ ออกไปห่างๆผม ตาโรคจิต ผมไม่ได้มีรสนิยมชมชอบไม้ป่าเดียวกันนะ ออกไป” ท่านกฤษณ์ออกไปไล่พร้อมกับพยายามผลัก

            ทันทีที่ท่านหลุดออกมาท่านวิ่งหนีมาหลบหลังเอเลนน่าด้วยความรวดเร็ว ผมเห็นว่าตัวของท่านสั่นไปหมด แต่ทุกคนนี่สิกลับหัวเราะราวกับเป็นเรื่องตลก แม้ว่าคนที่โดนจะไม่ขำด้วยก็ตาม วันสงกรานต์ปีนี้ก็คงเหมือนกับทุกปี มีการสาดน้ำ โคโยตี้ ของกินประปรายบ้าง และยิ่งเห็นของกินทีไรลูก้าจะอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปซื้อมากิน ถ้าหากจะถามว่ายมทูตที่ราจานีไม่ได้ใช้เงินแล้วเอาเงินมาจากไหนซื้อ คำตอบคือ ที่โลกมนุษย์นี้ เราจะมีศูนย์รวมของยมทูตทั่วโลกและมีทุกประเทศ ศูนย์เหล่านี้จะมีเหล่ายมทูตที่ทำงานเพื่อที่จะแฝงตัวอยู่ในโลกมนุษย์และจับวิญญาณ นั่นคือหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม และทุกคนต้องมีเงินติดตัว เงินที่ได้ติดตัวนั้นมาจากกิจการในโลกมนุษย์ของเหล่าสภายมทูตนั่นเอง อาทิเช่น โรงพยาบาล โรงแรม ผับ บาร์ โรงเรียน ธนาคารและร้านค้าต่างๆ

            ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่า เผื่อจะได้แฝงตัวอยู่กับมนุษย์ได้โดยที่ไม่มีใครสงสัยนักว่าทำไมจู่ๆ ถึงมีเงินใช้ทั้งๆที่ไม่ได้ทำงานอะไรเลย และเงินในบัญชีของทุกคน จะมีเงินเท่ากันหมด เพราะเป็นเงินจากกองกลางต้องใช้อย่างระมัดระวังและนำเงินมาเข้าธนาคารอยู่สม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้งานในคลังขาดแคลน

            “ให้ตายเถอะโลกมนุษย์อาหารอร่อยก็จริงแต่มักง่ายชะมัด” ลูก้าออกปากบ่นทันทีที่คีบผัดไทเข้าปากคำแรก

            นี่นับว่าเป็นเรื่องปกติที่ลูก้าจะชอบวิจารณ์อาหารของชนชาติอื่นๆเสมอ ก็เขาเป็นพ่อครัวหัวกะทิและฝีมือดีที่สุดในมิติราจานี และยิ่งใครมาทำอาหารชนิดที่ว่า มักง่ายใส่ผงสูตรลับให้เขากินนะ เขาจะออกอาหารบ่นแบบนี้

            “มักง่ายจริงๆ ใส่ผงชูรสมากไปไม่พอใส่รสดีที่มี โมโนโซเดียมกูลตาเมตเข้าไปอีก นี่มันคูณสองชัดๆ กะจะฆ่าคนกินให้ตายทางอ้อมเลยรึไง มักง่ายที่สุด อร่อยแต่มักง่ายแบบนี้ ผมไม่ให้ผ่าน” เชฟลูก้าออกปากบ่น พร้อมกับกินต่อไป นี่สินะที่มาของคำว่า กินไปบ่นไป

            “เอาน่าลูก้า ที่นี่เน้นความสะดวกสบาย เพราะมนุษย์ต้องทำงานแข่งกับเวลา นายเองก็เข้าใจไม่ใช่เหรอ นายเองก็เปิดร้านคาเฟ่แมวหน้าโรงเรียนท่านเอเลนน่านี่”  วีโอล่าพูดขึ้น

