[Fic Reborn] รักนะ นายมาเฟีย

ตอนที่ 12 : Chapter 10 : คาโฟริเน่ แฟมิลี่ & ผู้พิทักษ์ทั้งสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    21 มี.ค. 60

     หลังจากที่พวกพรีโม่เค้าชื่อแฟมิลี่และชื่อบอสของแฟมิลี่แล้ว ปรากฏว่าไม่สำเร็จแต่.....เถียงกันไปเถียงกันมา ทาสึริก็หลุดชื่อแฟมิลี่ออกมา ทำให้พวกเราได้เบาะแสเพิ่มเรื่องบงการพรีโม่ ตอนนี้ยังไม่ได้ชื่อของเจ้าตัวบงการต้องรอข้อมูลจากจีและโกคุเดระซะก่อน

          ณ ห้องทำงานของโกคุเดระ (ที่มีจีอยู่ด้วย)

     "เคโฟริเน่ แฟมิลี่งั้นหรอ.....ไม่เคยได้ยินเลย" จีถามโกคุเดระที่นั่งคิ้วขมวดอยู่ที่โต๊ะทำงาน
     "นายจะไปรู้ได้ไงเล่า! แฟมิลี่นี้ก่อตั้งตอนสมัยรุ่นที่ 9 นายคงอยู่บนโลกอะนะ" โกคุเดระพูดพลางหงุดหงิดไป
     "งั้นก็ต้องมีเรื่องบาดหมางระหว่างวองโกเล่กับเคโฟริเน่ ถึงกับจ้องจะล้างบางวองโกเล่เลย เล่นของสูงจังเลยนะเจ้าพวกนี้" จีพูดพร้อมกับเปิดหนังสือ 'เคโฟริเน่ แฟมิลี่' อ่าน "จริงๆด้วย อืม........ จากที่อ่านมานี่ เคโฟริเน่ นี่เป็นพัณธมิตรของวองโกเล่ไม่ใช่รึ ไหงจะมาล้างบางกันอย่างงี้เนี่ย" 
      "หืม.. เจอแล้วงั้นหรอ" โกคุเดระเงยหน้ามามองจีที่นั่งอ่านหนังสืออย่างสบายใจอยู่ที่โซฟา
      "ก็ใช่......แต่เล่มนี้เหมือนจะเป็นประวัติของแฟมิลี่นี้ที่ยังสะอาดสวยหรูอยู่ แต่ยังไม่มีประเด็นที่ต้องมีเรื่องกันจนถึงกับตัดขาดกับวองโกเล่เลย" จีพยักหน้าแล้วก็อ่านต่อ
      "ถ้าตั้งแต่รุ่นที่ 9 ละก็มันก็ผ่านมา 20 กว่าปีหรือมากกว่านั้น น่าจะมีการสืบทอดบ้างอะนะ" โกคุเดระขยับแว่นแล้วมองไปที่หน้าจอหน้าจอคอม
      "ฉันก็ว่างั้น ทีนี้ก็ต้องหาทำเนียบบอสของเคโฟริเน่ แฟมิลี่สินะ แล้วจะหาได้จากไหนเนี่ย - -" จีบ่น
      "นายลืมไปแล้วหรอว่าเราคือใคร วองโกเล่ แฟมิลี่รุ่นที่ 10 เชียวนะเรื่องแค่นี้สบายมาก ไปบุกฐานทัพมันก็สิ้นเรื่อง" โกคุเดระยืนขึ้นแล้วกำหมัดชูขึ้นไปด้านบน
      "-*- เอ่อ...... ไปบุกฐานทัพเขาเขาไม่ฆ่าเราตายรึไง อย่าลืมสิพวกนั้นก็แข็งแกร่งขึ้นเหมือนกันนะ" จีสวนกลับทำเอาโกคุเดระ กลับมานั่งธรรมดาไปเลย
      "นั่นสินะ เราต้องหาวิธีบุกฐานทัพของมันให้ได้" 
      "เดี๋ยวๆๆๆๆ ลืมหน้าที่หรอ เป็นอัลไซเมอร์รึไง นายต้องหาข้อมูลของเคโฟริเน่นะ เรื่องวางแผนเป็นหน้าที่ของเดชิโม่ไม่ใช่ =_=" จีบอกโกคุเดระให้ทำงานต่อ
      "ก็ได้ๆ ชิ!!" อารมณ์เสียใส่จีซะด้วย
      "แค่นั้น หืม...... ราเฟล วิราเช่หรอ" จีหันไปถามโกคุเดระ "นี่นายน่ะ ในเคโฟริเน่มีคนที่ชื่อว่า 'ราเฟล วิราเช่' รึปล่าว" 
      "เรื่องแบบนั้นจะไปรู้ได้ยังไง แต่ว่าชื่ออะไรนะเมื่อกี้" โกคุเดระถามกลับ
      "ราเฟล วิราเช่" จีตอบสั้นๆ
      "วิราเช่.....วิราเช่......อ๊ะ!! นึกออกแล้ว" โกคุเดระโพล่งขึ้นเสียงดัง 
      "อะไรของนายเนี่ย แล้วมีชื่อคนคนนี้อยู่ในแฟมิลี่นั้นรึไง!!" 
      "ไม่.....ไม่มี" คำตอบของโกคุเดระทำเอาจีหน้าหงอยไปเลย
      "แล้วจะทำให้ตกใจทำพระแสงเพื่ออะไร -*-" จีหันกลับไปอ่านหนังสือต่อแต่ว่า
      "ไม่ชื่อราเฟล แต่มีชื่อคารอส....ใช่แล้วคารอส วิราเช่" คำพูดนั้นทำให้จีหันมามองโกคุเดระอีกครั้ง
      "ไม่ใช่ราเฟล แต่เป็นคารอสงั้นหรอ" จีทำท่าคิด "งั้นก็ราเฟลเป็นแม่งั้นหรอ ไม่สิชื่อนี้ฉันคุ้นมาก เอ~~~ นึกไม่ออกซักที ช่างมันเถอะแต่นายรู้ชื่อคนในแฟมิลี่นั้นได้ยังไง" 
      "อ๋อ~~ ชื่อนั้น พอดีว่ายามาโมโตะไปเจอมาน่ะ^^" โกคุเดระยิ้ม #มันใช่เวลามะ
      "ทำงานต่อเถอะ ฉันขี้เกียจพูดกับนายแล้ว"
      "ฉันก็ไม่ได้ขอให้นายพูดด้วยซะหน่อย"
      "ชิ!!/ชิ!!" ต่างคนต่างสะบัดหน้าใส่กัน
.
.
.
.
.
.
     "เจอแล้ว!!" โกคุเดระโพล่งขึ้น
     "เจออะไรของนาย แล้วก็เลิกเสียงดังซักที ฉันไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ" จีที่ตอนนี้ไม่มีสมาธิอ่านหนังสือโวยวานใส่โกคุเดระ
     "ก็เจอ รายชื่อของบอสและผู้พิทักษ์ของเคโฟริเน่ไงเล่า" โกคุเดระพูดแบบหงุดหงิด
     "งั้นหรอ ฉันก็เจอแล้วเหมือนกัน ประวัติของแฟมิลี่น่ะนะ แต่ฉันยังสงสัยราเฟล วิราเช่อยู่เลย เธอเป็นใครกันแน่" 
     "เสร็จแล้วก็ไปกันเถอะ ประชุมด่วน" โกคุเดระเอ่ยชวน
     "อืม"

