Dangerous love รักร้ายนายยมทูตจอมหยิ่ง (จบแล้ว)

ตอนที่ 49 : Chapter 42 คำจารึกในถ้ำ กับ เหตุผลของฮาเดรียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    8 ส.ค. 60

            Chapter 42 คำจารึกในถ้ำ กับ เหตุผลของฮาเดรียน

 

            ทันทีที่ข้ามมิติมา สิ่งแรกที่พวกเราเห็นคือ เราปรากฏตัวอยู่ที่ลานกว้างแห่งหนึ่ง ท้องฟ้าของมิตินี้นั้นเหมือนกับจักรวาล มีกาแลกซี่มากมายลอยอยู่บนท้องฟ้า และมันเป็นสีดำ พระจันทร์สีเลือดที่ดูน่ากลัว เหล่าปีศาจที่บินว่อนไปมา ทำให้ฉันกลัวไปหมดจนต้องเกาะแขนของเอเลนแน่น เขามองหน้าฉันก่อนจะปลอบโยนฉัน เขากวาดสายตาไปรอบๆเพื่อหาที่หลบเพื่อไม่ให้ปีศาจพวกนั้นเห็นและเข้ามาโจมตี จนกระทั่งเจอถ้ำ เอเลนได้จูงมือฉันและเรียกเพื่อนๆเข้าไปด้วย

            ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่ปากทางเข้าค่อนข้างแคบทำให้ต้องเข้าไปทีละคน ทีละคน และสิ่งแรกที่เห็นคือ เอเลนใช้แท๊บเล็ทของตัวเองเปิดไฟฉายขึ้นเพื่อส่องทาง ภายในถ้ำนั้นมีข้าวของเครื่องใช้เก่าๆที่ถูกทิ้งร้างมานานอยู่ ช่างดูเป็นถ้ำที่สยองชอบกล เอเลนยังคงสำรวจไปเรื่อยๆ แต่แล้วสายตาของฉันกลับเหลือบไปเห็นคำจารึกบางอย่างอยู่ในถ้ำ มันถูกเขียนด้วยเลือดแดงฉานอยู่บนผนัง เป็นภาษาที่ฉันอ่านไม่ออกและไม่อาจแปลความหมายได้เลย

If God has forsaken me,

Then I shall forsake God, too.

Only the oppressed may possess a black key,

I close all doors

Thus I seal away all prayers.

However

who protects me?

From the most frightful: myself

            “นี่มันหมายความว่ายังไงเหรอเอเลน?” ฉันหันไปถามเอเลน

            และทันทีที่สายตาทุกคนมาหยุดอยู่ตรงที่คำจารึกนั้นเอง เอเลนก็พึมพำออกมาเบาๆก่อนจะหลับตาลง และเมื่อหลับตาจู่ๆเขากลับรู้สึกปวดหัวขึ้นมา พี่เชษฐ์กับโยชิต่างพากันประคองเอเลน แต่ช้าเกินไปเมื่อจู่ๆเขากลับวูบไปอย่างไม่รู้สาเหตุ เพียงเห็นเขาล้มลงฉันก็รู้สึกใจคอไม่ได้ ทุกคนต่างพากันเรียกแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากเอเลนเลยสักนิด

            “เอเลน!

 

            -----------------------------------

            Ellan Part

            นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อกี้นี้ผมยังอยู่ที่ถ้ำและมองคำจารึกนั้นอยู่ แล้วจู่ๆกลับมีความทรงจำบางอย่างไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วจนผมไม่อาจประติดประต่อมันได้ หัวมันรู้สึกปวดระบมไปหมด ภาพตอนนี้มันเปลี่ยนไป นี่มันหมายความว่ายังไงกัน เกิดอะไรขึ้นกับตัวผมกันแน่ เมื่อกี้ยังอยู่ในถ้ำ แต่ตอนนี้ทำไมถึงมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งได้

