กมลรวีร์ (end)

ตอนที่ 16 : บทที่ ๑๕ – ชายผู้มาเยือน (+ แบบสอบถามรวมเล่ม)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,883
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 136 ครั้ง
    8 มี.ค. 62

 

 

บทที่ ๑๕ – ชายผู้มาเยือน

 

 

 

 

     ห้วงความคิดของนลินทร์ประมวลไม่ทันการณ์เอาเสียเลย

     หากแต่ ด้วยใบหน้างามที่อาบไปด้วยหยาดน้ำตาของคนรักตรงหน้า ส่งให้เขาจำเป็นต้องรีบทำอะไรสักอย่างเสียแล้ว

 

 

     รวีครับคนเป็นพี่ทอดเสียงอ่อน ใจจะสลายลงให้ได้กับหยดน้ำตาที่พรั่งพรูอย่างหนักของคนรัก ฝ่ามือของคนทำงานหนักค่อยๆเอื้อมเข้ากอบกุมมือนุ่มนิ่มที่เริ่มสากขึ้นมาบ้างจากการทำงานบ้านงานเรือนตลอดปีที่ผ่านมา แววตาสวยนั้นคลอหยาดน้ำใส สะท้อนความเสียใจและตัดพ้อไว้อย่างสุดซึ้ง ภาพตรงหน้าสร้างความเจ็บหน่วงในดวงจิตไม่เบาเลยสักนิด

 

 

     ยังดี ที่คนรักของเขาไม่เคยแม้แต่จะหนีหาย แต่เลือกที่จะถามหาความจริงให้แจ้งชัดอย่างใจเย็นพอ

 

 

     ว่ามาสิครับ น้องรอจะฟังมาเสียเกือบปีเชียวจมูกรั้นแดงก่ำสูดลมหายใจเข้าลึก พร้อมฟังทุกอย่าง

 

     อืม เป็นอย่างที่เราพูด

     “…”

     “…ตามในจดหมายทั้งสองฉบับ คุณพ่อของพี่ ท่านอยากจะให้พี่หมั้นกับใครคนนั้นสิ้นคำสารภาพนั้น ริมฝีปากเล็กก็เตรียมจะเบะลงอีกครั้ง และนั่นทำให้นลินทร์จำต้องรีบอธิบายต่อ ครุ่นคิดหาคำ เอาน้ำเย็นเข้าลูบประโลม

 

     แต่พี่ไม่เคยคิดทำแบบนั้น และจะไม่มีวันทำ

     ...

     พี่รักเราคนเดียว และจะไม่ยอมหมั้นหมายกับใครอื่น

 

     “…ให้มันจริงหรอกเสียงหวานเงียบไปครู่ใหญ่ สักพักก็ขมุบขมิบคำขึ้นมา ก่อนกลีบปากน้อยจะเม้มเข้าหากันอีกครั้ง ดวงหน้าหวานฉายแววไร้ความมั่นใจใดๆทั้งปวง

 

     จริง ให้พี่สาบานก็ยังได้

     “…”

     พี่เขียนตอบปฏิเสธชัดเจนในจดหมายฉบับล่าสุดไปแล้ว เพิ่งส่งกลับพระนครไปเมื่อรุ่งเช้าวันนี้เลยครับ

 

 

     เมื่อจบคำดังกล่าว ทั่วทุกพื้นที่กลางห้องโถงก็ปกคลุมด้วยความเงียบ นัยน์ตาหวานทอประกายสับสน คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเชื่อ เจ้าตัวขบเม้มริมฝีปากเล็กที่เขาแสนถนอมแน่น จนเขาต้องเอื้อมปลายนิ้วไปนวดคลึงให้คลายออก ก่อนจะกอบกุมเข้ากับสองมือน้อยอีกหนเพื่อเรียกหาความเชื่อใจด้วยถ้อยคำแถลงการณ์

 

 

     ฟังพี่นะครับคุณชายเล็กของพี่ ที่พี่เก็บเงียบและไม่ได้บอกเรา ไม่ใช่ว่าจะมีเหตุผลปิดบังอะไรเราเลย หากแต่พี่แค่คิดว่ามันไม่ใช่ธุระกงการสำคัญอันใด ถ้าบอกไป ไม่แคล้วจะคิดมากกันเสียเปล่าๆ เราไม่จำเป็นต้องมานั่งคิดมากกับเรื่องแค่นี้ พี่จัดการมันเองได้ครับ อย่ากังวลไปเลยนะ

 

     “…แล้วทำไม ตอนจดหมายฉบับปีก่อนถึงไม่ปฏิเสธไปเล่า ทำไมไม่บอกเรื่องของเราสองคนไปเสีย ต้องรอให้คุณพ่อเอ่ยปากก่อนหรือ ว่าจะให้หมั้นทันที ถึงจะปฏิเสธกันไป ทำแบบนี้ เราก็อดคิดว่าจับปลาสองมือเสียไม่ได้