     หลังจากนั้นก็มี จดหมายที่ประทับด้วยไปดับเครื่องชนธาตุนภา ลอยไปหาผู้เกี่ยวข้องทุกคน เป็นคำสั่งของบอสรุ่นที่ 10 ในจดหมายเขียนไว้ว่า 
     'ขอเรียนเชิญผู้อ่านจดหมายทุกคน มาที่ห้องประชุมใหญ่วองโกเล่ ในเวลานี้ ขอให้ท่านรีบมาโดยเร็วด้วย จาก ซาวาดะ สึนะโยชิ'
     
          ณ ห้องประชุมใหญ่วองโกเล่

     "มากันครบแล้วนะครับ ที่เรียกประชุมด่วนในวันนี้ เพราะว่าทั้งจีและโกคุเดระ ได้ข้อมูลของแฟมิลี่ที่จะล้างบางวองโกเล่แล้ว" บอสเดชิโม่แห่งวองโกเล่ เอ่ยเปิดประชุม
     "เดี๋ยวก่อนมิเกล อลาวดี้กับฮิบาริยังไม่มาเลยนะ" ยามาโมโตะนั่นเองที่ถาม
     "เดี๋ยวก็มา" บอสตอบ
     "งั้นเริ่มจากรายชื่อบอสและผู้พิทักษ์นะครับ" แล้วจอหลังสึนะก็ปรากฏชื่อและรูปภาพของบอสเคโฟริเน่ แฟมิลี่ "ฟิคาโก้ ฟาริดะ หรือ คาโก้"
     ผู้ที่มีผมสีขาว ตาสีแดง แถมถือคทาที่มีเปลวไฟนภาลุกอยู่ ไม่มีใครแสดงอาการใดๆยกเว้น.....
     "พะ....พี่ชาย" โซเฟียพูดเสียงสั่น
     "อะไรนะ พี่ชายของโซเฟียงั้นหรอ!!" ไม่ใช่แค่พวกสึนะที่ตกใจ พวกของเธอก็เช่นกัน
     "พี่ชายจริงๆด้วย" 
     "คนที่เฟียจังสู้ด้วยตอนอยู่ที่ดาดฟ้าน่ะหรอ" สึนะทำลายความเงียบด้วยการถามคำถามที่อยากรู้
     "ใช่ค่ะ........แต่ตอนนั้นไม่แน่ใจเหมือนกัน" โซเฟียตอบ
     ผลัก!!
     เสียงประตูเปิดทำให้ต้องหันไปมอง
     "บอส!!!!" บุคคลที่เปิดประตูมานั่นก็คือทาสึริที่ถูกใส่กุญแจมือ ประกบข้างด้วยอลาวดี้กับฮิบาริ และมิเกล
     "ช้าจังอลาวดี้~~~" พรีโม่พูดให้ผู้พิทักษ์เมฆา
     "ก็แก้มัดให้เจ้านี่สิ" อลาวดี้พูดอย่างไม่สบอารมณ์
     "ฉันเพิ่งกลับมาจากสวนสาธารณะน่ะ แหะๆ" มิเกลพูดเขินๆ
     "นั่งสิจะยืนกันทำไม" จีพูด
     "ฮึ!!" อลาวดี้ทำท่าทีหงุดหงิดเล็กน้อย
     "เข้าเรื่องครับ นี่คือบอสของเคโฟริเน่ แฟมิลี่คนปัจจุบัน อาวุธคือคทา และธนู" แล้วก็เปลี่ยนเป็นรูปถัดไป "โทมาส แรมบิโอ้ ผู้พิทักษ์วายุ อาวุธคือปืน และบูมเมอร์แรง" ผู้พิทักษ์วายุของเคโฟริเน่ มีผมสีแดง ตาที่ควันบุหรี่ แต่ก็โหดใช่ย่อย "คารอส วิราเช่ ผู้พิทักษ์พิรุณ อาวุธคือ มีดสั้น" คนนี้มีผมสีขาวควันบุหรี่ และตาสีฟ้า "ราวิโน่ โฟเมน ผู้พิทักษ์อรุณ อาวุธคือ สนับมือ" ผู้ชายคนนี้ดูสุดขั้วเหมือนเรียวเฮ มีผมสีทอง ตาสีน้ำตาล "ต่อไป เดฟ ลี ผู้พิทักษ์อัสนี อาวุธคือหอกอัสนี" เป็นคนที่มีผมสีดำประกายเขียว ตาสีเขียว ช่างเหมาะกับตำแหน่งนี้จริงๆ "คนนี้ผู้พิทักษ์เมฆา เซนคาโรว์ ลิเกส อาวุธคือ ดาวกระจาย" ผมสีดำ ตาสีดำประกาย ช่างเหมือนฮิบาริจริงๆ "คนสุดท้าย เรน่า เวลเน่ ผู้พิทักษ์สายหมอก อาวุธคือพลังมายา ส่วนอย่างอื่นยังไม่ปรากฏ" คนสุดท้ายเด็กสาวเพียงคนเดียว ตาสีน้ำเงิน ผมสีม่วง 
     "ส่วนจี นายมีอะไรก็บอกไปสิ" โกคุเดระบอก
     "อืม"
     "มีอะไรงั้นหรอ" นัคเคิลถาม
     "ก็ประวัติของเคโฟริเน่ แฟมิลี่ไง เริ่มเลยนะ จากที่ฉันอ่านมา เคโฟริเน่ แฟมิลี่เป็นแฟมิลี่พัณธมิตรของวองโกเล่รุ่น 9 ตามที่รู้ทุกคนคงเข้าใจว่าเคโฟริเน่ถูกก่อตั้งตอนรุ่นที่ 9 ใช่มั้ย" แล้วทุกคนก็พยักหน้ายกเว้นพวกจากอดีต "แต่ความจริงนั้นไม่ใช่"
     "ห้า!! ไม่จริงน่า" ทุกคนอุทานขึ้น