            ในโลกมนุษย์นี้ทุกคนต้องมีอาชีพเป็นของตัวเองลูก้าก็เช่นกัน มีอาชีพเป็นเจ้าของร้านคาเฟ่แมว ที่ชื่อว่า Meaw Meaw cafe’ นอกจากจะมีจุดขายเป็นแมวสายพันธุ์ต่างๆที่วิ่งกันวุ่นร้านแล้วยังมีกาแฟและของว่างขึ้นชื่ออีก ไม่ว่าใครที่ได้มาชิมต้องกลับมาที่นี่ทุกคน ค่าเข้าก็ชั่วโมงละ 50 บาท จะสั่งเครื่องดื่มก็ได้ และกำไรส่วนมากก็มาจากเหล่าสาวกทาสแมวทั้งหลายนี่แหละที่เข้ามาชมความน่ารักของแมวๆทั้งหลาย แมวแต่ละตัวนั้นส่วนมากเป็นแมวจร ที่เหล่าบรรดาทาสแมวทั้งหลายสงสารแต่ไม่มีที่เลี้ยง ลูก้าเลยเลี้ยงไว้ในร้านก่อน หากว่าใครชอบสามารถเอาไปเลี้ยงได้เลยแต่ต้องได้รับการรับรองก่อนว่าจะไม่เอาแมวไปปิ้งไปย่างหรือไปทารุน

            ส่วนเอเลนน่าในโลกมนุษย์มีหน้าที่เป็นถึง เจ้าของโรงเรียนคอนแวนส์แห่งหนึ่ง ซึ่งโรงเรียนนี้ใช้ระบบการสอนแบบราจานีคือ ไม่ใช่ให้ท่องจำเอาตามหนังสือ สอนตามหนังสือก็จริง แต่ฝึกให้นักเรียนคิดเองมากกว่า และครูที่อยู่ที่นี่ทุกคนเป็นยมทูตหมด ทำให้ไม่มีปัญหาในการสอนนักเรียน แถมที่นี่นักเรียนส่วนใหญ่จะทำคะแนนข้อสอบได้ดีมาก เพราะเข้าใจไม่ใช่ท่องจำนั่นเอง ส่วนผมนั้นมีอาชีพเป็นครูของที่นั่น ผมเป็นครูสอนวิชาศิลปะการต่อสู้ มันเป็นงานอดิเรกของผมไปแล้ว

            ทุกคนอาจจะยังสงสัยว่าทำไมกันพวกผมถึงได้ไปไหนมาไหนได้ทั้งๆที่อยู่ปรภพ แต่ความจริงแล้วเราจะมีการแบ่งวิญญาณอวตานมาไว้ในร่างที่อยู่โลกมนุษย์เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย แต่น้อยครั้งที่จะทำแบบนั้นนอกจากจำเป็นจริงๆ แต่ส่วนมากพวกเราจะอยู่ที่ราจานีมากกว่าโลกมนุษย์ทำให้เวลาเข้าร่างทีนึง เผื่อร่างอวตารกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่จะโดนอวตารบ่นตลอดทั้งๆที่พวกเราก็ตัวจริง

            สงกรานต์ยังคงดำเนินต่อไป พวกเราทุกคนเดินเล่นกันอย่างสนุกสนานยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข ผมมองหน้าเอเลนน่าที่กำลังยิ้ม รอยยิ้มของเธอทำให้ผมมีความสุขอยากจะเห็นแบบนี้ตลอด ผมโอบไหล่เธอเอาไว้ เธอหันมอง เพียงเธอหันมองผมก็ดีใจ ผมอยากให้เธอรัก แต่คงเป็นไปไม่ได้การได้เฝ้ามองแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ

            “ระวังอย่าให้ใครลวนลามนะน้อง พี่ห่วง” ผมบอกกับเธอแบบนั้น

            เธอทำได้เพียงพยักหน้าเข้าใจและเล่นสงกรานต์กันต่อไป เวลาที่มีผู้ชายจะเข้ามาหาเธอ ผมจะคอยกันไม่ให้ใครเข้าใกล้เธอ เพราะรักถึงได้หวงมากขนาดนี้ แม้ไม่ได้ครอบครองก็ไม่เป็นไรขอเพียงอยู่ใกล้ก็พอแล้วสำหรับใจดวงนี้

