[Fic Reborn] รักนะ นายมาเฟีย

ตอนที่ 19 : Chapter 17 : สิ่งที่อยากบอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    31 มี.ค. 60

     ในที่สุดตอนนี้ทุกคนปลอดภัยแล้ว และกลับมาที่ฐานทัพ
     "เหนื่อยจังเลย ผมขอตัวไปนอนก่อนละกันนะ" แรมโบ้ขอลาไปนอนก่อน
     "ไปสิ พี่ไม่ว่าหรอก" มิเกลมองน้องอย่างเข้าใจ
     "ขอบคุณค่ะพี่" แล้วลิเทียก็เดินตามแรมโบ้ไป
     "งั้นฉันขอตัว เพลียๆนิดหน่อย" อาเรียแยกตัวออกไป และโกคุเดระก็เดินตามไปแบบเงียบๆ
     "หิวจังเลย ยามะคุงพาไปทานข้าวหน่อยสิ" มาเรียอ้อนวอนยามะ
     "ที่ไหนดีล่ะ" 
     "งั้นเอาเป็น......ร้านซูชิของคุณพ่อยามะดีกว่า อร่อยดี^^" 
     "จัดไป เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง" แล้วทั้งคู่ก็เดินออกไป
     "เดี๋ยวฉันไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะนะ" มิเกลขอตัว
     "ผมไปล่ะ" แล้วฮิบาริก็เดินออกไป
     "ฉันไปวิ่งหน่อยดีกว่า" เรียวเฮพูด
     "ฉันไปด้วย" เดลพูดพร้อมเดินตามเรียวเฮไป
     "เอ่อ.....พวกเราไปไหนกันดี" สึนะเกาหัวถามโซเฟีย
     "ร้านเค้กมั้ยคะ อยากกินเค้ก" โซเฟียตอบ
     "ก็ดีเหมือนกัน งั้นไปกันเถอะ" ทั้งสองก็เดินออกไป
     "พวกเราไปเดินเล่นกันดีกว่า ผมชักจะเบื่อโกคุโยแล้วสิ" มุคุโร่พูดเสร็จก็ลาก(?)ลูเซียไป
     ทำให้ตอนนี้เหลือผู้มาจากอดีตทั้งหมด
     "ดูเหมือนว่าคงจะได้มีงานแต่งงานเร็วๆนี้ล่ะมั้ง" จีพูดลอยๆ
     "ว่าแต่เจ้าฮิบาริไม่ไปกับเกลงั้นหรอ" นัคเคิลถาม
     "คิดว่าไงล่ะ" แรมโพถามกลับ
     "เหอะ! หมอนั่นเลี่ยงที่จะตอบแบบตรงๆต่างหากนัคเคิล" อลาวดี้ตอบ
     "ผมก็ว่างั้น" เดม่อนสนับสนุน
     "ถ้าเจ้าพวกนั้นจะแต่งงานกันจริงๆ พวกเราก็อยากอยู่ฉลองด้วยนิ" อุเก็ตสึกล่าว
     "เฮ้อ~~ นั่นสินะ ฉันก็อยากเห็นผู้สืบทอดที่เป็นลูกหลานแท้ๆของฉันมีคู่ครองซักกะที" พรีโม่ถอนหายใจยาวไป
     "ไปพักกันเถอะ ง่วงจะตายอยู่แล้ว" แรมโพพูดเสียงงัวเงียแล้วเดินจากไป

     แหมๆ พวกพรีโม่นี่ชอบจับคู่กันจังเล๊ยย....