            “เกิดอะไรขึ้น?” ผมทำได้เพียงถามเท่านั้น

            และจากที่เห็นภาพทั้งหมด ถ้าจำไม่ผิดนี่มัน มิติฟลอร่านี่ ท้องฟ้าที่แสนจะสวยงาม ทัศนยภาพงดงามราวกับภาพวาด ไม่ผิดแน่นอน แต่ประเด็นคือ ผมมาที่นี่ได้ยังไง และมาทำไม พวกเพื่อนๆล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา

            “เราพานายมาเพื่อเล่าแจ้งแถลงไขเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับพ่อนายทั้งหมด ไม่มีใครเลวมาตั้งแต่เกิด” เสียงที่แสนคุ้นเคยพูดขึ้นทำให้ผมต้องหันกลับไปตามเสียงนั่น

            ก่อนจะพบว่าคาร์เรย์ยืนอยู่ข้างหลังผม เขายังคงทำหน้าเย็นชาอยู่เสมอ ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆคือ เขายื่นมือมาให้ผม แต่เมื่อเขาเห็นว่าผมไม่ยอมจะจับมือเขา เขาก็ตัดสินใจจับเสียเองและลากผมไปยังที่ๆเขาต้องการจะไปอย่างไม่กล้าขัดขืนอะไร เพราะความเชื่อใจที่มีต่อคาร์เรย์มันมากเกินกว่าจะคิดว่าเขาจะทรยศ ไม่มีใครทรยศตัวเองได้หรอก ไม่ว่าคาร์เรย์คิดอะไร เอเลนคนนี้ย่อมรู้ทุกความคิดของเขา เพราะเราเป็นคนๆเดียวกัน

            “นายต้องการบอกอะไรกันแน่คาร์เรย์?” ผมเปิดประเด็นทันทีที่มาหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง

            บ้านหลังนี้เป็นเพียงบ้านที่ทำจากดินเล็กๆหลังหนึ่งเท่านั้นไม่ได้ใหญ่โตหรือว่าสวยหรูอะไรมากมาย แต่กลับมีดอกไม้มากมายที่ปลูกเต็มหน้าบ้านทำให้บ้านนี้ดูสวยงามมาก ผมมองหน้าคาร์เรย์อีกครั้งก่อนจะเห็นมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ปีศาจอย่างคาร์เรย์กำลังยิ้ม

            “เพราะเราไม่อยากให้นายฆ่าพ่อตัวเอง แม้ฮาเดรียนจะเป็นพ่อ แต่นายก็ไม่สมควรฆ่าเค้า ท่านผู้นั้นสั่งเรามาแบบนี้ การฆ่าพ่อตัวเองเป็นบาปหนัก เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น”

            “ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างนายที่จ้องแต่จะกินวิญญาณจะมีความคิดแบบนี้” ผมเหน็บเข้าให้ เพราะตามปกติแล้วปีศาจจะต้องกินวิญญาณส่วนดี แต่ทำไมกันคาร์เรย์ถึงใจดีได้ขนาดนี้มันต้องมีอะไรแน่ แม้นั่นจะเป็นคำสั่งของพระเจ้าก็ตาม

            “นายมองเราในแง่ร้ายเกินไปเอเลน ราจานี แม้เราจะเป็นปีศาจหรือด้านมืดในตัวนาย แต่เราไม่เคยคิดจะทำร้ายนาย เรามีหน้าที่รักษาสมดุลในตัวนายและคอยไม่ให้นายเดินทางผิดจนเสียสมดุลเพียงเท่านั้น”

            “ห่วงฉันก็บอกมาเถอะคาร์เรย์”

            “เราไม่ได้ห่วงนาย เราห่วงตัวเราเท่านั้น”

            “นายบอกว่าให้เราไม่โกหกตัวเอง แต่ทำไมนายถึงหลอกตัวเองว่านายไม่ห่วงเรา”

            คำพูดของผมทำให้คาร์เรย์เถียงไม่ออก จะว่าไปผมนี่ก็บ้านะ เถียงกับตัวเองอยู่ได้ นี่ถ้าอารินรู้เข้านะคงขำน่าดู ตอนนี้สีหน้าของคาร์เรย์เปลี่ยนไป จากที่เคยเย็นชาตอนนี้เริ่มลุกลี้ลุกรนราวกับเด็กน้อยหนีความผิด แสดงว่าที่ผมพูดเนี่ยจริงงั้นสิ

            “คาร์เรย์ บอกเรามา พามาที่นี่ทำไม?”