 

 

     คำกล่าวอย่างไม่เข้าใจถูกส่งออกมา ดวงหน้านวลประดับความสงสัยไว้อย่างเห็นได้ชัด และนั่นทำให้นลินทร์ครุ่นคิดไปชั่วครู่ และเอ่ยคำอธิบายออกมาอย่างใจเย็น

 

 

     ตามจริง คราก่อนพี่ก็ปฏิเสธไปกลายๆเรื่องจะหมั้น บ่ายเบี่ยงและไม่ได้บอกเหตุผลไป เพราะแบบนั้นมันคงจะไม่ชัดเจนพอ คุณพ่อคงจะนึกว่าเป็นข้ออ้างครองตัวโสด เลยมาบังคับกันอีกครั้งในรอบนี้เสียกระมังครับ ส่วนเรื่องของเรา พี่ตั้งใจจะไปคุยต่อหน้าผู้ใหญ่ให้เป็นกิจจะลักษณะเสียมากกว่า เห็นที บอกเล่าทางจดหมายหรือโทรศัพท์ทางไกลแลจะไม่ถนัดครับ

     “…”

     อีกอย่าง ตัวคุณชายเองหรือก็เป็นถึงลูกเจ้านาย มียศถาบรรดาศักดิ์ พี่จะทำอะไร ก็ต้องคิดหน้าคิดหลังให้รอบคอบ บุ่มบ่ามไป เราจะเสียหายเอานะครับรวี

 

 

     น้ำเสียงนุ่มลึกราวสายน้ำเย็นอธิบายกับเด็กหนุ่มตรงหน้าให้ได้เข้าใจ คนตัวเล็กค่อยๆคิดตาม และพยักหน้ายอมรับคำอธิบายในที่สุด ไม่นานก็ยอมเงยหน้าขึ้นไปพบตากับอีกคน แต่เพียงเสี้ยววิ ที่คุณชายจิรวีร์แอบเหลือบเห็นแววตาเจ็บปวดลึกๆฉายขึ้นกลางดวงตาคม

 

 

     ความจริงแล้ว ควรเป็นพี่เองเสียมากกว่า

     “…”

     “…ที่หวาดกลัวว่าจะมีใครพรากเราไปจากพี่

 

 

     อุปสรรคด้านหน้าบางอย่าง ที่เขากำลังมองเห็นมันชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ

     ยิ่งเวลาลดลง นลินทร์ก็ยิ่งหวาดกลัว

     แต่เขาจะพยายาม

     เพื่อ เรา

 

 

     ไม่มีครับ จะไม่มีใคร มาพรากเราออกจากกัน หากเรายังมั่นคงกันอยู่แบบนี้และจู่ๆเสียงนุ่มนวลของคนสูงศักดิ์ก็ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศแสนอึมครึมนี้

     “…”

 

     แต่งครับ

     “…”

     น้องจะแต่งงานกับพี่นลินเพียงคนเดียว

 

 

     ไม่รู้สิ ว่านลินทร์นั้นปล่อยให้ช่วงเวลาได้ไหลผ่านไปนานสักเท่าไหร่ เพียงแต่เขารู้สึกดีใจ ดีใจที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ ที่ได้ยินคำกล่าวนั้นออกมา

 

 

     ใบหน้าหวานตรงหน้า ยามนี้คลี่รอยยิ้มละมุนให้แก่กัน ยื่นมือรอให้เขาสวมใส่แหวนหมั้นเพชรน้ำงามที่นิ้วนางข้างขวาให้เสร็จสรรพ เราสบประสานตา ถ่ายทอดทุกความรู้สึกให้แก่กันเพียงชั่วครู่ ก่อนดวงตาประกายสวยเจือหยาดน้ำใสจะหลับลง โผเข้ากอดเขาช้าๆ และโยกตัวไปมาราวกับปลอบประโลมเราทั้งคู่จากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา เอ้า ได้อย่างไรกัน น้ำตาหยดแหมะๆแบบนี้ ไม่ร้องครับพี่นลิน

 

 

     ทันทีที่ผละออกจากอกอุ่น ก็พบเห็นหยาดน้ำตาเม็ดเล็กร่วงพราวลงจากดวงตาสีนิลของคนเป็นผู้ใหญ่ ร้อนให้เด็กน้อยต้องปาดออกให้อย่างตกใจ ใครเล่าจะนึกว่าจะได้เห็นน้ำตาของคุณนักการทูตคนเก่งคนนี้กัน

 

 

     พี่แค่ดีใจ ... ตอนแรกพี่ใจเสียเลยนะคุณชาย รู้ไหม

 