            “ตรงนั้นมีเต้นแข่งกันด้วย ไปเต้นกันสักหน่อยเถอะ” เอเลนน่าพูดพร้อมกับชี้ไปหาเหล่าบรรดาโคโยตี้ที่เต้นกันกลางถนน เธอลากผมเข้าไปในวงนั้นทันที

            เธอเริ่มวาดลวดลายเต้นอย่างพริ้วไหว ท่าทางแสนจะยั่วยวน ไหนจะหน้าอกอวบอิ่ม และเอวคอดนั่นอีกทำให้ผมที่แม้จะไม่อยากจะคิดอะไรแต่ตอนนี้ทำให้คิดหื่นได้ ท่าทางที่ได้เห็นนั้นไม่นะ เอเลนน่าคนเดิมหายไปไหน เหล่าบรรดาหนุ่มๆรอบข้างต่างพากันโห่เชียร์เธอกันระงม สายตาที่แสนจะยั่วยวนนั่นทำให้ผมอยากจะจับเธอกดลงบนเตียงให้รู้แล้วรู้รอดแต่ผมต้องสะกดอารมณ์เอาไว้

            ไม่ได้นะวายุ นั่นเป็นเจ้าหญิง

            แล้วเจ้าล่ะเป็นอะไร

            เป็นเพียงพ่อบ้าน  จะมีสิทธิ์เชยชมนางได้อย่างไร

            “นี่...นายน่ะมีอารมณ์แล้วเหรอ?” วีโอล่าตบบ่าผมพร้อมกับถาม

            แต่มันไม่ใช่แค่นั้น เมื่อเธอเล่นเอามือมาแตะจุดลับของผมทำให้ผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว ผมยกขาถีบเธออย่างไม่เกรงใจทำให้เธอแทบล้มลงกับพื้น แต่ดีที่เลดี้พิ้งค์อยู่ตรงนั้นทำให้ประคองเธอไว้ได้

            “อย่ามาใกล้ผมนะ ไอ้กะเทยโรคจิต” ผมว่าพร้อมกับมองหน้าอย่างเอาเรื่อง

            แม้ผมจะรู้ว่านี่เป็นการแกล้งอย่างปกติของวีโอล่า แต่ผมก็ยังรับไม่ได้อยู่ดี เธอไม่ใช่ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พูดง่ายๆท่อนบนเป็นผู้หญิง แต่ท่อนล่างเป็นผู้ชายนั่นเอง แม้จะอยู่ด้วยกันมานาน แต่ผมก็ยังไม่ชินกับการแกล้งแบบนี้ของเธออยู่ดี

            “หยาบคายนะย๊ะ!!! ฉันเป็นสาวน้อยผู้มีดุ้นย่ะ เรียกให้ถูกหน่อย” วีโอล่าโวยพร้อมกับกอดอกเชิดหน้าใส่

            “ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาลวนลามผม”

            “ทำไม...ก็เห็นนายกำลังมีอารมณ์เท่านั้นเอง นี่ถามจริง นายสองคนอยู่ด้วยกันมานานมากแล้ว แถมยังเคยเป็นคู่หมั้นกันอีก ไม่คิดจะจีบนางเลยเหรอ? นอนก็นอนห้องเดียวกัน ตัวติดกันตลอดเวลายังกับผัวเมีย ไม่รวบหัวรวบหางให้มันเรียบร้อยไปเลยล่ะ สงสารนายจริงๆรอมาตั้งนานนางไม่ยักจะเห็นใจ พวกเราทุกคนก็ลุ้นจนเหนื่อยก็ยังไม่เห็นนายจะยอมรุกสักที” วีโอล่าพูด ทำให้ผมอึ้งไปชั่วขณะ

