Phenomenon นางร้ายสายเทพ

ตอนที่ 42 : จอมมารลำดับที่ 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    7 พ.ค. 60





ภาคบ่ายก็เช่นเคย เราก็เช่นกัน โดดเรียนไม่ได้ นั่งเรียนไปหลับไป เพียงแค่เวลาหลังบ่ายสาม จะเป็นการปล่อยให้นักเรียนฝึกซ้อมฝีมือเพื่อขึ้นการประลองในกีฬาสีที่จะถึง
" ฮ้าว " ท่านจอมมารที่เดินมาข้างๆฉันหาวหวอดๆ เหมือนคนที่ไม่ได้นอนมาหลายวัน
" เป็นอะไรอีกล่ะ " ฉันเอ่ยถาม
" ง่วงนะสิ สอนอะไรวิชาประวัติศาสตร์เวทย์มนตร์ น่าเบื่อ ไม่เห็นจะเคยเรียน " ฉันมองหน้าหลังหวังว่าจะไม่มีได้ยินสิ่งที่ฉันจะเรียกต่อไปนี้
" ท่านจอมมารไม่เคยเรียน เพราะว่าตัวเองใช้เวทย์เป็นตั้งแต่ยุคสมัยที่ท่านจากมา แต่ว่าเราก็แค่ต้องเรียนเรื่องของเพื่อนๆ น้องๆ ในยุคของท่านต่างหาก เผลอๆ อาจจะมีชื่อท่านติดไว้ในหนังสือก็ได้นะ "
" พูดจริง? ฉันคงต้องหาดูสักหน่อยแล้ว "

แล้วการซ้อมประลองเวทย์ก็ดูน่าเบื่อไปเลย หลังจากที่ทาอิโยะกำลังซ้อม โดยมีฉันนั่งติดขอบสนาม กับหนังสือ 'ตำราประวัติศาสตร์เวทย์มนตร์' เล่มหนา ที่เปิดไปหน้า 1,953 ก็จะเจอกับ รายชื่อของอดีตจอมมาร ที่ถูกผู้กล้าสังหาร โดยที่ฉันก็เปิดหาหน้าตาไปเรื่อยๆ แล้วก็ไปสะดุดกับชื่อของจอมมาร ลำดับที่ 11

" ทาอิโยะ " ฉันตะโกนพร้อมกับกวักมือเรียก ท่านจอมมารวางมือจากดาบแล้วเดินเข้ามาหาพร้อมกับผ้าเช็ดเหงื่อตัวเอง เขานั่งลงข้างๆพร้อมกับเช็ดเหงื่อไปด้วย กลิ่นหอมลอยจากตัวเขามาหา 'โรคจิต' คงจะเป็นคำเดียวที่ฉันด่าตัวเองในตอนนี้

" นี่นายรึเปล่าน่ะ " เขาเช็ดเหงื่อไปด้วยพลางมองมาที่หนังสือเล่มใหญ่ในมือฉัน
" เปล่า นั่นท่านพ่อฉัน " ก่อนที่เขาจะเอ่ยต่อ
" พ่อฉันให้กำเนิดฉันโดยตัวคนเดียว "
" ทำได้ไง?? "
" ไม่รู้สิ จอมมารคงจะเป็นแบบนั้นมั้ง "
" ชาติที่แล้วนายไม่ได้ให้กำเนิดลูกหรอกนะ? "
" ทำไม หึงเหรอ? "
" หึงบ้าอะไรละ "
" น่าๆ ก็ไม่ได้ให้กำเนิดอะไรหรอก "
" แล้วนายอยู่ในจอมมารลำดับที่เท่าไหร่? "
" ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะเป็น 12 " ฉันพลิกหน้ากระดาษต่อ ก่อนที่จะอ่านชื่อ
" ... " ภาษาอะไรน่ะ
" อ่านไม่ออกเหรอ? "
" เปล่า "
" เฟลิกซ์ " ในที่สุดฉันก็อ่านออก
" ใช่ "ภาษาบ้าบออะไรเนี่ย
" นั่นฉัน ส่วนนั้นเจ้าคนปัญญาอ่อน " เขาชี้นิ้วไปที่รูปของผู้กล้า
" หมอนั่นหน้าคล้ายผู้หญิงมาก! "
" เดี๋ยวสิ ก็ผู้หญิงนี่ "
" ว่าไงนะ? "
" นี่นายกลายเป็นจอมมารได้ยังไงเนี่ย ผู้กล้าคนนี้ใช้ชื่อปลอมเป็นผู้ชาย โดยสมัครเข้าทางอาณาจักร แล้วเข้ามาเป็นผู้กล้า เป็นผู้กล้าคนเดียวที่เป็นผู้หญิงจนถึงปัจจุบัน "
" ฉัน .... ถูก .... ฆ่า .... โดยผู้หญิง? "
" ตามหลักการแล้ว ใช่ "
" โอ้... มันช่างเป็น- "
" เกียรติ? "
" โครตโชคร้ายสิไม่ว่า ไม่แปลกใจเลย ที่มันหน้าตาคล้ายผู้หญิง "
" งั้นฉันก็อาจจะเป็นผู้กล้าคนที่สองที่เป็นผู้หญิง "