     พุธโธ่ พี่นลินคนตาหวานยิ้มกว้างจนดวงตาหยีเป็นเสี้ยวพระจันทร์ ใบหน้าจิ้มลิ้มส่ายไปมาช้าๆ ทอประกายเอ็นดูคนเป็นผู้ใหญ่ที่ขี้แยในเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้เสียได้ และเมื่อทำอะไรไม่ถูกนัก ริมฝีปากเล็กที่เคยเงอะงะก็แนบสนิทลงกับกลีบปากสวยของคนตัวโต ขยับรอยจูบแผ่วเบาราวใบไม้พลิ้วไหว เนิบนาบปลอบให้หายใจเสีย

 


     ทว่า คนที่เคยใจเสีย คงจะหายแล้วกระมังนั่น

 


     จู่ๆที่คนตัวเล็กในอ้อมกอดก็ถูกโอบอุ้มขึ้นเหนือพื้น เรียกให้เรียวแขนเล็กรีบคล้องเข้ากับลำคอแกร่งด้วยเกรงจะตก ไม่ขัดขืนยามผู้เป็นที่รักกำลังโอบอุ้มตนไปยังห้องน้ำด้านบนชั้นสอง

 


     พี่นลิน เมื่อวานก็เพิ่ง...

     เมื่อวานก็ส่วนเมื่อวาน วันนี้ก็ส่วนวันนี้ มันเหมือนกันเสียที่ไหนกันเล่าที่รัก

 


     เสียงหอบกระเส่าต่อบทสนทนากันหน้าประตูห้องน้ำ ก่อนจะถูกยุติลงด้วยริมฝีปากเชี่ยวชาญที่ก้มลงไปพะเน้าพะนอให้เด็กหนุ่มเจ้าของใบหน้าแดงซ่านได้เคลิบเคลิ้มต่อ จังหวะรอยจุมพิตทวีความหนักหน่วงขึ้น เมื่อยามนี้ต่างคนต่างก็เกี่ยวกะหวัดเข้าหากันด้วยความลุ่มหลงในรัก เสียงอาภรณ์ขยับเสียดสีไปมา ก่อนเสื้อนอนของคุณชายจิรวีร์จะร่วงลงสู่พื้นไม้ในที่สุด

 


     รีบร้อนไปหรือเปล่าครับ

     ก็ปล่อยให้เราน้อยใจอยู่เป็นแรมปี พี่ก็จะง้อเราอยู่นี่ไงครับคนเก่ง

     ง้อรวีด้วยวิธีนี้ รวีเสียเปรียบชัดๆเลยริมฝีปากนิ่มเบะคว่ำลงเมื่อได้ยินวาจาชวนน่าตีของคนรักวัยเลข ๓ หากแต่ก็ไม่เคยคิดจะขัดขืน ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเขาก็เต็มใจยอมให้อยู่ร่ำไป

 

 

     ปราการชิ้นสุดท้ายหลุดลอยออกจากเรือนกายน่าทะนุถนอม

     พร้อมกับ

 

 

     กริ๊ง

 

     เสียงโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องโถงด้านนอก

 

 

     พี่นลิน ไปรับโทรศัพท์ก่อนครับ ฮื่อทันทีที่ริมฝีปากผละออกจากกัน คนตัวเล็กก็กลั้นใจพูดขึ้นเสียงเครือ แม้แรงอารมณ์ของเราในยามนี้จะพุ่งสูงไม่ต่างกัน เอื้อมมือแตะที่กลางแผ่นหลังของคนที่กำลังซุกไซ้อยู่บริเวณต้นคอหอมฟุ้งไม่ห่าง เตือนสติให้รู้ว่าบางทีสายที่กำลังติดต่อเข้ามา มันอาจจะเป็นเรื่องงานก็ได้

 

     สักประเดี๋ยวค่อยไปไม่ได้หรือ

     ไม่ได้ครับ พี่นลิน หยุดก่อนนะ

     “…”

 

     นะ เดี๋ยวน้องไปนอนรอที่เตียง

 

 

     ก็เพราะคำพูดคำจาน่ารักกับท่าทีออดอ้อนตาหวานพวกนั้นหรอก ที่ทำให้นลินทร์หยุดชะงักทุกสิ่ง ยอมผละออกจากเรือนกายหอมกรุ่นอย่างอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก เขาเดินดุ่มออกไปกลางห้องโถงชั้นสอง เอื้อมหยิบหูโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานขึ้นรับสาย นึกตำหนิในใจที่มีคนโทรศัพท์เข้ามาดึกๆดื่นๆนอกเวลาราชการเช่นนี้

 


     “Hello, Nalin Supakitsophon speaking.”