            “เราแค่มาบอกความจริงก่อนที่นายจะทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดเพียงเท่านั้น”

            ยังไม่ทันทีคาร์เรย์จะได้อธิบายต่อ กลับมีชายคนหนึ่งเดินมาเสียก่อน พร้อมกับมีชายคนหนึ่งเดินตามมาด้วย และจากที่ผมเห็นชายที่เดินเข้าบ้านคือฮาเดรียนไม่ผิดแน่ หากแต่ว่าเขาเปลี่ยนไป ใบหน้าเขาไมได้เป็นแบบที่เห็นในตอนนี้ หมายความว่ายังไงกัน และชายที่เดินตามมานั้นมีไอปีศาจ แสดงว่าเขาคนนี้คือปีศาจ ผมกับคาร์เรย์ทำได้เพียงมองแต่ไม่สามารถสัมผัสอะไรได้เลย

            “ท่านหมายความว่าอย่างไร...พระเจ้าจะทรงยอมรับเป็นสาวกงั้นฤา หากว่าเอาฮันน่ากับคาร์เรย์ไปบูชายันต์?” ฮาเดรียนออกปากถามปีศาจในคราบมนุษย์คนนั้น ด้วยความตื่นเต้น

            “ใช่ เจ้าเชื่อเราเถิดโคลว์ คืนนี้จักมีพระจันทร์สีเลือดจงบูชายันต์ลูกเมียของเจ้า ณ แท่นบวงสรวงที่วิหารร้าง โดยการจับสองคนนั้นเชือดให้เลือดไหลจนหมดตัว พระเจ้าจะทรงยอมรับเจ้า”

            ฮาเดรียนผู้โง่เขลาเอ๋ย ช่างไม่รู้จริงๆหรือว่ากำลังโดนหลอก เขาช่างดูใสซื่อจนน่าสงสาร ผมทำได้เพียงส่ายหน้าเท่านั้น และนี่ทำให้ได้สัจจะธรรมบางอย่างคือ มนุษย์ล้วนถูกชักจูงได้ง่าย และย่อมทำได้ทุกอย่างเพียงเพราะความโลภ สิ่งนั้นเองทำให้ผมได้เห็นถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในคืนพระจันทร์สีเลือด

            ภาพที่เห็นคือ ฮันน่า แต่ทำไมกัน ภาพของแม่ผมมันซ้อนทับกับเธอทั้งๆที่เธอเป็นภรรยาเก่าของฮาเดรียนเนี่ยนะ ซ้อนทับกันได้ยังไง และเด็กผู้ชายที่อยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นแม่นั่น ทำไมกันถึงรู้สึกว่านั่นคือตัวเอง

            “คนๆนั้นคือเอเลนน่า แม่ของนายในชาติก่อน และเด็กคนนั้น คือพวกเราสองคน”

            สิ้นคำของคาร์เรยยิ่งทำให้ผมงุนงงหนักกว่าเก่า เพราะว่าฮันน่านั่นหน้าตาไม่ได้ละม้ายคล้ายแม่เลยแม้แต่น้อย อาจจะเป็นเพราะรูปกายนั้นจะเปลี่ยนไปตามวิญญาณที่กำเนิดทำให้หน้าตาไม่เหมือนเดิมก็เป็นได้ ผมทำได้เพียงมองฮาเดรียนที่เจรจาอะไรบางอย่างกับภรรยา และทันทีที่สิ้นการเจรจา ภรรยาสาวตกใจแทบสิ้นสติ ยิ่งเห็นฮาเดรียนเดินเข้าไปในบ้านเอาดาบประจำตัวออกมาและพาตัวเธอกับลูกไปยัง แท่นบวงสรวงของวิหารร้าง

            “ไม่นะท่านพี่ จะให้น้องฆ่าลูกได้อย่างไร ลูกยังเด็กได้โปรดเถอะท่านพี่ โปรดไว้ชีวิตลูกด้วย”