" อี๋ "
" อะไรของนาย "
" ฉันต่างหากที่จะเป็นผู้กล้า "
" แหวะ อดีตจอมมารอย่างนายก็เป็นได้แค่จอมมาร "
" เธอนั่นแหละ ก็อดีตนักฆ่า ก็เป็นแค่นักฆ่าสิ! "
" นี่! ฉันจะเป็นอะไรก็ได้ "
" แต่เธอจะเป็นผู้กล้าไม่ได้! "
" ฉันจะทำอะไรก็ได้! "
" งั้นมาเป็นแม่ฉันมา! "
" อย่ามาพูดแบบนี้นะ คำว่าแม่เค้าหมายถึงเมียนะรู้ไว้!! "
" แล้วจะเป็นปะละ? "
" ไปที่ชอบที่ชอบซะเถอะ "
" จะให้ไปไหนละ ที่ชอบก็อยู่ตรงนี้ "
" งั้นฉันไปเอง "


" เดี๋ยวๆ นั่งลงก่อน ใจเย็นๆนะครับ นั่งลงครับผม "
" งั้นมาทบทวนอีกรอบ เป้าหมายทั้งหมดของเราคืออะไร "
 ฉันปิดหนังบนมือแล้วหันไปจ้องหน้าเขา ทาอิโยะดูจะตื่นๆเล็กน้อย แต่ก็ทำหน้าเครียดเช่นกัน
" เราจะช่วยกันกำจัดยัยนางเอก "
" เปล่า เราแค่จะหนีให้พ้นจากเธอแค่นั้น "
" แต่ว่าจอมมารต้องทำเลว "
" เลวบ้าอะไรละ ไม่เห็นต้องเป็นคนไม่ดีเลย เป็นนายนี่แหละดีที่สุดแล้ว "

เขาพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่จะยิ้ม แล้วโยนผ้าเช็ดหน้าของตัวเองมาบนหน้าฉัน แล้วก็วิ่งหนีไปด้วยความเร็ว 'อีจอมมารบ้า!'
" เหม็นชะมัด " ซะที่ไหนเล่า! ฉันเอ่ยประโยคท้ายในใจ ฉันเอามันออกมาจากหน้าพร้อมกับสำรวจ

เป็นผ้าขนาดเล็กสีขาว ไม่เห็นว่าจะเหมาะกับจอมมารเสียเลย ขนาด 10 × 10 นิ้ว มีตัวอักษรเล็กๆอยู่ตรงมุมล่างขวาสุด

เขียนเป็นตัวบรรจงว่า 'LOVE' ถ้าจะใช้คำนี้ทำไมไม่พิมพ์ชื่อตัวเองลงไปแทนละ ตัวอักษรสีแดงปักเป็นจุดเล็กๆ พร้อมกับดอกไม้สีชมพูกลับห้าแฉก ดอกซากุระ หมอนี่มีแนวน่ารักๆแบบนี้ด้วยหรือไง ฉันเลยตัดสินใจเก็บไว้คืนเขา โดยที่พับมันไว้ในหนังสือ
" เฮ้ย ระวัง!! " ทาอิโยะที่วิ่งมาจากไหนไม่รู้กระโดดเข้าใส่ฉันที่อยู่ข้างสนาม ห๊ะ? เสียงอะไรนะ?