     "มันเป็นเรื่องจริง อีกอย่างพวกเคโฟริเน่ก็เป็นพัณธมิตรกับพวกเรา วองโกเล่รุ่นแรกเช่นกัน จริงมั้ยพรีโม่" จีหันถามบอส
     "ใช่มันคือความจริง" พรีโม่ตอบอย่างช่วยไม่ได้
     "แต่หลังจากเป็นพัณธมิตรได้ไม่กี่ปี พวกเรากับเคโฟริเน่ก็แตกแยก กลายเป็นศัตรูกันตั้งแต่นั้นมา ด้วยเหตุผลที่ว่าเคโฟริเน่อยากอยู่เหนือวองโกเล่ และอีกอย่าง 'ราเฟล วิราเช่' ก็เคยเป็นอดีตคนรักของจีอ๊อตโต้อีกด้วย" จีเปลี่ยนการเรียกจากพรีโม่ เป็นจีอ๊อตโต้ แล้วมองหาเจ้าของชื่อที่นั่งกอดอกทำหน้าไม่สบอารมณ์จากการรื้อฟื้นอดีตคนรัก
     "ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของ คารอส วิราเช่" เดม่อนเสริม
     "ราเฟลน่ะ ขอแยกตัวออกจากวองโกเล่แล้วหันไปเป็นผู้พิทักษ์พิรุณให้เคโฟริเน่ แต่นั่นแค่การเล่นละคร เพราะเธอเป็นพวกเคโฟริเน่อยู่แล้วแต่ไม่มีใครรู้แม้แต่พรีโม่ และเธอก็แต่งงานแล้วด้วย เธอมาที่วองโกเล่เพื่อที่จะสืบข้อมูลให้เคโฟริเน่ มันเป็นแผนของพวกนั้น มันคิดจะทำลายเราตั้งแต่แรกอยู่แล้วแต่มันไม่สามารถทำอะไรเราได้ เลยมีการสืบทอดโดยมีเป้าหมายคือการล้างบางวองโกเล่ และอยู่เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง" จีพูดยาว
     "แล้วคราวนี้มันแผนสูง มันลงทุนพาพวกเราจากอดีตเพื่อทำลายไม่ให้เหลือซาก" อลาวดี้ที่เงียบอยู่นานพูดเสริม
     "ก็แค่ขย้ำให้สิ้นซากเท่านั้น" คราวนี้ฮิบาริพูดบ้าง
     "ใจเย็นน่าฮิบาริ" ยามาโมโตะห้ามฮิบาริ
     "แล้วเรื่องพี่ชายของโซเฟียล่ะ เป็นบอสแสดงว่ามีเชื้อสายสินะ" แรมโพพูด
     "งั้นโซเฟียก็เป็น..........." แรมโบ้พูดบ้าง
     "ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก" มุคุโร่บอก "ถ้าเธอเป็นพวกนั้นจริง ตอนเธอเห็นพี่ของเธอเธอคงไม่ตกใจขนาดนั้น แล้วก็ไม่น่าจะมาช่วยเรานะครับ"
     "ฉันไม่รู้เรื่องว่าพี่ชายจะเป็นบอสของเคโฟริเน่ด้วยซ้ำ อีกอย่างฉันไม่ได้มีเชื้อสายอะไรนั่นหรอกค่ะ ฉันเป็นพี่น้องคนละพ่อของพี่คาโก้ แม่บอกว่าพอพ่อของพี่คาโก้เสียไป แม่ก็แต่งงานใหม่หลังจากนั้นประมาณ 2-3 ปีฉันก็ไม่ได้เจอพี่อีกเลย แม่ก็ไม่รู้ว่าพี่ไปไหนเลยคิดว่าไปสวรรค์แล้ว ไม่คิดว่าจะได้เจอที่นี่แบบศัตรู" โซเฟียพูดความจริงยาวๆ
     "เราคงต้องเตรียมแผนรับมือแล้วหล่ะ พวกนั้นก็เริ่มตามหาอัญมณีกันแล้ว" ลูเซียแนะนำ
     "แล้วเหลืออีกกี่คนที่ยังไม่ได้อัญมณี" โซเฟียถาม
     "เดล เกล ลิเทีย และลูเซียสินะ" อาเรียพูดตอบ
     "ใครบอกว่าฉันยังไม่ได้มิทราบ" มิเกลพูดพร้อมกอดอกไขว่ห้างอย่างเสียอารมณ์
     "ใช่ ฉันสองคนได้แล้ว" ลูเซียด้วยหรอเนี่ย
     "ขอหลักฐานหน่อย อยากดู^^" มาเรียยิ้มๆ แล้วทั้งสองก็โชว์หลังมือให้ดู มิเกลเป็นรูป นาฬิกา ของลูเซียเป็นรูปพระจันทร์และหมู่ดาวและก็อีกอย่างนึงคือ นาฬิกาตลับห้อยคอ กับรูปรอยสักพระจันทร์เสี้ยวที่หัวไหล่
     "แล้วไปมาตอนไหนหรอ พวกเราไม่เห็นรู้" อาเรียถาม
     "ก่อนประชุม" มิเกลตอบ
     "ของฉันเมื่อตอนตี 2" ลูเซียเสริม
     "งั้นหรอ ทีนี้ก็เหลือแค่ 2 คนแล้วสินะ" โซเฟียพูดแล้วมองหน้าสึนะ
     "ขอจบการประชุมไว้แค่นี้นะครับ ขอบคุณที่ร่วมประชุม" สึนะพูดปิด