            “วีโอล่า คุณนี่ก็พูดเกินไป...คุณวายุคะ แม้ว่าฐานะจะต่างกัน แต่สิ่งที่คุณกระทำถูกแล้วค่ะ รอจนกว่าเธอจะพร้อมและยอมรับคุณเองแม้ว่ามันจะนานก็เถอะ” เลดี้พิ้งค์บอกกับผม

            “นี่เลดี้พิ้งค์ถ้าเอาแต่ยึดตามประเพณีฉันว่ากว่าสองคนนี้จะได้กันหมาจะคาบไปกินก่อนเหมือนคราวที่แล้วแน่ เพราะฉะนั้น รวบหัวรวบหางเลยวายุ วันสงกรานต์นี่แหละลากนางเข้าห้องจับปล้ำเลย”

            “นี่ความคิดคุณจะพิเรนไปไหนครับคุณวีโอล่า ท่านเอเลนน่าเป็นลูกมีพ่อมีแม่นะครับ ไม่ใช่อยากจะฉุดอยากจะปล้ำก็ปล้ำได้ ขืนทางสวรรค์หรือว่าทางท่านเจ้ารู้ คิดว่าวายุจะรอดไหมครับ คงไม่พ้นโดนประหารนะครับ อย่าลืมนะ ว่ากฏหมายที่นั่นยึดตามสวรรค์และหากมีกรณีข่มขืนเกิดขึ้นต้องโดนลงโทษอย่างแสนสาหัส คิดว่าจะรับผิดชอบไหวไหมครับ และไหนจะหลานเอเลน คิดว่าเขาจะยอมเหรอครับ ที่แม่โดนตัวเองโดนน้าที่ไว้ใจและรักเหมือนกับพ่อลากแม่ไปข่มขืน คงไม่ยอมหรอกฟันธงได้ วายุโดนสับเละแน่” ท่านกฤษณ์พูด

            “จะยากอะไร ก็มอมเหล้าไปเลย สมยอมกันทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครเสียหาย” คำพูดนั้นของอาคาชิทำให้ทุกคนในกลุ่มหันมามองกับความคิดอันแสนจะพิเรนของเขา

            และไวกว่าความคิดเมื่อท่านกฤษณ์แจกมะเหงกเข้าให้กลางกบาลเต็มๆ ตามมาด้วยลูก้าที่ตบหัวอันแสนจะคิดเจ้าเล่ห์ทีนึงด้วยความหมันไส้

            “มีแต่พวกอกุศลทั้งนั้นเลย ผู้ชายนี่นะ” เลดี้พิ้งค์ว่าอย่างปลดปลงก่อนจะถอนหายใจและส่ายหัวเบาๆ

            ผมมองเอเลนน่าที่กำลังเต้นอีกครั้ง ผมยอมรับว่าผมมีอารมณ์ แต่ผมคิดจะเก็บมันไว้ ผมมันต่ำเกินไปสำหรับเธอ ทำได้เพียงคอยมองจิกเหล่าหนุ่มๆที่คิดหื่นใส่เธอทั้งๆที่ตัวเองนี่แหละที่หื่นก่อนให้ตายเถอะความคิดแสนพิเรนนี่ก็ช่างเข้ามาในหัวผมจริงๆ ความคิดแสนจะทุเรศที่ได้ร่วมรักกับเธอ เสียงเธอที่ครางเรียกชื่อผมอย่างสุขสม อา ช่างเป็นความสุขที่เกินบรรยาย ผมสะบัดหัวไล่ความคิดแบบนั้นออกไปไม่ได้นะ อย่าคิดแบบนั้นเด็ดขาดไม่ได้

            ทันใดนั้นเอง มีผู้หญิงคนหนึ่งในชุดสายเดี่ยวกางเกงขาสั้น เธอสวยมากในสายตาคนอื่นแต่สำหรับผมไม่มีใครสวยเท่าเอเลนน่าอีกแล้ว เธอเดินมาเข้ามาหาผมแถมยังโอบรอบคอผมสายตาแสนจะยั่วยวนของเธอไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอะไรนัก ผมพยายามจะผลักเธอออกอย่างสุภาพราวกับเธอรู้ทันถึงได้ลูบไล้หน้าอกผมเบาๆ ผมกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ ก็สายเดี่ยวของเธอนั้นเป็นสีขาวแต่ไฮไลท์มันอยู่ตรงที่หน้าอกเธอที่ล้นออกมานี่สิ แม่เจ้า ไม่ได้ๆ ผมจะคิดอกุศลไม่ได้