ฟุ๊บ

ฉันรู้สึกเหมือน ร่างกายอบอุ่นแปลกๆ อากาศคล้ายว่ากำลังหนาว แต่ทำไมร่างกายเหมือนโดนผลักเข้าอ้อมกอดแรงขึ้น

" ... " ฉันทำหน้าอ้ำอึ้ง หน้าตาตอนนี้คงเหมือนกับอึ่งที่เห็นทองคำ
" ว้า ฉันโดนยิง " ทาอิโยะคลายอ้อมกอดแล้วจับที่หัวใจ ทั้งๆที่มันไม่ได้มีเลือดหรืออะไรเลย แต่ฉันกลับใจหายเมื่อเขาเอ่ยคำแบบนั้นออกมา

ความรู้สึกของฉันตอนนี้คือกำลังใกล้ตายหน้าแดงแน่ๆ ฉันรู้สึกได้ถึงแก้มที่กำลังร้อนผ่าวสงสัยตอนนี้แก้มก็ขึ้นเป็นสีแดงเหมือนดอกซากุระที่กำลังบานสะพรั่ง มีผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นหันมามองเราอย่างสนอกสนใจ สิ่งเดียวที่คิดถึงตอนนี้

ผัวะ!! ฉันบรรจงฟาดผ่ามือเข้าไปตรงกลางหลังของทาอิโยะทันทีที่ถูกปล่อยมือ เขาร้องโอดโอยอย่างน่าเห็นใจ

" โอ้ย ทำร้ายสามีไม่ดีนะครับคุณ "
" ดี ฆ่ามันให้ตายไปเลย "
" ว๊าก " ทาอิโยะวิ่งหนีออกไป เขาวิ่งด้วยความเร็วออกไปที่สนาม แกตายแน่! กล้ามาแต๊ะอั๋งฉัน
" อย่าหนีนะ! ไอบ้า " ฉันวิ่งเข้าไปเตะก้นทาอิโยะกลางสนาม ทำให้นามิที่กำลังซ้อมฟันดาบอยู่ ตกใจ เขาวางมือออกจากดาบแล้วโยนไปไว้ข้างพื้น ทาอิโยะวิ่งเข้าไปหลบหลังเขา คงคิดว่าจะเป็นที่กำบังละสิ!
" ไม่รอดหรอกแก! "
" อย่าทำร้ายสามีสิคร๊าบบบ " นามิทำสีหน้างง เขากำลังพยายามหลบมุมเพื่อให้ซากุระเตะเพื่อนของเขาได้ง่ายขึ้น
" อย่ามา สต_อ! " ฉันเอ่ยอย่างหัวเสีย มาสามงสามีอะไร แกมันสตอเบอรี่ชัดๆ ตัวพ่อเลยด้วย
" ภาษาอะไรวะนั่น " นามิที่กำลังจะเล่นแม่งูเอ๋ย ถ้าฉันร้องแม่งูเอ๋ยเค้าคงตอบว่าเอ๋ย แต่ตอนนี้ใช่เวลาเล่นมั้ย
" แกไม่รอดอีกชาติแน่! " ฉันหามุมที่ทาอิโยะวิ่งมาทางเดียวกัน ใช้ส้นเท้ากระแทกไปที่เท้าของทาอิโยะอย่างรุนแรง
" โอ้ย " เขาร้องเบาๆ แต่ไม่ได้เจ็บอะไรหรอก เสียงเบาๆ แบบนี้ เขาไม่ได้สนใจกับการที่ถูกกระโดดถีบเท้าหรอก! ฉันไม่ได้สนใจด้วย!

" อย่ามา- " ก่อนที่จะได้พูดจบก็เหมือนร่างกายคล้ายจะทรงตัวไม่ไหว มันเหมือนของโลกกำลังจะร่วงหล่นจากอากาศ(มันติดกันเหรอ?) ฉันกำลังจะก้นทิ่มพื้นอีกรอบ ว๊ากแม่จ๊า

หมับ

มือใหญ่ที่คว้าเอามือของฉันไว้ ตอนนี้เราอาจจะกำลังเหมือนคู่ที่เต้นรำ แต่อีกลางสนามนี่มันไม่ได้เอื้ออำนวยเล้ย! ฉันยืนขึ้นเต็มตัวแล้วใคว้มือไว้ข้างหลังพลางทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ สุดยอดวิชาแถ!
 