     (นลิน ฉันเอง บวรกิตติ์)

 

     นลินทร์หลับตาลงแน่น ข่มอารมณ์คุกรุ่นภายในเมื่อพบว่าเจ้าเพื่อนตัวดีของเขาโทรมา ถ้าหากเจ้านั่นไม่มีธุระใดสำคัญ วันพรุ่งเขาจะไปหาเรื่องให้สมน้ำสมเนื้อเชียวล่ะ

 

     มีอะไร

     (เสียงแข็งเชียวพ่อหนุ่ม รบกวนเวลาส่วนตัวหรือ เอาล่ะ มีธุระสำคัญ ฟังให้ดี)

     ว่ามา ว่ามันสำคัญแค่ไหนกันเชียว

     (เผอิญมีนักท่องเที่ยวถูกรุมทำร้ายที่ Oxford street พวกเขาโดนชิงทรัพย์ไปทั้งหมด รวมถึงพวกเอกสารการเดินทางเอกสารการเข้าที่พักก็ถูกเอาไป เขาเลยต้องการขอความช่วยเหลือ)

     ให้คนอื่นไปจัดการก่อนไม่ได้หรือ ทำไมต้องเป็นเรานักการทูตคนดีที่เคยว่าง่าย หัวรั้นขึ้นเป็นครั้งแรก

 

     (เกรงว่าจะไม่ได้ว่ะเพื่อนเกลอ)

     “…”

     เขาเป็นคนไทย และอีกอย่าง...

     “…”

     เขานามสกุล ปดิศยกุล

 

     “…”


     คราวนี้ก็รู้แล้วนะนลิน ว่าทำไมต้องรีบมา เจอกันที่โรงพยาบาล ให้ไวล่ะ

 

 

 

     หม่อมราชวงศ์ภัทรวีร์ ปดิศยกุล

 

 

     หากนึกย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ทำไมเล่าเขาจะจำไม่ได้ว่าบ้านปดิศยกุลนั้นมีบุตรชายทั้งสิ้น ๓ คน นอกจากคุณชายคนโต กับคุณชายเล็กของเขาแล้ว

 


     คนที่นอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาลขาวสะอาดตรงกลางห้องนั่น ก็คือบุตรชายคนกลางของตระกูลอย่างไรเล่า

 

 

     พี่ชายภัทร

 


     คนรักของเขาถึงกับคลำทางหาเสียงของตัวเองไม่เจอ เมื่อต้องรีบแต่งตัว กุลีกุจอมาถึงโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว แล้วยังมาเจอกับพี่ชายแท้ๆของตัวเองในที่แบบนี้ สถานการณ์แบบนี้

 

 

     รวี น้องมาได้อย่างไรกัน รู้ได้อย่างไรว่าพี่อยู่ที่นี่ แล้วนี่มากับใคร เขาคนนั้นหรือ?” คนเป็นพี่จ้องมองน้องชายของตัวเองที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาอย่างตกใจ ใช้เวลาตั้งสติก่อนจะเอ่ยถามหาความเสียยกใหญ่ เหลือบมองคนแปลกหน้าที่เดินตามหลังน้องชายของตนเข้ามา คาดเดาว่าคือนักการทูตที่มาช่วยจัดการเรื่องต่างๆเมื่อครู่ และคำถามนั้นทำเอาหม่อมราชวงศ์คนเล็กถึงกับปั้นหน้าไม่ถูก

 


     หรือท่านพ่อจะไม่ได้บอกกับพี่ชายภัทรว่าเขาอาศัยกับพี่นลินทร์ตลอดระยะเวลาที่อยู่อังกฤษกันนะ

 


     ครับ น้องมากับพี่เขา

     พี่เขา?” คุณชายคนกลางหรี่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ ตามประสาคนหวงน้องมากที่สุดในบ้าน เขารู้เพียงแค่น้องชายของตนมาร่ำเรียนที่อังกฤษเป็นเวลา ๔ ปีก็เท่านั้น ไม่นึกว่าจะอยู่กับใครอื่นอีก กวาดสายตาจ้องมองผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งท่าทีสุขุมเรียบนิ่งผู้นั้น ก่อนจะย้อนกลับมามองน้องชายของตนที่มีท่าทางพิรุธแปลกๆ

 

 

     เป็นเสียแบบนั้นไปได้ ไม่ได้เจอกันมาหลายปี แต่กลับมายืนหลบตากันอยู่แบบนี้

 

 

     เอาล่ะๆ พี่จะไม่ถามความมากมาย เรามีเวลาเมื่อไหร่ก็ค่อยมาเล่าให้พี่ฟังก็แล้วกัน มานั่งนี่สิ พี่ภัทรคิดถึงน้องเล็กจังค่ะคนเจ็บถอนหายใจเฮือกโต เลิกสนใจชายหนุ่มแปลกหน้าที่เดินไปยืนมุมห้องเงียบๆผู้นั้น ก่อนคุณชายภัทรจะกวักมือเรียกคนเป็นน้องเข้าไปหา และน้องคนดีของเขาก็ว่าง่าย เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ตรงข้างเตียงอย่างไม่อิดออด

 

     แล้วพี่ชายภัทรเล่า ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ ไปร่ำเรียนถึงอเมริกาไม่ใช่หรือ ดูซิ แขนโดนพันเป็นมัมมี่เชียวคุณชายคนเล็กของตระกูลกล่าวถามพร้อมเอ็ดคนเป็นพี่เสียงอ่อน แตะเบาๆลงบนต้นแขนที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลไว้อย่างแน่นหนา ทั้งโมโหคนที่กล้ามาทำร้ายพี่ชาย ทั้งอ่อนใจที่พี่ชายของตนนั้นอยู่ไม่เคยจะสุข