     ณ ห้องของแรมโบ้ในฐานทัพ

     "ฮ้าว~~~ งีบซักชั่วโมงดีกว่า" (เขาเรียกว่างีบเรอะ! : ไรต์เอง)
     ก๊อก ก๊อก ก๊อก
     "ใครมันมาเคาะประตูตอนจะนอนเนี่ย รำคาญชะมัด"  แรมโบ้เดินไปเปิดประตู ก็พบหญิงสาวร่างบางที่ค่อยข้างเตี้ย(?) (เขาเรียกว่าส่วนสูงตะมุตะมิ cr.เพื่อนไรต์เอง : ลิเทียคนเตี้ย!?) "หืม....มาทำไมมิทราบ" 
     "มาถามคำถามที่ข้องใจ" ลิเทียตอบ
     "เข้ามาก่อนสิ ฉันก็มีเรื่องจะคุยด้วยเหมือนกัน" พอเข้าห้องแรมโบ้ก็ล้มตัวนอนบนเตียง ส่วนลิเทียนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ทำงาน
     "เข้าเรื่อง......ทำไมนายถึงห่วงฉันนักหนามิทราบ" เข้ามาลิเทียก็เปิดประเด็น ทำเอาแรมโบ้ไปไม่ถูเลย
     "ใครบอกเธอ" แรมโบ้เลี่ยงที่จะตอบโดยการถามกลับ
     "วองโกเล่พรีโม่ ยังไงหล่ะ.....ทีนี้ตอบมาได้แล้ว" 
     "เธอจะอยากรู้ไปทำไม ถึงเธอรู้ไปมันก็ไม่ได้ทำให้ฉันได้ A+ ทุกวิชาหรอกนะ" 
     "งั้นฉันไม่ถามคำถามนี้และ อีกคำถามละกัน......"
     "ว่ามา"
     "นายคิดยังไงกับฉันกันแน่" คำถามนี้เล่นเอาแรมโบ้คิ้วกระตุก
     "จะบอกอะไรให้ มันไม่ได้ต่างอะไรกับคำถามเมื่อกี้มากหรอกนะ" 
     "นายก็ตอบมาสิ ในเมื่อคำตอบมันเหมือนกัน"
     "มีอะไรแลกเปลี่ยนมั้ยละ" เอิ่ม...
     "ไม่มี"
     "งั้นก็ไม่บอก"
     "ก็ได้ แล้วนายบอกมีเรื่องจะคุย เรื่องอะไรฮะ"
     "เรื่องหัวใจ"
     "ห๊ะ!?" 
     "จะถามว่าหัวใจมันมีหน้าที่ทำอะไรหรอ พอดีมันจะออกสอบน่ะ ฉันเรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง"
     "เฮ้อ ตกใจหมด นึกว่าเรื่องอะไร"
     "เพ้อเจ้อ เธอนี่ไปดาวเนปจูนแล้วมั้ง คิดอะไรไปเรื่อย"
     "หนอย นายว่าฉันเพ้อเจ้องั้นหรอ" ลิเทียเดินไปข้างเตียงที่แรมโบ้นอนอยู่ แล้วเขกกะโหลกแรมโล้หนึ่งที กำลังจะเขกครั้งที่สองแต่ก็ต้องชะงัก
     "อย่าคิดจะทำเป็นรอบที่สอง ไม่งั้นฉันจะไม่ตอบคำถามเธอ" แรมโบ้กันมือลิเทียไว้
     "งั้นก็ตอบมาสิ"
     "คำตอบของฉันคือ.........................เป็นแฟนกันนะ" แรมโบ้กระซิบข้างหูลิเทีย
     "อะ.....อะไรของนายเนี่ย -////-" ลิเทียหน้าแดง
     "ขอคำตอบ"
     "อือ" ลิเทียตอบเบาๆ
     "อะไรนะ" แรมโบ้แกล้งไม่ได้ยิน
     "อือ" ยังคงเสียงเบา
     "ไม่ได้ยิน"
     "ก็บอกว่าตกลงยังไงเล่า ชิ!! ไม่คุยกับนายเล่างอน" ลิเทียสะบัดหน้า แล้วออกจากห้องไปเลย
     "555 นายมีมุมอย่างนี้ด้วยหรอเนี่ย เพิ่งจะเคยเห็น" เสียงบุคคลปริศนาที่แอบฟังพูดขึ้น
     "แอบฟังคนอื่นคุยกันอย่างงี้ ไร้มารยาทมาก" แรมโบ้ตอบแรมโพ
     "ถึงจะไร้มารยาท ผมก็ไม่แคร์ อย่าลืมไปง้อเธอด้วยล่ะ^^" แรมโพโบกมือบ๊ายบายแล้วเดินออกไป
  