ทุกอย่างเริ่มเงียบ เหมือนรอให้ใครตัดริบบิ้น ทาอิโยะมองไปที่นามิแล้วหันมามองฉัน ฉันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
" ครั้งนี้นายรอด แต่ครั้งหน้า เพื่อนนายไม่ได้อยู่กับนายตลอดเวลาหรอกนะ! "
" อย่าฆ่าผมก็พอครับคุณภรรยา "
" ชิ! ภรรยงภรรยาบ้าอะไรละ คนบ้าสิไม่ว่า " ฉันเดินพึมพับคนเดียวในขณะที่เดินกลับเข้ามาข้างสนามที่เดินพร้อมกับกอดอก ทาอิโยะหัวเราะชอบใจพร้อมกับนามิที่ทำหน้าตานิ่งๆ ไสตล์คนหน้าตาดีไปวันๆ

" เฮ้ พวกเราพลาดอะไรไปรึเปล่า " พวกมาชิโร่เดินเข้ามาสมทบ พวกเขาเดินมาจากโรงอาหารพร้อมกับน้ำ 5 แก้ว พวกเขาเดินเข้ามาหาฉันเพื่อยื่นน้ำให้

" ขอบใจจ๊ะ " ฉันรับแก้วน้ำมาจากมือของมาชิโร่ ซาโตชิก็ถามขึ้นอย่างร้อนรน
" พวกเราพลาดอะไรไปรึเปล่า "
" เปล่านี่ " ฉันตอบพลางยักไหล่
" อืม ว่าแต่งานพวกนายเป็นไงบ้าง " ฉันเอ่ยถาม ใครที่คิดถึงพวกเขาหลายตอนที่ผ่านมา พวกเขาได้รับมอบหมายงานบางอย่างจากท่านผอ.
" ก็ดี ได้ข่าวมาเยอะแยะเลย อิๆ " พวกเขามองหน้ากันแล้วหัวเราะ การที่พวกนายหัวเราะ มันต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ

" ว่าแต่ ท่านผู้อำนวยการให้ไปทำงานอะไรเหรอคะ? "
" อ๋อ ก็เกี่ยวกั- "  ก่อนที่ฉันจะล้วงความลับ(สุดยอด) ของพวกเขา แต่หนึ่งในผู้ทำการเก็บความลับ(มาชิโร่) ก็ใช้มือในการช่วยผิดปากของซาโตชิ
" เป็นความลับไม่ดีน่ะนะ อย่าอยากรู้เลย " มาชิโร่ที่แลดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเดิม ถามว่าที่ผ่านมาพวกเขาหายไปไม่บอกกล่าว เขาบอกนะ


   
04:28 น.

งืมๆ

เสียงงัวเงียของฉันที่ยังไม่ลืมตาดี กำลังบิดขี้เกียจไปมาอย่างยากลำบาก วันนี้อากาศหนาวจัง ขนลุกขนชันกันแต่เช้าเลยจริงๆ ฉันหันหน้าไปมองที่โต๊ะตัวเล็กๆข้างหัวเตียง ปรากฏเวลาตีสี่ครึ่ง ฉันลุกขึ้นมาตั้งตัว แล้วขยี้ผมที่ยุ่งจนตรงดี

ฉันลุกขึ้นจากที่นอนแล้วพยายามลืมตาให้ได้มากที่สุด อากาศหนาวจริงๆด้วย เพียงแต่คนธาตุไฟแบบฉัน ก็ยังหนาวเลยค่ะ ฉันเดินไปหยิบเสื้อคลุมปล่อยให้ที่นอนพับตัวเองต่อไป *ที่นอนสามารถพับตัวเองได้ ทำให้นักเรียนลุกแล้วไปวิ่งต่อได้เลย* เสื้อคลุมสีเทายาวลากเท้า ทำเอามองไม่เห็นสภาพชุดนอนของฉันตอนนี้ ฉันสวยกางเกงสีขาวขาสามส่วน กับเสื้อแขนยาวคอตัววีสีน้ำทะเลสดใส แต่พอสวมเสื้อคลุมลงไป ก็ทำให้มองไม่เห็นอย่างที่บอก