 

     พี่เรียนจบแล้วต่างหากล่ะ ตั้งใจจะเที่ยวรอบโลกกับเพื่อนสนิทอีกคนสักปีหนึ่ง แล้วก่อนกลับพระนครก็ว่าจะแวะมาตามหาเราที่อังกฤษนี่แล แต่ดูสิ ยังไม่ทันได้ตามหาเราเลย ดันโดนผู้ร้ายทำร้ายร่างกายได้เสียนี่ แย่จริงๆเชียว

 

     เจ้าสำราญจนได้เรื่องเลยนะครับพี่ชายภัทร โตเป็นผู้ใหญ่แล้วยังซนเป็นลิงเป็นค่าง เดี๋ยวน้องหยิกให้สักทีเชียวว่าพร้อมจะเอื้อมมือเข้าไปหยิกจริงๆ ทำให้คนเป็นพี่ต้องเบี่ยงหลบเป็นพัลวัน หากทว่า นาทีนั้น นัยน์ตาสีนิลของคนเป็นพี่ก็สะดุดเข้ากับวัตถุวาววับบางอย่างบนนิ้วนางของน้องชายคนเล็ก เขาชะงักโดยพลัน

 


     แหวงั้นหรือ?

 


     ชายเล็ก

     ครับพี่ภัทร

     นั่นมันอะไ—”

 


     เสียงแข็งๆของพี่ชายขี้หวงยังไม่ทันได้พูดจนจบคำ ก็กลับมีเสียงประตูเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ เผยให้เห็นบุคคลหน้าใหม่ที่เดินเข้ามา และนั่น ทำให้ทุกคนเงียบโดยทันที

 


     ทุกคนจริงๆ

     รวมถึงพี่นลินทร์ของรวีด้วย

 


     พี่นลิน?”

     ตะวัน?”

 


     เสียงที่เปล่งออกมาพร้อมกันทั้งสองเสียง ส่งให้คุณชายจิรวีร์ต้องมองคนทั้งคู่ที่ต่างเรียกกันและกันสลับไปสลับมาอย่างใคร่สนใจ อะไรกัน พี่นลินทร์รู้จักคนที่เพิ่งเดินเข้ามาอย่างนั้นหรือ

 


     อ้าว ตะวัน มาแล้วหรือ แล้วนี่อย่างไรกัน รู้จักกันหรอกหรือ บังเอิญจังนะ

     อือ แล้วเป็นอย่างไรบ้างคุณชาย ตื่นเมื่อไหร่กัน ทุเลาลงหรือยัง คนๆนั้นนิ่งอึ้งและจ้องมองพี่นลินทร์อยู่สักครู่ ก่อนจะเบนหน้าไปตอบคำถามของคนที่นอนอยู่บนเตียง

 

     อ้อ รวี พี่เกือบลืมไปเสีย

     “…”

     นี่ หม่อมหลวงดุจตะวัน อายุมากกว่าน้องขวบปี เพื่อนสนิทของพี่ตอนเรียนอเมริกาเองล่ะ จริงๆแล้วครอบครัวของตะวันก็เป็นเพื่อนร่วมสมาคมของท่านพ่อด้วยนะ

 


     ...เพื่อนร่วมสมาคมของคุณพ่อหรอกหรือ

 


     ส่วนนี่ หม่อมราชวงศ์จิรวีร์ น้องชายคนเล็กของตระกูล ที่เคยชอบพูดถึงบ่อยๆนั่นแลคุณชายภัทรวีร์เอ่ยแนะนำคนทั้งคู่ให้รู้จักกัน และนั่นเป็นวินาทีแรกที่คนทั้งสองได้มีโอกาสสบตากันอย่างชัดเจน

 

     อ๋า ครับ สวัสดีครับ คุณตะวัน ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ

     ได้ยินคุณชายกลางเธอพูดถึงคุณชายรวีบ่อยๆ วันนี้ได้เจอตัวจริงแล้ว น่ารักเหมือนที่เคยได้ยินมาเลยนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ

 


     คนเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายส่งมอบรอยยิ้มหวานให้กับเขา และนั่นทำให้ต้องยิ้มตอบกลับไป หากแต่ หัวสมองของเขากลับหลงในภวังค์ลึก ครุ่นคิดถึงบางสิ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน


 

     เหลือบมองใบหน้าของ หม่อมหลวงดุจตะวันอีกครั้ง แล้วก็พบว่าชวนต้องเสน่ห์ไม่เบา ดวงหน้าเกลี้ยงๆหวานหยด ผิวกายขาวจัด รูปร่างผอมบางน่าทะนุถนอม ยามริมฝีปากบางนั่นวาดรอยยิ้มบนใบหน้า คงทำให้ชายหนุ่มนับร้อยหลงใหลในความงดงามนั้นโดยไม่ต้องสงสัย