            “คุณครับ...ออกไปจากผมจะดีกว่านะครับ” ผมบอกอย่างสุภาพ

            “พี่คะ...ขอเบอร์หน่อยได้ไหมคะ พี่หล่อมากเลย คืนนี้เราไปคุยกันที่ห้องดีไหมคะ น้องชื่อแอนนะคะ แล้วพี่สุดหล่อล่ะคะชื่ออะไร?” เธอถามผมพร้อมกับยั่วผมไปด้วย

            ผมรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากที่ไหนสักที่ และที่แน่ๆ ผมว่าเธออาจจะไม่ได้ตายดีก็เป็นแน่ เมื่อจู่ๆเอเลนน่าก็เดินพุ่งเข้ามา กระชากหัวเธอและเหวี่ยงออกไปจากตัวผม ผมได้แต่มองอย่างอึ้งๆ ไม่คิดว่าเอเลนน่าเธอจะทำแบบนี้ เธอปัดตามเนื้อตามตัวของผมก่อนจะควงแขนผมและปากใส่แอนนี่ล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว

            “นี่เธอ...อย่ามายุ่งกับผู้ชายของฉันนะ” เอเลนน่าบอกพร้อมกับมองจิกราวกับเป็นนางมารร้าย

            ความน่ากลัวของเธอทำให้เหล่าเพื่อนๆและผมพากันสะดุ้งกันเป็นแถบๆแม้แต่แอนก็เช่นกัน ตอนนี้เธอตัวสั่นไปทั้งตัว นี่แหละครับ ความน่ากลัวของแม่เสือนาม เอเลนน่า สาวๆคนไหนอย่าได้อยู่ใกล้ผมหากว่าไม่อยากโดนแบบนี้ ที่ราจานีใครๆก็รู้ว่าผมนั้นเป็นผู้ชายที่ขึ้นชื่อได้ว่าห้ามจีบ ห้ามไปมีเมีย เพราะแบบนี้ไงทำให้ผมไม่สามารถไปอยู่กับคนอื่นได้เลยนอกจากเธอเท่านั้น เอเลนน่าลากผมเดินออกมาจากดงโคโยตี้ เหล่าเพื่อนๆเองก็เดินตามกันมาทุกคน เอเลนน่าเธอดูโมโหมากทำให้ผมอดกลัวไม่ได้ นี่เธอเป็นอะไรไป เธอโกรธมากขนาดนี้เลยเหรอ

            “หึงชัวร์” วีโอล่ากระซิบข้างหูผม

 

            โปรดติดตามตอนต่อไป.............................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

278 ความคิดเห็น

  1. #123 ccm_diamond (@ccm_diamond) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 19:52
    แต่ล่ะคนแนะนำดีๆทั้งนั้นเลย เอเลนน่าหึงชัวร์ ฟินนน
    #123
    0
  2. #122 ccm_diamond (@ccm_diamond) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 19:51
    แต่ล่ะคนแนะนำดีๆทั้งนั้นเลย เอเลนน่าหึงชัวร์ ฟินนน
    #122
    0
  3. #86 Mymild♥ (@naparada_mild) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 22:21
    เพิ่งรู้สึกว่าวายุน่าสงสารTT ห้ามมีแฟน ห้ามจีบใคร ห้ามคนอื่นมาจีบ ชีวิตหนอชีวิต
    #86
    0
  4. #85 นางร้ายมือสอง (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 21:53
    ขอตอนต่อปายยยย
    #85
    0
  5. วันที่ 15 เมษายน 2559 / 18:03
    ค้าง...ค่ะ ค้าง...มาก... ตอนต่ออยู่หนาย...
    #ทีมเอเลน่า #ทีมแม่สามี
    #84
    0