วันนี้เป็นวันกีฬาสีที่เฝ้ารอคอยมาอย่างยาวนาน กิจกรรมของวันนี้จะจัดขึ้นในวันเดียวทั้งหมด โดยจะมีกิจกรรมการเดินขบวนในตอนเช้า และการประกวดแฟชั่นสัตว์อสูร ในช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่ายเป็นการประลองตัวต่อตัว หรือชื่อย่อในเกมคือ PVP นั่นเอง

ถามว่าฉันลงประกวดอะไรนั่นไหม จะถามทำไม ลงอยู่แล้วเพราะว่าฉันจะเป็นราชาโจรสลัดให้ได้เลย! ผิดเรื่องแล้ว มาๆกลับเข้าเรื่องกันต่อ

" เจ้าเคยสัญญากับข้าไว้แล้วนะ " เสียงจากตัวของฉันเอ่ยอย่างตื่นเต้น เสียงของ ริว นั่นเอง
" เข้าใจแล้วน่าริว " ฉันตอบในขณะที่กำลังแปรงฟันในห้องน้ำ แล้วบ้วนปาก บร๊วก~ ฟู่
" เจ้าต้องพาข้าลง- "
" รู้แล้วๆ "



" ยิ้มอะไรคนเดียวน่ะ " หมอนี่ ทุกทีเลย ทำไมเค้าต้องมาขัดจังหวะแบบนี้ทุกทีเลย คนเค้ากำลังคิดอะไรแปลกๆ ชอบมาทำลายสมาธิ

" เอิ่มมมมม แล้วนายอาบน้ำแต่เช้าเชียว "
" น้ำไม่เย็นหรอก " ตรงไหนกัน
" ก็นายตัวร้อนตัวเย็นเป็นจอมมารแบบนี้ นายจะอาบน้ำตอนไหนก็ได้นี่ ชิ "
" เหอๆ ในยุคที่ฉันมา ฉันไม่อาบน้ำด้วยซ้ำไปเหอะ "
" อย่ามาจับฉันนะ... =_= " ฉันเอ่ยด้วยแววตารังเกียจปนฮา
" อย่ารังเกียจสิครับคุณภรรยา "
" อย่ามาจับฉ้านนนนน " ฉันเป็นคนรังเกียจคนไม่รักความสะอาดดดดด

" เมื่อวานยังกอดกันอยู่หยกๆ รังเกียจกันเร็วมากนะ " ฉันเริ่มเกลียดแกจริงๆแล้วนะ ไอบ้าาาา
" แหมๆ ไปๆ อาบน้ำไป " ฉันพลักหัวไอโรคจิตออกไปจากประตูห้องน้ำ แล้วกระแทกส้นเท้าตามไป แต่เค้าเป็นจอมมารนะ ไม่ล้มง่ายขนาดนั้นหรอก เค้าหัวเราะแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ฉันส่ายหัวนอยๆ แล้วเดินกลับเข้าห้องน้ำไป ฉันอาบน้ำด้วยความรวดเร็ว มันหนาวจนน้ำตาแทบไหล
" กรี๊สสสส " ฉันแหกปากร้องเพราะความหนาว

ก๊อกๆ

" เธอเป็นอะไรนะ ร้องเสียจนฉันลื่นบนพื้นห้องน้ำเชียว " ฉันตะโกนบอกกลับ
" ก็น้ำมันเย็นยังไงละโว้ย! แล้วนายก็ช่วยไปแต่งตัวให้เสร็จก่อนที่ฉันจะออกไปด้วย ไม่งั้นได้เสียเลือดก่อนแข่งกีฬาแน่ๆ! " ฉันพนันได้เลยว่าเค้ากำลังอยู่ในผ้าเช็ดตัวผืนเดียวกับซิกแพคนั่น
" จ๊ะๆ " เสียงตอบรับแบบนี้ทำเอาหัวใจหล่นวาบลงพื้น
" อย่าพูดแบบนั้นอีกนะ! ใจหายใจคว่ำหมด "
" ครับๆ " ใจหายใจคว่ำหมด ฉันดูเหมือนคนมีปัญหาอะไรสักอย่าง