     ณ หน้าห้องพักของเหล่าเจ้าหญิง

     "เลิกเดินตามได้แล้ว คิดว่าฉันไม่รู้งั้นหรอ" อาเรียพูดแบบไม่หันดู
     "ก็ไม่ได้คิด" โกคุเดระตอบ
     "แล้วตามมาทำไม" อาเรียยังคงไม่มอง
     "ก็อยากจะคุยด้วย" โกคุเดระตอบเสียงเรียบ
     "เรื่องอะไร" 
     "เธอคิดยังไงกับฉันกันแน่" โกคุเดนะตัดสินใจถามไป
     "นายไม่จำเป็นต้องรู้" อาเรียเลี่ยงที่จะไม่ตอบ
     "ฮะๆ เรื่องนี้ฉันไม่จำเป็นต้องรู้ ตลกชะมัด" โกคุเดระหัวเราะ
     "ไม่ตลก" โกคุเดระถึงกับหุบยิ้มทันทีที่อาเรียพูดออกมา
     "งั้นเธอก็บอกมา" 
     "..."
     "ตอบยากล่ะสิ"
     "..."
     "งั้นเดี๋ยวฉันตอบแทนเธอเอง" โกคุเดระขยับหน้าเข้าไปใกล้
     "อุ๊บ..." ตอบแบบนี้ไม่ต้องก็ได้น้าาา อาเรียคิด
     "ชัดรึยัง"
     "0///0" อาเรียยังคงอึ้งค้าง
     "เป็นแฟนกันนะ" โกคุเดระกระซิบเบาๆ
     "นายก็น่าจะรู้นิว่า.....คำตอบมันเป็นแบบไหน -///- ชิ!" แล้วอาเรียก็กระแทกประตูเสียงดังเข้าห้องไปเลย
     "โอ้ว เป็นการขอแบบแมนดี^^" จีเดินออกมาจากที่ไหนซักที่
     "นิสัยเสีย ชิ!!" 
     "แล้วไงฉันโอเคที่จะโดนด่าอยู่แล้ว เพราะครั้งนี้รู้มั้ยพรีโม่ก็ร่วมด้วยนะ" 
     "พูดอะไรของนาย"
     "ตอนนี้พรีโม่น่าจะอยู่กับซาวาดะ สึนะโยชิแล้วมั้ง"
     "มาแอบฟังคนอื่นเนี่ยนะ"
     "แค่มาเก็บข้อมูลความจริง อีกอย่างฉันไม่ได้แอบนะ นายไม่เห็นเอง"
     "คุยกับนายแล้วรู้สึกหงุดหงิด ไปดีกว่า"
     "เดี๋ยว" จีรั้งโกคุเดระไว้
     "มีอะไร"
     "งานแต่งเมื่อไรหรอ อย่าลืมเชิญแขกสำคัญคนนี้ด้วยล่ะ"
     "ฮึ!!" 

     ณ ร้าน coffee & bakery ที่ฟรุ้งฟริ้ง

     "ฉันขอเค้กสตอเบอร์รี่ชีสเค้กหนึ่งชิ้น แล้วก็เอาเป็นน้ำนมสดปั่นละกันค่ะ" โซเฟียสั่ง "สึนะคุงเอาอะไร"
     "งั้นผมขอเอสเพรสโซ่แก้วนึงครับ" สึนะสั่ง
     "ร้านที่นี่น่ารักจังเลยนะคะ"
     "นั่นสิ เออ....เฟียจัง ผมจะถามตั้งนานละ ถ้าเกิดผมชอบผู้หญิงคนนึงแบบรักมากอะไรอย่างงี้อะ ผมควรจะทำยังไงดี" 
     "หืม...อยู่ๆก็ถามแปลกๆ เป็นไข้รึปล่าว" โซเฟียเอามือมาแตะหน้าผากสึนะ "ตัวก็ไม่ร้อนนิ"
     "ก็ผมไม่ได้เป็นไข้หรือป่วยทั้งนั้น"
     "แล้วผู้หญิงคนนั้นนิสัยยังไงล่ะ"
     "ก็....น่ารัก ใจดี เชื่อถือได้ แล้วก็ขี้ลืมนิดหน่อย เอ~ แต่ขี้ลืมนี่ไม่น่าจะหน่อยแล้วมั้ง^^" 
     "เค้กสตอเบอร์รี่ได้แล้วค่ะ" พนักงานสาวมาเสิร์ฟเค้ก
     "ขอบคุณนะคะ" โซเฟียรับเค้กมาแล้ววาง "ว้าว~ น่าทานจังเลย สึนะคุงถ่ายรูปให้หน่อยสิ" โซเฟียยื่นกล้องถ่ายรูปมาให้