 


     มองอย่างไรแล้ว ก็ไร้ที่ติ

     ทำให้ชายใดก็ไม่อาจถอดถอนสายตาไปได้

 

     เหมือนพี่นลินทร์ในตอนนี้อย่างไรเล่า

 

     จ้องคุณตะวันเขาตาไม่กะพริบเลย

 

 

     คุณชายตัวน้อยหลุบตาลงต่ำ ก้มมองแหวนวงสวยบนเรียวนิ้วของตนเงียบๆ ก่อนจะลอบมองไปยังคนรักและคนที่เพิ่งมาใหม่ ที่ยามนี้ทั้งคู่ต่างก็หันกลับไปสบตากันอีกครั้ง เขาไม่อยากจะคิดมากเอาเสียเลย

 


     หากแต่ ด้วยสายตาที่จ้องมองกันราวกับคุ้นเคยกันมานานของคนทั้งคู่นั้น มันก็อดคิดเสียไม่ได้ จิตใต้สำนึกเขาร้องเตือนสัญญาณแปลกๆ

 


     ทำไมกันเล่าพี่นลิน

     ฤาดวงตะวันของพี่นลิน กำลังจะไม่ได้มีแค่เขาเพียงคนเดียวแล้วหรือ

 

 

     ใบหน้าสวยสะบัดไปมา ก่อนจะแกล้งหาววอด ขอตัวกับพี่ชายหลบออกจากห้องที่แสนอึดอัดนั้นมาสูดอากาศด้านนอกสักครู่หนึ่ง เรียวขาก้าวเดินไปด้านหน้าอย่างเหม่อลอย ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าบานหน้าต่างบานใหญ่ด้านในสุดของชั้น ทอดสายตามองตรงไปยังทิวทัศน์ลอนดอนยามค่ำคืนอย่างไร้จุดหมาย เกล็ดน้ำแข็งหน้าหนาวเกาะอยู่รอบบานกระจก

 


     ไม่ต่างจากจิตใจของเขาเท่าไหร่ ที่เริ่มถูกไอเย็นยะเยือกเกาะกุมโดยรอบอย่างไร้เหตุผล

 


     รวีครับ

     “…”

     ตามหาตั้งนาน มาอยู่นี่เอง

 

     พี่นลิน...

 


     เสียงเรียกนั้นทำให้คุณชายเล็กต้องหันกลับมาประจันหน้ากับคนรักด้านหลัง ดวงหน้าหวานติดกังวลอย่างเห็นได้ชัดจนทำให้นลินทร์ถึงกับต้องออกปากถาม

 


     เป็นอะไรหรือครับน้องรวีโถทางเดินบริเวณนั้นเงียบสงัดไปชั่วครู่ ก่อนคนตัวเล็กที่มีเรื่องให้คิดมากเป็นเรื่องที่สิบของวันจะเอ่ยปากขึ้นช้าๆ

 

     ...รู้จักกันหรือครับ

     หืม ว่าอย่างไรนะครับ

     น้องหมายถึง พี่นลินกับคุณตะวัน ... รู้จักกันมาก่อนหรือครับ

 


     นลินจ้องมองใบหน้าสวยที่หม่นหมองลงจนอดต้องเดินเข้าไปโอบกอดปลอบไว้เสียไม่ได้ ฉงนใจในท่าทีและคำถามแปลกๆ หากแต่มืออุ่นๆก็ยังคงลูบแผ่นหลังบอบบางขึ้นลงช้าๆ ก่อนจะค่อยๆพูดขึ้นมา

 


     รู้จักกันครับ

     อือ แล้วอย่างไรต่อหรือ

     น้องตะวัน ... เรารู้จักกันตั้งแต่ยังเล็กครับ เขาเป็นเพื่อนสมาคมของคุณพ่อ อืม จริงๆก็ถือเป็นเพื่อนสมาคมเดียวกันกับท่านพ่อของน้องรวีด้วยนั่นแลครับ อีกอย่าง น้องตะวันเขาก็เป็นรุ่นน้องตั้งแต่สมัยเรียนของพี่มาตั้งนาน พ่อพี่ก็ฝากฝังให้พี่ดูแลเขาอยู่สักระยะหนึ่งเหมือนกันครับ

 

     “…”

     รวี เป็นอะไรหรือเปล่าครับ คิดมากอะไรอีก หืม

 

     อือ... เราเปล่า

 


     เปล่าอะไรกันเล่า เขาโกหกทั้งเพ

 


     โดนฝากฝังให้ดูแล ... เหมือนกับที่เขาก็โดนเหมือนกันน่ะหรือ

     อีกประการ ...