" ฮ้าว " ทาอิโยะอ้าปากหาวหวอดๆ (นี่นิยายเรื่องนี้มันจะมีตรงไหนที่บอกว่าสะอาดบ้างเนี่ย!) ฉันตบหลังไปทีนึง
" ปิดปากหน่อยสิ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเลย "
" ฉันเป็นจอมมารนะ เธอลืมรึไง "
" ลืมไปแล้ว ว่านายเป็นอดีต จอมมาร "
" อย่าใช้คำว่าอดีตนะ! "
" โมโหทำไมเนี่ย "
" เชอะ ฉันยังใช้พลังได้ทุกธาตุอยู่ดีละน่า "
" ไหนโชวสิ " ตอนนี้ยังไม่ทันเช้าเลยด้วยซ้ำ เพราะงั้นเราเลยเดินไปที่สนามทดสอบพลังเพื่อให้ทาอิโยะแสดงเวทย์ (เนื่องจากเป็นเวลาเช้ามากเป็นพิเศษเลยยังไม่มีใครตื่นขึ้นมานอกจากพวกรุ่นพี่ที่ทำอาหารอยู่ตรงเตนท์ไกลจากตรงสนามประลอง)

" จอมมารใช้เวทย์ได้ทุกเวทย์จริงเหรอ ? "
" ได้สิ เพราะมีสกิลการโกงขั้นเทพ มีแค่เทพหรือว่าจอมมารด้วยกันเองแค่นั้นแหละ ที่ล้มกันได้ "
" อืมๆ แล้วก็ผู้กล้าหญิง " ฉันเอ่ยแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆทาอิโยะ เขาผลักหัวฉันเบาๆ
" อย่าล้อกันจะได้ไหม "
" ฉันคิดว่า ถ้าหากว่าเราโตขึ้นไป ฉันจะไปทำงานเป็นผู้กล้าละ! "
" เธอต้องแต่งงานกับฉันก่อน " เขาพูดพลางสะบัดข้อมือข้อเท้า เพื่อให้ง่ายต่อการใช้พลังเวทย์
" เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ถ้าหากนายเจอนางเอกแล้วนายจะตกใจ "
" เลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอไง "
" ว้ายยย แค่เลวร้ายยังไม่พอ คำว่าโลกสวยจับขั้วหัวใจนั่นเหมาะกว่า "
" นั่นมัน... " เขาเว้นวรรคก่อนจะพูดต่อ
" แหวะ "

" เอาละ แสดงเลย แต่ไม่เอาธาตุลมนะ หนาวชะมัด กับธาตุน้ำแข็งด้วย " ฉันถอดเสื้อคลุมออก เตรียมตัวสู้
" ได้ " เขาเสกไฟสีม่วงออกมาจากมือ
" ธาตุมืด? " ฉันเอ่ยถาม ตั้งแต่เกิดมาพึ่งเจอะเจอกับธาตุมืดก็วันนี้หละ
" ใช่ "
" แต่เดี๋ยว "
  

" เดี๋ยวก่อนๆ "
" เดี๋ยวอะไร "
" ถ้าหากว่าเราใช้พลังธาตุมืด ไอเวทย์มันก็ไปทำให้สัญญาญเตือนภัยพลังเวทย์ก็ดังนะสิ " งั้นเหรอ? "
" ก็ใช่นะสิ นายไม่เห็นหรือไง สัญญาณเตือนภัยเต็มไปหมดเลยเนี่ย "
" หืมๆ  เธอนี่ช่างสังเกตจริงๆ "
" ไม่สังเกตก็โง่เหมือนนายสิ "
" ไม่ได้โง่ เขาเรียกไม่ช่างสังเกต "
" ยังไงก็ช่างมันเถอะ " ฉันเสกพลังเวทย์สีแดงขึ้นมา
" ห้ามใช้ธาตุมืดก็แล้วกัน " ฉันยิงพลังเวทย์สีแดงออกจากมือแล้วตั้งพลังยิงต่อ ทาอิโยะกระตุกยิ้มก่อนที่จะกระโดดหลบ เกิดแรงปะทะของระเบิดกับพื้นดิน เกิดบ่อหลุ่มขนาดใหญ่ ควันของเปลวไฟประทุยังไม่ทันดับ แสงสีเหลืองก็ผ่านตัวฉันไปอย่างรวดเร็ว ธาตุลม?!