     "อ่าา หนึ่ง......สอง.......แชะ" ได้แล้วหนึ่งรูป
     "สวยทั้งคนสวยทั้งเค้กเลยย^^"
     "นั่นสินะ"
     "ว่าแต่ผู้หญิงคนที่สึนะคุงชอบ คงจะต้องโชคดีมากแน่ๆเลยเนอะ"
     "แต่เธอคนนั้นโชคร้ายมาก่อนนะ"
     "ฉันชักจะอยากรู้แล้วสิ บอกชื่อของเธอคนนั้นมาหน่อยได้มั้ย"
     "ก็ได้......แต่เธอต้องไม่ตกใจนะ"
     "อืม"
     "คนที่ฉันชอบก็คือ.........เฟียจังยังไงล่ะ"
     "จริงหรอ......" ช๊อคไปแล้วค่ะท่านผู้อ่าน
     "ใช่ เพราะฉะนั้นเป็นแฟนกันนะ^^" 
     "สึนะคุงอ่าาา ฉันไปเข้าห้องน้ำแปปนึงนะ -///-" โซเฟียรีบเดินไปห้องน้ำเพื่อสงบสติ
     "น่ารักจริงๆ ว่าแต่.......ทำเป็นนั่งอ่านหนังสือพิมพ์จิบกาแฟ มุกตื้นๆแบบนี้ไม่เนียนเลยนะครับวองโกเล่พรีโม่" สึนะพูดพลางยกแก้วกาแฟดื่ม
     "ว้าา~ แย่จัง หลบลางสังหรณ์สุดยอดของวองโกเล่ไม่ได้งั้นหรอเนี่ย" พรีโม่ลดระดับหนังสือพิมพ์ลงและถอดแว่นออก
     "พรีโม่มาสอดแนมผมหรอ" 
     "ก็คงงั้นมั้ง นั่นโซเฟียมาแล้วฉันขอประจำที่ก่อนนะ" แล้วพรีโม่ก็กลับเข้าการแสดงที่สุดแสนจะเนียน(?)
     "ไง คำตอบผมล่ะ" 
     "อืม ฉันตกลง แล้วทำไมถึงชอบคนอย่างฉันล่ะ"
     "ก็สไตล์ที่เฟียจังเป็นมันคล้ายๆกับผมเมื่อก่อน เห็นแล้วมันดูน่ารักดี^^" 
     "..."
     "แล้วอีกอย่าง เฟียจังรู้มั้ยตอนที่เฟียจังโดนจับไป ผมโกรธตัวเองมาเลยนะ โกรธที่ไม่สามารถช่วยเฟียจังได้"
     "จริงหรอ"
     "ก็จริงน่ะสิ ฉันเพป็นพยานได้" อยู่ๆพรีโม่ก็ลุกเดินออกมาจากเก้าอี้แบบเงียบๆ แล้วเอามือวางบนหัวสึนะ
     "ทำอะไรเนี่ยครับ -_-"
     "อ้าวคุณพรีโม่ มาตั้งแต่เมื่อไรกันคะ"
     "มาเมื่อกี้เอง พอดีเดินผ่านมาแล้วก็เห็นพวกเธอ ก็เลยเดินมาทักทายน่ะ" แก้ตัวชัดๆ สึนะคิด
     "งั้นหรอคะ แล้วคุณพรีโม่จะกลับรึยังละคะ"
     "ก็ว่าจะกลับแล้ว แต่พอดีจีสั่งให้ไปทำธุระต่อน่ะ บายนะ" 
     "ใครเป็นบอสกันแน่เนี่ยย" สึนะพูดเบาๆ
     "ฉันเปิดทางให้นายนะเนี่ย ไม่ไปเป็น ก.ข.ค. นายหรอก" พรีโม่มากระซิบสึนะแล้วก็เดินออกไป
     "กลับกันเถอะ" แล้วสึนะก็จูงมือโซเฟียออกมา
     ระหว่างทาง
     "อ๊ะ!!" โซเฟียล้มลงไป
     "เฟียจังเป็นอะไรรึปล่าว" สึนะอุ้มเธอในท่าเจ้าหญิง และสังเกตเห็นตาโซเฟียเปลี่ยนสี "นี่เฟียจัง รู้อะไรอีกล่ะ"
     "ฉันเห็นอนาคตที่แสนสดใส วันที่ทุกคนได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา" แล้วเธอก็หลับไป
     "ทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อยเลยเธอเนี่ย" 