ย้อนไปเมื่อตอนตี 2

          มุคุโร่ พาร์ท

     ขณะนี้เวลาตี 2 และอีก 10 นาที ฮ้าวว~~ ง่วงชะมัด ถ้าถามว่าทำไมผมไม่ไปนอน ขอตอบไว้ตรงนี้เลยยัยเซียลากผมออกมาเนี่ย 
     "นี่คุณ พาผมออกมาทำไมเนี่ย" ผมบ่นให้คนข้างหน้าฟัง
     "อยู่เงียบๆได้มั้ย ฉันไม่มีสมาธิหาคลื่นอัญมณี" เซียตอบผม
     "ก็ได้" ผมยอมยืนเงียบๆกอดสามง่ามของผมเอาไว้ (ยังจะพกมาอีก)
     "อ๊ะ! ได้แล้ว ตามมา" แล้วนางก็ลากผมมา
     "นั่นใครน่ะ" ผมถามตอนนี้ผมฟื้นจากการง่วงแล้ว ตอนแรกทำเป็นง่วงเฉยๆ จริงๆก็ไม่ได้ง่วงเล๊ย
     "อ๊ะ!!" เสียงผู้หญิง งั้นก็.....
     "ลูเซีย!!" ลูเซียโดนยัยนั่นจับไปแล้ว
     "ปล่อยฉันนะ ปล่อย!!" ว่าแล้วหมอกก็จางลง
     "นี่มันอะไรกัน" ผู้หญิงปริศนาโพล่งขึ้น 
     "อะไรกันตกใจหรอ ภาพมายากระจอกๆแบบนี้" ผมเดินออกมาจากที่หลบพร้อมกับลูเซีย
     "ฉันก็ไม่คิดว่าจะมีคนใช้ภาพมายาหลอกฉัน" ผู้หญิงคนนั้นสะบัดหน้าหนีผม แต่ในมือเธอเหมือนจะมีกล่องอะไรอยู่ เดาได้ไม่ยากลูเซียต้องการ
     "เธอต้องการไอ้นั่นใช่มั้ย" แล้วลูเซียก็พยักหน้า "จะให้ฉันไปเอาให้หรือจะไปเอาเองล่ะ"
     "ฉันอยากไปเอาเอง แต่ถ้าฉันไม่ไหวเดี๋ยวจะเรียก" ลูเซียพูดแล้วเดินไปหน้าผู้หญิงคนนั้น "ชื่ออะไร เธอน่ะ"
     "ไม่จำเป็นต้องรู้" แล้วเธอก็เดินออกไป แต่ลูเซียไม่ขัดขวางแสดงว่า 
     "จะหลบอีกนานมั้ย ออกมาได้แล้ว" ลูเซียหันไปมองตรงมุมมืดมุมนึง แล้วก็มีร่างบางๆของผู้หญิงเดินออกมา 
     "เก่งนะที่หาฉันเจอได้^^" เธอชม
     "ฉันไม่ต้องการคำชม เพราะฉันได้มาเยอะแล้ว ไม่ต้องการ ยิ่งเป็นคำชมของเธอยิ่งไม่อยากได้ เรน่า" ลูเซียพูดเสียงต่ำ
     "โอ๊ะ รู้จักฉันด้วยแฮะ เก่งไม่เบา แต่ก็นะฉันไม่มีเหตุผลที่จะต้องยุ่งกับเธอหรอก" เรน่าพูดแล้วทำท่าจะเดินออกไป แต่มีอินทรีย์มาขวางไว้
     "อย่าคิดจะหนีไปได้" ลูเซียหันมาประจันหน้ากับเรน่า
     "ก็ไม่ได้คิดจะหนี แต่ไม่อยากสู้กับคนกระจอก แต่ว่าถ้าขวางอย่างงี้คงช่วยไม่ได้" เธอกำลังสร้างภาพมายา ผมก็แคมพิโอฟอร์มากับนกฮูกสายหมอกรอสิครับ คอยรอสัญญาณจากลูเซียด้วย
     "ภาพมายางั้นหรอ มุกอ่อนๆอย่างนี้เค้าใช้ในการต่อสู้กันหรอ อ๊ะ!" อะไรกันใช้มุกเดียวกับผมหรอ ที่สร้างภาพมายาแล้วปาหินไปด้วยน่ะ