" อย่าฆ่ากันละ! "
" อาจจะ... "

" แหมๆ กระจอกเสียจริงๆ " เขาหัวเราะหึๆ หมอนี่มันคล้ายๆกับ The Flash เลยนะ เขาเรียกดาบสีน้ำทะเลออกมา ดูท่าแล้วมันคลับคล้ายกับตรีศูลของโพไซดอลแปลกๆ
" เหอะ " ฉันวิ่งไปทางด้านหลังของเขาแล้วกระโดดหลบ ไลด์ตัวหลบแบบดิจิตอล ทางด้านขวามือที่เกือบจะกระโดดชนเมื่อครู่นี้ เป็นที่กั้นพลังเวทย์ ทำจากเนื้อโลหะลงอัขระเวทย์เอาไว้
" อย่าหันหลังให้คู่ต่อสู้ " ฉันหันหน้ากลับมาอีกครั้งก็พบว่าเขากำลังขว้างตรีศูลนั่นมาทางนี้ ด้ามจับที่เป็นไม้ชั้นดี บวกกับเหล็กที่ถูกบรรจุพลังเวทย์ไว้ตรงปลายด้าม ปล่อยพลังน้ำออกมา มันเคลื่อนที่เข้ามาด้วยความเร็ว ฉันพยายามจะเคลื่อนตัวหลบด้วยความเร็วเพียงแต่นั่นมันไม่ทัน ทำให้มวลคลื่นน้ำกระแทกตัวฉันเข้ากับโดมล่องหนด้านขอบเวที เขายืนมองพร้อมกับหัวเราะ

" โอ้ย~ ผมลืมไปครับ ว่าคุณใช้ธาตุไฟ " เขาหัวเราะอย่างสะใจ! หมอนี่กล้าสะใจได้ยังไง ในเมื่อฉันยังถูกธาตุน้ำที่เป็นเหมือนตาข่ายของนายขังไว้ตรงนี้! ถ้าหากว่าธาตุที่เป็นศัตรูกันมาพบกัน จะให้ธาตุใดธาตุหนึ่งสูญสิ้นพลังไป แม้จะเป็นชั่วคราวก็ตาม แถมยังมีตรีศูลอันเบ้อเริ่มแทงคออยู่แบบนี้! มันไม่ได้โดนตัวฉันหรอก มันกำลังจะฆ่าฉันอยู่เนี่ย ตรีศูลเหล็กกำลังพยายามจะแทงทะลุคอฉันไปได้ โดยที่มือของฉันกำลังพยายามที่จะสะกัดมันไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง หายใจไม่ออกโว้ย!

หลังจากที่เขากำลังหัวเราะชอบใจเป็นเวลานาน ฉันเริ่มหมดลมหายใจ(ไม่ใช่ตายนะ!) ด้วยความที่มนุษย์เราจะต้องตายหากขาดอากาศหายใจ แต่ฉันเป็นผู้ใช้เวทย์ มันก็คล้ายๆกับว่าตายยากนั่นแหละ ตรีศูลหยุดพยายามจะฆ่าฉัน มันหยุดเคลื่อนไหวจนฉันมั่นใจแล้วว่ามันจะไม่ทำร้าย จึงปล่อยมันลงพื้น เสียงเหล็กกระแทกกับพื้นหินปูข้างล่าง เวทย์น้ำก็สลายไป สาบานต่อแม่น้ำสติกช์เลยว่าถ้าฉันไม่จมน้ำตาย ฉันจะไปล้างแค้นว่าที่สามีมันนี่แหละ!!
" แค่กๆ " ฉันกระอักน้ำออกมา ก่อนที่จะหายใจให้ทั่วท้อง
" อะแฮร่มๆ หน้าตาดูดีนะครับคุณผู้หญิง " ฉันว่าตอนนี้เวลาก็คงใกล้ที่พระอาทิตย์จะขึ้นแล้วละ! ฉันสะบัดผมที่เปียกออก รู้สึกถึงความร้อนในร่างกายที่ทำให้ผมที่เปียกในตอนแรก แห้งด้วยความรวดเร็ว
" ฉันนึกว่า เราพูดกันแล้วนะ "
" พูดเรื่องอะไรเหรอ?? " เขาทำหน้าแอ๊บแบ้วจนน่ารำคาญ!
" นายพยายามจะฆ่าฉันเลยละสิ! "
" อะ... แอ่ม ไม่ใช่สักหน่อยน่า~ "
" หึ นายระวังตัวไว้เถอะ ฉันจะฆ่านายให้ได้สักวันเลย! "
" แล้วนักฆ่าที่ไหนเค้าเที่ยวไปประกาศกับคนอื่นว่าจะฆ่ากันเล่า " เออ นั่นสิ ทาอิโยะพูดพลางกอดอก
" เรื่องของฉันน่า! " เขายังไม่เลิกหัวเราะอีก ฉัยยืนขึ้นเต็มความสูง ฉันอยากจะกระโดดกัดคอแกจริงๆนะทาอิโยะ