     ณ สวนสาธารณะ

     "บรรยากาศดีจังเลย จริงมั้ยแคร์" แคร์ชื่อแมวของมิเกลนั่นเอง
     "เมี้ยววว~~"
     "นั่นสินะ ฉันอ่านใจได้แต่คน เสียดายฉันอ่านใจสัตว์ไม่ได้" มิเกลลูบหัวแมวน้อยอย่างน่าเอ็นดู จิตสังหาร....
     ฟิ้ว~~ มิเกลปาเข็มพิษแบบเดิมไป
     เคร้ง~ แต่เป้าหมายสามารถป้องกัน
     "นายนั่นเองเคียวจัง"
     "ไม่ค่อยชอบการเรียกแบบนั้นเท่าไร แต่ไม่เป็นไรผมอนุญาติคุณคนเดียว" ฮิบาริแหงนหน้ามองฟ้า
     "ดีใจจังที่นายให้ฉันเรียกได้ ^^" 
     "..."
     "แล้วเคียวจังมาทำอะไรหรอ หรือว่าจะมาขอฉันแต่งงาน ว้าวๆๆ" มิเกลแกล้งดีใจเล่นประชด
     "อืม ประมาณนั้น"
     "ห๊ะ!? เมื่อกี้ฉันพูดเล่น" 
     "แต่ผมจริงจัง" แล้วหันมาจ้องหน้ามิเกลแทน
     "ฉันว่าเคียวจังป่วยหนักแล้วล่ะ ไปนอนพักหน่อยมะ" 
     "ผมไม่ได้เป็นอะไนทั้งนั้น" แล้วจับคางมิเกลเชิดขึ้น
     "งั้นหรอ แหะๆ" มิเกลหัวเราะแห้งๆ
     "ผมก็ไม่เข้าใจตัวเอง ว่าทำไมผมถึงต้องห่วงคุณนักหนา ก็แค่สัตว์กินพืชที่อ่อนแอ" 
     "..."
     "แต่พอเธอเข้ามาในชีวิต เธอกลับเป็นสัตว์กินพืชอ่อนแอที่ผมอยากปกป้อง" 
     "..."
     "รู้อะไรมั้ย เธอเป็นผู้หญิงคนที่สองรองจากแม่ ที่สามารถทำให้ผมร้องไห้ได้"
     "..."
     "ตอนนี้ผมแน่ใจแล้วว่า...............ผมรักคุณ...............เป็นแฟนกับผมนะ แล้วผมจะดูแลคุณเอง" พูดเสร็จก็ประกบริมฝีปากเรียวบางของตัวเองกับมิเกล
     "ฮะๆ ฉันเชื่อใจนายได้ใช่มั้ย"
     "ลองดูสิ"
     แปะ แปะ แปะ
     "น่าจะค้างช็อตเมื่อกี้นานๆหน่อยนะ จะได้มีรูปพรีเวดดิ้งของเคียวยะและมิเกล เนอะ คุณอลาวดี้" 
     "พรีเวดดิ้งอะไรของคุณ -*-" ฮิบาริตอบกลับดีโน่ ใช่ คนที่พูดกวนประสาทฮิบาริได้ มีไม่กี่คน แต่หนึ่งในนั้นก็คือ ดีโน่ "แล้วคุณ ไหนบอกไม่ชอบสุมหัวไม่ใช่รึไง"
     "ก็ใช่ แต่เดินผ่านมาพอดีเลยสมรู้ร่วมคิดนิดหน่อย"
     "กลับกันเถอะเกลจัง"
     "เกลจัง?"
     "เอ้า ทีเธอยังเรียกว่าเคียวจังได้เลย ทำไมฉันจะเรียกไม่ได้ กลับได้แล้ว"
     "อ่าาา"
     "นี่เคียวยะ มดขึ้นเต็มตัวไปหมดแล้ว มารับผิดชอบสิ่งที่นายทำเดี๋ยวนี้" ดีโน่ตะโกนให้ฮิบาริ แต่ก็ไร้ประโยชน์
     "สองคนนั้นเข้ากันได้ดีเลยล่ะ ผมหมดธุระแล้ว ผมกลับละ"
     "เดี๋ยว....คุณจะไปฐานทัพใช่มั้ย"
     "ใช่"
     "ไปด้วย"
     "ตามสบาย" สองคนนั้นเดินไปแล้ว แต่มีอีกสองคนเพิ่งมาถึง

     "พักกันก่อนดีกว่า" เรียวเฮกับเดลนั่นเอง
     "นายเอาน้ำมั้ย"
     "งั้นก็รบกวนด้วยละกัน"
     "ไม่เป็นไรหรอกน่า^^" แล้วเดลก็วิ่งไปซื้อน้ำ
     "เฮ้อ~~ เราจะบอกความในใจดีมั้ยนะ"
     "บอกไปเถอะ ลูกผู้ชายต้องสุดขั้วสิ" นัคเคิลที่แอบตามมาปรากฏตัว
     "มาตอนไหนเนี่ย"
     "มาตั้งแต่นายก้าวเท้าออกจากฐานทัพแล้ว"
     "นั่นสินะ"
     "สุดขั้วหน่อยสิเรียวเฮ หงอยแบบนี้ไม่ใช่นายเลยนะ"
     "อืม สุดขั้วววววววววววว!!!!" อยู่ดีๆก็สุดขั้วเฉย
     "งั้นฉันไปละ"
     "คุยกับใครอยู่หรอ"
     "คนแถวนี้แหละ ก็เลยโชว์ความสุดขั้วให้ดู"
     "อ๋อ~~"
     "เอาล่ะอเดลล่าฉันจะโชว์ความสุดขั้วให้เธอดู"
     "เรียกชื่อเต็มฉันทำไม"
     "ฉันชอบเธอ!! เป็นแฟนกับฉันนะ!!"
     "=0="
     "ขอคำตอบด้วย"
     "อื้อ ตกลง"
     "ฉันรักเธอที่สุดเลย ฉันจะคอยปกป้องเธอเอง" เรียวเฮโผเข้ากอดเดล
     "ฉันก็รักนายเรียวเฮ"