     "มุกอ่อนๆ เฮอะ!! อย่าเอาฉันไปเหมารวมกับพวกวองโกเล่สิ พวกนั้นต่างหากที่อ่อน" ดูถูกวองโกเล่ซะด้วย ชักจะมากไปแล้วนะ
     "วองโกเล่แข็งแกร่ง อย่างเธอหรอจะโค่นฉันได้ นอนฝันไปเถอะ" พรึ่บ!! ภาพมายาคลายออก เธอทำได้ยังไง นี่สินะลูเซีย
     "เธอ.....ทำได้ยังไง" ยัยนั่นเสียงเริ่มสั่น
     "ฉันจำเป็นต้องบอกเธอด้วยหรอ" ลูเซียพูดเสียงเย็น
     "จำเป็นสิ เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ^^" อะไรของยัยนั่นน่ะ อยู่ๆก็จะมาเป็นเพื่อน
     "ได้สิ เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ" ลูเซีย ทำบ้าอะไรของเธอน่ะ
     "แกก็พวกอ่อนแอ ปัง!!" 
     "ลูเซีย!!" ผมตะโกนออกไป แต่ก็แค่ตะโกนไปงั้นแหละผมไม่ค่อยมีบท
     "โอ้โห ถึงกับต้องร้องหากันเลยหรอ รักกันมากสินะ แต่ฉันฆ่าเธอไปแล้วเสียใจจัง" โม้ใหญ่เลย
     "พูดอยู่กับใครหรอครับ" ผมก็เดินออกมาอีกครั้ง ตรงที่ผมเคยนั่งน่ะกลายเป็นท่อนไม้ไปแล้ว
     "อะไรกัน!?" ตกตะลึงสินะ
     "อ้าวตกใจรึไง นี่แค่ออร์เดิร์ฟเองนะ อยากได้อาหารจานหลักมั้ยครับ" ผมพูดแล้วหางตาของผมก็เหลือบไปเห็นลูเซียจะจับยัยนั่น ด้วยวิธีอะไรผมก็ไม่รู้หรอกนะครับ แต่ว่าให้เธอทำจะดีซะกว่า เพราะงั้น "แต่คงไม่ต้องถึงมือผมแล้วมั้งครับ^^" 
     "อะไรนะ!!" เธอหันมองด้านหลัง แต่ไม่ทันแล้ว ลูเซียร่ายเวทย์มนต์ดำใส่ แล้วตัวของเรน่าก็เหมือนจะถูกเงาดำนั่นครอบงำ แล้วก็หายไปพร้อมกับมีกล่องหล่นจากมือเรน่า
     "เอาหล่ะ เรียบร้อยเช็คดูให้หน่อยว่าเป็นภาพมายารึปล่าว" เธอหันมาพูดกับผม
     "ไม่ครับนี่ของจริง" ผมแคมพิโอฟอร์มาอยู่ไง เลยรู้
     "งั้นก็ยื่นมือที่มีแหวนมา" ผมทำตามอย่างไม่ขัด แล้วก็มีแสงสว่างขึ้นพอแสงดับก็มีรูปจันทร์เสี้ยวที่หลังมือ แล้วก็ที่ต้นแขนของลูเซียด้วย
     "เธอได้พลังแล้วสินะ ฉันคงไม่ต้องคอยห่วงเธอแล้วสินะ" 
     "อะไรนะ นายเนี่ยนะเป็นห่วงฉัน กินยาผิดขนาดรึปล่าว หรือโดนเล่นของห๊ะ" เธอไม่เชื่อแฮะ 
     "ช่างเหอะ ลืมๆมันไปซะ" ผมพูดปัดๆ "แล้วนี่จะกลับได้ยัง"
     "กลับได้ หมดธุระแล้ว ง่วงด้วย" ง่วง? เพิ่งรู้สึกหรอ -*-