     เพื่อนสมาคมงั้นหรือ

 


     หรือบางที จดหมายตอบปฏิเสธคู่หมั้นของพี่นลินทร์ที่ส่งไปเมื่อเช้า อาจจะไม่จำเป็นแล้วก็ได้กระมัง

 


     เพราะหากรวีจำไม่ผิด

     ในจดหมายฉบับนั้น ตามที่คุณพ่อของพี่นลินทร์กล่าวถึงคนที่ต้องหมั้นด้วยไว้คร่าวๆ ... มองอย่างไรแล้ว

 


     ก็คือหม่อมหลวงดุจตะวัน แต่เพียงผู้เดียว

  


talk :

     สวัสดีค่ะ หายไปนานเลย ขอโทษจริงๆนะคะ แต่เดี๋ยวจะกลับมาอัพให้จบแล้วค่ะ ใครจำเนื้อเรื่องไม่ได้แล้ว กลับไปย้อนอ่านใหม่ได้นะคะ T__T สำหรับตอนนี้ เท้าความจากตอนก่อนๆนะคะ ถ้าจำได้ จะมีตอนนึงที่พ่อของพี่นลินกล่าวว่าคนที่วางตัวให้หมั้นกับพี่เขาคือ เพื่อนสมาคมของคุณพ่อพี่นลินเขา เป็นคนน่ารัก ใครเห็นก็เอ็นดู ชาติตระกูลก็ดี อืม ... งานนี้ต้องเดาว่าคือคุณดุจตะวันไหมนะคะ

ส่วนอิมเมจคุณชายภัทรนั่นก็คือ น้องแพจินยองนั่นเองงง ส่วนคุณตะวันไม่มีอิมเมจนะคะ จินตนาการได้ตามสบายเลยค่ะ



*เรื่องที่สองที่ต้องการแจ้งให้ทราบ*

     เป็นเรื่องของการรวมเล่มค่ะ จริงๆแอบลังเลว่าทำหรือไม่ทำดีนะ อนแรกไม่มีแพลนทำเลย อีกอย่างคือหายไปเนิ่นนาน เกรงว่าคนอ่านจะลืมแล้ว ฮาาาาา แต่มีคุณคนอ่านสอบถามเข้ามาเรื่อยๆเลยลองไปนอนคิดมาค่ะอิอิ มีเนื้อหาคร่าวๆประมาณนิ้


     เนื้อหาประกอบด้วย ตอนหลักประมาณ 21 ตอน (รีไรท์บางส่วนและพรูฟคำใหม่ทั้งหมด) + 4 ตอนพิเศษ (อาจจะมากกว่า4 ตอนเพราะตอนนี้ที่วางไว้หลักๆมีประมาณนี้ค่ะ)

ตอนพิเศษประกอบด้วย :

1.Honeymoon (cut scene)

— ชีวิตหลังแต่งงานของคนทั้งคู่ 

2.HOTTER THAN SUMMER (note : a special CUT scene) 

— น้องรวีที่ว่าขี้อายหนักหนา ทว่าเมื่อหึงหวงขึ้นมาเล่า จะเป็นอย่างไรกัน?

3.To our daughter (note : Mpreg) 

— ชีวิตครอบครัวของพี่นลิน ผู้เคยกล่าวกับภรรยาที่รักของเขาว่า "วันที่พี่จะยอมก้มหัวให้กับใครอื่นนอกจากรวี คือวันที่พี่ก้มลงผูกเชือกรองเท้าให้กับลูกสาวคนแรกของเรา"

4.Save you in my heart (ลงเว็บเพียงตอนเดียว) 

— ตอนนี้ไม่สปอยเนื้อหานะคะ :-)


*ชื่อตอนจะมีการเปลี่ยนแปลง*


      ถ้าได้ทำเองก็จะทำให้ดีที่สุดเลย หากใครสนใจหนังสือลองอ่านรายละเอียดทั้งหมดในฟอร์มแบบสอบถามและกรอกฟอร์มได้เลยนะคะ แล้วเจอกันตอนต่อไปค่ะ ( • ̀ω•́  )✧


Form https://t.co/E8jDreXgEb

kind regards,

Kati .

#กมลรวีร์

๐๑.๐๓.๑๙


B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 136 ครั้ง

862 ความคิดเห็น

  1. #845 SonughaeGil (@SonughaeGil) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 23:21
    ศัตรูหัวใจมาได้ไงอ่าแงง จะแฮปปี้เอนดิ่งกันอยู่แล้วเชียว
    #845
    0
  2. #833 panwinkinyourarea (@itisnan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 15:16
    น้องชั้นจะได้สบายใจเมื่อไหร่คะเนี่ยพ่อเสือ
    #833
    0
  3. #819 munkrishear (@anchasa) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 21:46
    พี่นลินห้ามทิ้งน้องเด้ดขาดดดด
    #819
    0
  4. #806 Ammiee_Ammiee (@Ammiee_Ammiee) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 10:17
    ว่าแล้วเชียวว
    #806
    0
  5. #774 polar Co., Ltd. (@ohuii) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 16:26