            ฮันน่าที่พยายามอ้อนวอนขอทั้งน้ำตา เป็นภาพที่สะเทือนใจผมเป็นอย่างมาก ผมไม่กล้าที่จะมองกลับไป แต่สุดท้ายก็ต้องมอง ยิ่งเห็นฮาเดรียนนั้นกระชากเด็กทารกออกจากอ้อมแขนของคนเป็นแม่ ยิ่งรู้สึกอยากจะเข้าไปช่วย แต่มันก็เท่านั้นไม่สามารถช่วยอะไรได้อยู่แล้วนี่ จู่ๆน้ำตาผมกลับไหลออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ สงสารเหลือเกินเพียงได้ยินเสียงนางร้องไห้ก็พลันนึกถึงแม่ตัวเอง

            “พี่ขอโทษเจ้าด้วยฮันน่า พี่ทำเพื่อพวกเรา พระเจ้าจะทรงรับพวกเราไปอยู่บนสวรงสวรรค์”

            สิ่งที่ฮาเดรียนบอกช่างตรงกันข้ามกับเสียงเหลือเกิน สีหน้าของเขาดูทุกข์ใจเป็นอย่างมาก จากที่ดูแล้ว เขาไม่ได้อยากจะทำร้ายใคร แต่ตอนนี้เหมือนความงมงายจะบังตาตัวเอง และไวกว่าความคิด ผมได้ยินเสียงฮันน่าที่กรีดร้องสุดเสียงทันทีที่กริซของผู้เป็นสามีปักลงไปกลางอกของทารกน้อยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เป็นภาพที่ไม่น่าดูเอาเสียเลย เพียงเท่านั้นผมกลับรู้สึกเจ็บปวดที่กลางอกราวกับถูกอะไรบางอย่างทิ่มแทง

            ฮันน่าพยายามจะเข้าไปหาลูกเธอกอดศพลูกตัวเองไว้และร้องไห้ราวกับจะขาดใจ ปากก็ได้แต่พร่ำเรียกหาลูกด้วยความเจ็บปวด ผมทำได้เพียงเรียกแม่ซ้ำแล้วซ้ำอีก เรียกเอเลนน่า ราจานี ไม่รู้กี่ครั้ง มันโหดร้ายเกินกว่าที่จะทนมองได้ แต่แล้วภาพต่อไปนี้ทำให้ผมรู้สึกเกลียดเป็นอย่างมาก เมื่อฮาเดรียนเดินเข้าไปหาฮันน่าและจับเธอหักคอจนตายคาที่

            “ม๊ายยยยย!!!!” ผมกรีดร้องจนสุดเสียง

            เข่าทั้งสองข้างไร้แรงจนทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น น้ำตาไหลออกมาไม่ยอมหยุด มันโหดร้ายเกินไปแล้ว แม้ว่าผมจะเห็นคนตายมาตรงหน้ามานักต่อนัก แต่นี่คือเด็กที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวทำไมกัน ทำไมถึงฆ่าได้ลง ทำไมฮาเดรียนถึงไม่ฉุกคิดบ้างว่าอะไรคือความจริงอะไรคือความงมงาย ยิ่งเห็นแบบนี้ยิ่งเกลียดฮาเดรียนเข้าไปอีก แต่ภาพต่อไปนี้ทำให้ความเกลียดเริ่มเบาบางลงไปบ้าง เมื่อเห็นเขากอดร่างภรรยาของเขาไว้ทันทีที่บูชายันต์เสร็จปากก็พร่ำขอโทษและขอให้พระเจ้าเมตตาให้ทั้งคู่ไปอยู่ด้วยกัน

            แต่มันสายไป เมื่อฮาเดรียนนั้นโดนเนรเทศไปอยู่มิติเนบิวล่า เพราะทำความผิดใหญ่หลวง พระเจ้าทรงเสียใจเรื่องที่ช่วยสองแม่ลูกไว้ไม่ทัน ถึงได้ลงโทษเขาแบบนั้น ฉากมันเปลี่ยนไป เป็นฉากที่ฮาเดรียนอยู่ในถ้ำเอาแต่พร่ำเรียกหาฮันน่าและคาร์เรย์ ปากได้แต่ขอโทษซ้ำแล้วซ้ำอีก บ้างก็ตัดพ้อว่าทำไมพระเจ้าถึงทิ้งเขา เขาได้กรีดเลือดของตัวเองและเขียนสลักไว้บนกำแพงแทนความเจ็บปวดที่มี แม้ว่ามันจะไม่สามารถล้างความเจ็บปวดในใจได้ก็ตาม