          มิเกล พาร์ท

     สวัสดีทุกคน ฉันมิเกลเรียกเกลเฉยๆก็ได้ ตอนนี้ฉันอยู่ในห้องทำงานของเคียวจัง เจ้าตัวอนุญาติให้ฉันเข้ามาได้ แต่ห้ามเข้าๆออกๆ เพราะเขารำคาญ จากที่อยู่กับเขามาซักพักแล้วเนี่ย ฉันเริ่มชอบเขาแล้วสิ อร๊ายย แต่หยุดเรื่องนั้นไว้ก่อน ตอนนี้ต้องหาอัญมณีให้เจอก่อน เห~~~ ความรู้สึกนี้ อเมทิสต์ ต้องรีบแล้ว
     "นี่ๆ เคียวจัง เอ๊ย! เคียวยะ ฉันอยากไปเดิยเล่นอ่าา พาฉันไปหน่อยสิเบื่อที่นี่แล้วอะ" 
     ชิ้ง~~~~ เขาเงยหน้าจากหนังสือแล้วมองมา น่ากลัวจังฉันชอบคนแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย -///-
     "เฮ้อ จะไปไหนล่ะ" เค้าถามฉันหรอ ลืมกินยาป่ะ ปกติต้อง 'นี่ยัยสัตว์กินพืช ตาบอดรึไงฉันยุ่งอยู่เนี่ย' ไม่ใช่หรอ แต่ว่าคำว่าสัตว์กินพืชเนี่ยเดี๋ยวนี้เคียวจังไม่ค่อยพูดแล้วแหละ สงสัยจะเข็ด หึหึ
     "หืม นายถามฉัน ลืมกินยาป่ะ" ฉันพูดตามที่ฉันคิดไว้
     "ฉันเบื่อที่จะต้องเถียงกับเธอ ว่าไงจะไปไหน" เบื่อหรอ แน่ใจ๊? งั้นสร้างอารมณ์ให้ครึกครื้นซักหน่อยจะดีมั้ย เอ~~ ไม่ดีกว่าเดี๋ยวเราไม่ได้ออกไปอีก
     "งั้นไปสวนสาธารณะละกัน ง่ายดี" ฉันตอบไป ที่จริงมันไม่ได้ง่ายหรอก ที่นั่นมีศัตรูอยู่ แต่เคียวจังอยู่ด้วยไม่มีอะไรที่ต้องกลัว (งั้นหรอ เธอนั่นแหละที่น่ากลัว : ไรต์เอง) 
     "ตามมา" ฉันเดินตามเคียวจังไป แต่ก็ต้องหยุดเพราะประตูถูกเปิด
     "เอ่อ...คุณเคียวจะไปไหนครับ" คุณคุซาคาเบะนี่เอง
     "ไปเดินเล่นนิดหน่อย คุณมีอะไร" คุซาคาเบะคงอึ้งไปนิด ว่าคนอย่างเคียวยะจะไปเดินเล่น ไม่มีทาง
     "พอดีว่าจะมาถามว่าจะเอาของว่างรึปล่าว แต่ตอนนี้คงไม่จำเป็นแล้วงั้นขอตัวนะครับ"
     "อืม" เคียวจังตอบสั้นๆ แล้วก็คว้าแขนฉันลากออกไป
  