    ถ้าทิ้งน้อง นุจะตามไปแหกอกพ่อ

    #774
    0
  6. #756 BlackFight (@BlackFight) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 14:50
    อย่ากังวลไปเลยลูกแม่ พี่นลินเค้ารักเรามากๆเลยนะนั่น
    #756
    0
  7. #716 `โรฮันลัสกี้★ (@oam-kus40) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 01:19
    โพน้องรวี อพิ่งเคีลยร์เรื่องนู้น ก็มีเรื่องนี้ให้กังวลอีกแล้ว
    #716
    0
  8. #694 Teddybear_EPN (@earn-pinyada) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 16:34
    โธ่ หนูรวีลูก หนูน่ะน่ารักและสวยที่สุดในใจแม่นะ
    #694
    0
  9. #557 pparpbebi。 (@pukpuii-1999) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 17:15
    เอ๋หรือคนที่คุณพ่อหมายถึงจะเป็นคุณตะวันกัน;—; ชักไม่แน่ใจแล้วค่ะ เค้าเคยมีซัมติงกันหรือเปล่าา
    #557
    0
  10. #526 realLKLPJH (@realLKLPJH) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 15:52
    พี่นลินเคยซัมติงกับตะวันมั้ย แงงงงง สงสารน้องรวี รักมาก คิดมาก หวงมาก
    #526
    0
  11. #440 kor_kod1 (@kor_kod1) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 19:37
    แงงงงง
    #440
    0
  12. #439 fairytail49 (@fairytail49) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 12:28

    เอาแล้วคุณนลิน...น้องคิดมากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

    #439
    0
  13. #438 Pattho (@patthrakul) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 08:22
    เอาแล้วววว น้องคิดมากไปถึงไหนแล้วเนี่ย นลินต้องไม่ทำให้น้องคิดมากไปกว่านี้นะ
    #438
    0
  14. #437 Laikaunlin__2248 (@Laikaunlin__2248) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 11:18
    แงงงง กลับมาแล้ว คิดถึงมากๆเลย;-;
    #437
    0
  15. #436 ftothefaiy (@narue12) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 09:08
    มั่นใจหน่อยนะพ่อ ตอนนี้น้องเราคิดมากไปหมดแล้วแต่อธิบายไม่พอต้องปฏิบัติด้วย!
    #436
    0
  16. #435 ferraris (@ferferriss) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 02:17
    ไรท์กลับมาพร้อมกลิ่นมาม่าฟุ้งเลย แงงงงงง้ น้องรวีของพี่มีแต่เรื่องให้คิดมากมาให้พี่กอดปลอบหน่อยเร็วคนดี ;-; // เรื่องเล่มเราสนใจมากๆๆๆๆๆๆๆกรอกฟอร์มไปแล้วด้วยหวังว่าจะได้ทำเล่มขึ้นมาจริงๆนะคะ
    #435
    0
  17. #434 Wrkspbam (@Wrkspbam) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 21:33
    ไม่นะพี่นลิน พี่นลินต้องอยู่กับน้องรวีต่อไปนะ
    #434
    0
  18. #433 rainysly (@PersonWhobe) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 21:16
    ดีใจที่ไรท์กลับมา เย้ๆๆ แต่แอบสงสารน้องงะ ดีได้แปปๆกลับมาเศร้าอีกแล้ว อย่าเศร้านานนะลูก
    #433
    0
  19. #432 P.Suranchana (@CottonParerie_) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 21:11
    น้องรวีของพี่ หนูอย่าเพิ่งใจเสียนะลูก ㅠㅠ
    พี่นลิน พี่ต้องทำให้น้องมั่นใจนะ !
    #432
    0
  20. #431 AMBEA (@AMBEA) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 20:58
    ฮึกกกกกก บรรยายเสียจนคุณตะวันสวยจนนนน แง้
    #431
    0
  21. #430 Marnajung (@Matnajung) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 20:53
    อยากได้เล่มเลยค่ะ อยากอ่านตอนมีลูหแล้วต้องน่ารักแน่ๆเลย
    #430
    0
  22. วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 20:52
    น้องต้องสู้ค่ะลูกแม่ หนูจะต้องแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ หนูจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้นะคะ แม่ไม่ยอม!
    #429
    0
  23. #428 micgelkookkik (@micgelkookkik) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 20:45
    มาแล้วววววว คิดถึงมากกกเลย
    #428
    0
  24. #427 omona_kawaii (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 20:44

    ฮือออ คุงกะทิคะ ช่วยลงฟอร์มเป็น link ได้มั้ยคะ อยากทำแบบสอบถามรวมเล่มค่ะ เราสนใจ

    #427
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #427-2 prmprmmk (@prmprmmk) (จากตอนที่ 16)
      1 มีนาคม 2562 / 20:51
      เพิ่งเห็นว่าผิดพลาดเล็กน้อยค่ะ ฮื่อ แก้เรียบร้อยแล้วนะคะ <3
      #427-2