     ณ บ้านยามาโมโตะ

     "กินเยอะๆนะหนูมาเรีย ตัวเล็กเกินไปแล้ว" พ่อของยามะบอกมาเรีย
     "ค่าาา ขอบคุณสำหรับอาหารนะคะ^^"
     "ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เล็กน้อยน่า" ยามะตอบแทนคุณพ่อ
     "ยินดีต้อนรับครับ โอ๊ะ! ทาเคชิไปเปลี่ยนชุดมาหรอกหรอ" พ่อยามะถามคนตรงหน้า
     "ไม่ใช่ครับพ่อ ผมอยู่นี่" ยามะเรียกร้อง
     "แล้วพ่อหนุ่มนี่ใครล่ะ หน้าเหมือนทาเคชิ ไม่เคยเห็นที่ไหนเลย"
     "กระผมชื่อ อาซาริ อุเก็ตสึ และเรื่องที่ผมหน้าเหมือนลูกชายคุณ ผมไม่รู้เรื่องนะครับ^^"
     "อ้าว คุณอุเก็ตสึ" มาเรียเรียกทันทีที่เห็นหน้า
     "พอดีว่าคุณอุเก็ตสึ เป็นรุ่นพี่ของยามะคุงน่ะค่ะ เห็นว่าชอบเล่นเบสบอลเหมือนกัน ก็เลยซี้กันน่ะ" มาเรียแก้ตัวแทนยามะ และสะกิดให้เล่นด้วย
     "ใช่ครับพ่อ"
     "งั้นนั่งก่อนได้เลย พ่อไปล้างจานก่อนนะ ทาเคชิมาช่วยพ่อด้วยสิ"
     "ได้ครับพ่อ งั้นสองคนอยู่ตรงนี้ก่อนนะ" แล้วยามะก็หายไปในครัว
     "คุณมานี่ มีเรื่องอะไรงั้นหรอคะ"
     "ไม่มีอะไรหรอก แค่มาดูแลพวกเธอแบบห่างๆอย่างห่วงๆยังไงหล่ะ"
     "ไม่จริง ถ้าคุณจะมาดูแลอย่างห่างๆ คุณไม่น่าจะปรากฏตัวให้เห็นสิ" มาเรียจับผิด
     "เธอนี่เก่งจริงๆเลย แต่สาเหตุที่ฉันปรากฏตัวฉันจะไม่บอกละกัน สัญญากับบอสเอาไว้" 
     "มาแล้วๆๆ" ยามะออกมาจากครัวแล้ว
     "ล้างจานเสร็จแล้วหรอ" มาเรียถาม
     "อืม มาเรียมานี่แปปนึงสิ ขอยืมตัวมาเรียซักครู่นะครับ"
     "ได้สิ ฉันไม่ได้เป็นเจ้าของเธอซักหน่อย"
     "ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกเธอ" ยามะพามาเรียมาที่อีกมุมนึงของร้าน
     "เรื่องอะไรหรอ"
     "ฉันไม่รู้หรอกนะว่าที่ผ่านมาเรื่องมันจะเลวร้ายแค่ไหน เธอพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่กับฉันมั้ย"
     "นายกำลังจะขอฉันเป็นแฟนอยู่หรอ"
     "คิดว่าไงหล่ะ^^"
     "งั้นฉันตกลงที่จะเริ่มต้นกับนาย รักนายที่สุดเลยยามะคุง"
     "สองคนนั้นดูรักกันดีนะครับ" อุเก็ตสึพูด
     "อืม เจ้าทาเคชิมาขออนุญาติฉันตอนล้างจานน่ะ บอกว่าอยากคบกับหนูอาเรีย"
     "เขาคิดถูกแล้วที่ขอก่อน เรื่องนี้ผู้ใหญ่ก็ควรได้รับรู้"
     "นั่นสินะ"

     ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

     "เธอพาฉันมาที่ห้างทำไมเนี่ย" มุคุโร่หัวเสียนิดๆ
     "ก็นายบอกเบื่อโกคุโยไม่ใช่หรอ ที่นี่ผ่อนคลายดีออก"
     "มันผ่อนคลายตรงไหนเนี่ย -*-"
     "นายอยากซื้ออะไรมั้ย"
     "อืม.......อยากซื้อแหวนน่ะ"
     "แหวน? นายจะเอาไปทำอะไร ไปขอสาวหรอ" ลูเซียแซวเล่น
     "คงงั้นมั้ง" แล้วมุคุโร่ก็ลากลูเซียไปร้านเพชร
     "นายจะเอาแบบไหนอะ"
     "พี่ครับขอแหวนเพชรแบบสวยสุดมาซักสามแบบให้ผมหน่อยอยครับ"
     "ได้แล้วครับ" แล้วคนขายก็วางแหวนสามวงตรงหน้ามุคุโร่
     "เธอชอบแบบไหน" มุคุโร่หันไปถามลูเซีย
     "ฉันชอบวงนี้" ลูเซียชี้ไปที่แหวนที่มีเพชรตรงกลางและมีปีกแผ่ออกจากตัวของเพชรอย่างสง่างาม
     "แต่ฉันว่าฉันเอาวงนี้ดีกว่า" มุคุโร่ชี้ไปที่แหวนอีกวงข้างๆ ที่เป็นเหมือนมีเถาวัลย์เลื้อยข้างตัวเพชร
     "แล้วนายจะให้ฉันเลือกทำไมเนี่ย = =" 
     "อ้าว พวกเธอ" เสียงใครบางคนทักทั้งสอง
     "ไง คุณเดม่อน" เดม่อนมาเดินทำอะไรในห้างเนี่ยย
     "มาพอดีเลยขอคุยด้วยหน่อย" แล้วมุคุโร่ก็ลากเดม่อนไปนอกร้านโดยให้ลูเซียดูสร้อยไปพลางๆ
     "อะไรของนายเนี่ย"
     "ผมจะให้คุณช่วยผมหน่อย"
     "ช่วยอะไร"
     "ผมจะให้คุณพาลูเซียไปไกลๆจากร้านนี้น่ะ"
     "เพื่อ?"
     "โถ่ แค่นี้อย่ามาทำเป็นไม่รู้หน่อยเลย"
     "งั้นก็ได้"
     "กลับมากันแล้วหรอ" ลูเซียหันมาเจอทั้งสองคนพอดี
     "อ้อ ลูเซียพาฉันไปดูถุงมือสีดำหน่อยสิ พอดีฉันไม่เก่งเรื่องเลือกของ" เดม่อนเริ่มแผน
     "ได้สิคะ มุคุโร่อยู่คนเดียวได้ใช่มะ"
     "ได้สิ" ทั้งสองคนเดินออกไปจากร้านแล้ว "พี่ครับผู้หญิงคนเมื่อกี้ได้เลือกสร้อยไว้รึปล่าวครับ"
     "ครับ เขาเลือกไว้สองเส้นน่ะครับ เห็นบอกว่าชอบมากด้วย.....นี่ครับ" เป็นสร้อยรูปจิ๊กซอที่สามารถต่อกันได้เป็นรูปหัวใจ
     "ไม่เลวนี่.....งั้นผมเอาสร้อยสองเส้นนี้ กับแหวนนี่ด้วย" มุคุโร่เอาสร้อยสองเส้นเมื่อกี้และแหวนที่ลูเซียชอบ "แหวนนี่ผมขอกล่องแบบสวยสุดเลยนะครับ"
     "ได้สิครับ คุณสายหมอก" 
     "คุณรู้จักผมหรอครับ" มุคุโร่ชี้หน้าตัวเอง
     "ครับ วองโกเล่น่ะเก่งมากแล้วก็อ่อนโยนมากเลยครับ ถึงจะเป็นมาเฟียแต่บอสของพวกคุณใจดีมากๆเลยครับ^^" 
     "ขอบคุณนะครับที่ไม่รังเกียจพวกเรา"
     "เช่นกันครับ นี่ครับของของคุณ"
     "มุคุโร่เสร็จรึยัง ฉันเลือกจะหมดห้างแล้วเนี่ยย"
     "มาถึงก็บ่นใหญ่เลยนะ เป็นยัยแก่ไปได้"
     "ฉันซื้อของเสร็จแล้ว กลับกันเถอะ"
     "อืม แล้วคุณเดม่อนจะกลับด้วยกัน.........มั้ยคะ....." ลูเซียหันหลังไปถามคนที่น่าจะเดินตามมา แต่กลับไม่พบ
     "คงกลับไปแล้วล่ะ เราก็ไปกันเถอะ" ใครว่าเดม่อนกลับไปแล้วล่ะ หมอกบังอยู่ต่างหาก
     "ฉันไม่รบกวนเวลาของพวกเธอหรอกนะ หึ" แล้วก็หายไป

     1 เดือนผ่านไป ไวเหมือนเป็นนิยาย (ก็นี่มันนิยายนี่ฟะ//ตบหน้าตัวเอง : ไรต์เอง)