          ณ สวนสาธารณะ

     "นายจะดื่มน้ำรึปล่าว" ฉันถามคนที่ยืนอยู่ข้างๆ
     "ไม่หล่ะ" เขาปฏิเสธ
     "งั้นเดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำแปปนึงนะ นายรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ^^" ฉันส่งยิ้มหวานให้ แต่เขาไม่ยิ้มตอบกลับฉันอะ เสียจุยย จบมิชชั่นตามหาอัญมณี ส่งพรีโม่กลับอดีต มิชชั่นต่อไปคงเป็น ทำให้เคียวจังยิ้มให้ได้ เข้าเรื่องๆ ตอนนี้ฉันเดินหนีจากเคียวจังมา เพื่อหาอัญมณีโดยบอกว่ามาเข้าห้องน้ำ อ๊ะ!! ฉันเจอแล้วยังคงอยู่ดี แต่ที่อยู่นี่มันช่างเอิ่ม...นะ ข้างถังขยะ เอาเป็นว่าเจอแล้วละกัน หืม.....มีคนกำลังเข้ามาใกล้ ทำให้ฉันต้องรีบคว้ามาไว้กับตัวแล้วก็หันไปประจันหน้ากับบุคคลปริศนาซึ่งน่าจะมาเอาอัญมณี 
     "เอ่อ....ช่วยหลีกทางหน่อยได้มั้ยคะ ฉันต้องไปหาเพื่อนน่ะค่ะ" หมอนั่นก็หลีกให้แต่ว่า ดันคว้าแขนฉันไว้น่ะสิ
     "เธอน่ะ ชื่อมิเกลใช่มั้ย" รู้ได้ไง
     "ปล่าวค่ะฉันไม่ได้ชื่อมิเกล ฉันชื่อราเรีย มีอะไรหรอคะ" ฉันแถไป
     "อย่ามาโกหก มิเกล เจ้าหญิงแห่งกาลเวลาน่ะมีอยู่คนเดียวที่ต้องใช้อัญมณีตอนนี้" หืม....รู้ดีจังเลย
     "แล้วจะทำไม" ฉันตอบหลับไปแบบแล้วไง ใครแคร์อะ
     "เอากล่องนั่นมาให้ฉัน" เขาชี้มาที่กล่องสีดำที่ฉันถืออยู่
     "เรื่องอะไรฉันจะให้นาย" ฉันแลบลิ้นปลิ้นตาใส่
     "ถ้าพูดดีๆไม่ได้ คงต้องใช้กำลัง" เอาแล้วไงหมอนั่นเอาดาวกระจายออกมาแล้ว "ฉันให้โอกาสอีกครั้ง จะให้หรือไม่ให้" 
     "ไม่มีทาง แบร่" กวนเข้าไป เดี๋ยวก็โดนหรอกยัยเกลเอ๊ย
     "งั้นก็จะไม่ออมมือละนะ" เห้ยเอาจริงดิ ไม่อาวววตอนนี้ฉันไม่พร้อมสู้
     ฟิ้ว~~~ ตุ้ม!! ตายแหงมๆ แต่ทำไมฉันไม่มีแผลเลยหล่ะ หรือว่า "คิ้ว~" เม่นเมฆา งั้นก็แสดงว่า...
     "มาเข้าห้องน้ำซะไกลเลยนะ" เคียวจังจริงๆด้วย "ทำไมไม่สู้หล่ะ ตอนอยู่กับฉันไม่เห็นขี้ขลาดอย่างนี้เลย" 
     "ฉันไม่พร้อมที่จะสู้นี่นา" 
     "แล้วนายน่ะ บังอาจมากนะมาทำร้ายคนที่ไม่มีทางสู้น่ะ" เขาปกป้องฉันหรอ
     "หืม.....ผู้พิทักษ์เมฆาแห่งวองโกเล่ ที่เขาลือกันว่าแข็งแกร่งที่สุดในทีม สำหรับฉันฉันว่างั้นๆ" หนอยดูถูกเคียวจังมาไปแล้วนะ
     "แล้วไง อย่าเอาผมไปรวมกับวองโกเล่ผมไม่ได้อยากเป็นซักหน่อย" 