ถ้าพระเจ้าละทิ้งฉัน ฉันก็จะละทิ้งท่านด้วยเช่นกัน

เพียงแค่ถูกกดขี่อาจมีความมืดมัว

ฉันปิดประตูทุกบาน

และฉันออกไปประทับตราคำอธิษฐานทั้งหมด

 

อย่างไรก็ตาม ปกป้องฉันที่ไหน?

จากสิ่งที่น่ากลัวที่สุด : (คำตอบคือ) ตัวเอง

            “จงเกลียดชิงชังเสียสิ...หากเจ้าเกลียด เจ้าจะได้ทุกอย่างกลับคืนมา เชื่อข้า” เสียงหนึ่งกระซิบบอกกับฮาเดรียนในความมืด

            “เจ้าเป็นใคร?”

            “ข้าคือซาตาน จงมอบวิญญาณเจ้าแก่ข้าซะ แล้วข้าจะให้สิ่งที่เจ้าปรารถนา”

            และอย่างที่มีใครเคยกล่าวไว้ว่า ยิ่งมนุษย์ถลำลึกลงไปสู่ความมืดมิด ต่อให้จะเจอแค่ใยแมงมุมก็ต้องคว้าเอาไว้เพื่อให้ตัวเองปีนขึ้นมาได้ ฮาเดรียนก็เช่นกัน เขายอมขายวิญญาณตัวเองให้กับซาตาน และนั่นเป็นจุดเริ่มต้น ของฮาเดรียน ปีศาจผู้ชั่วร้ายที่สุดในมิติเนบิวล่า

            “นายเข้าใจรึยัง ถึงเรื่องราวทั้งหมด เพราะฉะนั้น จงอย่าฆ่าพ่อตัวเองเอเลน”  คาร์เรย์บอกกับผมทันทีที่ได้รับรู้เรื่องราวทุกอย่าง

            ตอนนี้ความเกลียดชังของผม มันแปรเปลี่ยนเป็นความสงสารและสมเพชเวทนาเสียมากกว่า และไม่มีอะไรรับประกันว่าผมจะไม่ฆ่าเขา เมื่อคิดได้แบบนั้นสิ่งที่เกิดคือ คาร์เรย์ที่เดินเข้ามาโอบกอดผมเอาไว้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีสิ่งนี้เกิดขึ้น ปีศาจอย่างคาร์เรย์ มอบความรักให้วิญญาณส่วนดีอย่างผม ความอบอุ่นที่เกิดขึ้นทำให้ความเจ็บปวดเริ่มเบาบางลง

            “จงใช้ความรักในการชำระล้าง ความตายคือความปราณีที่สุดก็จริงเอเลน แต่นายไม่มีทางฆ่าพ่อนายได้ และเราจะไม่ยอมให้นายฆ่าพ่อนาย แม้นายจะพยายามแค่ไหนก็ตาม”

            “คาร์เรย์”

            “เอเลน ราจานี จงใช้พลังในทางที่ถูกแล้วเจ้าจะพบคำตอบของเจ้าเอง”

 

 

            โปรดติดตามตอนต่อไป........................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

278 ความคิดเห็น

  1. #234 bb2547 (@bb2547) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 12:48
    เอเลนคาร์เรย์ๆๆ//ชูป้าย
    #234
    0
  2. วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 06:22
    จิ้น~ ^///^
    #195
    0
  3. วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 12:07
    ภาษาละตินรึป่าวค่ะ
    #180
    1
  4. #179 Mymild♥ (@naparada_mild) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 11:15
    รู้สึกจิ้นเอเลนกับคาร์เรย์มาก><
    น่ารักอ้ะ กรี้ดดๆๆ>///<
    รอนะคะ~
    #179
    1