     ณ ฐานทัพวองโกเล่ที่คุ้นเคย

     ในห้องรับแขกที่ใหญ่ที่สุด พบคนจำนวนมากทั้งรุ่นที่ 1 รุ่นที่ 10 แม้กระทั่งเหล่าเจ้าหญิง และ รีบอร์น (ไง...ไม่ได้เจอกันนานนะรีบอร์น : ไรต์ไง)(ไม่ต้องมาไงเลยนะ ปล่อยให้ฉันไม่มีบทได้ยังไง//กระโดดถีบไรต์ : รีบอร์นคนหล่อ)
     "เรียกมามีอะไรมิทราบ" ฮิบาริพูดอย่างหงุดหงิด
     "ไม่มีอะไร เรียกมาเฉยๆ" กวนนะรีบอร์น
     "มีอะไรก็รีบๆพูดมาเถอะค่ะ" มิเกลที่รู้ทันรีบอร์นพูดขึ้น
     "รู้หรอว่าฉันคิดอะไร อ้อลืมไปเลยเธออ่านใจฉันออกนี่ เก่งนะ" รีบอร์นพูด "ฉันก็อยากจะเห็นทายาทมาเฟียตัวน้อยๆรุ่นที่ 11 ยังไงล่ะ"
     "นายคิดอะไรอยู่กันแน่รีบอร์น" สึนะถาม
     "ฉันจะจัดงานแต่งให้กับทั้ง 6 คู่" คำตอบนี้ทำเอาทุกคนอึ้งไปตามๆกัน
     "ห๊ะ!?" จะสามัคคีกันไปไหน
     "หกคน งั้นแสดงว่ามีหนึ่งคนที่จะไม่ได้แต่งสินะ" โกคุเดระพูดขึ้น
     "แน่นอน และคนคนนั้นคือ แรมโบ้ยังไงล่ะ คือต้องเรียนให้จบก่อนถึงจะแต่งน่ะ^^"
     "ไม่ต้องมายิ้มเลยนะ พวกเราเพิ่งเรียนจบกันนะ เร็วไปมั้ย" สึนะแย้ง
     "ไม่เร็วไปหรอก นี่วันที่ 31 มีนาคม เราจะจัดงานกันวันที่ 7 เดือน 7 เวลา 7 นาฬิกา 7 นาทีน่ะ เหลือเวลาอีกตั้งหลายเดือน" แก๊งค์เลขเจ็ดก็คู่ควรกับวันที่นั้นแล้ว
     "พวกเรายังไม่กลับอดีตได้มั้ยอ่าา อยากอยู่เห็นงานแต่งงานของพวกเดชิโม่จังเลย แต่ก็กลัวอนาคตมันจะเปลี่ยน" พรีโม่อ้อนวอน
     "แน่นอน ฉันได้ให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการเรื่องอดีตของพวกนายให้เดินตามเนื่อเรื่องที่ทำให้อนาคตเป็นแบบนี้แล้ว ไม่ต้องห่วง จะไม่มีผลกระทบต่ออนาคตแน่นอน" รีบอร์นพูด "แต่พวกพรีโม่จะต้องกลับอดีตในวันที่ 31 มีนาคมปีหน้านะ ตกลงมั้ย"
     "ตั้งปีนึงแน่ะ ตกลงอยู่แล้ว ขออย่างนึงได้มั้ย" จีพูด
     "ว่ามา ถ้าทำได้จะทำให้"
     "ช่วยความทรงที่เกี่ยวกับโลกอนาคตทั้งหมดยกเว้นเรื่องที่ไปบุกปราสาทเคโฟและเรื่องงานแต่งของเดชิโม่ได้มั้ย" จีพูดต่อ
     "นายพอจะทำได้มั้ยเวลเด้" รีบอร์นหันไปหาเพื่อนอัลโกบาเลโน่จุกนมสีเขียวที่โผล่มาจากพื้นฐานทัพ
     "เรื่องแค่นี้เอง สบายมาก" เวลเด้พูดเสียงหล่อ
     "ก็ดี ถ้างั้นแยกย้าย" แยกย้ายสลายม๊อปได้พี่น้อง 

----------------------------------------------------
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่วงใหม่ที่เพิ่งคิดได้หลังจากที่ลงมาหลายตอน นั่นก็คือ..............

-ช่วงไรต์ is talking-
========================
     ตอนนี้เป็นตอนที่ไรต์พิมพ์เองเขินเอง ตอนเขียนนี้มดขึ้นเต็มหน้าจอหมดเลย ตามที่ดีโน่บอกเป๊ะๆ เพราะว่าไรต์ทำโทรศัพท์ตกน้ำหวานแล้วยังไม่ได้ล้าง แฮร่!! ไม่ใช่
========================
     เม้นเป็นกำลังใจให้เค้าหน่อยจิ เม้นได้ไม่โดนจับเข้าคุกวินดีเช่นะเออ
========================
     ถ้าช่วงนี้อัพไม่ต่อเนื่อง จงรู้ไว้ไรต์กำลังคิดเรื่องใหม่อยู่ แต่ยังไม่ลงเร็วๆนี้หรอก รอเรื่องนี้จบก่อน ขี้เกียจดอง ดองเสร็จก็จะไม่ค่อยต่อเนื่อง พอไม่ต่อเนื่องท่านผู้อ่านก็ลืมเนื้อเรื่อง พอรีดเดอร์ลืมเนื้อเรื่องก็จะต้องกลับไปอ่านตั้งแต่แรกใหม่ทำให้เสียเวลารีดเดอร์ และสุดท้ายมันจะทำให้ไรต์ซึ่งความจำไม่ค่อยจะเป็นเลิศซักเท่าไร ลืมเนื้อเรื่องที่จิณตนาการไว้ ทำให้แต่งต่อไม่ได้ จบ..
----------------------------------------------------
-จบช่วงไรต์ is talking-



-YeonMi Writer-
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

10 ความคิดเห็น