     "จริงๆแล้วฉันก็ไม่ได้มีธุระจะคุยกับนาย แต่มีกับสาวน้อยคนนี้ ใช่มั้ย~" อะไรกันเขาเดินมาช้อนคางฉันขึ้น "ดูเหมือนนายจะเป็นห่วงเธอนะ"
     "เป็นห่วงหรอ ไม่จำเป็นแต่ยัยนี่มีประโยชน์นิดหน่อยเลยต้องเก็บเอาไว้" ปากนะปาก เดี๋ยวแม่จะเตะให้
     "งั้นฉันขอละกันนะ" ขออะไรกัน เอ๊ะกล่อง ไปอยู่กับหมอนั่น หนอยย "ฉึก! โอ๊ย!" ฉันปาเข็มพิษไปเองแหละ แบบเดียวกับที่ใช้กับเคียวจังเป๊ะ แค่ของเคียวจังไม่ได้อาบยาพิษก็แค่นั้น 
     "ออกฤทธิ์แล้วหรอ" เออสิวะ ฮึ่ยย
     "อะไรกัน เธอทำได้หรอ" หมอนั่นถาม
     "อ้าวเห็นรู้ว่าฉันเป็นถึงเจ้าหญิงแห่งกาลเวลา นึกว่าจะรู้ความสามารถของฉันซะอีก" ฉันเดินไปใกล้ หมอนั่นขยับไม่ได้ สงสัยพิษจะเริ่มทำงานแล้วสิ 
     "ฉันไม่ให้เธอเอาไปได้หรอกนะ ชิ!!" มีความพยายามจะลุกขึ้นวิ่งหนีต่อ แต่เพราะพิษทำให้วิ่งไม่ได้ ฉันเลยร่ายเวทย์หยุดเวลาไป แล้วก็เดินไปเอากล่องมาแบบชิวๆ
     "ฉันก็ไม่มีทางให้นายได้เหมือนกัน" ฉันแลบลิ้นใส่
     "ก็สู้ได้นิ ทีตอนแรกทำเป็นอ่อนไปได้" เสียงใครน่ะ เคียวจังเหรอ ไม่จริงน่านี่มันเวทย์หยุดเวลานะ ไม่น่าจะมีใครขยับตัวได้นิ
     "นายขยับได้หรอ เก่งจัง" ฉันชม แล้วก็คลายคาถา ทำให้คนๆนั้นหนีไปโดยนึกว่ามีกล่องอยูาในมือ
     "เรื่องของฉัน จะกลับได้ยัง"
     "อะไรกัน ยื่นมือมาก่อนสิ" ฉันสั่ง แล้วเขาก็ทำตาม ฉันแปลกใจจริงๆนะวันนี้เขาดูแปลกๆ แล้วแสงก็สว่างขึ้น จากนั้นก็ดับลง แล้วก็ปรากฏรูปนาฬิกาที่หลังมือของฉัน และก็มีอะไรห้อยคอฉันอยู่ด้วย นี่มันนาฬิกาตลับนี่นา อ่าาฉันได้พลังแล้วรู้สึกดีจังเลย
     "กลับได้รึยัง" ขัดจัง
     "ได้ๆ" พรึ่บ อะไรลอยมาด้านหน้าฉันเนี่ย ด้านหน้าเคียวจังก็มี ฉันเลยเปิดอ่านดูมันถูกประทับด้วยไฟดับเครื่องชนธาตุนภา ในจดหมายบอกให้เราไปประชุม แต่จากที่คำนวนคร่าวๆ กว่าจะไปถึงที่ประชุมคงเลทแน่นอน อ้อ จากซาวาดะ สึนะโยชิ คู่ของบอสนี่เอง "ไปกันได้ยัง" ฉันถามเคียวจังอีกที
     "อืม"

          ฮิบาริ พาร์ท

     ทำไมผมต้องเป็นห่วงยัยนั่นด้วยเนี่ย =_= 
===============
จบๆๆๆ อัพให้แล้ว จัดให้แบบยาวๆ ขอโทษที่หายไปนาน พอดีมีธุระนิดหน่อย
===============
ไรต์ยอนมี อุอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

10 ความคิดเห็น