" เอาละครับ วันนี้ถือซะว่าทุกคนคงจะตั้งใจฝึกซ้อมกันจริงจังมาก ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา " ฉันยืนตรงเคารพรุ่นพี่ที่กำลังประกาศศักดาของสีเทาเราอยู่อย่างยิ่งใหญ่ หรือก็คือการปลุกใจนั่นเอง
" ขอให้ทุกคนตั้งใจแข่งขัน การแข่งขันครั้งนี้จะทำให้เราที่ตกเป็นรองสีทองมาตลอด 5 ปีได้รึเปล่า ก็ขึ้นอยู่กับพวกคุณแล้วนะครับ "

" เอ๋... ? " เป็นรองตั้ง 5 ปีเชียวเหรอ?!
" ขอให้ทุกคนตั้งใจอย่างที่ฝันไว้นะครับ "
" เฮ้!! "
สุดท้ายเสียงโห่ร้องอันกึกก้องของสีเทาก็ดังกระหน่ำไปทั่วสนาม กองทัพของทั้งสองสีได้ออกเดินทางมายังสนามแข่งขันด้วยความรวดเร็ว แล้วท่านผอ.ก็กล่าวอย่างสั้นรวดรัดและจบขั้นตอนอย่างรวดเร็ว
" โชคดี "
" เฮ้!!! " ทุกคนก็รวดรัดจบขั้นตอนอย่างรวดเร็วด้วยเสียงเฮ้! ผู้อำนวยการโรงเรียนฉันก็ดียังงี้หละค่ะ

" แถวขบวนสีเทาออกมาแล้วครับ ปีนี้เขามาฉบับของนักรอบเงาสีเทาสง่าครับ นำกองทัพทหารสีเทาออกมาเป็นตัวหน้างานอีกแล้วในปีนี้ ปีที่แล้วเนี่ยเขาเอานักรบเงามาเป็นกองทัพจนทำให้ไฟเกือบไหม้โรงเรียนอีกแล้วครับ "
" ต่อไปนะครับ กองทัพของนักกีฬาปีนี้มีตัวเกร็งคือปีที่ห้าครับ ส่วนปีที่แล้วพวกเขาคงจะได้รับประสบการณ์จากรุ่นพี่ปีที่ 5 เมื่อปีที่แล้วนะครับ " เสียงพิธีกรชายทั้งสองคนกำลังถกเถียงกันเรื่องของขบวนของเราอยู่ (แต่ฉันไม่รู้หรอกว่าเขาคุยเรื่องอะไรกันนั่นหละ) จนกระทั่งเวลาผ่านไป นานเสียจนฉันคิดว่าเรากำลังะตายคาสนามแล้วเสียอีก พวกเขาให้เรายืนตากแดดเสียจนผิวเปลี่ยนสีได้ ฉันคิดว่าคงมีคนเป็นลมสักสิบคนได้ละมั้ง ไม่อดทนเอาเสียเลย 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

266 ความคิดเห็น

  1. #219 Kuizumi (@furnaunchanita) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 13:20
    รอค่าาา
    #219
    0